ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
ภาพประจำตัวสมาชิก
NT
Verified User
โพสต์: 319
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 1

โพสต์

สามปีกว่าแล้ว เสาซักต้นยังไม่ขึ้นเลย กับเงินแสนล้านผมคิดว่าการลงทุนเส้นทางรถไฟฟ้าได้ 1-2 สาย น่าจะมีประโยชน์กว่านะครับ ไม่เพียงแต่เงินลงทุนที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในเส้นทางที่รถไฟฟ้าผ่านยังช่วยกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนต่างๆ   เงิน 4 หมื่นล้าน แต่หมุนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่านั้นเยอะ  ขณะที่การลงทุนเช่ารถเมล์ใหม่ ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประชาชนเลย เพราะค่าโดยสารก็ไม่ได้ลดลง สุดท้าย ขสมก ก็จะยังขาดทุนอยู่ดี(เด็กมัธยมแถวบ้านยังดูออกเลย)  จะมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ แต่กลายเป็นภาระภาษีของกระผม แทนที่จะเอาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่านี้   เซ็งที่เกิดเป็นคนไทยจริงๆ  :? มีวิธีใดที่จะสามารถสื่อให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นนี้ได้บ้าง

ลงทุนรถไฟฟ้าเยอะแยะแล้วเอาบริษัทเหล่านั้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้หมด (รวมทั้งบริษัทประกอบรถไฟฟ้า) น่าจะช่วยเพิ่ม Market Cap ได้มหาศาลเลยทีเดียว
ภาพประจำตัวสมาชิก
กาวตราช้าง
Verified User
โพสต์: 179
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 2

โพสต์

เอ.. มันหลักพันล้านนิ


หรือพ้มฟังผิด  :roll:  :roll:
ภาพประจำตัวสมาชิก
NT
Verified User
โพสต์: 319
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 3

โพสต์

อ้างอิงจากข่าวครับ http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=news&id=249231

โพสต์ทูเดย์ นายกฯ เร่งสุดตัว ไฟเขียวโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 6,000 คัน มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท ลั่นต้องเปิดประมูลในปีนี้

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราง และระบบขนส่งมวลชน โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า นายกฯ ได้กำชับให้เร่งรัดโครงการเช่ารถโดยสารปรับอากาศติดก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 6,000 คัน ระยะเวลา 10 ปี มูลค่าโครงการ 111,690 ล้านบาท โดยเร็วที่สุด


ทั้งนี้ ต้องการให้มีการประมูล ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ โดยให้กระทรวงคมนาคมนำโครงการดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 15 ก.ค.นี้


หลังจากเปิดซองประมูลประกวดราคาเสร็จสิ้นภายในปีนี้ จากนั้นจะให้เอกชนผู้ชนะประมูล ทยอยผลิตรถส่งมอบให้แก่รัฐบาล เพื่อจะให้คนกรุงเทพฯ ได้ใช้บริการตั้งแต่ช่วงต้นปี 2552 เป็นต้นไป พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าว


ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว นายกฯ ได้เน้นย้ำว่า เป็นโครงการที่โปร่งใส และไม่มีการล็อกสเปก เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่คนในรัฐบาล เพราะทางรัฐบาลได้กำหนดขั้นตอนอย่างชัดเจน คือ รัฐบาลออกสเปกรถ จำนวน 26 ข้อ เช่น รถจะต้องเป็นรถโดยสาร 35 ที่นั่ง 2 ประตู ความยาวของรถไม่เกิน 12 เมตร และต้องใช้ระบบเก็บตั๋วแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และคิดค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย และการซ่อมบำรุงทางบริษัทเอกชนต้องดำเนินการเองทั้งหมด


โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า สำหรับรัฐบาลได้กำหนดราคาเช่ารถเบื้องต้นไว้ที่ 5,100 บาทต่อวันต่อคัน และสัญญาจะต้องได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด


พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าวยืนยันว่า โครงการนี้คุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างแน่นอน และจะต้องมีการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดกับพนักงาน ขสมก.จำนวน 1,355 คน ส่วนรถ ขสมก.ที่มีอยู่ 3,000 คัน จะประมูลขายทิ้งทั้งหมด
ภาพประจำตัวสมาชิก
simplelife
Verified User
โพสต์: 756
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ผมเองไม่ได้ศึกษาละเอียดนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เท่าที่เคยอ่านจากข่าวคร่าวๆ เขาไม่ได้ลงทุนเองแสนล้าน ถ้าเข้าใจไม่ผิดจะไม่มีการควักกระเป๋าค่ารถเลยด้วยซ้ำ (จะมีค่า layoff พนักงานเก่าๆ ที่ยังไม่รู้ราคา) แต่หลักๆจะเป็นการเช่ารถระยะยาว คันละประมาณหกพันบาทต่อวัน (แสนกว่าบาทต่อเดือน) ครับ

ค่าเช่าก็จะมาจากค่าโดยสารที่ได้ในแต่ละวัน หักค่า NGV ที่ต้องเติม สมมติ ว่าถ้าเติม NGV วันละ 2,000 บาท ค่าแรง คนขับ 400 ต่อวัน ก็หมายความว่า (6,000 + 2,000+400 ) / 15 = 560 คน ต่อคัน จึงจะคุ้มทุน ถ้าขสมก บริหารผู้โดยสารให้มากกว่า 560 คนต่อวันได้ ก็จะทำเงินเข้ามากกว่าค่าเช่ารถ ซึ่งแปลว่า แทนที่ขสมก จะขาดทุนอยู่เหมือนทุกวันนี้ จะเป็นการล้างไพ่ แล้ว เปลี่ยนกระแสเงินกลายเป็นบวกทันทีครับ

ไอ้คำว่าแสนล้านเนี่ย หนังสือพิมพ์คูณกันเอง ฟังดูตื่นเต้นดี ที่สำคัญ ไอ้ โพสท์ อะไรเนี่ย มันอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลเต็มตัว (อ่าน ใครเป็นเจ้าของ ใช่คนที่ตั้งม๊อบอยู่ริมถนนหรือเปล่า ?)
กาละมัง
Verified User
โพสต์: 1230
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 5

โพสต์

คงต้องมีทั้งรถไฟฟ้ากับรถประจำทางคู่กันครับ ไม่งั้นเดินกันขาลากแน่

อยากรู้ว่าล็อกสเป็กไหม  ต้องดูเงื่อนไข 26 ข้อ กับเวลาที่กำหนดให้

แต่ไม่รู้เป็นไร  พอเป็นงานภาครัฐเป็นต้องรีบประมูล  ขณะที่หากเป็นภาคเอกชนกลับเน้นความรอบคอบในการตัวโครงการและขี้นตอนประมูลมากกว่าความรีบเร่ง  เพื่อให้ได้ spec และ deal ที่ดีที่สุด และไม่มีค่าโง่ตามมา
กาละมัง
Verified User
โพสต์: 1230
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 6

โพสต์

รัฐบาลไม่ได้ควักทันที 111,560 บาท แต่มูลค่าโครงการตามนั้นครับ จาก
6000 คัน X 5100 บาท X 365 วันX 10 ปี

อ้างว่าคุ้ม ทำกำไรได้ จึงเลือกลงทุนวิธีนี้ ผมว่าหลงประเด็น เพราะว่า เพิ่มค่ารถเป็น 15 บาท

ประเด็นจึงสมควรเป็นว่าระหว่างการซื้อรถเอง  กับการเช่ารถต่อคัน ปีละ 1.86 ล้านบาท  (5100*365)  อันไหนคุ้มกว่ากันมากกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
simplelife
Verified User
โพสต์: 756
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 7

โพสต์

ตอบตรงๆไม่รู้ครับ ว่าคุ้มไม่คุ้ม เพราะไม่มีหุ้น/ธุรกิจด้านนี้ ค่าใช้จ่ายอื่นๆของขสมก ผมไม่มีข้อมูลเลย ไม่เคยศึกษา (ถ้าคุณกะละมังอยู่ในวงการนี้ ช่วยเสนอรายละเอียดด้วยครับ) แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าล็อกหรือไม่ล็อกสเป็ค เพราะไม่เคยเห็นเงื่อนไข 26 ข้อ ที่ไหนมาก่อน

แต่ที่เข้าใจก็คือว่าเขาพยายามที่จะผลักภาระ่ค่าอู่, ค่าประกันต่างๆ รวมถึงการซ่อมแซมรถ และราคาขายของรถใช้แล้ว ซึ่งตามข่าวที่เคยอ่าน ค่าใช้จ่ายพวกนี้เป็นส่วนใหญ่ของการรั่วไหลในทางทุจริตของขสมก ปัดภาระเป็นว่าเช่ารถ แล้วให้เอกชนจัดหารถมาให้ได้ ถ้ารถเสียเกินกว่าที่จะซ่อมได้ เอกชนก็ต้องหารถใหม่มา คือพยายามปิดช่องทางที่สามารถจะทุจริตภายในองค์กรกันได้ออกทั้งหมดครับ เหมือนกับเวลาเราจ้างผู้รับเหมา แล้วให้เขาเหมาของไปด้วย จะได้ไม่ต้องปวดหัวว่าจะโกงสี โกงปูนเราอีก มาเบิกเพิ่มค่าของ อะไรประมาณนั้นครับ

รู้สึกว่าแปลกๆอย่างเดียว แค่ทำไมต้องประมูลในล็อตเดียวทั้งหมด 6,000 คัน บริษัทขนาดนั้นมีอยู่เยอะแค่ไหน แต่ถ้ามีผู้ประกอบการขนาดใหญ่พอที่จะมาร่วมประมูลแข่ง  และการประมูลเป็นไปโดยถูกต้อง ผมก็ยังเชื่อในระบบทุนนิยม ที่จะทำให้รัฐได้ผลประโยชน์มากที่สุดครับ ถ้าไอ้ที่ประมาณไว้ว่า ห้าหกพันแพงไป คงจะมีคนเสนอราคาเหมาะสมจนได้ครับ
คนเรือ VI
Verified User
โพสต์: 1647
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 8

โพสต์

ข้อสำคัญนะครับ คือการเช่าเนี่ยะ จะไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาครับ

ผมว่าวิธีนี้อาจจะทำให้ ขสมก โปร่งใส มากขึ้นก็ได้ครับ

ถ้าเอกชน (รถร่วม) ทำกำไรได้ ทำไม ขสมก จะทำไม่ได้ น่าลองคิดดู

ผมว่าเช่าคำนวนต้นทุนง่ายกว่า และทำให้วางเป้าหมายในการบริหาร ของ ขสมก ง่ายกว่าครับ ขอคิดแบบ management นะครับ

องค์กรนี้ต้องถูกล้างไผ่อย่างด่วนๆ
. . .
ภาพประจำตัวสมาชิก
โอ@
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 4244
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 9

โพสต์

กรณีนี้ยังไงผมว่าเช่าได้ประโยชน์กว่าเยอะครับ

ลดการคอร์รัปชั่นไปได้มหาศาล ในเรื่องของการซ่อมบำรุงอย่างที่พี่คนเรือ VI บอก

แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องดูเลยคือ ล็อค Spec กันหรือเปล่า ถ้าไม่ล็อค มีคนยื่นกันเยอะๆ
ผลประโยชน์ก็ตกที่รัฐครับ ไม่แน่ราคาอาจลดไปเหลือคันละ 4000 บาทต่อวันแทนก็ได้
_________
ภาพประจำตัวสมาชิก
Kermit
Verified User
โพสต์: 340
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 10

โพสต์

ไม่แน่ใจว่าข้อมูลเค้าจริงเท็จประการใดนะครับ เห็นเค้าให้ตัวเลขซะละเอียดยิบ เลยลองเอามาแชร์กันดู จาก
http://www.thairath.co.th/news.php?sect ... tent=93708
เช่ารถเมล์ 6,000 คัน ธาตุแท้..คนการเมือง [17 มิ.ย. 51 - 18:04]

ช่างสมกับคำยกย่องรัฐบาลนี้ รู้ลึกรู้จริง คมนาคม...วันนี้ต้องยอมรับท่านรู้จริง

ส่วนจะเอาความเชี่ยวชาญมาแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ ประชาชน หรือหาเงินเข้าพกเข้าห่อให้กับตัวเองและพวกพ้องหรือไม่...เป็นอีกเรื่อง

โครงการเช่ารถเมล์ 6,000 คัน เป็นหลักฐานดี...ทำเพื่อใคร?

เช่ารถเมล์ปรับอากาศใช้ก๊าซเอ็นจีวี 6,000 คัน เป็นระยะเวลา 10 ปี วงเงิน 110,160 ล้านบาท...คิดเฉลี่ยแล้วจ่ายค่าเช่าตกแล้ววันละ 5,100 บาท ต่อวัน

เอาตัวเลขค่าเช่านี้มาจับพิรุธ ดูไม่เป็นธรรมกับท่านผู้นำ เพราะรวมระบบเก็บตั๋วที่เรียกว่า E-Ticket, GPS ไม่ต้องมีกระปี่กระเป๋ามาเก็บค่าโดยสารอีกต่อไป

เฉพาะระบบตั๋วนี่...ตกวันละ 463.19 บาท ต่อคัน

หักลบกลบหนี้แล้วเหลือเป็นค่าเช่าแค่วันละ 4,637 บาท ต่อคัน

จะเป็นรายการเช่ารถแพงเว่อร์เกินจริง...แบบอภิมหาโคตรโกงหรือเปล่า?

รถเมล์ปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซเอ็นจีวี เป็นรถจากประเทศจีน ขนาดเดียวกับที่ ขสมก.จะเช่าจำนวน 6,000 คันนี้ ราคาซื้อสดแค่ 1 คัน อยู่ที่ 2.8 ล้านบาท แต่ถ้าซื้อผ่อน หรือเช่าซื้อ เขาจะคิดค่าเช่าซื้อวันละ 2,250 บาท ผ่อนเป็นเวลา 4 ปี หรือ 48 เดือน รถเมล์ตกเป็นของเรา

นายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานชมรมรถร่วม ขสมก. ยกตัวเลขเปรียบเทียบให้เห็น

เช่าซื้อวันละ 2,250 บาท 4 ปี ได้เป็นเจ้าของรถ

แต่ที่รัฐบาลคิดทำ จะเช่าวันละ 4,637 บาท 10 ปี

จ่ายไปทั้งหมดคันละ 16 ล้านบาท รถไม่ได้ตกเป็นของ ขสมก. แต่อย่างใด...คิดได้ยังไง...ใช้สมองส่วนไหนคิด

เอาตัวเลขนี้มาอ้าง นักการเมืองผู้รู้ลึกด้านขนส่งอ้างได้ว่า เช่าซื้อรถของเอกชนนั้น คิดแต่ค่าผ่อนรถอย่างเดียวกันเลยถูก

แต่รถที่รัฐบาลคิดทำนั้น รวมค่าเช่าอู่ ค่าประกัน ค่าซ่อมรถอยู่ด้วย...ราคาเช่ามันเลยแพงกว่าเช่าซื้อที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้

ถ้าเอาตัวเลขนี้มาคิดรวม นายบรรยงค์ บอกว่า ค่าเช่าอู่ของเอกชนนั้นคิดกันที่วันละ 100 บาท ค่าประกันภัยวันละ 100 บาท

ส่วนค่าซ่อม รถใหม่ๆ ปีแรกค่าซ่อมจะตกประมาณวันละ 500 บาท ปีที่ 2 ค่าซ่อมจะขยับขึ้นไปเป็นวันละ 600 บาท...ปีที่ 3 วันละ 700 บาท...ปีที่ 4 วันละ 800 บาท

คิดเฉลี่ยแล้วรถ 4 ปี ค่าซ่อมตกวันละ 650 บาท

เมื่อเอาค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปรวมกับค่าเช่าซื้อ ตกเป็นค่าใช้จ่ายวันละ 3,100 บาท...จ่ายเท่านี้ 4 ปี ได้เป็นเจ้าของรถ

รถที่ซื้อมาราคา 2.8 ล้าน ใช้ไป 5 ปี รถยังเอาไปขายได้ราคาอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของราคาเดิม

ขายไปได้เงิน 1.4 ล้านบาท...ทอนราคากลับไป 4 ปี เท่ากับว่าได้เงินกลับคืนมาวันละ 972 บาท

สรุปแล้ว เช่าซื้อง่ายๆแบบเอกชน 4 ปี ได้เป็นเจ้าของรถ เอารถไปขาย...สุดท้ายไม่ได้เป็นเจ้าของรถแบบเดียวกับรัฐบาลกำลังจะทำ

เสียเงินค่าเช่าแค่วันละ 2,182 บาท ต่อคัน

แต่ของรัฐบาล ต้องจ่ายแพงวันละ 4,637 บาท ต่อคัน...แพงกว่ากันถึง 2,455 บาท เรียกว่าเอาเงินส่วนที่แพงเกินไปเช่ารถเพิ่มได้อีกคัน ก็ยังเหลือ

ที่สำคัญ ราคาที่นำมาคิดคำนวณเปรียบเทียบให้เห็นนี้ เป็นราคาซื้อรถเมล์ ปรับอากาศ 1 คัน ราคา 2.8 ล้านบาท

ไม่ใช่สั่งซื้อทีเดียว 6,000 คัน...ซื้อเหมายกกุรุส ไม่ใช่เหมาโหล ซื้อมากขนาดนี้ คนที่รู้ลึกรู้จริงเรื่องขนส่งคมนาคม ต้องรู้ว่าสามารถต่อรองราคาให้ ลดลงได้ 20-30 เปอร์เซ็นต์

รถราคา 2.8 ล้าน...จะลดลงมาเหลือแค่ 2 ล้านบาท ราคาค่าเช่าซื้อรายวันก็จะลดลงไปอีก จากวันละ 2,250 บาท

เหลือแค่ 1,600 บาทเท่านั้นเอง...(อัตราผ่อนเช่าซื้อรถเมล์รวมดอกเบี้ย คนในวงการจะคิดในอัตรา 1 ล้านบาท ผ่อนวันละ 800 บาท เป็นเวลา 4 ปี)

ราคาค่าเช่ารถเมล์ 6,000 คัน...จะอยู่ที่วันละ 1,532 บาท ต่อคัน

แถมค่าเช่าราคาใช้ครบ 4 ปี ขายทิ้ง เปลี่ยนรถใหม่

มีรถใหม่วิ่งทุก 4 ปี...ไม่ใช่ปล่อยให้เก่าคร่ำครึนานเป็น 10 ปี เหมือนที่คิดกัน

แสดงให้เห็นชัด รัฐบาลไม่ได้มีความตั้งใจจะปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของ ขสมก. มีอย่างที่ไหนจะปรับปรุงประสิทธิภาพ แต่ดันเอาเงิน เอาจำนวนรถ 6,000 คัน มาเป็นตัวตั้ง

ถ้ามีเจตนาจะปรับปรุงจริง สิ่งแรกที่ควรทำ ต้องเอาจำนวนเส้นทางรถเมล์ที่มีการวิ่งทับซ้อน แย่งผู้โดยสาร แย่งกันเผาน้ำมัน จนเป็นเหตุให้ ต้นทุนค่าโดยสารแพงขึ้นโดยไม่จำเป็น มาเป็นตัวตั้ง

ได้จำนวนเส้นทางที่จะปรับปรุงลดการวิ่งทับซ้อน แล้วสำรวจจำนวนผู้โดยสารแต่ละเส้นทาง มาว่ามีเท่าไร จากนั้นถึงจะรู้ว่า เราควรจะใช้รถกี่คัน ได้จำนวนรถแล้ว ถึงจะมาว่ากันเรื่องงบ ประมาณ ส่วนจะซื้อจะเช่าค่อยมาว่ากันทีหลัง แต่นี่คิดแบบกลับหัวกลับหาง

นายบุญชัย รุ่งเรืองไพศาลสุข ประธานเครือข่ายคัดค้านการขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ ให้ความเห็นในฐานะผู้เสนอไอเดีย ให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงการเดินรถเมล์ใหม่ ซื้อรถเมล์ใหม่แค่ 4,000 คัน คิดค่าโดยสาร 20 บาท ใช้บริการนั่งรถเมล์ได้ทุกสาย นั่งได้ทั้งวัน ที่เรียกกันว่า ONEDAY PRICE

แต่นักการเมืองกลับบิดเบือนหลักการจากซื้อรถเป็นของตัวเอง... มาเช่ารถที่จ่ายแพงไปก็ไม่ได้เป็นเจ้าของรถ

แปลกจริงๆ มีที่ไหนในโลก คุณเช่ารถเขามาแล้ว ต้องจ่ายค่าซ่อมรถให้เขาทำไม จะต้องมาจ่ายค่าประกันทำไม และจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถให้กับเจ้าของรถเช่าทำไม ในเมื่อไม่ได้เช่าซื้อผ่อนรถมาเป็นของตัวเอง

รายการที่รังสรรค์ปั้นค่าเช่าอภิมหาแพงนั้น ค่าซ่อมวันละ 1,359 บาทต่อคัน...ค่าดอกเบี้ยที่เจ้าของรถเช่าไปกู้ซื้อรถมาให้เช่า วันละ 744.01 บาทต่อคัน...ค่าประกันภัย วันละ 30.94 บาทต่อคัน

เช่ารถอะไรที่มีรายการจ่ายยุบยิบขนาดนั้น ปกติการเช่ารถทั่วไป รถผู้บริหารบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ รถราคา 1.3 ล้านบาท คิดกันเดือนละ 28,000 บาท หรือวันละ 934 บาท จ่ายแค่นี้เอง ค่าประกัน ค่าซ่อม บริษัทให้เช่ารถต้องเป็นคนออก ไม่ใช่ให้คนเช่าออก

นี่ขนาดว่าค่าเช่าแพง...แพงแล้วนะ รถ 1.3 ล้าน ค่าเช่าวันละไม่ถึงพัน ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับราคา รถเมล์คันละ 2.8 ล้าน ค่าเช่าก็แพงขึ้นเท่าตัวก็แค่วันละ 1,868 บาทเท่านั้น

แถมราคานี้รถจะชน จะซ่อม ไม่เพียงเราไม่ต้องจ่าย คนให้เช่าต้องหารถคันใหม่มาเปลี่ยนให้เราใช้ด้วย เคยถามผู้บริหาร ขสมก.ว่า เช่ามาทำไมตั้งมากมาย 6,000 คัน

เขาบอกว่าเช่ามาเผื่อ จะเผื่อไปทำไม รถจะเสีย จะซ่อม จะพัง เขาต้องหารถมาเปลี่ยนให้เรา เอกชนมีหน้าที่ไปซื้อรถมาเผื่อ ไม่ใช่เราไปเช่าเผื่อให้เขา

เพราะคิดกันอย่างนี้ ฉลาดแบบนี้...บ้านเมืองมันถึงได้เป็นอย่างนี้

คิดแล้วกลุ้ม ไปเสพเมถุนดีกว่า.
"Hope for the Best, Plan for the Worst."
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 11

โพสต์

เรื่องเช่า
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
ภาพประจำตัวสมาชิก
Akajon
Verified User
โพสต์: 530
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 12

โพสต์

คนเรือ VI เขียน:ข้อสำคัญนะครับ คือการเช่าเนี่ยะ จะไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาครับ

ผมว่าวิธีนี้อาจจะทำให้ ขสมก โปร่งใส มากขึ้นก็ได้ครับ

ถ้าเอกชน (รถร่วม) ทำกำไรได้ ทำไม ขสมก จะทำไม่ได้ น่าลองคิดดู

ผมว่าเช่าคำนวนต้นทุนง่ายกว่า และทำให้วางเป้าหมายในการบริหาร ของ ขสมก ง่ายกว่าครับ ขอคิดแบบ management นะครับ

องค์กรนี้ต้องถูกล้างไผ่อย่างด่วนๆ
อันนี้เข้าใจถูกต้องครับ ส่วนหนึ่งเพื่อลดปัญหาการโกงใน ขสมก. และอีกส่วนหนึ่ง เพื่อเร่งยกระดับ ขนส่งมวลชน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สะอาด ปลอดภัย และบริหารจัดการง่ายขึ้น

ส่วนข่าวด้านล่าง เป็นความเห็นจากผู้ไม่หวังดี หรือสื่อที่คอยเสี้ยมให้ประชาชนเกลียดรัฐบาล โดยมีอคติส่วนตัว

ทำใจเป็นกลาง มองด้านดีๆ บ้าง สังคมจะได้พัฒนา


ส่วนแท็กซี่ที่ถูกกว่า เพราะไม่เคยได้ขึ้นราคามิเตอร์มาหลายปี ตั้งแต่ 35 บาท เริ่มต้น เกิน 2 กิโลเมตร ถัดไป กิโลละ 5 บาท อัตราก้าวหน้า .50 บาท ทุกๆ 20 กิโลเมตร

ที่รู้เพราะที่บ้านทำมาตั้งแต่ 1ท 2ท สมัย 20-30 ปีก่อน จนเปลี่ยนมาเป็นแท็กซี่มิเตอร์ ก็ไม่เคยได้ขึ้นราคา สิบกว่าปี เพิ่งจะได้ขึ้น พอมีนโยบาย รัฐก็โดนกล่าวหาว่าช่วยพวกแท็กซี่ หวังคะแนนนิยม เป็นงั้นไป

ถ้าเทียบรถเมล์ ขึ้นมาตั้งแต่ 1 บาทกว่า 2 บาท 3 บาท จนตอนนี้ขึ้นมาจะ 10 บาท แท็กซี่ยังไม่เคยได้ขึ้นราคาเลย


มัวแต่คอยจ้องกินเลือดกินเนื้อ ฟาดฟันกันเอง ไม่ยอมให้พัฒนาระบบขนส่งมวลชน เราก็จะยังเป็นทาสของประเทศมหาอำนาจด้านพลังงานต่อไป


         ผู้ชนะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ แต่ผู้แพ้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

         ผู้ชนะเสนอสิ่งใหม่ให้ทุกครา แต่ผู้แพ้สรรหาคำแก้ตัว

         ผู้ชนะมักบอก"ขอฉันช่วย" แต่ผู้แพ้ไม่เอาด้วยเรื่องปวดหัว

         ผู้ชนะเห็นทางออกแม้มืดมัว ผู้แพ้เฝ้าแต่กลัวเจอทางตัน

         ผู้ชนะรอโอกาสทองแม้ต้องยุ่ง ผู้แพ้มุ่งเห็นแต่ร้ายที่หมายมั่น

         ผู้ชนะว่าทำได้ต้องฝ่าฟัน ผู้แพ้บอกเลิกฝันมันยากไป
Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 14783
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 13

โพสต์

โครงการนี้ดีมาก และไม่ได้ลงทุนแสนล้าน อย่างไรก็ตาม คนเสียผลประโยชน์ อาจจะเข้าขัดขวางได้ครับ
chode
Verified User
โพสต์: 590
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 14

โพสต์

การเช่าหรือการซื้ออันไหนมีประโยชน์มากกว่ากันมันอยู่ที่ราคา+ต้นทุนการบำรุงรักษา  และขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ทั้งสองฝ่ายด้วย

หากคิดแบบNPV หากใช้discount rate ต่างกันก็มองต่างกันแล้วครับ


ถ้าเป็นเครื่องถ่ายเอกสารเช่าดีกว่าอยู่แล้ว คนปล่อยเช่าก็ไม่เสี่ยประโยชน์สามารถไปปล่อยเช่าบริษัทอื่นๆได้ง่ายๆ

แต่ถ้าเป็นรถเมล์ ผมกลัวจะเป็นเช่าซื้อนะครับ เพราะคนที่ปล่อยให้ขสมก.เขา
คงไปปล่อยเช่าต่อให้กับขสมก.ประเทศอื่นไม่ได้
กาละมัง
Verified User
โพสต์: 1230
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 15

โพสต์

ค่าเช่ารถ = ซื้อรถ + ค่่าซ่อมบำรุง + กำไร

รัฐ + ขสมก เห็นว่า control คอรัปชั่น ไม่ได้ จึงยอม sub งานซ่อมบำรุงออกไป แถมด้วยกำไร  ด้วยการเช่า

มีรถน้อยคัน จึงเลือกการเช่า  ผมว่า มีเหตุผลกว่า เพราะว่า ต้นทุนดูแลรถน้อยคันมันสูง  และทำได้ยากกว่า

ก็ไม่ว่าอะไร ยอมรับว่าแก้คอรัปชั่น ไม่ได้ จึงเลือกการเช่า  ก็ขอให้การประมูลอย่างแข่งขันสมบูรณ์ เพราะว่า เริ่มด้วย คำว่า "ต้องรีบ" พร้อมเงื่อนไข 26 ข้อที่ต้องปฏิบัติตาม  ผู้สนใจย่อมอาจเตรียมตัวไม่ทัน เพราะว่า กว่าจะศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
หาแหล่งเงินทุน หา supplier ต้องการเวลา  ซึ่งขึ้นอยู่กับความยาก-ง่าย ของเงื่อนไข

ฉะนั้นหากรีบ คนที่ทำได้ คือ คนที่แอบเตรียมการไว้ก่อน  เพราะว่า รู้เงื่อนไขทุกอย่างล่วงหน้า และนั่นแหละ คือ lock spec  ย่อมทำให้ประชาชนอดสงสัยไม่ได้ เพราะ ค่าเช่าที่จะได้ จะสูงกว่ารัฐที่ควรจะได้.............ไม่เชื่อผม ก็ลองถามเจ๊เกียว นะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
path2544
Verified User
โพสต์: 543
ผู้ติดตาม: 0

โครงการนี้....

โพสต์ที่ 16

โพสต์

โครงการดีครับ

แต่ ดีกับ ใครนั้น อยู่ที่

ข้อสมมุติฐานของโครงการ เช่น

กรณีที่ ข้อสมมุติฐาน Over ว่าจะมีผู้โดยสารจำนวนมาก ทำให้ต้องมีจำนวนรถมากกว่าจำเป็น เพื่อให้โครงการถึงจุดคุ้มทุนไว ผลคือผู้ประกอบการกำไรนิ่มๆๆ แต่เมื่อผู้โดยสารไม่เป็นไปตามสมมุติฐาน คนรับกรรมก็ ภาษีประชาชนไง

กรณีข้อสมมุติฐาน Under ผลคือ รัฐก็สามารถเพิ่มจำนวนได้ โดยเปิดให้เขข้าประมูลเพิ่ม และไงรัฐก็กำไรเพราะคนเต็ม

ที่ไม่เข้าใจคือ ทำไมต้องทำใหญ่ขนาดนั้น ด้วย ให้ข้อสมมุติฐานไหนในการคำนวน เมื่อเทียบกับ ความเป็นจริง  :idea:  :idea:  :idea:
ไม่เก่งทั้งวิเคราะห์เทคนิค ปัจจัยพื้นฐาน แต่เราก็ยังรั้นที่จะรวยเพราะหุ้น
Demigod
Verified User
โพสต์: 94
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 17

โพสต์

รถไฟฟ้าก็ทำนี่ครับ คนอยู่ขสมก ก็คิดทำของเขาไป จะข้ามไปทำรถไฟฟ้าได้ไง
รูปภาพ
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 18

โพสต์

[quote="กาละมัง"]รัฐบาลไม่ได้ควักทันที 111,560 บาท แต่มูลค่าโครงการตามนั้นครับ จาก
6000 คัน X 5100 บาท X 365 วันX 10 ปี

อ้างว่าคุ้ม ทำกำไรได้ จึงเลือกลงทุนวิธีนี้ ผมว่าหลงประเด็น เพราะว่า เพิ่มค่ารถเป็น 15 บาท

ประเด็นจึงสมควรเป็นว่าระหว่างการซื้อรถเอง
miracle
Verified User
โพสต์: 18134
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 19

โพสต์

มีที่ไหนโครงการระดับนี้
ค้ำประกันแค่ 5000 บาทบ้างล่ะ
:)
:)
ภาพประจำตัวสมาชิก
Kermit
Verified User
โพสต์: 340
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 20

โพสต์

ผมว่าตอนนี้กำลังถกกันอยู่ 2 ประเด็นในเรื่องนี้ คือ
1. หลักการ หรือ วัตถุประสงค์ของโครงการ
2. วิธีปฎิบัติเพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์

ในข้อ 1 ส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยแย้งกันซักเท่าไหร่ ก็เห็นดีด้วยกับการทำให้โปร่งใส หรือ บริหารได้ดีขึ้น
แต่พอวิธีปฎิบัติในข้อ 2 มันรู้สึกทะแม่งๆ ก็เลยทำให้อีกหลายคนเอะใจ และต้องย้อนกลับไปดูว่าจริงๆ แล้วทำเพื่อวัตถุประสงค์อย่างที่ว่าไว้จริงรึป่าว

สมมติ ณ ครับ มีเด็กคนนึงมาบอกกับพ่อแม่ว่าอยากเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพื่อเสริมความรู้ แน่นอนครับหลายๆ คน เห็นด้วยว่าภาษาอังกฤษก็มีบทบาทพอสมควรในยุคนี้ และก็คงเห็นด้วยที่จะให้เรียน

แต่ถ้าเด็กคนนั้นขอเงินพ่อแม่ไปสมัคร 8,000 บาท ทั้งๆ ที่ค่าสมัครจริงอาจจะอยู่ที่ 5,000 บาท หรือ เด็กคนนั้นเร่งรัดที่จะลงเรียนในที่เรียนบางที่จนเกินไป ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ใช่โรงเรียนกวดวิชาที่ดีซักเท่าไหร่

เพราะฉะนั้น ถ้าญาติๆ ที่เค้าสงสัยเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ก็คงต้องเอะใจแล้วครับว่า เอ๊ะ...มันจะหลอกอมเงินอีก 3,000 ไปเที่ยวรึป่าว หรือ จริงๆ แอบไปติดหญิงที่กวดวิชารึป่าว แล้วก็คงต้องทำให้พาลย้อนคิดกลับไปว่า อ้าว...ตกลงที่บอกมา ว่าตั้งใจจะเรียนนั้นจริงรึป่าว ถ้าพ่อแม่จ่ายตังให้ไปเรียน แล้วภาษาอังกฤษจะพัฒนาขึ้นจริงรึป่าว

ถ้าเกิดญาติคนนั้นมาบอกข้อมูลกับพ่อแม่ของเด็ก (โดยที่บางคนไม่เคยบาดหมางอะไรกับเด็ก) พ่อแม่ก็ควรจะหาข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร ดีกว่าจะเชื่อมั่นแต่ในวัตถุประสงค์ที่เด็กบอก แล้วต่อว่าว่าเค้าจะมากีดกันการพัฒนาของเด็กหรือเปล่าครับ
"Hope for the Best, Plan for the Worst."
ภาพประจำตัวสมาชิก
tok
Verified User
โพสต์: 833
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 21

โพสต์

simplelife เขียน:ไอ้คำว่าแสนล้านเนี่ย หนังสือพิมพ์คูณกันเอง ฟังดูตื่นเต้นดี ที่สำคัญ ไอ้ โพสท์ อะไรเนี่ย มันอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลเต็มตัว (อ่าน ใครเป็นเจ้าของ ใช่คนที่ตั้งม๊อบอยู่ริมถนนหรือเปล่า ?)
หนังสือพิมพ์ Posttoday :?:
wazzu เขียน:
ส่วนข่าวด้านล่าง เป็นความเห็นจากผู้ไม่หวังดี หรือสื่อที่คอยเสี้ยมให้ประชาชนเกลียดรัฐบาล โดยมีอคติส่วนตัว
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ :?:


ถ้าหนังสือพิมพ์ไม่เสนอข่าวแบบนี้ แล้วจะมีข้อมูลอะไรมาตรวจสอบรัฐบาล

น่าจะเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
คนเรือ VI
Verified User
โพสต์: 1647
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 22

โพสต์

1. ผมว่าถ้าจ่ายแพงกว่าหน่อยแล้วล้างคอรัปชั่นได้ล่ะก็ น่าสนใจทีเดียว

2. ถ้าค่าตั๋วเป็น 1 day pass ล่ะก็ประหยักประชาชนได้มากทีเดียว หรือ เป็นตั๋ว transit ได้ล่ะก็ ยอดเยี่ยมเลยครับ และก็ save เงินด้วย ผมเคยลองถามลูกน้องดูว่า มาทำงานขึ้นรถต้องเสียตังค์เท่าไหร่ 20-30 ก็มีนะครับ บางคนยอมนั่งรถเมล์อ้อมๆแต่ต่อเดียว ตื่นเช้าเอาก็ได้ ไม่ต้องเสียหลายต่อ

3. รัฐควรตรวจสอบ ต้นทุนการดำเนินงานของ รถร่วม ทั้งหลายเพื่อเอามา benchmark การทำงานของ ขสมก ครับ

4.สื่อต้องเสนอข่าวให้ครบถ้วนครับ ประชาชนจะได้ตัดสินใจได้ ผมว่า เวบบอร์ดอย่าง thaivi ก็เป็นจุดศูนย์รวมที่ดีในการให้ข้อคิด

5. ถ้า รถ 6000 คัน เปลี่ยนจากน้ำมันลิตรละ 42 บาท (ดีเซล) เป็น NGV 8.50 บาท ตรงนี้ก็เป็นการประหยัดเหมือนกันนะครับ

6. รถร่วมน่าจะรับสัมปทานจากรัฐบาล หรือ กทม. ไม่ใช่รับสัมปทานจาก ขสมก ครับ จะได้แข่งขันกันได้ และ บริษัทรถร่วมควรเป็นบริษัทมหาชนแบบพิเศษ ที่เป็นแบบพิเศษคือต้องยื่นงบกำไรขาดทุนให้ประชาชนเห็น

ปล. ผมมีความหมั่นไส้ ขสมก เป็นการส่วนตัวมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นน่ะครับ ก็คงให้ความเห็นเอียงๆบ้าง โปรดประทานอภัย
. . .
sunrise
Verified User
โพสต์: 2266
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 23

โพสต์

ผมว่ารอบนี้ไอเดียกระฉูด ตอนแรก ผมชอบใจนโยบายมากๆ
แต่มาเห็นตัวเลขแล้ว เอ๊ะ แปลกใจจัง

เอ๊ะที่ 1

ปัจจุบันเรามีรถเมล์ประมาณ 3 พันกว่าคัน
ทำไมเราต้องเช่าถึง 6 พันคันครับ ผมงง
อยู่ๆคนเราจะขึ้นรถเมล์เพิ่มขึ้น 2 เท่าเชียวเหรอ
แล้วถ้าเราทำรถไฟฟ้าเสร็จ เราจะใช้รถเมล์เยอะ ขึ้นมากขนาดนั้นเลยเหรอ

เอ๊ะที่2
ต้นทุนรถคันนึง ไม่มีทางเกิน 4 ล้านบาท ให้หักค่าเสือม 7ปี  ไม่มีค่าซาก
ผมให้เค่าซ่อมบำรุง 10 % ต่อปีเลย
ให้เช่า แค่ 300วันต่อปีพอ อุ๊ยต้นทุนต่อวันแค่ 3238 บาท แต่ถ้าให้เช่าได้ 365 วันเลย ต้นทุนแค่ 2661 บาท

เอ๊ะที่ 3
ทำไมเรามีรถ 3พันกว่าคัน แต่พนักงาน เกือบสองหมื่นคน เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ขสมก ทำอะไรกันอยุ่
ถ้าไม่มีเรื่องนี้บวมขึ้นมาคนไทยก็คงไม่รุ้ว่ารัฐวิสาหกิจของรัฐทำอะไรกันอยู่

เอ๊ะที4

ทำไมไม่ outsource ให้เอกชนทำครับ พี่น้อง ผมเชื่อว่าให้เอกชนทำ
ค่ารถเมล์เหมืองไทยจะถูกกว่าปัจจุบัน และได้สภาพรถที่ใหม่กว่าปัจจุบัน
ถ้าต้องการอุ้มค่ารถเมล์ก็ไปอุ้มค่าต้นทุนแปลผันอย่าง ngv เฉพาะส่วนก็พอ

เอ้อออออ ประเทศไทย........
การลงทุนคือความเสี่ยง
แต่ความเสี่ยงสูงคือ ไม่รุ้ว่าอะไรคือจุดชี้เป็นชี้ตายของบริษัท
ความเสียงสุงที่สุด คือ ไม่รู้ว่าเลยว่าตัวเองทำอะไรอยู่
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 24

โพสต์

sunrise เขียน:เอ๊ะที4

ทำไมไม่ outsource ให้เอกชนทำครับ พี่น้อง ผมเชื่อว่าให้เอกชนทำ
ค่ารถเมล์เหมืองไทยจะถูกกว่าปัจจุบัน และได้สภาพรถที่ใหม่กว่าปัจจุบัน
ถ้าต้องการอุ้มค่ารถเมล์ก็ไปอุ้มค่าต้นทุนแปลผันอย่าง ngv เฉพาะส่วนก็พอ

เอ้อออออ ประเทศไทย........
ทุกวันนี้ก็ outsource บ้างแล้วครับ  ก็รถเมล์ร่วมยังไงครับ   :lol:

ประเด็นที่จะลดยอดขาดทุนได้เท่าที่เห็นตอนนี้ชัดๆ  ก็เรื่องจำนวนพนักงานครับ  แต่ใครจะกล้าลดละครับ
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
chode
Verified User
โพสต์: 590
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 25

โพสต์

ธุรกิจรถเมล์ เป็นธุรกิจที่ผูกขาดโดยธรรมชาติ(Natural monopoly)
ต้องเป็นของรัฐครับ เพราะการให้มีรถเมล์วิ่งเส้นทางเดียวกันโดยบริษัทเอกชน 2 แห่งแข่งกันมันไม่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ
-fixed costs จะเพิ่มขึ้นเท่าตัว
-บริษัทสองเจ้าจะส่งรถมาวิ่งในช่วงไม่เร่งด่วนน้อย
-คนไม่เต็มจะจอดแช่ที่ป้าย
-ค่าจ้างคนขับรถจะต่ำ คุณภาพคนขับรถจะแย่ ที่ออสคนขับรถเมล์ได้เดือนละแสนบาทครับ

โดยมากประเทศที่พัฒนาเขาให้เป็นของท้องถิ่น หากท้องถิ่นทำไม่ดี สมัยหน้าคนก็ไปเลือกคนอื่น ราคาจะเป็นเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารท้องถิ่น

เราอยากจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเราก็ต้องทำตามอย่างเขาครับ
terati20
Verified User
โพสต์: 1104
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 26

โพสต์

อย่าลืมประเด็นเรื่อง ค่าตั๋ว 15 บาทตลอดสายนะครับ
จะยกเลิกรถร้อนเดิมทั้งหมดเลยละเปล่า?
ถ้าเทียบกับรถร้อนเดิม เเค่ 8.50  เพิ่มเป็น 15 บาทนี่ ฆ่ากันเห็นๆเลยน้า  :8)

เรื่องต้องการกำไรมากๆเนี่ย อย่าขนาดนั้นเลย ประชาชนที่ขึ้นรถเมล์ก็เป็นคนรากหญ้าอยู่เเล้ว บางอย่างรัฐก็จำเป็นที่ต้องช่วยเหลือ คนจนนะ

การจัดเส้นทางก็มีผล จัดระยะห่างรถที่วิ่งไม่เเย่งผู้โดยสารกันเกินไป คนขับก็อย่าขับเร็วเปลืองน้ำมัน ...

เรื่องคุ้มไม่คุ้ม นี่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ Leasing  มาวิเเคะดู
จะเห็นภาพชัด
สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นในเบื้องต้น ตั้งอยู่ เเละดับไปในที่สุด
ภาพประจำตัวสมาชิก
Akajon
Verified User
โพสต์: 530
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 27

โพสต์

เข้ามาอ่านแล้วก็ได้แต่ท้อใจ ประเทศไทยเรา จะไปทางไหนต่อ

พัฒนาก็ไม่ได้ โดนจับผิดไปหมด สื่อก็เล่นข่าว จนคนอ่านรับรู้ข่าวสารผิดเพี้ยน ไม่ได้สาระสำคัญที่แท้จริง

จุดประสงค์หลักของนโยบายพัฒนาระบบขนส่งมวลชน คือ

1. ลดคอร์รัปชั่นใน ขสมก. ซึ่งก่อหนี้ไว้กว่า 70,000 ล้าน และมีแนวโน้มขาดทุนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด
2. ลดการใช้พลังงาน โดยจะประหยัดได้กว่า 500 ล้านบาท/เดือน หรือปีละกว่า 6,000 ล้านบาท
3. พัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยรถที่ให้บริการมีความปลอดภัยสูง เครื่องยนต์ได้มาตรฐาน และช่วยลดมลพิษในอากาศ
4. แก้ปัญหาจราจร (ผลพลอยได้) จากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ให้มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐาน

การเปิดประมูลจะทำอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ประมูลผ่านซอง หรือเปิด E-Auction และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการประมูลทุกขั้นตอน

ค่าเช่าเป็นการประเมินในเบื้องต้น โดยเทียบกับต้นทุนต่างๆ โดยอาจจะได้ถูกกว่าประมาณการณ์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ

ถ้าเทียบค่าเช่ากับ KCAR หรือ Leasing อื่นๆ รถเล็กจะตกประมาณวันละ 1500 บาท รถตู้จะ 2500-3000 บาท รถบัสปรับอากาศขนาดใหญ่ 6000-8000 บาท รถบัส 2 ชั้น ปรับอากาศขนาดใหญ่ 8000-15000 บาท

ข้อมูลรถเช่าขนาดเล็ก และขนาดกลางจาก KCAR
http://www.krungthai.co.th/booking.aspx


ข่าวเกี่ยวกับการพิจารณา จะมีเนื้อหาตามนี้ (ตอนนี้พักพิจารณาชั่วคราว)

นายกรัฐมนตรี ไฟเขียวเดินหน้าเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 6,000 คัน

กรุงเทพฯ 11 ก.ค. - พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชน ที่มี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการรถเมล์เช่าใช้ก๊าซเอ็นจีวีจำนวน 6,000 คัน วงเงิน 111,690 ล้านบาท ระยะเวลา 10 ปี ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาเพียงเรื่องเดียว เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการพิจารณาในเรื่องนี้อย่างละเอียด เพื่อความโปร่งใส ไม่มีการล็อกสเปกและให้ตอบคำถามทุกคำถามต่อสาธารณชนได้ เพราะเป็นเรื่องที่มีคนโจมตีว่ามีการคอร์รัปชั่น โดยเรียกรับเงินคันละ 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำหนดให้กระทรวงคมนาคมไปจัดทำรายละเอียด เพื่อนำเสนอให้ที่ ประชุม ครม.พิจารณาโดยเร็วที่สุดหรือหากเป็นไปได้ภายในสัปดาห์หน้า วันที่ 15 ก.ค.นี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้การดำเนินโครงการนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส และให้ เร็วที่สุด คือ ต้องการให้เกิดได้ภายในสิ้นปี 2551 นี้ จากเดิมที่เคยประมาณการว่า จะมีการนำรถเมล์เช่านี้เข้ามาให้บริการลอตแรก จำนวน 3,000 คัน ภายในกลางปี 2552

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า โครงการจัดหารถเมล์เช่า 6,000 คัน โปร่งใสทุกขั้นตอน เพราะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา กำหนดร่างขอบเขตของงานและร่างเอกสาร ประกวดราคา ที่พิจารณาเรื่องความเป็นมา วัตถุประสงค์ คุณสมบัติผู้เสนอราคา คุณลักษณะเฉพาะระยะเวลาดำเนินการ ระยะเวลาส่งมอบงานและวงเงินการจัดหา รวมทั้งกำหนดให้นำร่างทีโออาร์ หรือเงื่อนไขการเปิดประมูลประกาศในเว็บไซต์ ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือ ขสมก. และกรมบัญชีกลาง เพื่อทำประชาพิจารณ์ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการบริหารกิจการองค์การให้ความเห็น ชอบ

นอกจากนี้ยังกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอโดยต้องเป็น นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือนิติบุคคลที่ร่วมทุนระหว่างนิติบุคคลในรูปแบบกิจการร่วมค้า หรือนิติบุคคลร่วมทำงาน โดยมีนิติบุคคลไทยเป็นเจ้าของเนื้องานไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และเป็นลีดเฟิร์มหรือเป็นผู้นำ ซึ่งถือว่าเป็นเงื่อนไขที่เปิดกว้างไม่มีการล็อกสเปกแต่อย่างใด รวมทั้งได้กำหนดคุณลักษณะของรถเมล์เช่าที่ต้องการจำนวน 26 รายการ ซึ่งเป็นการประกาศล่วงหน้า ดังนั้นโรงงานใดต้องการเข้าร่วมประมูลก็ต้องไปผลิตรถเมล์ตามที่ ขสมก.ต้องการ ไม่ใช่ว่าโรงงานผลิตไว้แล้ว จึงค่อยมากำหนดรายละเอียดเพื่อเปิดประมูลแต่อย่างใด จึงไม่ได้มีการล็อกสเปกไว้ตามที่มีคนกล่าวหา

พล.ต.ท. วิเชียรโชติ กล่าวอีกว่า โครงการนี้จะใช้วิธีการเปิดประมูลด้วยระบบอี-ออคชั่น หรือประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่กรมบัญชีกลางจะเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการประกวดราคา โดยผู้เสนอราคาต่ำที่สุดจะเป็นผู้ได้รับสัญญา ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ชนะการประกวดราคา สามารถ ไปว่าจ้างให้โรงงานใดก็ได้ หรือจะกี่โรงงานก็ได้ เพื่อผลิตรถเมล์ให้ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด ดังนั้นวงเงินที่เคยประมาณการค่าเช่าไว้ที่คันละ 5,100 บาทต่อวัน หรือวันละ 30.60 บาท หรือเดือนละ 918 ล้านบาท หรือปีละ 11.16 ล้านบาท นั้นอาจมีราคาที่ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ก็ได้

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบวงเงิน 6,200 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดให้กับพนักงาน ขสมก. โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7,000 คน จากพนักงานทั้งหมดที่มีอยู่ 16,000 คน โดยให้ขอแปรญัตติงบประมาณปี 52 หากไม่ได้ให้ ขสมก.กู้โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้หาแหล่งเงินกู้และค้ำประกัน ซึ่งหากดำเนินการตามเป้าหมายทั้งหมด จะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 หรืออีก 1.3 ล้านคน และทำให้ ขสมก.กลับมามีกำไรในปี 2554 จำนวน 1,800 ล้านบาท ปี 57 กำไร 3,800 ล้านบาท และ 4,800 ล้านบาท ในปี 2562 จากเดิมที่ขาดทุนอยู่ 6,000 ล้านบาท แต่หากขสมก.ไม่ดำเนินการใด ๆ เลยจะประสบภาวะขาดทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท ในปี 2562 เช่นกัน

นายอารี พงษ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชน ที่มี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบโครงการเช่ารถโดยสารจำนวน 6,000 คัน มูลค่าโครงการรวม 111,690 ล้านบาท ระยะเวลาเช่า 10 ปี หรือคันละ 18.6 ล้านบาท ค่าเช่าคันละ 5,100 บาทต่อคนต่อวัน ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยรายละเอียดทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไขเดิม

รายงานข่าวจากทำเนียบ รัฐบาล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมอย่างเข้มงวดว่า ในกระบวนการเปิดประมูล ห้ามไม่ให้เกิดการล็อกสเปกเกิดขึ้นตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหาโดยเด็ดขาด และขอให้ใช้วิธีการเปิดประมูลเป็นการทั่วไปแบบอินเตอร์เนชั่นแนลบิด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสทุกขั้นตอน แม้จะมีข้อคัดค้านว่าหากเปิดประมูลทั่วไป อาจทำให้เกิดปัญหาได้รถเมล์ไม่เพียงพอตามความต้องการก็ได้ พร้อมเสนอให้มีการสร้างโรงงานประกอบขึ้นในประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยด้วย แต่นายกฯ เห็นว่าหากเปิดประมูลเป็นการเฉพาะราย จะทำให้เกิดการล็อกสเปกขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ได้ยืนยันว่าโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีทั้ง 6,000 คันครั้งนี้ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากค่าเช่ารถเมล์ในปี 43 ได้ถึงร้อยละ 20 ที่มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 6,310 บาทต่อคันต่อวัน รวมทั้งจะมีการติดตั้งระบบจีพีอาร์เอส ซีซีทีวี และจีพีเอส เพื่อติดตามเส้นทาง รวมทั้งจะปรับเส้นทางการเดินรถใหม่อีก 145 เส้นทาง เพื่อให้ครอบคลุมถึงปริมณฑลโดยรอบ และเชื่อมต่อกับระบบรางเพื่ออำนวยความ สะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น

สำหรับค่าโดยสารที่กำหนดยังเป็นไปตามเดิม คือมีราคาเพียง 15 บาทตลอดสายต่อ 1 เที่ยว ส่วนราคาตั๋วเดือนที่เดินทางกี่เที่ยวก็ได้นั้นกำหนดไว้ที่เดือนละ 900 บาท หากเป็นผู้มีรายได้น้อย มีบัตรประกันสังคม สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ราคา 600 บาท เด็กนักเรียนต่ำกว่ามัธยม 3 ราคา 300 บาท และหากเป็นผู้พิการและเป็นทหารผ่านศึก ราคา 450 บาท

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปศึกษาในรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณา โดยให้เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยืนยันว่าการใช้ระบบเช่านั้นเป็นการประหยัดงบประมาณ ขณะที่การใช้ระบบซื้อนั้นไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีงบประมาณ และยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีใครในใจ แต่ต้องการเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาร่วมประมูล รวมทั้งกระทรวงพลังงานได้ยืนยันชัดเจนที่จะจัดหาก๊าซเอ็นจีวีให้กับ ขสมก.อย่างเต็มที่.-สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2008-07-11 15:45:54

โครงการดีๆ ก็โดนวิจารณ์จนกลายเป็นสิ่งไม่ดีไป รัฐบาลก็บ้าจี้หยุดพิจารณา ทั้งที่สมควรดำเนินการต่อ มัวแต่ห่วงภาพพจน์ กลัวสังคมวิจารณ์บ้าบอคอแตก

คิดดีทำดี ใครจะว่าไงก็ปล่อยไป ทำให้ดีที่สุดก็พอ ทำไม่ได้ก็อย่าอาสาเข้ามา
wr
Verified User
โพสต์: 149
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 28

โพสต์

เรื่องนี้ ถ้าต่างฝ่ายต่างอธิบายเป็นคำบรรยายยาวๆ ไม่มีทางรู้ครับ
ต้องทำเป็นโปรเจคชั่นไปข้างหน้า 10 ปี ทุกแบบ คล้ายงบการเงิน
เปรียบเทียบให้เห็นกระแสเงินสุทธิ เทียบกับขอบเขตบริการที่ได้ แต่ละแบบ
และเปิดเผยให้มีคนสาธารณะตรวจดูทีละบรรทัดทีละรายการ
โดยเฉพาะรายการจากการประมาณการนี่แสบที่สุด
ตามประสบการณ์ที่นั่งฟังนักการเมืองคุยกัน
บอกได้ว่าพวกนี้ชำนาญในการพลิกเรื่องในโครงการต่างๆอย่างที่เรานึกไม่ถึง
เปลี่ยนตัวแปรไม่กี่ตัว จากดีกลายเป็นชั่วได้ทุกเรื่อง
แถมมีลูกมือเป็นระดับดอกเตอร์คอยช่วยโกง
ขนาดสตง.ตามไปสัมภาษณ์สอบถามผู้ประกอบการที่ดีลกับหน่วยงานรัฐ
ยังตามไม่ทันเลยครับ เพราะประสบการณ์น้อยกว่า กำลังคนน้อยไป
ภาพประจำตัวสมาชิก
simplelife
Verified User
โพสต์: 756
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 29

โพสต์

tok เขียน: หนังสือพิมพ์ Posttoday :?:
อันนี้ข้อมูลผิดพลาดครับ Post Today เป็นเครือเดียวกับ Bangkok Post บริษัท โพสต์ พับลิชชิง ซึ่งมี นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ เป็นประธานกรรมการครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
simplelife
Verified User
โพสต์: 756
ผู้ติดตาม: 0

ทำไมรัฐบาลเลือกลงทุนแสนล้านกับรถเมล์แทนที่จะทำรถไฟฟ้า

โพสต์ที่ 30

โพสต์

[quote="terati20"]อย่าลืมประเด็นเรื่อง ค่าตั๋ว 15 บาทตลอดสายนะครับ
จะยกเลิกรถร้อนเดิมทั้งหมดเลยละเปล่า?
ถ้าเทียบกับรถร้อนเดิม เเค่ 8.50
โพสต์โพสต์