ไปถึงก่อนเวลาเลยมีเวลาดื่มชา อาหารว่าง(คืออาหารเช้าของตัวเอง)
นั่งฟังบรรดาผู้ถือหุ้นคนอื่นๆสนทนากัน
มองไปรอบๆตัว คนโน้นก็ทักคนนี้ คนนี้ก็ทักคนนั้น ยกมือไหว้กันพัลวัน
เหมือนกับงานชุมนุมศิษย์เก่าของพนักงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
เออ..ต้องพูดว่าเป็นงานสังสรรค์ Reunion ของกลุ่มพวกอาชีพเดียวกัน มากกว่า
มีแต่เรา (ดูเด็กที่สุด เพราะใครๆก็เรียกว่าน้อง แห่ะ แห่ะ) หน้าเด๋อด๋า
เข้าไปนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ไม่มีสักหุ้น
แต่ไปประชุมโดยรับมอบฉันทะแทนจากญาติผู้ใหญ่
ฟังๆแล้วส่วนใหญ่จะได้ซื้อหุ้นในราคาพิเศษกันทั้งนั้นเลย
แต่ละคนก็มานั่งคำนวณว่าได้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซนต์
ตามต้นทุนของตัวเองที่ซื้อในวาระต่างๆ
ฟังแล้วก็ตาโตไปตามๆกัน
ครั้นถึงเวลาประชุมในห้องใหญ่ บรรดาผู้อาวุโสชายหญิง
ทะยอยเดินจูงมือกันมา บ้างก็มีลูกหลานช่วยพาเดินด้วย
เออ...คนรุ่นคุณลุง คุณป้าสมัยใหม่เหล่านี้ก็เป็นนักลงทุนตัวยงเหมือนกัน
ไปงานไหนๆก็จะเจอคนแก่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันสักอย่างนี้แหละ
ถ้าจะมองเพียงรูปกายภายนอก
ก็ไม่ผิดกับอากง อาม่าผู้อาวุโสที่ออกกำลังกายแถวสวนลุม
แต่งเนื้อ แต่งตัวแสนจะธรรมดามาก
หิ้วถุงผ้า อินเทรนด์คนละใบ
แต่เผอิญวันนี้มีของแจกเป็นถุงเหมือนกัน เลยหอบกันพะรุงพะรัง
บางคนถึงกับเอากล่องขนมว่างที่แจกก่อนเข้าห้องประชุมติดตัวกลับ
สงสัยเผื่อเป็นมื้อเย็นเสียเลย เพราะมื้อกลางวันก็มีเลี้ยงโต๊ะจีน
เฮอ..ยุคข้าวยากหมากแพง ทุกอย่างก็ประหยัดหมด
(อ้อ เลยแวะไปตรวจตลาดที่ซูเปอร์มาร์เก็ต
ปรากฏข้าวถุงโปรโมชั่นยี่ห้อหนึ่ง
วางพรึ่บ หมดพรึ่บ ทุกคันรถหอบกันสิบถุง
โอ้โฮ..อะไรจะขนาดนั้น)
เลยอดนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านไม่ได้
The Millionaire Next Door
และ The Millionaire Women Next Door
หรือบ้านเรามีจำนวน Millionaire เพิ่มขึ้นทุกปีๆก็ไม่รู้
