เมื่อวานผมได้โพสท์ข้อความข้อร้องผู้ถือหุ้นไว้ในบางกระทู้บ้างแล้ว แต่ยิ่งเห็นภาพข่าวยิ่งสลดใจ ถึงขนาดองค์การสหประชาชาติกล่าวว่าเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยเจอมา หนักกว่าสึนามิมากมาย ก็ประเทศทั้งประเทศแทบจะล่มสลายไปเลยล่ะครับ
แล้วพวกเราทำอะไรได้บ้างในการจะช่วยเหลือ นอกจากการโอนเงินไปบัญชีที่รับบริจาคต่าง ๆ
ผมคิดว่าในฐานะของผู้ถือหุ้นเราสามารถจะแจ้งให้บริษัทที่เรามีส่วนเป็นเจ้าของอยู่ เพื่อขอให้บริษัทนั้น ๆ ส่งความช่วยเหลือไปให้ จะโทรไป Fax ไป หรือส่ง email ไปให้ IR ก็ยิ่งดีครับ IR จะได้มีหลักฐานรวบรวมไปให้ผู้บริหารว่าผู้ถือหุ้นคิดอย่างไร
โดยสินค้าต่าง ๆ ของบริษัทจะส่งผ่านรัฐบาลไทยไปช่วยเหลือชาวเฮติ อย่างที่เห็นครับรัฐบาลไทยมอบเงินช่วยเหลือไป 20,000 เหรียญ มันน่าขายหน้าแต่ก็เข้าใจครับว่าเบื้องต้นกฎหมายมันเปิดช่องให้แค่นี้ ผมเลยคิดว่าบริษัทเอกชนน่าจะสนับสนุนรัฐบ้าง โดยส่งสินค้าของบริษัทไปให้โดยขอติดฉลากสินค้าของบริษัทไปด้วย (เพื่อผลทางอ้อมในการประชาสัมพันธ์) ส่วนรัฐก็ทำหน้าที่จัดส่งไปในนามของประเทศไทย หากหาเครื่องบินจัดส่งไม่ได้ผมก็เห็นข่าวว่าเจ้าของสายการบิน Virgin ยินดีที่จะให้เครื่องบินของเค้ามาขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกเหล่านี้ฟรี รัฐบาลเราก็น่าจะลองติดต่อไปดู
บริษัทที่ผมคิดออกก็มีดังนี้ครับ ถ้าเพื่อน ๆ พี่ ๆ ท่านใดคิดออกก็ขอให้เพิ่มเติมครับ จะได้ช่วย ๆ กัน
1. CPF หากผู้ถือหุ้นยอมละกำไรคนละ 1 สตางค์ต่อหุ้น จะได้เงินประมาณ 80 ล้านบาท เงินจำนวนนี้หากแปลงเป็นไก่ที่กิโลละ 50 บาท ก็จะได้ถึง 1,600 ตัน ถ้าแยกส่งให้ต่อเนื่องสัปดาห์ละ 200 ตัน ก็จะมีอาหารไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องถึง 2 เดือน
สำนักลงทุนสัมพันธ์ โทร. 0-2638-2935 ถึง 6 โทรสาร 0-2638-2942 อีเมล์ [email protected]
สำนักเลขานุการบริษัท โทร. 0-2625-8354, 8321 โทรสาร 0-2638-2139 อีเมล์ [email protected]
2. TUF หากสละกำไรคนละ 10 สตางค์ต่อหุ้น ก็จะได้เงินเกือบ 90 ล้านบาทเพื่อแปลงเป็นสินค้าของบริษัทอย่างปลาทูน่ากระป๋องได้หลายตัน
โทรศัพท์ 0-2298-0024, 0-2298-0537-41 โทรสาร 0-2298-0548, 0-2298-0550
3. SSC สภาพบ้านเมืองที่เฮติที่พังยับเยิน ผู้คนล้มตายจำนวนมาก หากไม่มีน้ำสะอาดสำหรับดื่มกิน โรคระบาดก็จะตามมา ทำให้การเยียวยายากลำบากขึ้นไปอีก คิดคร่าว ๆ ว่าน้ำดื่มตามซุปเปอร์มาร์เกตตกลิตรละประมาณ 5 บาท ถ้าเสริมสุขส่งคริสตัลไปช่วยสัก 2 แสนลิตรก็ใช้เงินเพียง 1 ล้านบาท เทียบกับกำไรของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 52 ที่ 287 ล้านบาทมันน้อยนิดมาก
ส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ โทร. 0-2693-2255-65 โทรสาร 0-2693-2266
4. PTT มีคนบอกว่าส่งเงินไปดีกว่า ถ้าส่งของไปทางเรือต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ ถ้าส่งด้วยเครื่องบิน C130 ของกองทัพใช้เวลา 2 วัน แต่เสียค่าใช้จ่ายมาก อย่างน้อยเราก็มีบริษัทที่จะช่วยเหลือในด้านเชื้อเพลิงได้ ถ้าปตท. ยอมบริจาคเชื้อเพลิงมูลค่าเพียง 500 ล้านบาท จากกำไรงวด 9 เดือนของปี 52 ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ก็น่าจะทำให้เครื่องบิน C130 บินไปส่งอาหารได้หลายเที่ยวทีเดียว
ฝ่ายตลาดทุนและผู้ลงทุนสัมพันธ์ โทร. 0-2537-2792-3 โทรสาร 0-2537-2791
ถ้าเราซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทเหล่านี้ช่วยกันเรียกร้องเข้าไปแล้วบริษัทเหล่านี้ยังนิ่งเฉย ก็คงจะเห็นแล้วครับว่าที่บริษัทต่าง ๆ พยายามจะพูดว่ามีการทำ CSR มีการคืนกำไรสู่สังคมนั้นเป็นเพียงแค่การสร้างภาพ หรือเป็นการกระทำที่มาจากจิตใจจริง ๆ
ที่ผมออกมาเรียกร้องอย่างนี้เพราะเมื่อ 5 ปีที่เกิดเหตุการณ์สึนามิ ผมคิดที่จะลงไปภาคใต้เพื่อช่วยพี่น้องร่วมชาติของเรา ช่วยเท่าที่จะทำได้ แต่มีภาระกิจบางอย่างทำให้ผมไปไม่ได้ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกเสียดายและเสียใจมาจนทุกวันนี้ และรู้สึกเหลือเกินว่าวิชาที่เราร่ำเรียนมาทางด้านเศรษฐกิจและการเงินในช่วงที่เกิดภัยพิบัติเช่นนี้มันช่างด้อยค่าเสียจริง แต่เราก็ทำได้ในฐานะของผู้ถือหุ้นที่จะแสดงความจำนงให้บริษัทของเรายื่นมือไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ป.ล. ผมไม่ได้มีเชื้อสายเฮตินะครับ แค่อยากช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกก็เท่านั้น
ในฐานะผู้ถือหุ้น เราจะช่วยชาวเฮติได้อย่างไร
-
- Verified User
- โพสต์: 569
- ผู้ติดตาม: 0
ในฐานะผู้ถือหุ้น เราจะช่วยชาวเฮติได้อย่างไร
โพสต์ที่ 1
เราจะพอเพียง แค่เราเพียงพอ
เราจะมีพอ แม้เราพอมี
เราจะดีพอ แค่เราพอดี
เราจะพอใจ แค่ใจเราพอ
เราจะมีพอ แม้เราพอมี
เราจะดีพอ แค่เราพอดี
เราจะพอใจ แค่ใจเราพอ
-
- Verified User
- โพสต์: 1598
- ผู้ติดตาม: 0
ในฐานะผู้ถือหุ้น เราจะช่วยชาวเฮติได้อย่างไร
โพสต์ที่ 2
ความคิดส่วนตัวของผม
ผมว่าในเหตุการณ์เช่นนี้ถ้าเราไม่คิดมากการบริจากเงินน่าจะเป็นการช่วยเหลือที่ดีกว่าสิ่งของ เพราะ
1. เราไม่รู้ว่าวัฒนธรรมของเขาเป็นอย่างไร กินอยู่อย่างไร ของบางอย่างที่ส่งไปอาจจะไม่มีเหมาะกับวัฒนธรรมของเขาก็ได้
2. สิ่งของที่ส่งไปจากนานาประเทศ ที่ส่งไปที่เฮติ ท้ายที่สุดจะเกิดภาวะไม่สมดุล เราไม่รู้ว่าที่เฮติตอนนี้ขาดอะไร ต้องการอะไรเป็นพิเศษ ของบางอย่างอาจมีมากไปของบางอย่างอาจไม่มีเลย เพราะไม่มีการจัดการ
ผมว่าการส่งเงินไปช่วยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง
ผมว่าในเหตุการณ์เช่นนี้ถ้าเราไม่คิดมากการบริจากเงินน่าจะเป็นการช่วยเหลือที่ดีกว่าสิ่งของ เพราะ
1. เราไม่รู้ว่าวัฒนธรรมของเขาเป็นอย่างไร กินอยู่อย่างไร ของบางอย่างที่ส่งไปอาจจะไม่มีเหมาะกับวัฒนธรรมของเขาก็ได้
2. สิ่งของที่ส่งไปจากนานาประเทศ ที่ส่งไปที่เฮติ ท้ายที่สุดจะเกิดภาวะไม่สมดุล เราไม่รู้ว่าที่เฮติตอนนี้ขาดอะไร ต้องการอะไรเป็นพิเศษ ของบางอย่างอาจมีมากไปของบางอย่างอาจไม่มีเลย เพราะไม่มีการจัดการ
ผมว่าการส่งเงินไปช่วยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง
อย่ามัวติดกับเรื่องในอดีต กังวลกับเรื่องในอนาคต จนลืมว่าปัจจุบันต้องทำอะไร