คนสมัยนี้มีความอดทนน้อยเนอะ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
คนสมัยนี้มีความอดทนน้อยเนอะ
โพสต์ที่ 1
ผมมีความรู้สึกว่า ผู้คนสมัยนี้มีความอดทนน้อยลง
คงเป็นเพราะเป็นสังคมบริโภค รีบเร่ง และแข่งขันกันสูง
คำกล่าวที่ว่า ไม่สนใจว่าแมวสีอะไร ก็ให้จับหนูได้เป็นพอ
เหมือนกับว่าเราสนใจแต่ผลประโยชน์ โดยไม่สนใจวิธีการว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร
บ่อยครั้งที่วิธีการที่ถูกต้อง ต้องใช้เวลานานที่จะแสดงผล แต่วิธีที่ให้ผลเร็วมักจะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก
คงเป็นเพราะเป็นสังคมบริโภค รีบเร่ง และแข่งขันกันสูง
คำกล่าวที่ว่า ไม่สนใจว่าแมวสีอะไร ก็ให้จับหนูได้เป็นพอ
เหมือนกับว่าเราสนใจแต่ผลประโยชน์ โดยไม่สนใจวิธีการว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร
บ่อยครั้งที่วิธีการที่ถูกต้อง ต้องใช้เวลานานที่จะแสดงผล แต่วิธีที่ให้ผลเร็วมักจะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
-
- Verified User
- โพสต์: 1961
- ผู้ติดตาม: 0
คนสมัยนี้มีความอดทนน้อยเนอะ
โพสต์ที่ 2
สวัสดีครับ พี่ฉัตร
พูดถึงเรื่องอดทน นึกถึงพ่อ ตั้งแต่เล็ก พ่อไม่ค่อยสอนอะไรมาก แต่พ่อย้ำบ่อยๆ ถึง การมี 3 อด's คือ อดกลั้น อดออม อดทน ผมเอารูปพ่อ กับ แม่ อัดกรอบ ห้อยคอ
ด้านหลัง จะมี 3 คำนี้ เวลามีปัญหา จะคิดถึง 3 คำ นี้ก่อนเสมอ ทำให้เราไม่เคยท้ออะไรง่าย ๆ เพราะพ่อนี่ละครับ
อ้อ! พ่อยังติดสุภาษิตจีนประโยคหนึ่งในห้องทำงานด้วย ผมไปวิ่งเล่นในนั้นบ่อย ผมท่องได้ขึ้นใจครับ
ใช้ขันติเพียงนิด พายุพลันสงบ คลื่นราบเรียบ ถอยหลังเพียงก้าว ทะเลดูกว้าง นภางค์ดูสดใส
และที่ไม่เอ๋ยไม่ได้ครับ เวลาพูดเรื่องความอดทน
เรื่องพระขันติธรรมของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยครับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริยาธิราช ผู้ทรงมีพระขันติธรรมเป็นยอดเยี่ยมอย่างหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ บางครั้งเป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับพระองค์ที่จะทรงอดทนได้ แต่พระองค์ยังทรงอดทนรักษาพระราชหฤทัย พระวาจา พระวรกาย และพระอาการ ให้สงบเรียบร้อยงดงามได้ในทุกสถานการณ์
ทรงอดทนต่อโทสะ จากการเบียดเบียนหยามดูหมิ่น ดังเช่น การถูกขับไล่โดยกลุ่มชนที่ไม่หวังดีต่อเมืองไทย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เมื่อปี ๒๕๐๕ เป็นต้น
ทรงอดทนต่อโลภะ คือความอยากได้ทุกประการโดยสิ้นเชิง ดังจะเห็นได้ว่าพระองค์ได้เคยมีพระราชประสงค์สิ่งใดจากผู้ใด แม้สิ่งของที่นำมาถวายหากมากเกินไปก็มิได้ทรงรับ เช่น รัฐบาลในสมัยหนึ่งจะถวายรถพระที่นั่งคันใหญ่เป็นพิเศษเพื่อให้สมพระเกียรติยศ แต่พระองค์กลับมีพระราชดำริว่ารถพระที่นั่งน่าจะเป็นรถคันใหญ่พอประมาณและราคาไม่แพงนัก เพื่อจะได้สงวนเงินไว้พัฒนาประเทศได้อีกส่วนหนึ่ง เป็นต้น
นอกจากนี้ยังทรงอดทนต่อโมหะ คือความหลง โดยพระองค์มิได้ทรงติดข้องอยู่ในความสุขสำราญและความสะดวกสบายต่าง ๆ อันพึงหาได้ในพระราชฐานะแห่งพระมหากษัตริยาธิราช
ทรงอดทนต่อความทุกขเวทนา ความลำบากตรากตรำพระวรกายต่าง ๆ เพื่อทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกรทุกแห่งหน
ทรงอดทนต่อความหวาดหวั่นภยันตรายต่าง ๆ ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๑๐ เป็นต้น ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ก่อการร้ายกำลังฮึกเหิมพระองค์ก็มิได้ทรงทอดทิ้งทหารตำรวจ ผู้ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยทรงมีวิทยุติดพระองค์เพื่อทรงรับฟังเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาทรงสอบถามเหตุการณ์ทางวิทยุอยู่เสมอ และหากทรงว่างจากพระราชภารกิจจะรีบเสด็จไปยังที่เกิดเหตุทันท ีเพื่อทรงสอบถามเหตุการณ์ด้วยพระองค์เอง หากทรงทราบว่ามีทหารตำรวจได้รับบาดเจ็บ จะทรงให้เฮลิคปอเตอร์รับผู้บาดเจ็บไปรักษาพยาบาลทันที ส่วนในที่บางแห่ง เช่นที่กุยบุรี จังหวัดประจวบศีรีขันธ์ ซึ่งขาดแคลนพาหนะในการตรวจท้องที่ทำให้ทหารตำรวจถูกลอบทำร้ายล้มตายกันเนือง ๆ หลังจากเสด็จไปทรงเยี่ยมทหารตำรวจแล้วทรงเห็นความจำเป็นจึงพระราชทานพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อรถจิ๊ปพระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ๖ คัน เพื่อสงวนชีวิตเจ้าหน้าที่เหล่านี้ไว้
ในคราวเกิดเหตุปะทะที่ทุ่งช้าง จังหวัดน่าน อันขึ้นชื่อว่าเป็นสมรภูมิเลือดนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงกลัวเกรงภยันตรายใด ๆ ได้เสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปบินสำรวจเหนือจุดซ่องสุมของผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นจุดที่เฮลิคอปเตอร์ของทางราชการเคยถูกยิงตกมาแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังทรงให้เฮลิคอปเตอร์รับทหารผู้บาดเจ็บออกมารับการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงทีด้วย พระองค์มิได้ทรงหวดหวั่นภยันตรายใด ๆ แม้ในแหล่งที่ผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง เช่น ลอบฆ่าข้าราชการและประชาชน (บ้านนาวง อ.เมือง จ.พัทลุง)
และแม้ในขณะที่พายุฝนกระหน่ำอย่างหนัก พระองค์ยังคงเสด็จฝ่าสายฝนไปเพื่อทรงเยี่ยมทหารตำรวจ ในสภาวะอันวิกฤตนั้นด้วยขันติบารมีของพระองค์เช่นนี้ ทำให้ราษฎรไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะทุกข์ยากทุรกันดารหรือตกอยู่ในภยันตรายเพียงใด ยังเกิดความรู้สึกอยู่เสมอว่าเขามิได้ถูกทอดทิ้งให้ว้าเหว่ผจญชะตากรรมอยู่เพียงลำพัง หากยังมีองค์พระประมุขที่จะเสด็จมาประทับเคียงข้าง และแผ่พระบารมีคุ้มครองให้เขารอดพ้นจากภยันตรายทั้งมวล
http://www.dhammajak.net/ratchathum/b09.htm
พูดถึงเรื่องอดทน นึกถึงพ่อ ตั้งแต่เล็ก พ่อไม่ค่อยสอนอะไรมาก แต่พ่อย้ำบ่อยๆ ถึง การมี 3 อด's คือ อดกลั้น อดออม อดทน ผมเอารูปพ่อ กับ แม่ อัดกรอบ ห้อยคอ
ด้านหลัง จะมี 3 คำนี้ เวลามีปัญหา จะคิดถึง 3 คำ นี้ก่อนเสมอ ทำให้เราไม่เคยท้ออะไรง่าย ๆ เพราะพ่อนี่ละครับ
อ้อ! พ่อยังติดสุภาษิตจีนประโยคหนึ่งในห้องทำงานด้วย ผมไปวิ่งเล่นในนั้นบ่อย ผมท่องได้ขึ้นใจครับ
ใช้ขันติเพียงนิด พายุพลันสงบ คลื่นราบเรียบ ถอยหลังเพียงก้าว ทะเลดูกว้าง นภางค์ดูสดใส
และที่ไม่เอ๋ยไม่ได้ครับ เวลาพูดเรื่องความอดทน
เรื่องพระขันติธรรมของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยครับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริยาธิราช ผู้ทรงมีพระขันติธรรมเป็นยอดเยี่ยมอย่างหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ บางครั้งเป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับพระองค์ที่จะทรงอดทนได้ แต่พระองค์ยังทรงอดทนรักษาพระราชหฤทัย พระวาจา พระวรกาย และพระอาการ ให้สงบเรียบร้อยงดงามได้ในทุกสถานการณ์
ทรงอดทนต่อโทสะ จากการเบียดเบียนหยามดูหมิ่น ดังเช่น การถูกขับไล่โดยกลุ่มชนที่ไม่หวังดีต่อเมืองไทย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เมื่อปี ๒๕๐๕ เป็นต้น
ทรงอดทนต่อโลภะ คือความอยากได้ทุกประการโดยสิ้นเชิง ดังจะเห็นได้ว่าพระองค์ได้เคยมีพระราชประสงค์สิ่งใดจากผู้ใด แม้สิ่งของที่นำมาถวายหากมากเกินไปก็มิได้ทรงรับ เช่น รัฐบาลในสมัยหนึ่งจะถวายรถพระที่นั่งคันใหญ่เป็นพิเศษเพื่อให้สมพระเกียรติยศ แต่พระองค์กลับมีพระราชดำริว่ารถพระที่นั่งน่าจะเป็นรถคันใหญ่พอประมาณและราคาไม่แพงนัก เพื่อจะได้สงวนเงินไว้พัฒนาประเทศได้อีกส่วนหนึ่ง เป็นต้น
นอกจากนี้ยังทรงอดทนต่อโมหะ คือความหลง โดยพระองค์มิได้ทรงติดข้องอยู่ในความสุขสำราญและความสะดวกสบายต่าง ๆ อันพึงหาได้ในพระราชฐานะแห่งพระมหากษัตริยาธิราช
ทรงอดทนต่อความทุกขเวทนา ความลำบากตรากตรำพระวรกายต่าง ๆ เพื่อทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกรทุกแห่งหน
ทรงอดทนต่อความหวาดหวั่นภยันตรายต่าง ๆ ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๑๐ เป็นต้น ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ก่อการร้ายกำลังฮึกเหิมพระองค์ก็มิได้ทรงทอดทิ้งทหารตำรวจ ผู้ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยทรงมีวิทยุติดพระองค์เพื่อทรงรับฟังเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาทรงสอบถามเหตุการณ์ทางวิทยุอยู่เสมอ และหากทรงว่างจากพระราชภารกิจจะรีบเสด็จไปยังที่เกิดเหตุทันท ีเพื่อทรงสอบถามเหตุการณ์ด้วยพระองค์เอง หากทรงทราบว่ามีทหารตำรวจได้รับบาดเจ็บ จะทรงให้เฮลิคปอเตอร์รับผู้บาดเจ็บไปรักษาพยาบาลทันที ส่วนในที่บางแห่ง เช่นที่กุยบุรี จังหวัดประจวบศีรีขันธ์ ซึ่งขาดแคลนพาหนะในการตรวจท้องที่ทำให้ทหารตำรวจถูกลอบทำร้ายล้มตายกันเนือง ๆ หลังจากเสด็จไปทรงเยี่ยมทหารตำรวจแล้วทรงเห็นความจำเป็นจึงพระราชทานพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อรถจิ๊ปพระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ๖ คัน เพื่อสงวนชีวิตเจ้าหน้าที่เหล่านี้ไว้
ในคราวเกิดเหตุปะทะที่ทุ่งช้าง จังหวัดน่าน อันขึ้นชื่อว่าเป็นสมรภูมิเลือดนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงกลัวเกรงภยันตรายใด ๆ ได้เสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปบินสำรวจเหนือจุดซ่องสุมของผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นจุดที่เฮลิคอปเตอร์ของทางราชการเคยถูกยิงตกมาแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังทรงให้เฮลิคอปเตอร์รับทหารผู้บาดเจ็บออกมารับการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงทีด้วย พระองค์มิได้ทรงหวดหวั่นภยันตรายใด ๆ แม้ในแหล่งที่ผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง เช่น ลอบฆ่าข้าราชการและประชาชน (บ้านนาวง อ.เมือง จ.พัทลุง)
และแม้ในขณะที่พายุฝนกระหน่ำอย่างหนัก พระองค์ยังคงเสด็จฝ่าสายฝนไปเพื่อทรงเยี่ยมทหารตำรวจ ในสภาวะอันวิกฤตนั้นด้วยขันติบารมีของพระองค์เช่นนี้ ทำให้ราษฎรไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะทุกข์ยากทุรกันดารหรือตกอยู่ในภยันตรายเพียงใด ยังเกิดความรู้สึกอยู่เสมอว่าเขามิได้ถูกทอดทิ้งให้ว้าเหว่ผจญชะตากรรมอยู่เพียงลำพัง หากยังมีองค์พระประมุขที่จะเสด็จมาประทับเคียงข้าง และแผ่พระบารมีคุ้มครองให้เขารอดพ้นจากภยันตรายทั้งมวล
http://www.dhammajak.net/ratchathum/b09.htm
-
- Verified User
- โพสต์: 1067
- ผู้ติดตาม: 0
คนสมัยนี้มีความอดทนน้อยเนอะ
โพสต์ที่ 4
ผมก็เป็นอีกหนึ่งครับ
ที่เวลาต้องการอะไร มักจะอดทนรอไม่ค่อยได้ครับ :oops:
ของอย่างนึง ถ้าจะใช้ ต้องมีมาเดี๋ยวนั้น อย่างเพิ่งซื้อของไปชิ้นนึง
เป็นของมือสอง เห็นผ่าน ๆ แค่ภายนอก ก็โอเคครับ แต่ยังไม่ได้ดูละเอียด
แค่นั้น ดันใจร้อนโทรไปต่อราคาเขาซะแร่ว..... :!: โชคดีสุด ๆ ครับตอนนั้น
พอมาดูละเอียดอีกทีสภาพก็ดีมาก ๆ
........
นึกถึงสมัยก่อนที่มือถือนาทีละ 5 บาท ยังไม่แพร่หลายขนาดนี้
นัดกับเพื่อนที่นึงก็จะใช้โทรศัพท์บ้านโทรนัดกันล่วงหน้าวันนึง
พอถึงวันนั้น เวลานัดนั้น ก็เจอกันพอดี มีเลทบ้างอะไรบ้าง
แต่เดี๋ยวนี้ โทรนัดเสร็จ วันก่อนนัดโทรรอบนึง เช้าวันนัดโทรอีกรอบนึง
อีกครึ่งชั่วโมงก่อนเวลานัดโทรอีกรอบหนึง อีก 5 นาทีถึงเวลานัก ซัดอีกสักรอบนึง :lol:
.......
เรื่องความอดทนรอคอยอะไรสักอย่างนี้ อาจารย์ท่านว่าต้องฝึกกันตั้งแต่ทารกทีเดียวครับ
วัยทารก เป็นวัยที่ทุกคนจะทำความรู้จักกับ "กติกาของโลก"
ท่านแนะนำว่า ถ้าร้องหิวนม ก็ให้รอสักพักแล้วค่อยให้นม
ถ้าร้องผ้าอ้อมเปียก ไม่ฉุกเฉิน ก็ให้รอสักพักแล้วค่อยเปลี่ยนผ้าอ้อม
ที่เวลาต้องการอะไร มักจะอดทนรอไม่ค่อยได้ครับ :oops:
ของอย่างนึง ถ้าจะใช้ ต้องมีมาเดี๋ยวนั้น อย่างเพิ่งซื้อของไปชิ้นนึง
เป็นของมือสอง เห็นผ่าน ๆ แค่ภายนอก ก็โอเคครับ แต่ยังไม่ได้ดูละเอียด
แค่นั้น ดันใจร้อนโทรไปต่อราคาเขาซะแร่ว..... :!: โชคดีสุด ๆ ครับตอนนั้น
พอมาดูละเอียดอีกทีสภาพก็ดีมาก ๆ
........
นึกถึงสมัยก่อนที่มือถือนาทีละ 5 บาท ยังไม่แพร่หลายขนาดนี้
นัดกับเพื่อนที่นึงก็จะใช้โทรศัพท์บ้านโทรนัดกันล่วงหน้าวันนึง
พอถึงวันนั้น เวลานัดนั้น ก็เจอกันพอดี มีเลทบ้างอะไรบ้าง
แต่เดี๋ยวนี้ โทรนัดเสร็จ วันก่อนนัดโทรรอบนึง เช้าวันนัดโทรอีกรอบนึง
อีกครึ่งชั่วโมงก่อนเวลานัดโทรอีกรอบหนึง อีก 5 นาทีถึงเวลานัก ซัดอีกสักรอบนึง :lol:
.......
เรื่องความอดทนรอคอยอะไรสักอย่างนี้ อาจารย์ท่านว่าต้องฝึกกันตั้งแต่ทารกทีเดียวครับ
วัยทารก เป็นวัยที่ทุกคนจะทำความรู้จักกับ "กติกาของโลก"
ท่านแนะนำว่า ถ้าร้องหิวนม ก็ให้รอสักพักแล้วค่อยให้นม
ถ้าร้องผ้าอ้อมเปียก ไม่ฉุกเฉิน ก็ให้รอสักพักแล้วค่อยเปลี่ยนผ้าอ้อม
... จุดเริ่มต้นของคนเราไม่สำคัญ
มันสำคัญที่ว่าเขาวิ่งได้เร็วแค่ไหนตะหาก ...
มันสำคัญที่ว่าเขาวิ่งได้เร็วแค่ไหนตะหาก ...