มีหนังสือซึ่งจัดเผยแพร่โดยกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการได้เขียนเกี่ยวกับเรื่อง "เลี้ยงลูกแบบไหนจึงจะดี" ผมเห็นว่าน่าจะเกิดประโยชน์ สำหรับท่านผู้ปกครองทุกท่าน จึงกราบขอฝากให้อ่านกัน
ถ้าเลี้ยงลูกแล้วพร่ำคำตำหนิ มองดูซิผลเลิศประเสริฐไหม
ตรงกันข้ามกลับบั่นทอนกำลังใจ เด็กจะเลวเหลวไหลดั่งวาจา
ถ้าเลี้ยงลูกปลูกนิสัยให้ก้าวร้าว จะเป็นคนแข็งกร้าวมีปัญหา
ไร้เหตุผลดื้อรั้นขาดจรรยา เด็กไม่มีสัมมาอ่อนน้อมตน
ถ้าเลี้ยงลูกแล้วดูถูกคอยเย้ยหยัน เด็กจะขาดความเชื่อมั่นและสับสน
ทั้งขลาดอายไม่กล้ามาประจญ อิทธิพลความเย้นหยันน่าพรั่นพรึง
ถ้าเลี้ยงลูกเกิดทุกข์ด้วยความอาย เด็กจะกลายเป็นคนกังวลถึง
หวาดระแวงหมดสุขทุกข์ตราดตรึง เฝ้าคะนึงอยากอยู่เพียงผู้เดียว
ถ้าเลี้ยงลูกทุกเวลาด้วยมานะ จะอดทนเสียสละฉลาดเฉลียว
งานลำบากทำได้ทั่วตัวเป็นเกลียว ด้วยชำนาญชาญเชี่ยวทุกขั้นตอน
ถ้าเลี้ยงลูกแบบให้กำลังใจ เด็กจะสุขสดมใสสโมสร
เมื่อเติบใหญ่สุดประเสริฐเลิศบวร เกรกกำจรเป็นนักปราชญ์ชาติระบิล
ถ้าเลี้ยงลูกตัวน้อยคอยชื่นชม เด็กจะเริ่มสั่งสมคิดถวิล
ภาคภูมิใจในคุณค่าเป็นอาจินต์ ความสำเร็จในชีวิตของตนเอง
ถ้าเลี้ยงลูกด้วยรักที่อบอุ่น เด็กจะนุ่มนวลละมุนไม่ข่มเหง
ศรัทธามีดุจดนตรีที่บรรเลง เหมือนเสียงเพลงกล่อมโลกไม่โศกตรม
ถ้าเลี้ยงลูกแบบให้การยอมรับ เด็กจะงามพร้อมสรรพดูเหมาะสม
เป็นคนดีมีคุณค่าน่าชื่นชม น่านิยมเชื่อถือระบือไกล
ถ้าเลี้ยงลูกแบบให้ความเป็นมิตร เด็กจะมีดวงจิตผุดผ่องใส
คอยกอบเกื้อเอื้ออารีมีน้ำใจ ทั้งรู้จักให้อภัยมีเมตตา
จะเลี้ยงลูกแบบไหนให้ตระหนัก จะเลี้ยงแบบให้ความรักเสน่หา
หรือเลี้ยงแบบพร่ำบ่นจนระอา ให้ก้าวร้วหมดจรรยาหวาดระแวง
จะเลี้ยงลูกแบบใดได้อย่างนั้น อยู่ที่พ่อแม่ปั้นดังแถลง
ยังไม่สายหากคิดจะเปลี่ยนแปลง ลูกจะแกร่งอดทนเลิศประเสริฐคุณ