
63 ปีพาดหัวข่าว เราผ่านวันและคืนเหล่านั้นมาได้อย่างไร
มีโอกาสได้ไปงานเปิดตัวหนังสือเล่ม(หนัก)มโหฬารล่าสุด
จากสำนักพิมพ์บางกอกโพสต์ เมื่อคืนนี้ที่โรงแรมหรูแถวราชดำริ
เป็นหนังสือรวบรวมหัวข้อข่าวภาษาอังกฤษตั้งแต่ปี 1946 (พ.ศ.2488)
จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 63 ปี
นั่นก็คือ Chronicle of Thailand
รับรู้มาว่า ผู้จัดพิมพ์เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้
มีความชำนาญด้านการทำChronicle เป็นอย่างยิ่ง
เพราะทำมาหมดแล้วทั้งในสิงคโปร์ มาเลย์เซีย
จึงเอาประสบการณ์เดียวกันมาต่อยอดในเมืองไทย
ทำไมถึงเริ่มที่ปี 1946
หลายคนอาจนึกฉงน ตอบง่ายๆเพราะเป็นปีที่บางกอกโพสต์
ออกหนังสือพิมพิ์ภาษาอังกฤษฉบับแรกในไทย
แต่นัยที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ก็คือเป็น 63 ปีของผู้เฝ้ามองประเทศไทย
ดั่งสายตามารดาทีแลลอดความเปลี่ยนแปลงในแง่มุมต่างๆของบ้านเมือง
แล้วถ่ายทอดข้อเท็จจริงให้ลูกๆในรุ่นต่อมารับทราบ
ทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม
ล้วนสะท้อนประวัติศาสตร์ของสังคมไทยในแบบฉบับพาดหัวข่าว
ไม่มีการสอดแทรกความคิดเห็นใดๆ
ปล่อยให้คนอ่านย้อนระลึกและซึมซาบอดีตเอาเอง
(ซี่งอาจจะยังไม่เกิดหรือเกิดแล้วยังไม่รู้ความ)
ทั้ง สุขสม เกษมสันติ์ ตลกขื่นๆ สลดเศร้า หดหู่ หม่นหมอง
ไม่ว่าจะเกิด จะเป็นอย่างไรต่อไป ประเทศก็ยังคงอยู่ต่อไปได้
เช่นเดียวกับชาวสยามที่ชาชินกับอารมณ์ของประเทศ
ตั้งแต่ยุคสงครามเย็นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ผ่านมาถึงยุคสงครามเวียดนาม อินโดจีน
บาดแผลจากสงครามการเมือง 14 และ 6 ตุลาคม
ประชาธิปไตยบังเกิด ครึ่งใบ เต็มใบ และก้อไม่รู้ว่าอะไร...
พาดหัวข่าวพร้อมรูปภาพในหนังสือเล่มหนักเกือบ 3 กิโลกรัม
เนื้อหาเกือบครึ่งไม่พ้นเรื่องราวของวีรกรรม วีรประวัติของบุคคลสำคัญของประเทศ
ทั้งเรื่องราวของพระราชวงศ์ คณะรัฐมนตรี นักการเมืองและคนใหญ่คนโตสมัยนั้นๆ
แต่ที่กูรูชอบกลับเป็นเกร็ดเรื่องราวเล็กๆที่ไม่มีใครอ้างอิงถึงหรือถูกละเลย
จนลืมไปแล้ว
เช่น ใครรู้บ้างมั้ยว่าแม่โขง(เหล้านะ ไม่ใช่แม่น้ำ)
เป็นกิจการเหล้าของรัฐบาลที่ทำรายได้ดีมาก
จนรัฐต้องเปิดให้มีการประมูล (เพราะรัฐไม่ควรดำเนินกิจการผิดศีลเช่นนี้)
วันดีคืนดีก็มีคนเอาสูตรลับของเหล้าไปผสมเป็นเหล้าเถือนออกมาตีแม่โขงเอง
( 6 September 1949)
ใครว่าคนไทยไม่อร่อยกับเนื้อน้องหมา
โรงงานผลิตแล่เนื้อน้องหมาดำเนินงานเป็นล่ำเป็นสัน
น้องหมาทุกตัวมีค่า 1 บาท เมื่อนำมาส่งถึงโรงแล่
จนกระทั่งสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม
ประกาศเลิกการรับประทานเนื้อเก้งเอ๋ง
ด้วยว่าเป็นสิ่งที่อารยะประเทศไม่กินกัน
มีการประกาศรับประทานเนื้อเก้งเอ๋งเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย
โรงงานแล่น้องหมาก็ต้องหยุดดำเนินการ
( 24 June 1950)
เซ็นทรัลชี้นำแนวโน้มใหม่ของการช้อปปิ้ง
จากความสำเร็จของห้างเซ็นทรัลสาขาแรกซึ่งเป็นตึกแถว
ตั้งอยู่บริเวณตรอกโอเรียนเต็ลและถนนเจริญกรุง
ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของสินค้านำเข้าและการจัดหน้าร้านที่ดึงดูดใจ
จนนำไปสู่การขยายร้านใหญ่ขึ้นที่เยาวราช วังบูรพาตามลำดับ
นับเป็นรูปแบบการค้าใหม่ที่มีป้ายติดราคาตายตัว ไม่มีการต่อรอง
( 31 ธันวาคม 1950)
สะพานใหม่เชื่อมเมืองกรุงเทพและป่ารกธนบุรี
(คือสะพานซังฮี้ปัจจุบัน)
เพื่อย่นย่อระยะทางระหว่างเมืองและป่าตรงถนนราชวิถีฝั่งกรุงเทพ
และจรัลสนิทวงศ์ฝั่งธนบุรี
( 7 มีนาคม 1958)
พายุ Harriet ฆ่าคนตายกว่า 672 คนที่แหลมตะลุมพุก นครศรีธรรมราช
นับเป็นวาตภัยครั้งร้ายแรงของคนไทยชาวใต้
สร้างความเสียหายกว่า 206 ล้านบาท ( 27 October 1962)
ห้างไทยไดมารูสร้างความตะลึงแก่คนกรุง
ด้วยบันไดเลื่อนตัวแรกของไทย ( 10 ธันวาคม 1964)
เศรษฐีรถเบ็นซ์ นายเล็ก วิริยะพันธ์ เจ้าของธนบุรีพาณิชย์
เริ่มงานสร้าง ดีสนียแลนด์ในแบบฉบับคนไทย (เมืองโบราณ)
บนถนนไฮย์เวย์สุขุมวิทกิโลเมตรที่ 33 บริเวณ 500 ไร่
เพื่อให้เป็นอุทยานประวัติที่ชวนจดจำ
นายเล็กได้ซื้อที่ดินมาในราคา 20 ล้านบาท
โดยตอนแรกวางแผนจะสร้างเป็นสนามกอล์ฟ
แต่เพราะสภาพดินที่หยาบ
จึงเปลี่ยนใจมาทำเมืองโบราณแทน
( 26 เมษายน 1966)
อะหา รถไฟรางเดี่ยวแบบที่เยกว่า Monorail
ใช่ว่าจะเพิ่งคิดกันสมัยนี้เสียเมือ่ไหร่
เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน บริษัทฝรั่งเศส ได้เข้ามาทำ Fease ไปแล้ว
ทางเราเองก็ดูเหมือนจะเออออห่อหมกปลาช่อนไปด้วย
แต่ไหงกลับเงียบๆไป
กระทั่งโผล่มาอีกทีเมื่อการจราจรติดงั้กเมื่อปี 1999 นี้เอง
( 17 November 1970)
และอีกสารพัดเรื่องราวมากมาย
ที่เพื่อนๆหาอ่านได้ไม่รู้เบื่อเลย
(พาดหัวสุดท้าย คือการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ
เมื่อเดือนมิถุนายน ปีนี้เอง)
วางขายในร้านหนังสือทั่วไปแล้ว เล่มล่ะ 1450 บาท
คุ้มค่ามากๆ
กับความหนาเกือบ 2 นิ้ว
กับพาดหัวข่าวมากถึง 2,073 หัว
กับประวัติศาสตร์ความเป็นไปของประเทศ
กับคืนและวันที่แปรเปลี่ยน
เราอยู่กันมาได้อย่างไรจนถึงเดี๋ยวนี้
และก็คงจะอยู่กันจนเบื่อไปอีกข้างล่ะน้า.... :lol: