...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 1

โพสต์

....***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา...***

....***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา...***
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ

วันนี้ต้องไป x-ray ฝ่ามือ 2 ข้าง ดูผลกรดยูริค ว่าลดลงไหม
เพราะนิ้วมือยังห่างๆอยู่ นิ้วทั้งสิบนิ้วยังแยกไม่ติดกัน
ดีที่ได้ไปขี่จักรยานออกทริปกับชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยบ่อยๆwww.thaicycling.com
ทำให้นิ้วมือที่เคยหงิกงอ หายดีจนเกือบจะปกติดีแล้ว เข่าทั้งสองข้างก็หายดีเป็นปกติ
ไม่เจ็บปวด ไม่ต้องพึ่งยาคลายเส้นเป็นเวลา1ปีเต็ม เพราะบัตรสมาชิกหมดอายุ 1 ปีพอดี

เมื่อคืนนี้รถบัสปรับอากาศ2ชั้น พาพวกเรามาส่งที่ทำการชมรมฯ
เฮียหมี ยืนยิ้มฟันขาวคอยส่งยิ้มให้กับพวกเราลงตรงประตูทางลง
อ่ะ..ลุกจากที่นั่งแบบหัวเข่ายังค้างล๊อคอยู่ในท่านั่ง ตามที่นั่งบนรถทัวร์
พอจะลงเข่าก็ยังไม่คืนตัวดีนัก ปวดเข่าฝืนใจลง บ่นกับเฮียหมีว่า น้ำมันที่หัวเข่ามันถูกใช้งานจนแห้ง
เสียดายเขาไม่มีขายน้ำมันหยอดหัวเข่ากัน ไม่งั้นคงสบายไม่เจ็บปวดขนาดนี้
เฮียหมีบอกว่า ไม่เป็นไร อีกหน่อยมาบ่อยๆจะหาย เฮียหมีปลอบใจ

กลับถึงบ้านก็ซักเสื้อผ้า โห..ตอนล้มเสียหลัก ล้มทับจักรยานแบบไม่รู้ตัว
เสื้อการเกงเปียกน้ำดินเหลืองๆ เสื้อกางเกงเปียกน้ำไปทั้งแถบ
กางเกงซักผงซักฟอก3รอบจึงสะอาด ส่วนเสื้อซัก10เที่ยวด้วยผงซักฟอกสีเหลืองทองก็ไม่ยอมจางหาย
ใส่น้ำยาไฮเตอร์แช่แล้วแช่อีก นี่ก็ยังไม่หายเลยต้องแช่ให้มันยุ่ยไปเลย ดูซิว่าหายไหม?

รถคู่ชีพก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ไหนๆก็เลอะเทอะแล้ว ไว้วันอื่นค่อยอาบน้ำให้
อาบน้ำสระผมเสร็จก็นอนทันที คือหมดสภาพซะแล้ว เบรอๆไม่รับรู้อะไรแล้ว
ข้าวปลาน้ำไม่แตะ อยากหาที่ซุกหัวนอนอย่างเดียว เห็นบ้านคือวิมาน

ตื่นมาเช้านี้คลานไปโรงพยาบาลไม่ไหว ขอเลือดนัดไปวันหลัง แล้วนอนต่อ ตื่นอีกครั้ง 10.30น.
กำลังกลับมาทันที เรื่ยวแรงที่เสียไป กลับมาปกติได้อย่างไร เหลือเชื่อจริงๆ แล้วก็ไม่เข็ดเสียด้วย

การได้ท่องเที่ยวทำให้ชีวิตมีความหมาย ตลกดี อาจเป็นเพราะยามหนุ่มสาวไม่มีโอกาสไปไหน
พอแก่ตัว มาค้นพบกับสิ่งที่สามารถพาเราล่องลอยไปได้ไกลๆอย่างนี้ เลยถูกใจกับสิ่งที่ถวิลหานี้ก็ได้

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 74324.html




สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 2

โพสต์

http://www.thaicycling.com/messageboard ... axreply=30

http://www.thaicycling.com/messageboard ... axreply=30

ทริปนี้ น้องชายชื่อไพศาล ลงสมัครไปโดยใส่ชื่อเราทั้งสองไปก่อน มาอ่านรู้ทีหลังว่าลงชื่อให้แล้ว
ไปก็ไป เลยตามเลย จ่ายค่าทริปไปด้วย 600 บาท เพื่อยืนยันความตกกระไดพลอยโจนในครั้งนี้
เพราะขนาดรังสิตคลอง 5 ไปดูไดโนเสาร์ นั่งอยู่บนอานจักรยารไป4ชั่วโมง กลับแบบข้ามาคนเดียวก็หลงคนเดียว
ขี่ไปปวดแสบปวดร้อนกับแสงแดดที่ส่องมาตรงแผ่นหลังเพราะใส่เสื้อยืดสีดำ ผดมันขึ้นยุกยิ๊ก
ตลอดเส้นทางขากลับไม่กล้าพัก 4ชั่วโมงเต็มๆ ระยะทาง 105.03กม. ยังฝ่ามาได้

ครั้งนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก กลัวไม่ได้ไปเที่ยว เพราะทริปวันเดียวจะถูกใจมากที่สุด ขืนไม่ไปด้วยจะเสียดายมากๆ
ก็ไม่ได้อ่านว่า จะต้องลุยน้ำโคลน รู้แต่ว่าไปเที่ยวเขาใหญ่ ก็คงเป็นป่าเขาลำเนาไพร พื้นแห้งๆ
ภาพที่เขานำมาลงเราก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอย่างงี้ ปกติเป็นคนกลัวน้ำมากๆ เรียกว่าไปทะเลก็ไม่เคยลงไปลุยทราย
เล่นน้ำให้สมกับไปเที่ยวทะเลหรอก เป็นคนที่กลัวรองเท้าเปียกน้ำน่ะค่ะ
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 3

โพสต์

คิดว่าเป็นป่าที่มีถนนทางเดินแบบนี้พอไปไหว มีไม้คลื้มๆตลอดเส้นทาง คราวนี้กลัวแดดก็ใส่เสื้อยืดสีขาวไป
ไม่ได้เตรียมชุดไปเปลี่ยน เพราะจะอย่างไรก็ไม่ขอลงน้ำเล่นกะพวกเขาหรอก

อ่ะ..ตื่นเต้นที่จะไป วันเสาร์ก็ทำแพนเค๊กไปเผื่อเพื่อน 1กล่อง ก่อนไปก็มีหลับเอาแรงตอนตี 1 เริ่มคุ้นเคยกับความตื่นเต้นแล้ว
ตื่นตี3 มาเอาแพนเค๊กเข้าอบที่ตู้ไมโครเวฟ ออกเดินทางตอนตี4.30น.
โชคดีที่ท้องฟ้ามืดตื๊ดตื๋ออยู่ กลัวฝนตั้งเค้า กลัวเห็นท้องฟ้าสีเหลืองๆ ถือว่าท้องฟ้าเช้าวันนั้นฟ้าเป็นใจกับพวกเราทุกคน

ตลอดทางไม่มีรถเลย ต้องเปิดไฟหน้าหลัง ถึงที่ทำการชมรมฯตอนตี 4.45น. เพื่อนๆมากันเยอะแล้ว
ต่างขนรถขึ้นรถบรรทุกจักรยาน รถทัวร์ปรับอากาศใหม่เอี่ยมแอร์เย็นๆ จับจองที่นั่งครบแล้วออกเดินทางทันที
พอรถออกตลอดทางยังมืดอยู่ ได้ทักทายเพื่อนๆพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ระหว่างทางได้แวะทานอาหารจนอิ่ม และออกเดินทางต่อ เฮียหมีบอกทุกๆคนว่าให้ตุนน้ำและเสบียงก่อนมาถึงที่ปากทางเข้าวัดบ้านดง
เพราะพอเข้าไปแล้วจะไม่มีคนขายของเลย เพราะที่นั่นเป็นป่าไม่มีใครอยู่ มีแต่สายน้ำอันเชี่ยวกราก
พวกเราจะลงไปเล่นน้ำกัน...อ่ะ น้ำหรือ..จะอย่างไรก็ไม่ขอลงเล่นน้ำเด็ดขาด

เส้นทางที่ปากทางเข้าวัดบ้านดง ตลอดเส้นทางเป็นถนนคอนกรีตเลนเดียวรถสวนไปมาได้ ก็ขี่ไปเรื่อยๆไม่มีเอะใจสักนิด
พอเข้าเส้นทางที่มีไม้ร่มรื่น ทุกอย่างก็ค่อยๆปรากฏ เส้นทางแม้จะขรุขระแต่ก็ไม่ยุ่งยากที่จะลุยต่อไป

พอเจอทางข้างหน้า เพื่อนๆที่ลุยไปก่อนก็หายไปเลย เหลือกลุ่มเรา คือคุณแหม่ม พี่ผู้ชายเพื่อนคุณแหม่ม คุณโน้ต เฮียสุวิทย์ เฮียหมี
กลุ่มพี่ผู้ชายไปก่อน แล้วตามด้วยคุณแหม่ม เฮียหมีกำกับท้าย บอกน้ำไม่ลึกเห็นไหม คนอื่นเขาข้ามได้ อ่า..ไม่ลึกแต่หินในน้ำยากจะรู้ว่าเป็นอย่างไร
อยากร้องไห้ก็อายคนอื่น ลุยก็ลุย พอลงน้ำซึ่งเป็นน้ำโคลนสีทองผ่องอำไพ ล้อบดหินผ่านไปถึงอีกฝั่งได้อย่างไรยังงงๆ ค่อยมีกำลังใจหน่อย

ทางที่ไปขี่ไต่ขึ้นสูงแล้วบทจะลาดต่ำ ล้อก็ต้องคอยหลบเลี่ยงหินกลมๆที่ถูกรถกระบะบดจะนกลมกลืนเหมือนหินเจียรนัยกลมแทยทุกก้อน
เวลาจักรยานขี่ช่วงลาดต่ำ คุมแฮนด์ยากมาก ล้อไหลตามทางดิ่งลง ฟันในปากกระทบกันดังกึกๆกักๆ เรียกว่าหากไม่กัดฟันแน่นๆ
มีหวังกัดลิ้นตัวเองแน่ๆ เฮ้อ...ขี่ไปสักพักก็มีรถกระบะมารับคนถอดใจขึ้นรถ คราวนี้กองเชียร์หันมามอง พี่สุเกียงไหวไหม?

ไหวค่ะ...ไม่ถอยจะไปดูน้ำตกว่าเป็นอย่างไร คราวนี้ทุกคนปรบมือกันใหญ่ก็เดินทางต่อ ทั้งจูงขึ้นเขาและลงโขดหิน
สบัดสะบอมตลอดทาง คิดในใจว่า น่าจะตามพี่รถสองแถวแต่ต้น เจ้าน้องชายตัวดีหายต๋อมไม่เห็นแม้แต่เงา
มาด้วยกัน นึกว่าจะมาเป็นบอดี้การ์ดอยู่เคียงข้างเรา ยังนึกเคืองกระฟัดกระเฟียดตลอดการเดินทาง

คิดไปสวดมนต์ไป ขอให้พระท่านคุ้มครองฟันทุกซีด้วยเถิด ค่าทำฟันมันแพงมากๆ
ขนาดที่คิดภาพข้างหน้าคือบึงน้ำอันกว้างใหญ่แถมมองไม่อาจหยั่งความลึก มันเป็นคลองซะมากก่า
ถอดใจเป็นครั้งที่ร้อยเลยนะนั่น น้ำตาเจ้ากรรมมันเล็ดออกมา...แม้แต่คุณแหม่มยังวี๊ดว๊ายให้ได้ยิน มองคุณแหม่ขี่ตามเพื่อนๆผ่านไปได้

อยากคิดว่าหลุมบ่อนี้เป็นคลองมะเดื่อ คลองที่4 ก็ว่าได้ เฮียหมี บอกเจ๊สุเกียง สู้ๆ ตามผมมา ผมขี่อย่างงี้นะ
ได้แต่มองและอิจฉาจักรยานล้อใหญ่กว่าเรา แถมขาเฮียหมีก็ยาวก่าเราอย่างกะขานกกะเรียน หากล้มขาสองข้างก็ยันถึงก้นบ่อได้

อันตัวข้าพเจ้าทั้งสั้นทั้งเตี้ย แถมพลาดตกจากจักรยาน ก็หนีไม่พ้นน้ำทองแดงแห่งนี้อยูดีแหละ
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 4

โพสต์

เป็นช่วงที่ตกระกำลำบากที่สุดที่จะต้องลงน้ำลุยไป เพราะได้ลองเอาเท้าแหย่น้ำแล้ว
มันลึกสุดหยั่งความกล้าที่จะปั่นข้ามให้ถึงฝั่งและคงปั่นไม่พ้นกลางบ่อน้ำ เพราะทั้งลึกและไกลเกินกว่ากำลังที่เราจะผ่านไปได้
หากเป็นถนนธรรมดาๆที่มีน้ำลึก จักรยานก็ถีบให้พ้นน้ำได้ดีก่ามอเตอร์ไซด์ เพราะปราดเปรียวกว่า

อิฉาเฮียหมีที่สามารถยกล้อให้ผ่านหินกลมๆที่มองไม่เห็นได้ แถมยังยกก้นลอยเหนือเบาะได้ด้วย
แต่เราทำไม่ได้เพราะน้ำหนักตัวมาก แค่แรงถีบให้ล้อหมุนพ้นหินแต่ละก้อนยังยากเลย นี่มองไม่เห็นทาง
จึงขอลุยน้ำให้ผ่านไปจะดีกว่า ถ้าไม่ลุยต่อก็ถูกทิ้งอยู่กลางทางอย่างนี้หลายชั่วโมง ขนะที่เริ่มทำใจลงจูงจักรยาน

ก็ได้ยินเสียง คุณหมีน้อย ส่งเสียงมาแต่ไกล เป็นเด็กสาวร่างท้วม เอวองค์แน่งน้อย ไหล่บึกบืนอารมณ์ดีตลอดเวลา
ไม่กล้าหันไปมอง เพราะฝ่ามาเกือบครึ่งบ่อน้ำ มันลึกเลยเข่า พี่ผู้ชายเพื่อนคุณแหม่ม รีบถ่ายรูปแช๊กๆ
บอกจะเก็บไว้เรียกความฮือฮา ต้องจ่ายตังค์ค่าปิดปากด้วย อย่างงี้ก็มีด้วย...ฮาๆๆ

ไม่รู้จาว่าอย่างไร นี่ก็หลวมตัวลงน้ำไปแล้ว หมกแรงเพราะมันเหนื่อยที่ต้องลากจักรยานผ่านก้อนหินขึ้นมา
พี่ผู้ชายเพื่อนคุณแหม่ม อุตส่าห์ลงมาที่ริมน้ำจามาช่วยเอาจักรยานขึ้นไปก่อน
เราร้องเสียงดัง บอกไปว่า ไม่เป็นไร เฮียอย่าเอาจักรยานฉันไป หากไม่ได้เกาะจักรยาน ฉันก็เดินขึ้นไปไม่ได้
ให้ชั้นเกาะแฮนด์จักรยานขึ้นไปเอง นี่ชั้นหมดแรงแล้ว เฮียไม่ต้องห่วง ให้ชั้นค่อยๆจูงตัวเองเดี๊ยวก็ถึงฝั่ง

ได้ยินเสียง คุณหมีน้อย ที่ตามมากระชั้นชิด ร้องวี๊ดว๊ายอยู่ด้านหลัง ก็ไม่ได้หันไปมอง
เพราะมัวแต่ทั้งลากทั้งเข็นตัวเองให้ขึ้นจากฝั่ง คุณหมีน้อย คงลื่นล้ม เห็นเสื้อเปียกไปทั้งตัว เฮ้อ..พอกันเลย
เราสองคนเป็นมือใหม่ อ่อนซ้อมของทริปนี้ พวกเขาไปกันหมด เหลือเราสาวต่างวัยร่วมเดินทาง

ต่างคนต่างเข็นครกขึ้นภูเขา ไม่พูดไม่จาทั้งคู่ เราขี่ทางซ้าย หมีน้อยขี่ทางขวา
บทเราจะเปลี่ยนเส้นทางเพราะโขดหินมันใหญ่เกินล้อผ่านก็เปลี่ยนเลนเอาดื้อๆ
เล่นเอาหมีน้อยส่งเสียงดัง เจ๊สุเกียงอ่ะ แล้วหมีน้อยก็แซหยุดไม่ทัน เป็นอย่างนี้บ่อยๆตลอดทาง
ดีที่ไม่ล้มไปทั้งคู่ ผ่านโขดหินสูงมาเจอทางลาดต่ำ จูงลงมาตลอดทาง มาเจอบ่อน้ำสุดท้าย โชคดีที่เนินทางล้อรถมีกลางเกาะเลยเหาะผ่านมาได้ จะจำไว้

ก็เจอเพื่อนๆ ต่างปรบมือให้กำลังใจกันใหญ่ ก็พักผ่อนยืนพักเหนื่อย มองเพื่อนๆเล่นน้ำสนุกสนานกันใหญ่
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 5

โพสต์

เห็นเพื่อนๆเอาจักรยานที่เปื้อนไปด้วยโคลน แบกลงล้างซะทั้งคนและจักรยานเปียกและสะอาดพอกัน
น้ำไหลแรงมากๆ ก็เลยลุยลงน้ำล้างรองเท้าและกางเกงที่เปื้อนดินโคลน ออกไป แล้วขึ้นมาคุยแลนั่งพักจนจวนได้เวลากลับ


เพื่อนๆบางส่วนยังเกาะกลุ่มสภากาแฟ คุยไปดื่มกาแฟร้อนๆไป ดูทุกคนมีความสุขมากๆกับการมาพบปะสังสรรค์กันแบบนี้
เป็นความสุขที่ได้มาเก็บเกี่ยวธรรมชาติแบบนี้ ไม่รีบร้อน คนที่มาถึงก่อน เล่นน้ำก่อน ต่างก็เก็บสัมภาระออกเดินทางก่อน

เหลือเฮียสุทธิชัย กับเพื่อนๆที่ยังนั่งฟังเสียงนกและสายน้ำที่ไหลเชี่ยวอย่างมีความสุข
ที่ยังเล่นน้ำก็ยังไม่ยอมลุกยังเล่นต่ออยู่ เฮียฉัตรเอาเท้าแช่น้ำนั่งอยู่บนโขดหิน

ส่วนดิฉันก็เตรียมตัวออกเดินทาง กลัวอยู่เป็นคนสุดท้าย ขออยู่กลางๆขบวนไว้ก่อน


พอจูงจักรยาน ก็จำได้ที่ผ่านมามีเนินทางรถผ่านจำเนินนี้แม่นๆ ก็เลยขี่ไปด้วยความดีใจว่าผ่านมาแล้ว
แต่..ผลการขี่ครั้งนี้ เนินดินตรงกลางยุ่ยแหลว เป็นเหตุให้ล้อฝ่าไปไม่ได้ รถจักรยานล้อก็ล้มตามอย่างไม่รู้ตัว
ดีใจที่ตอนล้มจาลุกเร็วมาก สติยังดีอยู่ ไม่งั้นล้มแล้วล้มเลย นี่ยังกลัวตัวเปียเลยลุกไวเพราะน้ำขังช่วงนี้ยังตื้นอยู่
มาตกม้าตายเอาบ่อน้ำตื้นๆนี่แหละ เฮ้อ ทิ้งจักรยานไว้ตรงนั้นเลย รีบเดินลงน้ำที่ใสเย็นเพื่อล้างรองเท้า
เสื้อกางเกงที่เปราะเปื้อนไปทั้งแถบด้านซ้ายของเสื้อกางเกง
เฮียฉัตร แปลกใจที่อยู่ดีๆเจ๊สุเกียง เดินดุ่ยๆลงแช่น้ำ มองน้ำเป็นสีทองคละคลุ้งออกมาตามเสื้อกางเกง
ก็คงพอจะเข้าใจว่าไปคลุกดินโคลนมา ฮาๆๆ น้ำเย็นจริงๆ แถมไหลแรงกระทบซะจนตัวแซจาปลิวไปตามกระแสน้ำด้วย เฮ้อ...จริงๆเลยอ่ะ..

บีบเสื้อกางเกงจนแห้งแล้วลุยต่อ ปรากฏว่า อยู่ๆก็มาจ๊ะเอ๋ กะหมีน้อยในป่าใหญ่อีกแล้ว
มีพี่ผู้ชายไม่รู้จักชื่อ ขี่ตามมาด้วย ค่อยใจชื้นหน่อย แต่พอฝ่าด่านน้ำขังหลายๆด่านพี่เขาก็หายไป คือขี่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
เหลือแต่หมีน้อยเป็นเพื่อนซีปึ๊กคนนี้ เราต่างไม่มีอารมณ์ยิ้มให้แก่กันเลยตลอดเส้นทาง

ต่างคนต่างขี่คนละเลน พอเราหยุด ก็ได้ยินเสียงหมีน้อยร้องกรี๊ดว่า เจ๊สุเกียงหยุดทำไม
อ้าว..นี่เธอมาอยู่หลังเราได้ไงเนี่ย เฮอ..แล้วเราก็ขี่ต่อ จำเส้นทางลัดได้ก็เลยไปทางสวนส้มโอ
ขณะที่มองบ่อน้ำทางผ่าน มีมอเตอร์ไซด์ขี่เข้ามา เขาคงเป็นคนต่างถิ่นที่อยากมาดูน้ำใสของคลอง
ขี่แบบไม่รู้ทางลัดนี้ ล้อเลยติดหล่มบีงน้ำนี้ เขาดึงรถให้หลุดจากหินที่ติด แล้วมองเราที่ผ่านทางลัดไป

ตลอดเส้นทางมีหมีน้อยตามมาติดๆแล้วดิฉันก็หลุดพ้นเส้นทางป่าเขานี้มาได้
เพื่อนๆรออยู่ตรงปากทาง
ดื่มน้ำพักจนหายเหนื่อยก็ปั่นต่อไปตามถนน เพื่อจะไปฟังบรรยายเรื่องราวความเป็นมาของศูนย์ฯ ซึ่งจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต
ไปถึงเขามีอาหารหลายๆอย่างเลี้ยงพวกเรา และได้ฟังคำบรรยายความเป็นมาของศูนย์ฯ
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 6

โพสต์

พอออกจากเส้นทางลุยป่า ก็เป็นถนนที่จะปั่นไปหาที่จอดรถบัสณ.จุดที่ลงรถแต่ต้น
ระหว่างทางเจอเฮียฉัตรปั่นจักรยานมา เลยมีเพื่อน พอหิวน้ำก็แวะซื้อน้ำสไปรท์ใส่น้ำแข็งใส่ถุง เฮียฉัตรน่ารักมาก
รอจนดิฉันดื่มน้ำพักหายเหนื่อย ก็ออกเดินทางต่อ หมีน้อยผ่านไปพร้อมกับอาสมพงษ์ เลยต้องติดตามไปด้วย

ถึงปากทางที่รถบัสจอด เพื่อนๆเฮปรบมือให้กำลังใจกันใหญ่ เราก็เฮดีใจที่ฝ่าด่านมาได้อย่างงงๆ
เขาให้เดินทางต่อก็ตามๆเกาะกลุ่มกันไปตามถนนที่ราบเรียบมีตีเส้นทางของจักรยานด้วย ไม่อันตรายเลย
น่าสนุกที่เจอเส้นทางแบบนี้ ขี่ไปได้สบายๆตลอดเส้นทาง ถนนสะอาดเรียบร้อยพื้นผิวไม่แตกร้าวเหมือนที่กรุงเทพฯ

ตลอดเส้นทางบนถนนวิวสวยมาก เห็นหลังกำแพงเขื่อนยาวไกลตลอดเส้นทาง
ปั่นต่อไปเรื่อยๆ จนเริ่มเอะใจว่าทางเริ่มสูง เขาให้ปั่นขึ้นชมวิวทิวทัศน์บนสันเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งมีความยาว 2594 เมตร สูง 93 เมตร กว้าง 8 เมตร

คุณป๋อง บอกต้องใช้เกียร์ต่ำๆ เราก็ถามว่าต่ำๆเนี่ย ต้องต่ำแค่ไหน?จึงจะเรียกว่าต่ำ
ได้คำตอบว่า นิ้วโป้งกดๆๆไปเรื่อยๆๆ ก็ไม่เข้าใจว่าเรื่อยๆแค่ไหนจึงพอ ถามไปว่าโป้งซ้ายเบอร์อะไร
โป้งขวาต้องเบอร์อะไร ได้คำตอบว่า โป้งซ้ายโป้งขวาสุดๆไปเลย ขึ้นเขาไม่ต้องใช้เกียร์
เออ..แล้วจากดดป้งๆไปทำไมล่ะเนี่ย...กว่าจะถึงบางอ้อ..เฮียสุวิทย์ อาจารย์คนแรกที่สอนการใช้เกียร์ก็ผ่านมา

เลยถามเฮียว่า ไอ้เจ้าโป้งซ้ายขวามันสุดท้ายคือเบอร์1ทั้งสองข้าง แล้วมันจามีแรงถีบได้อย่างไร คุณป๋องก็ขี่หายไปแล้ว
เฮียช่วยอธิบายหน่อย ไม่งั้นไม่กล้าขี่ขึ้นไป หลงเกียร์ ยิ่งกว่าหลงทาง เฮียช่วยอธิบายหน่อยค่ะ

ได้คำตอบคือใช้เบอร์1 ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เป็นวิธีขี่ขึ้นเขาสูงๆ ขี่ไม่ไปก็แปลว่าให้จูงจักรยานลูกเดียว เฮ้อ..
บางอ้อ..ต้องครูคนแรกสอน ศิษย์จึงถึงบางอ้อ..ได้ มันเป็นเช่นนั้นเอง...

ใครๆเขาไต่สองล้อขึ้นเขากันอย่างง่ายๆ แต่เราซึ่งน้ำหนักตัวมากกว่าใคร ขี่ไม่ไหวแล้ว ยิ่งขี่ยิ่งสูง
ลงมาจูงจักรยานยังจาหมดเรี่ยวหมดแรงเลย แดดเริ่มร้อน หอบหายใจฮึกฮักแทบไม่ทัน เหนื่อยมากๆ...
เหนื่อยที่สุดในชีวิต เห็นเพื่อนสมาชิกที่มากันพ่อแม่ลูก คุณแม่เป็นกองเขัยร์อยู่ที่รถทัวร์
พ่อลูกคู่นี้เก่งมาก ลูกชายอายุ 10 ขวบเองมาลุยป่าเขากับเขาด้วย เห็นคุณพ่อปั่นไปจูงไปเป็นเพื่อนลูกชายขี่และจูงกันไปน่ารักมากๆ

ยิ่งขี่ยิ่งหมดแรงเพราะสูงชันขึ้นเรื่อยๆ เลยจูงจักรยานเป็นไม้เท้าไปซะเลย หายใจไม่ทันหอบแฮ๊กๆ
ทั้งปากทั้งจมูกและหูที่พิการก็ร่วมหายใจเข้าออกด้วย จาลงก็ไม่กล้าลง จาขึ้นต่อก็ชักไม่ไหวแล้ว
ชีวิตนี้เกิดมาล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อยๆ คิดว่าล้มแล้วยืนมาหลายครั้ง ยังมีอะไรให้ทดลองอีกเล่า
หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลยเชียว มันเหนื่อยจนพูดไม่ออก อะไรกันฟ๊ะ อยู่ดีไม่ว่าดี
มาเข็นๆๆเพื่อจะให้ถึงจุดหมายปลายทางข้างบนแล้วจะได้อะไรล่ะนี่ โอ...บ่นกะตัวเองตลอดทางที่เข็นขึ้นไป
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 7

โพสต์

หันมามองถนนข้างล้าง โอ๊ะ หมีน้อย ตามมาติดๆหรือเนี่ย ฮาๆๆ กำลังใจมาทันที
อย่างน้อยๆทำให้เรามีกำลังใจ ต่อความรู้สึกที่แทบจะขาดรอนๆอยู่ในขณะนั้นได้อย่างมหัศจรรย์

บางช่วงเจอเนินสูงก็ขึ้นขี่ทันที จะดีใจที่เข็นรถขึ้นที่สูงแล้วได้ขี่จักรยานดิ่งลงต่ำ สูงๆต่ำๆตามทางชีวิตก็ว่าได้
ในที่สุดก็ถึงยอดเขื่อน เจอเพื่อนๆที่สะพานกว้างใหญ่บนนั้น เพื่อนๆต่างถ่ายรูปกัน ส่วนตัวเราหน้าแดงแล้วซีด
แถมน้ำไหลที่หางตา ไม่รู้เป็นความดีใจสุดๆที่ผ่านขึ้นมาบนเขื่อนแห่งนี้ได้

พอจอดรถกองเชียร์ก็เฮอีก น้ำตาไหลย้อนกลับได้ด้วยอ่ะ ดีใจแล้วที่ถึงจุดหมายปลายทางแห่งชัยชนะนี้

ใจหวังว่าพอขึ้นมาชมวิวบนเขื่อนแล้ว ขาลงจะมีรถมารับพวกเราลงไป...


ก็พักเหนื่อยอยู่สักพัก เพื่อนๆต่างสนุกสนานเฮฮา ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่พิชิตบนสันเขื่อนขุนด่านปราการชล
มัวแต่นั่งพักที่ฟุตบาทยังไม่ทันได้ชมวิวรอบๆเลย เขาบอกได้เวลากลับแล้ว
ขาลงจะอันตรายมากสำหรับมือใหม่ พี่ๆแต่ละคนเป็นห่วงกัน สอนวิธีลงเขาว่า

ต้องใช้เกียร์ซ้ายมือเบอร์ 2 ขวามือเบอร์ 4 ตลอดทาง และทางลงดิ่งเร็วและเหวี่ยงมาก
ต้องคุมสติให้อยู่กะตัวตลอดเวลา ต้องเลี้ยงเบรคมือซ้ายขวา เลี้ยงไปเรื่อยๆห้ามบีบแรง จะหยุดกึกเสียหลักทันที
ดูทุกคนเป็นห่วงในข้อนี้มากๆ คิดว่าถ้าพลาด อย่างเบาะๆก็แขนขาหัก หนักๆคือคอหักดิ้นไม่ได้น่ะเอง

รู้ว่าทุกคนห่วงยายซิ้มคนนี้มาก พวกเขาเลยลงความเห็นให้เฮียหมีเป็นคนคุมเส้นทางขาลงให้เพื่อความปลอดภัย
พอเอาจริง เสียวในหัวอก และสมองตื่นตัว เฮ้ย..อะไรกันนี่ ดิ่งพสุธาเลยนะเนีย เร็วแบบจรวด ชีวิตฝากไว้กะมือสองข้างก็ว่าได้
ดีที่เป็นคนชอบเล่นเกมส์รถแข่งมากๆ จะคุ้นเคยกับการผ่อนหนักผ่อนเบาของการชะลอรถ

เสียงเฮีหมีตะโกนมาข้างหลังว่า ค่อยๆบีบเบรคซ้ายขวาให้เท่าๆกันไปเรื่อยๆ อย่ากำเบรคแน่นเกิน
อย่างงั้น เก่งมาก เลี้ยงรถให้คู่กับเส้นทางเลนไปเรื่อยๆ ความมั่นใจนี้เกิดจากใจที่รู้ว่า มีเพื่อนผู้รู้ตามอยู่ข้างหลัง
จะกล้าหาญมากขึ้น ตลอดทางที่ลงมาเท้าไม่ได้ปั่นเลยสักนิด จะอยู่หรือไปก็ที่การคุมแฮนด์ให้ดีๆนี่เอง
ในที่สุดก็ถึงจุดสตาร์ท ได้แวะรวมกลุ่มดื่มน้ำกับเพื่อนๆแล้วก็ ปั่นต่อไปเที่ยวน้ำตกนางรอง

สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 8

โพสต์

พอปั่นไปเรื่อยๆก็เจอที่เที่ยวแห่งสุดท้าย รถขนส่งจักรยานอยู่รอพวกเราพร้อมกับรถบัสปรับอากาศ
ทุกคนต่างนำจักรยานขึ้นรถขนส่งจักรยาน แล้วแต่ละคนก็ขึ้นมาเอาเสื้อผ้าที่สำรองมา จะไปเล่นน้ำตกบ้าง
จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่กัน เขามีห้องน้ำอาบน้ำอยู่บนเชิงเขา ซึ่งคุณแหม่มชักชวนให้ขึ้นเขาไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า

น้องชายเขาลงรถไปก่อน บอกจะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เพราะเปียกน้ำทั้งตัวตอนเล่นน้ำที่คลองน้ำใส
คุณแหม่มบอก ไปเช็ดตัวอาบแห้งก็ได้ ล้างหน้าล้างตาสักหน่อยก็ยังดี ก็เลยลงไปพร้อมกัน

อ่ะ..ไม่มีเรื่อยแรงแม้แต่เดิน แล้วนี่ด่านสุดท้าบ แทบจะลงไปกองอยู่ที่พื้น ต้องเดินเป็นหุ่นยนต์แจ็งทื่อขึ้นเนินเขาไป
จะอย่างไรกำลังก็ยังสู้หนุ่มๆสาวๆที่แข็งแรงไม่ได้หรอก จวนจะขาดผึ๋งหมดสภาพอยู่แล้ว
ในที่สุดก็ถึงเพิงพักร้านสารพัดนึกอยู่บนเขา ได้ยินเสียงน้ำตกดังชัดเจนมาก
บางคนก็เดินไปเที่ยวน้ำตกซึ่งมีสะพานหรือกระไดเดินลงไปเล่นน้ำกัน บางคนก็รีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน
ออกมาหน้าขาวว๊อกยิ้มแย้มแจ่มใส หล่อและสวย ดูมีความสุขมากๆ

ส่วนเราได้แต่นั่งพักหอบหายใจไม่ทันอยู่ตรงม้านั่ง พอหายเหนื่อยก็เข้าห้องน้ำซักแห้งกับตัวเอง
เห็นเฮียสุทธิชัย ตั้งน้ำรอเพื่อนๆมาดื่มกาแฟกันอยู่ตรงระเบียงน้ำตก ก็เลยแวะเข้าไปดื่มกาแฟหอมกรุ่นกะเขา1ถ้วย
อร่อยและสดชื่นขึ้นมาทันที ได้เวลากลับ ก็ลงเขาทยอยมาสมทบพร้อมๆกันกับเพื่อนๆ

เจอหมีน้อย แต่งตัวแช้งวับด้วยเสื้อยึดกางเกงตัวใหม่ หมีน้อยก็ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามา
แต่ด้วยวัยที่คล่องแคล่ว พอถึงยอดเขาน้ำตก เธอก็หาซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ได้ทันที
ผิดกะเราซึ่งพอขึ้นไปแล้ว หอบหายใจพักเหนื่อยฮักๆก็หมอเวลาทำธุระแล้ว เขาจะกลับกันแล้ว

ได้แต่ใส่ชุดเก่าตัวเหม็นๆคนเดียวในรถ เกรงใจเพื่อนๆมาก คราวหลังไปไหนจะเตรียมพร้อมไว้ก่อน
พอนั่งรถกลับ จะรู้สึกเพลียมากๆ หลับปุ๋ยไปเลย จณะที่หลับอาจเป็นเพราะรถเจอถนนขรุขระเลยสั้นสะเทอน
ฝันไปว่า มือยังคุมแฮนด์จักรยาน ฝ่าลงเขาลูกรังหินกลมมนอยู่ ยังติดกับภาพที่ผจญอยู่มิรู้หาย
พอตกใจตื่น อ้อ นี่เราอยู่บนรถแล้ว จาถึงกรุงเทพฯแล้ว เพื่อนๆคุยกันสนุกสนานครื้นแครงในเรื่องราวที่ต่างได้ประสบมา

เรื่องเปิ่นๆระหว่างทางได้ถูกเล่าและหยิบยกออกมาเป็นเรื่องโจ๊ก เรียกเสียงฮาออกมาทั้งคันรถ
หมีน้อย นั่งหลังรถ ยังทนไม่ไหว ออกมาเล่าเรื่องราวที่ได้ประกอบวีรกรรมด้วยกัน เล่าไปหัวเราะไป
สนุกจริงๆเลยค่ะ เพราะผ่านมาแล้ว มาคิดอีกที เป็นรสชาติหนึ่งของทริปประทับใจนี้

ไม่คิดว่าสิ่งที่ผ่านมาแล้วในวันนั้น จะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่คสดฝันว่าจะเกิดขึ้นกะตัวเองได้เลย
ทั้งตื่นเต้นและผจญภัยดีมากๆ แบบออกไปไหน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนจริงๆ บวกกับได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆในชมรมฯ
ได้มิตรแท้ที่ห่วงใยจริงๆในขณะที่ไปท่องเที่ยวด้วยกัน ดีใจที่ได้ไปเที่ยวด้วยกันกับชมรมฯ ซึ่งดูแลเอาใจใส่ทุกๆคนตลอดเวลา

ทำให้ใจเราแกร่งและเข้มแข็งกว่าเดิม เป็นผู้ตื่นตัวเตรียมพร้อมรับรู้กับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ว่าจะช่วยตัวเองอย่างไร
เป็นการฝึกทักษะที่มีค่ามากๆ และให้ความปลอดภัยยิ่งกว่าออกท่องเที่ยวเอง จะไม่อันตรายเลยสักนิดที่มาด้วยกันกับชมรมฯ

พอกลับมาถึงบ้าน จะลืมความกลัว ลืมความเหนื่อยเพราะร่างกายได้สั่งสมประสบการณืมากขึ้น ทุกอย่างจะค่อยๆชิน
ฮาๆๆ ยังไม่เข็ด แปลว่า ยังเป็นเพียงแค่บทเรียนขั้นพื้นฐาน เป็นการเริ่มต้นที่จะเรียนรู้การท่องเที่ยวที่โหด มัน โฮ กว่านี้ก็ได้

เห็นเฮียสุทธิชัยเล่าว่า ดอยสุเทพฯโหดกว่าเยอะ ขึ้นก็ยาก ลงก็ยาก ระยะทางไกลกว่านี้มากๆ
อ่ะ..ไม่กล้าคิ๊ด....ขอแค่หอมปากหอมคอแค่นี้ก็พอเพียงแล้ว ...
เพราะเป็นคนที่ไวต่อภูมิแ้พ้ เป็นคนขี้ขลาดและขี้แพ้ทุกอย่างที่ไม่คุ้นเคย..

แต่ถ้าเกิดการท้าทาย ก็ไม่แน่ ที่จะประลองกับตัวเอง..
ขอขอบคุณเพื่อนๆและทีมงานทุกท่านของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ที่ทำให้ชีวิตที่ขาดๆเกินนี้ มีความหวัง สนุกสนานกับสิ่งแปลกใหม่ได้มากมายอย่างนี้

ขอบคุณมากๆนะคะ
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 9

โพสต์

อ่านแล้วมันส์หลายครับ  :P

ขอบคุณครับ.....พี่สุเกียง  :wink:
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 10

โพสต์

ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 11

โพสต์

คิดไปสวดมนต์ไป ขอให้พระท่านคุ้มครองฟันทุกซี่ด้วยเถิด ค่าทำฟันมันแพงมากๆ
8) พี่สุเกียงครับ ห่วงชีวิตครับ ม่ายช่ายไปห่วงค่าทำฟัน
    พี่เก่งจริงๆครับ
    แต่คุณหมีน้อยก็เก่งนะครับ
    ดูแล้วแกแบกน้ำหนักเยอะกว่าพี่สุเกียงพอสมควร....
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 12

โพสต์

รางวัลผู้โชคดีในงานค่ะ
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=178637

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2550..พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิตคลอง 5

http://www.thaicycling.com/messageboard ... axreply=30

ไดโนเสาร์ เอ๊กซ์โป องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
อาทิตย์ ที่ 9 กันยายน 2550


ร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม อภิมหาความยิ่งใหญ่ ทีเร็กซ์ ซู และไดโนเสาร์ไทย ที่มีความสูงขนาด 4 เมตร อัศจรรย์ กับการเชื่อมโยงสาขาวิชาการต่างๆ จนกลายเป็นกระดูกทีเร็กซ์ ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก ย้อนรอยดินแดนประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของบรรพญาติทีเร็กซ์ ชมไข่ไดโนเสาร์ครั้งแรกในประเทศไทย และอื่นๆที่คุณจะตื่นเต้นเร้าใจ พลาดไม่ได้ โอกาสเดียวเท่านั้น

6:15 น. พบกันที่สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) ประตูด้านหน้า กรุณารับประทานอาหารให้เรียบร้อยก่อน

7:00 น. ฟังสรุปเส้นทาง จากนั้นล้อหมุน ปั่นไปตามเส้นทางคลาสสิค ชมวิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทาง แวะพักเป็นระยะๆ ปั่นกันแบบสบายๆสไตล์ชมรมฯ

10:00 น. ถึงองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เทคโนธานี คลองห้า นำรถจักรยานเข้าจอดในลานจอดที่จัดให้เป็นพิเศษ มีรปภ.เฝ้าให้ด้วย หายห่วง แต่ใครมีสายล็อกจะล็อกอีกเพิ่มความปลอดภัยก็ดี กรุณาจอดให้เป็นระเบียบ จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้าชมงานเอ็กซ์โปที่ยิ่งใหญ่อลังการ หรือจะไปชมกันเป็นกลุ่มตามอัธยาศัย อาหารกลางวันแบบใครกินใครจ่าย (ร้านอาหารอยู่บริเวณด้านหน้าในอาคาร)มีเวลาให้ชมศึกษาเรียนรู้กันอย่างจุใจ ไม่เข้าใจอะไรก็สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งจะคอยบริการตามจุด นอกจากชมไดโนเสาร์ทีเร็กซ์แล้ว ที่มียังมีหลายสิ่งมากมายรอให้ไปศึกษา และเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ ทั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ในอาคารทรงลูกบาศก์ 3 ลูก เกาะเกี่ยวกันอย่างสมดุล ได้เวลาออกมารวมพลที่ลานจอดรถจักรยานของเรา

14:00 น. ตั้งขบวนปั่นกลับกรุงเทพฯพร้อมกัน กรุณาตรงเวลาด้วยนะขอรับ
17:00 น. ถึงสวนรถไฟ แยกย้ายกันกลับ หรือจะอยู่เฮฮาประสาชมรมฯกับสภากาแฟเจ้าเก่าก็ได้

รายละเอียดทริป
ระยะทางไปกลับประมาณ 90 กม. อาจมากหรือน้อยกว่าได้ สะสมระยะทาง
เตรียมหมวกกันกระแทก หมวกผ้า ครีมกันแดด ยางในอะไหล่ ชุดปะยาง ไฟหน้า ไฟท้ายสายล็อกจักรยาน กระติกน้ำดื่ม และเงินไว้กินข้าว
ค่าสมัครร่วมทริปสำหรับสมาชิกเพียง 50 บาท ไม่สมาชิก 90 บาท คุ้มสุดๆ ไปเองไม่ได้ราคานี้แน่นอน

พิเศษ สำหรับสมาชิกผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) จ่ายเพียง 20 บาทเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : โทร.02-612-4747
For English information, call BobTel. 081-555-2901


สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกท่านค่ะ
ทริปนี้เป็นทริปที่4 ที่เดินทางไกลของคนวัยปลาทองอย่างดิฉัน ที่ได้เข้าร่วมขบวนการปั่นแบบใจเกินร้อย
ครั้งนี้ไม่ได้พึ่ง.สปอนเซอร์ แม้แต่ขวดเดียว เพราะไม่มีสปอนเซอร์เลี้ยงน่ะเอง ใครกินใครจ่ายอิอิ..
เหนื่อยๆแบบนี้ มีแต่เป๊ปซี่ โค๊ก ใส่ถุงใส่น้ำแข็งจึงเอาอยู่ งานนี้เสียพลังงานไปเยอะจริงๆ โหดสุดๆตรง...

ตื่นแต่เช้าตี 5.00น. เฮ้อ...นอนไม่หลับตื่นเต้นตามเคย หลับๆตื่นๆตลอด คล้าชุดออกกำลังกายกางเกงยึดสีดำและเสื้อยึดสีดำ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จรอเวลา ก็เลยทานข้าวต้มที่ต้มขณะที่อาบน้ำ ทานกะหมูผัดขิงแลกุนเชียง กับข้าวที่เหลือแช่อยู่ในตู้เย็นมารับประทาน
อร่อยมากๆ หายห่วงเรื่องท้องไส้ไม่ดีเมื่อไปทานอาหารต่างถิ่น พอทานอิ่มก็ออกเดินทางตอน ตี5.50น รถว่างฟ้ายังมืดอยู่

ไปถึงที่สวนรถไฟ 6:30น. พบกันที่สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) ประตูด้านหน้า บังเอิญเขามีวงดนตรี มีนักดนตรีของนักเรียน
ไปร่วมบรรเลงที่เต๊นท์เดิมของจุดนัดพบ
มีคณะพยาบาลไปตั้งเต๊นท์ตรวจสุขภาพประชาชนที่สนาม ซึ่งมองไปก็คึกคักกว่าทุกครั้งที่นัดเจอกัน มองหาเพื่อนๆของชมรมฯยากสักหน่อย
เพราะบนทางเดินวิ่งออกกำลังกาย เต็มไปด้วยคนเช่าจักรยานมาขี่กันเต็มไปหมด ดีที่เขาแปะติดโลโก้ชื่อร้านจักรยานไว้ที่ตะกร้าหน้ารถ

มองหาชาวเสือภูเขาด้วยกันก็เจอ ทุกคนมารวมกลุ่มกันตรงม้านั่งฝั่งตรงข้ามประตูทางเข้า ดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆมารอกันหลายคน
ต่างทักทายกันอย่างสนุกสนานและดีใจที่ได้พบกันอีก
พอสายหน่อย7.45น. ก็เตรียมออกเดินทางกัน พวกเราออกเดินทางก่อน ดูเหมือนคุณจารุกัญญา และน้าหมี ยังอยู่รอเพื่อนๆที่มาชุดหลัง น่ารักมากๆที่อยู่รอเพื่อนๆที่ยังเดินทางมาไม่ทัน
เพราะบางท่านอยู่ไกล เวลานั้นต้องเผื่อไว้ เนื่องจากจราจรของเมืองไทยทำคนผิดนัดกันก็ต้องเผื่อๆไว้ก่อน ...ออกเดินทาง
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 13

โพสต์

พวกเราต่างเคลื่อนขบวนออกจากสวนรถไฟ ขี่ไปทางเส้นทางที่เขาเรียกถนนทางรถไฟ โรคัลโรส (เขียนผิดก็ขออภัยด้วย เพราะภาษาไทยกี่ปีกี่ปีก็ยังไม่แข็งแรง)
ขณะที่เดินทางบนท้องถนนว่างมาก อันเนื่องมาจากเป็นเช้าวันอาทิตย์ อากาศยังเย็นสบาย ขี่ไปชมวิวไป สนุกดี การเดินทางแบบนี้เกาะกลุ่มกันไป ขี่ไปเรื่อยๆ

พอพ้นทางถนนเรียบรถไฟ ก็เป็นถนนกลับรถ ซึ่งก็คงเป็นทางที่จะแยกไปทางถนนเลียบคลอง พวกเราก็รอรวมพลกันที่จุดกลับรถ
จะมีอู่รถเมล์ลืมดูเบอร์รถ
ก็รอร้อรอ นึกว่าเพร๊บเดียว แดดเริ่มร้อนแล้วล่ะ มาไม่ครบสักที เลยลากเจ้าเสือไปหลบแดด เมื่อยเพราะน้ำหนักตัวมากกว่าใครๆ
เห็นอู่รถมีแค่ม้านอนเลยจูงเสือไปนั่งรอ ยังไม่ทันหายเมื่อย เพื่อนๆก็เดินทางรวมพลไปทางแยกในซอยทางลัด ขี่ตามกันไปเป็นแถวๆ

อ่ะ...หัวขบวนจอด บอกมาผิดทาง ถามคนระแวดนั้นเขาบอกทางไปอย่างไร ก็เดินทางต่อสนุกดี ได้เห็นบ้านเรือนที่แปลกไปอีกอย่าง
ถิ่นนี้ดูท่าทางคนจีนจะอยู่กันหลายครัวเรือนเพราะมีศาลจ้าวตั้งอยู่ อย่างกะหมู่บ้านที่เมืองจีนแหน่..
พอออกจากซอยนี้ก็ออกเดินทางบนเส้นทางถนนสองเลนท์ เป็นถนนที่กว้างและยาวไกลสุดลูกหูลูกตาเลยล่ะ
คราวนี้ขบวนเริ่มปั่นกันสุดฤทธิ์ เสือถีบอย่างเราก็พอดีมีแรงมาจากข้าวต้มกุ๊ยชามแรก เลยมีพลังสะสมปั่นสุดแรงได้ถึง 24 เก่งไหม?ล่ะ


ตามเกาะกลุ่มกันไปเพราะ หนุ่มๆสาวข้างหน้ามีแรง เราก็พลอยแอ๊คถีบไปด้วย ท้าทายคนแก่แบบนี้ ไม่ยอมๆๆ..
ถนนข้างหน้ารถราวิ่งเร็วเฉียดผ่านไปด้วยความเร็ว ก็ระมัดระวังตัวเหมือนกัน พยายามขี่ชิดขอบ แต่บางครั้งขอบก็ขรุขระเลยออกนอกขอบทุกที
แรกๆก็มองหนุ่มๆสาวๆเขาขี่อยู่ข้างหน้าใกล้ แต่พอขี่ไปๆมาๆ คนข้างหน้าเหลือแต่ชายหนุ่มเสื้อสีส้ม ก็เลยขี่ตามจอมยุทธเสื้อกั๊กสีส้มนี่แหละ

โห...มองข้างหลังก็ไม่มีใครตามมา แปลว่ายังพอมีไฟอยู่กะเขาบ้างเหมือนกัน ได้แต่บ่นในใจว่า รอหน่อยได้ไหม? ๆๆ..
ยิ่งขี่ก็ยิ่งทิ้งช่วงห่างไกลกันไปเรื่อยๆ ผ่านสะพานแล้วสะพานเล่า อยู่บนสะพานยังพอมองเห็นร่างชายเสื้อสีส้มชัดๆ
งานนี้สู้ตายเลยจริงๆอ่ะ...เพราะข้างหน้าเกือบทิ้งเรา ข้างหลังเราทิ้งเขา...เพราะมองอย่างไร ก็ไม่เห็นมีใครตามมา
ความหวังที่เหลืออยู่ ต้องตามชายหนุ่มคนนั้นให้ไม่พลาดไปจากสายตา ถ้าพลาดมองไม่เห็นเขา แปลว่าหลงทางไปอีกแห่งแน่ๆ..

ดีใจที่ตลอดเส้นทางได้ขี่เสืออย่างเสือติดปีก ทำให้ใจโลดแล่นไปไกลอย่างเต็มภาคภูมิ เหมือนเป็นคนขี่มอร์เตอร์ไซด์เลยล่ะ
พอหนุ่มเสื้อส้มหายไป ก็เห็นทางแยก มีเพื่อนๆคอยอยู่ตรงปากทางแยกเข้าถนนเลนท์เดียวในซอย พี่ๆเขาบอกว่าใกล้แล้วล่ะ
ขี่ไปขี่มาเจอคุณโอ๋ สาวน้อยร่างเล็กวัย20กว่า เธอผู้นี้ ก่อนหน้านี้ขี่พร้อมกับคุณแหม่ม ใจชื้นที่มีเพื่อนขี่ด้วยกัน ตอนนี้กำลังเริ่มถอยมาที่ความเร็ว 20 เท่านั้น
เราสองสาวต่างวัยขี่ไปคุยไปก็สนุกดี แดดร้อนมาก บ่นว่าทำไมเขาไม่ให้เราพัก นี่เราจะหมดแรงแล้วนะ เสื้อยึดสีดำที่สวมใส่อยู่นั้น

เหงื่อออกแล้วแห้งแล้วแห้งอีก ปกติเปียกแล้วเปียกเลย แต่นี่คนตัวใหญ่เหงื่อมาก ย่อมเสียพลังมาก ดีที่มีหมวกผ้าปิดหน้า เหงื่อออกที่กระหม่อมบาง ผมหรอมแหรม
เหงื่อไหลจนแสบตา แปลว่าร้อนขนาดไหน คุณโอ๋เธอเก่งมาก แม้ร่างกายเพรียวลม แต่ไม่บ่นสักคำ ขี่เป็นเพื่อนไปเรื่อยๆ..
ถึงแล้ว...พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิตคลอง 5
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 14

โพสต์

ก่อนถึงเพิงพักร้านน้ำแข็ง เจอพี่แมว เธอหยุดรอเพื่อนอยู่ข้างทาง ใบหน้าแดงกร่ำ เธอเหนื่อยมาก บอกเหนื่อยเพราะขี่มาตลอดทาง
เพื่อนๆก็หายไป เลยรอตรงนี้ ดิฉันก็บอกพี่แมว ว่าเหนื่อยที่สุดเหมือนกัน หิวน้ำเหมือนอยู่กลางทะเลทรายเลย เพราะไม่มีโอกาสพักดื่มน้ำเลย
และกลัวพอลงจากรถ แล้วพักดื่มน้ำ จะหมดแรงทันที ก็ต้องเลยตามเลย กำลังใจที่เหลืออยู่คือที่หมายของจุดนัดพบนี่แหละ..
พวกเราสองคนก็ทักทายพี่แมว แล้วขี่ต่อ จนมาถึง ...พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิตคลอง 5 เลยแวะซื้อน้ำสไปรท์ ใส่ถุงใส่น้ำแข็ง แล้วเทใส่กระติก
น้ำที่ดื่มกินช่วงนั้น มีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด อร่อยจนไม่คิดถึงเครื่องดื่มอื่นๆอีกเลย

คุณโอ๋ และดิฉันต่างขี่เข้าไปถนนที่ราบเรียบกว้างใหญ่ของ ...พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ รังสิตคลอง 5 แห่งนี้ สวยและกว้างใหญ่สะอาดตาดี
ออกจะไกลสำหรับใจไม่ถึงร้อยซะแล้ว เหนื่อยมากๆ ยังดีที่ห้องน้ำทันสมัย ห้องน้ำนี่สำคัญมากๆ พวกเราต่างแวะทำธุระทันที
คุณแอมป์บอกให้แวะชมเยี่ยมหน้าไดโนเสาร์ แล้วเจอกันบ่าย 13.45 น. รวมพลออกเดินทาง ขอให้ตรงเวลา...
ก็เลยรีบไปทานอาหาร ห้องอาหารมีอาหารขายเพียงแค่ 4 จ้าว ก็เลยสั่งบะหมีเป็ดย่างมา ก็พอใช้ได้ นอกนั้นก็เป็นร้านขายขนมหวานทับทิมกรอบ
ร้านขายเครื่องดื่ม โ๕๊ก เป๊บซี่ ทั้งกระป๋องและกดเอา กาแฟกดเป็นถ้วย ก็สั่งชานมเย็น จืดสนิทดีแท้ๆ เลยอ่ะ..แม่หวานเย็นเธอขี้เหนียวน้ำตาล...

เจอพี่ๆหลายๆคน ไม่รู้จักชื่อ แต่พวกเราเหมือนเพื่อนเก่าที่สนิทกันมานาน ได้เข้าชม สิ่งที่เขาเอามาให้พวกเราได้ชมกัน หลายอย่างที่พวกเราไม่ค่อยได้เห็นกัน
เด็กนักเรียนดูท่าจะสนุกสนานเป็นพิเศษ ได้กดเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่ทางพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ นำมาให้สัมผัสเล่นกันในงานนี้
.

.ขนาดดิฉันยังเล่นกะเขาด้วยเลย ได้เล่นตั๊กแตนโยกเยกด้วย กดตรงไหนขยับตรงนั้น ก็สนุกดี ได้เข้าพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับธรรมชาติ
ซึ่งอยู่อีกฟากตึกนึง ที่นี่กลุ่มพวกเราได้เดินจนทั่ว ได้เข้าห้องที่มีจอใหญ่ๆแบบโรงหนัง ห้องนั้นเย็นสบาย เลยนั่งพักผ่อนคลายปวดเมื่อย
กำลังค่อยๆกลับมาเป็นกอง ดื่มชาเนสทีไปกระป๋องเย็นชื่นใจดีแท้...
ฟากฝั่งนี้ก็มีห้องน้ำสะอาดให้เข้าใช้บริการ มีสาวๆแต่งชุดสีแดงคอยให้คำตอบเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆที่นำมาโชว์ในงาน
เห็นช้างแมงมอส หน้าตาแปลกดี
ฝั่งนี้จะไม่ค่อยมีคนข้ามฟากมาชมกัน เพราะเดินข้ามมาจะไกลแดดจะร้อน แต่ก็เป็นสถานที่ที่เย็นสบายเหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ
จะข้ามไปบอกเพื่อนๆที่อยู่ฝั่งโน้นก็ไปไม่ไหว ทุกคนจะได้พักผ่อนหลับงีบได้สักนิดก็ยังดี เพราะเขามีโซฟาห์ ม้านั่งยาวๆให้นั่งพัก นอนก็ยังได้ พี่ผู้หญิงนอนพักน่ารักดี ตื่นมาก็แจ่มใสกว่าทุกคนเลยค่ะ

พอถึงเวลา ก็รวมพลกันเตรียมออกเดินทาง พวกเราออกเดินทางกันบ่าย2โมง 14.00น. ออกขี่ไปเป็นขบวน ยังบอกคุณโอ๋เลยว่า ถ้าขี่ไปเรื่อยๆ จะไม่เหนื่อย
ก็ขี่ไปเรื่อยๆ ขี่ไปขี่มาก็เหลือแต่คุณโอ๋ ดิฉัน และคุณเต่า ๆ ดีมากๆ คอยดูแลบอกเส้นทาง จนถึงเส้นทางในซอย เป็นเลนท์เดียวของชุมชนที่พักอาศัย
เพื่อนๆเขาแวะพักดื่มน้ำที่ร้านขายเครื่องดื่มกัน ก็แวะพักซื้อสไปร์ทใส่น้าแข็งแล้วเทใส่กระติกดื่มทันที ทางร้านเปดขวดก็ช้า น้ำแข็งใส่ถุงก็ช้า ไม่ทันใจ ทำให้เพื่อนๆเขาไปกันหมด
เลยทำให้ต้องรีบออกเดินทางทันที แม้แต่พักเหนื่อยยังไม่มีเลย ขี่ตามไปจนเจอกลุ่มเพื่อนๆ พวกเรารวมพลกันเข้าซอยชุมชนบ้านเรือนสังกะสี ทางขรุขระ
ออกมาก็รอกัน เห็นคุณแอมป์บอกว่าอีกกลุ่มยังมาไม่ถึง เลยโทรศัพท์ติดต่อไป คงรออีกกลุ่มหนึ่งที่จะตามมา พวกเรากลุ่มแรกก็ออกเดินทาง
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 15

โพสต์

ขนาดดิฉันยังเล่นกะเขาด้วยเลย ได้เล่นตั๊กแตนโยกเยกด้วย กดตรงไหนขยับตรงนั้น ก็สนุกดี ได้เข้าพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับธรรมชาติ
ซึ่งอยู่อีกฟากตึกนึง ที่นี่กลุ่มพวกเราได้เดินจนทั่ว ได้เข้าห้องที่มีจอใหญ่ๆแบบโรงหนัง ห้องนั้นเย็นสบาย เลยนั่งพักผ่อนคลายปวดเมื่อย
กำลังค่อยๆกลับมาเป็นกอง ดื่มชาเนสทีไปกระป๋องเย็นชื่นใจดีแท้...
ฟากฝั่งนี้ก็มีห้องน้ำสะอาดให้เข้าใช้บริการ มีสาวๆแต่งชุดสีแดงคอยให้คำตอบเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆที่นำมาโชว์ในงาน
เห็นช้างแมงมอส หน้าตาแปลกดี
ฝั่งนี้จะไม่ค่อยมีคนข้ามฟากมาชมกัน เพราะเดินข้ามมาจะไกลแดดจะร้อน แต่ก็เป็นสถานที่ที่เย็นสบายเหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ
จะข้ามไปบอกเพื่อนๆที่อยู่ฝั่งโน้นก็ไปไม่ไหว ทุกคนจะได้พักผ่อนหลับงีบได้สักนิดก็ยังดี เพราะเขามีโซฟาห์ ม้านั่งยาวๆให้นั่งพัก นอนก็ยังได้ พี่ผู้หญิงนอนพักน่ารักดี ตื่นมาก็แจ่มใสกว่าทุกคนเลยค่ะ

พอถึงเวลา ก็รวมพลกันเตรียมออกเดินทาง พวกเราออกเดินทางกันบ่าย2โมง 14.00น. ออกขี่ไปเป็นขบวน ยังบอกคุณโอ๋เลยว่า ถ้าขี่ไปเรื่อยๆ จะไม่เหนื่อย
ก็ขี่ไปเรื่อยๆ ขี่ไปขี่มาก็เหลือแต่คุณโอ๋ ดิฉัน และคุณเต่า ๆ ดีมากๆ คอยดูแลบอกเส้นทาง จนถึงเส้นทางในซอย เป็นเลนท์เดียวของชุมชนที่พักอาศัย
เพื่อนๆเขาแวะพักดื่มน้ำที่ร้านขายเครื่องดื่มกัน ก็แวะพักซื้อสไปร์ทใส่น้าแข็งแล้วเทใส่กระติกดื่มทันที ทางร้านเปดขวดก็ช้า น้ำแข็งใส่ถุงก็ช้า ไม่ทันใจ ทำให้เพื่อนๆเขาไปกันหมด
เลยทำให้ต้องรีบออกเดินทางทันที แม้แต่พักเหนื่อยยังไม่มีเลย ขี่ตามไปจนเจอกลุ่มเพื่อนๆ พวกเรารวมพลกันเข้าซอยชุมชนบ้านเรือนสังกะสี ทางขรุขระ
ออกมาก็รอกัน เห็นคุณแอมป์บอกว่าอีกกลุ่มยังมาไม่ถึง เลยโทรศัพท์ติดต่อไป คงรออีกกลุ่มหนึ่งที่จะตามมา พวกเรากลุ่มแรกก็ออกเดินทาง


คราวนี้ก็เป๋นเส้นทางที่ไปทาง โรคอลโรด แดดร้อนจัด ทุกคนสปีดเต็มที่ คุณโอ๋คุณแหม่ม และหนุ่มๆนำไปก่อน ก็ตามกันไป ..
ถนนหนทางขากลับเริ่มมีรถติดไฟเขียวแดง ก็ไม่เกาะกลุ่ม คราวนี้ทิ้งห่างเพื่อนไปเรื่อยๆ เหลือเสือถีบคนนี้เพียงคนเดียว
อะไรๆก็ไม่ทรมานเท่าแดดที่ร้อนจัด แผดเผาซะหมูอ้วนอย่างเรา แผ่นหลังจวนจะกลายเป็นแผ่นหมูหันไปซะแล้ว
เพราะถ้าขยับแรงๆคิดว่าคงแตกกรอบแบบหนังหมูหันเป็นแน่ ปวดแสบปวดร้อนที่แผ่นหลังเสื้อไม่พอ ยังปวดแสบปวดร้อนตรงก้นกบอีก
เพราะอากาศร้อนนั่งอยู่บนอานจักรยานนานๆ ทำให้เกิดเม็ดตุ่มใสๆ โอย ..มันแตกทุกลูกก็ว่าได้ น้ำตาเล็ดเลยอ่ะ..เกิดมาไม่เคยตกระกำลำบากอย่างนี้เลย

ยิ่งกว่าไปเที่ยวอยุธยาอีก 89 กม.ก็ผ่านมาแล้ว แต่นี้ แดดร้อนขี่ระยะทางไกล ข้ามาคนเดียว ก็เลยต้องกลับคนเดวกระนั้นแหละ
เริ่มท้อ ..ก็มาเจอเฮียสมพงษ์ ขี่ตามมาเจอก๊ะเราก็สุดแสนจะดีใจ แล้วมาเจออาเฮียหมี ตามมาอีกคน ก็สุดแสนจะชื่นใจ
พวกเราขับจักรยานไปเรื่อยๆ ก็มาเจอเพื่อนที่ยางล้อแฟ๊บหรือรั่ว เฮียสมพงษ์กับเอ๊ยหมี อยู่รอและช่วยเหลือ ดิฉันซึ่งขี่ช้าก็ต้องขี่ไปก่อน
เพราะจะอย่างไร พอเขาซ่อมจักรยานเสร็จตามมาก็ทันดิฉันอยู่ดีแหละ ดีใจที่ทางข้างหน้าตีถนนไปเรื่อยๆ ก็พบหนุ่มเสื้อสีส้มอีกแล้ว
ใจชื้นก็ตามจุดสีส้มแสดไปเรื่อยๆ ขนาดรถติดไฟแดง แต่คันหน้าเขียวไปก่อน ก็ยังเดินข้ามถนนขอไปก่อนนะเฟ้ย...เดี๋ยวจะตามคันหน้าไม่ทัน...
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 16

โพสต์

โอ้..ตามทันแล้วดีใจจริงๆ ได้เห็นหน้าพี่ผู้ชาย เขาหันมามองหน้า ไม่กล้าทักทายเขา เพราะไม่เคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน
ซึ่งพี่เขาก็มีทีท่าเหนื่อยๆ พอไฟเขียว พี่เขาไปทางซ้ายแยกไปทางนั้นเลย ซึ่งทางข้างหน้าเป็นทางเรียบทางรถไฟตลอดเส้นทาง
ถ้าไปทางซ้ายก็ไม่ใช่ทางที่เหมือนขามา ก็คิดว่าพี่เขาคงกลับทางที่จะกลับบ้านเขาเป็นแน่ ส่วนเราขอให้เดินทางไปถึงสวนรถไฟได้ก็บุญโขอยู่

.ก็เลยขี่ไปเรื่อยๆ ตลอดทางมีบ้านเฮ้าท์ๆยี่ห้ออะไรจำไม่ได้ สร้างอยู่ที่ถนนต้องผ่าน หมู่บ้านผุดใหม่เป็นคฤหาสน์สวยเก๋สไตร์ฝรั่งดูแล้วคงหลายตังค์แน่ๆ
เพราะร่มรื่น ตลอดทางก็สะอาด ถนนดีมากๆ ตอนนี้ได้แต่ขี่ไปเรื่อยๆ หาอาหารตากะวิวสวยๆข้างถนนนี้ไปเรื่อยๆ เพราะแรงปั่นลดลงเหลือเพียงกำลังปั่นเพียง 13-14 แล้ว เริ่มระบมไปทั้งตัว
ขนาดเด็กที่ขี่จักรยานเพิ่งออกจากหมู่บ้านยังขี่ตามมาทันแล้วก็ขี่ห่างไกลเราไปเรื่อยๆ ชักเหนื่อยและล้าเต็มที เห็นตลอดเส้นทางเริ่มเปลี่ยนแล้ว

เพราะข้างทางมีแต่บ้านกระต๊อบที่สร้างชั่วคราว มีกองกระดาษและเพิงพักชั่วคราว ดีที่ช่วงนั้น เกือบเย็นพระอาทตย์ยังหรี่ตานิดหน่อย
ถ้าค่ำมึดกว่านี้ก็คงใจไหวหวั่นแน่ๆ พอเห็นทางแยกข้างหน้ามีวินมอร์เตอร์ไซร์นั่งรออยู่แต่ละจุดของทางแยก ไม่กล้าถามทางเขาหรอก
เห็นมียายแก่ๆขายน้ำดื่มเลยจอดตรงบ้านหลังนั้น แวะซื้อเป๊ปซี่ขวดใหญ่1ขวด ใส่น้ำแข็งแยะๆ ดื่มแล้วนั่งพัก เทน้ำใส่กระติค ถามยายว่า จะไปสวนจตุจักรอย่างไร

ยายบอกว่าเขาทางซอยโน้นแล้ว ขี่ตัดทางรถไฟข้ามไปถนนอีกฝั่งนะลูก..แล้วมาจากไหนล่ะนี่ ..ขี่หลงทางมาจ่ะยาย..ดีใจที่เจอคำตอบ ใจชื้นขึ้นมามาก
ก็เลยขี่เข้าซอยเล็กๆไปเรื่อยๆ คราวนี้เจอทางตัน มีวินมอร์เตอร์ไซร์ รอที่เพิงพัก ก็ไม่กล้าถามทางอีก ขี่ไปเจอสาวขี่มอร์เตอร์ไซร์ผ่านมา
ก็เลยถาม เธอบอกให้แบกจักรยานข้ามทางรถไฟไปแล้วขี่ไปถนนฝั่งตรงข้ามนะ ก็ขอบใจและทำตามที่เธอบอก ถนนเริ่มมีรถติดเป็นขบวน

ขี่ไปเรื่อยๆเจอทางด่วน เป็นสามแยก คราวนี้กล้าถามน้ำวินเพราะทางโล่ง เขาบอกขี่ข้ามฟากย้อนไปจะเจอเจเจมอลล์ ก็ทำตามขี่ไปเจอเจเมอล์ลจริงๆ
คราวนี้เป็นถิ่นคุ้นเคย เลยขี่เหมือนเมื่อขามาสวนรถไฟ ขี่ย้อนศรกลับตลอดทาง เจอสะพานคลาย มองหารถตุ๊กๆ ไม่มีมาเลยต้องขี่ต่อ
คราวนี้ขี่มาถึงตึกชินวัตร นั่งพัก หมดแรงอยู่ตรงนั้น ดื่มน้ำหมดกระติก พักอย่างหมดแรง ใครๆเขามองมา เหมือนเสือหมอบเลย เป็นเสือที่หมดสภาพไปซะแล้ว



เห็นตุ๊กๆผ่านไปๆก็ได้แต่มอง เขาคงไม่ยกเสือสองตัวขึ้นรถหรอก สู้เว้ย...เกิดขึ้นมาทันที เดี๋ยบวจะหาว่าขี่ไม่ครบทริป คนเดินผ่านไปมาก็อาย เพราะจวนจะลงไปนอนตรงฟุตบาทอยู่แล้ว
ลุกขึ้นขี่เจ้าเพื่อนยากต่อ กำลังเกิดจากความที่ใกล้บ้าน ใกล้สถานที่ๆคุ้นเคย ดิฉันขี่มาถึงโรงพักพญาไท ขี่ไปแยกอุรุพงศ์ ก็เข้าซอยแถวบ้าน
มาดนักซิ่งต้องวางฟอร์มไว้ ลงรถที่หน้าบ้านแบบขาสั่นๆ ถึงบ้าน 6โมงเย็น ( 18.00น.) พอดีดูจูมง พอดี แต่ไม่ไหวอ่ะ..อาบน้ำเสร็จ เปิดแอร์นอนเลย

มันปวดร้าวไปทั้งตัว แขนขา คอ ไหล่ มันไม่ทำงานแล้ว นอนเอาหมอนข้างรองขาก็ชาไปหมด ปวดไปหมด หมอนนิ่มๆ ก็คิดว่านอนที่ขอนไม้ท่อนใหญ่ด้วยซ้ำ
ดิฉันเหนื่อยที่สุดในชีวิตเลยนะนี่ กลับมาเรียกว่า ทริปทุกทริปที่จองคิวไว้ จะยกเลิกให้หมด เพราะ กลัว..จริงๆ ให้ดินตาย..มันขึ้นสมองไปซะแล้ว..อิอิ..


เมื่อคืนไม่ได้ทานข้าว นอนไม่รู้เรื่องจนตื่นมาตอนเช้า 9.30 น. ตื่นมาเพื่อฟังข่าวดูทีวีก็ไม่ทันข่าวยามเช้า
ทีคิดว่าจะปวดเมื่อยจนร่างกายไม่เชื่อฟังคำสั่งนั้น คาดผิด แค่เมื่อยคอ ปวดแสบหลังนิดหน่อย
ยังทานข้าวต้มหมูได้ คุยได้ดีอยู่ น้องชายมาก็เล่าให้เขาฟัง เขาหัวเราะๆบอกพอดีไปด้วยไม่ได้
ลูกสาวติดเรียนกลับบ่าย4โมง เย็น อาจกลับมาไม่ทันลูกสาวกลับเลยไปไม่ได้ ถ้าเขาไปก็คงคล้ายๆกัน
เพราะไม่ค่อยได้ซ้อมปั่นออกทริปบ่อยๆ แล้วนี่ลงทริปวันเดียวไปหลายทริปจะไหวหรือ?

แล้วที่ลงชื่อไปเที่ยวเขื่อน ลงชื่อไปด้วย ก๊อ..แหม?เธอลงชื่อให้ก่อนมาถาม ทำไงได้ ถึงตอนนั้นก็คงต้องไป
ก็เลยควักเงินจ่ายให้น้องชายไป 600 บาท เพื่อยืนยันว่าจะไปกับเขาด้วย ที่ตั้งใจว่าจะล้มเลิกทุกรายการ
พอเช้านี้อาการที่น่าเป็นห่วง กลับไม่ปรากฏ มันหลบมุมหายไปจากส่วนไหนของร่างกายก็ไม่รู้
ความจริงคนเราหากใจไม่ป่วย ร่างกายก็ไม่ป่วนด้วย อาการทางใจเนี่ย เป็นพลังอย่างหนึ่ง
ที่จะล้มลุกคลุกคลาน ก็อยู่ที่ใจนี่แหละ นี่เป็นบทเรียนของการได้เรียนรู้ตัวตนของตนที่แท้จริงเลยนะนี่

ขอบคุณทีมงานของพี่ๆทางชมรมฯ ที่ได้จัดสรรรายการท่องเที่ยว แบบเลือกสรรสิ่งเร้าใจให้กับเพื่อนๆได้ลุยกัน

ครั้งหน้าขอแค่เบาะๆ หอมปากหอมคอ ได้ดูทัศนียภาพอย่างสวยงามข้างทาง แบบหวานแหววประทับใจนะคะ
ทักษะก็ฝึกมาแล้ว การทดลองพลังแสงอาทิตย์ ก็ผ่านมาแล้ว

รายการต่อไปคงไม่พ้นการลุยป่า ดูเขื่อน ขอให้อย่าโหดจนละเมอไม่เป็นเลยนะคะ
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 17

โพสต์

..ตลาดน้ำวัดบางน้ำผึ้งน่าไปเที่ยวค่ะสะอาดตาดี ลิ้งค์ใหม่ที่พวกเราขี่ไปตามถนนเส้นทางถนนหนทางสะอาดเรียบร้อยไม่เชื่อดูภาพได้ค่ะ

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=174294
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=173937
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=173922
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=173845


รถพับเที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง 2-9-50

http://www.thaicycling.com/messageboard ... axreply=30

ขอขอบคุณ คุณ นิค คุณ ภูมิ และเฮีย คากิ ที่จัดทริปนี้ขึ้นมา สนุกมากๆค่ะ
เช้าวันอาทิตย์ที่ 2 กันยา เดินทางไปแต่เช้า 6.30 น.ถึงที่สนามศุภฯ 6.50น. ใกล้บ้านที่สุด ไปมาสดวกมากๆ

ไปถึงก็เจอน้องชายรออยู่ที่โน่นแล้ว เขาบอกว่าตั้งนาฬิกาปลุกผิดเวลา ถูกปลุกตี4กว่า ก็เลยนอนไม่หลับ
เหมือนกันเลยทั้งพี่ทั้งน้อง เพราะตื่นเต้นที่จะไปออกทริปด้วย ตาค้างนอนไม่หลับเหมือนกัน

คนไปก่อนก็เยอะเหมือนกัน ได้ทักทายเพื่อนๆพี่ๆของชมรมฯและเพื่อนๆอีกหลายๆชมรมฯที่เคยเจอกันหลายทริปก็มาด้วย ดีใจมากๆที่ได้เจอกันอีก
ขณะที่รอก็เดินชมรถพับไปเรื่อยๆ น้ำลายหก อยากได้ทุกๆคัน สวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ
เคยคิดในใจว่า รถพับก็คือรถที่สวยน่ารัก คงขับขี่ใช้งานดีเท่ารถคันใหญ่ๆไม่ได้..

ที่ไหนได้ ปรากฏว่า การออกตัวของรถพับแต่ละคัน ไปกันเร็วมากๆ ท่าทางคนเป็นเจ้าของขณะที่ได้ขับขี่นั้นมีความสุขและภาคภูมิใจมากๆ
การขับเคลื่อนออกจะเบา วิ่งเร็ว แต่ละคันปั่นด้วยความเร็วแซงกันไป ผ่านรถเสือถีบของดิฉันไปเรื่อยๆ

เห็นแล้วยิ่งทำให้อยากได้มาครอบครองจริงๆ...ได้แต่คิด แต่ไม่กล้าซื้อ เพราะมี2คันก็เกะกะจนต้องรบกับคนทางบ้านจะแย่อยู่แล้ว
อากาศเมื่อวานนี้ดีมากๆ ไม่ค่อยมีแดด ท้องฟ้าดูจะเป็นใจให้พวกเราได้ไปไหว้พระและท่องเที่ยวต่างถิ่นกัน

ถนนเรียบตลอดเส้นทาง ขี่ไปได้เรื่อยๆ เจอสะพานก็ขึ้นง่ายไม่ติดขัดเหมือนตอนออกทริปใหม่ๆ เดี๊ยวนี้สบายมากๆ
ขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านถนนและสะพานไปหลายสะพาน ถึงบริเวณข้างธนาคารกสิกรไทย ใต้สะพานแขวนฝั่งธน
พวกเรานั่งพักชมวิวใต้สะพานแขวน บรรยากาศเย็นสบาย เขาแจกน้ำและเครื่องดื่มสปอนเซอร์กระป๋องกัน ดื่มแล้วชื่นใจหายเหนื่อยไปเลย
ขอบคุณ คุณโต้ง ที่นำเครื่องดื่มสปอนเซอร์กระป๋อง และน้ำมาให้เพื่อนได้ดื่มกัน ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณ เฮีย สมาน ที่นำขนมไข่มาแจกให้เพื่อนๆได้ทานกัน อร่อยมากค่ะ

พอถึงวัดโปรดเกศเชษฐาราม เขาให้เวลาไหว้พระครึ่งชม. แต่ไม่ได้เข้าไปไหว้พระ มัวแต่หาห้องน้ำ
พออกมาไม่มีจักรยานเหลือเลยสักคัน ตกใจขี่ไปรอบๆวัด ก็ไม่รู้จะออกไปทางไหนดี
ใจคิดว่าคงต้องเดินทางถามเส้นทางไปตลาดน้ำวัดบางน้ำผึ้งตลอดทางซะแล้ว

โชคดีตรงทางออกมีร้านขายอาหาร ก็ได้เจอเพื่อนๆที่ยังทานอาหารอยู่ กำลังจะออกเดินทางพอดี
เจอคุณภูมิ ดีใจเหมือนได้พบญาติสนิท เพื่อนๆกลุ่มนี้ทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส บอกพวกเราปั่นไปด้วยกัน

ใจเต้นและดีใจมากที่ได้เดินทางด้วยกัน พวกเขาปั่นด้วยความเร็วเหมือนรถเสือภูเขาเลยค่ะ เชื่อแล้วว่ารถพับปั่นได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
ดิฉันปั่นเสือ ก็ยังปั่นไปไม่ทันเขา คุณภูมิ ตามระวังรถวิ่งไปมาให้อยู่ข้างหลังดิฉันตลอด คอยบอกทางข้างหน้า ว่าไปเรื่อยๆ

ไม่มีคุณ ภูมิ ดิฉันก็คงไปไม่ถูก เพราะเพื่อนๆที่ขี่ไปก่อน ตอนนั้นขี่นำไปก่อนหายไปหมดแล้ว
เข้ามาถึงตลาดน้ำวัดบางน้ำผึ้ง เป็นสถานที่กว้างมากๆ เขามีที่จอดรถและจอดจักรยานกว้างและกางเต้นท์บังแดดให้

พอจอดรถเสร็จ ลืมขอบคุณ คุณ ภูมิ ขากลับก็ยังลืมขอบคุณ คุณ ภูมิ อีก ขอบคุณมากๆนะคะ

ตลาดน้ำวัดบางน้ำผึ้ง กว้างมากๆ พ่อค้าแม่ค้าขายของริมน้ำตลอดทางเดิน อาหารเยอะแยะไปหมด
เลือกไม่ถูก และไม่เหลือที่นั่งให้คนที่หิวๆได้นั่งรอซะด้วยสิ เห็นบางท่านเดินไปซื้อใส่ถุงและเดินชิมไปเรื่อยๆ
แต่ละร้านไม่มีที่นั่งเหลือเลย แค่กลุ่มจักรยานก็ปาเข้าไป 250 คน เดินไปก็ทักทายกันไปสนุกดีค่ะ วนอีกรอบก็เจอกันอีก

ในที่สุดได้ที่นั่งร้านขายหมูสะเต๊ะ เอาก็เอา รอก็รอ คิวยาวตามเคย พอมาส่งก็โซ๊ยซะหมด อร่อยดีเหมือนกัน
พอทานอิ่มก็เดินชมแผงขายต้นไม้ ราคาพอๆกะที่สวนจตุจักร ชอบต้นกล้วยไม้ เย็น 24 กะรัต หาดใหญ่ดีไล้ท์บางพรม
แต่ก็ซื้อไม่ได้ เอากลับไม่ได้หักหมด ได้แต่ดูอย่างเดียว

รออยู่ที่สนามจอดจักรยาน เพื่อนๆมากันครบ พวกเราก็ขี่ไปเที่ยวนครเขื่อนขัน กัน
ตลอดเส้นทางเป็นซอยเล็กๆตลอดเส้นทาง
ถนนไม่กว้างสะอาดดี ขี่ด้วยความเร็วได้ตลอดเส้นทางเป็นบางช่วง ตอนนี้จะสนุกเพราะได้เติมพลังมาเต็มอิ่ม

ทางขึ้นอุทยานเป็นสะพานสูง ออกแรงถีบสุดแรงจึงขึ้นได้ โอย..ขึ้นมาจนได้ สนุกจริงๆ..
เข้ามารอบๆเป็นสวน ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว มีแต่กลุ่มพวกเราที่เข้ามา เลยดูคึกคักเป็นพิเศษ

ห้องน้ำสะอาดมาก ไม่ได้เดินดูรอบๆสถานที่ เพราะนั่งพักตากลมเย็นๆก็สดชื่นแล้ว
เฮียคากิ บอกกลุ่มเพื่อนๆว่า จะกลับอย่างไร แรกๆจะขอปั่นกลับด้วย เฮีย บอกว่า เจ๊ กลับรถสองแถวเถอะ
ขี่กลับจะเหนื่อยเพราะเขาจะขี่กลับเร็วกว่าขามา จะเร่งความเร็วกันซะส่วนมาก ก็เลยโอเค ปรากฏว่าในรถมีเด็ก2คนสาวๆ3คนเอง

น้องชายเขาไปกับกลุ่มหนึ่ง ไปทางเรือ เขาบอกว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศดู เขาโทรมาตอนบ่าย2โมง บอกถึงบ้านแล้ว
เรือเร็วกว่ารถ เพราะรถบนถนนตลอดเส้นทางรถติดมากๆ ขณะที่มารถสองแถวนั้น ก็เจอรถของเพื่อนๆกำลังปั่นไปเป็นขบวน

ก็โบกไม้โบกมือกันทักทายกันอย่างสนุกสนาน เจออีกกลุ่ม ก็โบกไม้โบกมือให้กำลังใจคนปั่น กลายเป็นกองเชียร์ไปซะแล้ว
ดีใจที่ได้เห็นเพื่อนๆ จำทุกคนได้ ตลอดเส้นทาง จะเห็นเว้นช่วงแต่ละกลุ่ม ทิ้งห่างกันไปเรื่อยๆ
แค่เห็นเส้นทางขณะที่นั่งอยู่บนรถ ก็ซูฮกกับระยะทางที่พวกเขาปั่นกลับ นั้นยาวไกลจริงๆ

เพราะสะพานที่ผ่านแต่ละแห่งนั้นไกลและยาว เต็มไปด้วนรถที่ติดกันเป็นแถวๆไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ
ซึ่งก็คงขี่ยากและเป็นอุปสรรคในการฝ่าหลบหลีกรถ แตกต่างจากขาไปจริงๆเลยค่ะ

รถสองแถวพาพวกเรามาลงที่สนามศุภฯ ก็เลยแยกทางกันกลับบ้าน ถึงบ้าน บ่าย 3โมง (15.00น.)พอดี
ระยะทางที่ไปอย่างเดียว 40.03 กม.
สนุกดีไม่เหนื่อย แต่ก็หลับสบายตื่นมากินข้าว ดูจูมง พอดี

ขอบคุณ ทีมงานทุกท่านที่จัดทริปพาไปเที่ยวในครั้งนี้ หากจัดอีก ขอไปด้วยค่ะ
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 18

โพสต์

http://www.thaicycling.com/messageboard ... y=&id=1313

รายงานภาพถ่าย อาทิตย์ที่ 8 ก.ค.50 เด็กและมือใหม่หัดขี่

สวัสดีค่ะ คุณ ภูมิ และเพื่อนๆ

เมื่อวานนี้ดิฉันนัดเพื่อนบ้านเจ้าเก่า ชื่อ"เพชร"เคยไปออกทริปด้วยกันไปขี่ตลาดน้ำวัดไทรน้อย ปทุมธานี
รายนี้ตื่นเต้นที่จะไปด้วย โทรมาปลุกตั้งแต่ เช้า 7.00น .เออ...กะลังแต่งตัวอยู่เดี๋ยวเจอกัน

พอเราแต่งตัวเสร็จก็ลงมา เดินไปซื้อแซนวิชที่เซเว่นฯ รายนี้ก็กดออดบ้าน แม่ลงมาเปิดประตู
ก็พอดีเจอเรามาพอดี แม่ถามว่าจะไปไหนกัน เลยบอกไปเที่ยวกะชมรมฯแม่ก็ไม่ว่าไรไปนอนต่อ
เราดุเพชรที่มากดออด อุตส่าห์ส่งซิกว่าอย่าโทรอย่ากดออดบ้านชั้น ไม่อยากให้แม่รู้
เพชรหน้าจ๋อย บอกขอโทษค่ะเจ๊ ลืมไป..

พอพวกเรากำลังจะขี่ก็เจอเพื่อนบ้านหลายคนทักทาย แหมเท่ห์มากๆเลยนะ นี่จะขี่ไปไหนเนี่ย
พวกเราบอกขี่ไปซิ่งไกลๆแต่ไม่รู้ไกลแค่ไหน เพราะเขาบอกไปฝึกเตรียมพร้อมภาคสนามฯ
ฮาๆ...ก็เดินทางไปถึงอนุสาวรีย์ เดี๋ยวนี้ชักเก่งรอไฟเขียวแดงของเลนซ์เหมือนรถทั่วๆไป
ก่อนหน้านี้ต้องแซะเดินข้ามม้าลายเพื่อจะขี่เรียบถนนไป ก็ไปตามกฏจารจรอ่ะนะ พอเขียวเราก็ออกรถไปตามน้ำ

แต่เพชรซึ่งออกทริปน้อยกว่า ยังจูงรถข้ามทางแยก ก็เลยรอ การขี่จักรยานตามคนข้างหน้าไม่ได้
ต้องใช้หลักพิจารณาสถานการณ์ ไหวพริบของตนเองกับภาพที่เห็นในขณะนั้นนั้นสำคัญมาก ..

ช่วงนั้นรถน้อยเพราะเป็นวันอาทิตย์ ก็เลยถึงสวนรถไฟอย่างรวดเร็ว สนุกมากที่ได้ขี่จักรยานแบบนี้บนท้องถนน
พอถึงสวนรถไฟก็รออยู่ที่ม้านั่ง ทานแซนวิชด้วยความหิว อร่อยมาก พอเพื่อนมากันครบเขาก็ให้พวกเราไปที่เต๊นท์
เพื่อจะสาธิตวิใช้จักรยาน มีวิทยากรผู้รู้บรรยายให้ความรู้หลายๆท่าน ก็เรียนรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการใช้จักรยาน


.เพื่อนๆที่มาฟัง เริ่มเข้ามาฟังคำบรรยายมากขึ้น จนที่นั่งไม่พอจนต้องยืนฟังที่ด้านหลังกัน
ได้ทักทายและคุ้นเคยกับเพื่อนๆสมาชิกซึ่งเคยไปออกทริปที่อยุธยาคราวที่แล้ว มิตรภาพที่ได้รับประทับใจมากๆค่ะ

พอได้เวลา พวกเราก็เตรียมพร้อมออกเดินทาง โดยมีเฮียสุทธิชัย เป็นผู้นำทริป วันนั้นเฮียมีสีหน้าอิ่มเอิบ
ยิ้มแย้มแจ่มใส หันมามองลูกทีมตลอดเวลา พอสตาร์ดก็ออกภาคสนามทันที โห..รถจักรยานทั้งเสือภูเขาและรถพับตามขบวนยาวเหมือนกัน
รปภ.ที่เฝ้าประตู ก็คงคุ้นเคยกับชมรมฯ ขบวนจย.ออกถนนใหญ่ แล้วขี่ขึ้นสะพาน ครั้งนี้ใช้เกียร์ได้ถูก
ปรับเกียร์เองโดยอัตโนมัติ ไม่หวั่นและไม่กลัวที่เจอสะพาน

ฮาๆๆขี่ตามติดไม่ห่าง ลัดเลาะเส้นทางตามท้องถนน จน...ถึงเส้นทางถนนเรียบทางรถไฟ
เฮียสุทธิชัย ขี่ช้าๆ เพื่อให้พวกเราวอร์มร่างกาย และดูทัศนียภาพของรอบๆถนนที่พวกเราผ่าน
ถนนเรียบตลอดเส้นทางริมรถไฟ ซึ่งเกิดมาก็เพิ่งจะได้สัมผัสวิวและภาพที่เห็นนี้

พอถึงทางแยกก็เจอรางรถไฟ ก็เห็นเฮียขี่ผ่านทางรถไฟไปได้ก็ขี่ฝ่าข้ามไปบ้าง ท้าทายดี กลัวเหมือนกันว่าจะไม่ผ่าน
ล้มก็คงแข้งขาหักแน่ๆ หันมามองทุกคนก็ผ่านได้ แต่...พอเจอทางแคบซึ่งเป็นที่ซ่อมเครื่องจักรของรถไฟแล้ว
โห...มีแต่น้ำเจิ่งนอง อันเนื่องจากเป็นที่ต่ำ น้ำขัง ซึ่งพื้นผิวก็ขรุขระ เต็มไปด้วยน้ำดำๆเป็นน้ำที่ผสมน้ำมัน

เฮียหันมามอง ก็...ต้องไปอ่ะนะ ดีที่ล้อใหญ่มีดอกยางยึดติดเกาะ หากล้อเรียบลื่นแน่ๆ หวาดๆกับภาพที่เห็นจริงๆทุกคนเก่งมากฝ่าออกมาจนพ้นเส้นทาง คราวนี้ก็มาเจอ...สะพาน...ไม้..ให้คนเดินนะเฟ้ย...
พวกพี่ๆแต่ละคนต่างแบกจักรยานของตัวขึ้นสะพาน เราลองชั่งนน.จักรยานดู โอยหนักกว่าใครก็ว่าได้
เพราะตกแต่งซะเหมือนรถมอร์เตอร์ไซด์ไปแล้ว ซึ่งคุณป๋อง เคยย้ำนักย้ำหนาว่า เวลาออกทริปขอให้พกของใช้ใส่รถให้น้อยที่สุด

ทำตัวให้เบาที่สุดในการออกทริป อ่ะ..เคยเถียงว่า มันจำเป็นทุกๆอย่างที่เอาไปแหละ และจะให้ตัวเบาได้อย่างไร
ในเมื่ออุ้ยอ้ายนน.ตัวก็ล่อไปซะ74 กก. คุณป๋องเธอหัวเราะชอบใจ ก็เลยเพลาๆสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปเหลือกระเป๋าเล็กๆไป1ใบ



สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 19

โพสต์

เรียกว่า เป็นหนึ่งในการทำตัวให้เบาที่ดี ไม่งั้นปกติพกเป้ซึ่งก็หนักตัวหนักใจที่สุด ไม่ได้ใช้ในสิ่งทีพกไปด้วยซ้ำ

สะพานไม้..พอเห็นก็ถอย ซึ่งมันสูงยิ่งกว่าไปสะพานข้ามฟากวัดไทรน้อยซะอีก สะพา

นนี้เป็นราวบันไดปีนขึ้นไปทีละขั้น
สูงเป็นสะพานโค้ง เห็นแล้วแทบหมดแรง ก็ยกจักรยานขึ้นไปจนได้ แต่พอถึงกลางสะพาน อยากเหวี่ยงทิ้งซะแล้ว

ทั้งเหนื่อยทั้งหมดแรง เพราะหนักจนแขนช๊อต ดีที่คุณ กะปิ เพื่อนคุณ ออย มองสภาพเราว่าไม่ไหวแล้ว
ขึ้นมาช่วยเอาจักรยานลงไป เธอผู้นี้น่ารักมากๆ และยังขึ้นสะพานไปช่วยเพื่อนๆคนอื่นๆอีกหลายๆครั้ง ขอบคุณมากๆนะคะ

เฮอ...ยังไม่พอ เดินทางต่อ เอ๊ย...ลุยต่อ คราวนี้ออกถนนใหญ่นึกในใจว่า คงไม่เจอทางวิบากอีกแล้วนะ
เพราะถนนข้างหน้าก็เรียบและไปได้เรื่อยๆ อ่ะ...เฮียหันมามองบอกว่า จะขี่ข้างฟากไปอีกเลนซ์ เดี๋ยวพวกเราต้องขี่ขึ้นสะพาน
ซึ่งสะพานเป็นสะพานเหล็กเทปูนให้คนเดิน เฮียก็ขี่นำก่อน แต่...ความสูงนี้ไม่เหมาะกะเสือสำออยอย่างเรา จึงจูงขึ้น..ด้วยความจำยอม

โอ..ขาลง เขาจะทำเหล็กกั้น มีที่ให้คนเอวบางร่างน้อยเดินผ่านได้ คนอ้วนๆต้องเดินด้านข้างจึงผ่านไปได้
ส่วนจักรยานยนต์ผ่านไปไม่ได้ เขาจึงทำที่กั้นนี้ จักรยานของเราอ่ะ...เกือบๆผ่านไม่ได้ เพราะข้าพเจ้าติดอุปกรณ์เสริมซะเต็มแฮนด์
จึงต้องหักกระจกทั้งสองข้างให้พ้นขอบ เฮ้อ ..ทางลงเหวี่ยงสะใจดีแท้ ต้องใช้แบรคมือเลี้ยงตลอด เก่งจริงๆ...


ทางข้างหน้า ที่จะไปเสริมทักษะ เป็นทัศนศึกษาของเส้นทางที่จะเรียนรู้
เฮียสุทธิชัย ได้อธิบายว่า ถ้าทุกๆคนสามารถขี่เส้นทางนี้ โดยขาไม่ลงพื้น จะเป็นคนที่สุดยอดที่สุด
เพราะตลอดเส้นทาง จะมีกำแพงและสังกะสี ทางแคบมาก หากฝ่าพ้นเส้นทางได้ ต่อไปพอไปออกทริปเจออย่างนี้ จะสบายมาก...อิอิ

อ่ะ..นึกภาพอยู่ในใจ ก็คงดีก่าสะพานคอนกรีต ที่ไปวัดไทรน้อยอ่ะนะ สะพานนั้นมีคลองอยู่ซ้ายขวา มีราวเหล็กเป็นบางช่วง
หากขี่จักรยานไม่แข็ง ก็ตกน้ำป๋อมแป๋ม แต่..ที่นี่...กะลังถูกพาไป ก็ลงถนนตามเค๊ามาเป็นคนที่6 เห็นเป็นซอยของบ้านชุมชนเออัด
ที่รถมอร์เตอร์ไซด์ขี่ไปได้ถ้าเป็นคนในท้องที่ ถ้านอกท้องที่อย่าหลงกลขี่เข้าไป...

พวกเรา..ก็..หลง..เข้ามาในที่แห่งนี้ ..ด้วยความ..รักนับถือ..เฮีย...ซึ่งตลอดทาง ท่านหันมายิ้มให้กำลังใจ ว่า...
สิ่งท้าทาย..คือการเรียนรู้ สีหน้าท่าน ทำให้พวกเรา สู้ โว้ย...ไม่ลองไม่รู้...

อ่ะ ..ก็ดีใจทีตลอดเส้นทางเป็นพื้นปูนที่ราบเรียบ เป็นทางเดิน75 ซม.ได้ ไม่ถึงเมตรหรอก เชื่อเหอะ..
บ้านเรือนที่อาศัยติดๆกันเป็นบ้านไม้หลังคาสังกะสี กำแพงบ้านก็ตีรอบเป็นแนวรั้วสังกะสี
จะมีร้านขายน้ำขายของชำในบางช่วงที่ผ่านมา ลูกเล็กเด็กแดงหยุดเล่นและหลบจย.ของพวกเรา ชี้มือชี้ไม้หัวเราะชอบใจกันใหญ่

ผู้ใหญ่แต่ละคนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อันเนื่องจากได้ดูทีวีที่เมื่อวันเสาร์ท่านผู้ว่าฯได้เปิดงานวันช่วยลดโลกร้อน
เลยสนใจว่ากลุ่มพวกเรามารณรงค์ช่วยโลกร้อนไปด้วย ก็จริงอ่ะ..พี่ๆในชมรมณ์เขาใส่เสื้อรณรงค์กัน

คงตื่นเต้นกันใหญ่ ที่อยู่ดีๆมีจักรยานมากมายเข้ามาเส้นทางนี้..สุดใจขาดดิ้นจริงๆ ทางที่ไปเริ่มแคบและเล็กลงเรื่อยๆ
เพราะเสาไฟฟ้า ติดกะรั้วสังกะสี ขืนขับเข้าไปมีหวังแต่ละคนเป็นจอมยุทธหน้าบากแน่ๆ
ไม่เอาด้วยล่ะ..หักกระจกเข้าหาตัว ค่อยๆจูงผ่าน ทางข้างหน้ายังรออยู่ พอเดินหันมามอง ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ

เพราะแต่ละคนต่างจูงจักรยานเดินมาจนไม่เห็นเส้นทางข้างหลัง ฮาๆๆสนุกจริงๆ พวกพี่ๆที่ไปก่อนก็ขี่ไปเราไม่เห็นพวกเขาแล้ว
เลยกะระยะทางข้างหน้าไม่ได้ ปกติก็ดูเห็นหลังกันไหวๆ แต่..บังเอิญเราขี่ขาดตอนเลยเป็นคนแรกที่นำกลุ่ม
เจอเส้นทางหักมุมพื้นถนน อุ๊..ขี่แล้วยังมีหักมุม 90 องศา ก็เลยไปคว้าเอาถังขยะสีเขียวทรง4เหลี่ยมที่ทางกทม.นำมาตั้ง

โชคดีที่กอดถังและคว้าหูจับปิดเปิดของถังได้เลยไม่ล้ม..เหนียวแน่จริงๆ อาย..ที่อยู่ๆก็ไปพิศมัยถังขยะเข้าแล้ว เฮ้อ...
ชาวบ้านเห็น เขาบอกว่าที่นำถังขญะมาวางเพราะทางเดินนี้คนขี่มอร์เตอร์ไซด์ไม่ชำนาญก็แฉลบตกลงไป ก็เลยเป็นที่มาของเท็คนิคนี้

กว่าจะออกมาเส้นทางค่ายกลในหมู้บ้านนี้ได้เล่นเอาเหงื่อแตก เจอร้านขายน้ำก็กรอกน้ำซะซนสะใจ
พวกเค๊าเดินทางต่อ คราวนี้ออกถนนใหฯสั้นๆ ก็มีคุณออย ยืนรอบอก ทางลงข้างหน้าจะเข้าซอยชุมชนซอยใหม่ทำท่าทำทางตลอดเวลาว่า
ทางลาดต่ำมากๆ เราก็อ่านออก แต่ทางลาดต่ำจนน่าใจหายแถมหักศอกมุมพื้นซะด้วยสิ

ได้ยินเสียงคุณป๋องร้องดังมาข้างหลังว่าชะลอระ ทางลงชัน ไม่กล้าหันไปมอง เพราะใจหายว๊าบเหมือนกันตอนลงมา
ต้องเลี้ยงเบรคตลอดจนค่อยๆลัดเลาะเส้นทางนี้ ซึ่งก็เหมือนเส้นทางของซอยหมู่บ้านชุมชนที่ผ่านมา
เหนื่อย..และโลดโผนจริงๆ คิดว่าทุกๆคนก็คงอยากให้พ้นเส้นทางที่ผ่านมานะ
หากไม่มีขบวนตามมาก็ขอเดินจูงจักรยานตลอดเส้นทางจะปลอดภัย ไม่ใจเต้นระทึกอย่างที่เป็นอยู่นี้

ดีใจที่ได้เจอถนนที่เป็นถนนใหญ่ พวกเราพักทานข้าว ได้กินขนมจีนแกงไก่ อร่อยใช้ได้หมดจานแถมลอดช่องรวมมิตร1ถ้วย

เดินทางต่อไปตามท้องถนน เพื่อจะเดินทางไปดูพิพิธภัณฑ์มด ที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ
พอไปถึงก็เหนื่อย เขาดูปู่ย่ามด แหล่งกำเนิดของมด แต่เราเที่ยวหาเก้าอี้เพื่อจะพักขาที่สั่น ไหล่ที่เวลาขยับมีดนตรีรัวตามจังหวะ
ไม่ไหวอยู่ในใจเงียบๆ คุณภูมิ..บอกว่า เก่งจริงๆ ต่อไปจะลุยได้ทุกที่ พร้อมกับหัวเราะให้กำลังใจ

ก็ดีใจที่ได้เก้าอี้นั่ง หลับไปตื่นหนึ่งค่อยยังชั่วหน่อย พอดีได้เวลาร่ำราวิทยากรที่เป็นอาจารย์ของมหาลัยฯ
เดินทางกลับบนท้องถนน แดดร้อนเปรี้ยงๆ จังๆ แต่ก็ยังดีกว่าฝ่าคลื่นลมและสายฝน

การขี่บนท้องถนนถือว่าเป็นการออกกำลังขา แต่การฝ่าสถานที่ ที่ไม่ธรรมดา ถือว่าได้เรียนรู้การใช้ไหวพริบ
ซึ่ง...ก็สุดๆ สำหรับคนธรรมดาๆจริงๆ เฮียหมี เฮียสุวิทย นำทีมพวกเราเพื่อจะไปสวนรถไฟ
พอถึงทางแยกหน้า ก็ต้องรีเทรินข้ามฟากสะพานเทคอนกรีต ก็จูงๆจักรยานขึ้นไป ทั้งหมดแรงและปวดไหล่มาก

พอลงมา เฮียสุวิทย์ ซึ่งนำคู่พร้อมกับเฮียหมี เส้นทางนั้นเป็นรางรถไฟ และมีสะพานช่วงสั้นๆต้องแบกรถข้ามสะพาน
เฮียสุวิทย์ก็แบกรถจักรยานขึ้นสะพาน ทุกคนก็เตรียมแบก..เราก็แบกข้ามรางรถไฟ

เฮ้อ..เจอสะพานก็ให้นึกท้อ แม้จะไม่สูง แต่แรงที่มีไม่เหลือแล้ว ดีที่คุณเต่า ชี้เส้นทางถนนว่า ทางนี้ก็ไปได้

ซึ่งเป็นเส้นทางถนนราบเรียบก็เลยแบ่งกลุ่มกันกลับ ดีใจที่ถนนขากลับช่วงนี้ปลอดโปร่งจนถึงสวนรถไฟ
นั่งพักที่เต๊นท์ เฮียสุทธิชัย ตั้งสภากาแฟ ต้อนรับเพื่อนๆ ก็พักผ่อนจนหายเหนื่อย
พวกเรากลุ่มสุดท้ายได้แยกจากกลุ่มเฮียหมีตรงทางแยก ก็เลยมาพร้อมกับเฮียฉัตร อาเจ็กวิสิทธิ์ กับอีกหลายคนก็มากับพวกเราแต่กลับรถไฟฟ้ากับเพื่อน

ก็รอทุกคนหายเหนื่อย มีคุณเต่า ดิฉันและเพชร เกาะรถเฮียฉัตร กลับไปชมรมฯและถึงบ้านเอา 18.30น.
เหนื่อยทานข้าวเสร็จ นอนตุๆถึงเช้าเลยค่ะ
สนุก และได้ประสบการณ์ดีมากๆ
เฮียสุทธิชัย ถามพวกเราว่า เป็นไง โหดไหม?
โหดสุดๆเลยค่ะ เพราะไม่คิดว่าจะเจอและตกอยู่ในสภาพนี้ รางรถไฟบางช่วงบางตอนที่ขี่ข้าม
ไม่มีฝีมือจริงๆ ล้มได้ง่ายๆ และพื้นถนนที่มืดของโรงซ่อมจักรรถไฟ มองไม่เห็นทาง ลื่นและขรุขระ ไม่คิดว่าจะผ่านมาได้
แต่...ก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้แกร่ง ในการไปออกทริปครั้งต่อๆไป

ขอบคุณเฮียสุทธิชัย และทีมงานทุกๆท่นของชมรมฯ ที่ทำให้พวกเราเก่งและเรียนรู้สิ่งดีๆที่ทุกท่านพยายามมอบให้
ล้วนแล้วเป็นวิชาที่หาไม่ได้ หากไม่ได้ครูที่ดีสอน...

ขอบคุณมากๆนะคะ

..จากบ้านก่อนเดินทาง 7.30น ถึงที่สวนรถไฟ 8.20 น.กลับถึงบ้าน 18.30น.
นับเป็นการเดินทางในวันนั้น ระยะทาง 50.53 กม. แม้ระยะทางไม่ไกล แต่เส้นทางที่ไปไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 20

โพสต์

http://www.thaicycling.com/messageboard ... axreply=30

สองล้อท่องอยุธยา 27/5/50


สวัสดีค่ะ คุณเกษมฯ และเพื่อนๆ เมื่อวานนี้เพิ่งได้เห็นตัวจริง ของคุณ เกษมฯ ใกล้ๆ ดีใจมากๆค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 52825.html

เมื่อคืนหลับไม่รู้เรื่องเลยค่ะ เช้านี้เป็นหวัด ไข้ขึ้น ไอตลอดเวลา แต่มีความสุขทางใจมาก เพราะได้ไปออกทริปสมใจอยาก

เมื่อวานตอนเช้าออกจากบ้านตี5ครึ่ง ถนนไม่ค่อยมีรถ ถึงที่สวนรถไฟ 6.10น. ขี่แบบวอร์มขาก่อนเอาจริง
เพราะไม่มีเพื่อนไปเลยระวังตัวขณะขี่บนท้องถนน ถึงแล้วก็ดีใจ พักรอเพื่อนร่วมทริป
พอถึงเวลาก็รวมกลุ่มออกเดินทาง คนเยอะมาก ดีใจที่ตัดสินใจมาออกทริปครั้งนี้
ได้ทักทายเฮียคากิ อาเจ็กสุนทร คุณออย เฮียหมี เฮียฉัตร และเพื่อนใหม่ๆอีกหลายๆท่าน

แรกๆว่าจะขี่พร้อมกับอาเจ็กสุนทร แต่พอรถออกสตาร์ด ต่างขี่ออกถนน แบบใครเป็นใครไม่รู้แล้ว
เพราะต้องปั่นออกตัวกันเร็วๆ ไม่เกาะกลุ่ม เอาแค่ตามคนข้างหน้าให้ทัน หากมีเพื่อนที่กำลังขาเท่าๆกับเรา
ก็คงปั่นไปด้วยกันได้ แต่นี่..ข้าฯมาคนเดียว เลยไปคนเดียวกระนั้นแหละ...
นักปั่นขาโจ๋ วิ่งผ่านหน้าไปคันแล้วคันเล่า ที่รู้จักก็แซงไปทักทายไป อย่างอาเฮีย เกษมฯ ก็เช่นกัน

มีคนทักมากมาย ต่างปิดหน้ากันแดด ทักว่า คุณสุเกียง ใช่มั๊ย? ใช่ค่ะ..แล้วก็ผ่านไปคนแล้วคนเล่า
ก็เลยปั่นด้วยความเร็ว 23 เป็นสปีดที่แรงสำหรับวัยปลาทองอย่างดิฉัน

ครั้งนี้ถนนเรียบและโล่งไม่มีหลุมบ่อเหมือนเช่นไปตลาดน้ำวัดไทรน้อย ซึ่งถนนหนทางขรุขระมาก เลยกินแรงเพราะเป็นทิปแรกเลยเหนื่อยง่าย
ส่วนทริปไปอยุธยา เป็นถนนรถวิ่ง ทางเรียบเลนท์คู่ขนาน รถสวนไปมาฝุ่นน้อยเพราะเป็นถนนที่เจริญแล้ว

หากคนออกทริปบ่อยๆ ก็คงคุ้นเคยเส้นทาง ก็ไปได้ตลอดเส้นทางอย่างวัดกำลังขาตัวเองอย่างสนุกสนาน
ถนนแถวริมคลองเปรมประชากร สวยสะอาดตา ก็มองไปว่าคงใกล้ดอนเมืองแล้วสินะ
น้องชายคนเล็กเขาบอกจะรวมกลุ่มกับชมรมฯดอนเมืองไบร์ท ก็ไม่เห็นสักที จนพวกเราขับไปได้สักระยะหนึ่ง
ก็เข้าเขตฯถนนที่เปลี่ยนไป ก็คงเข้าเขตต่างจังหวัดแล้วล่ะ ถึงร้านขายน้ำขวดก็จ๊ะเอ๋ กับน้องชายคนเล็ก
เลยซื้อนมกล่องและยาคู๊ ดื่มจนหมดเดินทางต่อ น้องชายยังนั่งพักอยู่ เขาบอกว่า ที่จริงเจ๊ควรร่นระยะทางเหมือนเค๊า
นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วมาจุดนัดพบที่ชมรมดอนเมืองไบร์ทเหมือนเขา จะไม่เหนื่อยมาก

ก็เลยบอกไปว่า กลัวเค๊าไม่ให้ขึ้นรถไฟใต้ดิน หรือรถไฟเหาะ เพราะไม่เคยลอง และก็ไม่เคยไปไหนด้วยจักรยาน
ไม่คุ้นเส้นทาง เอาแค่สวนรถไฟที่เจเจได้ก็เก่งแล้ว และอีกอย่างอยากเจอเพื่อนๆที่คุ้นเคยก่อนออกเดินทาง

**พอปั่นไประยะหนึ่งน้องชายก็ตามมาทัน ก็ขี่ๆคู่กันไป ปรากฏว่าเขาขี่นำไปก่อน อย่างไรผู้ชายก็แข็งแกร่งกว่า
แต่เขาก็หันมามอง แล้วปั่นต่อ ช่วงนี้ใกล้สะพานคอนกรีต ที่ถนนนอกเมืองจะมีรถสวนไปมานานๆครั้ง
ถนนเรียบน่าขี่มากๆ แรงเริ่มถดถอยเลยตั้งท่าจอด เหน็บชา ตะคริวกินขาขวาแข็งทื่อปั่นไม่ไป
น้องชายเลยหยุดที่สะพานรอ พอดีเจอเฮียคากิและเพื่อนๆ หยุดดูและช่วยเหลือ ให้พักสักครู่ ตรวจดูอาการ
ปฐมพยาบาลให้ยาดมๆแล้วดีขึ่นมาก ตะคริวเริ่มคลายเลยออกเดินทางต่อ

ไปได้อีกระยะทางหนึ่ง เฮียคากิ บอกอีกไม่ไกลก็จะถึงตัวเมืองอยุธยาแล้ว ก็เลยปั่นไปเรื่อยๆเพราะเฮียบอกว่าอีก 7กม.
ใจก็ยังสั่นสูไปต่อค่ะ จนมาเจอกลุ่มเฮียหมี กลุ่มสุดท้าย และกลุ่มเฮียฉัตรที่ตามเกาะกลุ่มขบวนสุดท้าย
ทักทายกัน แล้วก็นำกลุ่มไป ช่วงนี้ก็เกาะกลุ่มไปพร้อมกับเฮียหมี จนในที่สุด ดิฉันไม่ไหวแล้วเพราะตะคริวกินมาทั้งซ้ายขวา
เกร็งไปหมด ขี่ต่อไม่ไหว เลยโดนหิ้วปีกลงมานั่งแอ้งเม้งที่ร่มไม้ใกล้เพิงพักร้านขายกาแฟ

คราวนี้ขาสองข้างแข็งโป๊กไม่สามารถขยับได้ เลยต้องนั่งพัก ปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยเอาน้ำเย็นราดที่ขากางเกงจนเปียกชุ่ม
ดีขึ้นมาก แต่ไม่กล้าขี่ต่อ พวกพี่ๆและเพื่อนๆก็เลยปรึกษากัน โทรหาเพื่อนที่มาร่วมทริปมีรถกระบะมาด้วย
เลยติดต่อจนรถมารับดิฉันไปบึงพระรามฯ เฮียคากิ เฮียหมี และเพื่อนๆอีกหลายๆคนน่ารักมากๆ อยู่ดูแลจนดิฉันขึ้นรถ
แล้วพวกเค๊าก็ปั่นต่อ ซึ่งระยะทางที่จะเข้าตัวเมืองไกลมาก 19 กม.มองป้ายที่บอกไม่ไกล...สำหรับพวกพี่ๆ
แต่สำหรับเรา โชคดี ที่ทำท่าจะเป็นลมก่อน ไม่งั้นคงขาดสติในการควบคุมสังขารเข้าจนได้อ่ะนะ..

เฮ้อ..เฮ๊ย..!! เหนื่อยเพราะแดดร้อนเสียเหงื่อมาก ตะคริวไม่กิน ก็คงขี่ไปได้เรื่อยๆแต่ก็หวั่นๆเรื่องเส้นทางอยู่ดีแหละ
เป็นความโชคดีที่ได้มากับชมรมฯ หากมาเองก็คงไม่อึกเท่านี้ คงถอยกลับบ้านแบบถอดใจไปตั้งแต่เข้าถนนนอกเมืองแล้ว

ขอขอบคุณ เฮียคากิ เฮียหมี และเพื่อนๆที่คอยดูแลตลอดมา อบอุ่นในมิตรภาพที่ได้รับ
ซาบซึ้งในน้ำใจของทุกๆคน ทำให้ไม่กลัวการได้ไปออกสังคมกับคนแปลกหน้าอีกแล้ว..

ขอให้พี่ๆและเพื่อนๆ มีแต่ความสุขความเจริญ รวยๆยิ่งๆขึ้นค่ะ



สวัสดีค่ะ คุณ poommm (คุณ ภูมิ ) ขอบคุณมากๆนะคะ ที่อยู่เป็นเพื่อนเฮียคากิ และอยู่คอยเกาะกลุ่มเป็นเพื่อนปั่นตลอดรายการ

สวัสดีค่ะเฮียฉัตร ตอนปั่นจักรยานก็คิดว่าจะปั่นให้ทันคนข้างหน้า ก็เลยออกแรงลุยตลอดเส้นทาง
ปั่นไปปั่นมาไม่ได้เกาะกลุ่มกะใครเลย ได้แต่มองทางข้างหน้าว่าถึงยัง ๆๆ...
ใครปั่นมาใกล้ ก็ได้แต่ถามเค๊าว่าอีกไกลไหมเนี่ย พวกเค๊าก็ชะลอพูดด้วย ไม่ไกลหรอก เดี๋ยวก็ถึง..

ช่วงนั้นก็คิดถึงคำพูดเฮียสุวิทย์ ที่สอนเท็คนิคว่า หากระยะทางข้างหน้าไม่เห็นคนที่ปั่นไปก่อนหน้านี้
ให้เราท่องไว้ เดี๊ยวก็ถึงเส้นชัย ให้ทำใจดีๆเดี๊ยวก็ถึงเส้นชัย กำลังใจจะมาทันที..
มีอยู่ช่วงนึง ขี่ๆไปก็มีสาวรุ่นซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นแถวนั้น..โบกไม้โบกมือ...ก็เลยหยุดรถ
ถามเธอว่า ..เรียกทำไม เธอผู้นี้ก็หัวเราะๆ บอกแวะพักดืท่มน้ำมั๊ยคะ มีน้ำขายหลายๆชนิดเชิญแวะพักดื่มได้ค่ะ
เลยบอกว่า ตอนนี้ยังไม่หิวน้ำ แล้วเมื่อกี้มีรถจักรยานผ่านมาทางนี้หรือป่าวคะ..
มีค่ะ..แล้วเธอก็ยิงฟัน บอกไปต่อได้ค่ะ ก็เลยแปลกใจวิธีเรียกลูกค้าให้แวะซื้อน้ำดื่มของเธอผู้นี้
ซึ่งทำเอาเราตกใจตอนแรกๆนึกว่า เกิดอะไรขึ้น ..ก็ตลกดีค่ะ

แรกๆก็ตั้งใจว่าจะอยู่กลุ่มอาเจ็กสุนทร และเพื่อนๆของอาเจ็ก แต่พอเขาปล่อยสตาร์ท ก็ลืมตัวเร่งคันเร่งสปีดไปข้างหน้าลูกเดียว
ผลคือทั้งหนื่อยและหายใจไม่ออก ตะคริวกิน จึงรู้ว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็เลยยอมมอบตัว
ช่วงที่เป็นตะคริวรอบสอง เจ็กสุนทรและเพื่อนก็แวะมาทักทาย จึงรู้ว่าเฮียฉัตรก็อยู่เป็นเพื่อนคอยดูแลกลุ่มสุดท้ายนี้
ถ้าแรกๆรวมกลุ่มด้วย ดิฉันก็ขี่ได้เรื่อยๆโดยไม่โดนตะคริวเล่นงาน รับรองขี่จนครบขาไปอยู่แล้ววววววว....ฮาๆๆ

อาเจ็กสุนทรยื่นขนมถุงนึงให้กิน บอดว่าคงหิวเลยจาเป็นลม ถ้ากินลงท้องจะช่วยได้
..ดิฉันบอกไม่หิวค่ะ เหนื่อยจนทานอะไรไม่ลง
เพื่อนอาเจ็กอีกท่านนึงให้ลูกอมกาแฟมาหลายๆเม็ด บอกว่า กาแฟทำให้มีพลังลองกินดูช่วยได้ ก็เลยรับมาช่วยได้จริงๆค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

กลุ่มเฮียฉีตร ออกรถขี่ออกไปกันหมด เหลือแต่เฮียคากิ เฮียหมีและเพื่อนๆอีก2คนอยู่ดูและจนดิฉันขึ้นรถกระบะไป
ระยะทางไกลมากๆ เพราะดูท่าจะขี่ต่อไม่ไหวจริงๆแดดก็ร้อนจนเสียเหงื่อไปมาก
นับว่า อาเจ็กสุนทร และเพื่อนๆ ขี่ต่อจนถึงจุดนัดพบทานข้าวที่บึงพระรามฯได้

สุดยอดจริงๆเลยค่ะ นับถือทุกๆคนที่ผ่านเส้นชัยได้สำเร็จ..ขอชื่นชมและยกนิ้วให้ค่ะ
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 21

โพสต์

สวัสดีค่ะ คุณ .^O-O^ ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
สนุกและหวาดเสียวมากๆ ยิ่งออกทริปก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ
อายุก็มากขึ้นเรื่อยๆ กำลังจะไม่เหมือนเดิม ต่อไปต้องสอบถามรายการให้ดีก่อนไปค่ะ

ดีที่ชมรมฯนี้ ดูแลเอาใจใส่ตลอด
มีทั้งเด็กและคนแก่ก็จะต่างจาก ชมรมฯอื่นๆตรงนี้
เพราะหลายๆชมรมฯส่วนมากจะเป็นหนุ่มๆสาวๆที่ฝึกซ้อมมานานจนคล่องตัว
พอออกทริปไปไกลๆ เขาแค่ออกสตาร์ทด้วยกัน บอกจุดนัดพบและเวลาต้องตรงนัด
แล้วจะประลองฝีมือใครถึงก่อน เจอกันก่อน เลยเลาเขาก็กลับกันเลย
ไม่รอเพราะมาช้าเอง จะเป็นอย่างงี้ ก็กลัวตรงนี้มากๆ
แต่พอไปออกทริปหลายๆครั้งจะเริ่มคุ้นเคยกับการรวมกลุ่ม
ทุกๆคนจะดูห่วงใยกัน ก็อุ่นใจ ใหม่ๆหลงทาง เพราะออกรถก่อนเพื่อน
ตามกลุ่มขาโจ๋ไป เลยไม่เกาะกลุ่มน่ะค่ะ เข็ดแล้วค่ะ
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 22

โพสต์

por_jai
Verified Member

Quote:
คิดไปสวดมนต์ไป ขอให้พระท่านคุ้มครองฟันทุกซี่ด้วยเถิด ค่าทำฟันมันแพงมากๆ


พี่สุเกียงครับ ห่วงชีวิตครับ ม่ายช่ายไปห่วงค่าทำฟัน
   พี่เก่งจริงๆครับ
   แต่คุณหมีน้อยก็เก่งนะครับ
   ดูแล้วแกแบกน้ำหนักเยอะกว่าพี่สุเกียงพอสมควร....



สวัสดีค่ะ คุณ por_jai ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
ฮาๆๆ ช่วงเวลาที่ห่วงที่สุดในตอนลุยหินกลมๆ แถมน้ำขังมองไม่เห็นหินว่าตรงไหนก้อนใหญ่
ตรงไหนเป็นโคลนเหลว หากพลาดอย่างมากก็แขนหักหัวแตก แต่ช่วงเวลานั้นห่วงฟันในปากมากที่สุด

สวดมนต์ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ

จะแตกต่างจากการขี่บนยอดเขาเพื่อจะไปดูวิวเขื่อน อันนั้นไม่ห่วงฟันเลยสักนิด
ห่วงคอหักตายมากกว่า เพราะ 50-50 จริงๆ
เฮ้อ...นอนไม่เต็มอิ่มมา3คืน ภาพตอนซิ่งทางโค้งมันหลอนอย่างกะเล่นเกมส์แข่งรถ
ตอนนี้ให้เล่นเกมส์ก็หมดอารมณ์เล่นแล้วค่ะ



สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 23

โพสต์

จริงค่ะ คุณ por_jai คุณ หมีน้อย เธอเก่งมากๆ
ทริปนี้ป็นทริปแรก ที่เธอมากะชมรมฯ มาแบบไม่ให้ทางบ้านรู้
ก็คล้ายๆดิฉันเปี๊ยบเลย ทริปนีเราสองคนเป็นแฝดคนละฝาค่ะ
ขนาดหันหลังน้องชายที่ไปด้วยยังดูไม่ออกว่าคนไหนพี่สาว ฮาๆๆ
คุณ หมีน้อย เป็นลูกสาวดิฉันได้สบายมาก เป็นเด็กสาวอารมณ์ดี
แต่ก็ขำ พอเจอเส้นทางวิบากอย่างนี้ ต่างคนต่างไม่พูดไม่จากัน

มันเครียดจนเกร็งไปทั้งคู่ ส่งเสียงร้อง ทั้งคู่ออกมาดังๆ
ทำไมอย่างงี้ว๊า...อะไรกันนักกันหนาว๊า...โว๊ยยยยย ว๊าย จนเสียงแหบแห้ง
ไม่มีใครได้ยินเสียงพวกเราหรอก เพราะเหลือทางสายเปลี่ยวกันแค่สองคน

และก็โชคดีที่ต่างอาศัยเสือสองล้อเป็นไม้เท้าพยุงตัวให้เดินข้ามสิ่งกีดขวางข้างหน้า
หมดแรงหมดสภาพกับการเดินขึ้นที่สูงและ ลงต่ำ เต็มไปด้วยหินกลมๆ ไม่ใช่อิฐหินหมากเก็บที่เขาก่อสร้างถนน

หินกลมๆสีน้ำตาลเหมือนหินที่เราซื้อมาจากเจเจใส่ตู้ปลา จะกลิ้งไม่เกาะตัว จะหนีเท้าหนีล้อจย.
ไม่ใช่เป็นคนชอบร้องเสียงดัง แต่ความอัดอั้นในช่วงนั้น ไม่มีที่ระบาย ก็รู้สึกดีขึ้น
หมีน้อยในป่าใหญ่ ก็คงอย่างงั้นเหมือนกัน..ฮาๆๆ

ด่าวดิ้นและระทึกใจในการเรียนรู้จริงๆ แค่เดินยังพอเดินได้ แต่นี่ต้องขี่จักรยานฝ่าดงหิน และบึงน้ำ
ทั้งจูง ทั้งไถล หากไม่มีเบรคคอยยัง มีหวังไหลไปตามล้อรถแน่ๆ



สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 24

โพสต์

http://www.thaicycling.com/messageboard ... axreply=30

ทำดีเพื่อพ่อ ไหว้พระ 9 วัด 16-9-50

สวัสดีค่ะ เมื่อวานนี้สนุกดีมากๆ หลังจากงานผ่านพ้นไปแล้ว ก็เดินทางไปไหว้พระตามกำหนดการ
ได้ไหว้พระหลายๆแห่งตั้งขบวนปั่นรวมพลเที่ยววัดไหว้พระทำบุญ 9 วัด เพื่อเป็นศิริมงคล ชมสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้าง จิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม เริ่มตั้งแต่วัดอินทราราม วัดเอี่ยมวรนุช วัดสามพระยาวรวิหารที่ พระอุโบสถ พระวิหาร ซุ้มประตู ประดับประดาตกแต่งลักษณะจีนที่สวยงาม วัดสังเวชวิศยาราม วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดเทพธิดาราม และสุดท้ายที่วัดสระเกศ เดินขึ้นไปไหว้พระธาตุบรมบรรพต ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของกรุงเทพเมืองฟ้าอมร อาหารกลางวัน แบบใครกินใครจ่าย กลับสวนอัมพร แยกย้ากลับบ้าน

แต่พพอถึงวัดสังเวชวิศยาราม ฝนตกไม่หยุด เลยรอไปต่อไม่ไหว น้องชายและเพื่อนบอกขอตัวกลับก่อน ก็กลับตามด้วย
พวกเรากลับกับเพื่อนที่มาจากสมุทรปรการ และอีกหลายๆคน พอถึงสนามหลวงอีกหลายคนก็เช่าตุ๊กๆกลับและขี่แยกย้ายกันไป

ก็เหลือพวกเรา 3 คน และพี่ผู้ชายกับหลานๆอีก 6 คนปั่นมาด้วยกัน พอถึงถนนราชดำเนิน ร้านหนังสือศึกษาภัณฑ์พานิช
ช่วงนั้นน้องชายผ่านไปก่อน แต่พอถึงดิฉัน เจอร่องลึกริมถนน ซึ่งรถเมล์เบียดจนไม่มีทางไป ต้องขี่ลงข้างๆแบบเลี่ยงไม่ได้
พอดีล้อลงที่ร่องพอดี ออกแรงให้พ้นเพื่อหลุดจากร่องซึ่งพอดีล้อรถพอดีเป๊ะ ปรากฏว่าติดแน่นแบบวัดมาสำหรับล่อเราพอดี

พอล้อไม่หลุดออกจากร่อง ก็ล้มไปทั้งคัน ตัวกระดอนหลุดมาทับรถจักรยาน แขนสองข้างไถลรับน้ำหนักตัวไว้
ดีที่ใส่ถุงมือหนัง จึงไม่เลือดไหลที่ฝ่ามือ เข่าสองข้างเจ็บๆนิดหน่อย ตอนนี้ช้ำบวม อกก็เจ็บ

ซึ้งพอรถเสียหลักในท่าหมาเดิน (ฮาๆ ) ไม่กล้าลุก แล้วนั่งจ้ำเบ้าอยู่ตรงนั้น เพื่อนจะมาพยุง ก็โบกมือว่าขอนั่งทรงตัวท่าสวยๆก่อน
ครือมันล้มในท่าที่ไม่ตั้งใจ เลยต้องนั่งจุมปุ๊กตั้งสติอยู่อย่างงั้น ปวดเอวเจ็บเข่า ระบมเลยนั่งสักครู่
พอดีขึ้นพี่ๆที่มาจากสมุทรปราการ มาช่วยพยุงให้ลุก ก็ลุกขึ้นมายืนนิ่งๆ ไม่เป็นไร ก็ห่วงรถทันที

โซ๋เคลื่อน เลยลองปรับเกียร์ แร่งล้อจนโซ่เข้าที่ ก็เดินทางต่อ พี่ๆสมุทรปราการขี่ไปบอกน้องชายว่า ข้างหลังล้มเพราะตะคริว
น้องชายเลยรอ บอกไม่ต้องห่วง เสียหลักล้มน่ะ เธอกลับบ้านไปก่อน ก็เลยแยกย้ายกันกลับ เพชรดี ก็ขี่นำในช่วงขากลับ

พอถึงบ้าน ฝนก็ยังกระหน่ำตกเรื่อยๆ โชคดีที่ฝ่าฝนกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ขณะที่รถเสียหลักล้มริมถนน
เกรงใจรถที่ตามมามาก ดีที่มีเพื่อนจากสมุทรปราการยืนกันรถให้ ขอบคุณในน้ำใจของเพื่อนๆที่มาร่วม ทำดีเพื่อพ่อ ในครั้งนี้มากๆ
แม้จะไม่รู้จักกัน แต่มิตรภาพที่ได้รับ ประทับใจมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

ถึงบ้านอาบน้ำแล้วทานยา ทายา ก็นอนพักผ่อน ตื่นมาก็ดีขึ้น ทานข้าวเย็น ทานยาคลายเส้นอีก
เช้านี้ปวดข้อมือสองข้างและอก คงอักเสบเนื่องจากน้ำหนักตัวมาก แต่ไม่เป็นไรมาก

เป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง ในการขี่จักรยานบนถนน ซึ่งเราขี่ในช่วงฝนตกๆหนักๆ จะมองไม่เห็นร่องลึกริมฟุตบาท
ซึ่งพอเจอรถเมล์แล้วถูกเบียดให้ต้องขี่ลงหลุมบ่อตรงหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ คราวหลังถ้าเจอ เราต้องหยุด ห้ามขี่ต่อ

ต้องรอรถเมล์คันใหญ่ๆไปก่อน จะไม่ขอทดสอบร่องที่มองไม่เห็นนั้น เพราะหากลงไปแล้ว มันจะพอดีล้อ จะถูกล๊อกติดทันที
จะขี่ต่อหรือดึงล้อออกมาไม่ได้ จะทำให้เสียหลักล้มทันที อย่างที่เจอมา ไม่ลองไม่รู้ พอโดน จะรู้ เข็ดและจำแม่นๆไปอีกนานแสนนาน

เสียดายที่ไปเจอฝนหยุดรอฝนที่วัดสังเวชวิศยาราม ทำให้ไม่ได้ไปไหว้พระครบ 9 วัดด้วย
ได้พบเพื่อนๆหลายๆคน ทำให้ดีใจมีความสุขกับการไปขี่จักรยานด้วยกัน
ครั้งหน้าคงได้ออกทริปกันอีก ครั้งนี้แม้จะเจออุปสรรคจากการเป็นนักสำรวจร่องตามถนนแล้ว
ยังได้เรียนรู้การ หยุดดูสถานการณ์พื้นผิวจารจร ต้องเรียบจึงขี่ไปได้ หากมีหลุมบ่อ ขอให้เลี่ยงไว้ก่อนดีที่สุด

จะไม่ขอเป็นนักสำรวจพื้นผิวจารจรอีกต่อไป...เพราะ สำรวจแบบนี้ เป็นแบบเนื้อหุ้มเหล็กเราดีๆนี่เอง

อาทิตย์ที่ 16 ก.ย50 "ทำดีเพื่อพ่อ" ปั่นไปไหว้พระ 9 วัด

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=177253

ภาพมาเพิ่มเติมจากทริป "อาทิตย์ที่ 16 ก.ย50 ท่านนายกรัฐมนตรี ชวนปั่น.. สองล้อ"

http://www.thaicycling.com/messageboard ... y=&id=2130

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=177253

ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 25

โพสต์

8) ผมมาเน้นทางวิ่งจ๊อกกิ้งครับ
    วิ่งที่สวนลุม วิวก็มีอยู่แค่นั้นแหละ
    วิ่งวนไปวนมา
    ของพี่สุเกียง มีล้อหมุนช่วย ได้ดูวิวเยอะกว่ามาก
    แม้บางทีลงไปวัดพื้นบ้าง ก็สุดวิสัย
    แต่ดูแล้ว สนุก ผจญภัยกว่าผมเยอะเลย
    แสดงว่าพี่สุเกียง นี่จะต้องเล่นหุ้นเก่ง
    เพราะใจถึง...กล้าลุย..
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 26

โพสต์

สวัสดีค่ะ คุณ por_jai ขอบคุที่แวะมาอ่าน
อายุพอมากขึ้น จะลดน้ำหนักยากมาก เต้นแอโรบิดก็แล้ว วิ่งก็แล้ว
ปรากฏว่า ปวดเข่า เพราะน้ำหนักตัวมาก เลยกลายเป็นโรคไขข้ออักเสบ
เข่าเสื่อมคุรหมอบอกงดใช้งาน เพราะกระดูกเสื่อม แถมกรดยูริคสูง นิ้วหงิกงอนิ้วล๊อคก็เข้าเฝือก เดือนครึ่งเลยไม่ต้องผ่าตัด
ไขมันตับสูง คลอเลสเตอรอลสูง สองอย่างนี้กำลังเล่นงานอยู่ในขณะนี้
ก็ทานยามาตลอด3ปีกว่า ก็หาหมอมาตลอด เวลานี้ก็ยังหาอยู่

พอขี่จักรยานแล้วเข่าหายปวด นิ้วมือบีบกำท่าชกมวยได้ เพราะการบีบแฮนด์จักรยาย ส่วนเข่าหายเพราะการปั่นจักรยานบ่อยๆ
ก็เป็นวิธีที่ค้นพบและรักษาให้หายได้ดีมากๆ


*** แสดงว่าพี่สุเกียง นี่จะต้องเล่นหุ้นเก่ง
   เพราะใจถึง...กล้าลุย.. ****

ฮาๆๆ...ลุยไปแล้ว หมกไปแล้วสองล้านสองแสน ในยุค 56 ไฟแน้ท์ล้ม
เพราะความใจถึง รู้ไม่จริง จึงเสียรู้ กับการกล้าลุย...

คุณภาพชีวิตได้เสียไป พร้อมๆกับสุขภาพกายใจเสื่อมถอย
ทุกวันนี้ก็ลงทุนและยังจมอยู่กับตลาดหุ้น แต่ยังรู้จัตัดขายบ้าง
ทำกำไรบ้างในช่วงตลาดกำลังไป เก็บเงินบางส่วนขึ้นมา
แต่ก็ยังกันเงินมาลงทุนต่อ ไม่งั้นลงแดงตาย เพราะไม่รู้จะทำอะไร

พอเราเล่นน้อยเราจะมีสติ ไม่ผวา กล้าถือกล้าขาย เพราะไม่ได้เอาเงินเก็บมาเล่นอีก
อยากซื้อใหม่ ต้องขายของเก่าไปจึงซื้อของใหม่ได้ ก็ได้ความรู้จากการทำคลายเครียดเรโชน่ะค่ะ
จะรู้สึกใจผ่อนคลาย เล่นสนุกๆให้ชีวิตผ่านไปวันๆ อย่าไปหวังเอาคืนจากตลาด
เพราะนี่ก็17 ปี แล้ว ที่ผ่านมาเป็นเพราะด้อยประสบการณ์ ไม่รู้จักความกลัว
ทุกอย่างมันไม่แน่นอน ออกจากตลาดได้ทุกๆบริษัท ได้มาเป็นเพียงใบหุ้นที่ยืนยันว่าเคยเป็นผู้ถือหุ้นเท่านั้น

กว่าจะทำใจได้ สุขภาพทรุดโทรม โรคภัยคุกคาม มีแต่ความเข้มแข็งที่จะสู้จึงผ่านมาได้ทุกวันนี้
ได้ไมตรีจิตที่ดีจากเพื่อนๆในเว็บ สนุกสนานเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ได้เล่าได้ละบายความในใจ
ทำให้เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองเรื่อยมาตลอดเวลา7ปีกว่าที่ได้ท่องเว็บบอร์ดหลายๆเว็บ

เพื่อนๆแต่ละคนที่คุยกันมานานมากๆ จะไม่เคยเห็นตัวตนที่แท้จริงของดิฉันเลย
เพราะเป็นคนเก็บตัว ไม่ออกสังคม อยู่แต่ในบ้าน มีความสุขกับครอบครัวที่อบอุ่น
ทุกคนในบ้านรักและเป็นห่วงเราเสมอต้นเสมอปลาย  ความรักที่แม่น้องและญาติๆมอบให้มีค่าควรแก่การอยู่เพื่อทุกๆคนที่รักเรา

พอเขาจัดมีตติ้งที่ห้องสินธร ด้วยความเกรงใจและรักนับถือเฮียคลายเครียดมากๆ
จึงไปงานมีตติ้งห้องสินธร พบปะตัวจริงของเพื่อนๆ ทุกๆคนมีความรู้ หน้าตาหล่อและสวยๆ มีหน้าที่การงานสูงๆ
ซึ่งยิ่งทำให้ดิฉันเกิดความประหม่า บอกเฮียคลายเครียด ว่าขอไปครั้งเดียวนะคะ เฮียคค.ก็รู้ใจ และเข้าใจ

แต่พอไปออกทริปกับชมรมฯบ่อยๆ เพื่อนๆเมล์มาถามว่า ทำไมกล้าไปพบปพกับเพื่อนๆที่ปั่นจักรยานล่ะ
ก็มีตอบไปว่า ก๊อพวกเขาเป็นเพื่อนที่เราไม่รู้จักกัน ก็เลยไม่เขินไม่อาย
พบปะเหมือนเพื่อนร่วมทาง สนุกสนานแบบไม่เกร็งไม่ต้องวางตัว จะมีความกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ

นี่ก็กล้าจนเอารูปไปออกทริปมาให้เพื่อนๆในห้องสินธรและอีกหลายๆเว็บได้เห็นยายซิ้มแก่ๆคนนึง
ที่หันมาโปรดปราณจักรยานจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด  ไม่สนใจดูหุ้นเหมือนเดิม
แต่ก็เป็นการดีที่พอเราไม่ไปจรดๆจ้องๆ กลายเป็นเรื่องดี เพราะไม่ทำให้เราซื้อๆขายๆหุ้นบ่อยจนเสียราคาไป

เมื่อก่อนซื้อปุ๊บพอขึ้น ต้องหันมาซื้อแพงไปหลายบาท พอได้มาลงก็แทบคลั่งใจตาย
พอใจเราไม่ไปเพ่งมาก จะรู้สึกมีสติมากขึ้น มองแบบคนนอกจะใจเย็นมากขึ้น
ก็เป็นความรู้สึกดีๆที่เกิดจากการปล่อยวางอะไรๆได้มากขึ้นก็ได้

ไม่มีใครเก่งกับสิ่งที่มองเห็น พลาดกันได้ทุกๆคน ขอเพียงล้มแล้วต้องลุกอย่างมีกำลังใจ
ทุกอย่างไม่สายที่จะแก้ตัว ผิดคือครู คือบทเรียนที่จะทำสิ่งที่สำเร็จในอนาคต

เพื่อนๆทุกๆคนต่างใจดีมากๆ ที่ให้เกียรติ์ ให้กำลังใจ จนยืนอยู่ได้ทุกวันนี้

ขอบคุณค่ะ




สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 27

โพสต์

http://www.thaicycling.com/messageboard ... axreply=30


อาทิตย์ที่ 29 เม.ย. 50 เที่ยวตลาดน้ำวัดไทรน้อย

ก่อนไป..วันเสาร์ที่28มย.ได้ไปที่ชมรมฯกับเพื่อนเพื่อจะซื้ออุปกรณ์ป้องกันในการไปทริปครั้งนี้
ออกทริปก็ต้องมีเครื่องช่วยเช่นปลอกแขน 1คู่ กันแดด -หมวกกันฝุ่นกันแดด 1 ใบ มีประโยชน์จริงๆซึ่งสำคัญมากๆ
บังเอิญวันนนั้นเฮียสุทธิชัยมา ก็เลยถามสวนรถไฟตกลงนัดเจอกันตรงไหนดี

เที่ยวที่แล้วดิฉันหลงทาง ถามเด็กปั๊มก็ชี้ถนนให้ขี่ไปเรื่อยๆ ถามรปภ.บริษัทหนึ่งก็ชี้ขี่ไปเรื่อยๆเกือบชั่วโมง หลงออกไปถนนใหญ่ขี่ไปเรื่อยๆ ไม่กล้าลงจากรถ
เพราะยังขึ้นลงไม่แข็ง พอลงก็ตั้งท่าขึ้นยาก ก็เลยขี่ไปเรื่อยๆจนเห็นป้ายว่าทางไปพระราม7 หลงแล้วค่ะ

ก็เลยวนกลับตามทางขามาเจอทางไปสวนเบญจะฯ เข้าซอยก็เจอรปภ.เขาก็บอกใช่แล้วใช่เลยให้เข้าไป
ขี่ไปมาชักไม่แน่ใจเลยโทรหาคุณแอมป์ รู้งี้โทรถามทางแต่ต้นก็ถึงเร็วกว่าหาเอง วันนั้นอาทิตย์ที่ 22 เม.ย. 50 Workshop ขี่จักรยานให้ปลอดภัย..พอเจอเพื่อนๆก็นั่งแปะฟังคำบรรยาย ได้ความรู้มากมาย
ฟังแล้วเขาพักเที่ยงเลยกลับตอนเที่ยงวัน เพราะหมดแรงไปต่อช่วงบ่ายที่ทางชมรมฯจะพาไปท่องเส้นทางต่างๆ

น้องชายที่มาฟังเขาอยู่ต่อ มาเล่าว่าทางชมรมฯพาไปเที่ยวต่อสนุกดี ได้พาไปตามเส้นทางที่ไม่คิดว่าจะเป็นเส้นทางที่รถจักรยานไปได้หลายๆแห่ง
สนุกดี แดดร้อนจัด จนเหงื่อแตก เขาบอกว่าน้ำเอาไม่อยู่ต้องสปอนเซ่อร์อย่างเดียว
ขากลับขี่กลับบ้านที่ดอนเมือง รวมระยะทาง70กม.กว่าจะถึงบ้าน เขาหมดแรง
เลยฝากซื้อหมวกผ้าและปลอกแขน เพื่อจะออกทริปในคราวหน้า
ทริปเมื่อวันอาทิตย์เลยนำมาใช้มีประโยน์จริงๆ

เฮียสุทธิชัยเลยโทรหาเฮียฉัตร ว่าพวกเราจะขอตามไปสวนรถไฟด้วย โทรไปเฮียฉัตรก็แวะมาชมรมฯทันที
ดีใจมากที่เฮียฉัตรจะไปรับที่บ้านเพราะเฮียฉัตรรู้จักบ้านดิฉัน เลยโชคดีที่หมดห่วงเรื่องการเดินทางในช่วงเช้า

ว่าแล้วเชียว..พอมีนัดมักมีเหตุบังเอิญทุกที...ปกติคนขายของที่มาเช่าหน้าบ้าน ขายของที่หน้าร้าน
เขาจะเก็บของที่ขายทุก4ทุ่มก็เก็บของใส่เข้าตู้ล๊อคกุญแจเรียบร้อย แต่คืนวันเสาร์ที่28 คนขายหายตัวไป
ของที่ขายก็ทิ้งไว้จนตี1ก็ยังไม่มา ดิฉันก็เลยต้องเฝ้าร้านรอเขามา ต้องมีเหตุอะไรสักอย่างจึงหายไปนาน
ก็คิดไปต่างๆนาๆ รอชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าก็ยังไม่มา จนตี3ก็แล้ว ตี 4 ก็ยังไม่มา รอไปรอมาแม่ตื่นตี 5 ลงมาเลยไปแต่งตัว
ลงมารอต่อ6.00น. เช้าแล้วเพื่อนๆก็มารอเฮียฉัตรกันพร้อมหน้า เฮียฉัตรมารับ6.20น.ตรงเวลาจัง

เพื่อนบ้านและดิฉันไปกัน4สาว ดิฉันและเพื่อนวัย54 และ50 ส่วนเด็กอีกสองคนคง18 ปีไล่ๆกันเธอสองคนไม่ทานหมูและดิฉันสองคนไม่ทานเนื้อ
ต่างตื่นเต้นอยากไปด้วยความมุ่งมั่น ดีใจสุดๆ (ในใจดิฉันตื่นตลอดเวลา เพราะขืนหลับในคงไปทำความตื่นเต้นกับคนอื่น)

เฮียฉัตรใส่ชุดนักกีฬาเต็มยศ หล่อไม่เบา...พวกเราขำท่าทีที่ออกเขินๆของเฮียฉัตร
ดีใจที่ยังเช้าอยู่ถนนว่างตลอดทาง ไปถึงสวนรถไฟอย่าง่ายดายกว่าที่คิด จำทางที่เฮียฉัตรบอก ครั้งหน้าไม่หลงทางแน่ๆ
พวกเรารวมกลุ่มเตรียมพร้อมออกเดินทาง เห็นเพื่อนๆที่คุ้นเคยไปกันมาก คุณป๋องก็ไป เฮียสุวิทย์ เฮียสุทธิชัย เฮียคากิ
คุณแบทแมน คุณจำลอง คุณ oiltrips คุณหนึ่ง คุณ เต่า คุณแหม่ม คนสวยๆคิดว่าใช่นะคะเพราะเคยเห็นในรูป
ครั้งนี้ไม่เห็นน้าหมี น้าเป็ด คุณบังธเนศ คุณแอมป์ และอีกหลายๆท่าน

ออกรถหันมามองขบวนใหญ่เหมือนกัน แหน่ เห็นคุณ ออย อยู่ริมถนนคอยบอกทางไป น่ารักมากค่ะ

ไปตามถนนโลคอลโรด ที่คลองเปรมประชากร รังสิต
พวกเราขี่ไปตามทางถนนเรียบตลอดเส้นทาง
ขบวนปั่นนำหน้าเบิกทางให้ไปสะดวกตลอดเส้นทาง ไม่อันตรายเลยสักนิด
ดิฉันและเพื่อนต่างสู้เด็กสองคนที่ไปด้วยกันไม่ได้ ดูๆพวกเขาจะเก่ง ได้ตามขบวนที่นำไปก่อนอย่างทิ้งห่างพวกเราไปเรื่อยๆ

เฮียฉัตรคงรู้ว่าพวกเราสองคนยังขับขี่บนถนนไม่แข็งจริงๆ เพราะคุณเต่า คุณหนึ่ง จะคอยติดตามท้ายๆขบวน
พอถึงสะพานสูงๆ ยังปรับเเปลี่ยนเกียร์ไม่เป็น เบอร์3เปลี่ยนเป็นเบอร์4แล้วก็ไม่กล้าเปลี่ยนเบอร์ กลัวเปลี่ยนเกียร์แล้วล้ม
ก็ปั่นจนขึ้นสะพานสวยๆถึงกลางสะพาน เฮียฉัตรบอกว่า ธรรมดายากนักที่จักรยานจะขึ้นมาได้ง่ายๆ นี่เป็นเพราะมาเป็นขบวน
แต่..เราก็ขึ้นมาจนได้อ่ะนะ มีคนชมวิวถ่ายรูปกัน ขบวนข้างล่างเขาลงไปแล้ว เลยต้องรีบจ้ำ ตามขบวน..ไม่สามารถชมวิวข้างบนได้หรอก..เสียดายจัง

ปั่นตลอดเส้นทางจนเจอสะพานที่สูงกว่าเมื่อกี้..โห..มองแล้วชักไม่แน่ใจว่าขึ้นได้อะป่าว แสงแดดเริ่มจ้า ภาพข้างหน้ามีคลื่น..แดด
ในที่สุดปั้นด้วยเกียร์5ละกัน ค่อยมีแรงถีบหน่อย โชคดีที่เฮียฉัตรคอยตามหลังมาพร้อมกับเพื่อนๆ
พอลงสะพานสนุกมากๆๆ...รู้สึกเสือภูเขาดีกว่าจักรยานแม่บ้านมากๆเลยค่ะ การทรงตัวดี ไม่ส่าย ไม่ต้องเลี้ยงเบรค



สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 28

โพสต์

พอผ่านสะพานที่สองก็หยุดพักรวมกลุ่มที่ห้างๆนึง ให้ดื่มน้ำ ห้างยังไม่เปิดทำการ
โชคดีที่มีเพื่อนๆหลายๆคนคอยชี้แนะ มีน้องผู้ชายหน้าตาหล่อตัวสูงๆใส่ชุดกีฬามีเครื่องหมายตราชมรมฯ
ช่วยชี้แนะการปรับเปลี่ยนเกียร์ เขาบอกว่าแฮนด์เกียร์ขวามือ นิ้วชี้คือการเพิ่มแรงเกียร์ตัวเลขจะมากขึ้น ทำให้แรงปั่นหนักมีแรงขับเคลื่อนมากขึ้น
ส่วนนิ้วโป้งตัวเลขน้อยลง การถีบจะเบาแรง ใช้กับถนนที่เรียบไม่กินแรง
เวลาเปลี่ยนเกียร์อย่ามองเกียร์ ให้ใช้ความรู้สึกอย่างเดียว อีกหน่อยจะคุ้นเคย

เขาบอกว่า..หากหลงเกียร์ ก็เหมือนเราหลงทางดีๆนี่เอง...

เป็นความรู้ที่ได้รับระหว่างเดินทาง ขอบคุณในน้ำใจที่ดีงามของเพื่อนต่างวัยนี้จริงๆ ขอให้คุณมั่งมีศรีสุขตลอดเวลานะคะ

..ปั่นผ่านโรงกรองน้ำสำแล ขึ้นสะพานปทุมธานี ครวนี้ดิฉันได้ใช้ความรู้ในการปรับทดเกียร์ มีความมั่นใจในการขี่ขึ้นสะพานสูงๆได้แล้วค่ะ
พอลงสะพานใจก็เกิดความสนุก คราวนี้ทางจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คงเข้าเขตนอกเมืองแล้ว เพราะ..

..ตรงไปสามแยกปทุมธานี เข้าถนนเล็กผ่านทุ่งนาเขียวขจี ร่มรื่น
คงเป็นทางที่ให้แวะชมวัดลาดหลุมแก้ว ตลาดเก่าคลองระแหง ...
ถนนตลอดเส้นทางเริ่มไม่เรียบเพราะกำลังเข้าเขตการเชื่อมต่อทำถนน ถมที่ให้เทปูนปูพื้นถนน ฝุ่นเริ่มเยอะดีที่ใส่หมวกผ้าปิดหน้าของชมรมฯ
พักดื่มน้ำที่เพิงขายน้ำที่ทางแยก เลยซื้อสปอนเซ่อร์มาดื่มหมดไปกระป๋องหายเหนื่อยเลยซื้อตุนมัดท้ายรถอีกกระป๋อง

http://www.thaicycling.com/messageboard ... axreply=30



สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 29

โพสต์

...ต่อไปข้ามถนนกาญจนาภิเษก (บางบัวทอง สุพรรณบุรี) ที่แยกนพวงศ์ ถึงคลองขวางเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดน้ำวัดไทรน้อย

ฮาๆๆๆ...เห็นสภาพถนนตอลดเส้นทาง เอ๊ะ...ตลาดน้ำอยู่ไหน..
ทางข้างหน้า..มีแต่ทางของถนนที่กำลังสร้างทางไปตลอดเส้นทาง..
ก่อนหน้าที่ผ่านมา ถนนเรียบ ฉันว่าฉันเก่งนะที่รอดมาได้ตลอดเส้นทาง...ฮาๆๆ
แหน..ทางไป..ต่อ..ใจชักแขวซะแล้วอ่ะ...
เกิดมาไม่เคยสมบุกสมบันอย่างงี้เลยอ่ะ...

เห็นระเฮียคากิ คันใหม่มีรถพ่วงสุดเก๋ต่อท้าย น่ารักมาก เข้ากันได้ดี ดูแล้วเท่ห์ดีจริงๆค่ะ

ภาพที่เห็นในใจ...เขาว่า..มีดนตรีไทยโดยนักเรียนตัวน้อยๆ อาหาร ผลไม้หลากหลายให้เลือกอร่อยบรรยากาศร่มรื่น พักผ่อนตามสบาย ..ลอยอยู่ข้างหน้า

เอาเถอะ..จะไปตามฝัน ..โชคดีที่ปั่นระหว่างทางมีแรงมาจากไหน? ที่แท้เฮียสุวิทย์ มาช่วยแบบส่งคลื่นแบบกำลังภายใน
แตะพลังผ่านเป้หลัง ซึ่งทำให้มีกำลังถีบจักรยานไปได้มากขึ้น เฮียบอกว่า การช่วยวิธีนี้ต้องผ่านการฝึกฝนมา
หากไม่ได้เรียนรู้อย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และ ในขณะที่ขี่ตามทางมีคลื่นลมปะทะแรง
ให้เข้าเลนที่มีต้นไม้ตามขอบถนน เพราะต้นไม้จะบังลมให้เรา ทำให้เราไม่ต้องใช้แรงถีบจักรยานมาก ไม่เหนื่อยมาก
บางครั้งไม่มีต้นไม้ข้างทาง ลมแรง ก็ให้เราโน้มตัวไปข้างหน้า เพื่อให้ลมผ่านตัวเราๆจะขี่ไปได้อย่างไม่กินแรง จะเบาขึ้นเยอะ

และอีกอย่างข้อนี้ไม่ทราบว่าจำถูกหรือป่าว เวลาขี่สะพานที่ไม่สูง ให้เปลี่ยนเกียร์ที่อยู่ซ้ายมือนิ้วชี้เป็นเบอร์1 จะช่วยให้แรงถีบเราเบาขึ้น
(จำได้อย่างนี้ ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือป่าว คราวหน้าเจอสะพานจะทดลองใหม่ดูอีกทีค่ะ )

(ก่อนที่จะเจอถนนลูกรัง ก็ขี่ตามขวนโชคดีที่เฮียฉัตร คุณเต่า ตามมา พอดีรถในซอยติด ดิฉันหลบรถเก๋งล้อเลยลงรางวีซึ่งมีดินโคลนชื้นแฉะเลยล้ม
ลุกไม่ขึ้นเข่ากระแทกพื้น เฮียฉัตร คุณเต่า คุณหนึ่งช่วยกันฉุดให้ลุก ประทับใจวิธีปฐมพยาบาลภาคปฎิบัติเบื้องต้น ไม่เป็นไรค่ะยังแข็ง ไปต่อได้)



สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

...***ไปเที่ยวเขื่อนท่าด่าน นครนายก 30.กย.50 แบบโหด มัน ฮา

โพสต์ที่ 30

โพสต์

เฮียสุวิทย์ คงเป็นห่วงเลยขี่จักรยานดูแลเพื่อนๆในกลุ่มท้ายตลอดเส้นทาง
เพื่อนบ้านที่มาด้วยอีกสามคน ไม่รู้ว่าไปกลุ่มหน้าหรืออยู่ท้ายขบวน เพราะไม่อาจตามติดได้เลย
ถามเฮียสุวิทย์แล้วว่ากลุ่มเฮียฉัตรอยู่หน้าหรือหลัง เฮียสุวิทย์บอกว่า คงอยู่กลุ่มหลังกับเพื่อนดิฉันแน่ๆเพราะพวกเราสองคนยังขี่ไม่แข็ง
ส่วนสองคนวัยรุ่นไปขบวนแรกแล้ว พอมาถึงสะพานที่เทปูน เลียบริมคลอง นักปั่นกลุ่มที่มาก่อนเขาขี่ขึ้นสะพานกัน

ดิฉันบอกเฮียสุวิทย์ว่า ไม่กล้า ไม่แม่น กลัวตกคลองค่ะ เพราะมองแล้วสะพานบางตอนไม่มีราวเกาะตลอดเส้นทาง
บางช่วงที่เกาะราวขาดหายไป ขืนขี่ก็ลงคลอง100% มีทางอืท่นไหม?คะ ..มีแต่ทางเป็นดิน ขี่ได้ก็ขี่ไม่ได้ก็เดิน
งั้นเอาอย่างเดินและขี่ละกัน...เฮียสุวิทย์ คุณหนึ่ง คุณ เตา เลยต้องขี่นำทางไปก่อน เก่งมากๆคนนำทางขี่ตลอดเส้นทาง..จนถึงฝั่งถนน
แต่ดิฉันจูงตลอดเส้นทาง..หนีคลอง แต่มาเจอถนนดินเหนียว แต่ก็ดีก่าตกน้ำป๋อมแป๋ม..
ระหว่างที่ฝ่าด่านขึ้นฝั่งถนน ก็เจอเพื่อนชาวชมรมฯดอนเมืองมาต้อนรับที่ถนน อบอุ่นและดีใจที่มีคนมารับ
หันมามองเพื่อนสาวก๊อตามมา ฮาๆๆเธอนี่ก็เหมือนฉันเลยแฮะ...อย่างนี้สิ..ไงๆก็หน้าแตกเท่าเทียมกันนะ..

เฮียสุวิทย์ขับจักรยานไปก่อน เพื่อนสาวกับดิฉันเลยตามน้องผู้ชายที่ชมรมฯดอนเมืองไปด้วยกัน
ความที่น้องสองคนนั้นไม่รู้ว่าสองสาววัยปลาทอง ไม่สันทัดเส้นทางและรถคู่ชีพ เขานำไปจนหายไปจากถนนที่เราขับ

แรกๆก็มีสองสาวชุดแดงขี่ตามสองหนุ่มน้อยไป พวกเราวัยดึกก็ตามเสื้อแดงจากใกล้ ทำไมเสื้อแดงๆที่เห็นไกลออกไปเรื่อยๆหว่า...




เฮ้ย..เพชร..ร้องเสียงหลง ยิ่งไปยิ่งไกล มีแต่ถนนทางแยก แล้วสองสาวเสื้อแดงก็หายไปจากถนน
เหลือเราฉองคน จะทำไงดี จะรอคนท้ายขบวนก็ไม่เห็นมากัน คง
ไปอีกทางแล้วล่ะ
พวกเราหลงทางทำไงดี...เออ...งั้นเราขี่ไปเรื่อยๆเถอะนะ จา11โมง ทำไมท้องฟ้าบอกเวลาเย็นล่ะ นาฬิกาชั้นตายป่าวไม่รู้...
เพชร..สีหน้าไม่ดีเยย...คงเหนื่อยมากๆจนพูดไม่ได้..
ขี่จนเจอเพิงขายน้ำขวด ถามว่าเห็นกลุ่มคนขี่จักรยานผ่านมาหรือป่าวจ๊ะ..เด็กๆชี้ว่ามากลุ่มใหญ่ๆไปทางนี้ๆๆ...

เป็นครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้ ที่ดีใจโดยไม่ต้องสวดมนต์ เพราะเส้นทางข้างหน้ารอพวกเราอยู่
เพชรเว้ย...ลุย..เพื่อนมีสีหน้าสดชื่นขึ้น เค๊า..คงนึกด่าเราในใจว่าพาเค๊ามาตกระกำลำบาก บ่นว่าไม่ไปอยุธยาแล้วล่ะ..ฮาๆๆๆ

ระหว่างทางเจอเพื่อนบ้านสาวน้อยสองคนรอพวกเราอยู่กลางทาง บอก..พวกหนูเห็นป้าสองคนยังไม่มาก็เป็นห่วงเลยรอ..
อย่างนี้สิ...คราวหน้าต้องชวนไปไหนไปกัน มีเพื่อนแท้ก็ยามตกใจอย่างนี้แหละ..
เพราะขณะที่ตกอยู่ทางสายเปลี่ยว เนี่ย คิดไปต่างๆนาๆเลยล่ะ..

ขอ...ให้ รู้ทางไป ก็คือหนทางรอด..ใจคิดว่าหากเราปั่นออกทางแยก คงหลงและเสียเวลาทำให้คนอื่นเดือดร้อนแน่ๆ
โชคดีมากๆที่น้องผู้ชายสองคนที่นำเราแต่แรก ย้อนกลับมารับ เขาพาพวกเรา4สาวมาถึงเพิงพักร้านขายน้ำดื่ม
เพื่อนๆชาวชมรมฯดอนเมืองและชมรมฯต่างรอกลุ่มเรากลุ่มสุดท้าย เหมือนฝนอันชื่นใจจริงๆนะ


โพสต์โพสต์