สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
ภาพประจำตัวสมาชิก
bankniti
Verified User
โพสต์: 627
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ผมกับแฟนมักจะเอาอาหารไปให้หมาจรจัดเป็นประจำ(เพราะเคยเลี้ยงหมา พอเห็นหมาที่ถูกทิ้งตัวผอมๆ แล้วรู้สึกสงสาร) มีอยู่ตัวหนึ่งมันท้องมาได้ประมาณ 1-2 เดือนแล้ว ก็ให้อาหารมันมาเรื่อยๆ จนเมื่อสองวันก่อน ผมไปให้อาหารมันตอนเย็น แต่มันไม่กินอาหารอย่างเคย แล้วยังทำท่าเหมือนกับยืนเบ่งลูกอีก (มีน้ำไหลออกมาด้วย) ผมเฝ้าดูมันประมาณครึ่งชั่วโมงเริ่มค่ำก็กลับบ้านไป วันต่อมาไปดูมันอีก ก็ยังไม่คลอดแต่คราวนี้มันไปหลบอยู่ในโพรงหญ้า อาหารที่เอาไปให้ก็ไม่กิน แล้วก็ดูซึมๆ ผมเริ่มกังวลคิดว่าจะลองโทรหาสัตวแพทย์ดูว่าควรทำไง(แต่ไม่รู้จักสักคน) ก่อนจะโทรก็แวะกลับไปหามันอีกรอบแต่ไม่เจอมันแล้ว หาอยู่พักหนึ่งก็ไม่เห็น อีกอย่างตอนนั้นก็ประมาณ 18.30 น. เริ่มค่ำแล้ว ก็เลยคิดว่าพรุ่งนี้เช้าหากยังไม่คลอดจะลองหาสัตวแพทย์ให้ช่วยมาดูดีกว่า

เช้าวันนี้ผมก็เลยไปหามันแต่เช้า ปรากฎว่ามันนอนตายอยู่แถวๆ นั้น (เมื่อวานหาแถวนี้แล้วไม่มี คิดว่ามันคงเดินมานอนตอนค่ำ) ผมเห็นแล้วก็เศร้ามาก ขออโหสิกรรมกับมันที่ไม่ได้ตามหมอมาช่วยมัน แม้จะไม่ใช้หมาของผมแต่ก็เคยลูบหัว เอาอาหารมาให้มันเป็นประจำ

สิ่งที่ผมเรียนรู้จากมันก็คือ อย่าผลัดผ่อนเวลาหรือสุภาษิตไทยก็ต้องพูดว่า "อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง" จะด้วยความที่ผมไม่รู้จักสัตวแพทย์สักคนเลยไม่รู้จะโทรปรึกษาคนไหน, ด้วยความที่ไม่เคยเห็นหมาคลอดลูกเลยไม่รู้ธรรมชาติว่าลักษณะไหนจะเป็นอันตราย, ด้วยความที่เห็นมันคล้ายกับเคยมีลูกมาก่อน(นมมันย่านเลยคิดอย่างนั้น)เลยคิดว่าน่าจะคลอดเองได้อีก, ด้วยความที่คิดว่าหมาจรจัดหนึ่งตัวจะคลอดลูกแล้วเราต้องไปคลีนิกสัตว์เพื่อสอบถามเรื่องการคลอดลูกดูเป็นความรู้สึกที่ดูวิตกกังวลมากเกินไปหรือเปล่า  แต่สุดท้ายเมื่อเห็นมันนอนตายในสภาพที่ท้องยังโตอยู่ ผมก็ได้แต่นึกว่า ถ้าเราใส่ใจกับมันมากกว่านี้อีกสักหน่อย แค่เดินเข้าไปคุยกับสัตวแพทย์ปรึกษาเรื่องนี้ อาจจะเสียเงินค่าปรึกษาบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อน ถ้าผมไม่มัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่งว่าพรุ่งนี้ก่อนค่อยทำ ผมอาจจะช่วยชีวิตอีกอย่างน้อย 3-4 ชีวิตไว้ได้

ผมอยากให้เหตุการณ์นี้ได้บอกเล่าไปถึงเพื่อนๆ ทุกคน เพราะถ้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดเรา คนในครอบครัวของเรา ความรู้สึกผิดและเสียใจมันจะยิ่งรุนแรงมากกว่านี้ สิ่งเล็กน้อยต่างๆ เช่น พ่อไอ แม่ปวดหัวเป็นประจำ เราอาจเห็นเป็นเรื่องปกติจนชินไม่ได้คิดอะไร แต่หากเราใส่ใจอีกนิดอย่าเอาข้ออ้างว่างานยุ่งไม่มีเวลามาอ้าง พาท่านไปตรวจดูว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เราจะได้ไม่มาเสียใจภายหลังว่าทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก เพราะว่ามันอาจจะสายไปแล้วเมื่อถึงวันนั้น อย่างที่ผมได้เจอกับตัวเองคราวนี้

ปล. อโหสิกรรมให้กันนะเจ้าขาว
007-s
Verified User
โพสต์: 2496
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 2

โพสต์

เสียใจด้วยนะคะ
แต่ก็อย่าโทษตัวเองมากไป ให้อภัยตัวเองนะคะ

เจ้าขาวเอง ก็ไม่ต้องทนเจ็บทรมาณอีกต่อไปแล้ว การเป็นหมาจรจัด ก็คงไม่น่าจะเป็นความสุขนัก คงจะต้องมีอดมื้อกินมื้อบ้าง ตากแดดตากฝนบ้าง ต้องคอยหลบหลีกอันตรายจากสัตว์อื่น หรือแม้แต่จากมนุษย์บางท่าน ที่อาจไม่ชอบใจมัน คอยดุด่าไล่ตีมัน ก็อาจจะต้องเจออยู่บ้าง

การตาย บางทีอาจเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับเจ้าขาว

บางที เขาอาจมีความสุขที่สุด ในลมหายใจสุดท้ายของเขา

:D
Zionism
Verified User
โพสต์: 1260
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 3

โพสต์

อีกกรณี

มีวันนึงมีแมวแถวบ้านปีนลงมาทางดาดฟ้าบ้านผมซึ่งเป็นตึกแถว
ผมก็งงๆว่าปีนลงมาทำไม ก็ได้แต่สงสัย ว่ามันหลง เดินเล่น หรือท้อง
(ท้องไม่ได้ใหญ่)
ผมก็ให้ไล่มันออกจากบ้านไปหลายต่อหลายหน
จนวันนึงก็ไม่เห็นมันอีก มารู้อีกทีว่ามันท้องอยู่ และโดนรถชนตายไปแล้ว  :cry:
ภาพประจำตัวสมาชิก
Basketman
Verified User
โพสต์: 1208
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 4

โพสต์

อ่านแล้วเศร้า  :'O  :'O  :'O
พี่แบงค์อย่าคิดมาก คิดเสียว่าเป็นบุญเป็นกรรมของเจ้าขาวเค้า
"สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องไปปั่นเอาเอง"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Akajon
Verified User
โพสต์: 530
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ภรรยารักหมา-แมวมาก ทุกปีจะมีไปทำบุญให้วัดที่มีหมา-แมวจรจัด ไปกับพี่สาว เราก็ไม่เคยได้ไป รู้แต่ว่าทำทุกปี ไม่เคยขาด

แถวบ้านมีแมว หมา เยอะ ก็ซื้ออาหารมัน มาไว้ในบ้าน ทุกเช้า-เย็นตักให้ตลอด มีวันนึงแมวตัวแม่โดนหมาปากซอยกัด มันน่าจะปกป้องลูกที่เพิ่งคลอด ไม่ยอมหนี โดนกัด น่าจะ 2-3 ทีซ้ำๆ ตรงช่วงบั้นท้าย กระดูกแตกละเอียด แต่ไม่ตาย

พอกลับจากทำงาน เห็นมันนอนหอบ เลือดไหลเป็นทางยาว เลยจับมันว่าจะใส่ลังไปรักษา แต่มันคงกลัว เลยกัดแล้วก็ข่วน ก็เลยต้องไปรักษาทั้งคน ทั้งแมว (จะจับมันต้องระวัง เพราะมันก็กลัวเราไปทำร้ายมัน) แมวส่งโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน ส่วนเรารอโรงพยาบาลสัตว์รับเรียบร้อยก่อน ค่อยไปฉีดวัคซีน ต้องฉีดรู้สึกจะ 7-8 เข็ม เว้นระยะห่างๆ กัน

แมวที่โดนกัด สรุปว่ามันกระดูกแตกหมด อวัยวะภายในแหลกหมดแล้ว แล้วก็เสียเลือดมาก ทำได้แค่ยื้อชีวิตไว้ให้นานที่สุด เราบอกภรรยาให้ put to sleep น่าจะดีกว่า แต่ภรรยาอยากให้พยายามให้ถึงที่สุดก่อน สุดท้ายรั้งไว้ไม่นาน อีก 2 วัน มันก็ตาย

บางทีช่วยถึงที่สุดแล้ว มันถึงเวลาของมัน มันก็ไปดีเอง อย่าไปคิดมาก
ภาพประจำตัวสมาชิก
dino
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1281
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 6

โพสต์

:8) แหะ แหะ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
ไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้าครับ บุญกรรมที่เราทำก็จะส่งผลให้เองครับ :wink:
kongkang
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 1084
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 7

โพสต์

เศร้าจัง :cry:  ขอแสดงความเสียใจกับทั้งสองท่านด้วยค่ะ แต่ทั้งสองคนนี่ใจดีเนอะ เรากลับไม่ชอบเลี่้ยงทั้งหมาและแมวเลย รู้สึกมันเป็นภาระเหมือนเลี้ยงลูกคนหนึ่ง  คิดว่าถ้าเลี้ยงไม่ดีก็อย่าเลี้ยงดีกว่า ตอนเด็ก ๆ ชอบเลี้ยงหมานะ แต่พอโต เราดูแลมันไม่ไหวอ่ะ ก็เลยไม่ได้เลี้ยง แต่ชอบในความมีน้ำใจค่ะ
miracle
Verified User
โพสต์: 18134
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 8

โพสต์

เตือนสติว่าตั้งตนในความไม่ประมาท
ความไม่ประมาทในที่นี้คือ ไม่ประมาทในการเกิด แก่ เจ็บ และ ตาย
ทั้งสี่มาได้ทุกเวลาทุกเมื่อ

:)
:)
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 9

โพสต์

อ่านผ่านๆเมื่อกลางวัน
มาตอบอีกทีตอนเย็น

คุณ Bank เป็นคนที่มีน้ำใจงามมาก
ที่ให้ความเมตตากับสัตว์จรจัด
ทั้งๆที่อาจจะมีอันตรายถึงตัวได้ กรณีที่เป็นโรคหรือถูกกัด
อย่างไรเสีย เขาก็ไปดีแล้วครับ
ถ้าชาติหน้ามีจริง อาจจะเกิดมาเป็นสัตว์เลี้ยงของคุณก็ได้
(ถ้าเขาได้เกิดเป็นสุนัขอีก)

การพลัดพรากจากสิ่งที่รักหรือผูกพันย่อมเป็นทุกข์
แม้จะเป็นสัตว์ตัวเล็กๆก็ตาม
กูรูเองก็เคยสูญเสียเจ้าเหมียวที่บ้านอย่างไม่ตั้งใจ

เหมียวที่บ้านชื่อลินิน มี่พี่และน้องขื่อป่านดำและปออ่อน
ลินินเป็นแมวขาว ซุกซน ฉลาด ชอบปีนเล่นต้นมะม่วงและโวยวายที่สุด
แต่อย่างไรไม่ทราบ วันหนึ่งคงเกิดอาการผิดปกติที่สมองไปนอนใต้รถ
คนใกล้ตัวสตาร์ทรถออก ...เอี๊ย..คงเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น  :oops:
ซึ่งตรงนี้ปกติแมวจะไวกับเสียงต่างๆ
แค่ได้ยินอะไรกุกกักก็วิ่งหนีออกมาแล้ว

เราเร่งเอาลินินไปส่ง ร.พ.สัตว์ เอ็กซ์เรย์ดูก็ไม่มีรอยบาดแผลหรือกระดูกหัก
ก็เบาใจ คิดว่ามันคงตกใจเลยร้องครวญครางตลอด
ที่ไหนได้..ตาบอดครับ ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้น
แล้วหลังจากนั้นอาการก็ทรงๆทรุดๆ ไปหนึ่งสัปดาห์
ไปเยี่ยมทุกเย็นก็ได้ยินแต่เสียงร้องครวญคราง
จนในที่สุดหมอบอกให้ Put to sleep เถอะ
ถึงหายก็ทรมานเป็นแมวตาบอดช่วยตัวเองไม่ได้
แต่กูรูยังไม่ยอม กระทั่งวันหนึ่ง ลินินเขาคงอยากให้เราสบาย
ก็เลยกินอาหารมื้อสุดท้าย จนอิ่มแล้วหลับไปเอง

เราเอาลินินมาฝังไว้ที่ต้นมะม่วง
บอกลินินให้ปีนป่ายเล่นกับต้นมะม่วงตลอดไป
เวลาลมพัดเย็นๆ ใบร่วงกราว ก็รู้สึกว่าลินินอยู่แถวๆนี้ :oops:

ไม่เป็นไรหรอก นายยังมีปออ่อนกับป่านดำ
พี่น้องลินินอีกสองตัวให้คอยดูแลแทน
แล้วเจอกันอีก
ถ้าลินินได้เกิดเป็นแมวอีกครั้ง :'O
MindTrick
Verified User
โพสต์: 1289
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 10

โพสต์

^
^
อ่านของพี่กูรู แล้วนึกถึงหนังเกาหลี อารมณ์ประมาณ Fly me to polaris ... ซึ้งสุดๆ   :cry:
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
ภาพประจำตัวสมาชิก
bankniti
Verified User
โพสต์: 627
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 11

โพสต์

ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจครับ :bow:

อ่านเรื่องราวของหลายท่านที่เจอะเจอในลักษณะการผลัดพรากที่น่าเศร้าเหมือนกัน อย่างเช่นที่คุณกูรูเขียนแล้วทำให้นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา จำเนื้อหาใจความคร่าวๆ ได้แต่จำรายละเอียดได้ไม่หมด แต่จะลองเขียนให้อ่าน หากผิดพลาดในเรื่องรายละเอียดต้องขออภัย

ในสมัยพระพุทธเจ้า มีหญิงนางหนึ่งร้องไห้มาขอให้พระพุทธเจ้าชุบชีวิตพ่อที่เพิ่งเสียชีวิตไปให้ฟื้นคืนมาใหม่ ไม่ว่าพระพุทธเจ้าจะตรัสปฎิเสธอย่างไรก็ไม่ได้ผล เลยบอกหญิงผู้นั้นให้ไปเอาผ้ามาถวาย แต่ต้องไปขอจากบ้านที่ไม่เคยมีญาติหรือใครเคยตายมาก่อน นางก็รีบออกไปสอบถามบ้านต่างๆ บ้านแล้วบ้านเล่าแต่ทุกบ้านก็มีญาติเคยเสียชีวิตมาแล้วทั้งนั้น สุดท้ายนางก็กลับมาหาพระพุทธเจ้าและเข้าใจในกุศลโยบายที่พระพุทธเจ้าใช้นางไปทำ ว่าไม่มีใครไม่เคยสูญเสียคนที่เรารัก นางจึงเลิกขอให้พระพุทธเจ้าชุบชีวิตพ่อขึ้นมาใหม่

พรุ่งนี้จะตื่นไปใส่บาตรให้เจ้าขาวและอธิฐานจิตขอให้มันได้เกิดเป็นสิ่งที่ดีกว่าชาตินี้ ขอบคุณทุกความคิดเห็นอีกครั้งครับ :bow:
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ 12

โพสต์

:8) กรรมนำมันมาเจอเรา
     กรรมก็นำมันจากไป

     ลองมองในแง่ธรรมชาติบ้าง
     หมามีคุณสมบัติเด่นที่อยู่ร่วมกับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี
     ทำให้มันได้รับเชิญเข้าสู่สัึงคมมนุษย์อย่างที่่สัตว์อื่นทำไม่ได้
     แม้กระทั่งแมวก็ให้ความรู้สึกนั้นแก่มนุษย์ไม่ได้มากเท่าหมา
     caseผมยิ่งแย่กว่าอีก
     แมวจรจัดที่ไม่ได้เลี้ยงไว้ด้วยซ้ำ
     ชื่อเจ้า ไมเคิ่ล เจ้านี่เป็นแมวตัวผู้ซึ่งปกติจะไว้ตัวยิ่ง
     เพราะเราไม่ได้เลี้ยงมัน
     ผมมีหน้าที่เช้าออกจากบ้าน มันจะมายืนคอยอยู่แล้ว
     ก็ซื้ออาหารเม็ดมาเตรียมไว้ในกล่อง
     ก็ง่ายๆหยิบอาหารใส่จานให้มันกิน
     ใหม่ๆมันกินเสร็จก็เดินยกหางจากไปอย่างหยิ่งๆตามประสาแมว
     ระยะหลังๆ มันจะมาเคล้าแข้งขา แล้วยังมีล้มกลิ้งล้มหงายแบบกายกรรมให้เราทัศนาเป็นค่าอาหาร
     ก็เลยกล้าจับต้องมัน ลูบหัวลูบพุง มันก็ยอมไม่ว่าอะไร
     ผิดกับนังลายแม่ของมัน ซึ่งอย่าหวังว่าจะไปจับเนื้อจับตัวมันได้
     นังแม่มันนี่ก็เหมือนแมวทั่วไปเท่านั้น
     ทุกวันนี้ก็ยังมาขออาหารกินทุกเช้าเย็น
     แต่ไมเคิ่ลของผมสิครับ
     มันหายไป2อาทิตย์กว่าแล้ว ไม่รู้เป็นตายร้ายดีประการใด
     เข้าใจว่าคงตาย มากกว่าเป็นละครับทีนี้
     ถ้าเห็นมัึนตายหรือรู้ว่ามันตายอย่างไรจากปากคนอื่น
     ความรู้สึกคงดีกว่านี้
     นี่เหมือนรอเจอมันมาลา
     เข้าฝันก็ยังไม่มา
     เจ้านี่ใจดำจริงๆอยู่กันมาตั้งหลายปีดีดัก
     หวยซักตัว หุ้นซักบริษัทก็ไม่มาเข้าฝัน โกรธจริงๆเลย...อ้าว...
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
โพสต์โพสต์