****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 1

โพสต์

*****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....*****


http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 86974.html

เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต

Thu, 2 Aug 2007 17:33:47 -0800

..เรื่องดีๆที่อยากให้อ่านในวันแม่..

แม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต

1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็ก ๆ ผมเกิดในครอบครัวยากจน
ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อย ๆ
เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว...แม่จะแบ่งข้าวมาให้ผมเพิ่มขึ้นอีก
พร้อมทั้งพูดว่า"ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ...ส่วนแม่ไม่ค่อยหิว"
นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม

2. เมื่อผมเติบโตขึ้น คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ
เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของผม
แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน
ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้าง ๆผม แทะกิน เศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมได้กินเนื้อปลาไปแล้ว
ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่
แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า "ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา" นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกผม

3. เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น
แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็ก ๆน้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน
บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน
"แม่ครับ...นอนเถอะครับมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก"
แม่ยิ้มกับผมพูดว่า "ลูกนอนต่อก่อนนะ...แม่ยังไม่เหนื่อย...นอนไม่หลับ"
ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกผม

4. ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมผมต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย
แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจใ ห้ผม
มันเป็นวันที่แดดร้อนมาก ๆ...แม่ต้องรอผมอยู่หลายชม.
เมื่อผมทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่
เห็นแม่ผมมีเหงื่อออกท่วมตัว..
แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้ผมดื่ม
ผมเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อ น
แม่พูดขึ้นว่า "ลูกดื่มเถอะ....แม่ยังไม่กระหายน้ำ"
นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกผม

5. หลังจากที่พ่อผมล้มป่วยและเสียชีวิต
คุณแม่ที่น่าสงสารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจ ุนเจือครอบครัว
แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าคุณแม่จะพยายามมากขึ้นเ พียงไร
คุณลุงที่อยู่ข้าง ๆบ้านท่านเป็นคนดี
พยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้า นที่ผุพัง..ฯลฯ
เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงาน ใหม่
แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับผมว่า
"แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องความรักอีก"
แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว

6. ในทื่สุดผมก็เรียนจบและมีงานทำ
ผมอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง
แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้า
ขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้ง ๆที่ผมพยายามส่งเงินมาให้แม่
(ผมต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล)
แม่ผมไม่ค่อยยอมรับเงินผม..บางครั้งยังส่งเงินกลับคื นให้ผมอีก
แม่พูดกับผมว่า "แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ"
แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 6

7. เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า..
ผมตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่ม มีชื่อเสียงในอเมริกา
เมื่อผมเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง
เมื่อทำงานไปได้สักพัก...ผมอยากให้แม่ผมมาอยู่กับผมที่อเมริกา
เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน...พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต
แต่แม่ผมไม่อยากรบกวนผม...บอกผมว่า "แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน"
ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกผม

8. เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อย ๆ..
ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล
ผมลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่สุดที่รักทันที
แม่ผมนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อผมไปถึง
น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโ ทรมลงอย่างมาก
แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นผม....พยายามยิ้มอย่างสดชื่น ด้วยความลำบาก
ผมรู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน
จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว
ผมโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร
หัวใจผมในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด
แม่พยายามปลอบผมด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ
"ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูกแม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว"
นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก
และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกผม

แม่ที่ผมรักและบูชามาตลอดชีวิตได้ปิดตาลงและจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากที่เธอกล่าวคำโกหกครั้งที่ 8 จบลง.........

แปลและเรียบเรียงจาก English Forward Mail -"mother's 8 lies"

รักแม่ให้มากๆนะค้าบบบบบ

รักแม่ที่สุดในโลกกกกกกกกกกก
.......................................................

ปล.  ขอให้ทุกๆคน รักแม่ทุกๆวันนะครับ ไม่ต้องรอให้ถึงวันแม่หรอก


สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 2

โพสต์

Fw: กล่องของแม่ (อ่านให้จบนะครับ )

Mon, 9 Jul 2007 11:56:34 +0700 (ICT)

Subject: [Fwd: Fw: กล่องของแม่ ( อ่านให้จบนะครับ )]

แม่ก้าวเดินอย่างมั่นคงมาขึ้นรถมั่นคงจนฉันใจหาย
" หนักมั้ยแม่ อิ๋วถือกล่องให้แล้วกัน"

ฉันเอื้อมมือไปฉวยกล่องเก่า ๆ นั้นจากมือแม่แต่ไม่สำเร็จ
     
แม่เม้มปากอย่างเด็ดเดี่ยวและตามองถนนอย่างระมัดระวัง

ส่วนมือประคองกล่องที่ว่าไว้อย่างมั่นคง

วันสุดท้ายแล้วที่แม่จะอยู่ในความดูแลของฉัน

เมื่อตอนคุยกันกับแม่ ความโล่งอกทำให้ฉันมีความสุขมาก

สุขที่แม่เข้าใจความจำเป็นของลูกที่ตัดสินใจส่งแม่ไปอยู่ที่อื่น

แน่นอนตรงนั้นตรงที่ใหม่ที่แม่จะไปอยู่ ทุกคนจะมีความสุขเพราะเป็นสถานที่สำหรับคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

สถานที่ซึ่งรวมเอาคนที่มีความรู้สึกความต้องการ ความคิดอ่านและอะไรต่อมิอะไรหลาย ๆอย่างที่เหมือนกัน มาไว้ใต้ชายคาเดียวกันมันเป็นทฤษฎีที่ถูกต้อง

ทฤษฎีของการแยกประเภทแยกโลกออกจากกันให้ชัดเจน
เพื่อลดความชัดแย้งในต่างประเทศที่พัฒนาแล้วสังคมล้วนเป็นเช่นนี้

"ไปก็ไปซิ ว่าแต่แกจะอยู่อย่างไรล่ะ"
แม่ตอบง่าย ๆ
หลังจากฟังลูกสาวคนเล็กอย่างฉันพูดวกวนอยู่เป็นนานสองนาน
ใจวาบลึกเหมือนกันกับคำพูดของแม่ที่ห่วงแหน

"จะอยู่จะกินยังไรต่อไป"
                     
" แม่อย่าห่วงเลย อิ๋วโตแล้ว"
ฉันตอบแม่อย่างเด็ดเดี่ยวบ้าง

นับแต่วันที่คุยกันแล้ว แม่ก็ยังดำเนินชีวิตที่ปกติ เพื่อรอวัน "ย้ายบ้าน"

               
แม่ไม่ได้ลุกขึ้นมาเก็บสมบัติของแม่อย่างที่ฉันคิดไว้
แม่ไม่ได้มีอาการซึมเศร้าเหงาหยอยอย่างที่พวกเราพี่ๆ น้อง ๆ กลัวกัน
และไม่ได้ได้พูดจาโต้แย้งกับฉันเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เคยเป็นมา
                     
พวกพี่ ๆและบรรดาสะใภ้กับเขยทั้งหลายเสียอีก ที่รุกถล่มฉันอยู่หลายวัน

"แม่คนเดียวอยู่อีกไม่กี่ปี อิ๋วก็ไม่น่าจะต้องผลักใสแกไปอย่างนี้"
นี่พี่สาวคนโต

"คนแก่ก็ยังงี้แหละ บ่นบ้างว่าบ้างจะอะไรกันหนักหนา ชั่วดีก็แม่เรา
จะส่งแกไปทำไมกัน
แถมไอ้เนิร์สซิ่งโฮมที่ไปหามาก็ราคาแพงเป็นบ้า"
นี่ก็พี่เขยจอมตืด

"แม่คงเสียใจพิลึก แกลองไปคิดดูใหม่ดี ๆแล้วกันว่าจะส่งแม่ไปจริงเหรอ"
"แกก็หัดใจเย็น ๆลงมั่งสิ ลูกผัวก็ไม่มีแม่คนเดียวก็ดูไม่ได้แล้วจะไปอยู่กะใครเขาได้"

เออ.เอาเข้าไปได้พวกดีแต่พูด พูดกันดีนัก  แต่ไม่เห็นมีใครมาดูดำดูดีแม่ซักคนนอกจากฉัน

ก็ใอ้ที่ไม่มีลูกมีผัวทุกวันนี้ก็เพราะแม่นั่นแหละวัน ๆเวลาที่เหลือจากการทำงานต้องอุทิศให้แม่ไปจนหมดแล้ว
จะไปพักร้อนยาว ๆ ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมมาดูแลแม่ให้

พวกปากดีที่ว่าตำหนิฉันนั้นแหละตัวดีนักละ
วันหยุดยาวที่ไรต่างก็เผ่นกันไปพักร้อนยังกะผึ้งแตกรัง

"โอ้ย..ไม่ได้หรอกฉันจองโรงแรมไว้แล้ว แกไว้ไปคราวหน้าแล้วกัน เอาเถอะน่าแล้วจะซื้อของมาฝาก"
                     
อ๊วกจะแตก ใครอยากได้ของฝากพรรค์นั้น ขนมหม้อแกง ปลาเค็ม กุ้งแห้ง ลูกหยี กล้วยฉาบและของบ้าๆ บอ ๆอีกเป็นพะเรอ
แม่ก็ไม่กิน ฉันก็ไม่กิน เดือดร้อนต้องขนไปแจกต่ออีกต่างหาก
แล้วฉันจะไปพึ่งใครได้ ไม่มีคำว่าพักร้อน ไม่มีวันหยุดยาวอย่างใคร ๆ เขา ไม่มีงานเลี้ยงตอนค่ำไม่มีงานวันเกิดเพื่อน หรืองานสนุกอะไรทั้งนั้น

สรุปแล้วฉันจะหาโอกาสที่ไหนไปมีแฟนล่ะ เลยกลายเป็นลูกเหลือขออยู่คนเดียวในบ้านนี้แหละ
ลูกสาวสามคนในบ้านมีคนมาขอ ไปหมดแล้ว  ยกเว้นคนสุดท้องอย่างฉัน
ใครจะมาซาบซึ้งกับความเป็น"ลูกเหลือขอ" ได้ดีเท่าฉัน

ใช่ว่าฉันจะสวยน้อยกว่าพี่อ้อยพี่แอ๊วและพี่อ๋อมและใช่ว่าความรู้จะด้อยกว่าพี่คนอื่น ๆ
               
เพียงแต่แม่พวกนั้นมันเกิดก่อน เลยได้มีโอกาสตัดช่องน้อยแต่งงานกันไปหมดแล้ว
ฉันเลยกลายเป็นคนสุดท้ายที่พลาดเก้าอี้ดนตรีไปซะฉิบ ตกที่นั่งต้องมานั่งเลี้ยงแม่
ทนฟังแม่บ่นและคอยเถียงกับแม่ในทุกเรื่อง  ตั้งแต่เรื่องเสื้อตัวใหม่ ผมทรงใหม่
อาหารเย็นของแม่แต่ละวันและวันที่แม่ต้องไปไหว้เจ้าตามวัดต่าง ๆ
ก็ไม่รู้เป็นไง ให้ตายเถอะ มันเหมือนแกล้ง
 
แม่จำเพราะต้องไปไหว้พระไหว้เจ้า เอาวันที่ฉันอยากออกไปซ๊อปปิ้งหรือมีนัดทุกทีซีน่า

"แม่ไปวันอื่นไม่ได้เหรอวันนี้อิ๋วจะไปดูหนังกับเพื่อน"

แต่แม่ไม่เคยแยแสท่าทางกระฟัดกระเฟียดและเสียงสะบัดของฉันเลย

"วันนี้เป็นวันดี วันเทวดาลงมาจากสวรรค์ วันอื่นไปไม่ได้"
หรือไม่ก็
"วันนี้วันพระใหญ่ ปีหนึ่งมีไม่กี่วันเอง ไม่ไปไหว้ได้ไง"
                     
โอ๊ย จะบ้าว่ะ..อยากขว้างแก้วขว้างจานให้มันสาแก่ใจนัก

นอกเหนือจากพวกเจ้าประจำคือไปหาหมอทุกเดือนและซื้อยา
ส่วนที่เป็นกรณีฉุกเฉินพิเศษก็ชักบ่อยจนกลายเป็นเจ้าประจำกันไป
คือเดี๋ยวหวัดเล่นงาน เดี๋ยวท้องเสีย
วันดีคืนดีก็หกล้มหกลุก ให้อารมณ์เสียระหว่างทำงาน
ก็จะไม่อารมณ์เสียได้ไง ฉันเป็นพนักงานคนเดียวในบริษัทที่ต้องขาดงาน
หรือมีอันต้องมีเหตุให้เผ่นกลับบ้านด่วนจี๋กลางคันบ่อยที่สุด
จนแค่เดินเข้าไปหาเจ้านายโดยไม่ต้องอ้าปากพูด นายก็โบกมือไล่อนุญาตแล้ว
(ดีที่นายดีและเข้าใจ)

ฉันเริ่มรู้ชะตากรรมตัวเองดีว่า คงไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องเลื่อนตำแหน่ง
หรือเงินเดือนขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างคนอื่นๆหรอก จนกว่าแม่จะตาย
แล้วเมื่อไรละแม่ถึงจะตาย ฉันอาจจะตายก่อนแม่ก็ได้ใครจะรู้

แม่ขึ้นรถเรียบร้อยแล้วพร้อมเอากล่องของแม่วางบนตักโดยไม่ยอมให้ฉันเอาไปวางไว้เบาะหลัง

พอพ้นซอยเท่านั้นแหละ รถติดเป็นแพเต็มถนนฟ้าที่ดำทะมึนตั้งเค้ากะเช้าก็สำแดงอาการทันที
กลายเป็นฝนตกลงมาห่าใหญ โดยไม่ต้องมีอารัมภบท  มันดูน่าเบื่อเหลือเกินสำหรับอาการฝนตกรถติด
"แม่หนาวมั้ย จะได้หรี่แอร์"
แต่แม่สั่นหน้า

ตั้งแต่ออกจากบ้านแม่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย

"แม่เอาของมาน้อยจัง" ในเมื่อแม่ไม่พูด ฉันเลยต้องพูด  ไม่งั้นคงเครียดเป็นบ้ากับประโยคนี้ของฉัน
แม่เริ่มพูดขึ้นมาได้
"ที่เอามานี่ก็ทั้งชีวิตแล้ว อย่างอื่นไม่รู้จะเอาไปทำไม มันไม่จำเป็น
เสื้อสองชุด รองเท้าแตะคู่ก็พอเอาไปมากเดี๋ยวโดนขโมยน่ะซี"

ฉันลอบถอนใจ ยังดีที่แม่คุยขึ้นมาบ้างแม้จะเป็นการพูดแบบมองโลกในแง่ลบไปหน่อยก็ตาม
แม่ก็ยังงี้แหละ กลัวของหาย กลัวคนมาขโมยของของตัว บางทีโวยวายแทบตาย  ปรากฏว่าของที่ว่าหายนั้นอยู่ในลิ้นชักของตัวเองแท้ๆ

รถบนถนนขยับได้ทีละนิดสลับกับอาการหยุดนิ่งอยู่กับที่ทีละนาน ๆ

ฉันมองดูกล่องบนตักแม่ที่แม่ใช้ใส่ของไปบ้านใหม่  มันเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลเก่าแก่ด้วยตามกาลเวลา
กล่องแบบนี้เดี๋ยวนี้เขาคงเลิกผลิตแล้ว และผงซักฟอกยี่ห้อนั้นก็เลิกผลิตไปนานหลายปีแล้ว

ยิ่งดูจากวันเดือนปีที่ผลิตตรงข้างกล่องยิ่งเห็นว่ามันเก่าเชียว  ลังผงซักฟอกของแม่จะว่าไปจริง ๆขนาดกำลังพอดี
เพราะพอวางบนตักแล้วขนาดพอดีกับตักแม่เลย  มีรอยปะตามวิธีการของแม่อยู่หลายแห่ง
รวมทั้งเชือกฟางสีชมพูหม่นที่แม่ใช้รัดรอบกล่องหลายทบเพื่อเสริมความแข็งแรง
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่ไม่เปลี่ยนกล่องใหม่ ทั้งที่เราก็มีกล่อง แบบนี้หลายใบอยู่

วันนี้แม่ประคองกล่องของแม่อย่างเบามือ มันดูน่าขันยังกะพวกบ้านนอกเวลาจะกลับบ้าน
วันก่อนฉันเอากระเป๋าใบเก่งของฉันให้แม่ แต่ไม่ไม่เอา
"ไม่เอา ย้ายไม่ได้ ย้ายแล้วเดี๋ยวมันสบสนกันหมด เอาไว้ในกล่องนะดีแล้ว"

ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นแม่ลากเจ้ากล่องใบนี้เข้าๆ ออก ๆ อยู่หลายหน

แต่ไม่มีใครเคยถามแม่ซักทีว่ามีอะไรในนั้น พวกเรามักเรียกว่า "กล่องของแม่"
ก็เท่านั้น

และเป็นอันรู้กันว่าห้ามย้ายห้ามรื้อกล่องของแม่เป็นอันขาด
ไหน ๆแม่จะไม่อยู่แล้ว ฉันเลยถามขึ้นว่า
"มีอะไรในกล่องมั่งละ"
แม่มีอาการกระตือ รือร้นเชียว เวลาพูดถึงกล่องของแม่ รีบดึงเชือกฟางสีชมพู
ที่ผูกบนกล่องออกมาอย่างเบามือ แล้วเริ่มหยิบของในนั้นออกมาให้ดู

"มีแต่ข้าวของเกี่ยวกับพวกแกทั้งนั้นแหละ บน ๆ นี่ก็รูปพวกหลานทั้งหลาย ล่าง ๆก็จะเป็นรูปพวกแก"

แม่หยิบสมุดAlbumใส่รูปขึ้นมาหนึ่งเล่ม แล้วเปิดดูที่ละหน้าพร้อมกับยิ้มกว้าง

"นี่ตาเอกตอนเกิดใหม่ ๆ ตัวมันแดงเชียว หน้าเหมือนแม่มันยังกะแกะ
พอโตแล้วซนเป็นบ้า ยายมันเลี้ยงซะเสียคน"

นี่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของแม่ คือมีช่องว่างเป็นต้องจิกลูกสะไภ้และครอบครัว

แม่ยังหยิบโน่นหยิบนี่ออกมาอย่างช้า ๆ
พวกรูปทั้งนั้นแหละ มีทั้งรูปลูกชาย ลูกสาว หลานยาย หลานย่า

รูปวันแต่งงาน
รูปรับปริญญา
รูปเด็กเกิดใหม่
รูปที่พวกลูก ๆ หลาน ๆไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน
แม่ยังเก็บไว้ยังกะของมีค่า แล้วก็มาถึงบรรดากระดาษรุ่งริ่งกระดาษพวกนั้นบางและเก่าจนแทนจะกระจาย

เมื่อโดนลมจากเครื่องปรับอากาศหน้ารถ
"อุ๊ย อะไรน่ะ"
ฉันรับปัดหน้ากากเครื่องทำความเย็นให้พ้นหน้าตักแม่ ก่อนที่กระดาษคร่ำคร่าพวกนั้นจะร่วงปลิวไปตามแรงลม

"วันเกิดพวกแกกับพวกหลาน ๆ ไง ฉันเก็บไว้ทุกคนแหละ ไม่งั้นเวลาไหว้พระจำไม่ได้ว่าเกิดกันเมื่อไหร่
เรามันครอบครัวใหญ่ จำไม่หมด นี่ นี่ แผ่นวันเกิดตาอึ่ง (คือพี่ชายฉัน)
ตอนมีลูกคนแรกมันสับสนวุ่นวายไปหมด ทีแรกไม่รู้จะจดวันเกิดลูกยังไงดี แต่ยายนะซีรีบฉีกปฏิทินออกมายัดใส่มือ
บอกว่า เอ้า วันเกิดลูกเก็บไว้ซะ

สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ตั้งแต่นั้นมาพอใครเกิดฉันก็ฉีกวันที่เก็บไว้ทุกที
ฉันมันคนไม่รู้หนังสือ ไม่เหมือนพวกแกหรอก
มีคอมพิวเตอร์มีอะไรกันแต่ไม่เห็นมีใครจำวันเกิดของแม่ได้ซักคน  
วันตายพ่อยังไม่รู้เลย ฉันต้องนั่งไหว้อยู่คนเดียวทุกปี"

น้ำเสียงของแม่ไม่มีอาการน้อยใจหรือเสียใจ อาจเพราะแม่กำลังชื่นชมของที่เก็บไว้ในกล่องอยู่ก็ได้

ปฏิทินที่แม่ว่านั้นเป็นกระดาษสีนวลบาง ๆใบใหญ่บ้านเล็กบ้าง  ตามแต่ว่าปีไหนเขาจะผลิตออกมา

"ลูกแปดคนก็มีแต่แกนี่แหละที่เล่นเอาฉันไม่เป็นอันกินอันนอน"
"อ้าว ทำไมละ" เออ นี่เป็นความรู้ใหม่ทีเดียวสำหรับฉัน

"ตอนแกเกิดในปฏิทินเขาเขียนไว้ว่า ชะตาไม่ดีเลี้ยงยาก
ไอ้ฉันเลยร้องไห้ซะเป็นวรรคเป็นเวร พ่อแกเค้าหาหว่าบ้า
เฮ้อ..จริงไม่จริงคนเป็นแม่ก็ต้องเชื่อไว้ก่อนแหละของมันอยู่ในท้องมาตั้งเก้าเดือน
ใครไม่รักไม่หวงก็บ้าแล้ว ผู้ชายจะมารู้อะไรเค้าไม่ได้มาอุ้มท้องแบบเรานี่"

พูดถึงพ่อแล้วแม่อดค้อนลมค้อนแล้งไม่ได้ ก่อนจะพูดต่อว่า

"พอออกจากโรงพยาบาลอยู่เดือนยังไม่ครบดี ฉันก็รีบไปไหว้เจ้าเลย  ย่าแก่ด่าซะไม่มีดี เค้าห่วงกลัวเราไม่สบาย
ไอ้ตอนนั้นเราก็ไม่รู้เลยเสียอกเสียใจยกใหญ่ พอไปไหว้เจ้าเสี่ยงเซียมซีก็พูดเหมือนกันว่าแกเลี้ยงยาก
เพราะดวงมันมายังงั้น แต่จะมีความก้าวหน้าในชีวิต
เฮ้อ  ไอ้ฉันนะเสี่ยงเลี้ยงแกมาชนิดไม่ยอมให้ใครอุ้มเลย กลัวพี่เอาไปทำแข้งขาหัก
ไปโรงเรียนก็จุดธูปทุกเช้าให้แคล้วคลาด เวลาไปไหน ๆ ก็ต้องบนพระทุกที่ให้แกไปดีมาดี กว่าจะโตมาได้ เฮ้อ "

แม่ถอนหายใจอยู่หลายครั้งกว่าจะพูดจบได้
               
ความเงียบเกิดขึ้นพักใหญ่

นอกจากเสียงฝนและเสียงเครื่องปรับอากาศในรถแล้ว
มันเงียบจนฉันรู้สึกเหมือนอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกที่ไม่ใช่บนถนนมีรถติดเป็นแพอย่างนี้

"แกเอาฉันย้ายไปอยู่ไอ้เนิร์สซิ่งโฮมของแก  ฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก คนแก่แล้วมีที่นอน
มีข้าวกินสามมื้อก็พอ ห่วงแต่แกน่ะแหละ  อีกไม่กีปีจะสามสิบห้าอยู่แล้ว
ต้องระวังตัวให้ดี
อย่าลืมไปทำบุญไหว้พระจะได้อายุมั่น ขวัญยืน
ถ้าฉันยังอยู่กะแกก็จะได้ไปจัดการให้แต่ต่อไปแกต้องทำเองแล้ว
ค่ำมืดดึกดื่นเข้าบ้านออกบ้านต้องระวังหน่อย"

แม่พูดพร้อมกับที่ค่อย ๆเรียงกระดาษและรูปทั้งหมดลงไปในกล่องของแม่อย่างเดิม

"ไอ้กล่องนี้ไม่ได้เปลี่ยนเลยนะ  ตั้งแต่มีลูกคนแรก มีอะไร
ฉันก็เรียงลงไปเรื่อย ๆหลายสิบปีแล้ว
แต่มันยังกะคอมพิวเตอร์ พวกแกเลยละ  แถมแม่นไม่มีอะไรเท่า พวกแกอีกหลง ๆ ลืม ๆ "

ฉันไม่เคยรู้เลยว่ากล่องของแม่จะบันทึกชีวิตของครอบครัวเราไว้ได้มากขนาดนี้
มิน่าแม่จะจำวันสำคัญของพวกเราได้แม่นอย่างไม่น่าเชื่อ จนพวกเราแอบเรียกแม่ว่า "สมองคอมพิวเตอร์"

ที่แท้แม่มีทีเด็ดตรงกล่องนี่เอง เห็นแม่ลากออกมาดูบ่อย  แล้วเก็บไว้อย่างดีทุกที

ฉันคงนั่งนิ่งไปนานถ้าแม่ไม่พูดขึ้นว่า

"แกก็อย่าไปคิดอะไรมากเลย ฉันรู้ว่าพวกพี่ ๆเค้าเอาภาระมาใส่แกมากเกี่ยวกับตัวฉัน

แต่คนเดี่ยวนี้มันก็ภาระแยะ ไหนจะส่งลูกไปโรงเรียน ไหนจะเอาลูกไปสอบ  ไปวิ่งเต้นเรื่องนั้น เรื่องนี้
ผัวมันยังต้องไปตีกอล์ฟอีก แม่พวกสะใภ้ก็ต้องวิ่งกลับไปดูพ่อแม่เค้า
อะไร ๆ ฉันก็รู้ แต่ทำไงได้ละคนมันยังไม่ถึงคราวตาย มันก็ต้องอยู่ไปอย่างนี้แหละ
ใช่ว่าอยากตายก็จะได้ตายซะที่ไหน แก่แล้วลำบาก ไปไหนต้องอาศัยคนอื่น  ทำอะไรก็ต้องออกปากไหว้วานคนนั้นคนนี้
มันเหมือนต้องตากหน้าไปอ้อนวอนเค้าไอ้ที่เคยคล่อง ๆ ก็กลายเป็นภาระ
               
ความจริงไอ้ที่แกไม่มีผัวฉันก็ห่วงอยู่เหมือนกัน บางทีถ้าไม่มีภาระเรื่องแม่แกอาจจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาซักที"

เงาดำในใจฉันเริ่มคลี่คลายออกกลายเป็นเพียงหมอกบาง ๆ
                   
ฉันแหงนหน้าไปดูท้องฟ้าข้างนอก ฝนเริ่มบางตา แสงสว่างสามารถส่องผ่านเมฆมาได้บ้าง
                   
"แกอย่าห่วงฉันเลย ห่วงตัวเองดีกว่า  ไอ้ที่ฉันจะไปอยู่มันคงดี
เพราะราคามันแพง
จะมีคนแก่ซักกี่คนที่ได้ไปอยู่ที่แพง ๆอย่างนั้น ห่วงตัวเองเถอะถ้าเจอคนดีพอใช้ได้ก็อย่าเลือกมากมายรับแต่งงาน รีบมีลูก แก่แล้วจะได้ไม่ลำบาก
ดูอย่างชั้นซี  อย่างน้อยถึงลูกไม่มีมาดูแล เวลาให้ก็ยังมีคนส่งเงินมาให้ใช้
ถ้าไม่มีลูกจะยิ่งลำบากมากกว่านี้"
                   
ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เงียบกันไปพักหนึ่ง  ฉันบอกแม่ว่า

"อิ๋วจะไปหาแม่บ่อย ๆ "
                   
"อย่าพูดยังงั้นเลย เดี๋ยวนี้การจราจรมันสาหัสเหลือเกิน เวลาก็ไม่ค่อยมี เรื่องต้องทำก็มีแยะไปหมด
เอาเป็นว่าว่างก็มาแล้วกัน  แต่ถึงพวกแกไม่มาฉันก็ไม่เดือดร้อนหรอก
 ชีวิตทั้งชีวิตของชั้นอยู่ในนี้หมดแล้ว อยากเห็นหน้าลูกก็ดูลูกเอาในนี้
อยากเห็นหน้าหลานก็ดูเอาในนี้ ไม่ต้องมานั่งคอยให้เสียเวลา
เปิดกล่องของแม่มาก็เห็นหน้าพวกแก่ได้ทันที"  แม่ขยับตัวเล็กน้อย เพื่อกอดกล่องให้กระชับขึ้น

รถบนถนนเริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ พร้อมกับฝนที่ขาดเม็ด อีกไม่กี่เมตรจะถึงสี่แยกแล้วและมีป้ายให้กลับรถได้
ฉันพารถ เบียดเข้าเลนขวาเพื่อกลับรถ  แม้รถคันอื่นจะบีบแตรด่ากันเสียงขรม แต่ฉันไม่สนใจ

ฉันกำลังนึกถึงตัวเองตอนแก่และมีกล่องอย่างแม่สักใบ คงดีไม่น้อยที่จะได้อวดลูก ๆ ของฉันถึง "กล่องของแม่"

รักแม่ ดูแลและตอบแทนแม่ของคุณ ให้มาก ๆในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นี่แหละ

ทำซะก่อนที่จะรู้สึกเสียใจ
                 
ในชีวิตนี้คุณมีแม่เพียงคนเดียวนะ
คนอื่นคุณหาได้ มีได้อีกเยอะ จริงมั้ย
humdrum
Verified User
โพสต์: 1961
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ขอบคุณมากครับ

:wink:
ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 6447
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ผมโชคดี มีแม่อย่างนี้เหมือนกันครับ

ความรักใดไม่ยิ่งใหญ่เท่าของพ่อแม่ ผมไม่เคยรู้
มารู้ก็ตอนต้องมาเป็นพ่อ-เป็นแม่เองครับเอง..
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 6

โพสต์

เหมือนได้อ่านหนังสือประเภท Chicken Soup เลย
คุณสุเกียงมีโพสดีๆตั้งหลายกระทู้ ไม่ทราบว่าได้มาจากไหนครับ (ถ้าไม่ละลาบละล้วงเกินไป)

ขอให้คุณสุเกียงหายไวๆจากท้องเสีย  ดื่มน้ำเยอะๆนะครับ  หรือชาจีนแก่ๆก็จะช่วย
ภาพประจำตัวสมาชิก
Raphin Phraiwal
Verified User
โพสต์: 1342
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 7

โพสต์

ขอบคุณครับพี่สุเกียง
รักในหลวงครับ
กุหลาบงามหลังฝน
Verified User
โพสต์: 1598
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 8

โพสต์

:'O  :'O
อย่ามัวติดกับเรื่องในอดีต กังวลกับเรื่องในอนาคต จนลืมว่าปัจจุบันต้องทำอะไร
กล้วยทอด
Verified User
โพสต์: 1468
ผู้ติดตาม: 0

Re: ****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 9

โพสต์

สุเกียง เขียน:*****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....*****


http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 86974.html

เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต

Thu, 2 Aug 2007 17:33:47 -0800

..เรื่องดีๆที่อยากให้อ่านในวันแม่..

แม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต
ภาคภาษาอังกฤษสำหรับคุณ David ค่ะ :D

A Mother's 8 Lies...  
~EIGHT LIES OF MOTHER~

1.The story began when I was a child;
I was born as a son of a poor family.
Even for eating, we often got lack of food.
Whenever the time for eating, mother often gave me her portion of rice.
While she was removing her rice into my bowl,
she would say "Eat this rice, son. Im not hungry".
That was Mothers First Lie


2.When I was getting to grow up,
the persevering mother gave her spare time for fishing in a river near our house,
she hoped that from the fishes she got,
she could gave me a little bit nutritious food for my growth.
After fishing, she would cook the fishes to be a fresh fish soup,
which raised my appetite. While I was eating the soup,
mother would sit beside me and eat the rest meat of fish,
which was still on the bone of the fish I ate.
My heart was touched when I saw it.
I then used my chopstick and gave the other fish to her.
But she immediately refused it and said "Eat this fish, son.
I dont really like fish."
That was Mothers Second Lie.

3.Then, when I was in Junior High School,
to fund my study,
mother went to an economic enterprise to bring some used-matches boxes that would be stuck in.
It gave her some money for covering our needs.
As the winter came,
I woke up from my sleep and looked at my mother who was still awoke,
supported by a little candlelight and within her perseverance she continued
the work of sticking some used-matches box.
I said, "Mother, go to sleep, its late,
tomorrow morning you still have to go for work.
" Mother smiled and said "Go to sleep,
dear. Im not tired."
That was Mothers Third Lie.

4.At the time of final term,
mother asked for a leave from her work in order to accompany me.
While the daytime was coming and the heat of the sun was starting to shine,
the strong and persevering mother
waited for me under the heat of the suns shine for several hours.
As the bell rang, which indicated that the final exam had finished,
mother immediately welcomed me and poured me a glass of tea
that she had prepared before in a cold bottle.
The very thick tea was not as thick as my mothers love,
which was much thicker. Seeing my mother covering with perspiration,
I at once gave her my glass and asked her to drink too.
Mother said "Drink, son. Im not thirsty!".
That was Mothers Fourth Lie.

5.After the death of my father because of illness,
my poor mother had to play her role as a single parent.
By held on her former job, she had to fund our needs alone.
Our familys life was more complicated. No days without sufferance.
Seeing our familys condition that was getting worse,
there was a nice uncle who lived near my house came to help us,
either in a big problem and a small problem.
Our other neighbors who lived next to us saw that our familys life was so unfortunate,
they often advised my mother to marry again. But mother,
who was stubborn, didnt care to their advice,
she said "I dont need love."
That was Mothers Fifth Lie.

6.After I had finished my study and then got a job,
it was the time for my old mother to retire.
But she didnt want to; she was sincere to go to the marketplace every morning,
just to sell some vegetable for fulfilling her needs.
I, who worked in the other city, often sent her some money to help her in fulfilling her needs,
but she was stubborn for not accepting the money.
She even sent the money back to me.
She said "I have enough money."
That was Mothers Sixth Lie.

7.After graduated from Bachelor Degree,
I then continued my study to Master Degree.
I took the degree, which was funded by a company through a scholarship program,
from a famous University in America.
I finally worked in the company. Within a quite high salary,
I intended to take my mother to enjoy her life in America.
But my lovely mother didnt want to bother her son,
she said to me "Im not used to."
That was Mothers Seventh Lie.

8.After entering her old age,
mother got a flank cancer and had to be hospitalized.
I, who lived in miles away and across the ocean,
directly went home to visit my dearest mother.
She lied down in weakness on her bed after having an operation.
Mother, who looked so old, was staring at me in deep yearn.
She tried to spread her smile on her face;
even it looked so stiff because of the disease she held out.
It was clear enough to see how the disease broke my mothers body,
thus she looked so weak and thin.
I stared at my mother within tears flowing on my face.
My heart was hurt, so hurt, seeing my mother on that condition.
But mother, with her strength, said "Dont cry, my dear.
Im not in pain."
That was Mothers Eight Lie.


After saying her eighth lie, She closed her eyes forever!
..สักวันจะเก่งเหมือนพี่บ้าง..
ลุงทีม
Verified User
โพสต์: 689
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 10

โพสต์

ขอบคุณมากครับ  :'O
ภาพประจำตัวสมาชิก
NinjaTurtle
Verified User
โพสต์: 506
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 11

โพสต์

น้ำตาซึมเลยครับ  :cry: ต้องแอบเช็ดเดี๋ยวเพื่อนมันหาว่าบ้า :oops:
ผมยังโชคดีมากครับที่ได้อยู่กับแม่
ภาพประจำตัวสมาชิก
กระทิงแดง
Verified User
โพสต์: 952
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 12

โพสต์

ขอบคุณครับ
พี่สุเกียงนี่หาบทความดีๆ มาให้อ่านเสมอเลย
"The enemy is a very good teacher" Dalai Lama
"Confidence doesn't come from being right all the time; it comes
from surviving the many occasions of being wrong." B.N. Steenbarger
"Luck is where preparation meets opportunity"
march
Verified User
โพสต์: 351
ผู้ติดตาม: 0

march

โพสต์ที่ 13

โพสต์

ซาบซึ้งจริงๆครับ  โชคดีที่พ่อกับแม่ผมยังอยู่
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 14

โพสต์

***...บทกลอนพระคุณแม่ ...***

แม่สละสวย สละสาว คราวอุ้มท้อง
แม่ไม่ร้อง แม่ไม่บ่น แม่ทนได้
แม่เฝ้าถนอม จนครรภ์แก่ แม่เต็มใจ
จะหาใคร เหมือนแม่ แพ้ทุกคน

ครบสิบเดือน เคลื่อนคลอด รอดชีวิต
แม่ใกล้ชิด ลูกน้อย คอยฝึกฝน
แม่ลำบาก อย่างไร ใจแม่ทน
สายเลือดข้น เต้าแม่กลั่น ปันลูกกิน

แม่ป้องริ้น ป้องไร มิให้ผ่าน
แม่สงสาร ห่วงลูกยา กว่าทรัพย์สิน
แม่เห่กล่อม ยามนิทรา เป็นอาจิณ
แม่ไม่ผิน แม่ไม่ผัน ทุกวันมา

ยามลูกสุข แม่สุขสม อารมณ์ชื่น
ยามลูกขื่น แม่ขม ระทมกว่า
ยามลูกไข้ แม่อดนอน ร้อนอุรา
ยามลูกยา อับโชค แม่โศกใจ

คราลูกหิว แม่หิวกว่า น้ำตาร่วง
แม่เป็นห่วง ดิ้นรนหา เอามาให้
แม้แม่อด หมดข้าวปลา ไม่ว่าไร
แม่สละได้ ลูกอิ่มแปร้ แม่ทนเอา

ใครไหนเล่า เฝ้าอบรม บ่มนิสัย
แม้เติบใหญ่ ไม่ท้อถอย คอยนั่งเฝ้า
พระคุณเลิศ ลูกโศก ช่วยบรรเทา
ใครไหนเล่า รักมั่นแท้ แม่ฉันเอง

 
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 15

โพสต์

ขอขอบคุณ คุณ.^O-O^ คุณ march คุณ กระทิงแดง คุณ ลุงทีม คุณ กุหลาบงามหลังฝน คุณ Raphin Phraiwal ที่แวะมาอ่านค่ะ

คุณ NinjaTurtle  ค่ะ ดีใจที่พวกเราโชคดีที่แม่อยู่กับเราเสมอ จะถนอมให้ดีที่สุดค่ะ

คุณ กูรูขอบสนาม ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เวลานี้หายเป็นปกติดีแล้วค่ะ ดื้มน้ำอุ่นๆช่วยได้จริงๆค่ะ
ส่วนเรื่องนำบทความมาลงในกระทู้ เป็นฟอร์เวิอร์คเมล์ที่เพื่อนๆส่งมาให้อ่านที่ยาฮูและฮอทเมล์
ส่งมาให้อ่านมากมาย ล้วนแล้วมีประโยชน์มากๆเลยมาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน
เพียงแต่มีมากจนไม่มีเวลาอ่าน ก็ได้อาศัยอ่านไปโพสต์ไป ล้างไปในแต่ละครั้งที่มาโพสต์
หากไม่นำมาลงก็มักจะขี้เกียจอ่าน ปล่อยให้กล่องเต็มก็กลัวตู้เมล์จะระเบิดหายไป
กระทู้เตือนภัยมีมากที่สุด แต่อ่านแล้วก็ไม่กล้านำมาลง เพราะเราไม่รู้ที่มาที่ไปว่าจริงๆแล้ว เป็นเช่นนั้นหรือป่าว
ก็ต้องคิดก่อนโพสต์ทุกครั้ง ก็เอาแค่บทความเตือนให้ดูแลสุขภาพจะปลอดภัยกว่า ขอบคุณและดีใจมากๆที่เพื่อนๆอ่านกัน

คุณ ลูกอิสาน คะ ดีใจกับคุณด้วยที่ได้เป็นคุณพ่อของลูกๆ คนมีบุญจึงมีลูกๆให้อุ้มชู
พ่อแม่มีความรักความปรารถนาดีในตัวเรามากมายเราจะไม่ค่อยรู้เท่าไหร่นัก
เมื่อเรามีลูก จะรับรู้ทันทีเลยว่า การได้ทุ่มเทพลังใจในการเลี้ยงดูนั้นต้องใช้ความอดทนขนาดไหน
ก็มีแต่คนเป็นพ่อแม่เท่านั้นจึงทำได้ ความรักความห่วงใย ในตัวลูกสุดพรรณา เราเป็นอย่างนี้ พ่อแม่ก็เป็นอย่างนี้ด้วย
ทุกอย่างเป็นผลสะท้อนให้เห็นง่ายๆ แล้วเราจะไม่รักพ่อแม่ได้อย่างไร
พ่อแม่มีอยู่เพียงคู่เดียว สามารถเลี้ยงลูกหลายๆคนได้ แต่ลูกๆหลายๆคน
จะมีสักกี่คนที่กตัญญูได้ทนที่สุด  บางคนเกี่ยงกันดูแล เหมือนพ่อแม่เป็นลูกฟุตบอล
พ่อแม่ที่แก่แล้ว...แต่สมองและการรับรู้จะสัมผัสได้ คนแก่เฒ่ามักมองแววตาผู้สนทนา
จะดูสีหน้าและแววตา ว่ารักจริงจะมีแววอย่างไร ความสุขก็จะฉายออกมาด้วย
ให้ความรักกับพ่อแม่ เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆเห็น ผลลัพธ์ย่อมออกมาดีเหมือนที่เรากำลังทำอยู่...ฉันท์นั้น

ขอขอบคุณ คุณ กล้วยทอด ที่นำต้นฉบับ English Forward Mail -"mother's 8 lies" มาลงให้เพื่อนๆได้อ่านฉบับจริงกัน

....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....
พอดีได้รับมาเป็นแบบ แปลและเรียบเรียงจาก Forward Mail -
ได้เรียนรู้บทความข้อคิดจากต้นฉบับและฉบับแปล เป็นการเรียนรู้ภาษาไปในตัว

ขอบคุณมากนะคะ







ภาพประจำตัวสมาชิก
Basketman
Verified User
โพสต์: 1208
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 16

โพสต์

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ อ่านแล้วกินใจดีแท้
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 17

โพสต์

8) บริษัทแม่มีบ.ย่อย6บริษัท
    ผมเป็นบริษัทเล็กสุด
    ตั้งมาเป็นปีที่ห้าสิบเอ็ดเข้าไปแล้ว
    ไม่ต้องพูดถึงบ.พี่ๆที่ตั้งมานานก่อนผมทั้งสิ้น
    ทุกวันนี้ บ.แม่สบายมานานแล้วครับ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
aor_vi
Verified User
โพสต์: 336
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 18

โพสต์

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ น่ะค่ะ

อ่านแล้วน้ำตาไม่ซึมค่ะ แต่ไหลพรากเลย :'O

ขอให้ทุกคนที่ยังมีคุณแม่ให้บอกรัก บอกรักท่านทุกวันน่ะค่ะ

ก่อนที่จะสายเกินไป  :roll:
"คนที่ไม่เคยล้มเหลวเลย โอกาสที่จะประสบความสำเร็จนั้นยาก"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 19

โพสต์

ฮือ ฮือ โฮ โฮ ท่านแม่  :'O  :'O  :'O
ภาพประจำตัวสมาชิก
Linzhi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1464
ผู้ติดตาม: 1

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 20

โพสต์

ขอบคุณ คุณสุเกียงครับ

 พ่อแม่ก็แก่เฒ่า            จำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพาน          เพียงเสี้ยววารของคืนวัน
 ใจจริงไม่อยากจาก      เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน            ย่อมร้าวรานสลายไป
 ขอเถิดถ้าสงสาร          อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย                คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
 ไม่รักก็ไม่ว่า                เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน           คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
 เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้ง      ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้          ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
 เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่      แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ยล          เติบโตจนสง่างาม
 ขอโทษถ้าทำผิด          ขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความ             หวังติดตามช่วยอวยชัย
 ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง             มีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไป             ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง

รักแม่
ภาพประจำตัวสมาชิก
naris
Verified User
โพสต์: 6726
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 21

โพสต์

อ่านบทความที่พี่สุเกียงเอามาลงวันนี้ ผมยังจำบทความที่พี่นำมาลงเมื่อสองสามปีก่อนได้อยู่ครับ ชื่อบทความว่า"ผู้หญิงที่ผมรักทั้งสามคน" อ่านแล้วโดนใจของผมจริงๆ เพราะผมมีผู้หญิงที่รักทั้งสามเช่นกันครับ
แม่เป็นคนที่ผมรักที่สุดในโลก และผมก็รู้สึกว่า แม่ก็รักผมมากที่สุดเช่นกัน พี่สุเกียงครับปีหนึ่งๆผมจะกราบแม่ตักหรือเท้าแม่อย่างน้อยๆ3ครั้งครับ
1.วันเกิดแม่
2.วันเกิดตัวผม
3.วันแม่
ผมขอให้ชาติหน้าและชาติต่อๆไป ผมเกิดเป็นลูกแม่ครับ
"รักแม่"
ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 22

โพสต์

8) ก๊อปมาไม่อยากแก้คำว่า กู น่ะครับ ได้อารมณ์ดี
            พี่ๆ มด ลบก็ได้นะครับ...

       เพื่อน ๆ บอกผมว่า
       ทำไมมึงดูหน้าตาไม่ค่อยฉลาด  แต่เรียนเก่งจังวะ
       ผมบอกเพื่อนผมว่า
       แม่กูสอน ให้ขยันแล้วก็ตั้งใจเรียน

       เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
       ทำไมพอมึงมีตังค์ มึงชอบเอาไปทำบุญ แจกเด็ก เลี้ยงพระวะ
       ผมบอกเพื่อนผมว่า
       แม่กูสอน ให้รู้จักแบ่งปันคนอื่น ถึงเราจะมีตังค์น้อย แต่ก็มีคนอื่นที่เขาลำบากกว่าเรา

       เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
       ทำไมมึงชอบเล่นกีฬา เล่นเป็นหลายอย่าง แล้วไม่เคยเห็นมึงป่วยนอนโรงพยาบาลเลยวะ
       ผมบอกเพื่อนผมว่า
       แม่กูสอน ให้กูออกกำลังกาย จะได้แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ๆ เพราะเรามีตังค์น้อย เจ็บป่วยจะลำบาก

       เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
       ทำไมมึงอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่โกรธใครบ้างเลยหรือไงวะ
       ผมบอกเพื่อนผมว่า
       แม่กูสอน ให้เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้คนที่อยู่ใกล้เรามีความสุข แล้วจะสบายใจกันทุกคน

       เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
       ทำไมมึงพูดกับคนอื่น ดูสุภาพ อ่อนน้อม ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นลุงแก่ ๆ เป็นเด็กเสริฟอาหาร
       หรือแม้แต่ขอทานที่มึงให้เศษตังค์แล้วเขาอวยพรให้xx ทำไมมึงต้องขอบคุณขอทานวะ
       ผมบอกเพื่อนผมว่า
       แม่กูสอน ให้พูดดี ๆ กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราพูดดี ๆ กับเขา เขาก็จะได้พูดดี ๆ กับเรา

       เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
       ทำไมพี่ ๆ น้อง ๆ มึงตั้งหลายคน ทำไมรักใคร่กันดี ไม่เคยทะเลาะกันเลยวะ
       ผมบอกเพื่อนผมว่า
       แม่กูสอน ให้พี่น้องรักกันทุกคน เพราะหมากับแมวที่อยู่บ้านเดียวกัน มันยังรักกันได้
       ทำไมพี่น้องกัน จะรักกันไม่ได้

       เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
       ทำไมมึงถึงรักชาติ รักแผ่นดิน รักในหลวง มากมายนักวะ
       ผมบอกเพื่อนว่า
       แม่กูสอน ให้กูสำนึกถึงบุญคุณของแผ่นดิน บุญคุณของพระมหากษัติรย์ ทุกพระองค์
       แม่กูสอน ให้กูรู้จักคำว่า จงรักภักดี ตั้งแต่กูยังไม่รู้ความหมาย จนทุกวันนี้ กูรู้แล้วว่า
       คำว่า จงรักภักดี นั้น ยิ่งใหญ่เพียงใด
 
       เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
       ทำไมแม่มึงถึงสอนอะไรมึงมากมายจังเลยวะ
       ผมบอกเพื่อนว่า
       ที่กูเป็นกูอยู่จนทุกวันนี้ ก็เพราะ "แม่กูสอน"
       แม่กูสอนอะไร กูทำตามแม่กูสอนทุกอย่าง
       มีอย่างเดียวที่แม่กูไม่ได้สอน แต่กูทำ แล้วกูทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว
       แม่กูไม่ได้สอนให้รักแม่ แต่......กูรักแม่ว่ะ


                               12 สิงหา วันแม่แห่งชาติ
                               แม่
                               ใครไม่รัก..................กูรัก
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
bankniti
Verified User
โพสต์: 627
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 23

โพสต์

:'O  :'O  :'O
ภาพประจำตัวสมาชิก
ก้อนหิน
Verified User
โพสต์: 2344
ผู้ติดตาม: 0

****....เมื่อแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต ....****

โพสต์ที่ 24

โพสต์

อ่านแล้วอยากกลับบ้านไปหาแม่อะ

:'O  :'O :'O :'O
โพสต์โพสต์