คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
ภาพประจำตัวสมาชิก
raruen
Verified User
โพสต์: 161
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 961

โพสต์

VIB007 เขียน:ถ้านักเกร็งกำไรได้ยินคง"หัวเราะ"ฟันหัก
เพราะจบจากคนละโรงเรียน
เหมือน VI จบ"โรงเรียนเพาะช่าง"
แต่เก็งกำไรจบ"โรงเรียนเทคนิค"
อะไรทำนองนั้น
ผมเป็นนักเรียนครับ
เรียนไปทำแลปไปคับ.
เผ่งอังๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
harry
Verified User
โพสต์: 4200
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 962

โพสต์

ตอนนี้ผมยังเด็กครับ ไว้อีกสักสิบปี มีเงินมากกว่านี้ จะมองหาก้นบุหรี่ถูกๆ เก็บมาสูบบ้าง เผื่อไม่แน่ตอนนั้น ตลาดเกิดตกต่ำ แล้วผมมีเงินมากพอ คงเก็บได้หลายมวน หรือไม่ก็มวนใหญ่ๆสักมวน จากนั้นก็รอเวลาทำกำไรครับ


พี่ๆ ที่ทำกันอยู่ตอนนี้ ระวังจะเป็นมะเร็งปอดได้นะครับ ถ้าพลาดท่าไปคงได้เข้าไอซียูแหงๆ
Expecto Patronum!!!!!!
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 963

โพสต์

สวัสดีครับ คุณวิบูลย์ หลังหนีออกจากบ้านไปวันสองวัน ก็กลับมาใหม่แล้วครับ แหมไม่มาแวะเวียนกระทู้ยอดฮิตได้ไงเนาะ คุณวิบูลย์ก็ยังให้ข้อคิด และคำพูดคมๆ ที่โดนใจวัยโจ๋ เข้าสไตล์ VI ได้เยี่ยมเหมือนเดิมครับ

harry wrote:
ตอนนี้ผมยังเด็กครับ ไว้อีกสักสิบปี มีเงินมากกว่านี้ จะมองหาก้นบุหรี่ถูกๆ เก็บมาสูบบ้าง เผื่อไม่แน่ตอนนั้น ตลาดเกิดตกต่ำ แล้วผมมีเงินมากพอ คงเก็บได้หลายมวน หรือไม่ก็มวนใหญ่ๆสักมวน จากนั้นก็รอเวลาทำกำไรครับ


พี่ๆ ที่ทำกันอยู่ตอนนี้ ระวังจะเป็นมะเร็งปอดได้นะครับ ถ้าพลาดท่าไปคงได้เข้าไอซียูแหงๆ
น้อง harry เป็นเด็กเป็นเล็ก อย่าไปริอ่านสูบบุหรี่เลยผมว่า อันตรายต่อปอดน้อยๆ ของเราเปล่าๆ นิ

Mon Money wrote:
คุณ aye ให้ผมอ่านปุบเข้าใจปั๊บได้ไง ต้องทำความเข้าใจกันหน่อยดิ แล้วเดี๋ยวเจอกัน
----------------------------------------------------------------------------------------------------
คุณวิบูลย์ อย่าท้าทายอำนาจมืดเป็นอันขาด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ ว่าแต่ว่าตั้งร้านขายเต้าหวยนี่ใช้ทุนเท่าไรครับ คือว่าจะหุ้นด้วยน่ะ
น้องมน (เห็นบอกว่ารหัส 34 ยังงี้น้องผมตั้ง 4 ปีนะ แต่ไหงคุณวุฒิสูงกว่าเราเยอะจังหว่า) อย่าขู่เด่ะ ไม่พอใจผมแน่จริง ชกกับคุณวิบูลย์มั้ยอะ Kidding!!!

แล้วเมื่อไหร่คุณน้องมนจะเปิดร้านขายนมสดกับหนมปังละ อ้าวไม่แน่เค้านึกว่าเป็น friendchise นา รวยไม่รู้เรื่อง

วันนี้มาแซวเล่นอย่างเดียวคับ ไม่มีสาระ
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 964

โพสต์

tanapong เขียน:มารายงานตัวในรอบ 3 เดือนครับ

สวัสดีครับ
คุณมน คุณวิบูลย์ คุณธันวา คุณJeng เพื่อนๆ พี่ ที่คิดถึงทุกคนครับ
ผมเข้ามาอ่านบ่อยๆ แต่ไม่ได้โพสต์ครับ

มาสารภาพครับ หนีไปสูบบุหรี่มวนสั้นมาครับ
ใช้เวลาสูบประมาณประมาณ 1 เดือนครับ
ปรากฎว่า 4 มวน ไฟไหม้มือ(ปาก+เงิน) ซะ 2 มวน อีก 2 มวนทิ้งทันครับ
เลยกลับมาสารภาพครับ

ช่วงนี้(ที่ผ่านมา) Mr.Market อารมณ์แปรปรวนมากครับแต่ผมว่าดีสำหรับการสะสมหุ้นครับ
สวัสดีครับ เฮียเต้ง
ไม่ได้คุยกันนานเลยนะครับ
ผมก็เหมือนกัน ท่าทางจะ"สูบบุหรี่"ไม่เป็น
ตอนนี้เลยสำลักควัน ควันเข้าตาอยู่นะครับ
เลยต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

ตอนนี้หุ้นหลายตัว "ราคา"ลดลงมาน่าเก็บจริงๆ
ก็ค่อยๆสะสมครับ มีหุ้นดีอยู่กับตัว ไม่ต้องกลัวครับ
เหมือนมีพระดีห้อยคอคุ้มครองกับความผันผวน

ตอนนี้ต้อง"ทำใจ"อย่างเดียวครับ
มาดูกันว่าใครจะประสาทแข็งกว่ากัน
ระหว่างเรากับ"Mr Market"
tanapong เขียน:ทำให้ผมตัดสินใจถือหุ้นที่คิดว่าดีที่สุดในประเทศไทยครับ
เป็นบริษัท ที่ทำกำไรน้อยกว่า เจ้าสะดือทะเลสัก 4 บาทครับ
พอผ่านมาสักเดือนครึ่ง ราคาพี่เค้า ลดลงมาเรื่อยๆ จากราคา 168 บาท
ลงมาประมาณ 150+ เล็กๆ ตั้งใจจะเก็บไว้กินปันผลระยะยาวครับ

แต่เหตุผลเหนือสิ่งอื่นใดครับ อยากเป็นญาติ กับคุณวิบูลย์ครับ
แต่ผมไม่ขายครับเพราะตั้งใจถือจริงๆครับ เพื่อนผมบางคนหาว่าผมบ้า
ทำไมปีที่แล้ว ราคา 58 บาทไม่ซื้อ มาซื้อที่ราคา 168 บาท
รุ่นพี่ของสะดือทะเลคนนี้ ท่าทีไม่เลว
เก็บไว้ไม่เสียหลายครับ
ตอนนี้ โรงกลั่นมาร์จินกำลังสูง ปิโตรก็ไปได้ดี กาซกำลังจะลอยตัวราคา
ข่าวดีทั้งนั้นหละครับ
แถมมี"เจ้ามือ"รายใหญ่สัญลักษณ์"นก" คอยดูแลอยู่

ถ้าอดทนถือไหวสักปีสองปี
ถ้าท่อกาซเส้นที่ 3 เสร็จ จะมีรายได้เข้ามาอีกมาก

สำคัญที่ว่าจะทน"ความผันผวน"ช่วงนี้ได้หรือเปล่าเท่านั้นหละครับ

ให้ข่าวเป็นกำลังใจแล้วกันครับ
เพื่อนผมเป็น"ผู้จัดการกองทุน"บอกว่า
ถ้าไม่มีข่าวอะไรมากระทบ ตัวนี้มี 200 บาทให้เห็น
ก็ฟังหูไว้หูแล้วกันครับ
tanapong เขียน:แต่ผมไปเช็คตลาดส่งออกให้คุณวิบูลย์& Co.

ขาดทุนจากเจ้าก้นบุหรี่

แล้วมาเปิดขายเต้าฮวย เผื่อจะส่งออก

ระวังจะเจ๊ง 2ต่อครับ เพราะคนจีนไม่กิน เต้าฮวยครับ 55555555
ผมไม่ส่งออกครับ จะขายอยู่หน้าปากซอยบ้านเท่านั้นครับ
ประชดชีวิต เผื่อรวยกว่าเล่นหุ้น
haryy เขียน:ตอนนี้ผมยังเด็กครับ ไว้อีกสักสิบปี มีเงินมากกว่านี้ จะมองหาก้นบุหรี่ถูกๆ เก็บมาสูบบ้าง เผื่อไม่แน่ตอนนั้น ตลาดเกิดตกต่ำ แล้วผมมีเงินมากพอ คงเก็บได้หลายมวน หรือไม่ก็มวนใหญ่ๆสักมวน จากนั้นก็รอเวลาทำกำไรครับ


พี่ๆ ที่ทำกันอยู่ตอนนี้ ระวังจะเป็นมะเร็งปอดได้นะครับ ถ้าพลาดท่าไปคงได้เข้าไอซียูแหงๆ
Ayethebing เขียน:น้อง harry เป็นเด็กเป็นเล็ก อย่าไปริอ่านสูบบุหรี่เลยผมว่า อันตรายต่อปอดน้อยๆ ของเราเปล่าๆ นิ


เห็นด้วยกับคุณ ayethebing ครับ harry
อย่าลองเลย
ถ้าปอดไม่แข็งแรง มีสิทธิเดี้ยงงครับ
อย่าผมตอนนี้ก็สำลักควัน แสบหู แสบตาไปหมดแล้ว
ริอ่านสูบบุหรี่ก็ยังนี้หละครับ

ท่าทางจะเอาดีทาง"สูบบุหรี่"ไม่ได้
คงกลับไปหา"ห่านทองคำ"เหมือนเดิม ท่าทางจะดีฟ่า
ayethebing เขียน:น้องมน (เห็นบอกว่ารหัส 34 ยังงี้น้องผมตั้ง 4 ปีนะ แต่ไหงคุณวุฒิสูงกว่าเราเยอะจังหว่า) อย่าขู่เด่ะ ไม่พอใจผมแน่จริง ชกกับคุณวิบูลย์มั้ยอะ Kidding!!!

แล้วเมื่อไหร่คุณน้องมนจะเปิดร้านขายนมสดกับหนมปังละ อ้าวไม่แน่เค้านึกว่าเป็น friendchise นา รวยไม่รู้เรื่อง

วันนี้มาแซวเล่นอย่างเดียวคับ ไม่มีสาระ
คุณayethebing
คุณมนรุ่นเดียวกับเราครับ
อายุ 34 ไม่ใช่รหัส34 เน้อ
เรียกคุณมนว่า"น้อง"เดี๋ยวโดนชกนา
แกเป็น"นักมวย"เก่าซะด้วยซี
แต่ท่าทางจะร้างสังเวียนมานาน เลยเลี้ยงพุงแทน ฮ่า ฮ่า แซวเล่นนะ

วันนี้ไม่มีสาระเหมือนกันครับ

สวัสดีครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 3134
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 965

โพสต์

เอะพี่บูลย์นี่ ออกมาแก้ข่าวก่อนได้ไง จริงๆแล้วรหัส34ครับ(ล้อเล่น แต่อยากให้เป็นจริง) วันก่อนแค้นคุณSimplyมากเลย แกทักผมว่าดูจากลายมือแล้วผมน่าจะอายุคราวน้าแก(แกอายุ30) มาวันนี้ปลื้มมากครับที่น้าAyeเรียกน้อง กรุณาเรียกต่อได้เลยครับ ไม่ชกไม่ต่อยเด็ดขาดเจอตัวจะเลี้ยงมื้อใหญ่ทีเดียว

___________________________________________________________________

วันนี้น้องมนขอแนะนำหนังสือสำหรับพี่ๆที่หัดริสูบก้นบุหรี่ ต้องอ่านให้ได้ ไม่งั้นสำรักควันแน่นอน หนังสือที่ว่านี้คือ
If It's Raining in Brazil, Buy Starbucks : The Investor's Guide to Profiting from News and Other Market-Moving Events
by Peter Navarro

หน้าตาของหนังสือเป็นแบบนี้ครับ
รูปภาพ

อ่านไว้กันเหนียวนะครับ เข้าข่ายรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามครับ

_______________________________________________________________

ตอนนี้เฮียเต็งแกกลายร่างแป็นแมวนอนหวดหางอยู่ครับ กินอะไรไม่ค่อยได้ ปากเป็นแผลระบมอยู่ครับ พรุ่งนี้แกว่าจะมากินข้าวกับเราด้วยนะพี่บูลย์
เป็นบุญหนักหนาเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เป็นคนไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 966

โพสต์

อ้าวโดนหลอกหรือเนี่ย พี่มนทำไมทำกับน้องได้ลงคอละครับ

เออ อายเล็กน้อยครับ :oops: ผมจบคอมพิวเตอร์มาแต่ post รูปไม่เป็นอะ ใครสอนหน่อยสิครับ PM มาบอกก็ได้จะได้ ไม่เปลืองที่

เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางอย่างที่มีความไม่เข้าใจเกิดขึ้นแล้วผมรู้สึกไม่สบายใจมากครับ อยากให้พี่ปรัชญากลับมาเป็นที่พึ่งของน้องๆ ต่อไป
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 3134
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 967

โพสต์

เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างครับพี่Aye ทำใจให้สบาย เมื่อคืนนี้ผมต้องมานั่งคอยลบกระทู้จากผู้ไม่หวังดีจนตีสอง น่าแตะมันจริงๆ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จริงๆแล้วแต่ละคนก็มีความถนัดและเหมาะกับสไตล์การลงทุนที่ต่างกันไป พวกVIถนัดมองหาพื้นฐาน และเลือกหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่ามากๆ ส่วนนักเทคนิคดูกราฟเพื่อหาหุ้นที่มีจังหวะในการลงทุน

ใครคิดว่าเลือกหุ้นตามแนวVIแล้วไม่มีโอกาสขาดทุนนั้นไม่จริงนะครับเพราะ

1 หุ้นดีแต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นการลงทุนที่ดี แต่ถ้าเป็นบริษัทที่ดีจริงๆระยะยาวไม่ขาดทุนครับ

2 โอกาสผลาดก็มีได้ทุกคน

3 ฯลฯ

ยกตัวอย่าง Bill Miller เขาบริหารกองทุน Value Trustแต่หุ้นที่มีก็รวมไปด้วยหุ้นที่VIหลายคนบอกว่าเป็นหุ้นมูลค่า แต่หลายๆหุ้นVIก็มองว่าไม่ใช่หุ้นมูลค่า

แต่Bill บอกว่าการลงทุนแบบเน้นมูลค่าคือการซื้อหุ้นของกิจการที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่ามิใช่หรือ เขาทำทุกอย่างในการวิเคราะห์หุ้นนั้นๆตามแนวทางที่VIทำ และสรุปว่าหุ้นเหล่านั้นเป็นหุ้นมูลค่า

ถือหุ้นจนกว่าราคาจะเกินมูลค่า ถือหุ้นในกิจการที่ดี มีปัญหาในระยะสั้นที่แก้ไขได้ ถือหุ้นCylicalที่แยกแยะออกและมีdiscountมากพอกับความเสี่ยง นั่นก็VIครับ
______________________________________________________________

ทั้งสองสไตล์ก็เป็นการลงทุนเช่นกันแน่นอน ต่างกันตรงที่รูปแบบการลงทุน ผมและเพื่อนต่างกันในสไตล์ลงทุนแต่คบกันมาได้ตลอด เกทับกันก็ไม่โกรธ เขากับผมก็retiredแล้ว เขานั่งห้องค้าดูกราฟ ผมอยู่บ้านเลี้ยงลูก ความสุขคนละแบบครับ ได้ผลตอบแทนและความเสี่ยงต่างกันไปตามไสตล์ และเราไม่เคยสรุปผลแพ้ชนะกันสักครั้งเดียวเลยครับ

________________________________________________________________

คนละด้าน คนละมุม ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นศัตรูกันนะครับ
เป็นบุญหนักหนาเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เป็นคนไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
Stock Broker
Verified User
โพสต์: 2509
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 968

โพสต์

Mon money เขียน: เมื่อคืนนี้ผมต้องมานั่งคอยลบกระทู้จากผู้ไม่หวังดีจนตีสอง น่าแตะมันจริงๆ
มิน่าล่ะ ผมสงสัยมาตั้งนานแล้วว่า ทำไมบอร์ดนี้ถึงรอดพ้นจากพวกปากเหยี่ยวปากกามาได้ตลอด ที่แท้ก็เพราะว่า มีคุณ Mon คอยฟาดฟันอยู่เบื้องหลังนี่เอง

ขอบคุณครับ ที่ทำให้เข้ามาใช้บอร์ดนี้ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องเสียอารมณ์
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 969

โพสต์

ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะครับ
ถึงทำให้ไม่สบายใจกัน
แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ว่า การลงทุนแบบไหนดีกว่ากัน
ผมขอบอกจุดยืนผมในที่นี้แล้วกันครับ

ผมคิดว่า ในโลกการลงทุนไม่มีอะไรถูกและไม่มีอะไรผิด
และการลงทุนในหุ้นมีหลักการหลายๆแบบ
การลงทุนแบบเน้นคุณค่า VI ก็เป็นเพียงวิธีการหนึ่งเท่านั้นเอง

หลักการที่เหมาะสมกับคนคนนึง
อาจจะไม่เหมาะกับคนอื่นก็ได้

ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด
ถ้าทำเงินได้ ผมว่าใช้ได้แล้วครับ
"ไม่ว่าแมวจะสีอะไร ถ้าจับหนูได้ก็ใช้ได้ครับ"

ผมยอมรับหลักการลงทุนอื่นๆทุกอย่างนอกเหนือจาก VI ครับ
ไม่ว่าจะเป็น Technical Analysis, Momentum หรืออื่นๆ

ไม่ว่าจะใช้หลักการอะไร
เราก็ยังเป็นเพื่อนในโลกการลงทุนได้ครับ

............จบข่าว


----------------------------------------------------------------------------

ถึงพี่ปรัชญา

ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นมีหลายท่านบอกว่า พี่จะไม่เข้ามาที่นี่อีกแล้ว

ถ้ามีเรื่องที่น้องๆแถวนี้ทำให้พี่ไม่สบายใจ
ผมขอประทานอภัยแทนน้องๆด้วยแล้วกันครับ

ถือว่า อโหสิ และ อภัยให้น้องๆด้วยแล้วกัน

ยังคิดถึง และอยากให้พี่เข้ามาร่วมให้ความรู้ ความคิด ต่อนักลงทุนรุ่นหลังที่ TVI นี่เหมือนเดิมนะครับ

ถ้าเข้ามากรุงเทพเมื่อไหร่ อย่าลืมบอกกันนะครับ
จะได้พาไปทานอาหารอร่อยๆแถวสามย่าน
อย่างที่เคยบอกไว้นะครับ

ผมนับถือพี่เหมือนพี่ชายจริงๆ..........ไม่ได้อิงนิยาย

อย่าทิ้งกันไปเลยครับ............

ตอนนี้ขอร้องเพลง...."ขอให้เหมือนเดิม" รอนะครับ
จนกว่าจะได้ยินจากพี่ปรัชญา ขวัญใจคนจนของผม ตัวจริงเสียงจริง

-------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณคุณมนสำหรับหนังสือแนะนำครับ

ผมสั่งหนังสือจากอเมซอนมาอีกสี่เล่ม
คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะจัดการหมด
ของเก่ายังอ่านไม่จบเลยครับ

แถมตอนนี้ควันบุหรี่กำลังเข้าตา
คงอ่านเรื่องแบบนี้ได้ไม่ถนัด (....จริงๆเจ็บใจ)

คุณมนถ้าอ่านจบแล้ว เล่าให้ฟังหน่อยซิครับ

------------------------------------------------------------------------------(ใช้เส้นคั่นเลียนแบบ)

คุณ Ayethebing เมื่อไหร่จะมาเล่าเรื่อง Economic Profit ต่อละครับ
กำลังรอฟังอยู่...........จริงๆนะ


สวัสดีครับ
แก้ไขล่าสุดโดย VIB007 เมื่อ พฤหัสฯ. มี.ค. 25, 2004 4:41 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Wvix
Verified User
โพสต์: 124
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 970

โพสต์

ผมเข้าไปปิดสรุปกระทู้ฉาวเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ จะไม่เข้าไปยุ่งอีกแล้ว กลัวๆๆ เค้ากลัวง่ะ

คิดคำถามมาถามเล่นๆสนุกๆ
มาถามเหล่านักคิด TVI นะครับ
โจทย์
ถ้าบริษัทหนึ่งมีผลการดำเนินงานมีกำไรและสามารถจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดได้เพียงพอทั้งหมด
แต่บริษัทเล็งเห็นว่า Supply ในตัวสินค้าของบริษัทมีน้อยกว่า Demand ของตลาด
บริษัทจึงมีนโยบายในการขยายการลงทุนเพิ่ม บริษัทจึงเสนอทางเลือกให้แก่ผู้ถือหุ้น 2 ทาง
1 บริษัทจะจ่ายเงินปันผลทั้งหมดตามปกติ แต่บริษัทจะต้องกู้เงินมาลงทุนเพิ่ม โดยเสียอัตราดอกเบี้ย 5% Fix rate
2 บริษัทจะงดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นแต่จะนำเงินไปลงทุนเพิ่มแทน
ในฐานะที่เราเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท เราจะเลือกให้บริษัทใช้วิธีไหนเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่ผู้ถือหุ้นได้มากที่สุด
โดยคิดอัตราผลตอบแทนรวมตลอดอายุการใช้งานเครื่องจักรนั้น
ให้ตอบมาแบบแสดงเหตุผลด้วยครับ ตอบเฉยๆไม่นับนะครับ
กฎ ห้าม บรรดาพี่ชายเก๋าๆตอบจนกว่าจะมีบรรดาเพื่อนๆน้อง มาตอบกันจนครบ 10 คนก่อน เพราะว่าเดี๋ยวหมดหนุกซะก่อนครับ
ใครตอบถูกจะให้รางวัลเป็นรอยจูบจากเฮียมนกับเฮียวิบูลย์ คนละหนึ่งฟอตเป็นของขวัญทันที
เอาล่ะเคาะได้ครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
harry
Verified User
โพสต์: 4200
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 971

โพสต์

ผมขอประเดิมด้วยการเลือกข้อ 2 ครับ ไม่ปันผลแล้วเอาเงินสดที่มีไปลงทุนต่อย่อมดีกว่าครับ ไม่ต้องไปกู้ให้โดนดอกเบี้ยอีก แต่ถ้าจะปันผลนิดๆหน่อยๆ ก็ได้นะ หรือไม่ก็กู้ไม่มากสัก 20-30% ของเงินลงทุนก็น่าจะรับได้ เพราะจะได้มีเงินสดสำรองไว้ด้วย
Expecto Patronum!!!!!!
ภาพประจำตัวสมาชิก
kotaro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1495
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 972

โพสต์

ตามความเห็นผมนะครับ

1. ต้องดูว่าปันผลเท่าไหร่ครับ ถ้าปันผล 10 % สม่ำเสมอทุกปี ผมเลือกข้อ1 ดีกว่าครับ เพราะการลงทุนต้องใช้เวลาสักพักนึง ถึงจะได้ผลตอบแทนที่ดีครับ และถือว่าต้นทุนเงินกู้ ต่ำกว่าต้นทุนเงินทุนครับ

2. แต่ถ้าปันผลต่ำ และดูว่าขยายไปแล้ว มีโอกาสโตสูงมาก ก็เลือกข้อ 2 ครับ อดเปรี้ยวไว้กินหวานครับ
“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company
นักดูดาว
Verified User
โพสต์: 2513
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 973

โพสต์

"บริษัทที่ไม่มีหนี้ ไม่มีวันล้มละลาย"
-ปีเตอร์ ลินช์

เลือกข้อ 2 ครับ
เสรีภาพก็เหมือนอากาศที่เราไม่อาจมองเห็นด้วยตา แต่จะรู้สึกได้ในทันทีหากมีมันอยู่เบาบางหรือขาดหายไป

-จีรนุช เปรมชัยพร
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 974

โพสต์

ถามหน่อยครับ คณ Wvix

บริษัทที่ว่านี่ มีหนี้สินอย่แล้วเท่าไรครับ รวมทั้งส่วนทนด้วย

และโครงการใหม่นี่ต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหนครับ

ถามเผื่อคนอื่นนะครับ
Stock Broker
Verified User
โพสต์: 2509
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 975

โพสต์

ayethebing เขียน: Value of company = Invested Capital + NPV ของ economic profit ในอนาคต
Economic profit = (ROIC - WACC) X Invested Capital

ผลต่างของผลตอบแทนการลงทุนกับต้นทุนทางการเงินเป็นตัวขับมูลค่าตัวแรก เงินลงทุนที่เป็นฐานเป็นตัวขับมูลค่าตัวที่สองครับ

บริษัทต้องทำให้ spread ซึ่งเป็นตัวขับตัวแรกเป็นบวกก่อนที่จะคิดขยายการลงทุน
ผมแปลว่า เป็นการซื้ออนาคตของบริษัท จะได้มั้ย

คนไหนฝันเฟื่อง มองโลกในแง่ดี ก็อาจตีมูลค่าสูง (จนอาจถูกคนอื่นหลอกขายของให้ในราคาที่แพงเกินจริง)

คนไหนเค็มหน่อย ก็อาจตีมูลค่าต่ำ (จนอาจถูกคนอื่นแย่งซื้อของคุณภาพดีไปจนหมด เลยอดเลย)
THEPUNG
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 976

โพสต์

ข้อ 2 เป็นนนนน....คำตอบสุดท้ายคร้าบบบบบ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 977

โพสต์

สวัสดีครับ ช่วงนี้จะยุ่งๆ หน่อยอาจจะไม่ค่อยเข้ามา post นะครับ แต่ก็ยังติดตามมาเรื่อยๆ ครับ

Financial Engineer wrote:
ayethebing พิมพ์ว่า: ผลต่างของผลตอบแทนการลงทุนกับต้นทุนทางการเงินเป็นตัวขับมูลค่าตัวแรก เงินลงทุนที่เป็นฐานเป็นตัวขับมูลค่าตัวที่สองครับ

บริษัทต้องทำให้ spread ซึ่งเป็นตัวขับตัวแรกเป็นบวกก่อนที่จะคิดขยายการลงทุน


ผมแปลว่า เป็นการซื้ออนาคตของบริษัท จะได้มั้ย

คนไหนฝันเฟื่อง มองโลกในแง่ดี ก็อาจตีมูลค่าสูง (จนอาจถูกคนอื่นหลอกขายของให้ในราคาที่แพงเกินจริง)

คนไหนเค็มหน่อย ก็อาจตีมูลค่าต่ำ (จนอาจถูกคนอื่นแย่งซื้อของคุณภาพดีไปจนหมด เลยอดเลย)
การซื้ออนาคต??? ผมว่ามูลค่าของกิจการคือ สินทรัพย์ที่กิจการมีในมาเป็นทุนเดิมจากในอดีต (Invested capital) กับผลตอบแทนที่เราจะได้ในอนาคตไม่ใช่เหรอครับ (NPV ของ economic profit)

กำไรที่เกิดในอดีตเป็นแค่องค์ประกอบในการที่เราใช้ "เดา" อนาคตเท่านั้นครับ

วิธี FCF ก็เหมือนกันครับ

ส่วนจะเดาแบบฝันเฟื่องหรือเค็มอันนี้แล้วแต่บุคคลครับ

ส่วนโจทย์ของคุณ WVIX ผมขอตอบแบบนักการเมืองได้มั้ยว่า "It depends"

คำถามนี้เป็นคำถามเกี่ยวกับโครงสร้างการเงินของบริษัทว่าเราจะหาเงินมาลงทุนเพิ่มจากหนี้หรือทุนถ้าจ่ายปันผลและต้องลงทุนเพิ่ม ก็จำเป็นต้องกู้เงินมา

ถ้าไม่จ่ายปันผล ก็ต้องใช้กำไรสะสมมาใช้ในการลงทุนเพิ่ม

อันนี้จากสมมติฐานว่ายังไงก็ลงทุนครับและเงินลงทุนเพิ่มยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าต้นทุนทางการเงินอยู่นะครับ ถ้าทำแล้ว spread ตามสมการเป็นลบ แต่ยังไปลงทุนเพิ่ม ยังงี้เรียกว่า "กินข้าวอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ" หรือ diworsification อย่างที่ Lynch ว่าครับ มูลค่าของกิจการลดลงครับ จ่ายเงินปันผลดีกว่า

ทีนี้ระดับหนี้ที่คุณ chatchai จะมีผลอย่างมากเพราะถ้าระดับหนี้สูงอยู่แล้ว ความเสี่ยงต่อผู้ถือหุ้นเดิมจะเพิ่มขึ้นจนกระทั่งทนไม่ได้ ถ้ามีระดับหนี้ที่สูงขึ้นจากการลงทุนเพิ่ม

ถ้าระดับหนี้ไม่สูงมาก และเราตัดสินใจจะกู้มาลงทุนหมายความว่า โครงสร้างการเงินจะไปเพิ่มส่วนหนี้ และลดส่วนทุน ถ้าเรากู้มาลงทุนแต่จ่ายเงินปันผลทำอย่างนี้แล้ว ดีไม่ดีต้องถาม CFOที่ดูโครงสร้างทางการเงินที่เป็นเป้าหมายของบริษัทกระมัง

สรุปว่าตอบไม่ได้ครับขึ้นอยู่กับ 1) ผลตอบแทนได้มากกว่าต้นทุนทางการเงิน 2) ระดับหนี้ที่มียังไม่สูงจนเกินไป 3) เป้าหมายของโครงสร้างทางการเงินของบริษัท ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย ayethebing เมื่อ จันทร์ มี.ค. 22, 2004 2:21 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 978

โพสต์

Wvix เขียน: โจทย์
ถ้าบริษัทหนึ่งมีผลการดำเนินงานมีกำไรและสามารถจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดได้เพียงพอทั้งหมด
แต่บริษัทเล็งเห็นว่า Supply ในตัวสินค้าของบริษัทมีน้อยกว่า Demand ของตลาด
บริษัทจึงมีนโยบายในการขยายการลงทุนเพิ่ม บริษัทจึงเสนอทางเลือกให้แก่ผู้ถือหุ้น 2 ทาง
1 บริษัทจะจ่ายเงินปันผลทั้งหมดตามปกติ แต่บริษัทจะต้องกู้เงินมาลงทุนเพิ่ม โดยเสียอัตราดอกเบี้ย 5% Fix rate
2 บริษัทจะงดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นแต่จะนำเงินไปลงทุนเพิ่มแทน
ในฐานะที่เราเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท เราจะเลือกให้บริษัทใช้วิธีไหนเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่ผู้ถือหุ้นได้มากที่สุด
โดยคิดอัตราผลตอบแทนรวมตลอดอายุการใช้งานเครื่องจักรนั้น
ให้ตอบมาแบบแสดงเหตุผลด้วยครับ ตอบเฉยๆไม่นับนะครับ

กฎ ห้าม บรรดาพี่ชายเก๋าๆตอบจนกว่าจะมีบรรดาเพื่อนๆน้อง มาตอบกันจนครบ 10 คนก่อน เพราะว่าเดี๋ยวหมดหนุกซะก่อนครับ
ใครตอบถูกจะให้รางวัลเป็นรอยจูบจากเฮียมนกับเฮียวิบูลย์ คนละหนึ่งฟอตเป็นของขวัญทันที
เอาล่ะเคาะได้ครับ
ท่าทางผมจะอดตอบ เพราะยังตอบไม่ครบสิบคนและมีส่วนได้ส่วนเสียกับรางวัลด้วย

แต่อดไม่ได้

ขอแจมหน่อยแล้วกัน เผื่อจะได้จูบตัวเองสักฟอด

ถ้าผมเป็นผู้ถือหุ้น แล้วผู้บริหารถามว่า
จะรับปันผลและให้บริษัทไปกู้เงินมาลงทุน หรือ

งดปันผล นำเงินกำไรสะสมไปลงทุนโดยไม่ต้องกู้

ผมคงไม่ให้คำตอบทันทีครับ เพราะข้อมูลที่ให้ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ

ผมต้องมีคำถามต่อครับ
หนึ่ง การลงทุนนั้นให้ผลตอบแทนเท่าไหร่ (IRR)
สอง อัตราผลตอบแทนของเงินลงทุนของบริษัทนี้ (ROE) เท่าไหร่


ถ้า IRR < ROE ก็ไม่ต้องพูดต่อ ลืมการลงทุนเรื่องนี้ได้เลย
เพราะเป็นการทำลาย Shareholder Value
เอาเงินคืนผู้ถือหุ้นหรือซื้อหุ้นคืนดีกว่าไปลงทุนในธุรกิจที่ทำให้อัตราผตอบแทนน้อยกว่าเดิม

ถ้า IRR > ROE ค่อยน่าสนใจหน่อย

มาถึงคำถามที่ว่า จะกู้เงินหรือจะเอากำไรสะสมไปใช้
อันนี้ก็แล้วแต่ Policy ของแต่ละบริษัทนะ
บางบริษัทยังต้องการเงินทุนหมุนเวียนและเงินสดสำรองไว้
ก็คงต้องกู้

แต่ถ้าบริษัทนั้นมีเงินสดเยอะแยะ นอนแช่ไว้เฉยๆ
ก็ไม่ต้องไปกู้ให้เมื่อยตุ้ม

บางคนชอบกู้เงินมาลงทุน บางคนไม่ชอบกู้

ส่วนผมจะขอดูผลตอบแทนการลงทุนเป็นหลักแล้วกันครับ
สงสัยต้องเปลี่ยนชื้อกระทู้โดยด่วนครับ ไม่มีชื่อหุ้นนา กระทู้นี้
ฮ่า ฮ่า สนุกดีครับ
มีคนขอรายชื่อหุ้นมาเรื่อยๆ
ผมชอบทำให้คนเข้าใจผิดนะครับ

ไม่มีรายชื่อหุ้นให้นะครับ
ต้องไปศึกษาคุ้ยแคะหากันเอาเองครับ

ถ้าไม่คิดว่าเป็นการอวดชื่อตัวเอง ผมขอคงชื่อกระทู้ไว้ครับ
มันหลอกล่อให้คนเข้ามาติดกับและทนอ่านจนจบ บางท่านใช้เวลาเป็นสิบชั่วโมงเชียวหละ เท่าที่รู้

ผมว่าเขาคงสับสนกับกระทู้ของพี่ครรชิตและกระทู้ของคุณ CEO หละครับ
นึกว่าจะมี"รายชื่อหุ้น"แจกทางอีเมล์เหมือนสองกระทู้ข้างบน

ส่วนกระทู้นี้ต้องพึ่งตัวเองครับ ไม่มีชื่อหุ้นแจก

สวัสดีครับ
Stock Broker
Verified User
โพสต์: 2509
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 979

โพสต์

ayethebing เขียน:ถ้าทำแล้ว spread ตามสมการเป็นลบ แต่ยังไปลงทุนเพิ่ม ยังงี้เรียกว่า "กินข้าวอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ"
มาเสริมครับ สำนวนจีน เรียกว่า "เจียะป้าบ่อสื่อ" ครับ
Stock Broker
Verified User
โพสต์: 2509
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 980

โพสต์

ayethebing เขียน: การซื้ออนาคต??? ผมว่ามูลค่าของกิจการคือ สินทรัพย์ที่กิจการมีในมาเป็นทุนเดิมจากในอดีต (Invested capital) กับผลตอบแทนที่เราจะได้ในอนาคตไม่ใช่เหรอครับ (NPV ของ economic profit)

กำไรที่เกิดในอดีตเป็นแค่องค์ประกอบในการที่เราใช้ "เดา" อนาคตเท่านั้นครับ

วิธี FCF ก็เหมือนกันครับ

ส่วนจะเดาแบบฝันเฟื่องหรือเค็มอันนี้แล้วแต่บุคคลครับ
ก็เพราะว่า ผลตอบแทนในอนาคต มันเกิดจากการ "เดา" (จะอย่างมีเหตุผลหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของแต่ละคนล่ะครับ) ผมถึงเรียกว่าเป็นการ "ซื้ออนาคต" เพราะมันไม่แน่นอนงัย
ภาพประจำตัวสมาชิก
Wvix
Verified User
โพสต์: 124
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 981

โพสต์

ทุกคนที่ตอบ เขียน: ผมขอประเดิมด้วยการเลือกข้อ 2 ครับ ไม่ปันผลแล้วเอาเงินสดที่มีไปลงทุนต่อย่อมดีกว่าครับ ไม่ต้องไปกู้ให้โดนดอกเบี้ยอีก แต่ถ้าจะปันผลนิดๆหน่อยๆ ก็ได้นะ
หรือไม่ก็กู้ไม่มากสัก 20-30% ของเงินลงทุนก็น่าจะรับได้ เพราะจะได้มีเงินสดสำรองไว้ด้วย
harry
อื่อ คุณ harry เสนอทางเลือกที่ดีนะครับ conservative ดี
ตอบคนที่1
--------
ตามความเห็นผมนะครับ
1. ต้องดูว่าปันผลเท่าไหร่ครับ ถ้าปันผล 10 % สม่ำเสมอทุกปี ผมเลือกข้อ1 ดีกว่าครับ เพราะการลงทุนต้องใช้เวลาสักพักนึง ถึงจะได้ผลตอบแทนที่ดีครับ และถือว่าต้นทุนเงินกู้ ต่ำกว่าต้นทุนเงินทุนครับ
2. แต่ถ้าปันผลต่ำ และดูว่าขยายไปแล้ว มีโอกาสโตสูงมาก ก็เลือกข้อ 2 ครับ อดเปรี้ยวไว้กินหวานครับ
kotaro
คุณหมอ kotaro ตอบอย่างนี้เค้าเรียกว่าเก๋านะครับ
-----------
ถามหน่อยครับ คณ Wvix

บริษัทที่ว่านี่ มีหนี้สินอย่แล้วเท่าไรครับ รวมทั้งส่วนทนด้วย

และโครงการใหม่นี่ต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหนครับ

ถามเผื่อคนอื่นนะครับ
พี่ ฉัตรชัย ละเอียดละออดีครับ
----------
"บริษัทที่ไม่มีหนี้ ไม่มีวันล้มละลาย"
-ปีเตอร์ ลินช์
เลือกข้อ 2 ครับ
คุณนักดูดาว อันนี้เหมือน harry เลย conservative มากเลย
-
ท่าทางผมจะอดตอบ เพราะยังตอบไม่ครบสิบคนและมีส่วนได้ส่วนเสียกับรางวัลด้วย
แต่อดไม่ได้
ขอแจมหน่อยแล้วกัน เผื่อจะได้จูบตัวเองสักฟอด
ถ้าผมเป็นผู้ถือหุ้น แล้วผู้บริหารถามว่า
จะรับปันผลและให้บริษัทไปกู้เงินมาลงทุน หรือ
งดปันผล นำเงินกำไรสะสมไปลงทุนโดยไม่ต้องกู้
ผมคงไม่ให้คำตอบทันทีครับ เพราะข้อมูลที่ให้ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ
ผมต้องมีคำถามต่อครับ
หนึ่ง การลงทุนนั้นให้ผลตอบแทนเท่าไหร่ (IRR)
สอง อัตราผลตอบแทนของเงินลงทุนของบริษัทนี้ (ROE) เท่าไหร่
ถ้า IRR < ROE ก็ไม่ต้องพูดต่อ ลืมการลงทุนเรื่องนี้ได้เลย
เพราะเป็นการทำลาย Shareholder Value
เอาเงินคืนผู้ถือหุ้นหรือซื้อหุ้นคืนดีกว่าไปลงทุนในธุรกิจที่ทำให้อัตราผตอบแทนน้อยกว่าเดิม
ถ้า IRR > ROE ค่อยน่าสนใจหน่อย
มาถึงคำถามที่ว่า จะกู้เงินหรือจะเอากำไรสะสมไปใช้
อันนี้ก็แล้วแต่ Policy ของแต่ละบริษัทนะ
บางบริษัทยังต้องการเงินทุนหมุนเวียนและเงินสดสำรองไว้
ก็คงต้องกู้
แต่ถ้าบริษัทนั้นมีเงินสดเยอะแยะ นอนแช่ไว้เฉยๆ
ก็ไม่ต้องไปกู้ให้เมื่อยตุ้ม
บางคนชอบกู้เงินมาลงทุน บางคนไม่ชอบกู้
ส่วนผมจะขอดูผลตอบแทนการลงทุนเป็นหลักแล้วกันครับ
vib007
คำตอบของพี่วิบูลย์เป็นแก่ประโยชน์มากเลยครับ
---------
ไม่ค่อยมีเวลาแล้ว ผมตอบเลยดีกว่าครับ (พี่ๆที่ยังไม่ตอบช่วยเสริมด้วยครับ)
ตอบ จากโจทย์คำตอบหาไม่ได้ถูกแล้วครับ เป็นการหลอกให้คิดตามเฉยครับ (เป็นนโยบายการนำเข้าเรื่องต่อครับ)
ถ้าบริษัทมีหนี้น้อยและเล็งเห็นว่าการก่อหนี้ครั้งหนี้ของบริษัท จะสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า ต้นทุนของเงินทุน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีครับ
* ต้นทุนของเงินทุนประกอบไปด้วย ต้นทุนดอกเบี้ยของเงินกู้และ ต้นทุนจากอัตราความคาดหวังผลตอบแทนในส่วนของผู้ถือหุ้น
การจ่ายปันผลมาแล้วขยายกำลังการผลิตด้วยการกู้ อาจจะเป็นการสร้างความมั่งคั่งให้แก่ผู้ถือหุ้นได้มากกว่า
บางครั้งกิจการที่มีเงินสดแต่ไม่ยอมปันผลออกมาให้ผู้ถือหุ้นซะบ้างก็จะเป็นการทำลายความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นได้
และบางทีการเป็นหนี้ก็ไม่ใข่เรื่องที่เสียหายถ้าหนี้ที่กิจการสร้างแล้วกิจการสามารถควบคุมหนี้นั้นได้
และประโยชน์อีกอย่างของหนี้คือจะไปทำให้กิจการเสียภาษีน้อยลงด้วย เพราะดอกเบี้ยเป็นค่าใช้จ่ายก่อนเสียภาษี
และการที่กิจการไม่ปันผลออกมาก็จะเท่ากับเป็นการสร้าง BV มากๆนั้น BVที่มากขึ้นก็จะทำลายไปผลตอบแทนของผู้ลงทุนในระยะสั้นๆได้
เสริม >>>
* แต่ในระยะยาวกรณีที่กิจการเก็บ RE ไว้ในรูปของ Cash หรือ Short-Term Investment ไว้เยอะๆนั้น ถ้ากิจการนำสภาพคล่องส่วนนี้ปันผลออกมา
ในงวดปีใดก็อาจทำให้ผลตอบแทนของผู้ลงทุนพุ่งได้สูงขึ้นมาเหมือนกัน
แต่ถ้ากิจการนำสภาพคล่องส่วนเกินนั้นไปลงทุนต่อ ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นถ้าผลตอบแทนจากเงินลงทุนนั้นไม่ดี (ถ้าดีน่าจะขยายไปนานแล้ว)
อาจใช้ทางเลือกให้กิจการซื้อหุ้นคืนน่าจะเป็นนโยบายที่ดีกว่า

ฮั่นแน่ ชักสนใจเรื่อง ต้นทุนของเงินทุนแล้วสิ ตอนนี้ผมก็กำลังอ่านเรื่องนี้อยู่พอดีครับ ผมว่าเรื่องต้นทุนของเงินทุนมีประโยชน์นะครับ
ตอนนี้อ่านไปก็งงไปครับ พี่ๆที่รู้เรื่องต้นทุนของเงินทุนดี เตรียมตัวตอบคำถามได้แล้วนะครับ
พี่วิบูลย์กับพี่มน รอดตัวไปครับ แต่ครั้งต่อไปไม่แน่ครับ :lol:
ขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆที่ให้ความสนใจและได้คิดตามสำหรับคำถามที่ผมเสนอทุกคนครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Wvix
Verified User
โพสต์: 124
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 982

โพสต์

อ้าวผมตาถั่วอ่านตกกระทู้ของพี่ Thebing ไปได้ไงเนี่ย นึกว่าอธิบายเรื่อง Economic Profit ต่อ สงสัย...มากไป
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 983

โพสต์

รอดตัวไปงานนี้

ขอลิงค์กระทู้ที่ผมและท่านอื่นๆตอบคุณ NOS จาก Pantip ที่ถามมา
เอาไว้อ่านเล่นครับ

http://www.thaivalueinvestor.com/webboa ... 2&start=30

สวัสดีครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ch_army
Verified User
โพสต์: 1352
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 984

โพสต์

โอโฮ้ ไม่ได้เข้ามาไม่กี่วัน ทำไมดูห้องนี้คึกคักจัง แถมมีประเด็น ความรู้เพิ่มด้วยแฮะ
http://inspirationword.blogspot.com

-กำลังใจ มีอยู่ในตัวคุณ-
-พัฒนาทัศนคติ สู่ชีวิตแห่งชัยชนะ-
ภาพประจำตัวสมาชิก
Wvix
Verified User
โพสต์: 124
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 985

โพสต์

มีคำถามเก่าๆมาย้อนถามพี่ Thebing ครับ เพราะเพิ่งอ่านจริงๆ
สรุปแล้ว
ROIC = NOPAT / Invested Capital ใช่บ่
* NOPAT = EBIT( 1 - t )
Invested Capital = Op. Working Capital + Fixed Assets ใช่บ่
Economic Profit = (ROIC-WACC)*Invested Capital
ที่ผมอ่านมา EVA = NOPAT - Operating Capital * WACC
* Operating Capital = เงินกู้ระยะสั้นที่ต้องชำระดอกเบี้ย + เงินกู้ระยะยาว + Preferred Stock + Common Stock + Retained Earning
* Operating Capital = Debt + Equtiy
ถ้าข้างบนถูกต้องทั้งหมด
ดูยังไง Economic Profit ก็ไม่น่าเท่ากับ EVA นะครับ
แต่เจ้า Invested Captital = Operating Capital
EVA ก็จะเท่ากับ Economic Profit
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 986

โพสต์

WVix wrote:
มีคำถามเก่าๆมาย้อนถามพี่ Thebing ครับ เพราะเพิ่งอ่านจริงๆ
สรุปแล้ว
ROIC = NOPAT / Invested Capital ใช่บ่
* NOPAT = EBIT( 1 - t )
Invested Capital = Op. Working Capital + Fixed Assets ใช่บ่
Economic Profit = (ROIC-WACC)*Invested Capital
ที่ผมอ่านมา EVA = NOPAT - Operating Capital * WACC
* Operating Capital = เงินกู้ระยะสั้นที่ต้องชำระดอกเบี้ย + เงินกู้ระยะยาว + Preferred Stock + Common Stock + Retained Earning
* Operating Capital = Debt + Equtiy
ถ้าข้างบนถูกต้องทั้งหมด
ดูยังไง Economic Profit ก็ไม่น่าเท่ากับ EVA นะครับ
แต่เจ้า Invested Captital = Operating Capital
EVA ก็จะเท่ากับ Economic Profit
สูตรเดียวกันแหละ อย่าลืมว่า debt + equity ก็จะเท่ากับ asset ในพื้นฐานบัญชีก็ยังใช้ได้ในการคำนวนแบบ economic profit ดังนั้นไม่ว่าคำนวนเงินลงทุนด้วยเงินที่ได้จัดหามา (ฝั่ง debt + equity) หรือ ฝั่งที่ลงทุนไป (operating working capital + fixed asset) ก็จะเท่ากันครับ

สิ่งที่ทำให้ EVA ไม่เท่ากับ economic profit ตามที่ผมเข้าใจคือ การปรับการลงบัญชีบางอย่างของ EVA ที่คุณ Stern & Stewart เรียกว่า Equity Equivalences (EEs) ต่างหากที่ทำให้มันไม่เท่ากัน

ตัวอย่างของ EE ของ EVA ก้อเช่นค่า R&D ที่ตัดจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน จริงๆ เค้าบอกว่ามันเป็นการลงทุนไม่ใช่ค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงควรนำมาคิดเป็นฐานของ invested captial ด้วย

ตัวอย่าง EE อื่นๆ เช่น LIFO reserve (เมืองไทยไม่มีเพราะ ไม่ได้ใช้ LIFO) เงินภาษีค้างจ่าย (ลงเป็นหนี้สิน แต่จริงๆ เป็นภาระผูกพันที่ไม่เสียดอกเบี้ย ต้องคิดเป็นส่วนนึงของ Invested capital ด้วย) การสำรองต่างๆ เช่น ค่าสำรองหนี้เสีย ค่าสำรองสินค้าคงคลังด้อยคุณภาพ (ไม่ใช้เกณฑ์เงินสด ต้องบวกกลับลงใน invested capital)

ในหนังสือเกี่ยวกับ EVA น่าจะมีเรื่อง EE ครับ ลองไปอ่านดูแล้วจะรู้ว่า งบการเงินมันมี trick เยอะครับ
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 987

โพสต์

ขอโฆษณาหน่อย
เมื่อวานได้หนังสือมาสองเล่มครับ

เล่มนึงชื่อ Valuation ของ Mckinsey ที่คุณ Ayethebing แนะนำ

อีกเล่มชื่อ If it's raiing in Brasil, Buy Starbuck ที่คุณ Mon Money แนะนำ

เล่มแรก 3,000 บาท ขนาดเท่า น้องๆ เอนไซโคปิเดีย
อีกเล่มเป็นปกอ่อน ราคา 650 บาท
ซื้อที่ Asiabook นี่เอง
แต่ยังไม่ได้อ่านครับ แถมสั่งหนังสือมาจาก Amazon อีกหลายเล่ม
สงสัยงวดนี้จะหมดหลายตังค์
ปีนี้ผมคงมี"อาหาร"อ่านไปทั้งปี สบายๆ

ผมว่าถ้าผมอ่าน Valuation แล้วคงเข้าใจที่คุณ Ayethebing โพสไว้มากขึ้น
รู้สึกว่าจะเป็นเล่มเดียวกันนะครับ ถ้าจำไม่ผิด
เมื่อวานพลิกๆดูก็เห็นมีอยู่หลาย"สูตร"คุ้นๆ

รายละเอียดการคำนวณมีมากเลยครับ
เพราะเป็นการหามูลค่ากิจการโดย Consultant เพื่อเป้าหมาย M&A
เรียกว่าเป็นตำราเล่มหนาเหมือน Textbook ไม่มีผิด
ใครแพ้ Textbook อย่าไปจับนะครัย เดี๋ยวอาการกำเริบ

เอาล่ะ ตอนนี้ตลาดกำลังผันผวน เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง
ผมขอแนะนำอย่างนี้แล้วกันครับ
ต้อง"ทำใจให้สงบ" ครับ

ถ้าจิตใจฟุ้งซ่านก็เลิกดูหุ้นไปเลยสักสองสามเดือน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่

ถึงตอนนั้น อะไรๆก็น่าจะดีขึ้นครับ

ตอนนี้ ผมต้องบอกตัวเองว่า ผมจะไม่ปรับพอร์ตอีกแล้วจนสิ้นปี
เพราะไม่งั้นมันคันมือคันไม้ จะปรับพอร์ตให้ได้
ราคาบางตัวน่าจับเหลือเกิน
เพื่อไม่ให้จิตใจหวั่นไหว เลยต้อง"สะกดจิต"ตัวเองให้เลิกยุ่งกับพอร์ตตัวเอง
ไม่งั้นจะเละกว่านี้

ไว้ปลายปีค่อยมาดูกันว่า เรา"คิด"ถูกหรือคิดผิด
ถ้าคิดผิดก็มีเวลาตั้งตัวอีกหนึ่งปี ก่อนที่จะต้องไปขาย"เต้าฮวย"

เอาล่ะครับ ไร้สาระมาพอสมควร
ก็ขอให้โชคดีในการลงทุนทุกท่านครับ

สวัสดีครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 988

โพสต์

ใช่ครับ คุณวิบูลย์เล่มเดียวกันเลย ผมชอบตรงที่มันไม่ได้อธิบายแค่เรื่องการหามูลค่า แต่เน้นที่การวัด performance ด้วยครับ และอธิบายได้ว่ามูลค่านั้นมาจากอะไร

สารภาพว่ามีบางส่วนยังไม่เข้าใจเต็มร้อย แต่ว่างๆ ก็หยิบขึ้นมาอ่านก็ได้อะไรใหม่ๆ ทุกทีครับ

แล้วซือแป๋อ่าน Quest for Value ยังครับ เรื่องของ EVA ล้วนๆ

ผมยังอ่าน Common stock, uncommon profit ไม่จบเลยสารภาพ มัวแต่ไปอ่านนิยายจีนอยู่อะ :oops:
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 989

โพสต์

ยังไม่มีครับ หนังสือ Quest for Value
ตอนนี้ของในสต๊อคยังไม่อ่านไม่จบเล้ย

ผมอยากจะโซ้ย Security Analysis ให้จบก่อนเริ่มเล่มอื่น
เพราะอ่านไปได้สี่ห้าบท ต้องวาง ไม่ไหวจริงๆ
อ่านเล่มอื่นง่ายกว่ากันเยอะ

ใครอ่านจบ ผมต้องปรบมือให้

ว่าแต่ว่า อาจารย์ Ayehtebing เอานิยายกำลังภายในจีนมาใช้ในการลงทุนได้อย่างไรบ้างครับ
ผมว่าน่าสนใจนะ ลอง Sample มาให้ดูหน่อยดิ
จะได้รู้ว่าเป็น"แฟนพันธุ์แท้"นิยายกำลังภายใน จิงป่าว
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์ที่ 990

โพสต์

เหอะ ๆ

มีคนเปรียบ VI ประดุจศิษย์ฝ่ายลมปราณ และ VS ประดุจศิษย์ฝ่ายกระบี่
สำนักหัวซานหรือฮั๋วซัว

ผมเคยคุยเรื่องนี้กับคุณปีเตอร์ชางเกือบปีมาแล้วครับ เรื่องนี้

งักปุกคุ้งเคยกล่าวไว้ว่า "ฝ่ายกระบี่เริ่มต้นเร็ว เรียนง่าย ประสบความ
สำเร็จเร็ว ในขณะที่ฝ่ายลมปราณเริ่มต้นเชื่องช้า แต่สิบปีให้หลังจะ
ทิ้งฝ่ายกระบี่ไม่เห็นฝุ่น"

แต่เหล็งฮู้ชง พระเอกของเรื่องกลับโดดเด่นในด้านกระบี่ ลมปราณ
อ่อนด้อย

แต่งักปุกคุ้งกลายเป็นผู้ร้ายเอกไปซะนี่ แถมตัวเองท้ายสุดยังไปฝึกกระบี่
เพื่อเป็นเจ้าสำนักห้าบรรพตเสียอีก

ว่าไงครับ ศิษย์ฝ่ายลมปราณ

เหอะๆ

ปล. ไม่ได้ยุให้ตีกันนะครับ เป็น constructive debate ครับ