ถีบไป เพื่อสมาธิ
- Tsurumi
- Verified User
- โพสต์: 268
- ผู้ติดตาม: 0
ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 1
100 โลแรก อะไรก็งามไปหมด วันแรก
ผมลองถีบจักรยานทางไกลดูเพื่อหาประสบการณ์และความสุข มีเพื่อนๆพี่ๆถนัดด้านนี้ช่วยแนะนำด้วยครับ วันแรก 100 กว่าโล ออกแต่ 6 โมงเช้ากะว่า จะหยุดสักบ่าย 3 มันก็ไม่ถึงที่จะพักเสียที จนต้องไปถึงเอา 19.30 กำลังที่สะสมมาก่อนก็หมด แ่ต่เป็นพื้นที่ราบเรียบ ผ่านสองสามอำเภอ ตามทางหลวงจังหวัดหรือ อบต. (ที่มีเลขถนน 3-4 ตัวขึ้นไป) สวยงามมากครับ แต่เป็นที่ไร่นา ข้าวสวยงามมากๆ เหมือนแปลงพี่อาทิตย์ในทีวีเลยที่เหนื่อยมาก็ลืมหมด ยังไม่ขึ้นเขา ผมมีปัญหาต่อไป เรื่องพี่ใหญ่คุมทางสี่ขาทั้งหลาย พวกสี่ขาบ้านนอกทำงานยอดแบบเหนือรูปแบบกองโจร จะรุมกัดเราแบบไม่ให้กัดไม่ให้ผ่าน
ผมลองถีบจักรยานทางไกลดูเพื่อหาประสบการณ์และความสุข มีเพื่อนๆพี่ๆถนัดด้านนี้ช่วยแนะนำด้วยครับ วันแรก 100 กว่าโล ออกแต่ 6 โมงเช้ากะว่า จะหยุดสักบ่าย 3 มันก็ไม่ถึงที่จะพักเสียที จนต้องไปถึงเอา 19.30 กำลังที่สะสมมาก่อนก็หมด แ่ต่เป็นพื้นที่ราบเรียบ ผ่านสองสามอำเภอ ตามทางหลวงจังหวัดหรือ อบต. (ที่มีเลขถนน 3-4 ตัวขึ้นไป) สวยงามมากครับ แต่เป็นที่ไร่นา ข้าวสวยงามมากๆ เหมือนแปลงพี่อาทิตย์ในทีวีเลยที่เหนื่อยมาก็ลืมหมด ยังไม่ขึ้นเขา ผมมีปัญหาต่อไป เรื่องพี่ใหญ่คุมทางสี่ขาทั้งหลาย พวกสี่ขาบ้านนอกทำงานยอดแบบเหนือรูปแบบกองโจร จะรุมกัดเราแบบไม่ให้กัดไม่ให้ผ่าน
-
- Verified User
- โพสต์: 2595
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 2
วันนี้พี่มาหยุดที่นครศรีเปล่าครับ
เห็นทีมจักรยานชุดใหญ่ขับมาจากทางใต้เเละเเวะมากินข้าวที่ที่ทำงานผม

เห็นทีมจักรยานชุดใหญ่ขับมาจากทางใต้เเละเเวะมากินข้าวที่ที่ทำงานผม
คนเราจะมีความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเท่าไร เเต่ขึ้นกับว่า เราพอเมื่อไร
~หลวงพ่อชา สุภัทโท~
o
~หลวงพ่อชา สุภัทโท~
o
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1111
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 3
ปั่นจากไหนไปไหนครับ อยากรู้ด้วย ผมอยากปั่นมานานแล้วแต่ไม่ได้ปั่นซะทีเพราะยังอยู่ กทม ไม่อยากปั่นสูดควันพิษแถวนี้รู้สึกร่างกายยิ่งอ่อนแอลงกว่ากินนอนเฉยๆซะอีก กลับไปอยู่ภูเก็ตเมื่อไรจะซื้อหมอบสักคัน
ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง
- Tsurumi
- Verified User
- โพสต์: 268
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 4
100กว่าโลวันที่สอง ขออนุญาตสรุปย่อเพื่อขอคำแนะนำจากพี่ๆทั้งหลาย
1. อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจหมา
เนื่องจากผมออกเช้าซึ่งอากาศดีไม่มีแดดจ้า. ถีบปั่นควรเป็น 6-10AM & 3-6 PM. ตีห้าครึ่งเช็คเอ้าท์จากรีสอร์ทก็เจอพี่สี่ขาสูงประมาณหัวเข่างับที่เท้าปากซอยรีสอร์ท ยังมืดอยู่ จอดดูไม่มีเลือดไม่เห็นแผลก็ถีบต่อ ใช้เส้นทางวังสามหมอ (อุดรธานี)-พังโคน (สกลนคร)ถนน# 227 ก่อนหกโมงเช้าครึ่งมีรถมอไซด์หรือรถแม่ค้าตลาดยังน้ยังมีหรือสลัว พวกบิ้กไซ้ต์สี่ขานี่สุดยอด จะมีมาจากร้านขายของปั้มน้ำมัน ร้านซ่อมจิปาถะ กลางวันไม่มีพิษสง พอตกกลางคืนเป็นได้เรื่อง พรรคสี่ขาจะทำงานเป็นพรรคจริงๆ สองตัวจากร้านนี้อีกสองจากติดกันอีกสามจากฝั่งตรงข้าม ผมไปคนเดียวก็เข้าตำราหมารุมหนึ่งทันที ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น ต้องหยุดจักรยานทันทีลงจากรถ กระทืบเท้า เป็นอย่างนี้เกือบสิบครั้งกว่าตะวันขึ้นแล้วแก๊งสี่ขาค่อยลดบทบาท เลยเจ็ดโมงเขาหยุดกร้าวร้าว จะเริ่มอีกก็หลังหกโมงเย็นมืดอีกครั้ง. ขอบถนนก็ปัญหาคือ ถ้าพวกของกรมทางหลวงมีเลข 1-2ตัวนอกเส้นขาว(ขอบถนน)จะกว้างสองเมตรพอให้รถอีแต๋นและจักรยานวิ่งได้สบาย ถนนจังหวัดจะมีขอบแคบประมาณหนึ่งเมตรแถมยังชำรุดพัง ฝนตกมองไมออกว่าขอบทางเรียบหรือหลุม คุณไม่มีทางเลือกเพราะเลนในรถใหญ่อยู่ข้างคุณ
ความสวยงาม: สวยมากครับ 20 โลหลังวังสามหมอเป็นภูเขาเป็นที่ดิน สปก. ทำเป็นสวนยางพารา ตะวันขึ้นตอนเช้า มีไอน้ำระเหยบนยอดภูพาน มีควันไฟที่ชาวบ้านก่อทำกับข้าวจากกระท่อมปลายนา เหมือนภาพวาดสีนำ้มันที่เคยผ่านตา แต่นี่คือภาพชีวิตที่ให้เราจินตนาการได้ไม่สิ้นสุด เคยจำคำพูด(ไม่ทราบว่าใคร). บอกว่า เมื่อเห็นภาพวาดจิตรกรแล้วคุณเข้าใจอ่านออกว่าสื่อถึงอะไรนั้น มันไม่ใช่จุดสุดยอด. แต่ถ้าคนมองภาพแล้วมีจินตนาการ สร้างความคิดปลุกแนวมองใหม่ให้ตัวเอง ต้องยังงั้นถึงถึงเรียกว่าสุดยอด ถึงว่ามองภาพของปิกัสโซ่หรือ ดัลลี่ไม่เข้าใจสักที กลับมามองภาพควันไฟจากกระท่อมปลายทุ่ง ทำให้เข้าใจ หรือพยายามเข้าใจชีวิตของเรา ของเขาและธรรมชาติได้ชั่วขณะ. กำลังหมดแรงปั่นสองร้อยเมตรก่อนลงเขา หมดแรงจริงๆครับ นั่งพักที่ข้างทางถามชาวบ้านบอกว่าอีกหน่อยก็หมดเขาแล้ว แล้วก็จริง จากตำบลผาสุกก็ลงเขาสามโลลงอย่างเดียวไม่ต้องถีบเลย อย่างนี้หายาก กำลังขากลับมาอีก เพราะเนินเขามาก จูงมากก็ไม่เสียดายเวลา เพราะจูงก็ได้ปรับจังหวะขาเปลี่ยนอิริยาบทดูวิวทิวทัศน์ไปด้วย ถึงพังโคนเที่ยงกว่า ก่อนถึงพังโคนก็แวะคารวะอนุสรณ์สถานวีรบุบุรุษต่างความคิด "นาครทาส". เจ้าของรหัส 050509 ที่บ้านหนองกุง อ. วาริชภูมิ อยู่ตีนภูพานเหมือนเนื้อเพลงมาก เห็นสถานที่แล้ว บอกได้คำเดียวคับว่า "กินใจ" มาก จนทำให้ต้องนั่งพักเหนื่อยและนั่งย้อนอดีตคนถีบหนึ่งชั่วโมงเต็ม
1. กลางคืนไม่ควรถีบ อันตรายมาก
ออกจากพังโคนก็บ่ายสองแล้ว ต้องไปอีก60โลจะถึงที่พักที่อ. บ้านม่วงที่นัดไว้ ทางเรียบ ทางดำหมด (ภาษาถิ่น: ทางดำคือ ลาดยางแอสฟัลท์) มาถึงวานรนิวาสก็ไม่มีปัญหา มีซ่อมผิวถนนลาดยางทับไปใหม่หลายจุดตลอดอาทิตย์ที่ผมผ่าน (งบอัดฉีดเศรษฐกิจ) ปัญหาเกิดเมื่อฝนมา เมื่อวานกับเช้านี้ไม่เจอ มาเร็วและแรงมาก คล้ายว่าเทวดาท่านปล่อยฟ้าทะลุ มีชุดคลุมฝนเราไม่กลัว เสียฟอร์มตรงใช้ถุงพลาสติกคลุมรองเท้า รัดยังไงก็เอาไม่อยู่ สังเกตุว่าเท้าหนักมากๆ น้ำเข้ารองเท้าถุงเท้าครบเต็มนำ้ ถีบต่อทั้งๆที่เต็ม หกโมงเย็นครึ่งเหลืออีก15โล ฝนเริ่มหาย มหัศจรรย์อันดับสองตามมา แมลงทุกชนิด อุปกรณ์ป้องกันไม่เตรียมมา ปากปิดได้ ตาก็มีระบบอัตโนมัติของมัน ช่องเดียวที่สบายแมลงคือรูจมูก ถ้าปิดก็หายใจทางปากคงไม่ได้ อาจจำภาพหนังดิเอ็กโซซิสไม่ได้ ก็ต้องมองภาพขับรถผ่านมหาชัยไปปากท่อช่วงหกโมงถึงสองทุ่มก็แล้วกัน เหมือนมาก เหตุเพราะสองข้างทางมีน้ำ/ทุ่งนา ผ่านหมู่บ้านหลายแห่งแต่แก๊งสี่ขาไม่มาก ถึงจุดหมาย19.รวมทั้งวัน 100โลต้นๆ
ความงาม: จากพังโคนไปบ้านม่วงจะเป็นที่ราบที่มีผู้อพยกไปอยู่ตั้งหมู่บ้านจากร้อยเอ็ด/ยโสธร เห็นข้อมูลเกษตรว่า ร่องกดอากาศจากบ้านม่วง คำตากล้า ศรีวิลัยจะทำให้ฝนชุกถั่วเฉลี่ยมากกว่าที่ระนอง (ลองค้นดูครับ) ดินก็ดีพิเศษเทียบย่านเดียวกัน จึงเป็นเหตุ มีการโยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดล่างๆมาถิ่นนี้มาก (ช่วงสงครามกองโจร) ที่เราเห็นก็คือสวนยางเต็มไปหมด ทั้งทุนไทย ทุนเทศ(อยู่นอกแต่ส่งปัจจัยให้ญาตซื้อสวนยาง) ทุนนักการเมืองจากใต้ ข้าวนาก็เขียวงามไม่แล้งฝนเหมือนที่อื่นในอิสานที่ผมผ่านมาสองสามวันที่แล้ว (ผมพักเอาแรงหนึ่งวัน เจ้าภาพเลยพานั่งปิกอัพชมป่าชมทุ่งนาวันรุ่งขึ้น)
ตอบคุณ sakkaphan & คุณ Torpongsak: ผมไม่แวะนครศรีฯครับ ผมกำลังหัดจึงขอวิธีดีๆจาก้พื่อนๆพี่ๆ เส้นทางแรกคือ ขอนแก่น-ซำสูง-วังสามหมอ-พังโคน-บ้านม่วง-พังโคน-กุดบาก-นาคู - สมเด็จ - กาฬสินธุ์
- ขอนแก่น
1. อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจหมา
เนื่องจากผมออกเช้าซึ่งอากาศดีไม่มีแดดจ้า. ถีบปั่นควรเป็น 6-10AM & 3-6 PM. ตีห้าครึ่งเช็คเอ้าท์จากรีสอร์ทก็เจอพี่สี่ขาสูงประมาณหัวเข่างับที่เท้าปากซอยรีสอร์ท ยังมืดอยู่ จอดดูไม่มีเลือดไม่เห็นแผลก็ถีบต่อ ใช้เส้นทางวังสามหมอ (อุดรธานี)-พังโคน (สกลนคร)ถนน# 227 ก่อนหกโมงเช้าครึ่งมีรถมอไซด์หรือรถแม่ค้าตลาดยังน้ยังมีหรือสลัว พวกบิ้กไซ้ต์สี่ขานี่สุดยอด จะมีมาจากร้านขายของปั้มน้ำมัน ร้านซ่อมจิปาถะ กลางวันไม่มีพิษสง พอตกกลางคืนเป็นได้เรื่อง พรรคสี่ขาจะทำงานเป็นพรรคจริงๆ สองตัวจากร้านนี้อีกสองจากติดกันอีกสามจากฝั่งตรงข้าม ผมไปคนเดียวก็เข้าตำราหมารุมหนึ่งทันที ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น ต้องหยุดจักรยานทันทีลงจากรถ กระทืบเท้า เป็นอย่างนี้เกือบสิบครั้งกว่าตะวันขึ้นแล้วแก๊งสี่ขาค่อยลดบทบาท เลยเจ็ดโมงเขาหยุดกร้าวร้าว จะเริ่มอีกก็หลังหกโมงเย็นมืดอีกครั้ง. ขอบถนนก็ปัญหาคือ ถ้าพวกของกรมทางหลวงมีเลข 1-2ตัวนอกเส้นขาว(ขอบถนน)จะกว้างสองเมตรพอให้รถอีแต๋นและจักรยานวิ่งได้สบาย ถนนจังหวัดจะมีขอบแคบประมาณหนึ่งเมตรแถมยังชำรุดพัง ฝนตกมองไมออกว่าขอบทางเรียบหรือหลุม คุณไม่มีทางเลือกเพราะเลนในรถใหญ่อยู่ข้างคุณ
ความสวยงาม: สวยมากครับ 20 โลหลังวังสามหมอเป็นภูเขาเป็นที่ดิน สปก. ทำเป็นสวนยางพารา ตะวันขึ้นตอนเช้า มีไอน้ำระเหยบนยอดภูพาน มีควันไฟที่ชาวบ้านก่อทำกับข้าวจากกระท่อมปลายนา เหมือนภาพวาดสีนำ้มันที่เคยผ่านตา แต่นี่คือภาพชีวิตที่ให้เราจินตนาการได้ไม่สิ้นสุด เคยจำคำพูด(ไม่ทราบว่าใคร). บอกว่า เมื่อเห็นภาพวาดจิตรกรแล้วคุณเข้าใจอ่านออกว่าสื่อถึงอะไรนั้น มันไม่ใช่จุดสุดยอด. แต่ถ้าคนมองภาพแล้วมีจินตนาการ สร้างความคิดปลุกแนวมองใหม่ให้ตัวเอง ต้องยังงั้นถึงถึงเรียกว่าสุดยอด ถึงว่ามองภาพของปิกัสโซ่หรือ ดัลลี่ไม่เข้าใจสักที กลับมามองภาพควันไฟจากกระท่อมปลายทุ่ง ทำให้เข้าใจ หรือพยายามเข้าใจชีวิตของเรา ของเขาและธรรมชาติได้ชั่วขณะ. กำลังหมดแรงปั่นสองร้อยเมตรก่อนลงเขา หมดแรงจริงๆครับ นั่งพักที่ข้างทางถามชาวบ้านบอกว่าอีกหน่อยก็หมดเขาแล้ว แล้วก็จริง จากตำบลผาสุกก็ลงเขาสามโลลงอย่างเดียวไม่ต้องถีบเลย อย่างนี้หายาก กำลังขากลับมาอีก เพราะเนินเขามาก จูงมากก็ไม่เสียดายเวลา เพราะจูงก็ได้ปรับจังหวะขาเปลี่ยนอิริยาบทดูวิวทิวทัศน์ไปด้วย ถึงพังโคนเที่ยงกว่า ก่อนถึงพังโคนก็แวะคารวะอนุสรณ์สถานวีรบุบุรุษต่างความคิด "นาครทาส". เจ้าของรหัส 050509 ที่บ้านหนองกุง อ. วาริชภูมิ อยู่ตีนภูพานเหมือนเนื้อเพลงมาก เห็นสถานที่แล้ว บอกได้คำเดียวคับว่า "กินใจ" มาก จนทำให้ต้องนั่งพักเหนื่อยและนั่งย้อนอดีตคนถีบหนึ่งชั่วโมงเต็ม
1. กลางคืนไม่ควรถีบ อันตรายมาก
ออกจากพังโคนก็บ่ายสองแล้ว ต้องไปอีก60โลจะถึงที่พักที่อ. บ้านม่วงที่นัดไว้ ทางเรียบ ทางดำหมด (ภาษาถิ่น: ทางดำคือ ลาดยางแอสฟัลท์) มาถึงวานรนิวาสก็ไม่มีปัญหา มีซ่อมผิวถนนลาดยางทับไปใหม่หลายจุดตลอดอาทิตย์ที่ผมผ่าน (งบอัดฉีดเศรษฐกิจ) ปัญหาเกิดเมื่อฝนมา เมื่อวานกับเช้านี้ไม่เจอ มาเร็วและแรงมาก คล้ายว่าเทวดาท่านปล่อยฟ้าทะลุ มีชุดคลุมฝนเราไม่กลัว เสียฟอร์มตรงใช้ถุงพลาสติกคลุมรองเท้า รัดยังไงก็เอาไม่อยู่ สังเกตุว่าเท้าหนักมากๆ น้ำเข้ารองเท้าถุงเท้าครบเต็มนำ้ ถีบต่อทั้งๆที่เต็ม หกโมงเย็นครึ่งเหลืออีก15โล ฝนเริ่มหาย มหัศจรรย์อันดับสองตามมา แมลงทุกชนิด อุปกรณ์ป้องกันไม่เตรียมมา ปากปิดได้ ตาก็มีระบบอัตโนมัติของมัน ช่องเดียวที่สบายแมลงคือรูจมูก ถ้าปิดก็หายใจทางปากคงไม่ได้ อาจจำภาพหนังดิเอ็กโซซิสไม่ได้ ก็ต้องมองภาพขับรถผ่านมหาชัยไปปากท่อช่วงหกโมงถึงสองทุ่มก็แล้วกัน เหมือนมาก เหตุเพราะสองข้างทางมีน้ำ/ทุ่งนา ผ่านหมู่บ้านหลายแห่งแต่แก๊งสี่ขาไม่มาก ถึงจุดหมาย19.รวมทั้งวัน 100โลต้นๆ
ความงาม: จากพังโคนไปบ้านม่วงจะเป็นที่ราบที่มีผู้อพยกไปอยู่ตั้งหมู่บ้านจากร้อยเอ็ด/ยโสธร เห็นข้อมูลเกษตรว่า ร่องกดอากาศจากบ้านม่วง คำตากล้า ศรีวิลัยจะทำให้ฝนชุกถั่วเฉลี่ยมากกว่าที่ระนอง (ลองค้นดูครับ) ดินก็ดีพิเศษเทียบย่านเดียวกัน จึงเป็นเหตุ มีการโยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดล่างๆมาถิ่นนี้มาก (ช่วงสงครามกองโจร) ที่เราเห็นก็คือสวนยางเต็มไปหมด ทั้งทุนไทย ทุนเทศ(อยู่นอกแต่ส่งปัจจัยให้ญาตซื้อสวนยาง) ทุนนักการเมืองจากใต้ ข้าวนาก็เขียวงามไม่แล้งฝนเหมือนที่อื่นในอิสานที่ผมผ่านมาสองสามวันที่แล้ว (ผมพักเอาแรงหนึ่งวัน เจ้าภาพเลยพานั่งปิกอัพชมป่าชมทุ่งนาวันรุ่งขึ้น)
ตอบคุณ sakkaphan & คุณ Torpongsak: ผมไม่แวะนครศรีฯครับ ผมกำลังหัดจึงขอวิธีดีๆจาก้พื่อนๆพี่ๆ เส้นทางแรกคือ ขอนแก่น-ซำสูง-วังสามหมอ-พังโคน-บ้านม่วง-พังโคน-กุดบาก-นาคู - สมเด็จ - กาฬสินธุ์
- ขอนแก่น
- Tsurumi
- Verified User
- โพสต์: 268
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 5
140 โลวันที่สาม สงครามกองโจรเต็มรูปแบบ
เมื่อวานได้พักหนึ่งวันดูสวนยางและฟาร์มสาธิตธุรกิจพอเพียง ได้เห็นเศรษฐียางก่อนราคาตก ได้คำศัพท์มาใหม่หลายคำเช่นเปิดยาง = ต้นกรีดยางได้แล้ว ยางวีโก้ = ยางไม่ได้คุณภาพต้นไม่มียาง เพราะเจ้าของรีบกรีดให้ทันออกรถรุ่นใหม่ ฯลฯ ออกสาย 8โมงเช้าตามทางเก่ากะว่าถึงกุดบากจะหารีสอร์นอนก่อนขึ้นภูพานจริงๆ ถึงกุดบาก ถนน#2218 หกโมงเย็นได้ 120 แล้วควรพัก ออกไปท้ายอำเภอมีรีสอร์ทแห่งเดียว พัดลม 350 แอร์ 450 เต็มหมดแล้ว คำตอบสุดท้ายคือ วัดหรือกระต้อบกลางทุ่งนา รถผมมีไฟเพียงพอถีบกลางคืนได้ อำเภอหน้าคือ อ.ภูพานอีก20โลบนเขา เราไปต่อ สงครามเริ่มเกิดยังไม่มืดดีเลยรถนานๆจะมีสักคัน ความเงียบเข้ามา เพื่อนๆสี่ขาก็ปฎิบัติหน้าที่เหมือนปรกติ พวกเขาจะได้กลิ่นอย่างน้อยสามร้อยเมตรก่อนเราถึงถ้าเราอยู่ต้นลมก็เร็วกว่านั้น ได้กลิ่นแล้วเห่าเราก็พร้อมผจญหน้า มาตรการคือหยุดและลงจากรถเร็วที่สุด ยกไม้พองขึ้น(เตรียมมาแล้ว)กระทืบเท้า เกือบไปสองครั้ง ครั้งแรกลงเนินความเร็วประมาณ10-15km/h ฝนพรำ บ้านแรกสองตัวประตูถัดและถัดๆไปแห่งละหนึ่งสองตัว ครั้งที่สอง ผสมร้อดไวเลอร์สองตัวและเพื่อนๆอีกสูงเกินเข่า หมาเด็กเห่าแต่หมาใหญ่ไม่เห่า พรวดออกมา หยุดรถได้ทันก็เลยยืนคุมเชิงนานมาก เจ้าบ้านหรือเจ้าของจะไม่ออกมายุ่ง (เออยังงี้ก็มีด้วยนา) สองกรณีประชิดกันที่สามเมตร ถ้าลงรถไม่ทันก็ต้องแพ้ ภ้าเราถอยมันก็จะตาม 2-3นาทีทุกครั้ง เป็นอย่างนี้ตลอดเกือบทุกหมู่บ้าน 15 โลใช้2ชั่วโมงกว่า ถีบเร็วไม่ได้ ยิ่งลงเนินยิ่งเบรกยาก บางระยะฝนพรำ ต้องสังเกตุกองหน้าที่ไม่เห่า ตัวนั้นแหละอันตรายมาก สองทุ่มกว่าแล้วจะรบกวนพระท่านก็บาปแน่เพราะวัดปิดไฟหมดแล้ว กระท่อมนาไม่ดีกว่าเพราะไม่มีน้ำเตรียมมา ทางจะลำบากจริงๆคือสองกม.ก่อนถึง อ.ภูพานเพราะปีนเขา ถีบห้าร้อยเมตรจูงห้าร้อยเมตร ถึงตัวอำเภอก็เป็นถนน# 213 ถนนใหญ่ขึ้น รีสอร์ทแห่งสองแห่งปิดไฟแล้วก็ไม่เอาลองถีบต่อไปอีก20โลลองดูดีกว่า สรุปถึงบ้านสร้างค้อเที่ยงคืน มีเพียงร้าน7/11ที่เปิดในปั้มปตท(ปั้มปิดกลางคืน) ตัวเปียกฝนเอาน่าอย่างน้อยก็เราเป็นเจ้าทั้งร้านทั้งปั้มก็นอนมันที่นี่เสียเลย ใช้ห้องน้ำฟรีอีก ไม่ให้อาบนำ้ก็ไม่อาบ (เขียนห้ามใว้ที่หน้าห้องน้ำ) หลังจาก140โล หัวไม่มีหมอนก็ไม่ถึง 10 นาทีหลับสนิท
ความงาม: บนถนนช่วงกุดบากก่อนมืด เป็นสวนยางแทบทั้งหมด แซมด้วยสวนแก้วมังกร หลายปีมาแล้วผมนึกว่าแก้วมังกรไม่ปลูกในอิสาน แต่ผ่านจังหวัดเลย ผ่านตั้งแต่พังโคน วาริชภูมิ กุดบาก จะมีแผงขายของป่าและแก้วมังกรด้วย - 4โลร้อย หวานเยี่ยม ยางก็เห็นมีออฟฟิสสาขาของSTA ด้วย แต่สุดจริงๆคือ ฝนหาย บางช่วงมีแสงจันทร์ลงมาบนถนน ได้ยินเสียงแมลงบรรเลงเพลงของแต่ละตัวเรียกคู่ เห็นแสงหิ่งห้อย บางช่วงถึงกับตั้งใจจูงรถหรือหยุดรถเพื่อฟัง ดู และ ทึ่งในธรรมชาติเก็บเอาภาพเหล่านี้ใว้ในใจให้สมกับที่ตัวเองอยากมาอยากเห็น ขณะถีบเราก็ได้เวลาคิด ได้วางแผน ได้เห็นภาพอีกมิติหนึ่งจนถึงจุดหมายที่เราจะไป ผมถีบประมาณ 15-20 กม./ชม. เหนื่อยก็พัก เจออะไรงาม/สวยก็หยุดดู พบลุงอายุ 70 กว่าถีบจักรยานบุโรทั่งไปนาก็ถีบตามคุยด้วยกันเป็นกิโล บรรไดหัก(ถีบตรงเดือยบรรได)/ถีบไปช้ามีเสียงดังเอี้ยดอ้าดตลอด กลัวว่าช้า/เก่าถามลุงว่าทำไมลูกไไม่ซื้อที่มันดีกว่านี้ให้ลุงว่าเขาซื้อให้แล้วเกือบสี่พันมีหกเกียร์ แต่ไม่ถนัดเท่าคันนี้เพราะใช้มาสิบห้าปีแล้ว คันใหม่ก็จอดทิ้งไว้ ฟังแล้วก็นึกถึงภาพของซัลวาดอร์ ดาลี่ Salvador Dali
เมื่อวานได้พักหนึ่งวันดูสวนยางและฟาร์มสาธิตธุรกิจพอเพียง ได้เห็นเศรษฐียางก่อนราคาตก ได้คำศัพท์มาใหม่หลายคำเช่นเปิดยาง = ต้นกรีดยางได้แล้ว ยางวีโก้ = ยางไม่ได้คุณภาพต้นไม่มียาง เพราะเจ้าของรีบกรีดให้ทันออกรถรุ่นใหม่ ฯลฯ ออกสาย 8โมงเช้าตามทางเก่ากะว่าถึงกุดบากจะหารีสอร์นอนก่อนขึ้นภูพานจริงๆ ถึงกุดบาก ถนน#2218 หกโมงเย็นได้ 120 แล้วควรพัก ออกไปท้ายอำเภอมีรีสอร์ทแห่งเดียว พัดลม 350 แอร์ 450 เต็มหมดแล้ว คำตอบสุดท้ายคือ วัดหรือกระต้อบกลางทุ่งนา รถผมมีไฟเพียงพอถีบกลางคืนได้ อำเภอหน้าคือ อ.ภูพานอีก20โลบนเขา เราไปต่อ สงครามเริ่มเกิดยังไม่มืดดีเลยรถนานๆจะมีสักคัน ความเงียบเข้ามา เพื่อนๆสี่ขาก็ปฎิบัติหน้าที่เหมือนปรกติ พวกเขาจะได้กลิ่นอย่างน้อยสามร้อยเมตรก่อนเราถึงถ้าเราอยู่ต้นลมก็เร็วกว่านั้น ได้กลิ่นแล้วเห่าเราก็พร้อมผจญหน้า มาตรการคือหยุดและลงจากรถเร็วที่สุด ยกไม้พองขึ้น(เตรียมมาแล้ว)กระทืบเท้า เกือบไปสองครั้ง ครั้งแรกลงเนินความเร็วประมาณ10-15km/h ฝนพรำ บ้านแรกสองตัวประตูถัดและถัดๆไปแห่งละหนึ่งสองตัว ครั้งที่สอง ผสมร้อดไวเลอร์สองตัวและเพื่อนๆอีกสูงเกินเข่า หมาเด็กเห่าแต่หมาใหญ่ไม่เห่า พรวดออกมา หยุดรถได้ทันก็เลยยืนคุมเชิงนานมาก เจ้าบ้านหรือเจ้าของจะไม่ออกมายุ่ง (เออยังงี้ก็มีด้วยนา) สองกรณีประชิดกันที่สามเมตร ถ้าลงรถไม่ทันก็ต้องแพ้ ภ้าเราถอยมันก็จะตาม 2-3นาทีทุกครั้ง เป็นอย่างนี้ตลอดเกือบทุกหมู่บ้าน 15 โลใช้2ชั่วโมงกว่า ถีบเร็วไม่ได้ ยิ่งลงเนินยิ่งเบรกยาก บางระยะฝนพรำ ต้องสังเกตุกองหน้าที่ไม่เห่า ตัวนั้นแหละอันตรายมาก สองทุ่มกว่าแล้วจะรบกวนพระท่านก็บาปแน่เพราะวัดปิดไฟหมดแล้ว กระท่อมนาไม่ดีกว่าเพราะไม่มีน้ำเตรียมมา ทางจะลำบากจริงๆคือสองกม.ก่อนถึง อ.ภูพานเพราะปีนเขา ถีบห้าร้อยเมตรจูงห้าร้อยเมตร ถึงตัวอำเภอก็เป็นถนน# 213 ถนนใหญ่ขึ้น รีสอร์ทแห่งสองแห่งปิดไฟแล้วก็ไม่เอาลองถีบต่อไปอีก20โลลองดูดีกว่า สรุปถึงบ้านสร้างค้อเที่ยงคืน มีเพียงร้าน7/11ที่เปิดในปั้มปตท(ปั้มปิดกลางคืน) ตัวเปียกฝนเอาน่าอย่างน้อยก็เราเป็นเจ้าทั้งร้านทั้งปั้มก็นอนมันที่นี่เสียเลย ใช้ห้องน้ำฟรีอีก ไม่ให้อาบนำ้ก็ไม่อาบ (เขียนห้ามใว้ที่หน้าห้องน้ำ) หลังจาก140โล หัวไม่มีหมอนก็ไม่ถึง 10 นาทีหลับสนิท
ความงาม: บนถนนช่วงกุดบากก่อนมืด เป็นสวนยางแทบทั้งหมด แซมด้วยสวนแก้วมังกร หลายปีมาแล้วผมนึกว่าแก้วมังกรไม่ปลูกในอิสาน แต่ผ่านจังหวัดเลย ผ่านตั้งแต่พังโคน วาริชภูมิ กุดบาก จะมีแผงขายของป่าและแก้วมังกรด้วย - 4โลร้อย หวานเยี่ยม ยางก็เห็นมีออฟฟิสสาขาของSTA ด้วย แต่สุดจริงๆคือ ฝนหาย บางช่วงมีแสงจันทร์ลงมาบนถนน ได้ยินเสียงแมลงบรรเลงเพลงของแต่ละตัวเรียกคู่ เห็นแสงหิ่งห้อย บางช่วงถึงกับตั้งใจจูงรถหรือหยุดรถเพื่อฟัง ดู และ ทึ่งในธรรมชาติเก็บเอาภาพเหล่านี้ใว้ในใจให้สมกับที่ตัวเองอยากมาอยากเห็น ขณะถีบเราก็ได้เวลาคิด ได้วางแผน ได้เห็นภาพอีกมิติหนึ่งจนถึงจุดหมายที่เราจะไป ผมถีบประมาณ 15-20 กม./ชม. เหนื่อยก็พัก เจออะไรงาม/สวยก็หยุดดู พบลุงอายุ 70 กว่าถีบจักรยานบุโรทั่งไปนาก็ถีบตามคุยด้วยกันเป็นกิโล บรรไดหัก(ถีบตรงเดือยบรรได)/ถีบไปช้ามีเสียงดังเอี้ยดอ้าดตลอด กลัวว่าช้า/เก่าถามลุงว่าทำไมลูกไไม่ซื้อที่มันดีกว่านี้ให้ลุงว่าเขาซื้อให้แล้วเกือบสี่พันมีหกเกียร์ แต่ไม่ถนัดเท่าคันนี้เพราะใช้มาสิบห้าปีแล้ว คันใหม่ก็จอดทิ้งไว้ ฟังแล้วก็นึกถึงภาพของซัลวาดอร์ ดาลี่ Salvador Dali
- Tsurumi
- Verified User
- โพสต์: 268
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 7
70 โล วันที่สี่. ทาง slope 10%
ตื่นหกโมงเพราะคนขายของเริ่มมาจัดที่บริเวณที่นอนเพื่อเอาที่คืนจากเรา หลังจากธุระห้องน้ำเสร็จก็ออกสตาร์ตเลย อากาศดีมาก อ้าวลมล้อหน้าหมด ปั้มปตท.เปิดแล้วแต่ไม่มีปั้มลมบอกว่าโดนขโมยไปหมด ร้านซ่อมก็ไม่เปิดยังเช้ามากต้องจูงอีกห้าร้อยเมตรจึงได้เติมลม-ล้อเดียวสองบาท ผมคิดลดน้ำหนักการเดินทางมากเกินไป ผิดมาก นอกจากเสื้อผ้าสองชุดแล้วก็มีบัตรเอทีเอ็ม ขวดนำ้หนึ่ง ไม้กันแก๊งสี่ขาหนึ่ง ชุดคลุมฝนหนึ่ง ไม่มีชุดซ่อมรถสักอย่าง คิดแต่ว่าเราจะเจอหมู่บ้านทุก 5 กม. ทริบหน้าต้องมีชุดปะยางและสูบลมด้วย จุดหมายวันนี้คือสร้างค้้อ - อำเภอห้วยผึ้งที่เจ้าภาพรออยู่แล้ว 70 กม. ถนน # 2291& 2101 เป็นทางลัดลงจากภูพานสู่พื้นราบ บางจุดสโลป 10% ขาลง 1-2กม. ไม่ต้องปั่นเลย นอกจากรถส่งนักเรียบเช้าและมอไซต์ไปไร่นาแล้วแทบไม่มีรถอื่นเลย ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกทางที่มีเลข 4หลัก เพราะทางดำและรถน้อยมากๆ หยุดดูสวนหมากเม่าบ้าง ทุ่งนาบ้าง มาถึงห้วยผึ้งเที่ยงวันพอดี
ความงาม: ฝนไม่ตกมาเป็นอาทิตย์มาตก ตอนช่วงนี้พอดี ข้าวเขียวงามตามเชิงเขา ไหล่ทางจะมีเพิงขายหมาเม่าและเห็ดดินที่เพิ่งเก็บลงมาจากเขาภูแฝก(ส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน) แม่ค้าเห็ดทำเงินดีมากกองล่ะ 50 บาทเห็นบอกว่า ภรรยาเป็นผู้ขาย สามีก็ขึ้นไปเก็บบนเขารอบเช้า/บ่ายทำได้บางวันพันบาท ปีหนึ่งมีไม่บ่อยเฉพาะอาทิตย์ฝนชุกเท่านั้น
ตื่นหกโมงเพราะคนขายของเริ่มมาจัดที่บริเวณที่นอนเพื่อเอาที่คืนจากเรา หลังจากธุระห้องน้ำเสร็จก็ออกสตาร์ตเลย อากาศดีมาก อ้าวลมล้อหน้าหมด ปั้มปตท.เปิดแล้วแต่ไม่มีปั้มลมบอกว่าโดนขโมยไปหมด ร้านซ่อมก็ไม่เปิดยังเช้ามากต้องจูงอีกห้าร้อยเมตรจึงได้เติมลม-ล้อเดียวสองบาท ผมคิดลดน้ำหนักการเดินทางมากเกินไป ผิดมาก นอกจากเสื้อผ้าสองชุดแล้วก็มีบัตรเอทีเอ็ม ขวดนำ้หนึ่ง ไม้กันแก๊งสี่ขาหนึ่ง ชุดคลุมฝนหนึ่ง ไม่มีชุดซ่อมรถสักอย่าง คิดแต่ว่าเราจะเจอหมู่บ้านทุก 5 กม. ทริบหน้าต้องมีชุดปะยางและสูบลมด้วย จุดหมายวันนี้คือสร้างค้้อ - อำเภอห้วยผึ้งที่เจ้าภาพรออยู่แล้ว 70 กม. ถนน # 2291& 2101 เป็นทางลัดลงจากภูพานสู่พื้นราบ บางจุดสโลป 10% ขาลง 1-2กม. ไม่ต้องปั่นเลย นอกจากรถส่งนักเรียบเช้าและมอไซต์ไปไร่นาแล้วแทบไม่มีรถอื่นเลย ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกทางที่มีเลข 4หลัก เพราะทางดำและรถน้อยมากๆ หยุดดูสวนหมากเม่าบ้าง ทุ่งนาบ้าง มาถึงห้วยผึ้งเที่ยงวันพอดี
ความงาม: ฝนไม่ตกมาเป็นอาทิตย์มาตก ตอนช่วงนี้พอดี ข้าวเขียวงามตามเชิงเขา ไหล่ทางจะมีเพิงขายหมาเม่าและเห็ดดินที่เพิ่งเก็บลงมาจากเขาภูแฝก(ส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน) แม่ค้าเห็ดทำเงินดีมากกองล่ะ 50 บาทเห็นบอกว่า ภรรยาเป็นผู้ขาย สามีก็ขึ้นไปเก็บบนเขารอบเช้า/บ่ายทำได้บางวันพันบาท ปีหนึ่งมีไม่บ่อยเฉพาะอาทิตย์ฝนชุกเท่านั้น
- Tsurumi
- Verified User
- โพสต์: 268
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 8
วันสุดท้าย 140 โล อำเภอห้วยผึ้ง - ขอนแก่นทางรถยนต์ ถนนเมนใหญ่
เมื่อวานได้พักเต็มที่ แต่วันนี้ไปฉีดวัคซีนเข็มสองที่โดนกัดที่ รพ.ประจำอำเภอ เสียเวลาไม่เกิน 30 นาที 240 บาทจ่ายสด ไม่รับประกันสังคม(เพราะข้ามจังหวัด). /ไม่รับบัตรเอไอเอ ต้องเอาใบเสร็จไปเคลมเอง ทำโน้นบ้างนี้บ้าง สตาร์ตได้จริงก็ 11.00น. อากาศมีแดดบ้าง ความเร็วเฉลี่ยน่าจะอยูที่ 15-16 กม/ชม. จะมีเซอร์ไพร้สตอนสองทุ่มที่ เชียงยืนอีก25 กม. ก่อนขอนแก่น กะว่าจะไปขึ้นรถไฟฟรีเข้ากรุงเทพเที่ยว 22.15 น. เทวดาคงจะดื่มมากไปทำเอาฟ้าทะลุอีกแล้ว งวดนี้เอาแบบจัดหนักเต็มที่ 5 กม.แรกฝนหักมาก รถบางคันต้องจอดรอ แต่เรารอไม่ได้เดี๋ยวพลาดรถไฟ ออกสตาร์ตเลย 20กม.ที่เหลือก็พรำถึงหนักตลอดเส้นทาง ถึงสถานีรถไฟ 22.45 ก็เข้าไปเพื่อจองตั๋วพรุ่ง โชคร้ายก็ยังมีโชคดีบางครั้ง รถฟรีล่าช้าจะเข้าสถานี23.15 น. ยังพอออกไปซื้อข้าวห่อ/น้ำหน้าสถานีได้ทัน สุขที่หาคำอธิบายไม่ได้เลยคือตอนที่เรายกจักรยานเข้าไปในโบกี้ได้แล้วตอน 23.20 น.
ความงาม: ความงามอาจไม่เห็นชัดวันนี้ หนึ่งเพราะเป็นถนนใหญ่ 4-6 เลนมีเกาะกลางถนน สองสมาธิต้องแม่นวางล้อหน้าให้อยู่นอกเส้นขาวตลอด แนววิ่งของจักรยานต้องตรงเสมอ เพราะรถใหญ่มาข้างหลังจะได้เดาเราได้ว่าไปตรงจริงๆ ถ้าเขาไกล้เราแค่เมตรเดียวเราอาจตกถนนได้ (หลักปลอดภัย: รถใหญ่ความเร็ว 50 km/h. ต้องแซงจักรยานห่างสามเมตร) สามออกสายกลัวไม่ทันรถไฟ
Tip A: รถไฟฟรีไม่เสียตังค์ เสียค่าจักรยาน 90 บาท (ค่าสัมภาระ) แต่ยกขึ้นรถไฟเอง ตอนยกขึ้นลำบากมากๆ เพราะคนเดียว พนักงานไม่ช่วยเพราะเขาก็ต้องโหลดสินค้าของเขา เราอาจเสียค่ายกให้เขายกให้ได้ แต่โครมครามมาก เรื่องเอาของขึ้นรถไฟนี่คุยกันได้หลายหน้าครับ
Tip. B: ถนนเมนใหญ่ของประเทศพวกเลขเดี่ยว. หรืเลขสองตัว (เช่น สายมิตรภาพ สายเอเชีย เป็นต้น). ไม่เหมาะสำหรับจักรยาน ผมเห็นว่าถนนที่มีเลข 4 ตัวจะเหมาะกับจักรยานทัวร์ริ่งระนอง ทางเรียบทางดำ
ขอคำแนะนำ: มีเครื่องหรืออุปกรณ์ไล่พี่หมาด้วยเสียงความถี่สูงใหมครับ ผมเห็นมีกับพวกหนู หรือแมลงสาบ มันไม่มีสู้กับแก๊งสี่ขาหรือครับ
ขอคำแนะนำสอง: ผมกำลังจะไปถีบจักรยานระหว่างเวียงจันทร์ - สวรรณเขต - จำปาสัก ภายในสองเดือนนี้ ใช้เวลา 7 วัน โดยนั่งรถไฟฟรีไปหนองคายก่อน เพื่อนๆพี่ๆ ช่วยแนะนำด้วยครับ
เมื่อวานได้พักเต็มที่ แต่วันนี้ไปฉีดวัคซีนเข็มสองที่โดนกัดที่ รพ.ประจำอำเภอ เสียเวลาไม่เกิน 30 นาที 240 บาทจ่ายสด ไม่รับประกันสังคม(เพราะข้ามจังหวัด). /ไม่รับบัตรเอไอเอ ต้องเอาใบเสร็จไปเคลมเอง ทำโน้นบ้างนี้บ้าง สตาร์ตได้จริงก็ 11.00น. อากาศมีแดดบ้าง ความเร็วเฉลี่ยน่าจะอยูที่ 15-16 กม/ชม. จะมีเซอร์ไพร้สตอนสองทุ่มที่ เชียงยืนอีก25 กม. ก่อนขอนแก่น กะว่าจะไปขึ้นรถไฟฟรีเข้ากรุงเทพเที่ยว 22.15 น. เทวดาคงจะดื่มมากไปทำเอาฟ้าทะลุอีกแล้ว งวดนี้เอาแบบจัดหนักเต็มที่ 5 กม.แรกฝนหักมาก รถบางคันต้องจอดรอ แต่เรารอไม่ได้เดี๋ยวพลาดรถไฟ ออกสตาร์ตเลย 20กม.ที่เหลือก็พรำถึงหนักตลอดเส้นทาง ถึงสถานีรถไฟ 22.45 ก็เข้าไปเพื่อจองตั๋วพรุ่ง โชคร้ายก็ยังมีโชคดีบางครั้ง รถฟรีล่าช้าจะเข้าสถานี23.15 น. ยังพอออกไปซื้อข้าวห่อ/น้ำหน้าสถานีได้ทัน สุขที่หาคำอธิบายไม่ได้เลยคือตอนที่เรายกจักรยานเข้าไปในโบกี้ได้แล้วตอน 23.20 น.
ความงาม: ความงามอาจไม่เห็นชัดวันนี้ หนึ่งเพราะเป็นถนนใหญ่ 4-6 เลนมีเกาะกลางถนน สองสมาธิต้องแม่นวางล้อหน้าให้อยู่นอกเส้นขาวตลอด แนววิ่งของจักรยานต้องตรงเสมอ เพราะรถใหญ่มาข้างหลังจะได้เดาเราได้ว่าไปตรงจริงๆ ถ้าเขาไกล้เราแค่เมตรเดียวเราอาจตกถนนได้ (หลักปลอดภัย: รถใหญ่ความเร็ว 50 km/h. ต้องแซงจักรยานห่างสามเมตร) สามออกสายกลัวไม่ทันรถไฟ
Tip A: รถไฟฟรีไม่เสียตังค์ เสียค่าจักรยาน 90 บาท (ค่าสัมภาระ) แต่ยกขึ้นรถไฟเอง ตอนยกขึ้นลำบากมากๆ เพราะคนเดียว พนักงานไม่ช่วยเพราะเขาก็ต้องโหลดสินค้าของเขา เราอาจเสียค่ายกให้เขายกให้ได้ แต่โครมครามมาก เรื่องเอาของขึ้นรถไฟนี่คุยกันได้หลายหน้าครับ
Tip. B: ถนนเมนใหญ่ของประเทศพวกเลขเดี่ยว. หรืเลขสองตัว (เช่น สายมิตรภาพ สายเอเชีย เป็นต้น). ไม่เหมาะสำหรับจักรยาน ผมเห็นว่าถนนที่มีเลข 4 ตัวจะเหมาะกับจักรยานทัวร์ริ่งระนอง ทางเรียบทางดำ
ขอคำแนะนำ: มีเครื่องหรืออุปกรณ์ไล่พี่หมาด้วยเสียงความถี่สูงใหมครับ ผมเห็นมีกับพวกหนู หรือแมลงสาบ มันไม่มีสู้กับแก๊งสี่ขาหรือครับ
ขอคำแนะนำสอง: ผมกำลังจะไปถีบจักรยานระหว่างเวียงจันทร์ - สวรรณเขต - จำปาสัก ภายในสองเดือนนี้ ใช้เวลา 7 วัน โดยนั่งรถไฟฟรีไปหนองคายก่อน เพื่อนๆพี่ๆ ช่วยแนะนำด้วยครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1260
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 9
- Tsurumi
- Verified User
- โพสต์: 268
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 10
ขอบพระคุณ คุณZionism ผมมีน้องหมาสองชีวิตที่บ้าน ขนาดเล็กมาก ตัวเองก็มาจากบ้านนอกเคยเจอเรื่องนี้บ้าง แต่ไม่เคยมีปัญหา ปัญหาที่พลาดและเกิดเฉพาะเดินทางกลางคืนเท่านั้น เป็นบทเรียนที่แก้ตัวไม่ได้เลย เอาประสบการณ์เรื่องสี่ขามาจากหนังสือบ้าง (เรื่องหมาๆของอาจารย์คึกฤทธิ์ หรือไม่ก็ การเดินทางของพาย พาเทล - life of Pi. - ISBN 0676973760 ). แต่ที่พลาดคือ การมองตา นอกจากจิตวิทยาความกลัวผมคงต้องฝึกอีกมาก ผมพวงแต่เรื่องกองโจรมากไปหน่อย ( เอ็งมา. ข้ามุด เอ็งหยุด ข้าแหย่ เอ็งแย่ ข้าตี เอ็งหนี ข้าลุย )
-
- Verified User
- โพสต์: 1959
- ผู้ติดตาม: 1
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 11
คุณ Tsurumi ขอสอบถามอะไรหน่อยครับ
1.ใช้จักรยานแบบใหนที่เหมาะสม จะเลือกซื้ออย่างไร
2.จำเป็นต้องใส่เสื้อรัดรูปอย่างทั่วไปที่ใส่กันหรือเปล่าครับ มันมีประโยชน์ยังไง
3.สิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้างครับ

1.ใช้จักรยานแบบใหนที่เหมาะสม จะเลือกซื้ออย่างไร
2.จำเป็นต้องใส่เสื้อรัดรูปอย่างทั่วไปที่ใส่กันหรือเปล่าครับ มันมีประโยชน์ยังไง
3.สิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้างครับ
" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
- Tsurumi
- Verified User
- โพสต์: 268
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 12
คุณ Jverakul ครับ
ผมไม่มีความรู้เรื่องจักรยานเลย เพียงแต่พอซ่อมได้ เปลี่ยน/ปะยางได้ ต้องให้เครดิตเว็บจักรยานทั้งหลายซึ่งมีมากปัจจุบันนี้ ที่ผมเคยแวะบ่อยก็เป็น
www.thaimtb.com & www.bikeloves.com
วิธีเลือกขนาดจักรยาน http://www.bikeloves.com/trick/trick01.shtml
วิธีตัดสินใจจะเอาชนิดใหน http://www.bikeloves.com/trick/trick02.shtml
ร้านจักรยาน หรือ มือสองนำเข้าจากญี่ปุ่นก็ดูจากเว็บทั้งสองได้
คันของผมได้รับมรดกมาเมื่อสิบห้าปีก่อนเป็น Flamingo เหล็กหนักประมาณ 19 kg รุ่นทนแดดทนฝน เจ้าของเดิมเคยปั่นรอบภาคเหนือและบางส่วนอิสานมาก่อน
ผมก็จะซื้อใหม่ เป็นมือสอง แต่ขอทดสอบตัวเองก่อนว่า ชอบหรือใช้ประเภทใหน แต่ก็เพื่อออกกำลังกายทางไกล เพื่อสมาธิ ตามความจริงที่ว่า สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องดำเนินการเอง จักรยานก็เหมือนนาฬิกา หรือ รถยนต์ คือ มันบอกเวลาได้ตรงเกือบทุกยี่ห้อ รถยนต์ก็ไปถึงจุดหมายทั้งนั้นไม่ว่า นิสสันหรือ เฟอรารี่ ประเด็นนี้จึงแนะกันยากหรือไม่ได้เลย
เรื่องเสื้อผ้า: ส่วนตัวผมแล้วใส่ธรรมดาเหมือนปรกติ ไม่มีชุดจักรยาน เพราะเดินเข้าตลาดใหนก็ไม่มีใครมองรู้ออก ผมใช้กางเกงขาสั้นแบบผ้าร่ม มีซับใน (ตอนนี้หาซื้อยาก) รองเท้ากิฬาทั่วไปแต่เอาแบบพื้นแข็ง นิ่มไม่เหมาะ เสื้อก็ผ้าฝ้าย 100% ส่วนเสื้อในขอเป็นที่ไม่ดูดซับเหงื่อ ถ้ามันหาไม่ได้ก็ขอเป็นค็อตตอน 100% แบบบางแห้งเร็ว จักรยานไปกับเหงื่อและกลิ่นตัว ที่ถูกต้องควรเป็นเสื่อที่เปียกเหงื่อแล้วแห้งเร็ว ถ้าเสื้อไม่โปร่ง หรือซับน้ำเหงื่อมากทั้งวันอาจไม่สบายได้ หมวกจักรยานราคา 600-1500 ก็เยี่ยมแล้ว ต่างจากหมวกมอร์ไซส์คือ มันโปร่งลมทะลุถึงหนังหัวและเบามาก เหงื่อหัวไม่ออกมาก ถุงมือและปลอกแขนต้องมี เรื่องเครื่องแต่งตัวนี้ถ้าเรามองเป็น “เครื่องกิฬา” แล้วราคาสูงมาก
ส่วนเครื่องใช้จำเป็นในการเดินทางนั้น ตอบได้ชัดเจนเลยว่า มีสามระดับ 1. ไปแบบไม่พบผู้คน ไม่มีน้ำให้กิน ไม่มี่ที่ให้นอน เหมือนกับบุกเขาใหญ่ในป่าคนเดียว เราก็ต้องเอาหม้อข้าว แปลนอนไปด้วย 2. ไประยะทางแบบกลางๆคือ ขอนอนรีสอร์ท แต่ทำกับข้าวเองข้างริมห้วย ก็ต้องจัดสัมภาระให้เหมาะ 3. ไปแบบสะบายๆอย่างที่ผมไปเอาของไปน้อยที่สุดไม่ควรเกินสามกิโล ชุดชั้นในสี่ชุด(งวดที่ผ่านมาทำผิด เอาไปน้อย ตากแดดแห้งไม่ทัน ต้องซื้อเพิ่มกลางทริป) แว่นกันแดดจักรยาน แว่นดำธรรมดาไม่ดีนัก เพราะฝุ่นและลมเข้าเหนือตาและหางตา และบัตรเอทีเอ็มหนึ่งใบ ซื้อน้ำขวด/กินก๋วยเตี๋ยวหรือผลไม้มื้อเที่ยงได้ทุกหมู่บ้าน เย็นก็หารีสอร์ตราคาไม่เกินสองร้อย(พัดลม) สี่ร้อย(แอร์) ส่วนที่ประหยัดได้ก็เอาไปนวดเท้าบ้าง เพราะเราเจอหมู่บ้านไม่เกินทุกห้ากิโล เรื่องนอนเรื่องใหญ่มาก เพราะต้องอาบน้ำและนอนเอาแรงเพื่อวันพรุ่ง
ขอคำแนะนำ: เพื่อนๆเคยแบกจักรยานข้ามเรือท่าเดื่อ/หนองคาย ไปฝั่งลาวใหมครับ ช่วยแนะนำขั้นตอนด้วยครับ
ผมไม่มีความรู้เรื่องจักรยานเลย เพียงแต่พอซ่อมได้ เปลี่ยน/ปะยางได้ ต้องให้เครดิตเว็บจักรยานทั้งหลายซึ่งมีมากปัจจุบันนี้ ที่ผมเคยแวะบ่อยก็เป็น
www.thaimtb.com & www.bikeloves.com
วิธีเลือกขนาดจักรยาน http://www.bikeloves.com/trick/trick01.shtml
วิธีตัดสินใจจะเอาชนิดใหน http://www.bikeloves.com/trick/trick02.shtml
ร้านจักรยาน หรือ มือสองนำเข้าจากญี่ปุ่นก็ดูจากเว็บทั้งสองได้
คันของผมได้รับมรดกมาเมื่อสิบห้าปีก่อนเป็น Flamingo เหล็กหนักประมาณ 19 kg รุ่นทนแดดทนฝน เจ้าของเดิมเคยปั่นรอบภาคเหนือและบางส่วนอิสานมาก่อน
ผมก็จะซื้อใหม่ เป็นมือสอง แต่ขอทดสอบตัวเองก่อนว่า ชอบหรือใช้ประเภทใหน แต่ก็เพื่อออกกำลังกายทางไกล เพื่อสมาธิ ตามความจริงที่ว่า สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องดำเนินการเอง จักรยานก็เหมือนนาฬิกา หรือ รถยนต์ คือ มันบอกเวลาได้ตรงเกือบทุกยี่ห้อ รถยนต์ก็ไปถึงจุดหมายทั้งนั้นไม่ว่า นิสสันหรือ เฟอรารี่ ประเด็นนี้จึงแนะกันยากหรือไม่ได้เลย
เรื่องเสื้อผ้า: ส่วนตัวผมแล้วใส่ธรรมดาเหมือนปรกติ ไม่มีชุดจักรยาน เพราะเดินเข้าตลาดใหนก็ไม่มีใครมองรู้ออก ผมใช้กางเกงขาสั้นแบบผ้าร่ม มีซับใน (ตอนนี้หาซื้อยาก) รองเท้ากิฬาทั่วไปแต่เอาแบบพื้นแข็ง นิ่มไม่เหมาะ เสื้อก็ผ้าฝ้าย 100% ส่วนเสื้อในขอเป็นที่ไม่ดูดซับเหงื่อ ถ้ามันหาไม่ได้ก็ขอเป็นค็อตตอน 100% แบบบางแห้งเร็ว จักรยานไปกับเหงื่อและกลิ่นตัว ที่ถูกต้องควรเป็นเสื่อที่เปียกเหงื่อแล้วแห้งเร็ว ถ้าเสื้อไม่โปร่ง หรือซับน้ำเหงื่อมากทั้งวันอาจไม่สบายได้ หมวกจักรยานราคา 600-1500 ก็เยี่ยมแล้ว ต่างจากหมวกมอร์ไซส์คือ มันโปร่งลมทะลุถึงหนังหัวและเบามาก เหงื่อหัวไม่ออกมาก ถุงมือและปลอกแขนต้องมี เรื่องเครื่องแต่งตัวนี้ถ้าเรามองเป็น “เครื่องกิฬา” แล้วราคาสูงมาก
ส่วนเครื่องใช้จำเป็นในการเดินทางนั้น ตอบได้ชัดเจนเลยว่า มีสามระดับ 1. ไปแบบไม่พบผู้คน ไม่มีน้ำให้กิน ไม่มี่ที่ให้นอน เหมือนกับบุกเขาใหญ่ในป่าคนเดียว เราก็ต้องเอาหม้อข้าว แปลนอนไปด้วย 2. ไประยะทางแบบกลางๆคือ ขอนอนรีสอร์ท แต่ทำกับข้าวเองข้างริมห้วย ก็ต้องจัดสัมภาระให้เหมาะ 3. ไปแบบสะบายๆอย่างที่ผมไปเอาของไปน้อยที่สุดไม่ควรเกินสามกิโล ชุดชั้นในสี่ชุด(งวดที่ผ่านมาทำผิด เอาไปน้อย ตากแดดแห้งไม่ทัน ต้องซื้อเพิ่มกลางทริป) แว่นกันแดดจักรยาน แว่นดำธรรมดาไม่ดีนัก เพราะฝุ่นและลมเข้าเหนือตาและหางตา และบัตรเอทีเอ็มหนึ่งใบ ซื้อน้ำขวด/กินก๋วยเตี๋ยวหรือผลไม้มื้อเที่ยงได้ทุกหมู่บ้าน เย็นก็หารีสอร์ตราคาไม่เกินสองร้อย(พัดลม) สี่ร้อย(แอร์) ส่วนที่ประหยัดได้ก็เอาไปนวดเท้าบ้าง เพราะเราเจอหมู่บ้านไม่เกินทุกห้ากิโล เรื่องนอนเรื่องใหญ่มาก เพราะต้องอาบน้ำและนอนเอาแรงเพื่อวันพรุ่ง
ขอคำแนะนำ: เพื่อนๆเคยแบกจักรยานข้ามเรือท่าเดื่อ/หนองคาย ไปฝั่งลาวใหมครับ ช่วยแนะนำขั้นตอนด้วยครับ
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1111
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 13
พี่jverakul อยากปั่นอะไรครับ เสือหมอบ หรือ เสือภูเขาjverakul เขียน:คุณ Tsurumi ขอสอบถามอะไรหน่อยครับ![]()
1.ใช้จักรยานแบบใหนที่เหมาะสม จะเลือกซื้ออย่างไร
2.จำเป็นต้องใส่เสื้อรัดรูปอย่างทั่วไปที่ใส่กันหรือเปล่าครับ มันมีประโยชน์ยังไง
3.สิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้างครับ
ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1959
- ผู้ติดตาม: 1
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 14
ตอนนี้ผมใช้จักรยานรูปแบบคล้ายๆ เสือภูเขาอยู่ครับ ปั่นทุกวันๆ ละโล ปั่นมาทำงานนะครับ มีเกียร์หลังอย่างเดียว เพราะซื้อมาใส่เองที่หลัง ถ้าผมจะซื้อผมก็คงซื้อเสือหมอบครับsakkaphan เขียน:พี่jverakul อยากปั่นอะไรครับ เสือหมอบ หรือ เสือภูเขาjverakul เขียน:คุณ Tsurumi ขอสอบถามอะไรหน่อยครับ![]()
1.ใช้จักรยานแบบใหนที่เหมาะสม จะเลือกซื้ออย่างไร
2.จำเป็นต้องใส่เสื้อรัดรูปอย่างทั่วไปที่ใส่กันหรือเปล่าครับ มันมีประโยชน์ยังไง
3.สิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้างครับ
คุณ Sakkapan มีคำแนะนำอะไรเพิ่มเติมใหมครับ

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1111
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 15
ผมคงไม่มีอะไรไปแนะนำได้มากหรอกครับ เพราะไม่เคยมีเสือหมอบ เมื่อก่อนเคยขี่แต่เสือภูเขา แต่อยากปั่นเสือหมอบมาก เลยลองหาข้อมูลในอินเตอร์เนตเอาไว้ซื้อในอนาคตjverakul เขียน:ตอนนี้ผมใช้จักรยานรูปแบบคล้ายๆ เสือภูเขาอยู่ครับ ปั่นทุกวันๆ ละโล ปั่นมาทำงานนะครับ มีเกียร์หลังอย่างเดียว เพราะซื้อมาใส่เองที่หลัง ถ้าผมจะซื้อผมก็คงซื้อเสือหมอบครับsakkaphan เขียน:พี่jverakul อยากปั่นอะไรครับ เสือหมอบ หรือ เสือภูเขาjverakul เขียน:คุณ Tsurumi ขอสอบถามอะไรหน่อยครับ![]()
1.ใช้จักรยานแบบใหนที่เหมาะสม จะเลือกซื้ออย่างไร
2.จำเป็นต้องใส่เสื้อรัดรูปอย่างทั่วไปที่ใส่กันหรือเปล่าครับ มันมีประโยชน์ยังไง
3.สิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้างครับ
คุณ Sakkapan มีคำแนะนำอะไรเพิ่มเติมใหมครับ
เสือหมอบ ยังแยกย่อยได้อีกหลายประเภท ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ยิ่งพี่jverakul ขี่ไปทำงานด้วยแล้ว ลองอ่านดูครับน่าจะช่วยได้
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=archerjournal
ความรู้สำหรับเสือหมอบมือใหม่ครับ
http://www.lannabiketrip.com/webboard/v ... php?t=6318
ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1959
- ผู้ติดตาม: 1
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 16
สงสัยผมจะเบลอจัด คิดอีกอย่างพิมพ์อีกอย่าง ถ้าผมจะซื้อจะซือเสือภูเขาครับคุณ Sakkapan เพราะชอบต้้งแต่ปั่น LA Sporty แล้วครับjverakul เขียน: ตอนนี้ผมใช้จักรยานรูปแบบคล้ายๆ เสือภูเขาอยู่ครับ ปั่นทุกวันๆ ละโล ปั่นมาทำงานนะครับ มีเกียร์หลังอย่างเดียว เพราะซื้อมาใส่เองที่หลัง ถ้าผมจะซื้อผมก็คงซื้อเสือหมอบครับ
คุณ Sakkapan มีคำแนะนำอะไรเพิ่มเติมใหมครับ
" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
- Tsurumi
- Verified User
- โพสต์: 268
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
โพสต์ที่ 17
ผมจะปั่นทัวริ่งเข้า เขมรครับ มีเพื่อนๆ พี่ๆี่ออกทริบตรงกันและในเส้นทางเดียวกัน / ใกล้กันมีบ้างใหมครับ
1. เส้นทาง กทม-อรัญฯ น่าจะเ้ป็นรถไฟ จากนั้น ปอยเปต-ศรีโสภณ-เสียมราฐ ขากลับทางเดิม หรือไม่ก็ลงสีหนุวิลล์ (ขึ้นอยู่กับเวลาว่า ว่างไปถึงใหน)
2. เวลา อังคารที่ 25/9 - อาทิตย์ที่ 30/9 (ถ้าต่อ สีหนุวิลล์/เกาะกง ต้องมีเพิ่มอีก 4-5 วัน)
1. เส้นทาง กทม-อรัญฯ น่าจะเ้ป็นรถไฟ จากนั้น ปอยเปต-ศรีโสภณ-เสียมราฐ ขากลับทางเดิม หรือไม่ก็ลงสีหนุวิลล์ (ขึ้นอยู่กับเวลาว่า ว่างไปถึงใหน)
2. เวลา อังคารที่ 25/9 - อาทิตย์ที่ 30/9 (ถ้าต่อ สีหนุวิลล์/เกาะกง ต้องมีเพิ่มอีก 4-5 วัน)