10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 1

โพสต์

รูปภาพ

จากหนังสือหมอชาวบ้าน
   
1. ไข่เยี่ยวม้า ถ้ากินมากและบ่อยอาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง เมื่อขาดแคลเซี่ยม จะส่งผลทำให้เกิดกระดูกผุ กระดูกพรุนได้

2. ปาท่องโก๋ รับประทานคู่กับกาแฟหรือจิ้มนมข้นหวานอร่อยนักแล ทราบไหมว่าส่วนผสมของเจ้าแป้งทอดชนิดนี้ ใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่ว เป็นพิษต่อเซลล์สมอง อีกทั้งยังทำให้ความจำเสื่อม เกิดอาการคอแห้ง เจ็บคอ เพราะน้ำมันที่ใช้ทอด

3. เนื้อสัตว์ย่าง เกิดสารเบนโซไพริน ก่อพิษให้เกิดโรคมะเร็ง

4. ผักดอง เกิดการสะสมเกลือโซเดียม ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เกิดความดันโลหิตสูงเป็นโรคหัวใจได้ง่าย

5. ตับหมู อุดมไปด้วยธาตุเหล็กก็จริง แต่ตับหมู ๑ กิโลกรัม พบว่ามีคอเลสเตอรอลกว่า 400 มิลลิกรัม ดังนั้นถ้ามีมากและนาน จะส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดทางสมอง และโรคมะเร็ง

6. ผักโขม ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก เกิดภาวะขาดแคลน

7. บะหมี่สำเร็จรูป ไม่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้ขาดสารอาหาร อีกทั้งยังเกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย โดยเฉพาะโซเดียม

8. เมล็ดทานตะวัน มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้

9. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคและมีสารย่อยโปรตีน ไฮโดรเจนซัลไฟล์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

10. ผงชูรส ไม่ควรกินเกิน ๖ กรัมต่อวัน จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของประจุแคลเซี่ยมและแมกนีเซียม ทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 2

โพสต์

แหม... เฮียครับ ไม่ว่าอาหารอะไร กินเกินก้อไม่ดีทั้งนั้นแหละ

กินเกิน ก็กลายเป็นโภชนาเกิน เส้นรอบเอวจะเริ่มเกิน น้ำหนักก็จะเกินตามมาด้วยในไม่ช้า

ส่วนข้อ 7. ไม่ควรกินอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตอนนี้ที่ผมยังไม่มี TF อยู่ในพอร์ท :lovl: เอาไว้มีเมื่อไหร่ โปรดกินไม่อั้นครับ!
miracle
Verified User
โพสต์: 18134
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ขาหมูด้วยล่ะครับ
:)
August
Verified User
โพสต์: 510
ผู้ติดตาม: 0

Re: 10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 4

โพสต์

.^O-O^ เขียน: 10. ผงชูรส ไม่ควรกินเกิน ๖ กรัมต่อวัน จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของประจุแคลเซี่ยมและแมกนีเซียม ทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้
และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์
ผงชูรส= มหันตภัยของชายโสด :evil:
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

Re: 10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 5

โพสต์

.^O-O^ เขียน: 8. เมล็ดทานตะวัน มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้
ว้าว  :shock: ผมชอบทานเล่นนะครับ พวกเม็ดทานตะวัน พวกถั่วทั้งหลาย
และผมก็เป็น ไขมันพอกตับด้วย (fatty liver)

เท่าที่ศึกษามา เข้าใจว่า เค้าไม่นับว่าเป็นโรค แต่เป็นภาวะอย่างนึงเท่านั้น
สาเหตุแน่ๆ ก็ยังไม่ทราบ แต่เค้าว่า ไม่เกี่ยวกับการทานไขมันมากเกินไป

จริงๆผมเอง เป็นคนที่หลีกเลี่ยง ไม่ทานไขมันสัตว์ด้วยซ้ำ
แต่ก็ไปพยายามชดเชย จากชีส นม full cream แทน

พวกถั่วนี่ พยายาม ลด ละ เลิก ไปแล้ว คงต้องเพิ่ม เม็ดทานตะวันด้วย
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 6

โพสต์

8) ปุยครับ
    เมล์ที่โหน่งเอามาโพสนี้
    ผมก็ได้รับฟอร์เวิดมาเหมือนกัน
    บอกตรงๆว่าไม่ค่อยเชื่อครับ
    ที่มาที่ไป ยังไงไม่รู้ ไม่มีการกรอง การการันตีเท่าไหร่
    เรื่องกินผมใช้หลักของหมอเฉก เป็นเกณฑ์ครับ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
adi
Verified User
โพสต์: 1155
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 7

โพสต์

ตกลง ถั่วด้วยเหรอครับ ผมกินถั่วเกือบทุกวัน ช่วยคอนเฟิร์มหน่อยครับ
A Cynic Knows the Price of Everything and the Value of Nothing
-Oscar Wilde, Lady Windemeres Fan
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 8

โพสต์

adi เขียน:ตกลง ถั่วด้วยเหรอครับ ผมกินถั่วเกือบทุกวัน ช่วยคอนเฟิร์มหน่อยครับ
ยกตัวอย่างถั่วนี่ก็ได้
ตำราผมว่าถั่วเป็นไม้กวาดกระเพาะอย่างดี
ช่วยขับถ่าย เพราะมีไฟเบอร์เยอะ
จะไปเลิกกินมันทำไมล่ะครับ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pn3um0n1a
Verified User
โพสต์: 1935
ผู้ติดตาม: 0

Re: 10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 9

โพสต์

ปุย เขียน:
ว้าว
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

Re: 10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 10

โพสต์

Pn3um0n1a เขียน:
ว้าว
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pn3um0n1a
Verified User
โพสต์: 1935
ผู้ติดตาม: 0

Re: 10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 11

โพสต์

[quote="ปุย"]ค่าเอนไซน์ออกมาสูงหลายตัว แต่สูงไม่มาก
ค่า AST range อยู่ที่ 0-50
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 12

โพสต์

โดนคุณปุยเรียกมาทาง PM

ไม่รู้ตอบไปแล้วจะคลายกังวล หรือทำให้กังวลมากขึ้น :lovl:

หมอนิวตอบได้เจ๋งเป้งอยู่แล้ว เลยขอเพิ่มของหมอนิวแค่นิดหน่อยพอ

1. การเจ็บป่วยเฉียบพลันอะไรก็ตาม (ไข้ ไม่สบาย ครั่นเนื้อตัว ติดเชื้อไวรัส หวัด ฯลฯ) หรือการกินยาเล็ก ๆ น้อย ๆ (รวมถึงยาลดไข้พาราเซตามอล) และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สุรา เบียร์ วิสกี้ ฯลฯ) ล้วนแต่ทำให้ค่า AST และ ALT สูงขึ้นได้ชั่วคราวทั้งนั้น -> การตรวจซ้ำอย่างที่หมอว่าก็เป็นคำแนะนำที่ดีแล้ว ถ้ากังวลจะซ้ำที่เดือนนึงก็ได้

2. เนื่องจากอุบัติการณ์ของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เรื้อรังในคนไทย มีไม่น้อย (อย่างไวรัส บี มีตั้ง 5% ของประชากร :shock:) จึงแนะนำให้ตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อทั้งสองชนิด ถ้ายังไม่เคยตรวจ

3. ข้อนี้อาจจะเป็นเรื่องใหม่ แต่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนความเชื่อของแพทย์ และตามมาด้วยการปรับค่าปกติของการตรวจ AST และ ALT ในไม่ช้า คือ..

ค่า AST และ ALT ปกติที่ห้องปฏิบัติการทั้งหลายใช้อยู่คือ 0-50 และ 0-35 ตอนนี้รู้แล้วว่า ไม่ค่อยจะถูกต้อง  :shock:

เหตุผลก็มาจากการทดสอบระดับเอ็นซัยม์ตับในประชากรทั่วไป (หลายหมื่น หลายแสนคน) พบว่า ระดับเอ็นซัยม์ตับ (โดยเฉพาะ ALT) ของคนที่ "ปกติ" (คือไม่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ, ไม่ได้กินยา, ไม่ดื่มแอลกอฮอล์, ไม่อ้วน, ไม่มีโรคประจำตัว, ไม่มีการเจ็บป่วยอะไรขณะนั้นหรือก่อนหน้านั้น) มีค่าแค่ 30 ในผู้ชาย และ 19 ในผู้หญิง

References:
Prati D, Taioli E, Zanella A, et al. Updated definitions of healthy ranges for serum alanine aminotransferase levels. Ann Intern Med. 2002 Jul 2;137(1):1-10.

Lozano M, Cid J, Bedini JL, Mazzara R, Gimenez N, Mas E, Ballesta A, Ordinas A. Study of serum alanine-aminotransferase levels in blood donors in Spain. Haematologica. 1998 Mar;83(3):237-9.

Piton A, Poynard T, Imbert-Bismut F, et al. Factors associated with serum alanine transaminase activity in healthy subjects: consequences for the definition of normal values, for selection of blood donors, and for patients with chronic hepatitis C. MULTIVIRC Group. Hepatology. 1998 May;27(5):1213-9.

ผู้ชายที่มีค่าเอ็นซัยม์ ALT ที่เกิน 30 และผู้หญิงที่มีค่านี้เกิน 19 ถือว่าสูงหมด

แต่ไม่ต้องตกใจไปเวลาผลเลือดมันสูงกว่านี้ว่า ตายห่า ตับเราจะแย่หรือเปล่า... เพราะพบว่าสาเหตุสำคัญที่สุดของคนที่ดูปกติ และไม่ได้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ คือ "ความอ้วน" ครับ (แค่ท้วมก็เริ่มแล้ว) ยิ่งอ้วนมาก มักจะได้ค่านี้สูงขึ้นด้วย ปัจจุบันเข้าใจว่าสาเหตุสำคัญที่คนอ้วนได้ค่าสูงคือ มันจุกตับ อย่างที่หมอนิวบอก  :wink:

คราวหน้า.. ใครไปตรวจเลือด ตรวจสุขภาพ ถึงเขาจะบอกว่า "ตับปกติ" ก็อย่าลืมชำเลืองผลเลือดตัวเองหน่อยว่า ตัวเลขของเราเกินหรือเปล่า  :8)

เชื่อเหอะ.. ร้อยละ 99 ของหมอ ยังไม่รู้ข้อนี้หรอก :lovl:
ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------
Demigod
Verified User
โพสต์: 94
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 13

โพสต์

วันก่อนมีข่าว ญ.กินน้ำตาย สมองบวมน้ำ

อิอิ ผมกินทุกอย่างที่อร่อย  :lol:
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pn3um0n1a
Verified User
โพสต์: 1935
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 14

โพสต์

mprandy เขียน:เชื่อเหอะ.. ร้อยละ 99 ของหมอ ยังไม่รู้ข้อนี้หรอก :lovl:
ไม่ทราบจริงๆ ด้วยครับ ขอบคุณอาจารย์ครับ
ได้เรื่องต้องหาความรู้เพิ่มอีกแล้ว

ความรู้เก่า งานเก่ายังคั่งค้างอยู่เลย
depress แล้วเนี่ย  :cry:
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

Re: 10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 15

โพสต์

ขอบคุณ หมอนิว กับ อ.หมอ mprandy ครับ
ผมเห็นกระทู้มันตกไปข้างล่างเลย PM ไปเรียนถามครับ
Pn3um0n1a เขียน:
อย่างไร เพื่อให้ หมอท่านอื่นที่มาอ่านได้ให้ความเห็นง่ายขึ้น คงต้องขอประวัติเพิ่มเติม
-พี่อายุเท่าไหร่ครับ เพศชาย(เนอะ :oops: ) สูบบุหรี่ ดื้มเหล้าหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ทำงานอะไรครับ ภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน
เพศชาย อายุ 36 สูง 172 นน. 68 ครับ ไม่เคยอ้วน
ทำงาน วางแผนซ่อม โรงงานปิโตรเคมี ใช้ SAP เป็นหลัก
วันๆอยู่หน้าจอ ประมาณ 9 - 14 ชม.ครับ (รวมที่บ้าน)
ภูมิลำเนา กทม. อยู่มา 20 กว่าปี ตั้งแต่เกิดครับ
ไม่สูบบุหรี่ ทานเหล้าตั้งแต่ เรียนวิศวะ ก็ 10 กว่าปี
ช่วงแรกหนุ่มๆก็ถี่ครับ แทบทุกอาทิตย์
หลังๆพอมีครอบครัวก็ทานน้อยลง ปีละ 3-4 ครั้ง ตามเทศกาล
ผมไม่ชอบเบียร์ เลยเน้นแต่วิสกี้ + จิบไวน์นิดหน่อยครับ

-มีโรคประจำตัวรึเปล่าครับ เห็นก่อนหน้านี้บอกว่าเป็น fatty liver
ไม่ทราบว่า รักษาที่ไหน วินิจฉัย และวินิจฉัยด้วยอะไร และเป็นประเภทไหน
มันจะมี alcoholic / non-alcoholic ครับ
แล้วได้รับการรักษาอะไรอยู่บ้าง
โรคประจำตัวนอกเหนือจากนี้และยาที่รับประทานอยู่ ทุกอย่าง
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ต้นปี 2006 ป่วยเป็นตับอักเสบครับ ตอนแรกมีอาการคล้ายๆ
ที่เป็นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พอไปตรวจเลือด ผลออกก็ admit เลยครับ
ค่า AST/ALT ขึ้นไปสูงมากๆๆๆๆ ที่ 1000 ต้นๆ  :shock:  :shock:
ตรวจหาไวรัสตับ A,B,C หลายรอบ หลายรพ. ไม่เจอครับ
ตอนแรก ultrasound เจอติ่งเนื้อในถุงน้ำดี หมอคิดว่าอาจเป็นนิ่ว
นอนรพ. ที่นี่ได้สัก 3 คืน ไม่แน่ใจ ก็เลยบินกลับเมืองไทย
ไปนอน รพ. กรุงเทพคริสเตียนอีก 2 คืน ก็กลับไปนอนพักที่บ้าน 2 อาทิตย์ครับ
ตรงถุงน้ำดีก็ไม่ได้ตัดอะไร ผลวินิจฉัยก็ตรงกัน เป็นตับอักเสบเฉียบพลันแบบไม่เจอไวรัส
หมอที่นี่ บอก เป็นตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ หมอ BCH บอกไม่ทราบสาเหตุ
หลังจากนั้นก็ไปตรวจเลือดเป็นประจำ ค่าก็ลดลงๆ จนปกติ ประมาณ 1 ปี
ช่วงต้นปี 07 อ่ะครับ ยาตอนนั้นก็ไม่มี ทานแต่ วิตามิน b-complex
-เคยได้รับการผ่าตัด หรือ ถ่ายเลือดหรือไม่ครับ
-ถ้าเป็นไปได้ มีค่า direct/indirect bilirubin , albumin/globulin ก็จะดีครับ ว่ามันมากน้อยแค่ไหน
-เคยตรวจไวรัสตับอักเสบหรือยังครับ
-คนในครอบครัวมีโรคประจำตัวอะไรมั้ยครับ
ไม่เคยผ่าตัด-ถ่ายเลือดเลยครับ เคยแต่เย็บแผลมีดบาด 2-3 ครั้ง
ไม่เคยป่วยแบบนอนรพ.ด้วยซ้ำ ตลอด30ปี เพิ่งนอนครั้งแรกตามที่เล่าด้านบนครับ
ค่าล่าสุดไม่มีอยู่ในมือครับ ถ้าไปหาหมออีกทีจะจดมาครับ
หมอที่นี่เค้าอ่านผลแล้วเค้าก็พลิกดูประวัติช่วงปี 06 ที่ค่าสูงๆ
เค้าเลยไม่มี response อะไรมั้งครับ

คนในครอบครัวมีแต่ภูมิแพ้ หอบหืดอย่างเดียวครับ
ผมก็นับได้ว่าเป็นแต่ไม่มีอาการรุนแรงอะไร จะประมาณแพ้อากาศช่วงเช้าๆ
ถ้าเจอฝุ่นจะคัดจมูกมากขึ้น

ไวรัสตับตรวจแล้วไม่เจอ ก่อนหน้านี้ผมมีภูมิไวรัส B อยู่ เช็คแล้ว
หลังจากป่วย เลยไปฉีดวัคซีนไวรัส A เพิ่มครับ แต่ยังไม่ได้เช็คภูมิ
ส่วนการปฏบัติตัวเฉพาะคงยังไม่มี
ปฏิบบัติตามที่พี่บอกมาก็ดีแล้วครับ
ช่วงนี้ก็เลี่ยงพวกเหล้า ยา ที่ยังไม่แน่ใจไว้ก่อน

ใจเย็นๆ ครับ แล้วทุกอย่างดีเองครับ
เหล้านี่ผมเลิกขาด ตั้งแต่ป่วยเมื่อปี06 ครับ 2 ปีแล้ว
ปี07 ก็เน้นออกกำลังกายมากขึ้น ตอนกลางปีกลับเมืองไทย
ก็ไปตรวจร่างกาย ที่พระราม 9 ผลก็ปกติครับ ส่วนตับก็ ultrasound
หมอเจอจุดดำ ก็เลยให้ไปทำ MRI  upper abdomen ผลจุดดำคือ fat sparing
ตรงอื่นๆ ถุงน้ำดี ไต สันหลัง หมอว่าปกติหมดทุกอย่าง

ส่วนปลายปี ก็ไป follow-up ultrasound ที่ตับอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีจุดดำแล้ว
หมอบอกว่าเป็น fatty liver ทั่วทั้งตับไม่มี sparing แล้ว แต่ไม่ได้ให้ทานยาอะไร

ปัจจุบัน หลังจากวันจันทร์ที่พิมพ์ถาม 3-4วัน ผมก็รู้สึกสบายดีเป็นปกติครับ  
แต่มีวันนี้ หลังจากตื่นมานั่งอ่านกระทู้ ก็ดันรู้สึกครั่นตัวอีกแล้ว
จับหัวเหมือนจะตัวร้อน แต่ไม่มีไข้ ไม่รู้เป็นเพราะเมื่อเย็นไปยืนตากลมหรือเปล่า  
ถ้าไม่มีอาการไรมากไปกว่านี้ อีกสัก 2 อาทิตย์ ผมว่าจะไปตรวจซ้ำอ่ะครับ

ขอบพระคุณคุณหมอทั้ง2ท่าน   :bow:   :bow: ที่สละเวลามาตอบนะครับ มีอะไรเพิ่มเติม เชิญเลยครับ
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 16

โพสต์

ถ้าคุณปุยตรวจไปเยอะแยะตาแป๊ะไก่ขนาดนั้นแล้วยังไม่เจอสาเหตุ

คราวหน้าขอคุณหมอตรวจอีก 2 (+1) อย่างครับ

1. ตรวจ ANA (Antinuclear antibody)
2. ระดับ serum ceruloplasmin

จริง ๆ การตรวจข้างต้นก็เพื่อดูว่าเป็นโรคตับอักเสบชนิดออโตอิมมูน (คล้าย ๆ SLE หรือโรคพุ่มพวง แต่ไม่ใช่โรคเดียวกันนะ เป็นแค่กลุ่มเดียวกัน) กับโรควิลสัน (Wilson disease) ซึ่งเกิดตับอักเสบจากการสะสมของทองแดงในตับ

การตรวจอย่างที่ 3 นี่ จะตรวจหรือไม่ขึ้นกับว่าเคยตรวจหาระดับ hemoglobin (สารนำออกซิเจนในเลือด) หรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจหรือไม่เคยตรวจ หรือตรวจแล้วมันสูง ๆ แนะนำให้ตรวจ

3. ระดับ serum ferritin

การตรวจนี้เพื่อค้นหาโรค hemochromatosis (ภาวะเหล็กเกินและสะสมในตับ)

จริง ๆ ทั้ง 3 โรคมันพบได้น้อยมาก แต่ในเมื่อคุณปุยตรวจไม่พบสาเหตุของตับอักเสบที่เจอกันได้บ่อย ๆ แล้ว ผมว่าไม่เลวนักที่จะมองหาของที่หายาก

ก็คุณปุยออกจะเน้น "คุณค่า" บางทีโรคที่หายาก ๆ ก็น่าจะดูสมน้ำสมเนื้อกัน :lovl: (ล้อเล่นนะ..)

อีกอย่างก็คือ 3 โรคนี้ถ้ารู้ก่อน รักษาได้ครับ ไม่ยากด้วย
ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pn3um0n1a
Verified User
โพสต์: 1935
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 17

โพสต์

อืม ที่บอกว่าเคยมีประวัติ liver enzyme ขึ้นไปถึงหลัก 1000
เท่าที่ทราบน่าจะมีโรคที่เป็นไปได้คือ
-ไว้รัสตับอักเสบเฉียบพลัน
-ยา/สารเคมี
-ตับขาดเลือดเฉียบพลัน

ซึ่งถ้าพยายามจะเอามาเกี่ยวข้องกันก็ดูน่าจะคิดถึงไวรัสตับมากที่สุด
เพราะอีกสองอย่างหลัง ถ้าหาย หรือ พ้นจากภาวะแล้ว ไม่น่าจะผิดปกติ (หรือไม่ก็ลาไปแล้ว :oops: )
แต่ถ้าตรวจแล้วไม่เจอแน่ๆ

น่าจะคิดถึงสาเหตุจาก fatty liver มากที่สุดมั้งครับ (alcoholic/non-alc) (ไม่แน่ใจว่าต้องดื่มมากแค่ไหนถึงจะเป็น)
เพราะ จากประวัติ เคย U/S ก็บอกว่าเป็นอยู่ (ถ้าไม่มีก้อน ก็คงนึกถึง เนื้องอกน้อยมาก)

ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่(น่าจะ)พบได้น้อย

Autoimmune hepatitis
hemochromatosis
Wilson's disease
alpha1-antitrypsin deficiency

ก็ตามที่อาจารย์แนะนำเลยครับ

ปล. fatty liver เป็นแล้วยังไงก็ควรติดตามการรักษาเป็นระยะๆ นะครับ ถึงเอนไซม์ลงมาปกติแล้วก็ตาม
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 18

โพสต์

หมอนิว หมอแพรนดี้ และ หมอๆ ท่านอื่นครับ

มารายงานครับ  ผมไปตรวจเลือด follow-up LFT เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว วันนี้เพิ่งไปฟังผล
ตรวจครั้งแรก 16 มีนา ครั้งที่สอง 10 เมษา ห่างกัน 25 วัน

ALT จาก 94  ->  87  range (<50)
AST จาก 37  ->  41  range (<36)
Bilirubin total จาก 1.96  ->  1.9  range (<1.5)
Bilirubin direct จาก 0.33  ->  0.23  range (<0.3)

ไม่ทราบ หมอๆคิดเห็นประการใดครับ

หมอที่นี่เค้าบอกว่า ค่าลดลงหน่อย แต่ก็ยังสูงอยู่  
เค้าว่า ค่า ALT ยังไม่ถึง 150 ยังไม่ถือว่าเป็นตับอักเสบ (hepatitis)  :?:
วันนี้เค้าเลยสั่งตรวจ  HBs AG / Anti HCV / Anti Hb (quantitative) เพิ่ม
อีก 2 อาทิตย์ ถึงจะได้ผล ถ้าผลปกติ ก็ไม่ต้องทำอะไร  :?:
(ผมมองว่า ค่าน่าจะปกติ เพราะเคยตรวจไปแล้ว เมื่อปี 06 ไม่เจออะไร
คงไปฟังผลอีกที ต้นเดือนหน้า แล้วขอเค้า follow-up LFT อีกที (ห่างอีกเดือน)

ช่วงนี้ ผมควรทำตัวยังไงครับ สามารถไปออกกำลัง ได้หรือเปล่า
ปกติ ผมไปวิ่งบนสายพานลู่วิ่ง 30-45 นาที แต่ไม่ได้วิ่งมาสัก 2-3 เดือนแล้ว เพราะวุ่นๆกับเจ้าตัวเล็กครับ
ทานน้ำ ช่วงนี้ผมทานเยอะมาก ทานตลอด แต่ก็ยังสังเกตว่าปัสสาวะยังเหลืองกว่าแต่ก่อนครับ
(ไม่แน่ใจว่า เพราะทานวิตามิน b ด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ผมทานเองวันละเม็ด หมอไม่ได้แนะนำ
พอถามหมอ หมอบอกทานได้แต่ไม่จำเป็นต้องทาน ไม่มีประโยชน์อะไร)
mprandy เขียน:ถ้าคุณปุยตรวจไปเยอะแยะตาแป๊ะไก่ขนาดนั้นแล้วยังไม่เจอสาเหตุ

คราวหน้าขอคุณหมอตรวจอีก 2 (+1) อย่างครับ

1. ตรวจ ANA (Antinuclear antibody)
2. ระดับ serum ceruloplasmin

จริง ๆ การตรวจข้างต้นก็เพื่อดูว่าเป็นโรคตับอักเสบชนิดออโตอิมมูน (คล้าย ๆ SLE หรือโรคพุ่มพวง แต่ไม่ใช่โรคเดียวกันนะ เป็นแค่กลุ่มเดียวกัน) กับโรควิลสัน (Wilson disease) ซึ่งเกิดตับอักเสบจากการสะสมของทองแดงในตับ

การตรวจอย่างที่ 3 นี่ จะตรวจหรือไม่ขึ้นกับว่าเคยตรวจหาระดับ hemoglobin (สารนำออกซิเจนในเลือด) หรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจหรือไม่เคยตรวจ หรือตรวจแล้วมันสูง ๆ แนะนำให้ตรวจ

3. ระดับ serum ferritin

การตรวจนี้เพื่อค้นหาโรค hemochromatosis (ภาวะเหล็กเกินและสะสมในตับ)
จริง ๆ ทั้ง 3 โรคมันพบได้น้อยมาก แต่ในเมื่อคุณปุยตรวจไม่พบสาเหตุของตับอักเสบที่เจอกันได้บ่อย ๆ แล้ว ผมว่าไม่เลวนักที่จะมองหาของที่หายาก

ก็คุณปุยออกจะเน้น "คุณค่า" บางทีโรคที่หายาก ๆ ก็น่าจะดูสมน้ำสมเนื้อกัน  (ล้อเล่นนะ..)

อีกอย่างก็คือ 3 โรคนี้ถ้ารู้ก่อน รักษาได้ครับ ไม่ยากด้วย
หมอครับ ผมลองไปค้นประวัติเก่า เมื่อปี 2006 ที่ผมบินกลับไป admit หมอที่ BCH ตรวจละเอียดมากครับ ก่อนที่แกจะสรุปว่า ไม่ทราบสาเหตุ

- EBV-CA Ab.IgM (Serum)  Negative
- HSV IgM Ab. (Serum)   Negative
- CMV IgM Ab. (serum)  Negative

- CERULOPLASMIN   30.4 mg/dl (range 20 - 60)

- ANA (ANF,FANA)  Negative

- HOMOGENEOUS PATTERN  -
- SPECKLED PATTERN  -
- PERIPHERAL PATTERN -
- NUCLEOLAR PATTERN -
- CENTROMERE PATTERN -
- ANTICYTOPLASMIC ANTIBODY  Negative
- Anti-ds DNA   Negative
- ANTI-SM  Negative
- ANTI-n RNP   Negative

นอกจากนั้น หมอยังให้ไปตรวจกับหมอตา เพราะหมอบอกว่าเชื้อโรคบางอย่าง
อาจจะขึ้นไปที่ตาได้ แต่ก็ไม่เจอครับ
Pn3um0n1a เขียน:ซึ่งถ้าพยายามจะเอามาเกี่ยวข้องกันก็ดูน่าจะคิดถึงไวรัสตับมากที่สุด
เพราะอีกสองอย่างหลัง ถ้าหาย หรือ พ้นจากภาวะแล้ว ไม่น่าจะผิดปกติ (หรือไม่ก็ลาไปแล้ว  )
แต่ถ้าตรวจแล้วไม่เจอแน่ๆ
หมอนิวครับ ตอนนั้นที่ข้องใจ ก็คือไวรัสตัวอื่นที่นอกเหนือจาก ABC ครับ
เพราะเท่าที่ทราบ มันมีอีกหลายตัว แต่ที่เรื้อรังจะเป็น BCD
แต่เมื่อปีที่แล้ว ปี 2007 ไปตรวจร่างกายที่พระราม 9 ผลเลือดปกติทุกอย่าง
แสดงว่าที่เคยเป็น หายขาดไปแล้ว และไม่น่าจะเรื้อรัง

เจอแต่ fatty liver ซึ่งหมอเคยบอกว่า ร่างกายอาจจะมองไขมันเหมือนเชื้อโรค
แล้วพยายามกำจัดมัน จะทำให้ตับอักเสบได้  :shock:
ตอนนี้ผมมองว่า ประเด็นนี้น่าจะใกล้เคียงที่สุด
และที่ผมวิตกตอนนี้ เพราะไปเจอรูปนี้ จาก wikipedia ครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Fatty_liver
รูปภาพ

ค่าเอนไซม์ ALT มันจะบอกถึง ดีกรีที่เซลล์ตับถูกทำลายไปแล้ว หรือเปล่าครับ แล้วค่าของผมมันสูงแค่ไหน
ตามรูปด้านบน นี่มันจะใช้เวลาแค่ไหนครับ
ผมกังวลเกินไปหรือเปล่าครับเนี่ย ตอนนี้ค่อนข้างคิดมากครับ :cry:
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 19

โพสต์

ลอง search ต่อ ไปเจอบทความนี้

New Clues for Liver Cirrhosis Treatment

น่าจะเป็นข่าวดีนะครับเนี่ย  :pray:
เพิ่ง report เมื่อ Dec 26'07 นี่เอง
ภาพประจำตัวสมาชิก
gradius173
Verified User
โพสต์: 198
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 20

โพสต์

ขอโทษน่ะครับ อาการไข้ อ่อนเพลียดีขึ้นหรือยังครับ
จากที่ผมดู ผลที่ไปตรวจมาผมคิดว่ายังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีความผิดปกติจนสามารถฟันธงว่าเป็นโรคใดโรคหนึ่งได้ แต่ที่น่าจะพอประเมินได้ไม่มีปัญหาเรื่องการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบABC ไม่มีปัญหาเรื่องAlcohol induce hepatitis(ทานเครื่องดื่ม alcohol แค่ 3-4 ครั้งต่อปี) ไม่มีปัญหาเรื่อง SLE

ส่วนที่มีแน่ๆคือ Fatty liver

ส่วนโรคอื่นๆโอกาสน้อยมาก(เป็นโรคหายาก)

ผมว่าทางที่ดีอย่าพึ่งตื่นตระหนก ออกกำลังกายแต่พอสมควร อย่าทานอาหารที่มีไขมันสูง งดเครื่องดื่ม Alcohol (เหล้าราคาแพงมักทำให้เกิดFatty liver ส่วนเหล้าขาวราคาถูกมักทำให้เป็น Cirrhosis เลย :D ) สังเกตุว่ามีอาการอ่อนเพลีย ตาเหลืองตัวเหลืองไหม เบื่ออาหารหรือเปล่า หากมีอาการดังนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที หากไม่มีอาการผิดปกติควรไป Follow up ตามแพทย์นัด ผมว่าเลือกแพทย์ที่ดูแลให้ดี ผมว่าแพทย์ที่ดีจะดูแลคนไข้อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญตอนนี้คือใจเย็นๆ แล้วค่อยๆดูอาการหากมีโรคมันจะค่อยๆแสดงตัวออกมา

หากไม่สบายใจจริงๆลองไปปรึกษาอาจารย์พินิจ กุลละวณิชย์ หรือ อาจารย์นุสนธิ์ กลัดเจริญ ท่านเป็นแพทย์ระบบทางเดินอาหาร ท่านเก่งมากเกี่ยวกับเรื่องตับ แต่ไม่ทราบท่านเกษียณอายุแล้วหรือยัง

อ้อ :!:  :!: ขอโทษครับลืมไปว่าไม่ได้อยู่เมืองไทย
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 21

โพสต์

gradius173 เขียน:ขอโทษน่ะครับ อาการไข้ อ่อนเพลียดีขึ้นหรือยังครับ
อาการโดยทั่วไป ถือว่าดีขึ้นมาก จากช่วงที่รู้สึกผิดปกติ เดือนที่แล้วเลยครับ
คือแทบไม่ค่อยมีอาการครั่นเนื้อ ครั่นตัวเลย หรือว่าชินแล้วก็ไม่รู้
ดำเนินชีวิตได้ ตามปกติครับ  จนผมคิดว่าตรวจเลือดคราวนี้ ผลน่าจะดีขึ้นมากๆ  แต่ก็ดันไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก  :(

ตอนปี 2006 หลังจากนอน รพ.ได้ 2-3 คืน ก็มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองครับ
ศัพท์ที่เพิ่งรู้จัก ก็คือ Jaundice หรือ ดีซ่าน นั่นเอง
จาก record ช่วงนั้น ค่า bilirubin total ไป peak อยู่ที่ 7.11 mg/dl และ direct peak ที่ 3.34 mg/dl ครับ  :shock:

ตอนนี้ก็หมั่นสังเกตอยู่ครับ

เห็นอีกกระทู้ ที่พี่ uth เป็นเหมือนกัน แล้วบอกว่าหมอให้ยา ESSENTIAL
ที่ว่าช่วยละลายไขมันในตับ ช่วง 2006 ผมก็เคยทานอยู่นะครับ
ตอนนี้ ผมไปหาซื้อมาทานเอง จะดีหรือเปล่า มีผลข้างเคียงอย่างอื่นหรือเปล่าครับ
wara
Verified User
โพสต์: 242
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 22

โพสต์

ค่า enzyme SGOT SGPT ถ้าขึ้นน้อยกว่า 3 เท่า เราถือว่าไม่มี acute hepatitis   อย่างไรก็ตามถ้า ค่าเอนไซม์ ผิดปกติ นานกว่า 6 เดือน แม้จะไม่ขึ้นถึง 3 เท่าเราเรียกว่า มี chronic hepatitis ครับ
  สำหรับ ค่า เอนไซม์ ที่ขึ้นมากน้อย ไม่ได้ บอกถึง ปริมาณการบาดเจ็บของ เซลล์ตับ

 จากผลการตรวจ ที่ผ่านมา ถือว่าได้ตรวจมาเยอะ ทีเดียวครับ ผลตรวจได้ rule out โรคจำนวนมากออกไป  
 จากผลที่เห็น ถ้าคุณ ปุย จะเป็นโรคตับ ผมคิดว่าน่าจะอยู่ในกลุ่ม NASH
(non alcoholsteatohepatis ) ครับ

ปล .ไม่ทราบว่าขณะนี้ คุณปุยได้กินยาอยู่บ้างครับ เพราะยาบางอย่างก็ทำให้ค่า เอนไซม์ตับขึ้นได้ ครับ
เป็น VI มันไม่ง่าย
VI ถือยาว ก็ลงได้
VI ขาดทุนได้
และจะเป็น VI ที่ดี ต้อง "รอ" ให้เป็น
wara
Verified User
โพสต์: 242
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 23

โพสต์

สำหรับ เรื่องซื้อยามากินเอง ผมไม่แนะนำ อย่างแรงครับ อันตราย

แนะนำให้ไปหา  อาจารย์ทวีศักดิ์ แทนวันดี ที่ คลีนิกนอกเวลาที่ศิริราช ดีกว่าครับ อาจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องโรคตับอันดับต้นๆ ของประเทศไทย
เป็น VI มันไม่ง่าย
VI ถือยาว ก็ลงได้
VI ขาดทุนได้
และจะเป็น VI ที่ดี ต้อง "รอ" ให้เป็น
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pn3um0n1a
Verified User
โพสต์: 1935
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 24

โพสต์

[quote="ปุย"]ตรวจครั้งแรก 16 มีนา ครั้งที่สอง 10 เมษา ห่างกัน 25 วัน

ALT จาก 94
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pn3um0n1a
Verified User
โพสต์: 1935
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 25

โพสต์

อ้อ ลืมไป

ตอนนี้ ท่าทางจะเริ่มฟันธงกันแล้วว่าเป็น มันจุกตับ

ถ้าต้องการค้นคว้าเพิ่มเติม ใช้คำเหล่านี้ได้ครับ

-non-alcoholic fatty liver disease (NAFLD) - ชื่อโรคโดยรวมๆ ของมันจุกตับ
-liver steatosis - มันจุกตับ แต่ไม่อักเสบ
-non-alcoholic steatohepatitis (NASH) - อะนี้อักเสบครับ
-liver cirrhosis (อันนี้ยังไม่ต้องอ่านก็ได้ครับ  :lol:  แต่เผื่อไว้ประดับความรู้)

พวกนี้ เป็น spectrum กลับไปกลับมาได้ (ยกเว้น ถ้าเป็น cirrhosis แล้วจะกลับไม่ได้แล้ว)
mprandy
Verified User
โพสต์: 1992
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 26

โพสต์

:8) อาศัยให้คนอื่นตอบไปก่อน แล้วมาขโมยข้อมูลสรุปรวบยอดตอนท้าย  :8)

ถ้าผลตรวจไวรัสตับอักเสบออกมาปกติ คิดว่าคุณปุยน่าจะเป็น "มันจุกตับ" จริง ๆ แหละ (ตามหมอท่านอื่นเขาไป..)

ไม่แนะนำให้คุณปุยไปฟุ้งซ่านกับข้อมูลจากเน็ท ไม่ว่าจะเป็นวิกิพีเดีย หรือเวบอื่น เพราะข้อมูลทางการแพทย์เหล่านี้มี bias towards severe spectrum อยู่แล้วครับ คือคนที่เขาเป็นน้อย ๆ ไม่มีอะไรให้คุยให้เล่า ก็มักจะไม่เขียนไม่บอก ผลเลยกลายเป็นว่าข้อมูลที่มีในเน็ทมีแต่พวกที่เป็นรุนแรงทั้งนั้น

มันจุกตับ แม้จะมีโอกาสเกิดตับแข็งได้ แต่น้อยมากครับ น้อยกว่าสาเหตุอื่น ๆ ที่เราเจอเยอะ เช่นพวกดื่มน้ำมังสะวิรัติ หรือไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง

ถ้ากลับเมืองไทย จะมาตรวจต่อ จะไปหา อ.ท่านไหนก็ได้ครับไม่ต่างกันหรอก สะดวกที่ไหนก็ไปที่นั่น ไม่ว่าจะเป็น อ.พินิจ อ.นุสนธิ์ อ.ทวีศักดิ์ หรือท่านอื่น ๆ ล้วนแต่อยู่ในวงการเดียวกัน

ทิ้งไว้นิดนึงครับว่า การรักษามันจุกตับ (หรือ NAFLD ชื่อย่อที่หมอนิวเขียนไว้แล้ว) ที่ได้ผลดีที่สุดคือ "การลดน้ำหนัก" ครับ เพราะคนที่มันจุกตับส่วนใหญ่ "อ้วน" และที่เหลือ "น้ำหนักเกิน" หรือ "มีพุง" ทั้งนั้น การลดน้ำหนักตัวทำให้ไขมันในตับน้อยลงได้ ส่วนการรักษาด้วยยา ก็ได้ผลพอสมควร แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นการรักษาอย่างแรก (แต่คนไข้มักจะชอบขอ เพราะการลดน้ำหนัก พูดง่าย แต่ทำยากชะมัด) ยาที่ใช้กันก็เช่น ยาเบาหวาน (Metformin, ยากลุ่มที่ลงท้ายด้วย glitazone ทั้งหลาย), ยา pentoxifylline หรือแม้แต่ไวตามิน อี
ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 27

โพสต์

:bow:  :bow:  ขอบคุณ คุณหมอทุกๆท่านครับ คำแนะนำต่างๆเหล่านี้ มีประโยชน์ ต่อผมจริงๆ  :bow:  :bow:

ตอนนี้ ก็ลุ้นผลตรวจ เดือนต่อเดือน หวังว่า คงจะลดลงเรื่อยๆ และไม่เป็นอะไรร้ายแรงนะครับ

แล้วคงต้องเน้นออกกำลัง เพราะหยุดมา 3-4 เดือน วุ่นๆกับตัวเล็ก
อาหารไขมันสูง นี่คงต้องเลี่ยงมากขึ้น เพราะที่จริงผมจะไม่กินพวกไขมันตรงๆ อย่างขาหมู  เนื้อติดมัน หมูสามชั้น
แต่ผมดันไปกินไขมันทางอ้อม อย่าง นม full cream ไอศกรีม ชีส chocolate พวกนี้ของโปรด กินประจำ เยอะด้วย

Pn3um0n1a เขียน: ดังนั้น ไม่ต้องวิตกมากครับ คิดไว้ว่า เราควบคุมมันได้ครับ

ยังไงก็ตาม ผมชื่นชมพี่ปุยมากๆ เลยนะครับ
เพราะ ติดตามรักษาสุขภาพดี
พยายามเรียนรู้จริงๆ
ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับคนไข้เลยครับ
หมอครับ อยู่ต่างบ้าน ต่างเมือง ก็ลำบากอย่างนี้แหละครับ
หมอที่นี่ ก็ไม่รู้ว่าเก่งแค่ไหน  เวลาคนในครอบครัวไม่สบาย ได้ยามาผมต้องอ่านฉลากอย่างละเอียด
บางครั้งก็ search หา internet ครับ ว่ายานี้ใช้รักษาอะไรบ้าง dose เหมาะสมแค่ไหน ผลข้างเคียงอะไรบ้าง เรียกว่าต้อง re-check กันเลย

สื่อสารกันก็ไม่เต็มร้อย ศัพท์การแพทย์เราก็ไม่รู้ แล้วดันไม่ได้เจ็บป่วยธรรมดา อย่าง คออักเสบ หรือว่า แขนขาหัก ซะด้วย
ชีวิตก็มีชีวิตเดียว ตับก็ดันมีอยู่อันเดียว แล้วต้องหาเลี้ยงครอบครัวอีก 3 ปากท้อง บุพการีอีก 3 ท่าน ลำบากใจจริงๆครับ

นอน รพ.ที่นี่ ค่ารักษาฟรีเลยนะครับ แต่ป่วยครั้งที่แล้ว ผมต้องบินกลับเมืองไทย เพื่อให้แน่ใจ แต่สรุปก็สบายใจกว่ากันครับ

คลอดลูก 2 คน ผมก็ต้องวางแผนให้แฟนบินกลับไปคลอดที่เมืองไทย
ท้องคนเล็กนี่ กลับไป 2 รอบครับ รอบแรกเจาะน้ำคร่ำตรวจโครโมโซม
รอบที่ 2 ไปคลอด รวมค่าตั๋วไป-กลับ ค่าหมอ ค่า รพ. ก็หลายแสนอยู่ครับ
แต่ก็คุ้มครับ



mprandy เขียน:ทิ้งไว้นิดนึงครับว่า การรักษามันจุกตับ (หรือ NAFLD ชื่อย่อที่หมอนิวเขียนไว้แล้ว) ที่ได้ผลดีที่สุดคือ "การลดน้ำหนัก" ครับ เพราะคนที่มันจุกตับส่วนใหญ่ "อ้วน" และที่เหลือ "น้ำหนักเกิน" หรือ "มีพุง" ทั้งนั้น การลดน้ำหนักตัวทำให้ไขมันในตับน้อยลงได้ ส่วนการรักษาด้วยยา ก็ได้ผลพอสมควร แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นการรักษาอย่างแรก (แต่คนไข้มักจะชอบขอ เพราะการลดน้ำหนัก พูดง่าย แต่ทำยากชะมัด)
ครับหมอแพรนดี้ หุ่นผมไม่อ้วน แต่มีพุงเล็กๆครับ ถ้าเพราะเหตุนี้ คงต้องโทษตัวเอง
แล้วละครับ ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ กินอาหารไม่ค่อยถูกสุขลักษณะ

ที่ผมสงสัยอีกอย่าง สัก 3-4 เดือนที่ผ่านมาผมกินถั่วไป 2 ถุง ซึ่งผมคิดว่ามันอาจจะมีเชื้อราอยู่  
ไม่แน่ใจแต่ก็กินไปครับ ถ้าเป็นเชื้อรามันก็มีโอกาสลงตับใช่มั้ยครับ
อีกอย่างเกี่ยวกับอากาศ เพิ่งผ่านหน้าหนาว ไม่รู้ว่าร่างกายจะสะสมไขมันเพื่อเป็นพลังงานมากเกินไปหรือเปล่า
เพราะตอน 2006 ผมก็ป่วยตอน ต้นปีเหมือนกัน (เดือน กพ. เพิ่งจบหน้าหนาวพอดี)
แล้วผมอยู่ห้องแอร์เกือบๆจะ 24 ชม. คือในบ้านจะเปิดแอร์ 24 ชม. เพราะเป็นตึกคอนโด แบบแอร์รวมศูนย์ ไมเสียค่าไฟ
แล้วไป office ก็แอร์ตลอดอีก ไม่รู้จะเกี่ยวแค่ไหน
ไม่แนะนำให้คุณปุยไปฟุ้งซ่านกับข้อมูลจากเน็ท ไม่ว่าจะเป็นวิกิพีเดีย หรือเวบอื่น เพราะข้อมูลทางการแพทย์เหล่านี้มี bias towards severe spectrum อยู่แล้วครับ คือคนที่เขาเป็นน้อย ๆ ไม่มีอะไรให้คุยให้เล่า ก็มักจะไม่เขียนไม่บอก ผลเลยกลายเป็นว่าข้อมูลที่มีในเน็ทมีแต่พวกที่เป็นรุนแรงทั้งนั้น

มันจุกตับ แม้จะมีโอกาสเกิดตับแข็งได้ แต่น้อยมากครับ น้อยกว่าสาเหตุอื่น ๆ ที่เราเจอเยอะ เช่นพวกดื่มน้ำมังสะวิรัติ หรือไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง
ยอมรับว่า อ่านแล้วฟุ้งซ่านจริงๆครับ คงอย่างที่หมอบอก ผมว่าคงเหมือนอ่านข่าวเมืองไทย  
สงกรานต์มีแต่ข่าวร้าย  อาชญากรรมเต็มเมือง อ่านแล้วไม่ค่อยอยากกลับไปเลยครับ แต่พอกลับไปจริงๆ ก็ไม่ได้เจอกับตัวหรอก

น้ำมังสะวิรัติ โห ศัพท์อันนี้ ตอนแรกเล่นเอางงเลยครับ ตอนแรกนึกว่าพวกน้ำลูกเดือย หรือว่าพวกน้ำต้มธัญญพืช ซะอีก
ก็ยังงงว่ามันจะเกี่ยวอะไรกับตับแข็ง แต่ตอนวัยรุ่น เวลาผมทานเหล้า ไม่กี่แก้วแล้วหน้าจะแดงกร่ำเร็วมาก ประมาณพวกคออ่อน แต่ก็ยังไม่ได้เมาเท่าไหร่
ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับตับระบายของเสียไม่ดีหรือเปล่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pn3um0n1a
Verified User
โพสต์: 1935
ผู้ติดตาม: 0

10 อย่างอาหารอย่ากินเกิน

โพสต์ที่ 28

โพสต์

ปุย เขียน:แต่ตอนวัยรุ่น เวลาผมทานเหล้า ไม่กี่แก้วแล้วหน้าจะแดงกร่ำเร็วมาก ประมาณพวกคออ่อน แต่ก็ยังไม่ได้เมาเท่าไหร่
ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับตับระบายของเสียไม่ดีหรือเปล่า
ไม่ค่อยแน่ใจว่า เกี่ยวกับอะไร (อาจจะมีผลจาก fast/slow metabolizer) แต่คิดว่าแล้วแต่คนมากกว่า

แล้วที่เคยได้ยินมา พวกคออ่อนไม่ค่อยตายไวครับ
เพราะเมา ก็ต้องหยุด

พวกคอแข็ง+metabolize ไวต่างหาก ตายไว
กินไปไม่ค่อยเมาก็เลยกินเยอะ

ยังไงตอนนี้ ละแล้วก็ดีแล้วครับ  :oops:
โพสต์โพสต์