SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 1
โสเครติส เป็น นักปรัชญากรีก
ในสมัยกรีกโบราณ, Socrates ( โสเครติสนักปรัชญากรีก ) ได้รับยกย่องให้เป็นมหาปราชญ์ และได้รับ การยกย่องสรรเสริญเป็นอย่างสูง
วันหนึ่ง...มีคนรู้จักบังเอิญพบกับนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ และพูดกับโสเครติสขึ้นว่า " คุณรู้อะไร ไม๊ ? ผมได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนของคุณมาเรื่องนึง !! "
" ช้าก่อน..." โสเครติสตอบ " ก่อนที่ท่านจะบอกข้า ข้าอยากที่จะให้ท่านผ่านการทดสอบสักเล็กน้อย ข้าจะเรียกมันว่า บททดสอบกลั่นกรองสามชั้น ! "
" กลั่นกรองสามชั้น ? " ชายผู้นั้นพูด
" ถูกต้องแล้ว " โสเครติสกล่าวต่อไป ก่อนที่ท่านจะเล่าให้ข้าฟังเกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนของข้า มันอาจจะเป็นการดี ที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อยและการกลั่นกรองเรื่องที่ท่านจะพูด
และนั่นคือสาเหตุว่า ทำไมข้าจึงเรียกมันว่า บททดสอบตัวกลั่นกรองสามชั้น !
ตัวกลั่นกรองแรก คือ " ความจริง " ท่านแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะบอกข้านั้นเป็นเรื่องจริง ?!
" เปล่าหรอก..." ชายผู้นั้นตอบ " อันที่จริง ข้าก็แค่ได้ยินเรื่องนี้มาเท่านั้นเอง แล้วก็ ... "
" เอาเถอะ เอาเถอะ ไม่เป็นไร " โสเครติสกล่าว " ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่ท่านรู้มาจริง หรือ เท็จ !! "
คราวนี้ มาลองทดสอบตัวกลั่นกรองตัวที่สองกันดู !!
ตัวกลั่นกรองที่สอง คือ " ความดี " เรื่องที่ท่านกำลังจะบอกข้า เกี่ยวกับเพื่อนของข้า เป็นเรื่องดีหรือไม่ ?
" ไม่ เป็นเรื่องตรงกันข้าม... " ชายผู้นั้นตอบ
" ถ้าเช่นนั้น " โสเครติสกล่าวต่อ " ท่านต้องการบอกข้าเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีของเขา แต่ท่านไม่แน่ใจ ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่... " ไม่เป็นไร ยังไงเสีย ท่านอาจจะผ่านการทดสอบนี้ก็ได้ เพราะ ยังเหลือตัวกลั่นกรองอีกหนึ่ง
ตัวกลั่นกรองสุดท้ายนี้คือ " ความมีประโยชน์ " ท่านคิดว่าเรื่องที่ท่านกำลังจะบอกข้าเกี่ยวกับเพื่อนของข้านั้น จะเป็นประโยชน์อะไรกับข้าหรือไม่ ?
" ไม่รู้สิท่าน...คงจะไม่ " ชายผู้นั้นตอบ
" อื่มมม " โสเครติสสรุป " ถ้าเรื่องที่ท่านจะบอกข้านั้น ไม่ใช่เรื่องจริง --ไม่ใช่เรื่องดี และไม่มีประโยชน์ เหตุใดท่านจึงอยากบอกข้าเล่า ?!! "
และนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โสเครติสเป็นมหาปราชญ์ และได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงอยู่เสมอ.
ในสมัยกรีกโบราณ, Socrates ( โสเครติสนักปรัชญากรีก ) ได้รับยกย่องให้เป็นมหาปราชญ์ และได้รับ การยกย่องสรรเสริญเป็นอย่างสูง
วันหนึ่ง...มีคนรู้จักบังเอิญพบกับนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ และพูดกับโสเครติสขึ้นว่า " คุณรู้อะไร ไม๊ ? ผมได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนของคุณมาเรื่องนึง !! "
" ช้าก่อน..." โสเครติสตอบ " ก่อนที่ท่านจะบอกข้า ข้าอยากที่จะให้ท่านผ่านการทดสอบสักเล็กน้อย ข้าจะเรียกมันว่า บททดสอบกลั่นกรองสามชั้น ! "
" กลั่นกรองสามชั้น ? " ชายผู้นั้นพูด
" ถูกต้องแล้ว " โสเครติสกล่าวต่อไป ก่อนที่ท่านจะเล่าให้ข้าฟังเกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนของข้า มันอาจจะเป็นการดี ที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อยและการกลั่นกรองเรื่องที่ท่านจะพูด
และนั่นคือสาเหตุว่า ทำไมข้าจึงเรียกมันว่า บททดสอบตัวกลั่นกรองสามชั้น !
ตัวกลั่นกรองแรก คือ " ความจริง " ท่านแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะบอกข้านั้นเป็นเรื่องจริง ?!
" เปล่าหรอก..." ชายผู้นั้นตอบ " อันที่จริง ข้าก็แค่ได้ยินเรื่องนี้มาเท่านั้นเอง แล้วก็ ... "
" เอาเถอะ เอาเถอะ ไม่เป็นไร " โสเครติสกล่าว " ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่ท่านรู้มาจริง หรือ เท็จ !! "
คราวนี้ มาลองทดสอบตัวกลั่นกรองตัวที่สองกันดู !!
ตัวกลั่นกรองที่สอง คือ " ความดี " เรื่องที่ท่านกำลังจะบอกข้า เกี่ยวกับเพื่อนของข้า เป็นเรื่องดีหรือไม่ ?
" ไม่ เป็นเรื่องตรงกันข้าม... " ชายผู้นั้นตอบ
" ถ้าเช่นนั้น " โสเครติสกล่าวต่อ " ท่านต้องการบอกข้าเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีของเขา แต่ท่านไม่แน่ใจ ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่... " ไม่เป็นไร ยังไงเสีย ท่านอาจจะผ่านการทดสอบนี้ก็ได้ เพราะ ยังเหลือตัวกลั่นกรองอีกหนึ่ง
ตัวกลั่นกรองสุดท้ายนี้คือ " ความมีประโยชน์ " ท่านคิดว่าเรื่องที่ท่านกำลังจะบอกข้าเกี่ยวกับเพื่อนของข้านั้น จะเป็นประโยชน์อะไรกับข้าหรือไม่ ?
" ไม่รู้สิท่าน...คงจะไม่ " ชายผู้นั้นตอบ
" อื่มมม " โสเครติสสรุป " ถ้าเรื่องที่ท่านจะบอกข้านั้น ไม่ใช่เรื่องจริง --ไม่ใช่เรื่องดี และไม่มีประโยชน์ เหตุใดท่านจึงอยากบอกข้าเล่า ?!! "
และนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โสเครติสเป็นมหาปราชญ์ และได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงอยู่เสมอ.
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 2
สิ่งที่ผมอยากจะสื่อ คือ การลงทุน นั้น (หรือจะเรียกว่า เล่นหุ้น) จำเป็นต้อง"รู้จริง" เพราะมันเป็นเงินเรา เงินจริง
มีท่านนึง ที่ผมนับถือ ว่าการโพสท่านนี้ แฝงหลักการของ Socretes โดยมิได้ตั้งใจ(หรือว่าตั้งใจหนอ)
ท่านผู้นี้ มีเนม ว่า... chatchai
มีท่านนึง ที่ผมนับถือ ว่าการโพสท่านนี้ แฝงหลักการของ Socretes โดยมิได้ตั้งใจ(หรือว่าตั้งใจหนอ)
ท่านผู้นี้ มีเนม ว่า... chatchai

^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 3
วันเวลาของเขามักจะหมดไปกับการสนทนาซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโปรดปรานมากที่สุด เขามักเดินตระเวนไปตามท้องถนนของกรุงเอเธนส์ เพื่อเทศนาเกี่ยวกับตรรกวิทยาที่เขาถนัด
โสเครตีส เป็นคนแปลก ชอบแต่งตัวมอซอ ไว้หนวดเครารุงรัง แต่วิธีการแสวงหาความรู้หรือสัจธรรม ในชีวิตของเขาแปลกยิ่งกว่า เขามักจะเสแสร้งทำเป็นไม่มีความรู้ หรือมีปัญหาที่ไม่รู้คำตอบ เป็นเหตุให้ผู้รู้อยากแสดงภูมิออกมา เมื่อถึงตอนนั้นโสเครตีสก็จะระดมคำถามใส่คู่สนทนาราวกับเป็นอัยการในศาล
ถ้าคู่สนทนาจนแต้ม เขาก็จะแนะแนวทางให้ดำเนินความคิดต่อไป แต่ถ้าคู่สนทนาเชื่อมั่นในความคิด หรือเหตุผลของตัวเองมากเกินไป เขาก็จะเสนอข้อโต้แย้งให้เกิดการสงสัยในความคิดหรือเหตุผลนั้น ๆ และดูเหมือนว่าโสเครตีส มักจะหาเหตุผลที่เหมาะสม มาทำลายความคิดดั้งเดิมได้อย่างง่ายดาย วิธีการแบบนี้ของโสเครตีส เรียกว่า การวิจารณ์แบบวิภาษวิธี ( Dialectic )
วิธีการของโสเครตีส
วิธีการของโสเครตีส คือ ศิลปะการสนทนาที่โสเครตีสใช้ประคับประคองการสนทนาให้ดำเนินไปสู่คำตอบของปัญหาที่กำลังอภิปรายกัน วิธีนี้มีชื่อเรียกโดยทั่วไปว่า 'วิภาษวิธี '( Dialectic ) ซึ่งประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 5 ประการ คือ
1. สงสัย ( Sceptical )
โสเครตีส เริ่มต้นการสนทนาด้วยการยกย่องคู่สนทนาว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่ท่านเองก็ใคร่รู้อยู่พอดี เนื่องจากท่านไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ท่านจึงขอให้เขาช่วยตอบคำถามของท่านเกี่ยวกับเรื่องนั้น การออกตัวทำนองนี้ถือกันว่าเป็นการถ่อมตัวของนักปรัชญา แต่ได้มีผู้วิจารณ์ว่า นั่นเป็นการเสแสร้งของโสเครตีส ( Socratic Irony )
2. สนทนา ( Conversation )
จากนั้นโสเครตีส ก็เป็นฝ่ายตั้งปัญหาให้คู่สนทนาตอบ การสนทนาจึงมีลักษณะเช่นเดียวกับเทศน์ ปุจฉา-วิสัชนา คู่สนทนาจะต้องหาคำจำกัดความของหัวข้อที่สนทนากัน โสเครตีสจะวิจารณ์ว่าคำจำกัดความนั้นมีข้อบกพร่องตรงไหนบ้าง อีกฝ่ายหนึ่งจะเสนอคำจำกัดความใหม่ที่ดูรัดกุมกว่า โสเครตีสจะขัดเกลาคำจำกัดความนั้นอีก
การสนทนาจะดำเนินไปอย่างนี้ จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะได้คำจำกัดความที่น่าพอใจ
3. หาคำจำกัดความ ( Definitional )
จุดมุ่งหมายของการสนทนาจึงอยู่ที่การหาคำจำกัดความที่ถูกต้อง โสเครตีสเชื่อว่า ถ้าเราพบคำจำกัดความที่ถูกต้องของสิ่งใด นั่นแสดงว่าเราพบความจริงแท้เกี่ยวกับสิ่งนั้น ซึ่งเป็นอันเดียวกับการค้นพบมโนภาพของสิ่งนั้นนั่นเอง
4. อุปนัย ( Inductive )
การสร้างคำจำกัดความ จะเริ่มจากสิ่งเฉพาะไปสู่สิ่งสากล เช่น เมื่อหาคำจำกัดความของ ''ความดี'' โสเครตีส และคู่สนทนาจะพิจารณาตัวอย่างจากความประพฤติดีชนิดต่าง ๆ ในสังคม แล้วดึงเอาลักษณะที่เป็น ''แก่น'' หรือที่เป็นสากลเอามาสร้างเป็นคำนิยาม
5. นิรนัย ( Deductive )
คำจำกัดความที่มีผู้เสนอมาจะถูกพิสูจน์ โดยการนำไปเป็นมาตรการวัดสิ่งเฉพาะต่าง ๆ ว่ามีลักษณะร่วมกับลักษณะที่ระบุไว้ในคำจำกัดความนั้นหรือไม่ เช่น ถ้าเราได้คำจำกัดความของ ''ความดี''มา เราก็ตรวจสอบดูว่า การทำทานหรือการปราบปรามโจรผู้ร้าย จัดเป็นความดีตามคำจำกัดความที่เราตั้งไว้หรือไม่เพียงใด แต่เป็นโชคร้ายของโสเครตีส เพราะคนที่เขาชอบต้อนให้จนมุม มักจะเป็นพวกโซฟิสต์หรือนักการเมืองที่มีอำนาจ เขาจึงมีศัตรูที่น่ากลัวโดยที่เขาไม่รู้ตัว
ที่มา http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=18585[/color]
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 2712
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 4
เป็นกระทู้คุณค่าที่น่าอ่าน(อีกแล้วครับท่าน)
ขอบคุณสำหรับกระทู้ดีๆนะครับผม :D
ขอบคุณสำหรับกระทู้ดีๆนะครับผม :D
อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว และสังคมรอบๆข้างของคุณนะครับ
มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม
นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม
นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 5
เอาหลักกาลามสูตร มาฝากอีกอย่าง ก็ใกล้เคียง กับ Socretes เหมือนกัน
กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อ ไม่ให้เชื่องมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดี ก่อนเชื่อ มี ๑๐ ประการคือ
๑. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
๒. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
๓. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
๔. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
๕. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
๖. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
๗. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
๘. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
๙. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
๑๐.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน
ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81% ... 5%E0%B8%A3
กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อ ไม่ให้เชื่องมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดี ก่อนเชื่อ มี ๑๐ ประการคือ
๑. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
๒. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
๓. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
๔. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
๕. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
๖. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
๗. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
๘. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
๙. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
๑๐.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน
ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81% ... 5%E0%B8%A3
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 6
10. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะเห็นว่าผู้พูดเป็นครูของเรา ข้อนี้แรงมาก คือ แม้แต่ครูของตนก็ไม่ให้เชื่อ ทั้งนี้ เพราะครูของเราก็อาจจะพูดผิดหรือทำผิดได้ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องฟังให้ดี
ไม่มีศาสนาใดสอนเราไม่ให้เชื่อครูของตน แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้ามิได้ทรงสอนว่าไม่ให้เชื่อ แต่ ทรงสอนว่าอย่าเพิ่งเชื่อต้องพิจารณาดูเสียก่อนแล้วจึงค่อยเชื่อ
พระพุทธเจ้าตรัสถึงเหตุผลในข้อที่อย่าเพิ่งเชื่อดังกล่าวมาดังนี้ โดยตรัสว่า " ดูก่อนชาวกาลามะทั้งหลาย เมื่อท่านทั้งหลายรู้ได้ด้วยตนเองว่า ธรรมทั้งหลายเหล่านี้เป็นอกุศล มีโทษ ก่อความทุกข์ เดือดร้อน วิญญูชนติเตียน ถ้าประพฤติเข้าแล้วเป็นไปเพื่อความทุกข์เดือดร้อน ท่านทั้งหลายจงละทิ้งสิ่งเหล่านี้เสีย " พระองค์ไม่ได้ตรัสว่าดีหรือไม่ดี แต่ให้พิจารณาดูว่าถ้าไม่ดีก็ทิ้งเสีย
พระพุทธเจ้ายังได้ตรัสต่อไปว่า " ชาวกาลามะทั้งหลายท่านจะสำคัญความข้อนี้เป็นไฉน ความโลภ ซึ่งเกิดขึ้นในใจของคนเราแล้ว เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ความโลภเป็นไปเพื่อประโยชน์หรือไม่ใช่ประโยชน์ "
ชาวกาลามะก็ทูลตอบว่า "ไม่เป็นเพื่อประโยชน์ พระเจ้าข้า"
"เมื่อความโลภเกิดขึ้นแล้ว ทำให้คนฆ่าสัตว์บ้าง ลักทรัพย์บ้าง ประพฤติผิดในกามบ้าง และสิ่งใดที่ ไม่เป็นประโยชน์เขาจะชักนำให้ทำสิ่งนั้น ข้อนี้จริงหรือไม่จริง" พระพุทธเจ้าตรัสถามต่อ
ชาวกาลามะก็ทูลตอบว่า "จริง พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสถามอีกว่า "แต่ถ้าจริงแล้ว ท่านทั้งหลายจะสำคัญความนี้เป็นไฉน เมื่อความโลภเกิด ขึ้นในใจของคนแล้ว เป็นเหตุให้เขาฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกามและชักชวนให้คนทำชั่วแล้ว ความ โลภนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์"
ชาวกาลามะทูลตอบว่า "ไม่เป็นประโยชน์ พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า "แล้วมีโทษหรือไม่มี"
ชาวกาลามะทูลตอบว่า "มีโทษ พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสถามต่อว่า "วิญญูชนติเตียนหรือสรรเสริญ"
ชาวกาลามะทูลตอบว่า "ติเตียน พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า "เป็นไปเพื่อความสุขหรือเป็นไปเพื่อความทุกข์"
ชาวกาลามะทูลตอบว่า "เป็นไปเพื่อความทุกข์ พระเจ้าข้า"
พระสูตรนี้มีลักษณะของการถามตอบ คือให้ผู้ที่ถูกถามคิดเอาเอง ไม่ได้ยัดเยียดความคิดให้ หรือ บังคับให้ตอบ
ที่มา ที่แนะนำให้อ่านต่อ http://www.dopa.go.th/religion/tammar.html
ไม่มีศาสนาใดสอนเราไม่ให้เชื่อครูของตน แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้ามิได้ทรงสอนว่าไม่ให้เชื่อ แต่ ทรงสอนว่าอย่าเพิ่งเชื่อต้องพิจารณาดูเสียก่อนแล้วจึงค่อยเชื่อ
พระพุทธเจ้าตรัสถึงเหตุผลในข้อที่อย่าเพิ่งเชื่อดังกล่าวมาดังนี้ โดยตรัสว่า " ดูก่อนชาวกาลามะทั้งหลาย เมื่อท่านทั้งหลายรู้ได้ด้วยตนเองว่า ธรรมทั้งหลายเหล่านี้เป็นอกุศล มีโทษ ก่อความทุกข์ เดือดร้อน วิญญูชนติเตียน ถ้าประพฤติเข้าแล้วเป็นไปเพื่อความทุกข์เดือดร้อน ท่านทั้งหลายจงละทิ้งสิ่งเหล่านี้เสีย " พระองค์ไม่ได้ตรัสว่าดีหรือไม่ดี แต่ให้พิจารณาดูว่าถ้าไม่ดีก็ทิ้งเสีย
พระพุทธเจ้ายังได้ตรัสต่อไปว่า " ชาวกาลามะทั้งหลายท่านจะสำคัญความข้อนี้เป็นไฉน ความโลภ ซึ่งเกิดขึ้นในใจของคนเราแล้ว เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ความโลภเป็นไปเพื่อประโยชน์หรือไม่ใช่ประโยชน์ "
ชาวกาลามะก็ทูลตอบว่า "ไม่เป็นเพื่อประโยชน์ พระเจ้าข้า"
"เมื่อความโลภเกิดขึ้นแล้ว ทำให้คนฆ่าสัตว์บ้าง ลักทรัพย์บ้าง ประพฤติผิดในกามบ้าง และสิ่งใดที่ ไม่เป็นประโยชน์เขาจะชักนำให้ทำสิ่งนั้น ข้อนี้จริงหรือไม่จริง" พระพุทธเจ้าตรัสถามต่อ
ชาวกาลามะก็ทูลตอบว่า "จริง พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสถามอีกว่า "แต่ถ้าจริงแล้ว ท่านทั้งหลายจะสำคัญความนี้เป็นไฉน เมื่อความโลภเกิด ขึ้นในใจของคนแล้ว เป็นเหตุให้เขาฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกามและชักชวนให้คนทำชั่วแล้ว ความ โลภนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์"
ชาวกาลามะทูลตอบว่า "ไม่เป็นประโยชน์ พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า "แล้วมีโทษหรือไม่มี"
ชาวกาลามะทูลตอบว่า "มีโทษ พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสถามต่อว่า "วิญญูชนติเตียนหรือสรรเสริญ"
ชาวกาลามะทูลตอบว่า "ติเตียน พระเจ้าข้า"
พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า "เป็นไปเพื่อความสุขหรือเป็นไปเพื่อความทุกข์"
ชาวกาลามะทูลตอบว่า "เป็นไปเพื่อความทุกข์ พระเจ้าข้า"
พระสูตรนี้มีลักษณะของการถามตอบ คือให้ผู้ที่ถูกถามคิดเอาเอง ไม่ได้ยัดเยียดความคิดให้ หรือ บังคับให้ตอบ
ที่มา ที่แนะนำให้อ่านต่อ http://www.dopa.go.th/religion/tammar.html
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1961
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 8
เออ....จริงด้วยครับ
เหมือนมากเลยครับ
----------------
เรื่องโสกราตีสนี้ ผมไม่รู้เรื่องเลย
พออ่านที่พี่ mind เขียน ก็สนใจขึ้นมาทันที
ผมไปค้น ๆมา จน มีความคิดเห็นมาแจมด้วยคนครับ
ไม่ทราบพอจะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน แต่เห็นว่ามีมุมอื่นที่น่าพิจารราอยู่บ้าง
*-------------

จริงอย่างที่พี่ท่าน mind ว่า .....พี่ฉัตรมีความคล้ายท่านโสกราตีสอยู่หลายส่วน อย่างน่าประหลาดครับ เหมือนมาก ๆ เลยครับ
ที่ว่าเหมือนโสกราตีสนั้น เพราะพี่ฉัตรมีกิจกรรมการสนทนากับสมาชิกในเรือง "จริยธรรม" ในการลงทุนเน้นคุณค่าเป้นส่วนใหญ่ โดยพี่ฉัตรไม่เคยมีจุดมุ่งหมายในชี้นำความคิดของตัวเอง แต่กลับกระต้นให่สมาชิกมองลึกลงไปในความเชื่อของการลงทุนเน้นคุณค่า และทิ้งความเชื่อที่ไม่สามารถยืนยัดสู้คำวิพากษืวิจารณ์ต่างๆได้ ทั้งสองท่านมีความคิดที่แหมคม มีคุณธรรมในใจ รวมทั้งท่าทางแกร่ง และใจกล้า ทำให้ดึงดุดใจผู้คนได้มากมายหลากหลายเป็นวงกว้าง
สิ่งที่ไม่เหมือนนั้น คือหน้าตาของท่านโสกราตีสนั้นดูอัปลักาณ์ จมุกบาน และตาโปน
พี่ฉัตรหล่อกว่าเยอะเลย....55555
............
ถ้าพี่ฉัตรคล้ายโสกราตีส
แล้วพี่ mind จะคล้ายใคร
คำตอบคือ เพลโต ครับ
---------------
เพราะเพลโตคือคนที่ทำให้เรื่องของโสกราตีสตกทอดมาสู๋คนรุ่นหลังได้
ถ้าไม่มีคนอย่างท่าน คนรุ่นลูกก็ไม่มีทางรู้เรื่องเลย
ข้อเขียนของเพลโตนั้น ชี้ให้เห็นว่า โสกราตีสชอบตั้งปุจฉากับคนรอบตัวเกี่ยวกับปัยหาหลัก ๆ ในเรื่องศีลธรรม และทำให้พวกเขาเห็นว่าคนเหล่านั้นยังไม่เข้าใจพอดีหรือปล่าว ท่านยังบอกอีกว่า มีคนจำนวนหนึ่งที่มไชอบโสกราตีส เพราะท่านโสกราตีสรู้ทันกลโกงของรัฐเอเธน (470-399 b.c.) หมดทุกเรื่อง จนในที่สุดเขาถูกจับและถูกกล่าวหาว่ามีความพยายามที่จะล้มล้างรัญบาลและชีชวนให้คนอื่นเดินทางผิด
เขาถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการให้ดื่มยาพิษ ในขณะที่ยังสนทนากับเพื่อนๆ เรื่องปรัชญา จนวินาทีสุดท้าย

ตั้งแต่นั้นมา เพลโตอุทิศตนให้แก่หลักวิธีการสอนของโสกราตีส
งานของเขาเป้นแบบอย่างให่แก่คนรุ่นหลังในเรื่องการดำเนินชีวิตที่มีปรัชญา และ ให้ทุกคนรักษาอุดมคติทางศีลธรรมและคุณธรรม
ยิ่งเขียน ยิ่งคิดถึงพี่ฉัตรครับ
--------------
ขอบคุณท่าน mind มากครับ
ที่เป้นผู้จุดประกายความคิด
เหมือนมากเลยครับ
----------------
เรื่องโสกราตีสนี้ ผมไม่รู้เรื่องเลย
พออ่านที่พี่ mind เขียน ก็สนใจขึ้นมาทันที
ผมไปค้น ๆมา จน มีความคิดเห็นมาแจมด้วยคนครับ
ไม่ทราบพอจะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน แต่เห็นว่ามีมุมอื่นที่น่าพิจารราอยู่บ้าง
*-------------

จริงอย่างที่พี่ท่าน mind ว่า .....พี่ฉัตรมีความคล้ายท่านโสกราตีสอยู่หลายส่วน อย่างน่าประหลาดครับ เหมือนมาก ๆ เลยครับ
ที่ว่าเหมือนโสกราตีสนั้น เพราะพี่ฉัตรมีกิจกรรมการสนทนากับสมาชิกในเรือง "จริยธรรม" ในการลงทุนเน้นคุณค่าเป้นส่วนใหญ่ โดยพี่ฉัตรไม่เคยมีจุดมุ่งหมายในชี้นำความคิดของตัวเอง แต่กลับกระต้นให่สมาชิกมองลึกลงไปในความเชื่อของการลงทุนเน้นคุณค่า และทิ้งความเชื่อที่ไม่สามารถยืนยัดสู้คำวิพากษืวิจารณ์ต่างๆได้ ทั้งสองท่านมีความคิดที่แหมคม มีคุณธรรมในใจ รวมทั้งท่าทางแกร่ง และใจกล้า ทำให้ดึงดุดใจผู้คนได้มากมายหลากหลายเป็นวงกว้าง
สิ่งที่ไม่เหมือนนั้น คือหน้าตาของท่านโสกราตีสนั้นดูอัปลักาณ์ จมุกบาน และตาโปน
พี่ฉัตรหล่อกว่าเยอะเลย....55555
............
ถ้าพี่ฉัตรคล้ายโสกราตีส
แล้วพี่ mind จะคล้ายใคร
คำตอบคือ เพลโต ครับ
---------------
เพราะเพลโตคือคนที่ทำให้เรื่องของโสกราตีสตกทอดมาสู๋คนรุ่นหลังได้
ถ้าไม่มีคนอย่างท่าน คนรุ่นลูกก็ไม่มีทางรู้เรื่องเลย
ข้อเขียนของเพลโตนั้น ชี้ให้เห็นว่า โสกราตีสชอบตั้งปุจฉากับคนรอบตัวเกี่ยวกับปัยหาหลัก ๆ ในเรื่องศีลธรรม และทำให้พวกเขาเห็นว่าคนเหล่านั้นยังไม่เข้าใจพอดีหรือปล่าว ท่านยังบอกอีกว่า มีคนจำนวนหนึ่งที่มไชอบโสกราตีส เพราะท่านโสกราตีสรู้ทันกลโกงของรัฐเอเธน (470-399 b.c.) หมดทุกเรื่อง จนในที่สุดเขาถูกจับและถูกกล่าวหาว่ามีความพยายามที่จะล้มล้างรัญบาลและชีชวนให้คนอื่นเดินทางผิด
เขาถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการให้ดื่มยาพิษ ในขณะที่ยังสนทนากับเพื่อนๆ เรื่องปรัชญา จนวินาทีสุดท้าย

ตั้งแต่นั้นมา เพลโตอุทิศตนให้แก่หลักวิธีการสอนของโสกราตีส
งานของเขาเป้นแบบอย่างให่แก่คนรุ่นหลังในเรื่องการดำเนินชีวิตที่มีปรัชญา และ ให้ทุกคนรักษาอุดมคติทางศีลธรรมและคุณธรรม
ยิ่งเขียน ยิ่งคิดถึงพี่ฉัตรครับ
--------------
ขอบคุณท่าน mind มากครับ
ที่เป้นผู้จุดประกายความคิด
-
- Verified User
- โพสต์: 987
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 9
และรู้มั้ยว่าลูกศิษย์ของเพลโต้ที่ยิ่งใหญ่อีกคนก็คือ
อริสโตเติ้ล ผู้ซึ่งหล่อเหลามากเกินหน้าเกินตาอาจารย์ทั้ง 2
เดี๋ยวจะลองค้นรูปให้ดู

และลูกศิษย์รุ่นถัดมาของอริสโตเติ้ลก็คือ
อเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซิโดเนีย
กษัตริย์กรีกผู้ยิ่งใหญ่ที่ไล่ล่า แผ่ราชอาณาจักรมาจนถึงอาณาจักรชมพูทวีป
จนเกิดการผสมผเสของชนเผ่ากรีกและชาวพื้นเมือง
เป็นชนเผ่าอารยัน
อริสโตเติ้ล ผู้ซึ่งหล่อเหลามากเกินหน้าเกินตาอาจารย์ทั้ง 2
เดี๋ยวจะลองค้นรูปให้ดู

และลูกศิษย์รุ่นถัดมาของอริสโตเติ้ลก็คือ
อเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซิโดเนีย
กษัตริย์กรีกผู้ยิ่งใหญ่ที่ไล่ล่า แผ่ราชอาณาจักรมาจนถึงอาณาจักรชมพูทวีป
จนเกิดการผสมผเสของชนเผ่ากรีกและชาวพื้นเมือง
เป็นชนเผ่าอารยัน
-
- Verified User
- โพสต์: 1961
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 10
ผมพึงทราบเหมือนกันครับพี่กูรู
จากโสกราติส ----> เพลโต-------> อริสโตเติล-----> อเลกซานเดอร์------พระพุทธรูป????
บังเอิญเป้นวันวิสาขพอดีเลยครับ
ผมหมายถึงว่า พระองค์อเล็กซานเดอร์ได้ขยายขอบเขตจักรวรรดิมาซีดอนของท่านจากกรีซไปจนถึงอินเดีย ( ประมาณ 300 b.c. ) จรดสุดขอบโลกเท่าที่รุจักในเวลานั้น ซึ่งเชื่อว่าเทือกเขาหิมาลัยคือสุดขอบโลก
การที่พระองค์เดินทัพข้ามแม่น้ำสินธุ มาได้ชัยที่แคว้นปัญจาบ โดยเอาชนะกองทัพช้างของกษัตริ์อินเดียได่ถือว่า ได้เปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างในศาสนาพุทธ
ผมหมายถึงว่า เวลานั้ นพระพุทธเจ้าได้สวรรคตไปแล้วประมาณกว่า 200 ปี แล้วยังไม่มีเคยมีการสร้างพระพุทธรูปกัน
การสร้างพระพุทธรูปได้รับอิทธิพลจากพระองค์อเล้กซานเดอร์นั่นเอง
วันนี้ยังเป็นวันวิสาขแล้ว
ยังเป็นวันปลูกป่าแห่งชาติ
พอเห็นพระพุทธรูปที่วางที่หิ้งพระบนบ้านแล้ว
สิ่งคุณาประการอันหาค่ามิได้ที่พระองค์อเล้กซานเดอรืได้สร้างไว้ให้กับศาสนาพุทธนั้น ควรค่าแก่การจดจำครับ
หนังเรื่องนี้สนุกมากครับ


จากโสกราติส ----> เพลโต-------> อริสโตเติล-----> อเลกซานเดอร์------พระพุทธรูป????
บังเอิญเป้นวันวิสาขพอดีเลยครับ

ผมหมายถึงว่า พระองค์อเล็กซานเดอร์ได้ขยายขอบเขตจักรวรรดิมาซีดอนของท่านจากกรีซไปจนถึงอินเดีย ( ประมาณ 300 b.c. ) จรดสุดขอบโลกเท่าที่รุจักในเวลานั้น ซึ่งเชื่อว่าเทือกเขาหิมาลัยคือสุดขอบโลก
การที่พระองค์เดินทัพข้ามแม่น้ำสินธุ มาได้ชัยที่แคว้นปัญจาบ โดยเอาชนะกองทัพช้างของกษัตริ์อินเดียได่ถือว่า ได้เปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างในศาสนาพุทธ
ผมหมายถึงว่า เวลานั้ นพระพุทธเจ้าได้สวรรคตไปแล้วประมาณกว่า 200 ปี แล้วยังไม่มีเคยมีการสร้างพระพุทธรูปกัน
การสร้างพระพุทธรูปได้รับอิทธิพลจากพระองค์อเล้กซานเดอร์นั่นเอง
วันนี้ยังเป็นวันวิสาขแล้ว
ยังเป็นวันปลูกป่าแห่งชาติ
พอเห็นพระพุทธรูปที่วางที่หิ้งพระบนบ้านแล้ว
สิ่งคุณาประการอันหาค่ามิได้ที่พระองค์อเล้กซานเดอรืได้สร้างไว้ให้กับศาสนาพุทธนั้น ควรค่าแก่การจดจำครับ
หนังเรื่องนี้สนุกมากครับ

-
- Verified User
- โพสต์: 1961
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 11
MindTrick เขียน:มีท่านนึง ที่ผมนับถือ ว่าการโพสท่านนี้ แฝงหลักการของ Socretes โดยมิได้ตั้งใจ(หรือว่าตั้งใจหนอ)
ท่านผู้นี้ มีเนม ว่า... chatchai
ผมไปค้นมาต่อครับพี่ mind
รู้สึกเหมือนตัวเองเหนี่ยวไก แล้วไม่ยิง
ต้องค้นไปสุดๆ ไปเลย
แล้วไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจครับ
ดุเหมือนว่า Warren Buffett จะใช้แนวทางของ ท่านเพลโต เหมือนกัน
ผมยกคำกล่าว ของเพลโตสหายโสกราติส ที่เคยกล่าวไว้ว่า
"วิธีในการสอนคนที่ดีที่สุด คือ อย่าสอนคนโดยการให้จำ อย่าบอกคำตอบแก่พวกเขา ให้สอนโดยการตั้งคำถาม ให้พวกเขาค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง ในแบบที่พวกเขาแต่ละคนหาคิดหาคำตอบได้ตัวเอง นั้นเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด "
โห....ผมเขียนบทความมาตั้งนาน ผิดหมดเลย!!!!
ผมหาคำตอบให้คนอ่านเสร็จสรรพมาตลอดเลย บทความต่างๆ ที่ผมเขียน ผมป้อนคำตอบให้คนอ่านแล้ว แล้วจะเหลืออะไรให้คนอ่านคิด
ผมนี่เป้นนักเขียนที่แย่จริงๆ ครับ
บทความที่ให้คนอ่านหาคำตอบกันเอง เป้นบทความที่ดีที่สุด!!!!
อ้อ...กลับมาที่ Warren Buffett ครับ
Warren กล่าวไว้ว่า
"การบริหารที่เบริกเชอร์มีเอกลักษณืเฉพาะตัว เราไม่เคยไปก้าวก่ายกับอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารในบริษัทที่เราลงทุนเลย ถ้าเราเข้าไปตัดสินใจแทนพวกเขาหมดในกิจการที่พวกเขาทำ เท่ากับว่า เราเป็นคนรับผิดชอบงานทั้งหมด แล้วจะเหลืออะไรสำคัญให้พวกเขารับผิดชอบ ถ้าเป็นอย่างนี้ เราจะต้องรับผิดชอบไปตลอด ปล่อยให้พวกเขาคิดเอง ผมแค่บอกเขาว่า หนึ่ง คิดให้เหมือนเจ้าของที่พวกเขาเคยเป็นมาก่อน และสอง ถ้ามีข่าวร้าย ให้รีบบอกผม ข่าวดีบอกทีหลังก้ได้ แต่ข่าวร้าย ห้ามบอกช้าเด็ดขาด"
คล้ายกันไหมครับ อย่าบอกคำตอบโดยเด็ดขาด
Socretes ----> Warren Buffett ------> Chatchai



-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 12
^^
เรื่องบัฟเฟต ท่าทางจะมีมูลครับ :D
ผมเห็นจุดนึง คือ จดหมาย ที่ บัฟเฟต ส่งให้ บริษัทต่าง สั้นๆ แค่2ข้อ ว่า
1. อย่าทำให้ขาดทุน <<< นายเป็นเจ้าของบริษัท นายย่อมรู้จักคำตอบของบริษัทตัวเองดีสุด รู้ว่าคำถามคำ จะทำกำไร นายก็ต้องตอบเองล่ะ
2.ย้อนไปดู ข้อ1 <<< ถ้าขาดทุน นายกลับไปทบทวนเอง ว่าขาดทุนเพราะอะไร แก้ยังไง นายรู้จักบริษัทตัวเองดี
(...ก็ว่าไปนั่น จับแพะ ชน แกะ ให้เค้า เสร็จ 5 5 5...)
----
ตอนแรกที่ผมโพส ผมก็ชั่งใจว่าจะเอาประวัติ โสเครติสมาด้วยดีไหม
แต่มานั่งนึกว่าเราเป็นคนอ่าน จะอ่านแต่สิ่งที่สนใจ หัวข้อกระทู้เราสนใจ เราเลยคลิกเข้ามา ถ้ายาวมาก คามอยากอ่านจะลดลงทันที...ผมเลยตัด ที่ไม่ใช่"แก่น"ออก แล้วแปะลิงค์แทน ให้คนที่ต้องการรู้คลิกเอาเอง เพราะประวัติโสเครคิสเหมือน กิ่ง ใบ ดอก มีมันก็สวย แต่ ไม่ใช่"แก่น" ที่ผมจะสื่อ แต่ตัวผมๆอ่านเองแล้ว
ถ้าจะเอาเรื่องตอนตายของ โสเครติส แนะนำนี่เลย ได้ feeling ดี http://www.kruamas.org/html/death/grief/2-17.html
เรื่องบัฟเฟต ท่าทางจะมีมูลครับ :D
ผมเห็นจุดนึง คือ จดหมาย ที่ บัฟเฟต ส่งให้ บริษัทต่าง สั้นๆ แค่2ข้อ ว่า
1. อย่าทำให้ขาดทุน <<< นายเป็นเจ้าของบริษัท นายย่อมรู้จักคำตอบของบริษัทตัวเองดีสุด รู้ว่าคำถามคำ จะทำกำไร นายก็ต้องตอบเองล่ะ
2.ย้อนไปดู ข้อ1 <<< ถ้าขาดทุน นายกลับไปทบทวนเอง ว่าขาดทุนเพราะอะไร แก้ยังไง นายรู้จักบริษัทตัวเองดี
(...ก็ว่าไปนั่น จับแพะ ชน แกะ ให้เค้า เสร็จ 5 5 5...)
----
ตอนแรกที่ผมโพส ผมก็ชั่งใจว่าจะเอาประวัติ โสเครติสมาด้วยดีไหม
แต่มานั่งนึกว่าเราเป็นคนอ่าน จะอ่านแต่สิ่งที่สนใจ หัวข้อกระทู้เราสนใจ เราเลยคลิกเข้ามา ถ้ายาวมาก คามอยากอ่านจะลดลงทันที...ผมเลยตัด ที่ไม่ใช่"แก่น"ออก แล้วแปะลิงค์แทน ให้คนที่ต้องการรู้คลิกเอาเอง เพราะประวัติโสเครคิสเหมือน กิ่ง ใบ ดอก มีมันก็สวย แต่ ไม่ใช่"แก่น" ที่ผมจะสื่อ แต่ตัวผมๆอ่านเองแล้ว
ถ้าจะเอาเรื่องตอนตายของ โสเครติส แนะนำนี่เลย ได้ feeling ดี http://www.kruamas.org/html/death/grief/2-17.html
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 13
อนึ่ง ผมยังจำโพสพี่โหน่งได้ เรื่อง mozart ครับ ....ที่มีเด็กมาขอให้ mozart สอนแต่งเพลง พูดว่าตน wanna be มาก แต่mozart ปรามไว้ ด้วยว่าคนที่เป็น เค้าเป็นเอง เรียนเอง ไม่มาถามคนโน้นคนนี้ไปทั่ว ตัว mozart เอง มั่วเองแต่ 9ขวบ ไม่มีต้องใครสอน
..คนแบบนี้...ผมเจอตัวอย่างจริงๆใกล้ตัวมาแ้ล้ว...เลยจำฝังหัวเลยครับ
--------------------------
ตอนนี้ ผมพยายามศึกษา หลักการของนักเขียนบ้างเหมือนกัน เห็นพี่ tee มั้ง ที่ได้ลงหนังสือธรรมะ แล้วชอบหลักการเขียน ที่เค้าคุยกับ บก. มันดูมีศิลปดี น่าสน (ขอบคุณพี่ tee ณ ที่นี้ด้วยที่เอา ข้อความมาให้ดูกัน)
ผมว่าพี่โหน่ง เขียน ไม่ผิดหรอก แต่ไม่ตรงแนว โสเครติส แค่นั้น
คิดว่าคงต้องดูว่า กลุ่มเป้าหมายที่จะอ่านเป็นใคร คิดอ่านระดับไหน แล้วค่อยปรับสไตล์ให้เหมาะ...มั้ง
บทความต่างๆของพี่ ไม่ได้แย่อย่างที่คิดนะ อ่านแ้ล้ว ทำ ผม งง ไปหลายดอก เทียว :lol:
..คนแบบนี้...ผมเจอตัวอย่างจริงๆใกล้ตัวมาแ้ล้ว...เลยจำฝังหัวเลยครับ
--------------------------
ตอนนี้ ผมพยายามศึกษา หลักการของนักเขียนบ้างเหมือนกัน เห็นพี่ tee มั้ง ที่ได้ลงหนังสือธรรมะ แล้วชอบหลักการเขียน ที่เค้าคุยกับ บก. มันดูมีศิลปดี น่าสน (ขอบคุณพี่ tee ณ ที่นี้ด้วยที่เอา ข้อความมาให้ดูกัน)
ผมว่าพี่โหน่ง เขียน ไม่ผิดหรอก แต่ไม่ตรงแนว โสเครติส แค่นั้น
คิดว่าคงต้องดูว่า กลุ่มเป้าหมายที่จะอ่านเป็นใคร คิดอ่านระดับไหน แล้วค่อยปรับสไตล์ให้เหมาะ...มั้ง
บทความต่างๆของพี่ ไม่ได้แย่อย่างที่คิดนะ อ่านแ้ล้ว ทำ ผม งง ไปหลายดอก เทียว :lol:
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 14
ประวัติ พี่ chatchai ผมเจอแต่ที่อยู่ แต่ข้อมูลข้างในบ้าน ย้ายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ อยากอ่านจัง มีใครเก็บไว้ไหมหนอ http://thaivi.com/webboard/viewtopic.php?p=29970
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 15
อ้อ นึกขึ้นได้อย่างครับ
วิธีการ ของโสเครติสนั้น ใช้กับคนส่วนมากไม่ค่อยเหมาะยะครับ คนส่วนมากไม่เข้าใจเราแน่ๆ แล้วจะเกลียดขี้หน้าเราตั้งแต่แรกครับ
บทเรียนจากตัวโสเครติสเอง ชัดเจน ผมเองก็เคยใช้ แล้วเจอมาแล้วเช่นกัน
วิธีการ ของโสเครติสนั้น ใช้กับคนส่วนมากไม่ค่อยเหมาะยะครับ คนส่วนมากไม่เข้าใจเราแน่ๆ แล้วจะเกลียดขี้หน้าเราตั้งแต่แรกครับ
บทเรียนจากตัวโสเครติสเอง ชัดเจน ผมเองก็เคยใช้ แล้วเจอมาแล้วเช่นกัน
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
- oatty
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2444
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 16
ดู ๆ ไป โสคราติส บัพเฟตต์ พี่ฉัตร มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือไม่มีอะไรมาปิดบังสมอง ทำให้ได้เปรียบคนอื่น :D :D
"ผู้ทรงธรรมนั่นแหละคือผู้ทรงเกียรติ ผู้มีความดีนั่นแหละคือผู้มีทรัพย์ ผู้รู้จักพอนั่นแหละคือมหาเศรษฐี" ว.วชิรเมธี
- NinjaTurtle
- Verified User
- โพสต์: 506
- ผู้ติดตาม: 0
SOCRETES ทำยังไงให้เป็น คนจริง รู้จริง
โพสต์ที่ 18
[quote="por_jai"]
คืออย่างนี้นะโอ๊ต

Why not invest your assets in the companies you really like? As Mae West said, "Too much of a good thing can be wonderful."