*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 1
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 80881.html
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา - ปีนเขาครั้งแรกที่นิกโก้ 1
http://www.youtube.com/watch?v=Q28rNMy_sXs
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา - ปีนเขาครั้งแรกที่นิกโก้ 2
http://www.youtube.com/watch?v=2z-l6aze-UY
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา - เกิดเรื่องใหญ่ตอนขากลับจากปีนเขา1
http://www.youtube.com/watch?v=w7YrpgzzhFc
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา - เกิดเรื่องใหญ่ตอนขากลับจากปีนเขา2
http://www.youtube.com/watch?v=JWvfQcQhcIc
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน อ้าว! หอยอาซาริล่ะ! 1
http://www.youtube.com/watch?v=Yrf37-oLQcU
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน อ้าว! หอยอาซาริล่ะ! 2
http://www.youtube.com/watch?v=Ra-Cs84NDbc
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน ใส่เสื้อจินเปไปเที่ยวงานวัด 1
http://www.youtube.com/watch?v=RbNL5WYU8XU
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน ใส่เสื้อจินเปไปเที่ยวงานวัด 2
http://www.youtube.com/watch?v=JNK64bF8iNc
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน ภารกิจไปเก็บหอย 1
http://www.youtube.com/watch?v=ZK9raqQHot4
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน ภารกิจไปเก็บหอย 2
http://www.youtube.com/watch?v=fWIvfxWPLfk
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ปังคุงจะเอาเงิน ค่าขนมไปซื้ออะไรเอ่ย 1
http://www.youtube.com/watch?v=B0ChG9gH5uA
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ปังคุงจะเอาเงิน ค่าขนมไปซื้ออะไรเอ่ย 2
http://www.youtube.com/watch?v=g-wy0L1ZlEM
ขำกลิ้งลิงกับหมา ให้ปังคุงไปถ่ายรูปเจมส์ 1
http://www.youtube.com/watch?v=u32LbtEf5g0
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ให้ปังคุงไปถ่ายรูปเจมส์ 2
http://www.youtube.com/watch?v=eiDY11mBvpw
ขำกลิ้งลิงกับหมา ภารกิจ สาวเสิร์ฟ
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44936
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ทดสอบร่างกาย
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44935
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน กล้วยหาย
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44934
ขำกลิ้งลิงกับหมา พาเจมส์ไปพักร้อน ตอน1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44932
ขำกลิ้งลิงกับหมา พาเจมส์ไปพักร้อน ตอน2
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44933
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอนนายสถานี(รถไฟ)
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44931
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอนทำขนมไปส่งคุณยาย ตอน1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44929
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอนทำขนมไปส่งคุณยาย ตอน2
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44930
ขำกลิ้งลิงกับหมา ภารกิจ ปลูกข้าว ตอน1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44927
ขำกลิ้งลิงกับหมา เมื่อปังคุงต้องไปประชุมกับบอร์ด Disney!
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44926
ขำกลิ้งลิงกับหมา ส่งห่อข้าวให้คุณตา ตอน1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44924
ขำกลิ้งลิงกับหมา ส่งห่อข้าวให้คุณตา ตอน2
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44925
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ปัง เวเดอร์
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44923
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน กล้องส่องทางไกล
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44922
ขำกลิ้งลิงกับหมา ภารกิจ ดูแลลูกๆให้เจมส์ ตอน 1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44920
ขำกลิ้งลิงกับหมา ภารกิจ ดูแลลูกๆให้เจมส์ ตอน 2
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44921
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 80881.html
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา - ปีนเขาครั้งแรกที่นิกโก้ 1
http://www.youtube.com/watch?v=Q28rNMy_sXs
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา - ปีนเขาครั้งแรกที่นิกโก้ 2
http://www.youtube.com/watch?v=2z-l6aze-UY
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา - เกิดเรื่องใหญ่ตอนขากลับจากปีนเขา1
http://www.youtube.com/watch?v=w7YrpgzzhFc
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา - เกิดเรื่องใหญ่ตอนขากลับจากปีนเขา2
http://www.youtube.com/watch?v=JWvfQcQhcIc
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน อ้าว! หอยอาซาริล่ะ! 1
http://www.youtube.com/watch?v=Yrf37-oLQcU
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน อ้าว! หอยอาซาริล่ะ! 2
http://www.youtube.com/watch?v=Ra-Cs84NDbc
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน ใส่เสื้อจินเปไปเที่ยวงานวัด 1
http://www.youtube.com/watch?v=RbNL5WYU8XU
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน ใส่เสื้อจินเปไปเที่ยวงานวัด 2
http://www.youtube.com/watch?v=JNK64bF8iNc
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน ภารกิจไปเก็บหอย 1
http://www.youtube.com/watch?v=ZK9raqQHot4
ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ตอน ภารกิจไปเก็บหอย 2
http://www.youtube.com/watch?v=fWIvfxWPLfk
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ปังคุงจะเอาเงิน ค่าขนมไปซื้ออะไรเอ่ย 1
http://www.youtube.com/watch?v=B0ChG9gH5uA
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ปังคุงจะเอาเงิน ค่าขนมไปซื้ออะไรเอ่ย 2
http://www.youtube.com/watch?v=g-wy0L1ZlEM
ขำกลิ้งลิงกับหมา ให้ปังคุงไปถ่ายรูปเจมส์ 1
http://www.youtube.com/watch?v=u32LbtEf5g0
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ให้ปังคุงไปถ่ายรูปเจมส์ 2
http://www.youtube.com/watch?v=eiDY11mBvpw
ขำกลิ้งลิงกับหมา ภารกิจ สาวเสิร์ฟ
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44936
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ทดสอบร่างกาย
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44935
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน กล้วยหาย
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44934
ขำกลิ้งลิงกับหมา พาเจมส์ไปพักร้อน ตอน1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44932
ขำกลิ้งลิงกับหมา พาเจมส์ไปพักร้อน ตอน2
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44933
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอนนายสถานี(รถไฟ)
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44931
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอนทำขนมไปส่งคุณยาย ตอน1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44929
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอนทำขนมไปส่งคุณยาย ตอน2
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44930
ขำกลิ้งลิงกับหมา ภารกิจ ปลูกข้าว ตอน1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44927
ขำกลิ้งลิงกับหมา เมื่อปังคุงต้องไปประชุมกับบอร์ด Disney!
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44926
ขำกลิ้งลิงกับหมา ส่งห่อข้าวให้คุณตา ตอน1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44924
ขำกลิ้งลิงกับหมา ส่งห่อข้าวให้คุณตา ตอน2
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44925
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน ปัง เวเดอร์
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44923
ขำกลิ้งลิงกับหมา ตอน กล้องส่องทางไกล
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44922
ขำกลิ้งลิงกับหมา ภารกิจ ดูแลลูกๆให้เจมส์ ตอน 1
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44920
ขำกลิ้งลิงกับหมา ภารกิจ ดูแลลูกๆให้เจมส์ ตอน 2
http://www.bangkokcity.com/2003/service ... boid=44921
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 2
เกาะหินงาม
ที่ตั้ง หมู่เกาะอาดัง-ราวี จังหวัดสตูล
การเดินทาง เดินทางไปปากบารา จังหวัดสตูล ต่อเรือไปหมู่เกาะอาดังราวี นั่งเรือหางยาวไปเที่ยวได้ ใช้เวลา 30-45 นาทีจากเกาะอาดังหรือหลีเป๊ะ ไปได้เฉพาะธันวาคม-พฤษภาคม
จุดเด่น หาดหินสวยสุดของเมืองไทย หินงามนับล้านก้อน
ผมจำได้ว่า ครั้งแรกที่ไปเกาะหินงาม เป็นเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ตอนนั้นยังเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียว ผมไปสำรวจหมู่เกาะตะรุเตากับคุณพ่อ เรานอนค้างที่ตะรุเตา 2 คืน แล้วเดินทางต่อไปหมู่เกาะอาดัง-ราวี สมัยนั้นนั่งเรือกันนานเลยครับ กว่าจะไปถึงเกาะไข่ แล้วก็เข้าสู่อาดัง
ผมเคยได้ยินคนพูดถึงเกาะหินงามเหมือนกัน แต่เป็นการพูดถึงโดยเจ้าหน้าที่ นิตยสารหรือสารคดีสมัยนั้นยังแทบไม่มีใครเล่าถึงเกาะแห่งหนึ่ง ที่พิเศษกว่าเกาะอื่นใดในทะเลไทย เกาะที่หินก้อนกลมเกลี้ยงอยู่เต็มชายหาด แปลกประหลาดกว่าเกาะอื่นใด
เมื่อได้ยินคนพูดถึง ผมอยากไปมาก จนระหว่างที่อยู่อาดัง ผมบอกคุณพ่อว่าอยากไปเกาะหินงาม เราเลยขึ้นเรือไปดูกัน เกาะหินงามอยู่ห่างจากอาดังไม่มาก จำได้ว่านั่งเรือแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รอบเกาะมีแต่ปะการัง ต้องถ่อเรือเล็กเข้าไป จนเมื่อเข้าใกล้ ผมถึงได้เห็นความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติได้เต็มตา บรรยายไม่ถูกหรอกครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง? ต้องคนเคยเห็นเท่านั้นถึงจะบอกได้ หินงามงามสมชื่อ
ผมขึ้นไปเดินเล่นบนหิน เก็บก้อนหินสองสามก้อน กะจะเอาไปฝากคุณแม่ที่บ้าน แต่คุณพ่อบอกให้ทิ้งไว้ที่นี่ ผมก็เลยทิ้งหมด สมัยนั้นยังไม่มีป้ายเจ้าพ่อตะรุเตาคอยบอกว่าใครเอาหินงามกลับบ้านไป จะมีอันเป็นไป เหมือนในสมัยนี้
หลังจากดูหินจนเบื่อ ผมไปดำน้ำ Snorkeling รอบเกาะ สิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาด นอกจากปะการังและปลาการ์ตูนที่มีอยู่มากมาย ยังเป็นเสียงกรุ๋งกริ๋งในน้ำ ยามคลื่นพัดก้อนหินกระทบกันบนชายหาด ตลอดสามสิบปีที่ผมดำน้ำมา ไม่ว่าในเมืองไทยหรือในเมืองนอก ผมไม่เคยได้ยินเสียงอะไรเช่นนี้เลย มีที่นี่แห่งเดียวแหละครับ เวลาผมเห็นภาพเกาะหินงามทีไร มักคิดถึงเสียงนั้นเสมอ
ผมมีโอกาสได้กลับไปเกาะหินงามอีกหลายครั้ง แต่ไม่มีหนไหนเหมือนครั้งล่าสุด เราไปบินถ่ายภาพทางอากาศกันที่หมู่เกาะอาดังราวี เป้าหมายแรกที่ผมบอกนักบินคือเกาะหินงาม เพราะผมอยากรู้ว่า เมื่อมองจากฟากฟ้า เกาะอันเป็นที่รักของผม หน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง?
วูบแรกที่เครื่องบินผ่านไป เราอยู่สูงไปหน่อย ผมจึงขอให้นักบินวนกลับมาเป็นคำรบสอง ยังสูงไปอีก ผมจึงขอรอบสาม ครั้งนี้เราอยู่ต่ำมาก สูงจากผิวน้ำเพียงไม่เท่าไหร่ ผมถ่ายภาพได้หนึ่งรูป ก่อนจะรู้สึกวาบหวิวเพราะเครื่องบินเชิดหัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากภาพนี้ ผมเห็นหินงามเป็นสีดำ กองรวมกันอยู่เป็นสัน มีสีขาวของเศษปะการังขนาดใหญ่ปะปน หินงามยังกองลงไปอยู่ในน้ำบริเวณริมชายหาด มองเห็นได้ชัดเจน หินเหล่านี้เกิดจากการกระทำของกระแสน้ำที่รุนแรง ทุกอย่างเหมาะเจาะ จนเกิดสิ่งมหัศจรรย์แห่งทะเลสตูลขึ้นมาได้
เกาะหินงามจะคงอยู่กับพวกเราชาวไทยต่อไปหรือไม่? คงขึ้นอยู่กับสำนึกในใจของทุกคน แม้หินมีเป็นล้านก้อน แต่คนไปเยือนเกาะหินงามก็มีปีละหลายหมื่นคน เพียงแค่คนละสามสี่ก้อน ไม่ถึงสิบปี เกาะหินงามอาจจากพวกเราไปแล้ว
หากหินเหล่านั้นมีชีวิต ทุกก้อนคงยินดีอยู่เพื่อประดับทะเลสตูล มากไปกว่าจากเพื่อนพ้อง เพื่อเป็นสมบัติส่วนตัวหรือของที่ระลึก อยู่ในตู้โชว์หรือลิ้นชักใด ของใครสักคนในเมืองครับ
สนับสนุนข้อมูลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์
ที่ตั้ง หมู่เกาะอาดัง-ราวี จังหวัดสตูล
การเดินทาง เดินทางไปปากบารา จังหวัดสตูล ต่อเรือไปหมู่เกาะอาดังราวี นั่งเรือหางยาวไปเที่ยวได้ ใช้เวลา 30-45 นาทีจากเกาะอาดังหรือหลีเป๊ะ ไปได้เฉพาะธันวาคม-พฤษภาคม
จุดเด่น หาดหินสวยสุดของเมืองไทย หินงามนับล้านก้อน
ผมจำได้ว่า ครั้งแรกที่ไปเกาะหินงาม เป็นเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ตอนนั้นยังเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียว ผมไปสำรวจหมู่เกาะตะรุเตากับคุณพ่อ เรานอนค้างที่ตะรุเตา 2 คืน แล้วเดินทางต่อไปหมู่เกาะอาดัง-ราวี สมัยนั้นนั่งเรือกันนานเลยครับ กว่าจะไปถึงเกาะไข่ แล้วก็เข้าสู่อาดัง
ผมเคยได้ยินคนพูดถึงเกาะหินงามเหมือนกัน แต่เป็นการพูดถึงโดยเจ้าหน้าที่ นิตยสารหรือสารคดีสมัยนั้นยังแทบไม่มีใครเล่าถึงเกาะแห่งหนึ่ง ที่พิเศษกว่าเกาะอื่นใดในทะเลไทย เกาะที่หินก้อนกลมเกลี้ยงอยู่เต็มชายหาด แปลกประหลาดกว่าเกาะอื่นใด
เมื่อได้ยินคนพูดถึง ผมอยากไปมาก จนระหว่างที่อยู่อาดัง ผมบอกคุณพ่อว่าอยากไปเกาะหินงาม เราเลยขึ้นเรือไปดูกัน เกาะหินงามอยู่ห่างจากอาดังไม่มาก จำได้ว่านั่งเรือแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รอบเกาะมีแต่ปะการัง ต้องถ่อเรือเล็กเข้าไป จนเมื่อเข้าใกล้ ผมถึงได้เห็นความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติได้เต็มตา บรรยายไม่ถูกหรอกครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง? ต้องคนเคยเห็นเท่านั้นถึงจะบอกได้ หินงามงามสมชื่อ
ผมขึ้นไปเดินเล่นบนหิน เก็บก้อนหินสองสามก้อน กะจะเอาไปฝากคุณแม่ที่บ้าน แต่คุณพ่อบอกให้ทิ้งไว้ที่นี่ ผมก็เลยทิ้งหมด สมัยนั้นยังไม่มีป้ายเจ้าพ่อตะรุเตาคอยบอกว่าใครเอาหินงามกลับบ้านไป จะมีอันเป็นไป เหมือนในสมัยนี้
หลังจากดูหินจนเบื่อ ผมไปดำน้ำ Snorkeling รอบเกาะ สิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาด นอกจากปะการังและปลาการ์ตูนที่มีอยู่มากมาย ยังเป็นเสียงกรุ๋งกริ๋งในน้ำ ยามคลื่นพัดก้อนหินกระทบกันบนชายหาด ตลอดสามสิบปีที่ผมดำน้ำมา ไม่ว่าในเมืองไทยหรือในเมืองนอก ผมไม่เคยได้ยินเสียงอะไรเช่นนี้เลย มีที่นี่แห่งเดียวแหละครับ เวลาผมเห็นภาพเกาะหินงามทีไร มักคิดถึงเสียงนั้นเสมอ
ผมมีโอกาสได้กลับไปเกาะหินงามอีกหลายครั้ง แต่ไม่มีหนไหนเหมือนครั้งล่าสุด เราไปบินถ่ายภาพทางอากาศกันที่หมู่เกาะอาดังราวี เป้าหมายแรกที่ผมบอกนักบินคือเกาะหินงาม เพราะผมอยากรู้ว่า เมื่อมองจากฟากฟ้า เกาะอันเป็นที่รักของผม หน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง?
วูบแรกที่เครื่องบินผ่านไป เราอยู่สูงไปหน่อย ผมจึงขอให้นักบินวนกลับมาเป็นคำรบสอง ยังสูงไปอีก ผมจึงขอรอบสาม ครั้งนี้เราอยู่ต่ำมาก สูงจากผิวน้ำเพียงไม่เท่าไหร่ ผมถ่ายภาพได้หนึ่งรูป ก่อนจะรู้สึกวาบหวิวเพราะเครื่องบินเชิดหัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากภาพนี้ ผมเห็นหินงามเป็นสีดำ กองรวมกันอยู่เป็นสัน มีสีขาวของเศษปะการังขนาดใหญ่ปะปน หินงามยังกองลงไปอยู่ในน้ำบริเวณริมชายหาด มองเห็นได้ชัดเจน หินเหล่านี้เกิดจากการกระทำของกระแสน้ำที่รุนแรง ทุกอย่างเหมาะเจาะ จนเกิดสิ่งมหัศจรรย์แห่งทะเลสตูลขึ้นมาได้
เกาะหินงามจะคงอยู่กับพวกเราชาวไทยต่อไปหรือไม่? คงขึ้นอยู่กับสำนึกในใจของทุกคน แม้หินมีเป็นล้านก้อน แต่คนไปเยือนเกาะหินงามก็มีปีละหลายหมื่นคน เพียงแค่คนละสามสี่ก้อน ไม่ถึงสิบปี เกาะหินงามอาจจากพวกเราไปแล้ว
หากหินเหล่านั้นมีชีวิต ทุกก้อนคงยินดีอยู่เพื่อประดับทะเลสตูล มากไปกว่าจากเพื่อนพ้อง เพื่อเป็นสมบัติส่วนตัวหรือของที่ระลึก อยู่ในตู้โชว์หรือลิ้นชักใด ของใครสักคนในเมืองครับ
สนับสนุนข้อมูลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 3
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 80881.html
.คลองพันเตมะละกา
ที่ตั้ง เกาะตะลุเตา จังหวัดสตูล
การเดินทาง เดินทางไปปากบารา จังหวัดสตูล ต่อเรือไปเกาะตะรุเตา คลองอยู่ข้างที่ทำการฯอุทยาน มีที่พักทั้งบ้านและเต็นท์บริเวณที่ทำการ สามารถล่องเรือหางยาวเข้าคลองได้
จุดเด่น ป่าชายเลนลึกลับที่สุดของเมืองไทย
ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อคลองพันเตมะละกา ผมก็หลงรักแล้วครับ เกิดมาไม่เคยได้ยินชื่อคลองไหนลึกลับและเร้าใจเช่นนี้มาก่อน ยิ่งรู้ว่าคลองนี้อยู่ที่เกาะตะรุเตา เกาะที่เมื่อเกือบสามสิบปีก่อนเป็นดินแดนห่างไกลไม่ได้ไปกันง่ายๆ เหมือนปัจจุบัน ผมยิ่งตื่นเต้น จนเมื่อเรือโดยสารของเราเข้ามาลอยลำอยู่หน้าจุดที่จะเป็นที่ทำการอุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา ผมมองเห็นคลองใหญ่ลดเลี้ยวผ่านเข้าไปในดงไม้ชายเลน ใจมันเต้นอยากนั่งเรือเข้าคลอง
หลังจากวิ่งดูปูเสฉวนตัวใหญ่เกาะตามรากโกงกางได้หลายครู่ คุณพ่อชวนเข้าคลอง เรานั่งเรือหางยาวเข้าไป ต้นโกงกางแน่นทึบรอบด้าน บอกกันตามตรง ผมไม่เคยเห็นป่าชายเลนแห่งไหนสวยเช่นนี้มาก่อน แม้กระทั่งปัจจุบัน ป่าไหนว่าสวยก็เคยเห็นเกือบหมดแล้ว ผมยังยกให้พันเตมะละกาเป็นสุดยอดในเรื่องของบรรยากาศนั่งเรือชมป่าชายเลน บางครั้งเราได้ยินเสียงนกยางกระพือปีก ตัวอยู่ไหนก็ไม่รู้ บางครั้งได้ยินเสียงปลาตีนพุ่งลงน้ำ ยิ่งได้รู้ว่าที่นี่เคยเป็นแหล่งอาศัยของจระเข้น้ำเค็ม แหล่งสุดท้ายในเมืองไทยก่อนที่พวกเขาจะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติเมื่อหลายปีก่อน
ผมกลับมาพันเตมะละกาอีกหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายไม่ได้มองคลองจากเรือ แต่มองจากเรือบิน ผมจึงรู้ว่าป่าชายเลนที่คิดว่าใหญ่โต ความจริงมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่ไม่มากไม่ได้หมายความว่าไม่สวย ป่าแห่งนี้สวยมาก สวยสุดๆ ชนิดป่าแถวระนองพังงาหรือกระบี่ไม่ต้องคิดเทียบ แม้ว่าขนาดจะเล็กกว่า แต่ทั้งป่าถูกโอบล้อมด้วยหน้าผาหินสูงชัน โอบรอบจนเกือบจะเป็นวงกลม ถ้าอ่าวนี้ไปอยู่ในทะเลน้ำใส ไม่มีป่าชายเลนอยู่ข้างใน ผมว่าอ่าวมาหยาชิดซ้ายแน่
มานึกๆ ดูแล้ว หากสักวันหนึ่งเราอยากหาจุดเที่ยวแบบซีแคนูเพิ่มเติม ไม่ต้องไปไกลหรอกครับ คลองพันเตมะละกาและรอบเกาะตะรุเตานี่แหละเหมาะสุด ในทุกด้านด้วย บางส่วนที่เป็นหน้าผาล้วนเต็มไปด้วยซอกหลืบ มีทะเลในอยู่หลายแห่ง เพียงแต่เราไม่เคยสำรวจอย่างจริงจังมาก่อน ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่ง ศักยภาพในส่วนนี้จะถูกใช้แน่ เพียงหวังว่า เมื่อถึงวันนั้น อย่าให้เละตุ้มเปะเหมือนอ่าวพังงาก็แล้วกัน อยากให้ตะรุเตายังคงเป็นสถานที่แห่งความลึกลับต่อไป
ภาพนี้ถ่ายจากเครื่องบิน เห็นปากคลองพันเตมะละกาและท่าเรือของอุทยาน เราลงเรือหางยาวเข้าคลองกันที่นี่แหละครับ ส่วนเชิงเขาที่เห็นอยู่หลังอาคารคือเขาโต๊ะบู จุดชมวิวของอุทยาน หากสังเกตให้ดี จะเห็นขุนเขาโอบรอบป่าชายเลนแห่งพันเตมะละกาไว้ แล้วคุณจะทราบว่าป่าแห่งนี้ไม่ใหญ่เลย
สนใจชมป่าชายเลนแห่งพันเตมะละกา เดินทางไปหมู่เกาะตะรุเตา ติดต่อเรือหางยาวจากอุทยานฯ รอเวลาน้ำให้เหมาะสม ได้ชมถ้ำจระเข้ที่อยู่ข้างในด้วย ไม่ลำบากเลยครับ
แต่ถ้าสนใจชมพันเตมะละกาจากทางอากาศ คลิก TalayThai.com สถานเดียว ผมยังไม่เคยเห็นภาพถ่ายพันเตมะละกาทางอากาศจากที่อื่น ภูมิใจนิดๆ ที่ได้ภาพนี้มาให้ชมครับ
.คลองพันเตมะละกา
ที่ตั้ง เกาะตะลุเตา จังหวัดสตูล
การเดินทาง เดินทางไปปากบารา จังหวัดสตูล ต่อเรือไปเกาะตะรุเตา คลองอยู่ข้างที่ทำการฯอุทยาน มีที่พักทั้งบ้านและเต็นท์บริเวณที่ทำการ สามารถล่องเรือหางยาวเข้าคลองได้
จุดเด่น ป่าชายเลนลึกลับที่สุดของเมืองไทย
ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อคลองพันเตมะละกา ผมก็หลงรักแล้วครับ เกิดมาไม่เคยได้ยินชื่อคลองไหนลึกลับและเร้าใจเช่นนี้มาก่อน ยิ่งรู้ว่าคลองนี้อยู่ที่เกาะตะรุเตา เกาะที่เมื่อเกือบสามสิบปีก่อนเป็นดินแดนห่างไกลไม่ได้ไปกันง่ายๆ เหมือนปัจจุบัน ผมยิ่งตื่นเต้น จนเมื่อเรือโดยสารของเราเข้ามาลอยลำอยู่หน้าจุดที่จะเป็นที่ทำการอุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา ผมมองเห็นคลองใหญ่ลดเลี้ยวผ่านเข้าไปในดงไม้ชายเลน ใจมันเต้นอยากนั่งเรือเข้าคลอง
หลังจากวิ่งดูปูเสฉวนตัวใหญ่เกาะตามรากโกงกางได้หลายครู่ คุณพ่อชวนเข้าคลอง เรานั่งเรือหางยาวเข้าไป ต้นโกงกางแน่นทึบรอบด้าน บอกกันตามตรง ผมไม่เคยเห็นป่าชายเลนแห่งไหนสวยเช่นนี้มาก่อน แม้กระทั่งปัจจุบัน ป่าไหนว่าสวยก็เคยเห็นเกือบหมดแล้ว ผมยังยกให้พันเตมะละกาเป็นสุดยอดในเรื่องของบรรยากาศนั่งเรือชมป่าชายเลน บางครั้งเราได้ยินเสียงนกยางกระพือปีก ตัวอยู่ไหนก็ไม่รู้ บางครั้งได้ยินเสียงปลาตีนพุ่งลงน้ำ ยิ่งได้รู้ว่าที่นี่เคยเป็นแหล่งอาศัยของจระเข้น้ำเค็ม แหล่งสุดท้ายในเมืองไทยก่อนที่พวกเขาจะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติเมื่อหลายปีก่อน
ผมกลับมาพันเตมะละกาอีกหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายไม่ได้มองคลองจากเรือ แต่มองจากเรือบิน ผมจึงรู้ว่าป่าชายเลนที่คิดว่าใหญ่โต ความจริงมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่ไม่มากไม่ได้หมายความว่าไม่สวย ป่าแห่งนี้สวยมาก สวยสุดๆ ชนิดป่าแถวระนองพังงาหรือกระบี่ไม่ต้องคิดเทียบ แม้ว่าขนาดจะเล็กกว่า แต่ทั้งป่าถูกโอบล้อมด้วยหน้าผาหินสูงชัน โอบรอบจนเกือบจะเป็นวงกลม ถ้าอ่าวนี้ไปอยู่ในทะเลน้ำใส ไม่มีป่าชายเลนอยู่ข้างใน ผมว่าอ่าวมาหยาชิดซ้ายแน่
มานึกๆ ดูแล้ว หากสักวันหนึ่งเราอยากหาจุดเที่ยวแบบซีแคนูเพิ่มเติม ไม่ต้องไปไกลหรอกครับ คลองพันเตมะละกาและรอบเกาะตะรุเตานี่แหละเหมาะสุด ในทุกด้านด้วย บางส่วนที่เป็นหน้าผาล้วนเต็มไปด้วยซอกหลืบ มีทะเลในอยู่หลายแห่ง เพียงแต่เราไม่เคยสำรวจอย่างจริงจังมาก่อน ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่ง ศักยภาพในส่วนนี้จะถูกใช้แน่ เพียงหวังว่า เมื่อถึงวันนั้น อย่าให้เละตุ้มเปะเหมือนอ่าวพังงาก็แล้วกัน อยากให้ตะรุเตายังคงเป็นสถานที่แห่งความลึกลับต่อไป
ภาพนี้ถ่ายจากเครื่องบิน เห็นปากคลองพันเตมะละกาและท่าเรือของอุทยาน เราลงเรือหางยาวเข้าคลองกันที่นี่แหละครับ ส่วนเชิงเขาที่เห็นอยู่หลังอาคารคือเขาโต๊ะบู จุดชมวิวของอุทยาน หากสังเกตให้ดี จะเห็นขุนเขาโอบรอบป่าชายเลนแห่งพันเตมะละกาไว้ แล้วคุณจะทราบว่าป่าแห่งนี้ไม่ใหญ่เลย
สนใจชมป่าชายเลนแห่งพันเตมะละกา เดินทางไปหมู่เกาะตะรุเตา ติดต่อเรือหางยาวจากอุทยานฯ รอเวลาน้ำให้เหมาะสม ได้ชมถ้ำจระเข้ที่อยู่ข้างในด้วย ไม่ลำบากเลยครับ
แต่ถ้าสนใจชมพันเตมะละกาจากทางอากาศ คลิก TalayThai.com สถานเดียว ผมยังไม่เคยเห็นภาพถ่ายพันเตมะละกาทางอากาศจากที่อื่น ภูมิใจนิดๆ ที่ได้ภาพนี้มาให้ชมครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 4
เกาะห้าใหญ่
ที่ตั้ง อุทยานฯหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่
การเดินทาง เดินทางมาได้จากหมู่เกาะพีพีหรือเกาะลันตา แต่ต้องเช่าเหมาเรือเอง ปรกติคนที่ไปจะเป็นนักดำน้ำหรือพวกเล่นเรือยอร์ชจากภูเก็ต
จุดเด่น เกาะแสนสวยทั้งห้า ถ้ำใต้ทะเลแสนลึกลับ
เกาะห้าใหญ่เป็นเกาะที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จัก เพราะที่ตั้งอันห่างไกลจากใครเค้า นั่งเรือจากเกาะพีพีอาจใช้เวลาเกินสองชั่วโมง ถ้ามาจากลันตาก็เล่นไปหลายชั่วโมง แถมยังเป็นเกาะหินปูนเล็กๆ ไม่มีหาดทรายที่กางเต็นท์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใด ยกเว้นนักดำน้ำแล้ว โอกาสที่นักเที่ยวทั่วไปจะมาเกาะห้าใหญ่มีน้อยมาก
แต่คนมาน้อยนี่ไม่ใช่ไม่สวยนะครับ ว่ากันตามจริง เกาะห้าใหญ่เป็นเกาะสุดสวย ไม่แพ้เกาะอื่นใดในเมืองไทย ภาพที่คุณเห็นคงพอบอกคุณได้ เกาะแห่งนี้เป็นเกาะหินปูนครับ คล้ายกับเกาะพีพี แต่มีขนาดเล็กกว่า แบ่งออกเป็น 5 เกาะ ทั้งนี้รวมเกาะเล็กเกาะน้อยจนแทบจะเป็นกองหิน ความงามสุดยอดของเกาะห้าใหญ่อยู่ที่ลากูนอันนี้แหละครับ มีเกาะอยู่สามมุม ตรงกลางเป็นแนวปะการังเล็กๆ แม้ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก แต่ก็สวยงามด้วยวิวทิวทัศน์ รวมทั้งหาดทรายขาวสะอาดตรงนั้นด้วย ถ้าที่นี่มีน้ำจืดหรือที่ราบ ผมเชื่อว่าเกาะห้าใหญ่จะเป็นจุดหมายที่หลายคนอยากไปจนน้ำลายหยดแน่
ผมเคยไปเกาะห้าใหญ่ 3-4 ครั้ง ทุกครั้งเป็นการไปกับเรือทัวร์ดำน้ำ ทริปดำน้ำทางอันดามันใต้ส่วนใหญ่จะต้องผ่านเกาะห้าใหญ่ เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังหินม่วงหินแดง จุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงของเกาะห้าใหญ่คืออุโมงค์ใต้ทะเล มีอยู่หลายแห่งครับ ไม่ใช่แห่งเดียว แถมบางจุดยังมีปะการังอ่อนสวยงามน้องๆ สิมิลัน แม้จะมีน้อยไปหน่อยนึงก็ตามที เกาะห้าใหญ่ยังมีรายงานการพบฉลามวาฬเป็นบางครั้ง ปลานโปเลียนก็เคยมีคนพบที่นี่ รวมทั้งปลากบที่มีรายงานในพ.ศ.2544-45
ทุกครั้งที่มาเกาะห้าใหญ่ ถ้ามีโอกาสผมจะหาทางจอดทอดสมอนอนฟังเสียงคลื่นกลางลากูนสักคืน ให้บรรยากาศสดชื่นดีมาก ยิ่งถ้าเทียบกับอ่าวที่เกาะพีพี ต่างกันเหมือนหน้ามือกับหลังเท้า ที่เกาะพีพีผมเจอเรือเยอะแยะ แสงไฟจากชายฝั่งส่องเต็มฟ้า มองดาวแทบไม่เห็น แถมยังมีเสียงจากเทคดังลั่นสนั่นหาด แต่ที่เกาะห้าใหญ่ ทั่วท้องฟ้าคือหมื่นดารา รอบด้านแทบไม่มีเรือสักลำ ความงามใต้น้ำยามค่ำคืนของเกาะห้าใหญ่ แม้ไม่ถึงขั้นสุดยอด แต่ก็แปลกประหลาด โดยเฉพาะปลาวัวและปลาปักเป้าชนิดต่างๆ ที่พบได้บ่อยในบริเวณนี้
ผมยังมีความทรงจำเกี่ยวกับพายุที่เกาะห้าใหญ่ ครั้งนั้นเรานำเรือไปดำน้ำ แต่ยังไม่ทันเสร็จ พายุก็พุ่งเข้าใส่ ต้องรีบนำเรือเข้าไปแอบกลางลากูน สักเดี๋ยวคลื่นและลมก็พัดดังหวิวๆ ขนาดอยู่ในลากูนเรือยังโยกขึ้นโยกลง ไม่ต้องบอกว่าข้างนอกคลื่นลมเป็นยังไง ขืนโผล่หัวออกไปมีหวังตีลังกาแน่
ภาพที่คุณเห็นอยู่นี่เป็นเกาะห้าใหญ่ทางอากาศ ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ นะครับ กว่าจะลุ้นให้นักบินขับไปแทบแย่เหมือนกัน เพราะอยู่ไกลจากเกาะอื่นมาก แต่เมื่อมาถึงแล้วคุ้มค่าสะใจมาก เพราะความงามของเกาะนี้ทางอากาศรับรองสู้ได้ตั้งแต่ใต้จรดเหนือ ว่ากันตามตรง เกาะทั้งทะเลไทย จะหาสวยสู้เกาะห้าใหญ่ยากมาก
ใครอ่านเรื่องนี้แล้วอยากลองไปเกาะห้าใหญ่ ทุ่มเทหน่อยนะครับ ผมคิดว่าไปเหมาเรือเร็วจากเกาะพีพีคงพอไหว ยังเคยเจอคนกล้าเหมาเรือหางยาวไปด้วยซ้ำ เพียงแต่ร่องระหว่างเกาะห้าใหญ่และเกาะพีพีมักมีคลื่นลมแบบมาพรวด แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว โอกาสหลบเกาะแถวนั้นไม่มีเลย ผมคิดว่าเรือเร็วจะเหมาะกว่า แม้ค่าเช่าเรืออาจเฉียดหมื่น แต่ถ้ามีตัวหารพอ เกาะห้าใหญ่ถือเป็นจุดเที่ยวที่น่าสน แต่ถ้าอยากกางเต็นท์นอนกินลมชมบรรยากาศ ลองติดต่ออุทยานฯหมู่เกาะลันตา เกาะห้าใหญ่อยู่ในการดูแลของอุทยานฯแห่งนั้น รู้กันบ้างมั้ยเอ่ย?
ที่ตั้ง อุทยานฯหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่
การเดินทาง เดินทางมาได้จากหมู่เกาะพีพีหรือเกาะลันตา แต่ต้องเช่าเหมาเรือเอง ปรกติคนที่ไปจะเป็นนักดำน้ำหรือพวกเล่นเรือยอร์ชจากภูเก็ต
จุดเด่น เกาะแสนสวยทั้งห้า ถ้ำใต้ทะเลแสนลึกลับ
เกาะห้าใหญ่เป็นเกาะที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จัก เพราะที่ตั้งอันห่างไกลจากใครเค้า นั่งเรือจากเกาะพีพีอาจใช้เวลาเกินสองชั่วโมง ถ้ามาจากลันตาก็เล่นไปหลายชั่วโมง แถมยังเป็นเกาะหินปูนเล็กๆ ไม่มีหาดทรายที่กางเต็นท์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใด ยกเว้นนักดำน้ำแล้ว โอกาสที่นักเที่ยวทั่วไปจะมาเกาะห้าใหญ่มีน้อยมาก
แต่คนมาน้อยนี่ไม่ใช่ไม่สวยนะครับ ว่ากันตามจริง เกาะห้าใหญ่เป็นเกาะสุดสวย ไม่แพ้เกาะอื่นใดในเมืองไทย ภาพที่คุณเห็นคงพอบอกคุณได้ เกาะแห่งนี้เป็นเกาะหินปูนครับ คล้ายกับเกาะพีพี แต่มีขนาดเล็กกว่า แบ่งออกเป็น 5 เกาะ ทั้งนี้รวมเกาะเล็กเกาะน้อยจนแทบจะเป็นกองหิน ความงามสุดยอดของเกาะห้าใหญ่อยู่ที่ลากูนอันนี้แหละครับ มีเกาะอยู่สามมุม ตรงกลางเป็นแนวปะการังเล็กๆ แม้ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก แต่ก็สวยงามด้วยวิวทิวทัศน์ รวมทั้งหาดทรายขาวสะอาดตรงนั้นด้วย ถ้าที่นี่มีน้ำจืดหรือที่ราบ ผมเชื่อว่าเกาะห้าใหญ่จะเป็นจุดหมายที่หลายคนอยากไปจนน้ำลายหยดแน่
ผมเคยไปเกาะห้าใหญ่ 3-4 ครั้ง ทุกครั้งเป็นการไปกับเรือทัวร์ดำน้ำ ทริปดำน้ำทางอันดามันใต้ส่วนใหญ่จะต้องผ่านเกาะห้าใหญ่ เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังหินม่วงหินแดง จุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงของเกาะห้าใหญ่คืออุโมงค์ใต้ทะเล มีอยู่หลายแห่งครับ ไม่ใช่แห่งเดียว แถมบางจุดยังมีปะการังอ่อนสวยงามน้องๆ สิมิลัน แม้จะมีน้อยไปหน่อยนึงก็ตามที เกาะห้าใหญ่ยังมีรายงานการพบฉลามวาฬเป็นบางครั้ง ปลานโปเลียนก็เคยมีคนพบที่นี่ รวมทั้งปลากบที่มีรายงานในพ.ศ.2544-45
ทุกครั้งที่มาเกาะห้าใหญ่ ถ้ามีโอกาสผมจะหาทางจอดทอดสมอนอนฟังเสียงคลื่นกลางลากูนสักคืน ให้บรรยากาศสดชื่นดีมาก ยิ่งถ้าเทียบกับอ่าวที่เกาะพีพี ต่างกันเหมือนหน้ามือกับหลังเท้า ที่เกาะพีพีผมเจอเรือเยอะแยะ แสงไฟจากชายฝั่งส่องเต็มฟ้า มองดาวแทบไม่เห็น แถมยังมีเสียงจากเทคดังลั่นสนั่นหาด แต่ที่เกาะห้าใหญ่ ทั่วท้องฟ้าคือหมื่นดารา รอบด้านแทบไม่มีเรือสักลำ ความงามใต้น้ำยามค่ำคืนของเกาะห้าใหญ่ แม้ไม่ถึงขั้นสุดยอด แต่ก็แปลกประหลาด โดยเฉพาะปลาวัวและปลาปักเป้าชนิดต่างๆ ที่พบได้บ่อยในบริเวณนี้
ผมยังมีความทรงจำเกี่ยวกับพายุที่เกาะห้าใหญ่ ครั้งนั้นเรานำเรือไปดำน้ำ แต่ยังไม่ทันเสร็จ พายุก็พุ่งเข้าใส่ ต้องรีบนำเรือเข้าไปแอบกลางลากูน สักเดี๋ยวคลื่นและลมก็พัดดังหวิวๆ ขนาดอยู่ในลากูนเรือยังโยกขึ้นโยกลง ไม่ต้องบอกว่าข้างนอกคลื่นลมเป็นยังไง ขืนโผล่หัวออกไปมีหวังตีลังกาแน่
ภาพที่คุณเห็นอยู่นี่เป็นเกาะห้าใหญ่ทางอากาศ ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ นะครับ กว่าจะลุ้นให้นักบินขับไปแทบแย่เหมือนกัน เพราะอยู่ไกลจากเกาะอื่นมาก แต่เมื่อมาถึงแล้วคุ้มค่าสะใจมาก เพราะความงามของเกาะนี้ทางอากาศรับรองสู้ได้ตั้งแต่ใต้จรดเหนือ ว่ากันตามตรง เกาะทั้งทะเลไทย จะหาสวยสู้เกาะห้าใหญ่ยากมาก
ใครอ่านเรื่องนี้แล้วอยากลองไปเกาะห้าใหญ่ ทุ่มเทหน่อยนะครับ ผมคิดว่าไปเหมาเรือเร็วจากเกาะพีพีคงพอไหว ยังเคยเจอคนกล้าเหมาเรือหางยาวไปด้วยซ้ำ เพียงแต่ร่องระหว่างเกาะห้าใหญ่และเกาะพีพีมักมีคลื่นลมแบบมาพรวด แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว โอกาสหลบเกาะแถวนั้นไม่มีเลย ผมคิดว่าเรือเร็วจะเหมาะกว่า แม้ค่าเช่าเรืออาจเฉียดหมื่น แต่ถ้ามีตัวหารพอ เกาะห้าใหญ่ถือเป็นจุดเที่ยวที่น่าสน แต่ถ้าอยากกางเต็นท์นอนกินลมชมบรรยากาศ ลองติดต่ออุทยานฯหมู่เกาะลันตา เกาะห้าใหญ่อยู่ในการดูแลของอุทยานฯแห่งนั้น รู้กันบ้างมั้ยเอ่ย?
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 5
.เกาะเภตรา
ที่ตั้ง อุทยานหมู่เกาะเภตรา จังหวัดตรัง-สตูล
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรืออำเภอปะเหลียนหรืออำเภอกันตัง ไม่มีเรือเมล์ ต้องเช่าเหมาเรือ
จุดเด่น เกาะหินปูนรูปทรงแปลกประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เป็นอุทยานลึกลับของคนไทย อย่าว่าแต่เคยไปเลยครับ ผมว่าแม้แต่ชาวทะเลไทยที่ว่าเคี่ยวๆ ส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้ยินชื่อเกาะนี้ด้วยซ้ำ หมู่เกาะเภตราตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดตรัง ทางเหนือของจังหวัดสตูล ว่าง่ายๆ คือเขตเชื่อมต่อระหว่างสองจังหวัดนี้ ถ้าบอกให้ง่ายขึ้น เภตราอยู่ตอนใต้ของเกาะกระดานเกาะไหงเกาะลิบง แต่อยู่เหนือตะรุเตา เข้าใจกันบ้างมั้ยเอ่ย?
อุทยานฯแห่งนี้มีพื้นที่โดยรวม 494 ตารางกิโลเมตร เกาะในเขตรับผิดชอบมีประมาณ 16 เกาะ ที่ทำการอุทยานฯไม่ได้อยู่บนเกาะ แต่อยู่ที่ชายฝั่งใกล้ๆ กับปากบารา ท่าเรือไปเกาะตะรุเตา เกาะที่นักเที่ยวส่วนใหญ่ไปกันคือเกาะบุโหลน ผมมีภาพเหมือนกันครับ แต่ยังไม่เล่าเรื่อง หนนี้ขอเล่าเฉพาะเรื่องของเกาะเภตรา
ผมไปเกาะเภตราครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อสักสิบกว่าปีมาแล้ว หนนั้นจำได้ว่านั่งเรือของอุทยานฯไปไม่ไกล พอเรือวิ่งไปได้ครู่หนึ่ง ผมเห็นเกาะเภตราแต่ไกลเลยครับ เกาะเภตรามีชื่อเช่นนี้เพราะลักษณะรูปร่างเกาะที่คล้ายกับเรือสำเภา เป็นเขาหินปูนสูงชะลูด ถ้าใครชอบปีนผา เคยปีนแถวอ่าวต้นไทรหรืออ่าวไร่เลย์ มาเจอผาที่เกาะเภตรามีหวังหนาวแน่ บนเกาะนี้แทบไม่มีที่ราบ มีแต่เขาสูงและหน้าผาในทุกด้าน แม้ว่ามีแนวปะการังอยู่ทางทิศตะวันออก พร้อมกับหาดทรายเล็กๆ แต่คงไม่ค่อยมีใครคิดจะนั่งเรือมาเพื่อชมแนวปะการังแห่งนี้ เพราะน้ำขุ่นครับ ดูจากภาพก็ได้ เห็นมั้ยครับทะเลเขียวปี๋เลย น้ำอย่างนั้นดำไปมีหวังหัวชนปะการังตายกว่าจะเห็นอะไรสักอย่าง ผมพยายามลงไปในน้ำ แต่หนนั้นลงไปคนเดียว กลัวมากเนื่องจากขุ่นไปหมด ก็เลยขึ้นดีกว่าจ้ะ เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน
หนนี้ผมกลับไปเภตราอีกครั้ง แต่ไปทางอากาศ จึงได้ชมความงามที่แท้จริงของเภตรา เหมือนกับหน้าผาป้อมปราการสูงใหญ่ตั้งขึ้นมากลางทะเล ภาพที่ถ่ายมาเห็นเพียงด้านเดียว แต่ถ้ามองจากตรงสัน เราจะเห็นว่าสันเกาะแคบนิดเดียว ใครที่ชอบปีนผา ลองขึ้นไปบนนั้น ถ้าคุณรอดตาย ขอให้เดินต่อไปตามสันยอดเขา แล้วคุณจะรู้สึกว่าทั้งชีวิตนี้ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว มองเห็นหน้าผาทั้งสองข้าง ใครอยากมาถ่ายทำหนังบู๊หรือผจญภัย ลองใช้ยอดเภตราเป็นโลเกชั่น ถ้าไม่เจ๊งเพราะพระเอกนางเอกผู้ร้ายตกเขาตายหมด ก็จะรุ่งไปเลยเพราะวิวบีบคั้นเร้าใจมาก
ผมเคยเห็นเกาะหินปูนมาแล้วเกือบทั่วเมืองไทย (จะว่าทั่วทะเลไทยก็พอไหวครับ) แต่ผมยังไม่เคยเห็นเกาะไหนเหมือนเภตราสักเกาะ แม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่แหล่งเที่ยวธรรมชาติสำหรับคนทั้งหลาย บนเกาะยังมีรังนกและคนเฝ้ารังนก แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เภตรามีความงามในเรื่องภูมิสัณฐานด้อยกว่าเกาะใด ในตรงกันข้าม ผมว่าหาเกาะไหนจะมาสวยเท่าเภตรายากหน่อย โดยเฉพาะในเรื่องความอลังการ์ของธรรมชาติ ที่นี่แหละครับ...สุดยอด
เกาะอันเป็นที่รักประจำสัปดาห์นี้ แม้ว่าจะเป็นเกาะที่น้อยคนไปถึง แต่ก็เป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติ แถมยังเป็นเกาะลึกลับยากที่จะมีใครกล่าวถึง ลองโหลดภาพไปใช้เป็นวอลเปเปอร์หรือ e-Card สิครับ แล้วถามเพื่อนหรือหวานใจว่า เธอจ๋า...รู้มั้ยอยู่ที่ไหน ถ้ารู้ให้หนึ่งฟอด ต่อให้พยายามแทบตาย คงยากจะตอบได้ ยกเว้นเค้าเป็นชาวทะเลไทยเหมือนกันครับ
ที่ตั้ง อุทยานหมู่เกาะเภตรา จังหวัดตรัง-สตูล
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรืออำเภอปะเหลียนหรืออำเภอกันตัง ไม่มีเรือเมล์ ต้องเช่าเหมาเรือ
จุดเด่น เกาะหินปูนรูปทรงแปลกประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เป็นอุทยานลึกลับของคนไทย อย่าว่าแต่เคยไปเลยครับ ผมว่าแม้แต่ชาวทะเลไทยที่ว่าเคี่ยวๆ ส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้ยินชื่อเกาะนี้ด้วยซ้ำ หมู่เกาะเภตราตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดตรัง ทางเหนือของจังหวัดสตูล ว่าง่ายๆ คือเขตเชื่อมต่อระหว่างสองจังหวัดนี้ ถ้าบอกให้ง่ายขึ้น เภตราอยู่ตอนใต้ของเกาะกระดานเกาะไหงเกาะลิบง แต่อยู่เหนือตะรุเตา เข้าใจกันบ้างมั้ยเอ่ย?
อุทยานฯแห่งนี้มีพื้นที่โดยรวม 494 ตารางกิโลเมตร เกาะในเขตรับผิดชอบมีประมาณ 16 เกาะ ที่ทำการอุทยานฯไม่ได้อยู่บนเกาะ แต่อยู่ที่ชายฝั่งใกล้ๆ กับปากบารา ท่าเรือไปเกาะตะรุเตา เกาะที่นักเที่ยวส่วนใหญ่ไปกันคือเกาะบุโหลน ผมมีภาพเหมือนกันครับ แต่ยังไม่เล่าเรื่อง หนนี้ขอเล่าเฉพาะเรื่องของเกาะเภตรา
ผมไปเกาะเภตราครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อสักสิบกว่าปีมาแล้ว หนนั้นจำได้ว่านั่งเรือของอุทยานฯไปไม่ไกล พอเรือวิ่งไปได้ครู่หนึ่ง ผมเห็นเกาะเภตราแต่ไกลเลยครับ เกาะเภตรามีชื่อเช่นนี้เพราะลักษณะรูปร่างเกาะที่คล้ายกับเรือสำเภา เป็นเขาหินปูนสูงชะลูด ถ้าใครชอบปีนผา เคยปีนแถวอ่าวต้นไทรหรืออ่าวไร่เลย์ มาเจอผาที่เกาะเภตรามีหวังหนาวแน่ บนเกาะนี้แทบไม่มีที่ราบ มีแต่เขาสูงและหน้าผาในทุกด้าน แม้ว่ามีแนวปะการังอยู่ทางทิศตะวันออก พร้อมกับหาดทรายเล็กๆ แต่คงไม่ค่อยมีใครคิดจะนั่งเรือมาเพื่อชมแนวปะการังแห่งนี้ เพราะน้ำขุ่นครับ ดูจากภาพก็ได้ เห็นมั้ยครับทะเลเขียวปี๋เลย น้ำอย่างนั้นดำไปมีหวังหัวชนปะการังตายกว่าจะเห็นอะไรสักอย่าง ผมพยายามลงไปในน้ำ แต่หนนั้นลงไปคนเดียว กลัวมากเนื่องจากขุ่นไปหมด ก็เลยขึ้นดีกว่าจ้ะ เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน
หนนี้ผมกลับไปเภตราอีกครั้ง แต่ไปทางอากาศ จึงได้ชมความงามที่แท้จริงของเภตรา เหมือนกับหน้าผาป้อมปราการสูงใหญ่ตั้งขึ้นมากลางทะเล ภาพที่ถ่ายมาเห็นเพียงด้านเดียว แต่ถ้ามองจากตรงสัน เราจะเห็นว่าสันเกาะแคบนิดเดียว ใครที่ชอบปีนผา ลองขึ้นไปบนนั้น ถ้าคุณรอดตาย ขอให้เดินต่อไปตามสันยอดเขา แล้วคุณจะรู้สึกว่าทั้งชีวิตนี้ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว มองเห็นหน้าผาทั้งสองข้าง ใครอยากมาถ่ายทำหนังบู๊หรือผจญภัย ลองใช้ยอดเภตราเป็นโลเกชั่น ถ้าไม่เจ๊งเพราะพระเอกนางเอกผู้ร้ายตกเขาตายหมด ก็จะรุ่งไปเลยเพราะวิวบีบคั้นเร้าใจมาก
ผมเคยเห็นเกาะหินปูนมาแล้วเกือบทั่วเมืองไทย (จะว่าทั่วทะเลไทยก็พอไหวครับ) แต่ผมยังไม่เคยเห็นเกาะไหนเหมือนเภตราสักเกาะ แม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่แหล่งเที่ยวธรรมชาติสำหรับคนทั้งหลาย บนเกาะยังมีรังนกและคนเฝ้ารังนก แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เภตรามีความงามในเรื่องภูมิสัณฐานด้อยกว่าเกาะใด ในตรงกันข้าม ผมว่าหาเกาะไหนจะมาสวยเท่าเภตรายากหน่อย โดยเฉพาะในเรื่องความอลังการ์ของธรรมชาติ ที่นี่แหละครับ...สุดยอด
เกาะอันเป็นที่รักประจำสัปดาห์นี้ แม้ว่าจะเป็นเกาะที่น้อยคนไปถึง แต่ก็เป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติ แถมยังเป็นเกาะลึกลับยากที่จะมีใครกล่าวถึง ลองโหลดภาพไปใช้เป็นวอลเปเปอร์หรือ e-Card สิครับ แล้วถามเพื่อนหรือหวานใจว่า เธอจ๋า...รู้มั้ยอยู่ที่ไหน ถ้ารู้ให้หนึ่งฟอด ต่อให้พยายามแทบตาย คงยากจะตอบได้ ยกเว้นเค้าเป็นชาวทะเลไทยเหมือนกันครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 6
.เกาะบุโหลน
ที่ตั้ง อุทยานหมู่เกาะเภตรา จังหวัดตรัง-สตูล
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือปากบารา มีเรือโดยสารไปเกาะบุโหลนทุกวัน เวลา 14.00 น. เที่ยวกลับเวลา 09.00 น. ค่าโดยสารไป-กลับ 200 บาท สอบถามรายละเอียดและที่พักบนเกาะได้ที่สมาคมเรือนำเที่ยว โทร. (074) 711-982
จุดเด่น เกาะที่มีรีสอร์ตสวยสบายแห่งทะเลสตูล
พูดถึงทะเลสตูล ทุกคนคงคิดถึงแค่เกาะตะรุเตา หลีเป๊ะ อาดัง-ราวี แต่คนไทยน้อยคนที่จะคิดถึงหมู่เกาะบุโหลน ทั้งที่เกาะพวกนี้อยู่ใกล้กว่าอาดัง-ราวีตั้งเยอะ แม้ความสวยจะเป็นรองนิดหน่อย แต่ความสะดวกสบายดีกว่าหลีเป๊ะ แถมยังอยู่ใกล้ประหยัดงบประหยัดเวลาได้มาก
หมู่เกาะบุโหลนอยู่ห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยเรือเมล์สักชั่วโฒงนิดๆ ประกอบด้วยเกาะทั้งหมด 6 เกาะ ได้แก่ เกาะบุโหลนใหญ่ บุโหลนขี้นก บุโหลกไม้ไผ่ ตุกนแพ ละมะ และตุงกู เกาะบุโหลนใหญ่หรือเกาะบุโหลนเลเป็นเกาะเดียวที่มีรีสอร์ตเอกชนอยู่บนเกาะ ไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว แต่มีหลายแห่ง รวมทั้งหมู่บ้านและร้านอาหารทั้งสองฟากฝั่งของเกาะ สมัยก่อนมีแม้กระทั่งร้านดำน้ำอยู่ที่นั่น โดยมีหมายดำอยู่ที่หินขาว แต่ปัจจุบันผมไม่ทราบสถานการณ์
ผมไปเกาะบุโหลนเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว ได้ขึ้นไปยืนยิ้มอยู่บนเกาะหนึ่งวัน เดินชมรีสอร์ต 3-4 แห่ง สอบถามได้ความว่าราคาไม่แพง เชื่อว่าตอนนี้คงอยู่ที่ 500-1,000 บาทไม่น่าเกิน ผมยังเดินข้ามเกาะไปหมู่บ้านและหาดหลังเกาะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง หาคนไทยได้น้อยมาก ผมยังมีโอกาสดำน้ำแบบ Snorkeling แถวแนวปะการังหน้าเกาะ น้ำขุ่นไปนิด ปะการังส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน สำหรับหินขาวเราพบปะการังอ่อนมากมาย แต่เสียที่น้ำขุ่นและแรง อันเป็นเรื่องปรกติของทะเลสตูล แต่ถ้าไปถูกจังหวะน้ำอาจใสแจ๋วจนคุณตะลึงได้
หนนี้ผมมีโอกาสไปบุโหลนอีกครั้ง แต่เป็นทางอากาศ เราไปสำรวจอุทยานฯหมู่เกาะเภตรา บางคนอาจไม่ทราบว่าหมู่เกาะบุโหลนอยู่ในเขตอุทยานฯแห่งนี้ แต่พื้นที่บนเกาะบุโหลนใหญ่เป็นพื้นที่กันออกตั้งแต่ก่อนประกาศเขตอุทยานฯ บริเวณนี้จึงมีรีสอร์ตเอกชนได้ หลังจากที่นักบินพุ่งผ่านหลังเกาะ ผมขอให้เขาวนมาอีกครั้ง เพราะจำได้ว่ารีสอร์ตส่วนใหญ่อยู่ด้านนี้ พอมองดูดีๆ ถึงเห็นเสาวิทยุของอาคารอะไรสักอย่าง ผมจำได้ว่ามีโรงเรียนอยู่ใกล้ๆ เลยสะกิดให้พี่นักบินเค้าร่อนลงต่ำสักนิด ก่อนถ่ายภาพนี้มาฝากกัน แนวปะการังตรงแหลมนั่นแหละครับที่ผมไปดำน้ำในครั้งก่อน ตรงปลายแหลมน้ำไหลเกือบล่องลอยออกทะเลยังจำได้เสมอ
เกาะอันเป็นที่รักในสัปดาห์นี้ ผมจึงขอนำเสนอภาพถ่ายทางอากาศของบุโหลนใหญ่ ภาพที่เชื่อว่าน้อยคนนักจะได้เห็น สำหรับคุณๆ ที่เคยไปที่นั่น ภาพนี้คงเป็นภาพช่วยระลึกความทรงจำแสนสนุกแสนหวาน สำหรับคุณที่ยังไม่เคยไป สนใจบุโหลนบ้างมั้ยเอ่ย? ปีหน้าฟ้าใหม่ไปทะเลสตูล ลองแวะไปเยี่ยมเยียนบุโหลนสิครับ ใครชอบบรรยากาศแบบสมุยหรือเสม็ดในทะเลอันดามัน ที่นี่แหละครับไม่น่าผิดหวัง
ที่ตั้ง อุทยานหมู่เกาะเภตรา จังหวัดตรัง-สตูล
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือปากบารา มีเรือโดยสารไปเกาะบุโหลนทุกวัน เวลา 14.00 น. เที่ยวกลับเวลา 09.00 น. ค่าโดยสารไป-กลับ 200 บาท สอบถามรายละเอียดและที่พักบนเกาะได้ที่สมาคมเรือนำเที่ยว โทร. (074) 711-982
จุดเด่น เกาะที่มีรีสอร์ตสวยสบายแห่งทะเลสตูล
พูดถึงทะเลสตูล ทุกคนคงคิดถึงแค่เกาะตะรุเตา หลีเป๊ะ อาดัง-ราวี แต่คนไทยน้อยคนที่จะคิดถึงหมู่เกาะบุโหลน ทั้งที่เกาะพวกนี้อยู่ใกล้กว่าอาดัง-ราวีตั้งเยอะ แม้ความสวยจะเป็นรองนิดหน่อย แต่ความสะดวกสบายดีกว่าหลีเป๊ะ แถมยังอยู่ใกล้ประหยัดงบประหยัดเวลาได้มาก
หมู่เกาะบุโหลนอยู่ห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยเรือเมล์สักชั่วโฒงนิดๆ ประกอบด้วยเกาะทั้งหมด 6 เกาะ ได้แก่ เกาะบุโหลนใหญ่ บุโหลนขี้นก บุโหลกไม้ไผ่ ตุกนแพ ละมะ และตุงกู เกาะบุโหลนใหญ่หรือเกาะบุโหลนเลเป็นเกาะเดียวที่มีรีสอร์ตเอกชนอยู่บนเกาะ ไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว แต่มีหลายแห่ง รวมทั้งหมู่บ้านและร้านอาหารทั้งสองฟากฝั่งของเกาะ สมัยก่อนมีแม้กระทั่งร้านดำน้ำอยู่ที่นั่น โดยมีหมายดำอยู่ที่หินขาว แต่ปัจจุบันผมไม่ทราบสถานการณ์
ผมไปเกาะบุโหลนเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว ได้ขึ้นไปยืนยิ้มอยู่บนเกาะหนึ่งวัน เดินชมรีสอร์ต 3-4 แห่ง สอบถามได้ความว่าราคาไม่แพง เชื่อว่าตอนนี้คงอยู่ที่ 500-1,000 บาทไม่น่าเกิน ผมยังเดินข้ามเกาะไปหมู่บ้านและหาดหลังเกาะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง หาคนไทยได้น้อยมาก ผมยังมีโอกาสดำน้ำแบบ Snorkeling แถวแนวปะการังหน้าเกาะ น้ำขุ่นไปนิด ปะการังส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน สำหรับหินขาวเราพบปะการังอ่อนมากมาย แต่เสียที่น้ำขุ่นและแรง อันเป็นเรื่องปรกติของทะเลสตูล แต่ถ้าไปถูกจังหวะน้ำอาจใสแจ๋วจนคุณตะลึงได้
หนนี้ผมมีโอกาสไปบุโหลนอีกครั้ง แต่เป็นทางอากาศ เราไปสำรวจอุทยานฯหมู่เกาะเภตรา บางคนอาจไม่ทราบว่าหมู่เกาะบุโหลนอยู่ในเขตอุทยานฯแห่งนี้ แต่พื้นที่บนเกาะบุโหลนใหญ่เป็นพื้นที่กันออกตั้งแต่ก่อนประกาศเขตอุทยานฯ บริเวณนี้จึงมีรีสอร์ตเอกชนได้ หลังจากที่นักบินพุ่งผ่านหลังเกาะ ผมขอให้เขาวนมาอีกครั้ง เพราะจำได้ว่ารีสอร์ตส่วนใหญ่อยู่ด้านนี้ พอมองดูดีๆ ถึงเห็นเสาวิทยุของอาคารอะไรสักอย่าง ผมจำได้ว่ามีโรงเรียนอยู่ใกล้ๆ เลยสะกิดให้พี่นักบินเค้าร่อนลงต่ำสักนิด ก่อนถ่ายภาพนี้มาฝากกัน แนวปะการังตรงแหลมนั่นแหละครับที่ผมไปดำน้ำในครั้งก่อน ตรงปลายแหลมน้ำไหลเกือบล่องลอยออกทะเลยังจำได้เสมอ
เกาะอันเป็นที่รักในสัปดาห์นี้ ผมจึงขอนำเสนอภาพถ่ายทางอากาศของบุโหลนใหญ่ ภาพที่เชื่อว่าน้อยคนนักจะได้เห็น สำหรับคุณๆ ที่เคยไปที่นั่น ภาพนี้คงเป็นภาพช่วยระลึกความทรงจำแสนสนุกแสนหวาน สำหรับคุณที่ยังไม่เคยไป สนใจบุโหลนบ้างมั้ยเอ่ย? ปีหน้าฟ้าใหม่ไปทะเลสตูล ลองแวะไปเยี่ยมเยียนบุโหลนสิครับ ใครชอบบรรยากาศแบบสมุยหรือเสม็ดในทะเลอันดามัน ที่นี่แหละครับไม่น่าผิดหวัง
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 7
อ่าวทุ่งวัวแล่น
ที่ตั้ง จังหวัดชุมพร
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษม เมื่อเลยศาลพ่อตาหินช้าง เข้าสู่แยกปะทิว ให้ตรงต่อไป จนถึงแยกท่าแซะค่อยเลี้ยวซ้าย ตามป้าย "ชุมพรคาบาน่า" ไปเรื่อยๆ ระยะทางยี่สิบกิโลเมตรนิดๆ คุณจะมาถึงอ่าว หรืออาจเดินทางจากเมืองชุมพร ระยะทาง 14 กิโลเมตร
จุดเด่น แผ่นดินของเรา หาดในฝันของเด็กน้อยและคู่รัก
ผมอ่าน "แผ่นดินของเรา" โดยแม่อนงค์หรือครูมาลัย ชูพินิจ เป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยยังเด็ก ตอนนั้นมีอยู่ 2 แห่งที่อยากเห็นมาก ที่แรกคือ "ตลาดปากน้ำโพ" อันจอแจของลุ่มน้ำเจ้าพระยา อีกแห่งคือ "หาดทุ่งวัวแล่น" ที่อาธำรงไปสร้างสวนมะพร้าวอยู่หลายปี ถ้อยคำที่บรมครูด้านงานเขียนใช้บรรยายหาดในสมัยนั้น มีทั้งป่ารกทึบ ฉลามในทะเล แต่ความงามท่ามกลางแสงจันทร์ ที่นี่ไม่มีดินแดนแห่งไหนมาสู้ได้
ต่อเมื่อผมโตขึ้น มีโอกาสได้ไปทุ่งวัวแล่นอีกครั้งเมื่อสมัยเป็นนิสิต ตอนนั้นมีโรงแรมอยู่แห่งหนึ่งชื่อ "ชุมพรคาบาน่า" เพิ่งเปิดบริการได้ไม่นาน ได้ข่าวว่าราคาแพงแต่สวยมาก ผมไม่กล้าเข้าไป ได้แต่เมียงมองอยู่ข้างนอก แค่เห็นก็ซี้ดปากอยากพักจัง แต่ตามประสานิสิตจนๆ เราต้องเดินทางไปพักในเมือง ทั้งที่ผมฝันอยากเห็นหาดแห่งนี้ในยามค่ำคืน
หลังจากนั้นอีกนาน ผมได้เจอคุณวริสร รักษ์พันธ์ ผู้จัดการหนุ่มของคาบาน่าหลายครั้ง ได้พูดคุยจนตัดสินใจได้ว่า มีแนวความคิดคล้ายคลึงกัน ผมฝันอยากเห็นทะเลชุมพรให้สวยอีกนานๆ คุณวริสรอยากสร้างรีสอร์ตและศูนย์ดำน้ำที่ให้มากกว่าบริการ คาบาน่าและ TalayThai.com จึงตัดสินใจเป็นพันธมิตรระยะยาว ผมได้ไปคาบาน่าอีกหลายครั้ง จะว่าไปแล้ว ในระยะสองสามปีที่ผ่านมา นอกจากหัวหินแล้ว ไม่มีที่ไหนที่ผมไปบ่อยเท่ากับชุมพร อย่างปีนี้ก็ไปมาแล้ว 4 ครั้ง ทั้งที่ยังผ่านมาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ
ทุกครั้งหากมีเวลา ผมจะไปนั่งที่ชายหาดทุ่งวัวแล่นยามเย็น พยายามคิดนึกถึงภาพในอดีต เปรียบเทียบกับภาพที่เห็นในปัจจุบัน หลายสิ่งแปรเปลี่ยนไป ความเจริญย่างกรายเข้ามา แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่หลายสิบปีไม่ได้ทำให้เปลี่ยนผัน นั่นคือที่นี่ผักบุ้งทะเลยังชูใบชูดอกล้อเล่นกับลม เสียงใบมะพร้าวเสียดสีกันยังได้ยินชัดหู
แม้ว่าจะมีคนกรุงเทพฯมาหาดทุ่งวัวแล่นมากมาย แต่ที่นี่ไม่มีเรือกล้วยหรือสกูตเตอร์ ไม่มีรถสองล้อหรือสี่ล้อลุยทราย เด็กๆ ยังสนุกกับธรรมชาติด้วยถังพลาสติกและที่ขุด วิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องกลัวเหยียบเศษแก้ว ผู้ใหญ่กางเสื่อนอนรับลมเย็น ไม่ต้องกลัวม้าจะมาเดินเหยียบหรือหมาจะวิ่งไล่กัด ชายฝั่งทะเลที่ราบเรียบ ทำให้ทุกคนเล่นน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน ผมยังเห็นเด็กนักเรียนแถวนี้หลายคนมาวิ่งเล่นกัน หาดทุ่งวัวแล่นไม่ได้เป็นที่พักผ่อนเฉพาะสำหรับชาวกรุง แต่ยังรวมถึงชาวบ้านท้องถิ่นแถวนี้และทั่วชุมพร
เมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่บินสำรวจหมู่เกาะชุมพรเสร็จภารกิจ บินกลับสู่ฐานที่อยู่แถวอำเภอปะทิว ผมอดไม่ได้ที่จะขอให้นักบินเฉียดอ่าวทุ่งวัวแล่นสักนิด เพื่อผมจะได้มีโอกาสถ่ายภาพหาดแห่งนี้ นำไปแบ่งปันความทรงจำให้กับชาวทะเลไทย จากมุมมองของท้องฟ้า หาดยาว 3 กิโลเมตรแห่งนี้ สวยสมคำยกย่องว่าที่สุดแห่งเมืองชุมพร
เราจากอ่าวทุ่งวัวแล่นไปขณะพระอาทิตย์ดวงโตกำลังตกสู่แผ่นดิน ผมเพียงหวังว่านักท่องเที่ยวจากกรุงเทพ ชาวชุมพร ชาวบ้านทุ่งวัวแล่น ชุมพรคาบาน่าและรีสอร์ตอื่นๆ รวมทั้งผู้ประกอบการในบริเวณนี้ จะสามารถรักษาทุ่งวัวแล่นให้เป็นหาดเช่นนี้ต่อไป เพื่อปีนี้ ปีหน้า ปีไหนๆ ในอนาคต ยามที่ผมเหน็ดเหนื่อยกับเมืองใหญ่ เบื่อหาดที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ถนนเลียบหาด และคิวมอเตอร์ไซด์ ผมจะพาเด็กชายธรากลับมาที่นี่ มาที่หาดทุ่งวัวแล่น
แผ่นดินของเรา... .
ที่ตั้ง จังหวัดชุมพร
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษม เมื่อเลยศาลพ่อตาหินช้าง เข้าสู่แยกปะทิว ให้ตรงต่อไป จนถึงแยกท่าแซะค่อยเลี้ยวซ้าย ตามป้าย "ชุมพรคาบาน่า" ไปเรื่อยๆ ระยะทางยี่สิบกิโลเมตรนิดๆ คุณจะมาถึงอ่าว หรืออาจเดินทางจากเมืองชุมพร ระยะทาง 14 กิโลเมตร
จุดเด่น แผ่นดินของเรา หาดในฝันของเด็กน้อยและคู่รัก
ผมอ่าน "แผ่นดินของเรา" โดยแม่อนงค์หรือครูมาลัย ชูพินิจ เป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยยังเด็ก ตอนนั้นมีอยู่ 2 แห่งที่อยากเห็นมาก ที่แรกคือ "ตลาดปากน้ำโพ" อันจอแจของลุ่มน้ำเจ้าพระยา อีกแห่งคือ "หาดทุ่งวัวแล่น" ที่อาธำรงไปสร้างสวนมะพร้าวอยู่หลายปี ถ้อยคำที่บรมครูด้านงานเขียนใช้บรรยายหาดในสมัยนั้น มีทั้งป่ารกทึบ ฉลามในทะเล แต่ความงามท่ามกลางแสงจันทร์ ที่นี่ไม่มีดินแดนแห่งไหนมาสู้ได้
ต่อเมื่อผมโตขึ้น มีโอกาสได้ไปทุ่งวัวแล่นอีกครั้งเมื่อสมัยเป็นนิสิต ตอนนั้นมีโรงแรมอยู่แห่งหนึ่งชื่อ "ชุมพรคาบาน่า" เพิ่งเปิดบริการได้ไม่นาน ได้ข่าวว่าราคาแพงแต่สวยมาก ผมไม่กล้าเข้าไป ได้แต่เมียงมองอยู่ข้างนอก แค่เห็นก็ซี้ดปากอยากพักจัง แต่ตามประสานิสิตจนๆ เราต้องเดินทางไปพักในเมือง ทั้งที่ผมฝันอยากเห็นหาดแห่งนี้ในยามค่ำคืน
หลังจากนั้นอีกนาน ผมได้เจอคุณวริสร รักษ์พันธ์ ผู้จัดการหนุ่มของคาบาน่าหลายครั้ง ได้พูดคุยจนตัดสินใจได้ว่า มีแนวความคิดคล้ายคลึงกัน ผมฝันอยากเห็นทะเลชุมพรให้สวยอีกนานๆ คุณวริสรอยากสร้างรีสอร์ตและศูนย์ดำน้ำที่ให้มากกว่าบริการ คาบาน่าและ TalayThai.com จึงตัดสินใจเป็นพันธมิตรระยะยาว ผมได้ไปคาบาน่าอีกหลายครั้ง จะว่าไปแล้ว ในระยะสองสามปีที่ผ่านมา นอกจากหัวหินแล้ว ไม่มีที่ไหนที่ผมไปบ่อยเท่ากับชุมพร อย่างปีนี้ก็ไปมาแล้ว 4 ครั้ง ทั้งที่ยังผ่านมาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ
ทุกครั้งหากมีเวลา ผมจะไปนั่งที่ชายหาดทุ่งวัวแล่นยามเย็น พยายามคิดนึกถึงภาพในอดีต เปรียบเทียบกับภาพที่เห็นในปัจจุบัน หลายสิ่งแปรเปลี่ยนไป ความเจริญย่างกรายเข้ามา แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่หลายสิบปีไม่ได้ทำให้เปลี่ยนผัน นั่นคือที่นี่ผักบุ้งทะเลยังชูใบชูดอกล้อเล่นกับลม เสียงใบมะพร้าวเสียดสีกันยังได้ยินชัดหู
แม้ว่าจะมีคนกรุงเทพฯมาหาดทุ่งวัวแล่นมากมาย แต่ที่นี่ไม่มีเรือกล้วยหรือสกูตเตอร์ ไม่มีรถสองล้อหรือสี่ล้อลุยทราย เด็กๆ ยังสนุกกับธรรมชาติด้วยถังพลาสติกและที่ขุด วิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องกลัวเหยียบเศษแก้ว ผู้ใหญ่กางเสื่อนอนรับลมเย็น ไม่ต้องกลัวม้าจะมาเดินเหยียบหรือหมาจะวิ่งไล่กัด ชายฝั่งทะเลที่ราบเรียบ ทำให้ทุกคนเล่นน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน ผมยังเห็นเด็กนักเรียนแถวนี้หลายคนมาวิ่งเล่นกัน หาดทุ่งวัวแล่นไม่ได้เป็นที่พักผ่อนเฉพาะสำหรับชาวกรุง แต่ยังรวมถึงชาวบ้านท้องถิ่นแถวนี้และทั่วชุมพร
เมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่บินสำรวจหมู่เกาะชุมพรเสร็จภารกิจ บินกลับสู่ฐานที่อยู่แถวอำเภอปะทิว ผมอดไม่ได้ที่จะขอให้นักบินเฉียดอ่าวทุ่งวัวแล่นสักนิด เพื่อผมจะได้มีโอกาสถ่ายภาพหาดแห่งนี้ นำไปแบ่งปันความทรงจำให้กับชาวทะเลไทย จากมุมมองของท้องฟ้า หาดยาว 3 กิโลเมตรแห่งนี้ สวยสมคำยกย่องว่าที่สุดแห่งเมืองชุมพร
เราจากอ่าวทุ่งวัวแล่นไปขณะพระอาทิตย์ดวงโตกำลังตกสู่แผ่นดิน ผมเพียงหวังว่านักท่องเที่ยวจากกรุงเทพ ชาวชุมพร ชาวบ้านทุ่งวัวแล่น ชุมพรคาบาน่าและรีสอร์ตอื่นๆ รวมทั้งผู้ประกอบการในบริเวณนี้ จะสามารถรักษาทุ่งวัวแล่นให้เป็นหาดเช่นนี้ต่อไป เพื่อปีนี้ ปีหน้า ปีไหนๆ ในอนาคต ยามที่ผมเหน็ดเหนื่อยกับเมืองใหญ่ เบื่อหาดที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ถนนเลียบหาด และคิวมอเตอร์ไซด์ ผมจะพาเด็กชายธรากลับมาที่นี่ มาที่หาดทุ่งวัวแล่น
แผ่นดินของเรา... .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 8
แหลมโตนด ลันตา
ที่ตั้ง อุทยานหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่
การเดินทาง ระหว่างเส้นทางกระบี่-ตรัง มีทางแยกตามถนน 4206 ไปบ้านหัวหิน ลงแพขนานยนต์ได้ที่นั่น เดินทางโดยเรือ ลงเรือได้ที่ท่าเรือบ้านบ่อม่วง
จุดเด่น เกาะใหญ่ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ รีสอร์ตเพียบ
เกาะใหญ่ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในทะเลอันดามัน คงไม่พ้นเกาะลันตาแห่งเมืองกระบี่ ด้วยศักยภาพเพียบพร้อมในหลายทาง โดยเฉพาะถนนบนเกาะ ทำให้หลายคนเปรียบเทียบลันตากับเกาะสมุย แต่ยังก่อนครับ ลันตายังไม่เจริญถึงขั้นนั้น บนเกาะยังมีสถานที่หลายแห่งให้เราไปผจญภัย ยังมีน้ำใจของคนบนเกาะมากมาย หลายคนมาเกาะลันตาแล้วติดใจ อยากกลับอีกครั้งและอีกครั้ง
ลันตาเป็นเกาะที่ผมเพิ่งไปเมื่อโตแล้ว ผิดจากเกาะส่วนใหญ่ที่มีความทรงจำสมัยเด็ก ว่ากันตามตรง ผมไปลันตามาแค่ 2 ครั้ง น้อยกว่าเกาะอื่นๆ ตั้งเยอะ อาจเป็นเพราะแถวนั้นมีแนวปะการังไม่มาก อีกทั้งยังไม่ได้อยู่ในส่วนที่ผมรับผิดชอบทำการวิจัย ทุกครั้งที่ไปเกาะลันตา ผมเลยไปเพื่อพักผ่อน หนหนึ่งไปนอนที่แหลมโตนด แหลมที่คุณเห็นอยู่ในภาพนี่แหละครับ ตรงนั้นเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่ให้วิวทั้งป่าทั้งทะเลดีเยี่ยม ยังมีหาดทรายขาวสะอาดเล่นน้ำได้นอนกลิ้งก็ได้ ในวันที่ฟ้าสวย วิวประภาคารบนยอดแหลมโตนดสวยอย่าบอกใครเชียว
เกาะลันตาแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งง่ายๆ ฝั่งตะวันตกมีหาดทรายขาวสวยหลายแห่งพร้อมถนนเลียบหาด มีบังกาโลตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงหลังละเป็นหมื่นก็มี ร้านมินิมาร์ทกำลังผุดขึ้นแทรกอยู่ตามตลาด หาซื้ออะไรก็ได้ง่ายดายสะดวกจัง บนเกาะมีแม้กระทั่งร้านดำน้ำแบบ SCUBA ที่จะพาคุณไปเที่ยวใต้ทะเลของเกาะต่างๆ ในบริเวณนั้น เช่น เกาะรอก ฝั่งตะวันออกของเกาะลันดาเป็นภูผาสูงชัน บางตอนป่าแน่นทึบลงมาจนติดทะเล ยกเว้นอ่าวที่อยู่ทางตอนเหนือ ฝั่งนี้ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัย
อุทยานฯหมู่เกาะลันตาไม่ได้มีเกาะลันตาอยู่เพียงหนึ่งเดียว หลายคนคงไม่ทราบว่า เกาะไหงที่อยู่จังหวัดตรัง ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานฯแห่งนี้ด้วย ยังมีเกาะห้าใหญ่ที่ผมเคยเล่าไปแล้วว่าเป็นเกาะหินปูนสวยงามหนักหนา แต่ถ้าถามถึงเกาะดังสุดในหมู่เกาะลันตา คงไม่พ้นเกาะรอก เกาะห่างไกลฝั่งที่สุดในเขตทะเลอันดามัน จุดเด่นคือหาดทรายขาวสะอาดน้ำทะเลใสแจ๋วพร้อมปูเสฉวนมหาศาลบนเกาะแห่งนี้ แต่อย่าหวังว่าเกาะรอกจะมีปะการังสวยมากมายนะครับ ไม่ได้ครึ่งของหมู่เกาะสุรินทร์ เทียบกับหมู่เกาะสิมิลันยังไม่ได้ ใครจะไปเกาะรอกคงต้องทำใจไว้สักนิด สำหรับเกาะนี้ Islands We Love จะนำเสนอต่อไปในอีกไม่นานครับ
หินม่วง-หินแดง ก็อยู่ในเขตอุทยานฯหมู่เกาะลันตาเช่นกัน โดยอยู่ห่างจากเกาะรอกออกไปทางตะวันตกอีกกว่ายี่สิบกิโลเมตร ที่นี่ถือเป็นจุดดำน้ำระดับสุดๆ แม้ว่าจะโดนระเบิดไปบ้าง แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่งดงาม โดยเฉพาะปะการังอ่อนแสนเพียบล้านเพียบ ไม่มีที่ไหนสู้หินแดงได้แน่
ฮันนีมูนก็ได้ นอนก็ได้ เที่ยวหาดสวยก็ได้ ดำน้ำก็ยังดี แล้วจะมีที่ไหนเจ๋งสู้ลันตาได้ แต่อย่าลืมเตรียมงบไปเยอะหน่อย เกาะมีหลายแห่งแถมอยู่ห่างกัน งบน้อยสู้ไม่ไหวครับ .
ที่ตั้ง อุทยานหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่
การเดินทาง ระหว่างเส้นทางกระบี่-ตรัง มีทางแยกตามถนน 4206 ไปบ้านหัวหิน ลงแพขนานยนต์ได้ที่นั่น เดินทางโดยเรือ ลงเรือได้ที่ท่าเรือบ้านบ่อม่วง
จุดเด่น เกาะใหญ่ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ รีสอร์ตเพียบ
เกาะใหญ่ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในทะเลอันดามัน คงไม่พ้นเกาะลันตาแห่งเมืองกระบี่ ด้วยศักยภาพเพียบพร้อมในหลายทาง โดยเฉพาะถนนบนเกาะ ทำให้หลายคนเปรียบเทียบลันตากับเกาะสมุย แต่ยังก่อนครับ ลันตายังไม่เจริญถึงขั้นนั้น บนเกาะยังมีสถานที่หลายแห่งให้เราไปผจญภัย ยังมีน้ำใจของคนบนเกาะมากมาย หลายคนมาเกาะลันตาแล้วติดใจ อยากกลับอีกครั้งและอีกครั้ง
ลันตาเป็นเกาะที่ผมเพิ่งไปเมื่อโตแล้ว ผิดจากเกาะส่วนใหญ่ที่มีความทรงจำสมัยเด็ก ว่ากันตามตรง ผมไปลันตามาแค่ 2 ครั้ง น้อยกว่าเกาะอื่นๆ ตั้งเยอะ อาจเป็นเพราะแถวนั้นมีแนวปะการังไม่มาก อีกทั้งยังไม่ได้อยู่ในส่วนที่ผมรับผิดชอบทำการวิจัย ทุกครั้งที่ไปเกาะลันตา ผมเลยไปเพื่อพักผ่อน หนหนึ่งไปนอนที่แหลมโตนด แหลมที่คุณเห็นอยู่ในภาพนี่แหละครับ ตรงนั้นเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่ให้วิวทั้งป่าทั้งทะเลดีเยี่ยม ยังมีหาดทรายขาวสะอาดเล่นน้ำได้นอนกลิ้งก็ได้ ในวันที่ฟ้าสวย วิวประภาคารบนยอดแหลมโตนดสวยอย่าบอกใครเชียว
เกาะลันตาแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งง่ายๆ ฝั่งตะวันตกมีหาดทรายขาวสวยหลายแห่งพร้อมถนนเลียบหาด มีบังกาโลตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงหลังละเป็นหมื่นก็มี ร้านมินิมาร์ทกำลังผุดขึ้นแทรกอยู่ตามตลาด หาซื้ออะไรก็ได้ง่ายดายสะดวกจัง บนเกาะมีแม้กระทั่งร้านดำน้ำแบบ SCUBA ที่จะพาคุณไปเที่ยวใต้ทะเลของเกาะต่างๆ ในบริเวณนั้น เช่น เกาะรอก ฝั่งตะวันออกของเกาะลันดาเป็นภูผาสูงชัน บางตอนป่าแน่นทึบลงมาจนติดทะเล ยกเว้นอ่าวที่อยู่ทางตอนเหนือ ฝั่งนี้ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัย
อุทยานฯหมู่เกาะลันตาไม่ได้มีเกาะลันตาอยู่เพียงหนึ่งเดียว หลายคนคงไม่ทราบว่า เกาะไหงที่อยู่จังหวัดตรัง ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานฯแห่งนี้ด้วย ยังมีเกาะห้าใหญ่ที่ผมเคยเล่าไปแล้วว่าเป็นเกาะหินปูนสวยงามหนักหนา แต่ถ้าถามถึงเกาะดังสุดในหมู่เกาะลันตา คงไม่พ้นเกาะรอก เกาะห่างไกลฝั่งที่สุดในเขตทะเลอันดามัน จุดเด่นคือหาดทรายขาวสะอาดน้ำทะเลใสแจ๋วพร้อมปูเสฉวนมหาศาลบนเกาะแห่งนี้ แต่อย่าหวังว่าเกาะรอกจะมีปะการังสวยมากมายนะครับ ไม่ได้ครึ่งของหมู่เกาะสุรินทร์ เทียบกับหมู่เกาะสิมิลันยังไม่ได้ ใครจะไปเกาะรอกคงต้องทำใจไว้สักนิด สำหรับเกาะนี้ Islands We Love จะนำเสนอต่อไปในอีกไม่นานครับ
หินม่วง-หินแดง ก็อยู่ในเขตอุทยานฯหมู่เกาะลันตาเช่นกัน โดยอยู่ห่างจากเกาะรอกออกไปทางตะวันตกอีกกว่ายี่สิบกิโลเมตร ที่นี่ถือเป็นจุดดำน้ำระดับสุดๆ แม้ว่าจะโดนระเบิดไปบ้าง แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่งดงาม โดยเฉพาะปะการังอ่อนแสนเพียบล้านเพียบ ไม่มีที่ไหนสู้หินแดงได้แน่
ฮันนีมูนก็ได้ นอนก็ได้ เที่ยวหาดสวยก็ได้ ดำน้ำก็ยังดี แล้วจะมีที่ไหนเจ๋งสู้ลันตาได้ แต่อย่าลืมเตรียมงบไปเยอะหน่อย เกาะมีหลายแห่งแถมอยู่ห่างกัน งบน้อยสู้ไม่ไหวครับ .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 9
เกาะง่าม
ที่ตั้ง หมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร
การเดินทาง เดินทางไปจังหวัดชุมพรทางรถยนต์ (450 กม.) หรือรถไฟ ลงเรือได้จากท่าเรือหลายแห่ง เช่น อ่าวทรายรี ปากน้ำชุมพร แต่จุดที่ใกล้สุดคือชุมพรคาบาน่า ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ไปได้เกือบทุกเดือน ยกเว้นช่วงที่พายุเข้าหรือช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคมที่อาจมีฝนตกหนัก นอกจากหน้าร้อนแล้ว ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายันยังเป็นเวลาที่น่าเที่ยวทะเลชุมพรจ้ะ
จุดเด่น จุดดำน้ำลึกชั้นดีไปสะดวกราคาไม่แพง
ครั้งแรกที่มาหมู่เกาะง่าม ผมยังเป็นนิสิตมาเพื่อสำรวจแนวปะการังในหมู่เกาะชุมพร ครั้งนั้นจำได้ว่า อดใจทนรอเวลาที่จะได้ไปดำน้ำแถวเกาะง่ามอยู่นานมาก เราต้องสำรวจเกาะอื่นๆ ในหมู่เกาะชุมพรให้ครบเสียก่อน ใช้เวลาสองอาทิตย์เศษ ก่อนตอนจบทริปจะมาที่เกาะง่าม ผมลงไปที่หินแพ ได้เจอฉลามหูดำหนึ่งตัว ปะการังอ่อน ปะการังดำ ฝูงปลา มีเยอะแยะเต็มไปหมด
ตลอดเวลาเกือบยี่สิบปี ผมกลับไปเกาะง่ามอีกนับครั้งไม่ถ้วน พานิสิตไปสำรวจบ้าง ไปกับอสท.บ้าง ยิ่งระยะหลังไปชุมพรบ่อย ว่ากันตามตรง หมู่เกาะง่ามเป็นเกาะที่ผมดำน้ำบ่อยที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งนี้ไม่นับหมู่เกาะสุรินทร์ แหล่งหากินประจำ
หมู่เกาะง่ามมี 3 เกาะ 1 กองหิน สามเกาะ ได้แก่ เกาะง่ามใหญ่ ที่เห็นอยู่ด้านหลัง เกาะง่ามน้อย เห็นอยู่ด้านหน้า และเกาะหลักง่าม ในภาพนี้ไม่มี อีกหนึ่งกองหินคือหินแพอยู่ปริ่มน้ำ มองไปทางเหนือของเกาะง่ามใหญ่ จะเห็นจุดเล็กๆ อยู่ตรงนั้น นั่นแหละครับหินแพ
ภาพนี้ถ่ายเวลาน้ำใสแดดดี เลยบอกข้อมูลได้เยอะ ผมอยากให้ลองสังเกตเกาะง่ามใหญ่และเกาะง่ามน้อยทั้งทางซ้ายและทางขวาเปรียบเทียบกัน คุณจะเห็นว่าด้านซ้ายหรือด้านตะวันตก ด้านที่หันเข้าหาฝั่ง มีแนวน้ำตื้นกว้างกว่า ถ้าเป็นเกาะอื่นของชุมพร ตรงแถวนั้นจะเป็นแนวปะการัง แต่ถ้าเป็นหมู่เกาะง่าม ส่วนใหญ่เป็นกองหิน มีปะการังนิดหน่อย สภาพนี้อาจเกิดจากมรสุมที่กระทำมานานปี
ลองดูทางขวาหรือทางทิศตะวันออกของเกาะบ้าง ชายฝั่งค่อนข้างหักชัน แต่มีกองหินระเกะระกะอยู่เยอะเชียว เกาะง่ามเป็นเกาะหินปูนโผล่ขึ้นมาจากท้องทะเลที่เป็นพื้นทรายราบเรียบ ความลึกรอบเกาะอยู่ประมาณ 12-15 เมตร ยกเว้นตรงหัวเกาะง่ามใหญ่ต่อกับหินแพ อาจลึกมากกว่านั้นนิดหน่อย เกาะง่ามจึงเป็นจุดดำน้ำที่ดีสำหรับคนที่เริ่มฝึกหัด รวมทั้งเป็นจุดสอนดำน้ำที่ดี เหมือนกับที่ TalayThai จัดคอร์สไปดำน้ำกันที่นั่น จุดที่ฝึกหัดส่วนใหญ่จะอยู่แถวเกาะง่ามน้อย ทางขวาของเกาะ (ในภาพ) เยื้องไปทางหัวเกาะนิดหนึ่ง ตรงนั้นยังเป็นจุดพบกุ้งเหมือนฝันหรือกุ้งตัวยาว ที่ปัจจุบันย้ายที่ไปมา แต่ก็วนเวียนอยู่แถวนั้นแหละครับ เกาะง่ามใหญ่และเกาะง่ามน้อยยังเป็นจุด Snorkeling ดีสุดแห่งหนึ่งในชุมพร แม้อาจไม่มีปะการังมากมาย แต่น้ำทะเลใสเกือบตลอดเวลา ข้างๆ เกาะที่เป็นกองหิน มีดอกไม้ทะเลและปลาต่างๆ อยู่เยอะแยะ เกาะง่ามเป็นจุดที่พบทากทะเลปริมาณมากสุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย และยังเป็นจุดที่เจอปลาสลิดหินถึง 17 ชนิด มากกว่าเกาะสมุยและเกาะพงันทั้งหมดเสียอีก แค่นี้คงพอบอกถึงโลกใต้ทะเลที่หลากหลายแถวนี้ได้อย่างดี
ภาพนี้มอบให้ชาวทะเล'บ้า ที่ถ้าเข้าใจไม่ผิด ยังเหลืออีกกลุ่มจะไปสอบดำน้ำกันแถวนั้น ยังมอบให้สำหรับใครที่สนใจอยากไปชุมพร โดยเฉพาะชุมพรคาบาน่า ใครออกทริปดำน้ำแบบ Snorkeling จะได้คุ้นเคยกับเกาะง่ามไว้สักนิด
หมู่เกาะง่าม...เกาะสุดงามแห่งอ่าวไทยฝั่งตะวันตกครับ
ที่ตั้ง หมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร
การเดินทาง เดินทางไปจังหวัดชุมพรทางรถยนต์ (450 กม.) หรือรถไฟ ลงเรือได้จากท่าเรือหลายแห่ง เช่น อ่าวทรายรี ปากน้ำชุมพร แต่จุดที่ใกล้สุดคือชุมพรคาบาน่า ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ไปได้เกือบทุกเดือน ยกเว้นช่วงที่พายุเข้าหรือช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคมที่อาจมีฝนตกหนัก นอกจากหน้าร้อนแล้ว ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายันยังเป็นเวลาที่น่าเที่ยวทะเลชุมพรจ้ะ
จุดเด่น จุดดำน้ำลึกชั้นดีไปสะดวกราคาไม่แพง
ครั้งแรกที่มาหมู่เกาะง่าม ผมยังเป็นนิสิตมาเพื่อสำรวจแนวปะการังในหมู่เกาะชุมพร ครั้งนั้นจำได้ว่า อดใจทนรอเวลาที่จะได้ไปดำน้ำแถวเกาะง่ามอยู่นานมาก เราต้องสำรวจเกาะอื่นๆ ในหมู่เกาะชุมพรให้ครบเสียก่อน ใช้เวลาสองอาทิตย์เศษ ก่อนตอนจบทริปจะมาที่เกาะง่าม ผมลงไปที่หินแพ ได้เจอฉลามหูดำหนึ่งตัว ปะการังอ่อน ปะการังดำ ฝูงปลา มีเยอะแยะเต็มไปหมด
ตลอดเวลาเกือบยี่สิบปี ผมกลับไปเกาะง่ามอีกนับครั้งไม่ถ้วน พานิสิตไปสำรวจบ้าง ไปกับอสท.บ้าง ยิ่งระยะหลังไปชุมพรบ่อย ว่ากันตามตรง หมู่เกาะง่ามเป็นเกาะที่ผมดำน้ำบ่อยที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งนี้ไม่นับหมู่เกาะสุรินทร์ แหล่งหากินประจำ
หมู่เกาะง่ามมี 3 เกาะ 1 กองหิน สามเกาะ ได้แก่ เกาะง่ามใหญ่ ที่เห็นอยู่ด้านหลัง เกาะง่ามน้อย เห็นอยู่ด้านหน้า และเกาะหลักง่าม ในภาพนี้ไม่มี อีกหนึ่งกองหินคือหินแพอยู่ปริ่มน้ำ มองไปทางเหนือของเกาะง่ามใหญ่ จะเห็นจุดเล็กๆ อยู่ตรงนั้น นั่นแหละครับหินแพ
ภาพนี้ถ่ายเวลาน้ำใสแดดดี เลยบอกข้อมูลได้เยอะ ผมอยากให้ลองสังเกตเกาะง่ามใหญ่และเกาะง่ามน้อยทั้งทางซ้ายและทางขวาเปรียบเทียบกัน คุณจะเห็นว่าด้านซ้ายหรือด้านตะวันตก ด้านที่หันเข้าหาฝั่ง มีแนวน้ำตื้นกว้างกว่า ถ้าเป็นเกาะอื่นของชุมพร ตรงแถวนั้นจะเป็นแนวปะการัง แต่ถ้าเป็นหมู่เกาะง่าม ส่วนใหญ่เป็นกองหิน มีปะการังนิดหน่อย สภาพนี้อาจเกิดจากมรสุมที่กระทำมานานปี
ลองดูทางขวาหรือทางทิศตะวันออกของเกาะบ้าง ชายฝั่งค่อนข้างหักชัน แต่มีกองหินระเกะระกะอยู่เยอะเชียว เกาะง่ามเป็นเกาะหินปูนโผล่ขึ้นมาจากท้องทะเลที่เป็นพื้นทรายราบเรียบ ความลึกรอบเกาะอยู่ประมาณ 12-15 เมตร ยกเว้นตรงหัวเกาะง่ามใหญ่ต่อกับหินแพ อาจลึกมากกว่านั้นนิดหน่อย เกาะง่ามจึงเป็นจุดดำน้ำที่ดีสำหรับคนที่เริ่มฝึกหัด รวมทั้งเป็นจุดสอนดำน้ำที่ดี เหมือนกับที่ TalayThai จัดคอร์สไปดำน้ำกันที่นั่น จุดที่ฝึกหัดส่วนใหญ่จะอยู่แถวเกาะง่ามน้อย ทางขวาของเกาะ (ในภาพ) เยื้องไปทางหัวเกาะนิดหนึ่ง ตรงนั้นยังเป็นจุดพบกุ้งเหมือนฝันหรือกุ้งตัวยาว ที่ปัจจุบันย้ายที่ไปมา แต่ก็วนเวียนอยู่แถวนั้นแหละครับ เกาะง่ามใหญ่และเกาะง่ามน้อยยังเป็นจุด Snorkeling ดีสุดแห่งหนึ่งในชุมพร แม้อาจไม่มีปะการังมากมาย แต่น้ำทะเลใสเกือบตลอดเวลา ข้างๆ เกาะที่เป็นกองหิน มีดอกไม้ทะเลและปลาต่างๆ อยู่เยอะแยะ เกาะง่ามเป็นจุดที่พบทากทะเลปริมาณมากสุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย และยังเป็นจุดที่เจอปลาสลิดหินถึง 17 ชนิด มากกว่าเกาะสมุยและเกาะพงันทั้งหมดเสียอีก แค่นี้คงพอบอกถึงโลกใต้ทะเลที่หลากหลายแถวนี้ได้อย่างดี
ภาพนี้มอบให้ชาวทะเล'บ้า ที่ถ้าเข้าใจไม่ผิด ยังเหลืออีกกลุ่มจะไปสอบดำน้ำกันแถวนั้น ยังมอบให้สำหรับใครที่สนใจอยากไปชุมพร โดยเฉพาะชุมพรคาบาน่า ใครออกทริปดำน้ำแบบ Snorkeling จะได้คุ้นเคยกับเกาะง่ามไว้สักนิด
หมู่เกาะง่าม...เกาะสุดงามแห่งอ่าวไทยฝั่งตะวันตกครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 10
ทะเลใน
ที่ตั้ง เกาะแม่เกาะ หมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
การเดินทาง เดินทางไปเกาะสมุย ก่อนต่อเรือทัวร์ที่ออกทุกวันจากท่าเรือหน้าทอนไปหมู่เกาะอ่างทอง เรือมีบริการไปเช้าเย็นกลับ เป็นทัวร์เต็มรูปแบบ จะแวะให้ขึ้นจุดชมวิวที่ทะเลใน เกาะแม่เกาะ สามารถค้างคืนที่เกาะวัวตาหลับ ที่ทำการอุทยานฯ นอกจากหน้าร้อนแล้ว หมู่เกาะอ่างทองยังสามารถเที่ยวได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน
จุดเด่น หมู่เกาะหินปูนสวยที่สุดในอ่าวไทย ทะเลในมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองไทย
"ทะเลใน" หรือลากูน (Lagoon) เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรณีวิทยา เมื่อซอกหรือโพรงในเกาะหินปูนถูกพลังจากทะเลกัดเซาะให้เกิดเป็นโพรงและถ้ำทะเล ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำหนักของหินปูนด้านบนมีมากเกินไป ยุบตัวลงมาเป็นโพรงขนาดยักษ์ น้ำทะเลข้างในและข้างนอกยังคงเชื่อมต่อกันตามโพรงหรือถ้ำที่อาจจมอยู่ใต้น้ำ น้ำในทะเลในจึงมีขึ้นมีลงเหมือนกับทะเลข้างนอก
ทะเลในมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองไทยคือทะเลในที่หมู่เกาะอ่างทอง ดังมานานก่อนทะเลในที่เกาะพนัก เกาะห้อง พังงาและกระบี่ หรือก่อนที่ถ้ำมรกตจังหวัดตรังจะเป็นที่รู้จัก ว่ากันตามตรงแล้ว คำว่า "ทะเลใน" คือคำเรียกที่ใช้เป็นครั้งแรกก็ที่หมู่เกาะอ่างทองนี่แหละ
ครั้งแรกที่ผมไปหมู่เกาะอ่างทอง สมัยนั้นยังเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียว จำอะไรไม่ค่อยได้ ที่พอจำได้คือตอนนั้นไม่ได้ขึ้นไปที่จุดชมวิวเพราะยังสร้างไม่เสร็จ ไม่มีบันไดขึ้น ต้องปีนไปตามหินผาที่ออกจะเกินความสามารถของเด็กน้อย ต่อเมื่อกลับไปอีกครั้งตอนเป็นวัยรุ่น หนนั้นทางเพื่อสร้างเสร็จหมาดๆ มีโอกาสเดินขึ้นไปชมวิวเป็นครั้งแรก เมื่อขึ้นไปถึงศาลาที่ตอนนั้นยังสร้างไม่เสร็จ มองซ้ายมองขวาเห็นทะเลทั้งข้างในและข้างนอก สวยงามสาสมความเหนื่อยที่เดินขึ้นไปมากครับ
ผมมีโอกาสกลับไปทะเลในอีกสองครั้งในสมัยเป็นนิสิต เดินทางไปสำรวจแนวปะการังที่หมู่เกาะอ่างทองติดต่อกันสามปี เคยได้ลงไปพยายาม Snorkeling ในทะเลใน แต่มองไม่เห็นอะไรเลยเพราะน้ำขุ่นมาก จำได้ว่าแถวๆ โขดหินข้างสะพานลงทะเลใน เจอปลานกแก้วหลายตัว หมายความว่าสัตว์บางชนิดจากทะเลข้างนอกว่ายเข้ามาในทะเลในเช่นกัน แต่แถวนั้นน้ำแรงมาก กลัวถูกดูดเข้าไปในน้ำที่มองไม่เห็น ก็เลยไม่ได้ลงไปอีกเลย ผมว่าถึงจะมีคนกล้าแค่ไหน แต่คงไม่มีใครกล้าดำน้ำลอดช่องจากทะเลนอกเข้ามาทะเลในเป็นแน่
ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ผมมองเห็นทะเลใน แต่เป็นมุมมองจากที่สูงเหนือจุดชมวิวไหนๆ จุดสีขาวเล็กจิ๋วบนสันเขาในภาพนั่นแหละครับคือจุดชมวิวปรกติของนักเที่ยวทั่วไป ในทะเลนอกมีเรือทัวร์จอดส่งนักท่องเที่ยวหนึ่งลำ เลยออกไปเป็นเกาะสามเส้า เกาะที่มีแนวปะการังดีสุดของหมู่เกาะอ่างทอง (แนวปะการังอยู่อีกฝั่ง ไม่ใช่ฝั่งที่เห็นในภาพ) อีกเกาะที่มองเห็นยื่นมานิดหนึ่งทางมุมขวาของภาพคือเกาะไผ่ลวก เลยออกไปเป็นเกาะใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเกาะสมุยนั่นเองครับ
ผมเชื่อว่าชาวทะเลไทยคงเคยเห็นภาพของทะเลในหลายครั้ง แต่ภาพในมุมมองนี้ อาจเป็นครั้งแรก จึงเลือกมาฝากกันโดยเฉพาะ เพื่อแทนคำขอบคุณที่คุณๆ เข้ามาเยือนเว็บน้อยแห่งนี้ อย่าลืมนะครับว่า คุณไปเที่ยวทะเลในและหมู่เกาะอ่างทองได้แม้แต่ในฤดูฝน โดยเฉพาะกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน แถวนั้นไม่ค่อยมีพายุ บางครั้งทะเลเรียบฟ้าสวยชนิดหน้าร้อนอาย ใครอยากหาเกาะแสนสงบ วิวทิวทัศน์สุดสวย คงพลาดหมู่เกาะอ่างทองไปไม่ได้แน่ ผมยังมีภาพหมู่เกาะอ่างทองอีกสองสามภาพ วันหลังจะเล่าเรื่องเกาะนี้ให้ฟังอีกครับ
.
ที่ตั้ง เกาะแม่เกาะ หมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
การเดินทาง เดินทางไปเกาะสมุย ก่อนต่อเรือทัวร์ที่ออกทุกวันจากท่าเรือหน้าทอนไปหมู่เกาะอ่างทอง เรือมีบริการไปเช้าเย็นกลับ เป็นทัวร์เต็มรูปแบบ จะแวะให้ขึ้นจุดชมวิวที่ทะเลใน เกาะแม่เกาะ สามารถค้างคืนที่เกาะวัวตาหลับ ที่ทำการอุทยานฯ นอกจากหน้าร้อนแล้ว หมู่เกาะอ่างทองยังสามารถเที่ยวได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน
จุดเด่น หมู่เกาะหินปูนสวยที่สุดในอ่าวไทย ทะเลในมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองไทย
"ทะเลใน" หรือลากูน (Lagoon) เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรณีวิทยา เมื่อซอกหรือโพรงในเกาะหินปูนถูกพลังจากทะเลกัดเซาะให้เกิดเป็นโพรงและถ้ำทะเล ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำหนักของหินปูนด้านบนมีมากเกินไป ยุบตัวลงมาเป็นโพรงขนาดยักษ์ น้ำทะเลข้างในและข้างนอกยังคงเชื่อมต่อกันตามโพรงหรือถ้ำที่อาจจมอยู่ใต้น้ำ น้ำในทะเลในจึงมีขึ้นมีลงเหมือนกับทะเลข้างนอก
ทะเลในมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองไทยคือทะเลในที่หมู่เกาะอ่างทอง ดังมานานก่อนทะเลในที่เกาะพนัก เกาะห้อง พังงาและกระบี่ หรือก่อนที่ถ้ำมรกตจังหวัดตรังจะเป็นที่รู้จัก ว่ากันตามตรงแล้ว คำว่า "ทะเลใน" คือคำเรียกที่ใช้เป็นครั้งแรกก็ที่หมู่เกาะอ่างทองนี่แหละ
ครั้งแรกที่ผมไปหมู่เกาะอ่างทอง สมัยนั้นยังเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียว จำอะไรไม่ค่อยได้ ที่พอจำได้คือตอนนั้นไม่ได้ขึ้นไปที่จุดชมวิวเพราะยังสร้างไม่เสร็จ ไม่มีบันไดขึ้น ต้องปีนไปตามหินผาที่ออกจะเกินความสามารถของเด็กน้อย ต่อเมื่อกลับไปอีกครั้งตอนเป็นวัยรุ่น หนนั้นทางเพื่อสร้างเสร็จหมาดๆ มีโอกาสเดินขึ้นไปชมวิวเป็นครั้งแรก เมื่อขึ้นไปถึงศาลาที่ตอนนั้นยังสร้างไม่เสร็จ มองซ้ายมองขวาเห็นทะเลทั้งข้างในและข้างนอก สวยงามสาสมความเหนื่อยที่เดินขึ้นไปมากครับ
ผมมีโอกาสกลับไปทะเลในอีกสองครั้งในสมัยเป็นนิสิต เดินทางไปสำรวจแนวปะการังที่หมู่เกาะอ่างทองติดต่อกันสามปี เคยได้ลงไปพยายาม Snorkeling ในทะเลใน แต่มองไม่เห็นอะไรเลยเพราะน้ำขุ่นมาก จำได้ว่าแถวๆ โขดหินข้างสะพานลงทะเลใน เจอปลานกแก้วหลายตัว หมายความว่าสัตว์บางชนิดจากทะเลข้างนอกว่ายเข้ามาในทะเลในเช่นกัน แต่แถวนั้นน้ำแรงมาก กลัวถูกดูดเข้าไปในน้ำที่มองไม่เห็น ก็เลยไม่ได้ลงไปอีกเลย ผมว่าถึงจะมีคนกล้าแค่ไหน แต่คงไม่มีใครกล้าดำน้ำลอดช่องจากทะเลนอกเข้ามาทะเลในเป็นแน่
ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ผมมองเห็นทะเลใน แต่เป็นมุมมองจากที่สูงเหนือจุดชมวิวไหนๆ จุดสีขาวเล็กจิ๋วบนสันเขาในภาพนั่นแหละครับคือจุดชมวิวปรกติของนักเที่ยวทั่วไป ในทะเลนอกมีเรือทัวร์จอดส่งนักท่องเที่ยวหนึ่งลำ เลยออกไปเป็นเกาะสามเส้า เกาะที่มีแนวปะการังดีสุดของหมู่เกาะอ่างทอง (แนวปะการังอยู่อีกฝั่ง ไม่ใช่ฝั่งที่เห็นในภาพ) อีกเกาะที่มองเห็นยื่นมานิดหนึ่งทางมุมขวาของภาพคือเกาะไผ่ลวก เลยออกไปเป็นเกาะใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเกาะสมุยนั่นเองครับ
ผมเชื่อว่าชาวทะเลไทยคงเคยเห็นภาพของทะเลในหลายครั้ง แต่ภาพในมุมมองนี้ อาจเป็นครั้งแรก จึงเลือกมาฝากกันโดยเฉพาะ เพื่อแทนคำขอบคุณที่คุณๆ เข้ามาเยือนเว็บน้อยแห่งนี้ อย่าลืมนะครับว่า คุณไปเที่ยวทะเลในและหมู่เกาะอ่างทองได้แม้แต่ในฤดูฝน โดยเฉพาะกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน แถวนั้นไม่ค่อยมีพายุ บางครั้งทะเลเรียบฟ้าสวยชนิดหน้าร้อนอาย ใครอยากหาเกาะแสนสงบ วิวทิวทัศน์สุดสวย คงพลาดหมู่เกาะอ่างทองไปไม่ได้แน่ ผมยังมีภาพหมู่เกาะอ่างทองอีกสองสามภาพ วันหลังจะเล่าเรื่องเกาะนี้ให้ฟังอีกครับ
.
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 11
เกาะมาตรา
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร
การเดินทาง ติดต่อเรือท่องเที่ยวที่หาดทรายรี มีให้บริการหลายแห่ง อาจติดต่อตามร้านอาหารหรือที่พัก ใช้เวลาเดินทาง 30-45 นาที ค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนคน เป็นเรือเช่าเหมา
จุดเด่น เกาะแห่งหอยมือเสือของชุมพร
ช่วงนี้ Islands We Love ยังขอวนเวียนอยู่ในอ่าวไทย เพื่อให้ตรงต่อช่วงฤดูกาล ชุมพรเป็นจังหวัดน้อยน่ารักที่ผมชอบไป อยู่ไม่ไกล ธรรมชาติยังเจ๋ง คนก็น่ารัก เกาะตามชายฝั่ง 40 เกาะล้วนอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ส่วนใหญ่เป็นเกาะรังนก แต่มีอยู่เกาะหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในเขตนั้น แถมยังอยู่ใกล้ชายฝั่ง แค่ขับรถไปแถวหาดทรายรี ตรงอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ย มองออกไปทางทะเล คุณจะเห็นเกาะใหญ่ทะมึนอยู่ข้างหน้า นั่นแหละครับเกาะมาตรา
ครั้งแรกที่ผมมาเกาะมาตรา ยังเป็นเด็กเล็กจัง จำอะไรไม่ค่อยได้ จำได้แต่แวะขึ้นไปที่ชายหาดกินปูนึ่งปปลาทอดอร่อยมาก หนที่สองโตขึ้นมาหน่อย คราวนี้ไปสำรวจแนวปะการังแถวทะเลชุมพร เกาะมาตรามีอะไรหลายอย่างน่าติดใจ โดยเฉพาะปลาสากยักษ์ที่ว่ายตามดูผมตั้งแต่ต้นจนจบการทำงาน แถวนี้ยังมีปะการังก้อนเยอะมาก หอยมือเสือก็มีบ้าง ปลาต่างๆ แม้ไม่หลากหลายในระดับอันดามัน แต่ก็ถือว่าปริมาณไม่น้อย
เมื่อเรามีโครงการ ปล่อยหอยมือเสือ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ผมจึงเสนอเกาะมาตราให้เป็นจุดปล่อยหอย เราไปกัน 2 ครั้ง ปล่อยหอยไปเกือบแปดพันตัว หลังจากนั้นผมไปติดตามอีกสองสามครั้ง พบว่าหอยรอดชีวิตในระดับที่น่าพอใจ บางตัวโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่มาในระยะหลังประมาณ 1 ปี ไม่ได้แวะไปอีกเลยครับ ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? กะว่าในอีกไม่ช้าไม่นานคงต้องกลับไปดูอีกสักหน
เนื่องจากอยู่ใกล้ชายฝั่ง มีแนวปะการังที่แม้ไม่หรูเริ่ด แต่ก็ไม่ขี้เหร่ แถมยังอยู่ในเขตน้ำตื้น มีหาดทรายพอขึ้นไปได้ บนเกาะมีคุณลุงเฝ้า บางครั้งอาจมีปูนึ่งสดๆ มาทำให้กินกัน เกาะมาตราจึงเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันไปไม่ขาดสาย อย่างเรือที่เห็นอยู่ในภาพนี้ที่จอดอยู่ใกล้เกาะก็เป็นเรือนักเที่ยว ผมอยากเห็นลองสังเกตแนวปะการังอีกสักนิด เห็นมั้ยครับว่ามีก้อนกลมๆ เต็มไปหมด นั่นแหละครับปะการังก้อน เนื่องจากแนวปะการังแห่งนี้โดดเด่นด้วยปะการังก้อน ครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวทั่วอ่าวไทย แนวปะการังเกาะมาตราจึงได้รับผลกระทบน้อย ปะการังก้อนถือเป็นปะการังที่ทนทายาด ทนกว่าปะการังไหนๆ ทั่วทะเลครับ
ภาพนี้ถ่ายแบบตั้งใจเอาไปฝากพี่สมเกียรติหรือพี่มัน หัวหน้าอุทยานหมู่เกาะชุมพร ที่มาร่วมปล่อยหอยมือเสือกับผมทั้งสองครั้ง เป็นภาพที่เห็นจุดปล่อยหอยชัดเจน พอบอกลักษณะได้ว่าเป็นแนวปะการังที่ไม่มี Reef Edge ชัดเจน เป็นแนวต่อเชื่อมตั้งแต่ชายฝั่งไปจนจรดพื้นทะเล ความชันค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย จากชายฝั่งจรดขอบแนวปะการังด้านนอกไม่เกิน 100 เมตร แนวปะการังลักษณะนี้พบได้เยอะทั่วอ่าวไทย โดยเฉพาะตามเกาะใกล้ชายฝั่ง เหมาะมากสำหรับการดำน้ำ Snorkeling สำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญ เนื่องจากคลื่นมีน้อย กระแสน้ำไม่ค่อยพบ แถมยังมีปะการังก้อนและหอยมือเสือให้ชมกันเยอะแยะ
หากใครมีเวลาว่างแวะเวียนไปแถวชุมพร อยากออกไปเที่ยวทะเล ลองนั่งรถไปที่หาดทรายรี ติดต่อผู้คนแถวนั้น เค้ามีเรือท่องเที่ยวหลายลำ อุปกรณ์ก็มีให้พร้อม เสียเงินคนละร้อยสองร้อย คุณก็ได้ชื่นชมกับแนวปะการังใกล้ฝั่งดีที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย และอาจเป็นจุดที่มีหอยมือเสือมากสุดของภาคใต้ครับ
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร
การเดินทาง ติดต่อเรือท่องเที่ยวที่หาดทรายรี มีให้บริการหลายแห่ง อาจติดต่อตามร้านอาหารหรือที่พัก ใช้เวลาเดินทาง 30-45 นาที ค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนคน เป็นเรือเช่าเหมา
จุดเด่น เกาะแห่งหอยมือเสือของชุมพร
ช่วงนี้ Islands We Love ยังขอวนเวียนอยู่ในอ่าวไทย เพื่อให้ตรงต่อช่วงฤดูกาล ชุมพรเป็นจังหวัดน้อยน่ารักที่ผมชอบไป อยู่ไม่ไกล ธรรมชาติยังเจ๋ง คนก็น่ารัก เกาะตามชายฝั่ง 40 เกาะล้วนอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ส่วนใหญ่เป็นเกาะรังนก แต่มีอยู่เกาะหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในเขตนั้น แถมยังอยู่ใกล้ชายฝั่ง แค่ขับรถไปแถวหาดทรายรี ตรงอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ย มองออกไปทางทะเล คุณจะเห็นเกาะใหญ่ทะมึนอยู่ข้างหน้า นั่นแหละครับเกาะมาตรา
ครั้งแรกที่ผมมาเกาะมาตรา ยังเป็นเด็กเล็กจัง จำอะไรไม่ค่อยได้ จำได้แต่แวะขึ้นไปที่ชายหาดกินปูนึ่งปปลาทอดอร่อยมาก หนที่สองโตขึ้นมาหน่อย คราวนี้ไปสำรวจแนวปะการังแถวทะเลชุมพร เกาะมาตรามีอะไรหลายอย่างน่าติดใจ โดยเฉพาะปลาสากยักษ์ที่ว่ายตามดูผมตั้งแต่ต้นจนจบการทำงาน แถวนี้ยังมีปะการังก้อนเยอะมาก หอยมือเสือก็มีบ้าง ปลาต่างๆ แม้ไม่หลากหลายในระดับอันดามัน แต่ก็ถือว่าปริมาณไม่น้อย
เมื่อเรามีโครงการ ปล่อยหอยมือเสือ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ผมจึงเสนอเกาะมาตราให้เป็นจุดปล่อยหอย เราไปกัน 2 ครั้ง ปล่อยหอยไปเกือบแปดพันตัว หลังจากนั้นผมไปติดตามอีกสองสามครั้ง พบว่าหอยรอดชีวิตในระดับที่น่าพอใจ บางตัวโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่มาในระยะหลังประมาณ 1 ปี ไม่ได้แวะไปอีกเลยครับ ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? กะว่าในอีกไม่ช้าไม่นานคงต้องกลับไปดูอีกสักหน
เนื่องจากอยู่ใกล้ชายฝั่ง มีแนวปะการังที่แม้ไม่หรูเริ่ด แต่ก็ไม่ขี้เหร่ แถมยังอยู่ในเขตน้ำตื้น มีหาดทรายพอขึ้นไปได้ บนเกาะมีคุณลุงเฝ้า บางครั้งอาจมีปูนึ่งสดๆ มาทำให้กินกัน เกาะมาตราจึงเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันไปไม่ขาดสาย อย่างเรือที่เห็นอยู่ในภาพนี้ที่จอดอยู่ใกล้เกาะก็เป็นเรือนักเที่ยว ผมอยากเห็นลองสังเกตแนวปะการังอีกสักนิด เห็นมั้ยครับว่ามีก้อนกลมๆ เต็มไปหมด นั่นแหละครับปะการังก้อน เนื่องจากแนวปะการังแห่งนี้โดดเด่นด้วยปะการังก้อน ครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวทั่วอ่าวไทย แนวปะการังเกาะมาตราจึงได้รับผลกระทบน้อย ปะการังก้อนถือเป็นปะการังที่ทนทายาด ทนกว่าปะการังไหนๆ ทั่วทะเลครับ
ภาพนี้ถ่ายแบบตั้งใจเอาไปฝากพี่สมเกียรติหรือพี่มัน หัวหน้าอุทยานหมู่เกาะชุมพร ที่มาร่วมปล่อยหอยมือเสือกับผมทั้งสองครั้ง เป็นภาพที่เห็นจุดปล่อยหอยชัดเจน พอบอกลักษณะได้ว่าเป็นแนวปะการังที่ไม่มี Reef Edge ชัดเจน เป็นแนวต่อเชื่อมตั้งแต่ชายฝั่งไปจนจรดพื้นทะเล ความชันค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย จากชายฝั่งจรดขอบแนวปะการังด้านนอกไม่เกิน 100 เมตร แนวปะการังลักษณะนี้พบได้เยอะทั่วอ่าวไทย โดยเฉพาะตามเกาะใกล้ชายฝั่ง เหมาะมากสำหรับการดำน้ำ Snorkeling สำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญ เนื่องจากคลื่นมีน้อย กระแสน้ำไม่ค่อยพบ แถมยังมีปะการังก้อนและหอยมือเสือให้ชมกันเยอะแยะ
หากใครมีเวลาว่างแวะเวียนไปแถวชุมพร อยากออกไปเที่ยวทะเล ลองนั่งรถไปที่หาดทรายรี ติดต่อผู้คนแถวนั้น เค้ามีเรือท่องเที่ยวหลายลำ อุปกรณ์ก็มีให้พร้อม เสียเงินคนละร้อยสองร้อย คุณก็ได้ชื่นชมกับแนวปะการังใกล้ฝั่งดีที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย และอาจเป็นจุดที่มีหอยมือเสือมากสุดของภาคใต้ครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 12
เกาะพงัน
ที่ตั้ง แหลมหาดริ้น ตอนใต้เกาะพงัน
การเดินทาง เดินทางไปเกาะพงัน ได้ตลอดปีทางเรือเฟอรี่ (เกือบ 3 ชั่วโมง) หรือเรือนอนและเรือด่วน บนเกาะพงันมีรถกระบะให้เช่า มีรถสองแถวระหว่างหาด หรือสามารถเหมาเรือหางยาวได้ บนเกาะมีที่พักจำนวนมากในทุกระดับราคา บรรยากาศไม่หวือหวาเหมือนเกาะสมุย ยังคงความเป็นแหล่งเที่ยวทางทะเลแบบโรแมนติกอยู่มาก
จุดเด่น เกาะใหญ่ เดินทางสะดวก ค่าใช้จ่ายพอประมาณ ฮันนีมูนก็เหมาะดี
หาดริ้น! ชื่อนี้ดังกระหึ่มมานาน Full Moon Party ใครก็รู้จัก ผมเชื่อว่าทุกคนคงทราบว่าหาดริ้นอยู่บนเกาะพงัน แต่บางท่านอาจไม่รู้ว่าเกาะพงันอยู่ตรงไหน ยกเว้นรู้ว่าอยู่ไม่ไกลจากเกาะสมุย
หมู่เกาะของสุราษฎร์ฯ แบ่งเป็น 2 ส่วน กลุ่มแรกเป็นหมู่เกาะริมฝั่ง คือ หมู่เกาะอ่างทอง ลักษณะเป็นเกาะหินปูน ต่อเนื่องตั้งแต่เกาะง่าม ผ่านหมู่เกาะชุมพร เรื่อยลงมาจนถึงอ่างทอง จบที่เกาะพะลวย ไม่ไกลจากอ่าวบ้านดอน
อีกหมู่เกาะหนึ่งอยู่ด้านนอก เริ่มจากเกาะเต่าบนสุด ไล่ลงมาเป็นเกาะพงัน เกาะสมุย ก่อนจบลงที่หมู่เกาะทะเลใต้หรือเกาะแตน เกาะราบ ฯลฯ ที่นี่เป็นเกาะหินแกรนิต ต่างจากหมู่เกาะชุมพรและอ่างทองอย่างเห็นได้ชัดแจ๋ว
พงันเป็นเกาะหินแกรนิต ขนาดใหญ่เป็นรองเกาะสมุยไม่มากนัก สมัยก่อนพงันเป็นเกาะลูกเมียน้อย แต่พอสมุยเริ่มโต พงันก็โตตาม จนสมุยพุ่งกระฉูด เกาะเต่าก็พุ่งกระฉูดในฐานะจุดดำน้ำ เกาะพงันยังไปแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ แต่นั่นแหละครับคือสเน่ห์ของเกาะพงัน ที่ไม่เหมือนเกาะไหน
ผมไปเกาะพงันครั้งแรกตอนเป็นนิสิตปี 2 หลังจากนั้นก็กระหน่ำไป เพราะมีหน้าที่ต้องดำน้ำสำรวจแนวปะการังรอบเกาะพงัน ผมชอบเกาะแห่งนี้มาก เมื่อถึงตอนทำปริญญาโท ผมเลือกที่นี่เป็นจุดศึกษา มีโอกาสไปอีกนับสิบหน จนไปเมืองนอก ว่างเว้นจากพงันไปช่วงหนึ่ง พอกลับมาก็ยังไม่ได้ไป จนมาเมื่อสองสามปีหลัง ผมไปช่วยงานด้านการท่องเที่ยว ได้ไปเกาะพงันอีกหลายครั้ง รวมทั้งหนที่เคยไปฝึกอบรมนักดำน้ำให้อุทยานฯทางทะเล
สำหรับผม เกาะพงันเป็นเกาะพิเศษ ไม่เหมือนเกาะไหน โยเกิร์ตทำเอง (ใส่น้ำผึ้งด้วยล่ะ) บังกาโลลุงขาว แนวปะการังยาวเหยียด แหล่งหญ้าทะเลหนาทึบ ฯลฯ ทำให้พงันเป็นเกาะที่มีบรรยากาศแปลกประหลาด ผมมีความทรงจำที่นี่เยอะมาก จนเล่าให้ฟังตอนเดียวไม่มีจบ ทั้งความรักริมหาดสมัยนั้น ปะการังก้อนยักษ์ที่เคยพานักวิจัยจากอเมริกาไปชม ฯลฯ แต่หนนี้ขอเล่าเกี่ยวกับปาร์ตี้ที่หาดริ้น อูย...ถ้ามีเงินรับรองสะใจ ผมยังจำภาพพี่เล็กตีลังกาลงไปนอนเกลือกกลิ้งทราย ชาวคณะ Sea Papa หมอบกระแตเพราะพิษตอกิลล่าและ B-52 รวมทั้งตัวของข้าพเจ้าเองที่เมาอย่างที่ไม่เคยเมามายี่สิบปีแล้ว
หาดริ้นมีทั้ง Full Moon Half Moon Black Moon ไปตอนไหนก็มีอะไรให้เที่ยว แม้จะโฉ่งฉ่างดังกระหึ่มหาด แต่ผมก็รับได้นะครับ ทราบดีว่าบางครั้งบางแห่ง การท่องเที่ยวทางทะเลอาจไม่ใช่เชิงนิเวศเสมอไป ขอให้มีกิจกรรมพอเหมาะ จำกัดขอบเขตให้ดี ไม่มียาเสพติดหรืออะไรที่เฉียดคุกตาราง ผมพร้อมทำใจสนุกสนานไปกับประสบการณ์
คืนนั้นที่หาดริ้น ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่กินเหล้าทีไร พูดถึงเรื่องนั้นเมื่อไหร่ เป็นได้ฮาตรึม สำหรับคุณๆ ที่สนใจแนวปะการังหรือแหล่งเที่ยวอื่นในเกาะพงัน ผมยังมีอีกบางภาพ แล้วจะนำมาให้ชมกันครับ
ที่ตั้ง แหลมหาดริ้น ตอนใต้เกาะพงัน
การเดินทาง เดินทางไปเกาะพงัน ได้ตลอดปีทางเรือเฟอรี่ (เกือบ 3 ชั่วโมง) หรือเรือนอนและเรือด่วน บนเกาะพงันมีรถกระบะให้เช่า มีรถสองแถวระหว่างหาด หรือสามารถเหมาเรือหางยาวได้ บนเกาะมีที่พักจำนวนมากในทุกระดับราคา บรรยากาศไม่หวือหวาเหมือนเกาะสมุย ยังคงความเป็นแหล่งเที่ยวทางทะเลแบบโรแมนติกอยู่มาก
จุดเด่น เกาะใหญ่ เดินทางสะดวก ค่าใช้จ่ายพอประมาณ ฮันนีมูนก็เหมาะดี
หาดริ้น! ชื่อนี้ดังกระหึ่มมานาน Full Moon Party ใครก็รู้จัก ผมเชื่อว่าทุกคนคงทราบว่าหาดริ้นอยู่บนเกาะพงัน แต่บางท่านอาจไม่รู้ว่าเกาะพงันอยู่ตรงไหน ยกเว้นรู้ว่าอยู่ไม่ไกลจากเกาะสมุย
หมู่เกาะของสุราษฎร์ฯ แบ่งเป็น 2 ส่วน กลุ่มแรกเป็นหมู่เกาะริมฝั่ง คือ หมู่เกาะอ่างทอง ลักษณะเป็นเกาะหินปูน ต่อเนื่องตั้งแต่เกาะง่าม ผ่านหมู่เกาะชุมพร เรื่อยลงมาจนถึงอ่างทอง จบที่เกาะพะลวย ไม่ไกลจากอ่าวบ้านดอน
อีกหมู่เกาะหนึ่งอยู่ด้านนอก เริ่มจากเกาะเต่าบนสุด ไล่ลงมาเป็นเกาะพงัน เกาะสมุย ก่อนจบลงที่หมู่เกาะทะเลใต้หรือเกาะแตน เกาะราบ ฯลฯ ที่นี่เป็นเกาะหินแกรนิต ต่างจากหมู่เกาะชุมพรและอ่างทองอย่างเห็นได้ชัดแจ๋ว
พงันเป็นเกาะหินแกรนิต ขนาดใหญ่เป็นรองเกาะสมุยไม่มากนัก สมัยก่อนพงันเป็นเกาะลูกเมียน้อย แต่พอสมุยเริ่มโต พงันก็โตตาม จนสมุยพุ่งกระฉูด เกาะเต่าก็พุ่งกระฉูดในฐานะจุดดำน้ำ เกาะพงันยังไปแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ แต่นั่นแหละครับคือสเน่ห์ของเกาะพงัน ที่ไม่เหมือนเกาะไหน
ผมไปเกาะพงันครั้งแรกตอนเป็นนิสิตปี 2 หลังจากนั้นก็กระหน่ำไป เพราะมีหน้าที่ต้องดำน้ำสำรวจแนวปะการังรอบเกาะพงัน ผมชอบเกาะแห่งนี้มาก เมื่อถึงตอนทำปริญญาโท ผมเลือกที่นี่เป็นจุดศึกษา มีโอกาสไปอีกนับสิบหน จนไปเมืองนอก ว่างเว้นจากพงันไปช่วงหนึ่ง พอกลับมาก็ยังไม่ได้ไป จนมาเมื่อสองสามปีหลัง ผมไปช่วยงานด้านการท่องเที่ยว ได้ไปเกาะพงันอีกหลายครั้ง รวมทั้งหนที่เคยไปฝึกอบรมนักดำน้ำให้อุทยานฯทางทะเล
สำหรับผม เกาะพงันเป็นเกาะพิเศษ ไม่เหมือนเกาะไหน โยเกิร์ตทำเอง (ใส่น้ำผึ้งด้วยล่ะ) บังกาโลลุงขาว แนวปะการังยาวเหยียด แหล่งหญ้าทะเลหนาทึบ ฯลฯ ทำให้พงันเป็นเกาะที่มีบรรยากาศแปลกประหลาด ผมมีความทรงจำที่นี่เยอะมาก จนเล่าให้ฟังตอนเดียวไม่มีจบ ทั้งความรักริมหาดสมัยนั้น ปะการังก้อนยักษ์ที่เคยพานักวิจัยจากอเมริกาไปชม ฯลฯ แต่หนนี้ขอเล่าเกี่ยวกับปาร์ตี้ที่หาดริ้น อูย...ถ้ามีเงินรับรองสะใจ ผมยังจำภาพพี่เล็กตีลังกาลงไปนอนเกลือกกลิ้งทราย ชาวคณะ Sea Papa หมอบกระแตเพราะพิษตอกิลล่าและ B-52 รวมทั้งตัวของข้าพเจ้าเองที่เมาอย่างที่ไม่เคยเมามายี่สิบปีแล้ว
หาดริ้นมีทั้ง Full Moon Half Moon Black Moon ไปตอนไหนก็มีอะไรให้เที่ยว แม้จะโฉ่งฉ่างดังกระหึ่มหาด แต่ผมก็รับได้นะครับ ทราบดีว่าบางครั้งบางแห่ง การท่องเที่ยวทางทะเลอาจไม่ใช่เชิงนิเวศเสมอไป ขอให้มีกิจกรรมพอเหมาะ จำกัดขอบเขตให้ดี ไม่มียาเสพติดหรืออะไรที่เฉียดคุกตาราง ผมพร้อมทำใจสนุกสนานไปกับประสบการณ์
คืนนั้นที่หาดริ้น ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่กินเหล้าทีไร พูดถึงเรื่องนั้นเมื่อไหร่ เป็นได้ฮาตรึม สำหรับคุณๆ ที่สนใจแนวปะการังหรือแหล่งเที่ยวอื่นในเกาะพงัน ผมยังมีอีกบางภาพ แล้วจะนำมาให้ชมกันครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 13
.แหลมพรหมเทพ
ที่ตั้ง จังหวัดภูเก็ต
การเดินทาง ถนนมาถึงแหลมพรหมเทพจากทุกทิศทาง ชอบทางไหนมาทางนั้น สังเกตป้ายข้างถนนได้ตั้งแต่ห้าแยกอ่าวฉลอง
จุดเด่น จุดชมตะวันตกทะเลมีชื่อเสียงสุดของเมืองไทย
หากมีหวานใจสักคนอยู่ข้างกาย คุณอยากพาเธอไปชมตะวันตกทะเลที่ไหน? มัลดีฟส์? เกาะช้าง? ที่โน่นที่นี่อาจมีอาทิตย์ลับขอบน้ำ แต่ที่ไหนจะสวยงามติดตรึงใจคนไทยมานานตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ ใช่แล้วครับ คู่รักทุกคู่มุ่งหน้าสู่เกาะภูเก็ต ครั้งหนึ่งในชีวิตเราต้องมีโอกาสโดดสะพานสารสินร่วมกัน แฮ่ม! ขืนโดดไปก็ตายน่ะสิครับ ต้องไปชมตะวันตกทะเลร่วมกันที่แหลมพรหมเทพต่างหาก แหลมนี้ดีหนักหนา เดินทางสะดวกแสนสบาย จากเมืองภูเก็ตแค่ขับรถลงใต้ พอถึงห้าแยกอ่าวฉลองก็มองซ้ายมองขวา หาป้ายให้เจอ จากนั้นขับรถตามป้ายไปเถอะครับ ขึ้นเขาวกวนนิดหน่อยโปรดอย่าห่วง ไม่นานคุณจะเจอที่จอดรถพร้อมศาลาชมวิวข้างถนน จากจุดนี้มองซ้ายมองขวาก็เห็นทะเลแล้ว แต่ถ้าเด็ดจริงต้องจอดรถแล้วเดินไปดู
ผมมาแหลมพรหมเทพครั้งแรกก็สมัยมาภูเก็ต ตั้งแต่เด็กตัวเล็กนิดเดียว เรานั่งรถล่องใต้กัน กว่าจะถึงภูเก็ตแวะนอนที่โน่นที่นี่ตั้งหลายคืน ช่วงนั้นจำไม่ค่อยได้ ที่จำได้คือตื่นเต้นมาก เพราะเกือบสามสิบปีที่แล้ว ถนนยังไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้ การไปแหลมพรหมเทพจึงตื่นเต้นดุดันปานไปเดินบนเส้นทางกิ่วแม่ปานประมาณนั้น
ผมกลับมาแหลมพรหมเทพอีกนับสิบครั้ง มีแบบตื่นเต้นแม้กระทั่งการขับรถมาตอนตีหนึ่งเพื่อนั่งร่ำสุราบนถนน (เยาวชนโปรดอย่าเลียนแบบ ไม่สนุกเลย) ทุกครั้งที่มา ผมยังชื่นชอบกับบรรยากาศของสุดยอดแหลม ทุ่งหญ้า ต้นตาล และโขดหิน ทุกอย่างดูลงตัวไปเสียหมด แม้ว่าการพัฒนาอาจทำให้แหลมแห่งนี้เปลี่ยนไปบ้าง แต่ที่หลงเหลืออยู่ก็ยังเกินพอที่จะใช้คำว่า "สวย"
เมื่อผมลงไปภูเก็ตในหนนี้ ผมไปเที่ยวแหลมพรหมเทพเหมือนเช่นเคย แต่ไม่เหมือนครั้งไหน เพราะแทนที่จะขับรถหรือนั่งรถสองแถว ผมไปทางอากาศ ยามเมื่อเฮลิคอปเตอร์บินเฉียดหัวแหลม แสงแดดยามบ่ายส่องมาทำให้เกิดบรรยากาศที่แตกต่าง ผมอดใจถ่ายภาพนี้เก็บไว้ไม่ได้ เราเคยเห็นแหลมพรหมเทพจากมุมมองทางแผ่นดินมาบ่อยแล้ว ลองมองสวนไปบ้าง ดูสิ...เป็นอย่างไร?
กาลเวลายังผ่านไปเรื่อยๆ ภูเก็ตในความทรงจำของผม ตั้งแต่เด็กน้อย เด็กนักเรียนมัธยมต้น มัธยมปลาย นิสิตปีหนึ่ง นิสิตฝึกงาน นิสิตปริญญาโท นิสิตปริญญาเอก จนกลับมาเป็นอาจารย์คุมนิสิตไปฝึกงาน หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างน้อย ทุกครั้งที่ผมเห็นแหลมพรหมเทพ ผมคิดถึงเย็นวันหนึ่ง สายลมพัด ความอบอุ่นในมือของคุณพ่อ ยามกุมมือน้อยของผมไว้ ขณะเรามองดูตะวันตกทะเลด้วยกัน
เกือบสามสิบปีผ่านไป ภูเก็ตเปลี่ยนไป คุณพ่อเปลี่ยนไป ผมเปลี่ยนไป แต่ความทรงจำบางอย่างยังเหมือนเดิม...
ที่ตั้ง จังหวัดภูเก็ต
การเดินทาง ถนนมาถึงแหลมพรหมเทพจากทุกทิศทาง ชอบทางไหนมาทางนั้น สังเกตป้ายข้างถนนได้ตั้งแต่ห้าแยกอ่าวฉลอง
จุดเด่น จุดชมตะวันตกทะเลมีชื่อเสียงสุดของเมืองไทย
หากมีหวานใจสักคนอยู่ข้างกาย คุณอยากพาเธอไปชมตะวันตกทะเลที่ไหน? มัลดีฟส์? เกาะช้าง? ที่โน่นที่นี่อาจมีอาทิตย์ลับขอบน้ำ แต่ที่ไหนจะสวยงามติดตรึงใจคนไทยมานานตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ ใช่แล้วครับ คู่รักทุกคู่มุ่งหน้าสู่เกาะภูเก็ต ครั้งหนึ่งในชีวิตเราต้องมีโอกาสโดดสะพานสารสินร่วมกัน แฮ่ม! ขืนโดดไปก็ตายน่ะสิครับ ต้องไปชมตะวันตกทะเลร่วมกันที่แหลมพรหมเทพต่างหาก แหลมนี้ดีหนักหนา เดินทางสะดวกแสนสบาย จากเมืองภูเก็ตแค่ขับรถลงใต้ พอถึงห้าแยกอ่าวฉลองก็มองซ้ายมองขวา หาป้ายให้เจอ จากนั้นขับรถตามป้ายไปเถอะครับ ขึ้นเขาวกวนนิดหน่อยโปรดอย่าห่วง ไม่นานคุณจะเจอที่จอดรถพร้อมศาลาชมวิวข้างถนน จากจุดนี้มองซ้ายมองขวาก็เห็นทะเลแล้ว แต่ถ้าเด็ดจริงต้องจอดรถแล้วเดินไปดู
ผมมาแหลมพรหมเทพครั้งแรกก็สมัยมาภูเก็ต ตั้งแต่เด็กตัวเล็กนิดเดียว เรานั่งรถล่องใต้กัน กว่าจะถึงภูเก็ตแวะนอนที่โน่นที่นี่ตั้งหลายคืน ช่วงนั้นจำไม่ค่อยได้ ที่จำได้คือตื่นเต้นมาก เพราะเกือบสามสิบปีที่แล้ว ถนนยังไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้ การไปแหลมพรหมเทพจึงตื่นเต้นดุดันปานไปเดินบนเส้นทางกิ่วแม่ปานประมาณนั้น
ผมกลับมาแหลมพรหมเทพอีกนับสิบครั้ง มีแบบตื่นเต้นแม้กระทั่งการขับรถมาตอนตีหนึ่งเพื่อนั่งร่ำสุราบนถนน (เยาวชนโปรดอย่าเลียนแบบ ไม่สนุกเลย) ทุกครั้งที่มา ผมยังชื่นชอบกับบรรยากาศของสุดยอดแหลม ทุ่งหญ้า ต้นตาล และโขดหิน ทุกอย่างดูลงตัวไปเสียหมด แม้ว่าการพัฒนาอาจทำให้แหลมแห่งนี้เปลี่ยนไปบ้าง แต่ที่หลงเหลืออยู่ก็ยังเกินพอที่จะใช้คำว่า "สวย"
เมื่อผมลงไปภูเก็ตในหนนี้ ผมไปเที่ยวแหลมพรหมเทพเหมือนเช่นเคย แต่ไม่เหมือนครั้งไหน เพราะแทนที่จะขับรถหรือนั่งรถสองแถว ผมไปทางอากาศ ยามเมื่อเฮลิคอปเตอร์บินเฉียดหัวแหลม แสงแดดยามบ่ายส่องมาทำให้เกิดบรรยากาศที่แตกต่าง ผมอดใจถ่ายภาพนี้เก็บไว้ไม่ได้ เราเคยเห็นแหลมพรหมเทพจากมุมมองทางแผ่นดินมาบ่อยแล้ว ลองมองสวนไปบ้าง ดูสิ...เป็นอย่างไร?
กาลเวลายังผ่านไปเรื่อยๆ ภูเก็ตในความทรงจำของผม ตั้งแต่เด็กน้อย เด็กนักเรียนมัธยมต้น มัธยมปลาย นิสิตปีหนึ่ง นิสิตฝึกงาน นิสิตปริญญาโท นิสิตปริญญาเอก จนกลับมาเป็นอาจารย์คุมนิสิตไปฝึกงาน หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างน้อย ทุกครั้งที่ผมเห็นแหลมพรหมเทพ ผมคิดถึงเย็นวันหนึ่ง สายลมพัด ความอบอุ่นในมือของคุณพ่อ ยามกุมมือน้อยของผมไว้ ขณะเรามองดูตะวันตกทะเลด้วยกัน
เกือบสามสิบปีผ่านไป ภูเก็ตเปลี่ยนไป คุณพ่อเปลี่ยนไป ผมเปลี่ยนไป แต่ความทรงจำบางอย่างยังเหมือนเดิม...
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 14
.เกาะห้อง
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา
การเดินทาง ลงเรือได้ตามท่าเรือต่างๆ รอบอ่าวพังงา เช่น ท่าเรือด่านศุลกากร ท่าเรือสุระกุล ฯลฯ ค่าเช่าเรือหางยาว 800-1,500 บาทต่อวันหรือมากกว่านั้น ขึ้นกับขนาดเรือ อาจไปทัวร์ร่วมกับบริษัท Sea Canoe เพื่อเที่ยวเกาะห้อง
จุดเด่น ทะเลใน ถ้ำทะเล และซีแคนูสุดสนุก
แม้จะอยู่ต้นฤดูฝน แต่หลายคนก็ยังอยากเที่ยวทะเล โดยเฉพาะทะเลอันดามันที่คลื่นลมกำลังเข้า ราคาค่าที่พักและกิจกรรมต่างๆ ลดแหลก หากเลือกดีๆ ย่อมมีสิทธิเที่ยวได้ในราคาประหยัด เพราะฉะนั้นจึงเป็นเช่นฉะนี้ ผมถึงเลือกภาพเกาะห้องมานำเสนอกันในคอลัมน์เกาะอันเป็นที่รัก
ลักษณะทะเลในของเกาะห้อง เกิดจากการยุบตัวของหินปูนในอดีต หลายต่อหลายครั้ง แต่ที่นี่ไม่เป็นทะเลในสมบูรณ์แบบเหมือนหมู่เกาะอ่างทอง เพราะหน้าผาบางส่วนพังทลาย เกิดเป็นช่องเชื่อมต่อกับทะเลด้านนอก เราพายเรือเข้าไปได้ ว่าง่ายๆ คือเกาะห้องเหมือนอ่าวมาหยาของพีพี ถ้าอยู่ในที่น้ำใส อาจดังไม่แพ้มาหยา
หลายคนที่ไปอ่าวพังงา อาจไม่เคยไปถึงเกาะห้อง นั่งเรือเที่ยวชมแต่เขาพิงกันเกาะปันหยี เพราะเกาะห้องอยู่ไกลชายฝั่งออกไปอีกนิด แต่เดี๋ยวนี้เกาะห้องเริ่มเป็นที่รู้จัก เพราะเป็นจุดเหมาะมากสำหรับการพายเรือซีแคนู ในเกาะมีทะเลในอยู่หลายแห่ง ที่เราต้องพายเรือลัดเลาะหน้าผาช่องแคบเล็กๆ เข้าไปทีละแห่ง แถมที่นี่ยังมีถ้ำทะเลที่จะพายเรือเข้าได้เฉพาะตอนน้ำลงต่ำ
ผมไปเกาะห้องครั้งแรกเมื่อสักห้าปีมาแล้ว คราวนั้นนั่งเรือไปเฉยๆ ไม่ได้ลงพายแคนู พอเรือผ่านช่องแคบเข้าไปในทะเลใน บรรยากาศผิดกับทะเลด้านนอกลิบลับ เสียงนกร้องดังกังวาล น้ำเรียบสนิท มีฝรั่งพายเรือแคนูผ่านไปทีละคู่ ดูแล้วสัญญากับตัวเองเลยครับว่า ต้องกลับมาพายเรือเที่ยวที่นี่ให้ได้
อีกไม่นานผมก็กลับไป คราวนี้ได้พายเรือแคนูด้วย เราพายเรือลัดเลาะไปตามป่าโกงกางริมน้ำ ตระเวนเที่ยวตามขอบผา แถวนี้มีซอกให้มุดเยอะจริงๆ แถมยังพายวนจากโน่นมานี่ก็ได้ น้ำทะเลยังเรียบกริบ พายสบายไม่กินแรง ที่สำคัญคือถ้ำทะเลเกาะห้องหลายแห่งสวยมาก บางแห่งพายลอดถ้ำเล็กๆ เข้าไป น้ำข้างในมองเห็นเป็นสีมรกตสะท้อนกับแสง ถ้ำมรกตที่ตรังว่าแน่ เจอเกาะห้องเข้าไปในบางเวลา...อาจต้องอาย
ฝนตกอย่างนี้ อย่าคิดว่าหากิจกรรมเที่ยวทะเลไม่ได้นะครับ หากลองเสี่ยงดูสักนิด อาจเจอฟ้าใสไร้เมฆ ที่สำคัญ...ราคาที่พัก อาหาร และกิจกรรม ลดลงมาไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซนต์ของหน้าร้อน อย่างนี้ชาวทะเลไทยจะไปลองไปอ่าวพังงากันเหรอครับ?
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา
การเดินทาง ลงเรือได้ตามท่าเรือต่างๆ รอบอ่าวพังงา เช่น ท่าเรือด่านศุลกากร ท่าเรือสุระกุล ฯลฯ ค่าเช่าเรือหางยาว 800-1,500 บาทต่อวันหรือมากกว่านั้น ขึ้นกับขนาดเรือ อาจไปทัวร์ร่วมกับบริษัท Sea Canoe เพื่อเที่ยวเกาะห้อง
จุดเด่น ทะเลใน ถ้ำทะเล และซีแคนูสุดสนุก
แม้จะอยู่ต้นฤดูฝน แต่หลายคนก็ยังอยากเที่ยวทะเล โดยเฉพาะทะเลอันดามันที่คลื่นลมกำลังเข้า ราคาค่าที่พักและกิจกรรมต่างๆ ลดแหลก หากเลือกดีๆ ย่อมมีสิทธิเที่ยวได้ในราคาประหยัด เพราะฉะนั้นจึงเป็นเช่นฉะนี้ ผมถึงเลือกภาพเกาะห้องมานำเสนอกันในคอลัมน์เกาะอันเป็นที่รัก
ลักษณะทะเลในของเกาะห้อง เกิดจากการยุบตัวของหินปูนในอดีต หลายต่อหลายครั้ง แต่ที่นี่ไม่เป็นทะเลในสมบูรณ์แบบเหมือนหมู่เกาะอ่างทอง เพราะหน้าผาบางส่วนพังทลาย เกิดเป็นช่องเชื่อมต่อกับทะเลด้านนอก เราพายเรือเข้าไปได้ ว่าง่ายๆ คือเกาะห้องเหมือนอ่าวมาหยาของพีพี ถ้าอยู่ในที่น้ำใส อาจดังไม่แพ้มาหยา
หลายคนที่ไปอ่าวพังงา อาจไม่เคยไปถึงเกาะห้อง นั่งเรือเที่ยวชมแต่เขาพิงกันเกาะปันหยี เพราะเกาะห้องอยู่ไกลชายฝั่งออกไปอีกนิด แต่เดี๋ยวนี้เกาะห้องเริ่มเป็นที่รู้จัก เพราะเป็นจุดเหมาะมากสำหรับการพายเรือซีแคนู ในเกาะมีทะเลในอยู่หลายแห่ง ที่เราต้องพายเรือลัดเลาะหน้าผาช่องแคบเล็กๆ เข้าไปทีละแห่ง แถมที่นี่ยังมีถ้ำทะเลที่จะพายเรือเข้าได้เฉพาะตอนน้ำลงต่ำ
ผมไปเกาะห้องครั้งแรกเมื่อสักห้าปีมาแล้ว คราวนั้นนั่งเรือไปเฉยๆ ไม่ได้ลงพายแคนู พอเรือผ่านช่องแคบเข้าไปในทะเลใน บรรยากาศผิดกับทะเลด้านนอกลิบลับ เสียงนกร้องดังกังวาล น้ำเรียบสนิท มีฝรั่งพายเรือแคนูผ่านไปทีละคู่ ดูแล้วสัญญากับตัวเองเลยครับว่า ต้องกลับมาพายเรือเที่ยวที่นี่ให้ได้
อีกไม่นานผมก็กลับไป คราวนี้ได้พายเรือแคนูด้วย เราพายเรือลัดเลาะไปตามป่าโกงกางริมน้ำ ตระเวนเที่ยวตามขอบผา แถวนี้มีซอกให้มุดเยอะจริงๆ แถมยังพายวนจากโน่นมานี่ก็ได้ น้ำทะเลยังเรียบกริบ พายสบายไม่กินแรง ที่สำคัญคือถ้ำทะเลเกาะห้องหลายแห่งสวยมาก บางแห่งพายลอดถ้ำเล็กๆ เข้าไป น้ำข้างในมองเห็นเป็นสีมรกตสะท้อนกับแสง ถ้ำมรกตที่ตรังว่าแน่ เจอเกาะห้องเข้าไปในบางเวลา...อาจต้องอาย
ฝนตกอย่างนี้ อย่าคิดว่าหากิจกรรมเที่ยวทะเลไม่ได้นะครับ หากลองเสี่ยงดูสักนิด อาจเจอฟ้าใสไร้เมฆ ที่สำคัญ...ราคาที่พัก อาหาร และกิจกรรม ลดลงมาไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซนต์ของหน้าร้อน อย่างนี้ชาวทะเลไทยจะไปลองไปอ่าวพังงากันเหรอครับ?
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 15
เกาะไข่
ที่ตั้ง อุทยานหมู่เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือปากบารา นั่งเรือเมล์ไปอาดัง-ราวี ระหว่างทางจะผ่านเกาะไข่ ถ้าไม่ใช่เรือเช่าเหมา จ้างให้ก็ไม่จอด ใครจะมาต้องเช่าเรือมาเองจ้ะ
จุดเด่น สะพานหินธรรมชาติ สัญลักษณ์แห่งจังหวัดสตูล
เกาะเอ๋ยเกาะไข่ ไฉนเจ้าถึงไม่ดังเหมือนในอดีต? สมัยก่อนนักเที่ยวมือโปรรู้จักเกาะไข่กันเป็นอย่างดีครับ เรือแวะให้เที่ยวกันเกือบทุกลำ เพราะเกาะไข่ดังมาก มีทั้งหาดทรายขาวจั๊วะ แนวปะการังระดับป๋า และเหนืออื่นใด สะพานหินธรรมชาติที่อยู่บนหาดทราย เดินลอดได้มุดได้ไม่มีอายชาวบ้านเค้า สะพานหินเกาะไข่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งจังหวัดสตูล และเป็นสะพานหินสวยสุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย
ปัญหาคือหลังจากนั้นต่างหาก แนวปะการังที่เคยสวย...ก็โทรม ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ไปเกาะไข่ สมัยสักยี่สิบกว่าปีมาแล้ว สวยมากสะใจมาก เจอมอเรย์ตัวใหญ่ว่ายวน ปะการังเพียบปลาตรึม ว่ายออกไปหน่อยก็เจอปลาสาก ปะการังเต็มไปหมด เป็นโลกใต้น้ำสวยสุดแห่งหนึ่งตั้งแต่เคยเห็นมาเลยเชียว แต่ช่วงหลังๆ ไปทีไรเริ่มโทรมขึ้นเรื่อย จนปัจจุบัน ผมไปเกาะไข่ไม่อยากลงน้ำแล้วครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าปลาการ์ตูนนับพันที่เคยอยู่แถวนั้นมันหายไปไหมหมด ปะการังก็ตายเกือบหมด เป็นจุดหนึ่งที่ผมจำได้ชัดว่าอดีตสวยกว่าปัจจุบันอย่างเทียบกันเกือบไม่ได้
แต่สะพานหินและความขาวของหาดทรายที่เกาะไข่ยังไม่เคยเปลี่ยน เดี๋ยวนี้คนที่เช่าเหมาเรือไปจากฝั่ง เวลาจะไปเกาะอาดัง มักแวะพักที่เกาะไข่ เพราะอยู่ระหว่างเส้นทางพอดี หมู่เกาะตรงนี้เค้าเรียกหมู่เกาะกลาง นอกจากเกาะไข่แล้ว มีเกาะกลางที่ขนาดใหญ่กว่าอยู่ด้านหลัง แนวปะการังพอมีเหมือนกันแต่แคบ แถมข้อมูลยังมีน้อยมาก เนื่องจากเกาะกลางไม่มีที่พัก มีแต่ประภาคาร หาดทรายก็มีนิดเดียว ที่ราบก็มีหน่อยนึง ผู้คนเลยไม่นิยม ผมเองเคยดำน้ำที่แนวปะการังเกาะกลางหนเดียวแถมนานมาแล้ว จำได้ว่าสวยเหมือนกัน แต่สมัยนี้ไม่รู้เป็นไงบ้าง สักวันมีโอกาสแล้วจะลองไปชม
สำหรับคุณที่อยากมาเกาะไข่ เอาเป็นว่าถ้าจะเหมาเรือมาเพื่อการนี้ คงไม่คุ้ม แต่ถ้าเหมาเรือจากฝั่งไงๆ ก็ผ่าน แวะสิครับ มีข้อแม้นิดเดียวคือต้องมีเรือเล็กเข้าฝั่งด้วยนะ ไม่งั้นต้องว่ายน้ำเข้าไปไม่ง่ายเลย (บางครั้งกระแสน้ำไหลด้วยจ้ะ) เดินเล่นบนเกาะไข่ให้บรรยากาศดี ยิ่งจูงมือสาวลอดสะพานหินธรรมชาติ...ติดใจครับ
ครั้งนี้ผมนำภาพถ่ายทางอากาศมาฝากกัน จริงๆ แล้วมีภาพงามกว่านี้ แต่คุณสกลพรรณแกไม่ยอมให้มา เนื่องจากจะเก็บเอาไว้หากินในหนังสือเล่มใหม่ ที่ตกลงแล้วว่าจะเขียนร่วมกัน ผมเลยต้องงัดภาพจากกล้องดิจตอลของข้าพเจ้าเองมาดูแก้ขัดไปก่อน ภาพนี้ถ่ายภาพกระจกเครื่องบินอาจไม่งามสาสมใจ ใครอยากเห็นสวยกว่านี้ แฮ่ม...คงรู้ดีกันอยู่แล้ว เก็บตังค์หยอดกระปุกเตรียมพบกับหนังสือเล่มใหม่ "เกาะ" ปลายปีนี้พบกันครับ
ที่ตั้ง อุทยานหมู่เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือปากบารา นั่งเรือเมล์ไปอาดัง-ราวี ระหว่างทางจะผ่านเกาะไข่ ถ้าไม่ใช่เรือเช่าเหมา จ้างให้ก็ไม่จอด ใครจะมาต้องเช่าเรือมาเองจ้ะ
จุดเด่น สะพานหินธรรมชาติ สัญลักษณ์แห่งจังหวัดสตูล
เกาะเอ๋ยเกาะไข่ ไฉนเจ้าถึงไม่ดังเหมือนในอดีต? สมัยก่อนนักเที่ยวมือโปรรู้จักเกาะไข่กันเป็นอย่างดีครับ เรือแวะให้เที่ยวกันเกือบทุกลำ เพราะเกาะไข่ดังมาก มีทั้งหาดทรายขาวจั๊วะ แนวปะการังระดับป๋า และเหนืออื่นใด สะพานหินธรรมชาติที่อยู่บนหาดทราย เดินลอดได้มุดได้ไม่มีอายชาวบ้านเค้า สะพานหินเกาะไข่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งจังหวัดสตูล และเป็นสะพานหินสวยสุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย
ปัญหาคือหลังจากนั้นต่างหาก แนวปะการังที่เคยสวย...ก็โทรม ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ไปเกาะไข่ สมัยสักยี่สิบกว่าปีมาแล้ว สวยมากสะใจมาก เจอมอเรย์ตัวใหญ่ว่ายวน ปะการังเพียบปลาตรึม ว่ายออกไปหน่อยก็เจอปลาสาก ปะการังเต็มไปหมด เป็นโลกใต้น้ำสวยสุดแห่งหนึ่งตั้งแต่เคยเห็นมาเลยเชียว แต่ช่วงหลังๆ ไปทีไรเริ่มโทรมขึ้นเรื่อย จนปัจจุบัน ผมไปเกาะไข่ไม่อยากลงน้ำแล้วครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าปลาการ์ตูนนับพันที่เคยอยู่แถวนั้นมันหายไปไหมหมด ปะการังก็ตายเกือบหมด เป็นจุดหนึ่งที่ผมจำได้ชัดว่าอดีตสวยกว่าปัจจุบันอย่างเทียบกันเกือบไม่ได้
แต่สะพานหินและความขาวของหาดทรายที่เกาะไข่ยังไม่เคยเปลี่ยน เดี๋ยวนี้คนที่เช่าเหมาเรือไปจากฝั่ง เวลาจะไปเกาะอาดัง มักแวะพักที่เกาะไข่ เพราะอยู่ระหว่างเส้นทางพอดี หมู่เกาะตรงนี้เค้าเรียกหมู่เกาะกลาง นอกจากเกาะไข่แล้ว มีเกาะกลางที่ขนาดใหญ่กว่าอยู่ด้านหลัง แนวปะการังพอมีเหมือนกันแต่แคบ แถมข้อมูลยังมีน้อยมาก เนื่องจากเกาะกลางไม่มีที่พัก มีแต่ประภาคาร หาดทรายก็มีนิดเดียว ที่ราบก็มีหน่อยนึง ผู้คนเลยไม่นิยม ผมเองเคยดำน้ำที่แนวปะการังเกาะกลางหนเดียวแถมนานมาแล้ว จำได้ว่าสวยเหมือนกัน แต่สมัยนี้ไม่รู้เป็นไงบ้าง สักวันมีโอกาสแล้วจะลองไปชม
สำหรับคุณที่อยากมาเกาะไข่ เอาเป็นว่าถ้าจะเหมาเรือมาเพื่อการนี้ คงไม่คุ้ม แต่ถ้าเหมาเรือจากฝั่งไงๆ ก็ผ่าน แวะสิครับ มีข้อแม้นิดเดียวคือต้องมีเรือเล็กเข้าฝั่งด้วยนะ ไม่งั้นต้องว่ายน้ำเข้าไปไม่ง่ายเลย (บางครั้งกระแสน้ำไหลด้วยจ้ะ) เดินเล่นบนเกาะไข่ให้บรรยากาศดี ยิ่งจูงมือสาวลอดสะพานหินธรรมชาติ...ติดใจครับ
ครั้งนี้ผมนำภาพถ่ายทางอากาศมาฝากกัน จริงๆ แล้วมีภาพงามกว่านี้ แต่คุณสกลพรรณแกไม่ยอมให้มา เนื่องจากจะเก็บเอาไว้หากินในหนังสือเล่มใหม่ ที่ตกลงแล้วว่าจะเขียนร่วมกัน ผมเลยต้องงัดภาพจากกล้องดิจตอลของข้าพเจ้าเองมาดูแก้ขัดไปก่อน ภาพนี้ถ่ายภาพกระจกเครื่องบินอาจไม่งามสาสมใจ ใครอยากเห็นสวยกว่านี้ แฮ่ม...คงรู้ดีกันอยู่แล้ว เก็บตังค์หยอดกระปุกเตรียมพบกับหนังสือเล่มใหม่ "เกาะ" ปลายปีนี้พบกันครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 16
อ่าวมาหยา
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่
การเดินทาง เดินทางไปเกาะพีพี จากภูเก็ตหรือกระบี่มีเรือให้บริการเกือบตลอดปี ยกเว้นช่วงที่คลื่นลมแรงจริงจัง บนเกาะพีพีมีบริการทัวร์เรือหางยาวไปอ่าวมาหยา อาจไปกับแพคเกจทัวร์รวมหมด ทั้งการเดินทางและการเที่ยวรอบพีพี บนเกาะพีพียังมีที่พักให้บริการ
จุดเด่น อ่าวสุดสวยชื่อเสียงก้องโลกจาก The Beach
เมื่อไม่กี่ปีก่อน กรณี The Beach การถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวู้ดเรื่องสุดฮิตเป็นที่พูดถึงกันทั่วไป บ้างก็ว่ามีปัญหากับหาดทราย ทำร้ายธรรมชาติ ฯลฯ แต่ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นไปแล้ว จะดีหรือจะเจ๊งก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธคือความงามของอ่าวมาหยา สวยจริงจังจนติดตาติดใจคนทั่วโลก
วันนั้นเฮลิคอปเตอร์ของเราลอยลำอยู่เหนือท้องฟ้าของเกาะพีพี ผมมองเห็นเกาะทั้งหกได้ชัดเจนแจ่มแจ๋ว เริ่มจากทางเหนือ เกาะยูงและเกาะไม้ไผ่เป็นเกาะเล็กๆ แต่สวยจริงเมื่อมองจากท้องฟ้า เกาะไม้ไผ่มีแนวปะการังชั้นเยี่ยม รวมทั้งปลาชนิดใหม่ที่มีรายงานเป็นแห่งแรกของโลก แต่ปัจจุบันทางอุทยานฯกำลังมีปัญหากับชาวประมง เลยลงมาทางใต้ เกาะพีพีดอนตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเรือท่องเที่ยวนับร้อยลำ สันทรายที่คั่นระหว่างอ่าวโละดาลัมและอ่าวต้นไทร สวยงามแค่ไหน เชื่อว่าชาวทะเลไทยคงเคยเห็นภาพสุดฮิตของเกาะพีพีมาแล้ว นั่นแหละครับภาพที่ถ่ายจากจุดชมวิวของสองอ่าว ผมมีภาพที่นี่เหมือนกัน แต่เป็นมุมมองแปลกตา ยังไม่เอามาอวด เพราะวันนี้จะพาไปอ่าวมาหยาก่อน
เลยลงมาจากพีพีดอน คือเกาะพีพีเล ถ้ำไวกิ้งอยู่ทางด้านเหนือ เรื่อยละมาถึงอ่าวมาหยาทางด้านตะวันตก ใต้สุดคือเกาะปิดะในและปิดะนอก สองแห่งนั่นเป็นจุดดำน้ำใช้ได้เลย ปะการังอ่อนสวยดี หน้าผาใต้น้ำก็แปลกประหลาด หากใครมีเวลาแนะนำให้ลองไปดูกัน กุ้งน้อยปูเล็กมีเพียบเลยครับ
ย้อนกลับมาอ่าวมาหยา เห็นอยู่อ้วนใหญ่กลางภาพ มองดูดีๆ จะเห็นว่าที่นี่สวยเพราะหากเข้าไปยืนตรงหาด มองสวนออกมาจะเห็นแนวปะการังที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูนสูงชัน เพราะจากมุมนั้นจะมองไม่เห็นปากอ่าว หากสังเกตดีๆ ตรงทางออกด้านบน มีจุดสีขาวลอยอยู่ นั่นคือเรือทัวร์ดำน้ำครับ คาดว่าเหล่ามนุษย์กบกำลังลงชื่นชมกำแพงมาหยา จุดที่พบม้าน้ำและทากเปลือกแสนประหลาดอยู่เยอะแยะเป็นพิเศษ
ผมเคยไปอ่าวมาหยาห้าหกครั้ง หนแรกที่ไปสมัยนั้นยังเป็นนักเรียนมัธยม สมัยนั้นอ่าวมาหยางามเช้ง จำได้ว่าพอเรือลอยผ่านปากอ่าวเข้ามาในแนวปะการังกว้างใหญ่ น้ำสงบนิ่งแถมใสแจ๋ว มองลงไปเห็นปะการังเพียบ เรือหลายลำขนปะการังขึ้นเรือไปขาย ภาพที่คนกำลังดึงเชือกยกปะการังขึ้นจากน้ำครั้งนั้น ผมจำได้ติดตาครับ และอาจเป็นภาพหนึ่งที่ทำให้ผมเลือกเรียนวิทยาศาสตร์ทางทะเล เพราะรู้สึกฝังใจในสิ่งที่เห็น หักกันอย่างนั้นขนกันอย่างนั้น ปะการังไม่หมดเหรอ?
หมดครับ แล้วก็หมดแน่นอน ทุกครั้งที่ผมกลับไป ปะการังน้อยลงและน้อยลง จนแทบจะไม่เหลือแล้ว หากใครให้ยกตัวอย่างว่าแนวปะการังแห่งไหนพังเพราะการท่องเที่ยวแบบไม่รู้สำนึก ผมจะยกตัวอย่างอ่าวมาหยานี่แหละ ไม่มีข้อมูลมายืนยัน มีแต่ความทรงจำที่จำได้ว่า สมัยก่อนมาหยาเคยสวยอย่างไรบ้าง?
มาหยาจึงเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยลืม สงสัยว่าหากวันนั้นเราช่วยกันรักษามาหยาไว้ วันนี้เราไม่ต้องให้มีใครมาสร้างหนังเพื่อโปรโมทมาหยา เพราะของดีจริงยังไงก็ดัง แต่เมื่อเราไม่สามารถรักษาได้ จะโปรโมทยังไงก็คงไม่ขึ้น คนมาคนเห็นแล้วคนก็ไป ไม่อยากกลับมาเห็นอีกซ้ำสองซ้ำสาม ผิดจากบางเกาะของเมืองไทย เช่น เกาะสุรินทร์ มาแล้วมาอีกมาทุกปีก็ไม่มีเบื่อ
ผมเลือกภาพนี้มาฝากชาวทะเลไทย เชื่อว่าหลายคนคงรีบคลิกนำไปใช้เป็น Wallpaper อวดเพื่อนฝูง แต่อย่าลืมนะครับ ความพินาศมักถูกผิวน้ำปิดบังไว้ ความงามที่แท้จริงของมาหยาสูญสลายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงบทเรียนให้เราจดจำ
คนสร้างหนังฮอลลีวู้ดไม่ได้เป็นคนทำลายมาหยาหรอกครับ คนไทยนี่แหละ...เป็นผู้ทำเอง!!! .
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่
การเดินทาง เดินทางไปเกาะพีพี จากภูเก็ตหรือกระบี่มีเรือให้บริการเกือบตลอดปี ยกเว้นช่วงที่คลื่นลมแรงจริงจัง บนเกาะพีพีมีบริการทัวร์เรือหางยาวไปอ่าวมาหยา อาจไปกับแพคเกจทัวร์รวมหมด ทั้งการเดินทางและการเที่ยวรอบพีพี บนเกาะพีพียังมีที่พักให้บริการ
จุดเด่น อ่าวสุดสวยชื่อเสียงก้องโลกจาก The Beach
เมื่อไม่กี่ปีก่อน กรณี The Beach การถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวู้ดเรื่องสุดฮิตเป็นที่พูดถึงกันทั่วไป บ้างก็ว่ามีปัญหากับหาดทราย ทำร้ายธรรมชาติ ฯลฯ แต่ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นไปแล้ว จะดีหรือจะเจ๊งก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธคือความงามของอ่าวมาหยา สวยจริงจังจนติดตาติดใจคนทั่วโลก
วันนั้นเฮลิคอปเตอร์ของเราลอยลำอยู่เหนือท้องฟ้าของเกาะพีพี ผมมองเห็นเกาะทั้งหกได้ชัดเจนแจ่มแจ๋ว เริ่มจากทางเหนือ เกาะยูงและเกาะไม้ไผ่เป็นเกาะเล็กๆ แต่สวยจริงเมื่อมองจากท้องฟ้า เกาะไม้ไผ่มีแนวปะการังชั้นเยี่ยม รวมทั้งปลาชนิดใหม่ที่มีรายงานเป็นแห่งแรกของโลก แต่ปัจจุบันทางอุทยานฯกำลังมีปัญหากับชาวประมง เลยลงมาทางใต้ เกาะพีพีดอนตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเรือท่องเที่ยวนับร้อยลำ สันทรายที่คั่นระหว่างอ่าวโละดาลัมและอ่าวต้นไทร สวยงามแค่ไหน เชื่อว่าชาวทะเลไทยคงเคยเห็นภาพสุดฮิตของเกาะพีพีมาแล้ว นั่นแหละครับภาพที่ถ่ายจากจุดชมวิวของสองอ่าว ผมมีภาพที่นี่เหมือนกัน แต่เป็นมุมมองแปลกตา ยังไม่เอามาอวด เพราะวันนี้จะพาไปอ่าวมาหยาก่อน
เลยลงมาจากพีพีดอน คือเกาะพีพีเล ถ้ำไวกิ้งอยู่ทางด้านเหนือ เรื่อยละมาถึงอ่าวมาหยาทางด้านตะวันตก ใต้สุดคือเกาะปิดะในและปิดะนอก สองแห่งนั่นเป็นจุดดำน้ำใช้ได้เลย ปะการังอ่อนสวยดี หน้าผาใต้น้ำก็แปลกประหลาด หากใครมีเวลาแนะนำให้ลองไปดูกัน กุ้งน้อยปูเล็กมีเพียบเลยครับ
ย้อนกลับมาอ่าวมาหยา เห็นอยู่อ้วนใหญ่กลางภาพ มองดูดีๆ จะเห็นว่าที่นี่สวยเพราะหากเข้าไปยืนตรงหาด มองสวนออกมาจะเห็นแนวปะการังที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูนสูงชัน เพราะจากมุมนั้นจะมองไม่เห็นปากอ่าว หากสังเกตดีๆ ตรงทางออกด้านบน มีจุดสีขาวลอยอยู่ นั่นคือเรือทัวร์ดำน้ำครับ คาดว่าเหล่ามนุษย์กบกำลังลงชื่นชมกำแพงมาหยา จุดที่พบม้าน้ำและทากเปลือกแสนประหลาดอยู่เยอะแยะเป็นพิเศษ
ผมเคยไปอ่าวมาหยาห้าหกครั้ง หนแรกที่ไปสมัยนั้นยังเป็นนักเรียนมัธยม สมัยนั้นอ่าวมาหยางามเช้ง จำได้ว่าพอเรือลอยผ่านปากอ่าวเข้ามาในแนวปะการังกว้างใหญ่ น้ำสงบนิ่งแถมใสแจ๋ว มองลงไปเห็นปะการังเพียบ เรือหลายลำขนปะการังขึ้นเรือไปขาย ภาพที่คนกำลังดึงเชือกยกปะการังขึ้นจากน้ำครั้งนั้น ผมจำได้ติดตาครับ และอาจเป็นภาพหนึ่งที่ทำให้ผมเลือกเรียนวิทยาศาสตร์ทางทะเล เพราะรู้สึกฝังใจในสิ่งที่เห็น หักกันอย่างนั้นขนกันอย่างนั้น ปะการังไม่หมดเหรอ?
หมดครับ แล้วก็หมดแน่นอน ทุกครั้งที่ผมกลับไป ปะการังน้อยลงและน้อยลง จนแทบจะไม่เหลือแล้ว หากใครให้ยกตัวอย่างว่าแนวปะการังแห่งไหนพังเพราะการท่องเที่ยวแบบไม่รู้สำนึก ผมจะยกตัวอย่างอ่าวมาหยานี่แหละ ไม่มีข้อมูลมายืนยัน มีแต่ความทรงจำที่จำได้ว่า สมัยก่อนมาหยาเคยสวยอย่างไรบ้าง?
มาหยาจึงเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยลืม สงสัยว่าหากวันนั้นเราช่วยกันรักษามาหยาไว้ วันนี้เราไม่ต้องให้มีใครมาสร้างหนังเพื่อโปรโมทมาหยา เพราะของดีจริงยังไงก็ดัง แต่เมื่อเราไม่สามารถรักษาได้ จะโปรโมทยังไงก็คงไม่ขึ้น คนมาคนเห็นแล้วคนก็ไป ไม่อยากกลับมาเห็นอีกซ้ำสองซ้ำสาม ผิดจากบางเกาะของเมืองไทย เช่น เกาะสุรินทร์ มาแล้วมาอีกมาทุกปีก็ไม่มีเบื่อ
ผมเลือกภาพนี้มาฝากชาวทะเลไทย เชื่อว่าหลายคนคงรีบคลิกนำไปใช้เป็น Wallpaper อวดเพื่อนฝูง แต่อย่าลืมนะครับ ความพินาศมักถูกผิวน้ำปิดบังไว้ ความงามที่แท้จริงของมาหยาสูญสลายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงบทเรียนให้เราจดจำ
คนสร้างหนังฮอลลีวู้ดไม่ได้เป็นคนทำลายมาหยาหรอกครับ คนไทยนี่แหละ...เป็นผู้ทำเอง!!! .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 17
เกาะห้า สิมิลัน
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา
การเดินทาง เรือทัวร์ดำน้ำจากภูเก็ตหรือทับละมุ เรือเมล์จากทับละมุมีให้บริการทุกวัน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ธันวาคม-พฤษภาคม) มีทั้งเรือเร็วและเรือช้า ติดต่อส่วนอุทยานฯทางทะเลขอข้อมูลเพิ่มเติม
จุดเด่น ทะเลใสสุดของเมืองไทย ปะการังอ่อนที่หินม้วนเดียว
จุดดำน้ำไหนผมชอบสุด คำถามนี้ตอบยากครับ แต่ถ้าเป็นหมู่เกาะสิมิลัน บางคนอาจชอบสวนดอกไม้ (เกาะหก) บางคนหลงแฟนตาซี (ปิดไปแล้ว) ฯลฯ แต่ถ้าถามผม...ผมชอบหินม้วนเดียวครับ
ความทรงจำกับหินม้วนเดียว เริ่มตั้งแต่สมัยไปสิมิลันเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว ครั้งนั้นไปสำรวจเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลให้กรมป่าไม้ พอลงไปตามริมขอบเกาะห้า เจอกัลปังหามากมาย มันสวยจริงจังจนสะใจ ปลาใหญ่ก็ว่ายเข้ามาใกล้เป็นระยะ ก่อนสุดไดฟ์เจอหินม้วนเดียว เป็นการจบแบบสะใจที่สุดครั้งหนึ่งในการดำน้ำก็ว่าได้ หินม้วนเดียวสมัยนั้นสวยกว่าสมัยนี้หลายเท่า
ยังไงก็ตาม แม้หลายอย่างจะเปลี่ยนไป ใจผมก็ยังชอบหินม้วนเดียว รู้สึกว่ามีทุกอย่างครบ ปะการังอ่อนก็มี กัลปังหาก็ปรากฏ กุ้งปูตัวเล็กก็พบ ปลาบางชนิดหายากก็แอบอยู่แถวนี้ ที่สำคัญ น้ำไม่ลึกเกินไป ดำอยู่นานๆ ได้สบาย บางครั้งลงกลางคืนก็ยังไม่อันตรายมาก ผมมักลงไปหมกตัวอยู่ที่นั่น ดูพฤติกรรมกุ้งปูบ่อยครั้ง บางเรื่องที่เคยเขียนลงหนังสือ "ใต้ทะเลมีความรัก" ก็เกือบจะเรียกได้ว่าเขียนที่นั่น โดยเฉพาะ "เสวนากุ้งพยาบาล" ผมตั้งป้อมดูกุ้งพยาบาลที่นั่นอยู่นานก่อนจะเขียน
จะว่าไปแล้ว เกาะห้าไม่ถือว่าอ่อนสำหรับนักดำน้ำแบบ Snorkeling เหมือนกัน หากแต่ต้องชำนาญสักนิด กล้าว่ายเข้าไปใกล้ก้อนหิน หรือเฝ้าตามดูปะการังเขากวางในที่ตื้น (8 เมตร) แถวนี้มีปลาเยอะครับ หลายตัวเป็นปลาประหลาด เฝ้าดูกันได้นานๆ โดยเฉพาะ Snake Eel หรือปลาไหลงู มักซุ่มซ่อนอยู่ใต้ผืนทราย อีกตัวที่รู้จักกันดีคือปลาไหลสวน Garden Eel ที่นี่แหละครับจุดเริ่มต้นของสวนปลาไหลในเมืองไทยก็ว่าได้ สมัยก่อนนักดำน้ำมาเที่ยวกัน จุดประสงค์หลักคือดูปลาไหลชูคอ
ในระยะสี่ห้าปีหลัง เกาะห้ามีคนไปดำน้ำเยอะมาก บางครั้งกัลปังหาก็โดนฟินเตะ หักบ้างพังบ้าง บางต้นโดนลอบทับจนกระจุย ความงามของใต้น้ำที่นี่จึงลดลง จนอาจมีการพิจารณาปิดจุดดำน้ำที่นี่ในอนาคต (ยังไม่แน่นะครับ) แต่ผมเชื่อว่าจะปิดสักสิบปี เกาะห้าก็คงกลับมาสวยเหมือนเดิมไม่ได้ ของบางอย่างสูญแล้วสูญเลย ไม่มีทางคืนในช่วงชีวิตคนหนึ่งคนครับ
สำหรับภาพนี้ ยามเมื่อเครื่องบินผ่านหมู่เกาะสิมิลัน ผมขอให้นักบินโฉบเข้าไปใกล้เกาะห้า เพื่อเก็บภาพงามๆ มาฝากชาวทะเลไทย ภาพนี้ถ่ายจากด้านใต้ขึ้นไปด้านเหนือ เห็นเกาะหกอยู่ไม่ไกล ถัดไปเป็นเงาทะมึนของเกาะแปด หินม้วนเดียวอยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องมาทางหัวเกาะมุมขวาหน่อยนึง เลยจากนั้นเป็นปลายแหลม แนวชายฝั่งหักชันเหมือนหน้าผา มีถ้ำให้มุดหลายแห่ง ปลาเล็กๆ เพียบเต็มไปหมด
เชื่อว่าหลายคนคงชอบภาพนี้ และยังฝันอยากไปให้ถึงสิมิลันสักวันหนึ่ง สำหรับผมแล้ว สิมิลันก็ยังเป็นบางสิ่งที่แตกต่างอยู่เสมอ ขอเพียงให้เวลา อย่ารีบเร่งกับความงาม เชื่อว่ายังมีอีกหลายอย่างให้ค้นพบ
เกาะห้า กลางวัน...กลางคืน ขึ้นจากน้ำมา ไม่เคยเสียใจครับ
สนับสนุนข้อมูลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา
การเดินทาง เรือทัวร์ดำน้ำจากภูเก็ตหรือทับละมุ เรือเมล์จากทับละมุมีให้บริการทุกวัน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ธันวาคม-พฤษภาคม) มีทั้งเรือเร็วและเรือช้า ติดต่อส่วนอุทยานฯทางทะเลขอข้อมูลเพิ่มเติม
จุดเด่น ทะเลใสสุดของเมืองไทย ปะการังอ่อนที่หินม้วนเดียว
จุดดำน้ำไหนผมชอบสุด คำถามนี้ตอบยากครับ แต่ถ้าเป็นหมู่เกาะสิมิลัน บางคนอาจชอบสวนดอกไม้ (เกาะหก) บางคนหลงแฟนตาซี (ปิดไปแล้ว) ฯลฯ แต่ถ้าถามผม...ผมชอบหินม้วนเดียวครับ
ความทรงจำกับหินม้วนเดียว เริ่มตั้งแต่สมัยไปสิมิลันเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว ครั้งนั้นไปสำรวจเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลให้กรมป่าไม้ พอลงไปตามริมขอบเกาะห้า เจอกัลปังหามากมาย มันสวยจริงจังจนสะใจ ปลาใหญ่ก็ว่ายเข้ามาใกล้เป็นระยะ ก่อนสุดไดฟ์เจอหินม้วนเดียว เป็นการจบแบบสะใจที่สุดครั้งหนึ่งในการดำน้ำก็ว่าได้ หินม้วนเดียวสมัยนั้นสวยกว่าสมัยนี้หลายเท่า
ยังไงก็ตาม แม้หลายอย่างจะเปลี่ยนไป ใจผมก็ยังชอบหินม้วนเดียว รู้สึกว่ามีทุกอย่างครบ ปะการังอ่อนก็มี กัลปังหาก็ปรากฏ กุ้งปูตัวเล็กก็พบ ปลาบางชนิดหายากก็แอบอยู่แถวนี้ ที่สำคัญ น้ำไม่ลึกเกินไป ดำอยู่นานๆ ได้สบาย บางครั้งลงกลางคืนก็ยังไม่อันตรายมาก ผมมักลงไปหมกตัวอยู่ที่นั่น ดูพฤติกรรมกุ้งปูบ่อยครั้ง บางเรื่องที่เคยเขียนลงหนังสือ "ใต้ทะเลมีความรัก" ก็เกือบจะเรียกได้ว่าเขียนที่นั่น โดยเฉพาะ "เสวนากุ้งพยาบาล" ผมตั้งป้อมดูกุ้งพยาบาลที่นั่นอยู่นานก่อนจะเขียน
จะว่าไปแล้ว เกาะห้าไม่ถือว่าอ่อนสำหรับนักดำน้ำแบบ Snorkeling เหมือนกัน หากแต่ต้องชำนาญสักนิด กล้าว่ายเข้าไปใกล้ก้อนหิน หรือเฝ้าตามดูปะการังเขากวางในที่ตื้น (8 เมตร) แถวนี้มีปลาเยอะครับ หลายตัวเป็นปลาประหลาด เฝ้าดูกันได้นานๆ โดยเฉพาะ Snake Eel หรือปลาไหลงู มักซุ่มซ่อนอยู่ใต้ผืนทราย อีกตัวที่รู้จักกันดีคือปลาไหลสวน Garden Eel ที่นี่แหละครับจุดเริ่มต้นของสวนปลาไหลในเมืองไทยก็ว่าได้ สมัยก่อนนักดำน้ำมาเที่ยวกัน จุดประสงค์หลักคือดูปลาไหลชูคอ
ในระยะสี่ห้าปีหลัง เกาะห้ามีคนไปดำน้ำเยอะมาก บางครั้งกัลปังหาก็โดนฟินเตะ หักบ้างพังบ้าง บางต้นโดนลอบทับจนกระจุย ความงามของใต้น้ำที่นี่จึงลดลง จนอาจมีการพิจารณาปิดจุดดำน้ำที่นี่ในอนาคต (ยังไม่แน่นะครับ) แต่ผมเชื่อว่าจะปิดสักสิบปี เกาะห้าก็คงกลับมาสวยเหมือนเดิมไม่ได้ ของบางอย่างสูญแล้วสูญเลย ไม่มีทางคืนในช่วงชีวิตคนหนึ่งคนครับ
สำหรับภาพนี้ ยามเมื่อเครื่องบินผ่านหมู่เกาะสิมิลัน ผมขอให้นักบินโฉบเข้าไปใกล้เกาะห้า เพื่อเก็บภาพงามๆ มาฝากชาวทะเลไทย ภาพนี้ถ่ายจากด้านใต้ขึ้นไปด้านเหนือ เห็นเกาะหกอยู่ไม่ไกล ถัดไปเป็นเงาทะมึนของเกาะแปด หินม้วนเดียวอยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องมาทางหัวเกาะมุมขวาหน่อยนึง เลยจากนั้นเป็นปลายแหลม แนวชายฝั่งหักชันเหมือนหน้าผา มีถ้ำให้มุดหลายแห่ง ปลาเล็กๆ เพียบเต็มไปหมด
เชื่อว่าหลายคนคงชอบภาพนี้ และยังฝันอยากไปให้ถึงสิมิลันสักวันหนึ่ง สำหรับผมแล้ว สิมิลันก็ยังเป็นบางสิ่งที่แตกต่างอยู่เสมอ ขอเพียงให้เวลา อย่ารีบเร่งกับความงาม เชื่อว่ายังมีอีกหลายอย่างให้ค้นพบ
เกาะห้า กลางวัน...กลางคืน ขึ้นจากน้ำมา ไม่เคยเสียใจครับ
สนับสนุนข้อมูลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 18
อ่าวไร่เลย์
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่
การเดินทาง แม้จะอยู่ติดฝั่ง แต่ต้องนั่งเรือไป ลงเรือได้ที่อ่าวนาง ใช้เวลานั่งเรือ 10 นาที
จุดเด่น วิวสุดสวย หาดแสนโรแมนติก ปีนผาผจญภัย
ช่วงนี้เข้าเทศกาลแต่งงานกันเถิด เชื่อว่าหลายคนคงหาที่ฮันนีมูน ครั้งนี้ผมเลยเลือกภาพของสถานที่แห่งความทรงจำที่เมืองกระบี่ - หาดไร่เลย์ ที่นี่แหละครับสวรรค์บนพื้นดิน โดยเฉพาะอ่าวถ้ำพระนาง ผมเคยไปทะเลมาหลายแห่งทั่วโลก แต่ไม่เคยเห็นที่ไหนวิวสวยเหมือนที่นี่ บอกสองคำ สุดยอด
รอบอ่าวไร่เลย์เป็นทิวเขาหินปูนสูงชัน ชายฝั่งมี 2 ด้าน ด้านหนึ่งเรียกอ่าวน้ำเมา หาดทรายหยาบปนโคลน เล่นน้ำไม่ได้ (ในภาพอยู่ด้านขวา) อีกด้านหาดสะอาด เล่นน้ำสบายแม้จะไม่สุดยอด แต่ที่เจ๋งจริงต้องลองเดินไปอีกหน่อย เป็นเส้นทางเลียบเขาหลักหรือเขาที่นักนิยมปีนผาชอบกันมาก (ที่เห็นเป็นยอดทางด้านล่างของภาพ) ระยะทางแค่ 250 เมตร เราจะมาถึงหาดพระนางหรืออ่าวถ้ำพระนาง ตรงนี้แหละครับที่ผมนอนเกลือกกลิ้งบนทรายละเอียดยิบ มองดูหน้าผาริมหาดสีส้มสีแดง มีหินย้อยห้อยลงมาสุดสวย แถมยังมีเกาะเล็กๆ เขาเรียก Happy Island ตั้งอยู่ติดหาด เบื่อๆ ก็ใส่หน้ากากตีนกบว่ายน้ำไปดูแนวปะการัง แม้จะไม่เจ๋งนักแต่มีสัตว์ให้ดูพอควร เมื่อเทียบกับอ่าวไทยแล้วแถวนี้มีปลาเยอะกว่า หากใครอยากออกกำลังกาย แถวนี้มีซีแคนูให้เช่า สรุปแล้วอ่าวถ้ำพระนางมีพร้อมเบ็ดเสร็จ แต่ผมว่าถ้าคุณไปถึงจริง คงไม่ทำอะไรหรอกครับ นอนกลิ้งชมวิวอย่างเดียวก็สุขใจเกินพอ (ข้อแม้ - สำหรับคนมีรัก หากอกหักอาจคิดอยากโจนน้ำลงทะเล)
ปัญหาแถวนี้มีอยู่อย่างเดียว เรื่องราคาที่พักครับ สำหรับใครที่อยากอยู่รีสอร์ตสุดหรูของเมืองไทย คงเคยได้ยินชื่อ "ดุสิตรายาวดี" ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น "พรีเมียร์ รายาวดี" หรืออะไรนี่แหละครับ ห้องคืนละสองสามหมื่นบาท ภาพนี้จะเห็นเป็นกระโจมตั้งเป็นหลังๆ อยู่ในดงมะพร้าว เยื้องไปด้านขวาล่าง เห็นอาคารกลมหลังคาสีแดงสามสี่หลังสร้างติดกัน นั่นคืออาคารรีเซฟชั่นและลอปบี้ของโรงแรม แต่ถ้าไม่มีปัญญา เลยไปอีกหน่อยจะเห็นว่ามีอยู่หลายรีสอร์ต แม้หรูสู้ไม่ได้ แต่ราคาก็ย่อมเยากว่า (แต่ก็ยังแพง ไม่ใช่ระดับร้อย แต่เป็นระดับพัน และหลายพันด้วยจ้ะ)
ผมมีโอกาสบินผ่านกระบี่ 2 หนในชีวิต ทุกครั้งมักแวะเวียนเฉียดเข้าไปแถวอ่าวไร่เลย์ เห็นแล้วนึกถึงความหลัง นั่นประการหนึ่ง อีกประการคืออยากปีนผาแต่พุงมันอ้วน ร่างกายไม่ฟิตปั๋ง กลัวปีนแล้วเชือกขาด ก็เลยไม่ได้ปีน ผมเลยอยากเห็นวิวจากเบื้องบน ที่เขาบอกว่างามหนักหนา เป็นอย่างไรบ้าง? แม้สภาพแสงไม่ค่อยดี แต่ภาพที่เห็นอยู่คงพอยืนยันความงามแห่งไร่เลย์ได้เป็นอย่างดี บนยอดเขาหลักยังมีแอ่งน้ำอยู่ด้วย แต่สวยสู้ภาพนี้ไม่ได้ ผมเลยไม่ได้เอามาให้ดูกัน
สำหรับชาวทะเลไทยที่กำลังจะลงหลักปักฐานกับชายเท่ห์หญิงงามในไม่ช้า ขอให้เป็นสุขนะครับ หากใครไม่เกี่ยงเรื่องงบ ไร่เลย์นี่แหละสุดยอดแหล่งฮันนีมูนของไทย (ของโลกด้วยซ้ำ) ไปเมืองนอกก็หาไม่ได้ ผมเชียร์ขาดใจให้ไปไร่เลย์ แต่ถ้าคุณไร้คู่หรือมีคู่แต่ไร้งบ เรานำภาพนี้มาฝากกัน ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ หรือร่างกายบึกบึนปีนเขาได้ ก็มีสิทธิได้ชมความงามของไร่เลย์
รู้หรือยังครับว่าทำไมสโลแกนเว็บนี้คือ "ทะเลที่เกินคาด" ความงามของทะเลไทย เกินคาดจริงๆ ครับ .
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่
การเดินทาง แม้จะอยู่ติดฝั่ง แต่ต้องนั่งเรือไป ลงเรือได้ที่อ่าวนาง ใช้เวลานั่งเรือ 10 นาที
จุดเด่น วิวสุดสวย หาดแสนโรแมนติก ปีนผาผจญภัย
ช่วงนี้เข้าเทศกาลแต่งงานกันเถิด เชื่อว่าหลายคนคงหาที่ฮันนีมูน ครั้งนี้ผมเลยเลือกภาพของสถานที่แห่งความทรงจำที่เมืองกระบี่ - หาดไร่เลย์ ที่นี่แหละครับสวรรค์บนพื้นดิน โดยเฉพาะอ่าวถ้ำพระนาง ผมเคยไปทะเลมาหลายแห่งทั่วโลก แต่ไม่เคยเห็นที่ไหนวิวสวยเหมือนที่นี่ บอกสองคำ สุดยอด
รอบอ่าวไร่เลย์เป็นทิวเขาหินปูนสูงชัน ชายฝั่งมี 2 ด้าน ด้านหนึ่งเรียกอ่าวน้ำเมา หาดทรายหยาบปนโคลน เล่นน้ำไม่ได้ (ในภาพอยู่ด้านขวา) อีกด้านหาดสะอาด เล่นน้ำสบายแม้จะไม่สุดยอด แต่ที่เจ๋งจริงต้องลองเดินไปอีกหน่อย เป็นเส้นทางเลียบเขาหลักหรือเขาที่นักนิยมปีนผาชอบกันมาก (ที่เห็นเป็นยอดทางด้านล่างของภาพ) ระยะทางแค่ 250 เมตร เราจะมาถึงหาดพระนางหรืออ่าวถ้ำพระนาง ตรงนี้แหละครับที่ผมนอนเกลือกกลิ้งบนทรายละเอียดยิบ มองดูหน้าผาริมหาดสีส้มสีแดง มีหินย้อยห้อยลงมาสุดสวย แถมยังมีเกาะเล็กๆ เขาเรียก Happy Island ตั้งอยู่ติดหาด เบื่อๆ ก็ใส่หน้ากากตีนกบว่ายน้ำไปดูแนวปะการัง แม้จะไม่เจ๋งนักแต่มีสัตว์ให้ดูพอควร เมื่อเทียบกับอ่าวไทยแล้วแถวนี้มีปลาเยอะกว่า หากใครอยากออกกำลังกาย แถวนี้มีซีแคนูให้เช่า สรุปแล้วอ่าวถ้ำพระนางมีพร้อมเบ็ดเสร็จ แต่ผมว่าถ้าคุณไปถึงจริง คงไม่ทำอะไรหรอกครับ นอนกลิ้งชมวิวอย่างเดียวก็สุขใจเกินพอ (ข้อแม้ - สำหรับคนมีรัก หากอกหักอาจคิดอยากโจนน้ำลงทะเล)
ปัญหาแถวนี้มีอยู่อย่างเดียว เรื่องราคาที่พักครับ สำหรับใครที่อยากอยู่รีสอร์ตสุดหรูของเมืองไทย คงเคยได้ยินชื่อ "ดุสิตรายาวดี" ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น "พรีเมียร์ รายาวดี" หรืออะไรนี่แหละครับ ห้องคืนละสองสามหมื่นบาท ภาพนี้จะเห็นเป็นกระโจมตั้งเป็นหลังๆ อยู่ในดงมะพร้าว เยื้องไปด้านขวาล่าง เห็นอาคารกลมหลังคาสีแดงสามสี่หลังสร้างติดกัน นั่นคืออาคารรีเซฟชั่นและลอปบี้ของโรงแรม แต่ถ้าไม่มีปัญญา เลยไปอีกหน่อยจะเห็นว่ามีอยู่หลายรีสอร์ต แม้หรูสู้ไม่ได้ แต่ราคาก็ย่อมเยากว่า (แต่ก็ยังแพง ไม่ใช่ระดับร้อย แต่เป็นระดับพัน และหลายพันด้วยจ้ะ)
ผมมีโอกาสบินผ่านกระบี่ 2 หนในชีวิต ทุกครั้งมักแวะเวียนเฉียดเข้าไปแถวอ่าวไร่เลย์ เห็นแล้วนึกถึงความหลัง นั่นประการหนึ่ง อีกประการคืออยากปีนผาแต่พุงมันอ้วน ร่างกายไม่ฟิตปั๋ง กลัวปีนแล้วเชือกขาด ก็เลยไม่ได้ปีน ผมเลยอยากเห็นวิวจากเบื้องบน ที่เขาบอกว่างามหนักหนา เป็นอย่างไรบ้าง? แม้สภาพแสงไม่ค่อยดี แต่ภาพที่เห็นอยู่คงพอยืนยันความงามแห่งไร่เลย์ได้เป็นอย่างดี บนยอดเขาหลักยังมีแอ่งน้ำอยู่ด้วย แต่สวยสู้ภาพนี้ไม่ได้ ผมเลยไม่ได้เอามาให้ดูกัน
สำหรับชาวทะเลไทยที่กำลังจะลงหลักปักฐานกับชายเท่ห์หญิงงามในไม่ช้า ขอให้เป็นสุขนะครับ หากใครไม่เกี่ยงเรื่องงบ ไร่เลย์นี่แหละสุดยอดแหล่งฮันนีมูนของไทย (ของโลกด้วยซ้ำ) ไปเมืองนอกก็หาไม่ได้ ผมเชียร์ขาดใจให้ไปไร่เลย์ แต่ถ้าคุณไร้คู่หรือมีคู่แต่ไร้งบ เรานำภาพนี้มาฝากกัน ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ หรือร่างกายบึกบึนปีนเขาได้ ก็มีสิทธิได้ชมความงามของไร่เลย์
รู้หรือยังครับว่าทำไมสโลแกนเว็บนี้คือ "ทะเลที่เกินคาด" ความงามของทะเลไทย เกินคาดจริงๆ ครับ .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 19
เกาะหลักง่าม
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษม เมื่อเลยศาลพ่อตาหินช้าง เข้าสู่แยกปะทิว ให้ตรงต่อไปจนถึงเมืองชุมพร ลงเรือได้ที่ "ชุมพรคาบาน่า"
จุดเด่น จุดดำน้ำ SCUBA ดีสุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย ดงปะการังดำสมบูรณ์สูงสุด
เกาะหลักง่าม ชื่อนี้มีฝันครับ โดยเฉพาะชาวมนุษย์กบที่เพิ่งหัดเรียนดำน้ำใหม่ๆ เคยไปลองลุยมาแล้วที่พัทยา แต่ยังฝีมือไม่แก่กล้าจนไปได้ถึงสิมิลัน ที่นี่แหละครับจุดดำน้ำที่คุณควรลองมา
ผมไปเกาะหลักง่ามมา เอ...มากี่ครั้งนะ? จำไม่ได้แล้วครับ อย่างน้อยก็สิบขึ้น อาจจะถึงยี่สิบก็เป็นได้ สิ่งหนึ่งที่ชื่นใจทุกครั้งที่ดำน้ำแถวนี้ คือสภาพแนวปะการังไม่มีเปลี่ยนแปลง ดงปะการังดำเยอะขนาดไหน ก็ยังเยอะขนาดนั้น แถมดูๆ แล้วอาจมีเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แต่ละต้นสูงเมตรสองเมตร ไม่มีที่ไหนในทะเลไทย ที่คุณจะพบปะการังดำหนาแน่นได้ในระดับนี้ รับประกันครับ
นอกจากปะการังดำ เกาะหลักง่ามยังเป็นที่อยู่ของปลาชนิดต่างๆ รายงานการสำรวจล่าสุดที่ชุมพร พบปลาในแนวปะการังประมาณ 140 ชนิด ถือว่ามากสุดแห่งหนึ่งในอ่าวไทย (หมู่เกาะช้างพบ 75 ชนิด) สูสีใกล้เคียงเกาะเต่าที่อยู่ห่างไกลออกไปกลางทะเล คุณจึงมีสิทธิพบปลาทุกชนิด รวมทั้งนักเลงโตประจำโลกสีคราม คุณฉลามวาฬ
เนื่องจากภาพนี้ดูดีมาก ให้รายละเอียดได้เยอะ ผมเลยขอใช้ภาพมาช่วยอธิบาย คุณคงเห็นได้ว่าเกาะหลักง่ามขนาดนิดเดียว จากปลายหนึ่งสู่อีกปลายหนึ่ง ยาวไม่ถึง 100 เมตร แถมเกาะยังแคบ ส่วนกว้างสุดประมาณ 20 เมตร ร่องน้ำระหว่างสองกองหินนั้น ผมเคยลอยผ่านทั้งกลางวันกลางคืน ผ่านได้สบายบรื๋อครับ
หากลองสังเกตด้านบนของเกาะ คุณจะเห็นจุดสีแดงเล็กๆ (มองในภาพนี้อาจไม่เห็น ต้องดูใน Wall Paper จะเห็นชัดกว่า) ตรงนั้นเป็นที่จอดเรือ เกาะนี้แปลกอย่างหนึ่ง บางทีน้ำด้านหนึ่งขุ่น ด้านหนึ่งใสแจ๋ว จนแทบไม่เชื่อว่าเป็นเกาะเดียวกัน บริเวณน้ำขุ่นจะอยู่ด้านบนของเกาะ (ฝั่งตะวันตก) ด้านล่างของเกาะในภาพ จะเป็นเขตน้ำใส (ฝั่งตะวันออก) ถ้าใครไม่รู้ มัวแต่ไปจมบุ๋งอยู่อีกฝั่ง กว่าจะมาถึงเขตน้ำใสก็หมดอากาศแล้ว
ปลายแหลมด้านซ้ายมือของเกาะ คือผาสีเหลืองหรือ Yellow Wall เต็มไปด้วยปะการังถ้วยส้มหรือถ้วยเหลือง งามสุดตลอดผา โดยเฉพาะถ้าไปตอนกลางคืน อูย...บรรยายไม่ถูก ลึกลงมาด้านล่างของผา มีฟองน้ำครกขนาดใหญ่อยู่หนึ่งต้น อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ไปกี่ครั้งก็เห็น ใกล้ๆ ฟองน้ำครก ยังมีปลาสิงโตสามสี่ตัวว่ายทวนกระแสน้ำ เป็นจุดที่อยู่กันประจำ ใครหวนคิดอยากเห็นหน้าปลาสิงโตในอันดามัน มาลองดูในอ่าวไทยก่อนแก้เครียด ที่เกาะหลักง่ามนี่แหละครับ...มีแน่
เนื่องจากน้ำทะเลที่ไม่ลึกนัก 20-25 เมตรก็เก่งแล้ว ด้านบนแค่ 10-15 เมตรก็มีสัตว์อยู่เยอะแยะ แถมดงปะการังดำยังงดงามเกินบรรยาย เกาะหลักง่ามจึงเป็นเกาะที่ไปครั้งใดก็ติดใจ ไปแล้วไปอีกไม่มีเบื่อ
หากคุณเป็นนักดำน้ำ SCUBA วันนี้คุณยังไม่ได้ไปเกาะหลักง่าม เตรียมการไว้ได้เลยครับ ค่าใช้จ่ายไม่เกินเลยเถิด ไม่ต้องนอนบนเรือ ดำเช้าครั้งบ่ายครั้ง เย็นกลับมานอนบนฝั่ง เดินตลาดหาอะไรกินได้ อีกวันค่อยขับรถกลับกรุงเทพฯ หรือเที่ยวเล่นเลี้ยงค่างเขาพลูแก้เซ็ง เสาร์อาทิตย์เดียวก็คุ้มแล้ว
เกาะหลักง่ามนี่แหละครับ...จุดดำน้ำสวยสุดที่ใกล้กรุงเทพที่สุด ผมเชื่อเช่นนั้นเสมอจ้ะ .
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษม เมื่อเลยศาลพ่อตาหินช้าง เข้าสู่แยกปะทิว ให้ตรงต่อไปจนถึงเมืองชุมพร ลงเรือได้ที่ "ชุมพรคาบาน่า"
จุดเด่น จุดดำน้ำ SCUBA ดีสุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย ดงปะการังดำสมบูรณ์สูงสุด
เกาะหลักง่าม ชื่อนี้มีฝันครับ โดยเฉพาะชาวมนุษย์กบที่เพิ่งหัดเรียนดำน้ำใหม่ๆ เคยไปลองลุยมาแล้วที่พัทยา แต่ยังฝีมือไม่แก่กล้าจนไปได้ถึงสิมิลัน ที่นี่แหละครับจุดดำน้ำที่คุณควรลองมา
ผมไปเกาะหลักง่ามมา เอ...มากี่ครั้งนะ? จำไม่ได้แล้วครับ อย่างน้อยก็สิบขึ้น อาจจะถึงยี่สิบก็เป็นได้ สิ่งหนึ่งที่ชื่นใจทุกครั้งที่ดำน้ำแถวนี้ คือสภาพแนวปะการังไม่มีเปลี่ยนแปลง ดงปะการังดำเยอะขนาดไหน ก็ยังเยอะขนาดนั้น แถมดูๆ แล้วอาจมีเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แต่ละต้นสูงเมตรสองเมตร ไม่มีที่ไหนในทะเลไทย ที่คุณจะพบปะการังดำหนาแน่นได้ในระดับนี้ รับประกันครับ
นอกจากปะการังดำ เกาะหลักง่ามยังเป็นที่อยู่ของปลาชนิดต่างๆ รายงานการสำรวจล่าสุดที่ชุมพร พบปลาในแนวปะการังประมาณ 140 ชนิด ถือว่ามากสุดแห่งหนึ่งในอ่าวไทย (หมู่เกาะช้างพบ 75 ชนิด) สูสีใกล้เคียงเกาะเต่าที่อยู่ห่างไกลออกไปกลางทะเล คุณจึงมีสิทธิพบปลาทุกชนิด รวมทั้งนักเลงโตประจำโลกสีคราม คุณฉลามวาฬ
เนื่องจากภาพนี้ดูดีมาก ให้รายละเอียดได้เยอะ ผมเลยขอใช้ภาพมาช่วยอธิบาย คุณคงเห็นได้ว่าเกาะหลักง่ามขนาดนิดเดียว จากปลายหนึ่งสู่อีกปลายหนึ่ง ยาวไม่ถึง 100 เมตร แถมเกาะยังแคบ ส่วนกว้างสุดประมาณ 20 เมตร ร่องน้ำระหว่างสองกองหินนั้น ผมเคยลอยผ่านทั้งกลางวันกลางคืน ผ่านได้สบายบรื๋อครับ
หากลองสังเกตด้านบนของเกาะ คุณจะเห็นจุดสีแดงเล็กๆ (มองในภาพนี้อาจไม่เห็น ต้องดูใน Wall Paper จะเห็นชัดกว่า) ตรงนั้นเป็นที่จอดเรือ เกาะนี้แปลกอย่างหนึ่ง บางทีน้ำด้านหนึ่งขุ่น ด้านหนึ่งใสแจ๋ว จนแทบไม่เชื่อว่าเป็นเกาะเดียวกัน บริเวณน้ำขุ่นจะอยู่ด้านบนของเกาะ (ฝั่งตะวันตก) ด้านล่างของเกาะในภาพ จะเป็นเขตน้ำใส (ฝั่งตะวันออก) ถ้าใครไม่รู้ มัวแต่ไปจมบุ๋งอยู่อีกฝั่ง กว่าจะมาถึงเขตน้ำใสก็หมดอากาศแล้ว
ปลายแหลมด้านซ้ายมือของเกาะ คือผาสีเหลืองหรือ Yellow Wall เต็มไปด้วยปะการังถ้วยส้มหรือถ้วยเหลือง งามสุดตลอดผา โดยเฉพาะถ้าไปตอนกลางคืน อูย...บรรยายไม่ถูก ลึกลงมาด้านล่างของผา มีฟองน้ำครกขนาดใหญ่อยู่หนึ่งต้น อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ไปกี่ครั้งก็เห็น ใกล้ๆ ฟองน้ำครก ยังมีปลาสิงโตสามสี่ตัวว่ายทวนกระแสน้ำ เป็นจุดที่อยู่กันประจำ ใครหวนคิดอยากเห็นหน้าปลาสิงโตในอันดามัน มาลองดูในอ่าวไทยก่อนแก้เครียด ที่เกาะหลักง่ามนี่แหละครับ...มีแน่
เนื่องจากน้ำทะเลที่ไม่ลึกนัก 20-25 เมตรก็เก่งแล้ว ด้านบนแค่ 10-15 เมตรก็มีสัตว์อยู่เยอะแยะ แถมดงปะการังดำยังงดงามเกินบรรยาย เกาะหลักง่ามจึงเป็นเกาะที่ไปครั้งใดก็ติดใจ ไปแล้วไปอีกไม่มีเบื่อ
หากคุณเป็นนักดำน้ำ SCUBA วันนี้คุณยังไม่ได้ไปเกาะหลักง่าม เตรียมการไว้ได้เลยครับ ค่าใช้จ่ายไม่เกินเลยเถิด ไม่ต้องนอนบนเรือ ดำเช้าครั้งบ่ายครั้ง เย็นกลับมานอนบนฝั่ง เดินตลาดหาอะไรกินได้ อีกวันค่อยขับรถกลับกรุงเทพฯ หรือเที่ยวเล่นเลี้ยงค่างเขาพลูแก้เซ็ง เสาร์อาทิตย์เดียวก็คุ้มแล้ว
เกาะหลักง่ามนี่แหละครับ...จุดดำน้ำสวยสุดที่ใกล้กรุงเทพที่สุด ผมเชื่อเช่นนั้นเสมอจ้ะ .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 20
คลองวาฬ
ที่ตั้ง ตำบลคลองวาฬ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์
การเดินทาง จากประจวบฯขับรถไปทางใต้เกือบยี่สิบกิโลเมตร สังเกตป้ายข้างทาง เข้าได้หลายทางแยก ปรกติจะเข้าตามป้ายสถานีตำรวจคลองวาฬ
จุดเด่น ทะเลแสนสงบ ที่พักราคาประหยัด หมู่บ้านชาวประมง
Islands We Love ไม่จำเป็นต้องเป็นเกาะเสมอไป เจอกับอะไรอื่นบ้างดีกว่า ครั้งนี้ผมขอพาคุณไปคลองวาฬ เชื่อว่าชาวทะเลไทยหลายคนคงไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่ คลองวาฬเป็นตำบลเล็กๆ อยู่ในประจวบ จากประจวบขับลงใต้ไปไม่ไกลก็ถึงแล้วครับ ถ้าขับรถบนถนน อาจไม่เห็นอะไร ต่อเมื่อลงไปเดินแถวหาด จะเห็นวิวสวยของเขาที่อยู่เคียงข้างคลองวาฬ
ผมไปคลองวาฬหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยเป็นนิสิต ไปพักอยู่ที่สถานีวิจัยของกรมประมง เพื่อสำรวจแนวปะการังตามหมู่เกาะเหล่านั้น พอโตขึ้นยังเคยกลับไปเพื่อทำงานให้อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ระยะหลังไปคลองวาฬน้อยลง แต่ยังจำอะไรได้หลายอย่าง
จากภาพทางอากาศที่บรรจงถ่ายมุมแห่งความทรงจำของคลองวาฬโดยเฉพาะ คุณจะเห็นเขาคลองวาฬอยู่ทางขวามือ ฉากหลังเป็นเขาหินปูนอื่นๆ ของจังหวัดประจวบ ที่สวยงามมากหากได้เยือน ต่อเนื่องไปจนถึงเขาทะลุใจกลางเมือง ข้างเขาคลองวาฬ เห็นสะพานไม้เลียบเขา ทำไว้เป็นสะพานปลาสมัยก่อน เพราะน้ำแถวคลองวาฬตื้นมาก ส่วนสะพานปลาที่ยื่นออกไปกลางทะเล เพิ่งสร้างขึ้นมาในตอนหลัง
ตัวคลองวาฬไหลคดเคี้ยวออกมา เห็นบ่อเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่ อยู่ในสถานีของกรมประมง ที่นี่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเพาะพันธุ์หอยมือเสือโดยพี่จินหรือคุณจินตนา นักระนาด ปัจจุบัน พันธุ์หอยมือเสือถูกปล่อยไปไว้ทั่วทะเลไทย
คลองวาฬแห่งนี้แหละ ที่ชาวคณะ Sea Papa เคยจัดค่ายเยาวชน SEA-ED นำนักเรียนหนุ่มสาวไปทดสอบกิจกรรม "ห้องเรียนบนห่วงยาง" ลอยล่องไปตามน้ำ ผ่านสถานีสอนแต่ละแห่งอย่างสนุกสนาน ก่อนไปจบกันที่ปลายคลอง เกือบตายเพราะน้ำดันไหลว่ายน้ำไม่ไหวเหนื่อยจัง
หาดคลองวาฬแม้ไม่สวย แต่มีที่พักราคาไม่แพง พร้อมบรรยากาศอย่างหมู่บ้านชาวประมง ที่อาจพัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่ยังมีกลิ่นไอของอดีตเต็มเปี่ยม รวมถึงร้าน "เค้กคลองวาฬ" ร้านอาหารราคาถูกและอร่อยสำหรับชาวคณะ Sea Papa ที่จะแวะเวียนกันไปกินเป็นประจำ แทบทุกครั้งที่ลงใต้
ใครไปแถวประจวบ มีเวลาว่าง ลองแวะผ่านไปที่คลองวาฬ หรือจะเลยไปอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ มีอะไรน่าสนใจ เหมาะสำหรับเป็นทริปเช้าไปเย็นกลับจากหัวหินครับ
สนับสนุนข้อมูลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทา
ที่ตั้ง ตำบลคลองวาฬ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์
การเดินทาง จากประจวบฯขับรถไปทางใต้เกือบยี่สิบกิโลเมตร สังเกตป้ายข้างทาง เข้าได้หลายทางแยก ปรกติจะเข้าตามป้ายสถานีตำรวจคลองวาฬ
จุดเด่น ทะเลแสนสงบ ที่พักราคาประหยัด หมู่บ้านชาวประมง
Islands We Love ไม่จำเป็นต้องเป็นเกาะเสมอไป เจอกับอะไรอื่นบ้างดีกว่า ครั้งนี้ผมขอพาคุณไปคลองวาฬ เชื่อว่าชาวทะเลไทยหลายคนคงไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่ คลองวาฬเป็นตำบลเล็กๆ อยู่ในประจวบ จากประจวบขับลงใต้ไปไม่ไกลก็ถึงแล้วครับ ถ้าขับรถบนถนน อาจไม่เห็นอะไร ต่อเมื่อลงไปเดินแถวหาด จะเห็นวิวสวยของเขาที่อยู่เคียงข้างคลองวาฬ
ผมไปคลองวาฬหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยเป็นนิสิต ไปพักอยู่ที่สถานีวิจัยของกรมประมง เพื่อสำรวจแนวปะการังตามหมู่เกาะเหล่านั้น พอโตขึ้นยังเคยกลับไปเพื่อทำงานให้อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ระยะหลังไปคลองวาฬน้อยลง แต่ยังจำอะไรได้หลายอย่าง
จากภาพทางอากาศที่บรรจงถ่ายมุมแห่งความทรงจำของคลองวาฬโดยเฉพาะ คุณจะเห็นเขาคลองวาฬอยู่ทางขวามือ ฉากหลังเป็นเขาหินปูนอื่นๆ ของจังหวัดประจวบ ที่สวยงามมากหากได้เยือน ต่อเนื่องไปจนถึงเขาทะลุใจกลางเมือง ข้างเขาคลองวาฬ เห็นสะพานไม้เลียบเขา ทำไว้เป็นสะพานปลาสมัยก่อน เพราะน้ำแถวคลองวาฬตื้นมาก ส่วนสะพานปลาที่ยื่นออกไปกลางทะเล เพิ่งสร้างขึ้นมาในตอนหลัง
ตัวคลองวาฬไหลคดเคี้ยวออกมา เห็นบ่อเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่ อยู่ในสถานีของกรมประมง ที่นี่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเพาะพันธุ์หอยมือเสือโดยพี่จินหรือคุณจินตนา นักระนาด ปัจจุบัน พันธุ์หอยมือเสือถูกปล่อยไปไว้ทั่วทะเลไทย
คลองวาฬแห่งนี้แหละ ที่ชาวคณะ Sea Papa เคยจัดค่ายเยาวชน SEA-ED นำนักเรียนหนุ่มสาวไปทดสอบกิจกรรม "ห้องเรียนบนห่วงยาง" ลอยล่องไปตามน้ำ ผ่านสถานีสอนแต่ละแห่งอย่างสนุกสนาน ก่อนไปจบกันที่ปลายคลอง เกือบตายเพราะน้ำดันไหลว่ายน้ำไม่ไหวเหนื่อยจัง
หาดคลองวาฬแม้ไม่สวย แต่มีที่พักราคาไม่แพง พร้อมบรรยากาศอย่างหมู่บ้านชาวประมง ที่อาจพัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่ยังมีกลิ่นไอของอดีตเต็มเปี่ยม รวมถึงร้าน "เค้กคลองวาฬ" ร้านอาหารราคาถูกและอร่อยสำหรับชาวคณะ Sea Papa ที่จะแวะเวียนกันไปกินเป็นประจำ แทบทุกครั้งที่ลงใต้
ใครไปแถวประจวบ มีเวลาว่าง ลองแวะผ่านไปที่คลองวาฬ หรือจะเลยไปอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ มีอะไรน่าสนใจ เหมาะสำหรับเป็นทริปเช้าไปเย็นกลับจากหัวหินครับ
สนับสนุนข้อมูลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทา
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 21
แหลมแม่ยาย
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือคุระบุรี จังหวัดพังงา นั่งเรือไป 1-3 ชั่วโมง (แล้วแต่ชนิดเรือที่ใช้) ถึงที่พักอ่าวช่องขาด แหลมแม่ยายอยู่ห่างจากที่พักไม่มากนัก นั่งเรือไปดำน้ำได้
จุดเด่น จุดดำน้ำตื้นที่เคยงดงาม ปัจจุบันเป็นจุดดำน้ำลึกเพื่อชมกัลปังหาใหญ่สุดของเมืองไทย
ครั้งแรกที่ผมลงน้ำที่นี่ เป็นเวลาเกิน 20 ปีมาแล้ว จำได้ว่าน้ำใสแจ๋วเลยครับ ว่ายไปสักนิดเจอกัลปังหาต้นใหญ่ๆ เยอะแยะ แต่ที่ใหญ่สุดอยู่ตรงปลายแหลม ความลึก 120 ฟุต เป็นกัลปังหาขนาดยักษ์ขนาดกว้างเกินหนึ่งวา เกินไปเยอะด้วย ความสูงไม่ต่ำกว่า 2 คนขี่คอกัน มองเห็นแต่ระยะไกลชนิดพาใครไปดำดูขนลุกซู่ทุกราย เมื่อเข้ามาในน้ำตื้น ดงปะการังเขากวางกว้างใหญ่ ปลามากมาย เต่ากระพุ่งว่ายเฉียดไปมา ถือเป็นจุดดำน้ำตื้นสวยสุดๆ
แต่หลังจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ตามด้วยปัญหาสาหร่ายมรณะ สาหร่ายเห็ดหูหนูปกคลุมพื้นที่เหล่านี้ไว้จนแทบมองไม่เห็น ปัจจุบัน สาหร่ายมีปริมาณขึ้นๆ ลงๆ บอกไม่ได้ว่าจะเป็นไงในอนาคต แต่ปลาและปะการังหายไปจนสังเกตได้ ระยะหลังผมเลยไม่ค่อยไปดำน้ำแถวแหลมแม่ยาย ยกเว้นการดำน้ำกลางคืน ที่ยังมีโอกาสเจอกุ้งปูแปลกๆ อยู่บ้าง
ครั้งนี้ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ท่องเกาะสุรินทร์ จุดหนึ่งที่ผมรีบบอกนักบินว่า ยังไงก็ต้องไปถ่ายภาพให้ได้ คือปลายแหลมแม่ยายนี่แหละครับ ครั้งกระโน้นเคยนั่งเครื่องบินสำรวจหนหนึ่ง จำได้ว่าสวยงามสาสมใจมาก ครั้งนี้เมื่อเฉียดกลับไปอีกครั้ง น้ำกำลังลง ปะการังก้อนจำนวนมากโผล่ขึ้นมา ภาพนี้นำไปใช้สอนเด็กๆ ได้สบายมาก เพราะเห็นการแบ่งเขตแนวปะการังชัดแจ๋ว
เราแบ่งเขตแนวปะการังออกได้เป็น 3 เขต จากชายฝั่งเห็นสีฟ้าอ่อนเรื่อยมาจนถึงขอบแนวปะการัง เป็นเขตน้ำตื้นที่เรียกว่า Reef Flat พื้นส่วนใหญ่เป็นทราย มีปะการังก้อนอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ไม่ค่อยมีใครนิยมเข้าไปดำน้ำแถวนั้น แต่เป็นที่อยู่อันสุขีของปลิงทะเล ปลาบู่ และกุ้งดีดขัน ตลอดจนสัตว์อีกหลายชนิดที่นิยมชมชอบน้ำตื้นและพื้นทราย
เขตที่มีปะการังเยอะแยะเป็นขอบ เค้าเรียกว่า Reef Edge ตรงนี้มีปะการังก้อนสะสมกันเป็นกำแพง มีปะการังอื่นๆ แอบอยู่ตามช่องว่าง ถือเป็นเขตที่มีปะการังหลากหลาย และเป็นจุดดำน้ำ Snorkeling ที่ทุกคนชื่นชอบ เขตสุดท้ายคือแนวปะการังน้ำลึก ไล่ลงไปจากขอบสู่พื้นท้องทะเล แนวปะการังจะหักชัน เราเลยเรียกกันว่า Reef Slope สำหรับที่แหลมแม่ยาย Reef Slope หักชันมากในระดับ 80 องศา จนกว่าจะถึงพื้นที่ความลึก 35-40 เมตร
เชื่อว่าชาวทะเลไทย เห็นภาพแหลมแม่ยาย คงฝันถึงการไปเยือนเกาะสุรินทร์ อีกไม่นานครับ เดือนธันวาคมใกล้มาแล้ว จะเที่ยวกันยังไงเตรียมตังค์เข้าไว้ หยอดกระปุกตั้งแต่วันนี้ วันหน้าได้เห็นแหลมแม่ยายแน่นอน สำหรับภาพนี้ หากอยากได้เป็นของที่ระลึก แฮ่ม! เรามีขายครับ เพราะเป็นภาพที่ผมเลือกไปทำโปสการ์ดเพื่อวางขายที่หมู่เกาะสุรินทร์ ชาวทะเลไทยแวะเวียนไปที่นั่น กรุณาอุดหนุนช่างภาพยากจนแต่มือเติบคนนี้ด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือคุระบุรี จังหวัดพังงา นั่งเรือไป 1-3 ชั่วโมง (แล้วแต่ชนิดเรือที่ใช้) ถึงที่พักอ่าวช่องขาด แหลมแม่ยายอยู่ห่างจากที่พักไม่มากนัก นั่งเรือไปดำน้ำได้
จุดเด่น จุดดำน้ำตื้นที่เคยงดงาม ปัจจุบันเป็นจุดดำน้ำลึกเพื่อชมกัลปังหาใหญ่สุดของเมืองไทย
ครั้งแรกที่ผมลงน้ำที่นี่ เป็นเวลาเกิน 20 ปีมาแล้ว จำได้ว่าน้ำใสแจ๋วเลยครับ ว่ายไปสักนิดเจอกัลปังหาต้นใหญ่ๆ เยอะแยะ แต่ที่ใหญ่สุดอยู่ตรงปลายแหลม ความลึก 120 ฟุต เป็นกัลปังหาขนาดยักษ์ขนาดกว้างเกินหนึ่งวา เกินไปเยอะด้วย ความสูงไม่ต่ำกว่า 2 คนขี่คอกัน มองเห็นแต่ระยะไกลชนิดพาใครไปดำดูขนลุกซู่ทุกราย เมื่อเข้ามาในน้ำตื้น ดงปะการังเขากวางกว้างใหญ่ ปลามากมาย เต่ากระพุ่งว่ายเฉียดไปมา ถือเป็นจุดดำน้ำตื้นสวยสุดๆ
แต่หลังจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ตามด้วยปัญหาสาหร่ายมรณะ สาหร่ายเห็ดหูหนูปกคลุมพื้นที่เหล่านี้ไว้จนแทบมองไม่เห็น ปัจจุบัน สาหร่ายมีปริมาณขึ้นๆ ลงๆ บอกไม่ได้ว่าจะเป็นไงในอนาคต แต่ปลาและปะการังหายไปจนสังเกตได้ ระยะหลังผมเลยไม่ค่อยไปดำน้ำแถวแหลมแม่ยาย ยกเว้นการดำน้ำกลางคืน ที่ยังมีโอกาสเจอกุ้งปูแปลกๆ อยู่บ้าง
ครั้งนี้ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ท่องเกาะสุรินทร์ จุดหนึ่งที่ผมรีบบอกนักบินว่า ยังไงก็ต้องไปถ่ายภาพให้ได้ คือปลายแหลมแม่ยายนี่แหละครับ ครั้งกระโน้นเคยนั่งเครื่องบินสำรวจหนหนึ่ง จำได้ว่าสวยงามสาสมใจมาก ครั้งนี้เมื่อเฉียดกลับไปอีกครั้ง น้ำกำลังลง ปะการังก้อนจำนวนมากโผล่ขึ้นมา ภาพนี้นำไปใช้สอนเด็กๆ ได้สบายมาก เพราะเห็นการแบ่งเขตแนวปะการังชัดแจ๋ว
เราแบ่งเขตแนวปะการังออกได้เป็น 3 เขต จากชายฝั่งเห็นสีฟ้าอ่อนเรื่อยมาจนถึงขอบแนวปะการัง เป็นเขตน้ำตื้นที่เรียกว่า Reef Flat พื้นส่วนใหญ่เป็นทราย มีปะการังก้อนอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ไม่ค่อยมีใครนิยมเข้าไปดำน้ำแถวนั้น แต่เป็นที่อยู่อันสุขีของปลิงทะเล ปลาบู่ และกุ้งดีดขัน ตลอดจนสัตว์อีกหลายชนิดที่นิยมชมชอบน้ำตื้นและพื้นทราย
เขตที่มีปะการังเยอะแยะเป็นขอบ เค้าเรียกว่า Reef Edge ตรงนี้มีปะการังก้อนสะสมกันเป็นกำแพง มีปะการังอื่นๆ แอบอยู่ตามช่องว่าง ถือเป็นเขตที่มีปะการังหลากหลาย และเป็นจุดดำน้ำ Snorkeling ที่ทุกคนชื่นชอบ เขตสุดท้ายคือแนวปะการังน้ำลึก ไล่ลงไปจากขอบสู่พื้นท้องทะเล แนวปะการังจะหักชัน เราเลยเรียกกันว่า Reef Slope สำหรับที่แหลมแม่ยาย Reef Slope หักชันมากในระดับ 80 องศา จนกว่าจะถึงพื้นที่ความลึก 35-40 เมตร
เชื่อว่าชาวทะเลไทย เห็นภาพแหลมแม่ยาย คงฝันถึงการไปเยือนเกาะสุรินทร์ อีกไม่นานครับ เดือนธันวาคมใกล้มาแล้ว จะเที่ยวกันยังไงเตรียมตังค์เข้าไว้ หยอดกระปุกตั้งแต่วันนี้ วันหน้าได้เห็นแหลมแม่ยายแน่นอน สำหรับภาพนี้ หากอยากได้เป็นของที่ระลึก แฮ่ม! เรามีขายครับ เพราะเป็นภาพที่ผมเลือกไปทำโปสการ์ดเพื่อวางขายที่หมู่เกาะสุรินทร์ ชาวทะเลไทยแวะเวียนไปที่นั่น กรุณาอุดหนุนช่างภาพยากจนแต่มือเติบคนนี้ด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 22
ถ้ำมรกต
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง
การเดินทาง เดินทางไปจังหวัดตรัง ขับรถต่อไปหาดปากเมง ประมาณ 40 กิโลเมตร ติดต่อเช่าเรือที่นั่น มีให้บริการหลากหลายตามขนาดและราคา นั่งเรือไปเกาะมุก ที่ตั้งของถ้ำมรกต ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมง (ขึ้นกับความเร็วเรือและสภาพอากาศ)
จุดเด่น ถ้ำทะเลและ Tidal Lagoon สุดเจ๋งของเมืองไทย
ภาพนี้หวงนะครับ ไม่รักกันจริงไม่เอามาให้ดูกันแน่ แต่เนื่องจากผมรักจริง Islands We Love ประจำสัปดาห์นี้ ขอเสนอ "ถ้ำมรกต" สุดยอดถ้ำทะเลของเมืองไทย
สมัยก่อนตอนผมเด็กๆ เคยไปตรังหนสองหน ช่วงนั้นยังไม่มีใครรู้จักถ้ำมรกต ไม่ได้จัดเป็นที่ท่องเที่ยวเป็นแน่แท้ ผมไปนอนอยู่ที่เกาะลิบง 2 คืน ข้ามไปเจ้าไหมเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดอุทยานฯอย่างเป็นทางการ เดินดุ่มๆ ตามหาดทราย เห็นนกกระสาคอดำครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตก็หนนั้น (ปัจจุบัน กระสาคอดำสาบสูญไปจากเจ้าไหมอย่างถาวรก็ว่าได้) ผมยังไม่เคยรู้จักหญ้าทะเล ได้เห็นเป็นครั้งแรกก็ที่นี่แหละครับ
ผมกลับไปตรังอีกหลายครั้ง บางหนไปดำน้ำ อีกหนไปนั่งเฮลิคอปเตอร์นับพะยูน เจอเยอะแยะเลย แต่มีอยู่หนหนึ่งเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว ผมไปตรังเพื่อเป็นไกด์ พานักท่องเที่ยวของมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ไปเที่ยวชมทะเลตรังและเข้าถ้ำมรกต แต่ไกด์รายนี้ยังไม่เคยไปเหมือนกัน การบรรยายเลยตะกุกตะกักนิดหน่อย ผมบอกกับชาวคณะลูกทัวร์ทั้งหลายว่า ที่นี่คือเกาะมุก เป็นเกาะหินปูน ย่อมสึกกร่อนง่ายกว่าเกาะหินแกรนิต เช่น สิมิลัน สุรินทร์ ลำธารใต้ดินหรือถ้ำทะเล อาจกระทำร่วมกัน กัดกร่อนพื้นใต้เกาะหินปูนให้เป็นโพรง เมื่อเพดานถ้ำรับน้ำหนักไม่ไหว หินด้านบนก็ถล่มลงมา เป็นโพรงหินปูนที่เราเจอได้ทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะตามเกาะในทะเล แถวอุ้มผางหรือกาญจนบุรีมีเยอะเชียว
การยุบตัวของโพรงหินปูน ทำให้เกิดทะเลในหรือห้องขึ้นมา ถ้าเป็นฝรั่งเค้าจะเรียก Lagoon ทะเลในแห่งนี้ยังเชื่อมต่อกับทะเลนอก ตามถ้ำหินปูนที่เป็นทางเข้า น้ำขึ้นน้ำลงเหมือนทะเลด้านนอกทุกประการ เราเลยเรียกลักษณะนี้ว่า Tidal Lagoon คำว่า Tidal หมายถึงน้ำขึ้นน้ำลง
ทีนี้...ก็สนุกสิครับ เราสามารถลอดถ้ำที่มีความยาวสัก 100 เมตร เข้าไปข้างใน เพื่อพบกับหาดทรายสวยพร้อมป่าเล็กๆ เงียบสงบ ชนิดนอนเกลือกกลิ้งกันได้ทั้งวัน ตัดออกจากโลกภายนอก ทะเลในแบบนี้ไม่ได้พบเฉพาะตรัง ที่อื่นก็มี แถมมีเยอะกว่าด้วย เช่น พังงา แต่ถ้ำมรกตมีชื่อเสียง เพราะไม่ต้องพายเรือแคนูเข้าไป ใครก็สามารถลุยได้ หากคุณใจกล้านิดหน่อย ใส่หน้ากากและชูชีพกระโดดตูมลงน้ำ เขาจะมีเชือกให้เกาะ เราค่อยๆ สาวเชือกไป ที่ปากถ้ำอาจยืนไม่ถึง แต่พอเข้าไปกลางๆ เกือบจะทะลุออกมาอีกด้าน คราวนี้ยืนถึงแล้วครับ ลองดูในภาพก็ได้ จุดที่เราโดดลงน้ำคือที่เรือจอดเยอะๆ หาดข้างในคือบริเวณนี้ผมเคยไปนอนเกลือกกลิ้งเกือบหนึ่งวัน แถมยังมีโอกาสบอกรักใครบางคนที่นั่น แต่ความรักเราช่างสั้นกุด รักมันคุด โอ้...เศร้า
ทั้งชีวิต ผมมุดเข้ามุดออกถ้ำมรกตไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง (สมัยก่อนเป็นไกด์บ่อยครับ) มาถึงช่วงหลังถึงขี้เกียจเข้า แต่เมื่อนั่งเฮลิคอปเตอร์บินผ่านหมู่เกาะในจังหวัดตรัง ผมอดไม่ได้ที่จะขอให้นักบินเฉียดผ่านถ้ำมรกต อยากเห็นมานานแล้วครับว่ามองจากด้านบนเป็นอย่างไรบ้าง? และผมก็สาสมใจ ภาพนี้อาจเป็นภาพแรกๆ ของถ้ำมรกตทางอากาศก็ว่าได้ (ผมไม่เคยเห็นมาก่อน) ใครสนใจทะเลตรัง แนะนำให้เลือกใช้เป็นวอลเปเปอร์ 1 สัปดาห์ รับรองเท่ระเบิด คนเห็นคนถามแน่ครับว่าที่ไหน
อ้อ...ที่เค้าเรียกว่าถ้ำมรกต เพราะเวลาเราใส่หน้ากากและชูชีพว่ายกลับออกมาทางปากถ้ำ เมื่อมองผ่านน้ำออกไปด้านนอก เราจะเห็นแสงสีเขียวส่องทะลุน้ำระยิบยับเหมือนมรกต สวยจนสุดบรรยาย ใครไม่เคยเห็น รออีกสักนิด ตั้งแต่มกราคมเป็นต้นไป ถ้ำมรกตเที่ยวได้เที่ยวดี แถมมีหมูย่างเมืองตรังกับโกปิ๊ให้กินอีกด้วย เก็บตังค์ใส่กระปุกไว้นะครับ
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง
การเดินทาง เดินทางไปจังหวัดตรัง ขับรถต่อไปหาดปากเมง ประมาณ 40 กิโลเมตร ติดต่อเช่าเรือที่นั่น มีให้บริการหลากหลายตามขนาดและราคา นั่งเรือไปเกาะมุก ที่ตั้งของถ้ำมรกต ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมง (ขึ้นกับความเร็วเรือและสภาพอากาศ)
จุดเด่น ถ้ำทะเลและ Tidal Lagoon สุดเจ๋งของเมืองไทย
ภาพนี้หวงนะครับ ไม่รักกันจริงไม่เอามาให้ดูกันแน่ แต่เนื่องจากผมรักจริง Islands We Love ประจำสัปดาห์นี้ ขอเสนอ "ถ้ำมรกต" สุดยอดถ้ำทะเลของเมืองไทย
สมัยก่อนตอนผมเด็กๆ เคยไปตรังหนสองหน ช่วงนั้นยังไม่มีใครรู้จักถ้ำมรกต ไม่ได้จัดเป็นที่ท่องเที่ยวเป็นแน่แท้ ผมไปนอนอยู่ที่เกาะลิบง 2 คืน ข้ามไปเจ้าไหมเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดอุทยานฯอย่างเป็นทางการ เดินดุ่มๆ ตามหาดทราย เห็นนกกระสาคอดำครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตก็หนนั้น (ปัจจุบัน กระสาคอดำสาบสูญไปจากเจ้าไหมอย่างถาวรก็ว่าได้) ผมยังไม่เคยรู้จักหญ้าทะเล ได้เห็นเป็นครั้งแรกก็ที่นี่แหละครับ
ผมกลับไปตรังอีกหลายครั้ง บางหนไปดำน้ำ อีกหนไปนั่งเฮลิคอปเตอร์นับพะยูน เจอเยอะแยะเลย แต่มีอยู่หนหนึ่งเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว ผมไปตรังเพื่อเป็นไกด์ พานักท่องเที่ยวของมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ไปเที่ยวชมทะเลตรังและเข้าถ้ำมรกต แต่ไกด์รายนี้ยังไม่เคยไปเหมือนกัน การบรรยายเลยตะกุกตะกักนิดหน่อย ผมบอกกับชาวคณะลูกทัวร์ทั้งหลายว่า ที่นี่คือเกาะมุก เป็นเกาะหินปูน ย่อมสึกกร่อนง่ายกว่าเกาะหินแกรนิต เช่น สิมิลัน สุรินทร์ ลำธารใต้ดินหรือถ้ำทะเล อาจกระทำร่วมกัน กัดกร่อนพื้นใต้เกาะหินปูนให้เป็นโพรง เมื่อเพดานถ้ำรับน้ำหนักไม่ไหว หินด้านบนก็ถล่มลงมา เป็นโพรงหินปูนที่เราเจอได้ทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะตามเกาะในทะเล แถวอุ้มผางหรือกาญจนบุรีมีเยอะเชียว
การยุบตัวของโพรงหินปูน ทำให้เกิดทะเลในหรือห้องขึ้นมา ถ้าเป็นฝรั่งเค้าจะเรียก Lagoon ทะเลในแห่งนี้ยังเชื่อมต่อกับทะเลนอก ตามถ้ำหินปูนที่เป็นทางเข้า น้ำขึ้นน้ำลงเหมือนทะเลด้านนอกทุกประการ เราเลยเรียกลักษณะนี้ว่า Tidal Lagoon คำว่า Tidal หมายถึงน้ำขึ้นน้ำลง
ทีนี้...ก็สนุกสิครับ เราสามารถลอดถ้ำที่มีความยาวสัก 100 เมตร เข้าไปข้างใน เพื่อพบกับหาดทรายสวยพร้อมป่าเล็กๆ เงียบสงบ ชนิดนอนเกลือกกลิ้งกันได้ทั้งวัน ตัดออกจากโลกภายนอก ทะเลในแบบนี้ไม่ได้พบเฉพาะตรัง ที่อื่นก็มี แถมมีเยอะกว่าด้วย เช่น พังงา แต่ถ้ำมรกตมีชื่อเสียง เพราะไม่ต้องพายเรือแคนูเข้าไป ใครก็สามารถลุยได้ หากคุณใจกล้านิดหน่อย ใส่หน้ากากและชูชีพกระโดดตูมลงน้ำ เขาจะมีเชือกให้เกาะ เราค่อยๆ สาวเชือกไป ที่ปากถ้ำอาจยืนไม่ถึง แต่พอเข้าไปกลางๆ เกือบจะทะลุออกมาอีกด้าน คราวนี้ยืนถึงแล้วครับ ลองดูในภาพก็ได้ จุดที่เราโดดลงน้ำคือที่เรือจอดเยอะๆ หาดข้างในคือบริเวณนี้ผมเคยไปนอนเกลือกกลิ้งเกือบหนึ่งวัน แถมยังมีโอกาสบอกรักใครบางคนที่นั่น แต่ความรักเราช่างสั้นกุด รักมันคุด โอ้...เศร้า
ทั้งชีวิต ผมมุดเข้ามุดออกถ้ำมรกตไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง (สมัยก่อนเป็นไกด์บ่อยครับ) มาถึงช่วงหลังถึงขี้เกียจเข้า แต่เมื่อนั่งเฮลิคอปเตอร์บินผ่านหมู่เกาะในจังหวัดตรัง ผมอดไม่ได้ที่จะขอให้นักบินเฉียดผ่านถ้ำมรกต อยากเห็นมานานแล้วครับว่ามองจากด้านบนเป็นอย่างไรบ้าง? และผมก็สาสมใจ ภาพนี้อาจเป็นภาพแรกๆ ของถ้ำมรกตทางอากาศก็ว่าได้ (ผมไม่เคยเห็นมาก่อน) ใครสนใจทะเลตรัง แนะนำให้เลือกใช้เป็นวอลเปเปอร์ 1 สัปดาห์ รับรองเท่ระเบิด คนเห็นคนถามแน่ครับว่าที่ไหน
อ้อ...ที่เค้าเรียกว่าถ้ำมรกต เพราะเวลาเราใส่หน้ากากและชูชีพว่ายกลับออกมาทางปากถ้ำ เมื่อมองผ่านน้ำออกไปด้านนอก เราจะเห็นแสงสีเขียวส่องทะลุน้ำระยิบยับเหมือนมรกต สวยจนสุดบรรยาย ใครไม่เคยเห็น รออีกสักนิด ตั้งแต่มกราคมเป็นต้นไป ถ้ำมรกตเที่ยวได้เที่ยวดี แถมมีหมูย่างเมืองตรังกับโกปิ๊ให้กินอีกด้วย เก็บตังค์ใส่กระปุกไว้นะครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 23
อ่าวช่องขาด
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือคุระบุรี จังหวัดพังงา นั่งเรือไป 1-3 ชั่วโมง (แล้วแต่ชนิดเรือที่ใช้) ถึงที่พัก อ่าวช่องขาดอยู่ตรงหน้า เพียงแค่ก้าวเดินลงน้ำก็ถึงแนวปะการังแล้ว
จุดเด่น แนวปะการังที่ทุกคนรู้จัก ไม่ต้องนั่งเรือ ดำน้ำได้ทุกเวลา
พักนี้ Islands We Love ต้องกระหน่ำหน่อย เรทติ้งกำลังพุ่งสูงจี๊ด เจอนี่เลยครับ "อ่าวช่องขาด" อีกภาพเด็ดที่กลายเป็นโปสการ์ดหาตังค์มาทำเว็บ
พูดถึงอ่าวช่องขาด ใครไปหมู่เกาะสุรินทร์แล้วไม่รู้จัก โปรดพิจารณาตนเอง เพราะอ่าวช่องขาดตั้งอยู่ตรงหน้าที่พักของพวกเราเหล่านักเที่ยว ชื่อนี้มีที่มา เพราะเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ ห่างกันเพียงแค่ 200 เมตร เป็นร่องน้ำตื้นๆ เวลาน้ำลง สุนัขสามารถเดินข้ามได้ ในร่องนั้นเต็มไปด้วยปะการังก้อนและปะการังกิ่งขนาดเล็ก กลายเป็นจุดดำน้ำน่าสนใจสุดๆ โดยเฉพาะพวกเบี้ยน้อยหอยน้อยไม่ค่อยมีตังค์จ่ายค่าเรือ
ครั้งแรกที่ผมไปเกาะสุรินทร์ แนวปะการังแห่งนี้คือจุดแรกที่ลงน้ำ ผู้ใหญ่เค้าคุยกันบนบก ผมเป็นเด็กคว้าหน้ากากตีนกบได้ เดินท่อมๆ ลงน้ำกลางแดดเปรี้ยงคนเดียว พอลงไปได้ไม่กี่ก้าว น้ำก็ลึกยืนไม่ถึง ได้แต่ปล่อยตัวลอยไปช้าๆ เห็นปะการังก้อน ฟองน้ำ และดอกไม้ทะเลเยอะแยะ แทบทุกกอมีปลาการ์ตูนส้มขาวอาศัยอยู่ ลอยต่อไปเจอปลาสิงโตสามสี่ตัว ปลาไหลมอเรย์ก็โผล่หัวออกมาดู ปลาผีเสื้อและฝูงปลานกแก้วว่ายน้ำผ่านเป็นทิวแถว ถือเป็นแนวปะการังแห่งหนึ่งในอันดามัน ที่ติดตาติดใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องนั่งเรือ ไม่ต้องรอเวลา นึกอยากลงเมื่อไหร่...ก็ลง
ทุกครั้งที่ผมไปเกาะสุรินทร์ มักหาเวลาแว่บไปที่อ่าวช่องขาดเสมอ แม้ปัจจุบันสภาพจะแย่ลง แต่ก็ยังมีอะไรเหลือให้ดูอีกเยอะ ถือเป็นจุดที่เหมาะมากหากใครคิดจะมาหัดดำน้ำแบบ Snorkeling แต่ต้องระวังกระแสน้ำสักนิด บางช่วงน้ำที่นี่แรงมาก แต่ถ้าเป็นช่วงน้ำลงต่ำ น้ำนิ่งใสแจ๋วยังกับสระ
สำหรับชาว Talay Trip คงจำกันได้ว่าเราไป Night Snorkeling กันที่นี่ สนุกสนานตื่นเต้นดีไม่หยอก ได้เจอตัวนั่นตัวนี่ อ่าวช่องขาดเป็นจุดหากุ้งปูของนายโม่มานาน สัตว์ตัวเล็กๆ แปลกๆ โผล่มาเยอะ โดยเฉพาะปลาจิ้มฟันจระเข้ของนายตั้ม ว่ายกันเป็นพรวน บางทีปะการังก้อนเดียวมีตั้งเกือบสิบตัว
ในอดีตทะเลไทยเคยมีแนวปะการังใกล้ฝั่ง ประเภทไปได้โดยไม่ต้องเสียตังค์ค่าเรือหลายแห่ง แต่ปัจจุบัน แทบทุกแห่งพินาศหมด ไม่ว่าจะเป็นแนวปะการังที่หาดราไวย์ ที่หาดในยาง ที่รอบเกาะหลีเป๊ะ แนวปะการังที่เกาะเต่า แม้แนวปะการังที่หาดเล็ก หมู่เกาะสิมิลัน เดี๋ยวนี้ก็โทรมลงกว่าแต่ก่อน แนวปะการังที่เกาะรอกก็เริ่มแย่ แนวปะการังอ่าวช่องขาดจึงเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดๆ
ที่นี่ไม่ได้สวยสุดขีด แต่ที่นี่คือแนวปะการังแห่งเดียวของหมู่เกาะสุรินทร์ และน้อยแห่งของทะเลไทย ที่ใครนึกอยากไปดำน้ำก็ไปได้ เวลาน้ำลงต่ำ เด็กตัวน้อยหรือผู้เฒ่าสามารถเดินจูงแขนกันมองดูดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูน ฟองน้ำ ปะการังก้อน โดยไม่ต้องดำน้ำ ถือเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับคนทุกวัย
เมื่อเฮลิคอปเตอร์บินผ่าน ผมบรรจงถ่ายภาพนี้อย่างตั้งใจ กะว่าจะเอาไปฝากชาวทะเลไทยโดยเฉพาะ ลองสังเกตให้ดีว่าอุทยานฯอยู่ตรงไหน นั่น...เห็นมั้ยครับ ติ่งที่ยื่นมาจากเกาะด้านล่าง นั่นแหละที่ตั้งของบ้านพักและที่กางเต็นท์ สีดำๆ ที่เห็นเป็นปื้นอยู่ในน้ำคือดงปะการังกิ่ง สีเทาๆ เห็นเป็นก้อนระเกะระกะคือปะการังก้อนที่หัวตาย เค้าเรียกว่า micro-atoll ส่วนหลุมสีฟ้าเค้าเรียก Blue Hole ตอนนี้ใช้เป็นที่จอดเรือ ลักษณะของ Blue Hole จะพบเฉพาะแนวปะการังที่มีการพัฒนามายาวนานเท่านั้น เราไม่พบ Blue Hole ในอ่าวไทย หรือแม้ในทะเลอันดามัน มีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง และไม่มีที่ไหนชัดเจนเหมือนเกาะสุรินทร์ ใครอยากรู้มากกว่านี้ ต้องลงเรียนวิชา Coral Reef จ้ะ
เฮลิคอปเตอร์ลอยต่ำลงเพื่อจอดบนสันดอนทรายตรงข้ามกับที่พักอุทยานฯ ผมมองอ่าวช่องขาดทางอากาศเป็นครั้งสุดท้าย ได้แต่หวังว่า แนวปะการังแห่งนี้จะอยู่กับเราไปอีกนานๆ สำหรับใครที่อยากเห็นของจริง กลางเดือนพฤศจิกายน เกาะสุรินทร์พร้อมเปิดให้บริการ เตรียมตัวเตรียมใจไปพบกับเพื่อนใหม่ใต้ทะเลแห่งอ่าวช่องขาดได้เลยครับ .
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
การเดินทาง ลงเรือที่ท่าเรือคุระบุรี จังหวัดพังงา นั่งเรือไป 1-3 ชั่วโมง (แล้วแต่ชนิดเรือที่ใช้) ถึงที่พัก อ่าวช่องขาดอยู่ตรงหน้า เพียงแค่ก้าวเดินลงน้ำก็ถึงแนวปะการังแล้ว
จุดเด่น แนวปะการังที่ทุกคนรู้จัก ไม่ต้องนั่งเรือ ดำน้ำได้ทุกเวลา
พักนี้ Islands We Love ต้องกระหน่ำหน่อย เรทติ้งกำลังพุ่งสูงจี๊ด เจอนี่เลยครับ "อ่าวช่องขาด" อีกภาพเด็ดที่กลายเป็นโปสการ์ดหาตังค์มาทำเว็บ
พูดถึงอ่าวช่องขาด ใครไปหมู่เกาะสุรินทร์แล้วไม่รู้จัก โปรดพิจารณาตนเอง เพราะอ่าวช่องขาดตั้งอยู่ตรงหน้าที่พักของพวกเราเหล่านักเที่ยว ชื่อนี้มีที่มา เพราะเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ ห่างกันเพียงแค่ 200 เมตร เป็นร่องน้ำตื้นๆ เวลาน้ำลง สุนัขสามารถเดินข้ามได้ ในร่องนั้นเต็มไปด้วยปะการังก้อนและปะการังกิ่งขนาดเล็ก กลายเป็นจุดดำน้ำน่าสนใจสุดๆ โดยเฉพาะพวกเบี้ยน้อยหอยน้อยไม่ค่อยมีตังค์จ่ายค่าเรือ
ครั้งแรกที่ผมไปเกาะสุรินทร์ แนวปะการังแห่งนี้คือจุดแรกที่ลงน้ำ ผู้ใหญ่เค้าคุยกันบนบก ผมเป็นเด็กคว้าหน้ากากตีนกบได้ เดินท่อมๆ ลงน้ำกลางแดดเปรี้ยงคนเดียว พอลงไปได้ไม่กี่ก้าว น้ำก็ลึกยืนไม่ถึง ได้แต่ปล่อยตัวลอยไปช้าๆ เห็นปะการังก้อน ฟองน้ำ และดอกไม้ทะเลเยอะแยะ แทบทุกกอมีปลาการ์ตูนส้มขาวอาศัยอยู่ ลอยต่อไปเจอปลาสิงโตสามสี่ตัว ปลาไหลมอเรย์ก็โผล่หัวออกมาดู ปลาผีเสื้อและฝูงปลานกแก้วว่ายน้ำผ่านเป็นทิวแถว ถือเป็นแนวปะการังแห่งหนึ่งในอันดามัน ที่ติดตาติดใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องนั่งเรือ ไม่ต้องรอเวลา นึกอยากลงเมื่อไหร่...ก็ลง
ทุกครั้งที่ผมไปเกาะสุรินทร์ มักหาเวลาแว่บไปที่อ่าวช่องขาดเสมอ แม้ปัจจุบันสภาพจะแย่ลง แต่ก็ยังมีอะไรเหลือให้ดูอีกเยอะ ถือเป็นจุดที่เหมาะมากหากใครคิดจะมาหัดดำน้ำแบบ Snorkeling แต่ต้องระวังกระแสน้ำสักนิด บางช่วงน้ำที่นี่แรงมาก แต่ถ้าเป็นช่วงน้ำลงต่ำ น้ำนิ่งใสแจ๋วยังกับสระ
สำหรับชาว Talay Trip คงจำกันได้ว่าเราไป Night Snorkeling กันที่นี่ สนุกสนานตื่นเต้นดีไม่หยอก ได้เจอตัวนั่นตัวนี่ อ่าวช่องขาดเป็นจุดหากุ้งปูของนายโม่มานาน สัตว์ตัวเล็กๆ แปลกๆ โผล่มาเยอะ โดยเฉพาะปลาจิ้มฟันจระเข้ของนายตั้ม ว่ายกันเป็นพรวน บางทีปะการังก้อนเดียวมีตั้งเกือบสิบตัว
ในอดีตทะเลไทยเคยมีแนวปะการังใกล้ฝั่ง ประเภทไปได้โดยไม่ต้องเสียตังค์ค่าเรือหลายแห่ง แต่ปัจจุบัน แทบทุกแห่งพินาศหมด ไม่ว่าจะเป็นแนวปะการังที่หาดราไวย์ ที่หาดในยาง ที่รอบเกาะหลีเป๊ะ แนวปะการังที่เกาะเต่า แม้แนวปะการังที่หาดเล็ก หมู่เกาะสิมิลัน เดี๋ยวนี้ก็โทรมลงกว่าแต่ก่อน แนวปะการังที่เกาะรอกก็เริ่มแย่ แนวปะการังอ่าวช่องขาดจึงเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดๆ
ที่นี่ไม่ได้สวยสุดขีด แต่ที่นี่คือแนวปะการังแห่งเดียวของหมู่เกาะสุรินทร์ และน้อยแห่งของทะเลไทย ที่ใครนึกอยากไปดำน้ำก็ไปได้ เวลาน้ำลงต่ำ เด็กตัวน้อยหรือผู้เฒ่าสามารถเดินจูงแขนกันมองดูดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูน ฟองน้ำ ปะการังก้อน โดยไม่ต้องดำน้ำ ถือเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับคนทุกวัย
เมื่อเฮลิคอปเตอร์บินผ่าน ผมบรรจงถ่ายภาพนี้อย่างตั้งใจ กะว่าจะเอาไปฝากชาวทะเลไทยโดยเฉพาะ ลองสังเกตให้ดีว่าอุทยานฯอยู่ตรงไหน นั่น...เห็นมั้ยครับ ติ่งที่ยื่นมาจากเกาะด้านล่าง นั่นแหละที่ตั้งของบ้านพักและที่กางเต็นท์ สีดำๆ ที่เห็นเป็นปื้นอยู่ในน้ำคือดงปะการังกิ่ง สีเทาๆ เห็นเป็นก้อนระเกะระกะคือปะการังก้อนที่หัวตาย เค้าเรียกว่า micro-atoll ส่วนหลุมสีฟ้าเค้าเรียก Blue Hole ตอนนี้ใช้เป็นที่จอดเรือ ลักษณะของ Blue Hole จะพบเฉพาะแนวปะการังที่มีการพัฒนามายาวนานเท่านั้น เราไม่พบ Blue Hole ในอ่าวไทย หรือแม้ในทะเลอันดามัน มีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง และไม่มีที่ไหนชัดเจนเหมือนเกาะสุรินทร์ ใครอยากรู้มากกว่านี้ ต้องลงเรียนวิชา Coral Reef จ้ะ
เฮลิคอปเตอร์ลอยต่ำลงเพื่อจอดบนสันดอนทรายตรงข้ามกับที่พักอุทยานฯ ผมมองอ่าวช่องขาดทางอากาศเป็นครั้งสุดท้าย ได้แต่หวังว่า แนวปะการังแห่งนี้จะอยู่กับเราไปอีกนานๆ สำหรับใครที่อยากเห็นของจริง กลางเดือนพฤศจิกายน เกาะสุรินทร์พร้อมเปิดให้บริการ เตรียมตัวเตรียมใจไปพบกับเพื่อนใหม่ใต้ทะเลแห่งอ่าวช่องขาดได้เลยครับ .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 24
หลีเป๊ะ
ที่ตั้ง อุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล
การเดินทาง เดินทางไปปากบารา จังหวัดสตูล ต่อเรือไปเกาะอาดัง ช่วงท่องเที่ยวมีเรือเมล์ทุกวัน พอถึงอาดังจะมีเรือหางยาวมารับไปหลีเป๊ะ
จุดเด่น เกาะสวยสุดแดนใต้ ที่พักมีเพียบ
คุณเคยไปทะเลใต้บ้างมั้ยครับ?
หากเคยไป คุณอาจรู้สึกบางอย่างเหมือนผม ทะเลทางใต้มีอะไรบางอย่างอยู่ในอากาศ แหม! บอกอย่างนี้อาจรู้สึกมะลึกกึกกึ๋ย อะไรวุ้ยในอากาศ ความตื่นเต้นสิครับ ความตื่นเต้นว่าเราจากกรุงเทพฯมาไกลแสนไกล มาเลเซียก็แค่นี้เอง
อุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา มีจุดหนึ่งที่พิสดารกว่าอุทยานฯอื่น เพราะเกาะหลีเป๊ะถือเป็นพื้นที่กันออก เพราะที่นี่เป็นชุมชนชาวเลเก่า ตั้งรกรากมาก่อนประกาศอุทยานฯ ชาวเลประกอบอาชีพประมง อยู่กันไปมาบางคนก็ขายที่สร้างรีสอร์ตเสียเลย ที่นี่เลยมีรีสอร์ตเอกชนหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่ให้บริการแบบราคาประหยัด บ้านหลังเล็กไม่มีอะไร คืนละ 2-300 บาทนอนสบายแต่อย่าหวังอะไรมาก
ผมไปเกาะหลีเป๊ะครั้งแรกเมื่อไปอาดังราวีหนแรก ว่ากันง่ายๆ ใครไปอาดังราวี ไงๆ ก็คงได้ไปเกาะหลีเป๊ะ งานนี้ยกเว้นนักดำน้ำที่ไปกับเรือ คงใช้ชีวิตอยู่บนเรือกับใต้น้ำอย่างเดียว ไม่ค่อยมีโอกาสเห็นอะไรเหมือนใครเค้า (ผมไม่ชอบทริปดำน้ำอย่างหนึ่งก็ตรงนี้แหละครับ)
เมื่อเดินเล่นอยู่ชายหาดสักเดี๋ยว ผู้ใหญ่เค้าคุยกัน ผมมีหน้ากากหนึ่งอัน จัดแจงกระโดดลงน้ำ แถวนี้หาดสวยทรายขาวน้ำใสแจ๋ว ไม่มีอะไรน่ากลัว ผมเลยว่ายน้ำไปเรื่อยๆ ออกไปจากชายหาดได้เดี๋ยวเดียว เริ่มเจอปะการังก้อน ปะการังที่นี่กระจายเป็นหย่อม แต่ละหย่อมมีปะการังก้อนเล็กๆ ปะการังพุ่มนิดหน่อย ที่เห็นเยอะมากคือหอยมือเสือตัวเล็กๆ เป็นพันธุ์ crocea หรือพันธุ์เล็กสุดของเมืองไทย ยกเว้นที่หมู่เกาะช้าง ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมีหอยมือเสือเยอะเหมือนที่นี่มาก่อนเลย
ดูหอยมือเสือไปเรื่อยๆ ผมเห็นปลาผีเสื้อ ปลาสลิดหิน ปลาสินสมุทร โอย...เยอะแยะปลาเลยครับ พอเริ่มออกด้านนอก ปะการังเริ่มก้อนใหญ่ขึ้น ผมลัดเลาะอยู่แถวก้อนปะการังนั่นเอง วันนั้นทะเลเรียบมองเห็นไปไกล พออ้อมปะการังก้อนหนึ่ง ผมเห็นหางฉลามยื่นออกมาจากใต้ก้อนปะการัง
เกิดมาผมเคยเห็นฉลามครับ ก่อนหน้านั้นเคยเจอสองสามครั้ง แต่ทุกทีเป็นฉลามว่ายน้ำ พวกครีบดำทำนองนั้น เพิ่งมาหนนี้ได้เห็นฉลามนอนนิ่ง เขาเป็นพวกฉลามดุก สมัยก่อนเมืองไทยมีเยอะเชียว เดี๋ยวนี้เดี้ยงเกือบหมดแล้ว เผอิญช่วงนั้นผมไม่มีกล้อง แถมยังไปดำน้ำคนเดียว ไม่ได้เคี่ยวเหมือนเดี๋ยวนี้ พอผมเห็นหางฉลาม รีบถอยทัพเลยครับ ว่ายกลับชายฝั่ง ว่ายไปดูรอบด้านไป กลัวเหมือนกันว่าจะมีตัวอะไรโผล่มาง่ำๆ ทะเลเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนกับทะเลเดี๋ยวนี้ หน้ามือหลังมือครับ
หนนี้ผมไปบินสำรวจหมู่เกาะอาดังราวี พอเห็นเกาะหลีเป๊ะ บอกนักบินเค้าเลี้ยวไปเลย แม้วันนี้ท้องฟ้าไม่ดีมีแต่ฝน ผมพยายามถ่ายภาพให้ดีสุดเท่าที่ทำได้ด้วยกล้องดิจิตอล แม้อาจไม่แจ่มแจ๋วเหมือนภาพอื่น แต่คุณคงพอเห็นว่า แนวปะการังเกาะหลีเป๊ะหน้าตาเป็นยังไง หาดของเกาะนี้ขาวสวยแค่ไหน ที่เห็นบนชายฝั่งคือหมู่บ้าน แถวนั้นเคยไปเมาเละกับครูช้างมาแล้ว สมัยลงเรือจักรทองสำรวจทะเลอันดามัน ครูช้างถึงกับหมอบต้องหามขึ้นเรือใหญ่
ครั้งหลังสุดที่ไปดำน้ำแถวแนวปะการังเกาะหลีเป๊ะ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม อย่าว่าแต่ฉลามเลยครับ ปะการังหายไปตั้งเยอะ หอยมือเสือก็ไม่ค่อยมี แต่ทะเลแห่งนี้คงยังสวยอยู่สำหรับนักเที่ยวทั่วไป ไม่ใช่นักดำน้ำโดยอาชีพเช่นผม ที่พักราคาถูก การเดินทางแม้ไกลแต่ไปสะดวก คิดว่าเป้าหมายของปีนี้ คงมีเกาะหลีเป๊ะอยู่ในใจของชาวทะเลไทยหลายคน มกราคม-กุมภาพันธ์ น่าไปสุดครับ ค่าใช้จ่ายจากกรุงเทพฯ สัก 4,000 ก็อยู่ หากไม่หวังอะไรมากนักและมีคนไปแชร์ห้องด้วย
ถึงตอนนั้นคงต้องเขียนถึงเกาะหลีเป๊ะอีกสักหน ผมยังมีเรื่องเล่า แถมมีภาพสวยๆ ในอีกมุมมองหนึ่ง เก็บไว้รอฤดูท่องเที่ยวอันดามันครับ
ที่ตั้ง อุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล
การเดินทาง เดินทางไปปากบารา จังหวัดสตูล ต่อเรือไปเกาะอาดัง ช่วงท่องเที่ยวมีเรือเมล์ทุกวัน พอถึงอาดังจะมีเรือหางยาวมารับไปหลีเป๊ะ
จุดเด่น เกาะสวยสุดแดนใต้ ที่พักมีเพียบ
คุณเคยไปทะเลใต้บ้างมั้ยครับ?
หากเคยไป คุณอาจรู้สึกบางอย่างเหมือนผม ทะเลทางใต้มีอะไรบางอย่างอยู่ในอากาศ แหม! บอกอย่างนี้อาจรู้สึกมะลึกกึกกึ๋ย อะไรวุ้ยในอากาศ ความตื่นเต้นสิครับ ความตื่นเต้นว่าเราจากกรุงเทพฯมาไกลแสนไกล มาเลเซียก็แค่นี้เอง
อุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา มีจุดหนึ่งที่พิสดารกว่าอุทยานฯอื่น เพราะเกาะหลีเป๊ะถือเป็นพื้นที่กันออก เพราะที่นี่เป็นชุมชนชาวเลเก่า ตั้งรกรากมาก่อนประกาศอุทยานฯ ชาวเลประกอบอาชีพประมง อยู่กันไปมาบางคนก็ขายที่สร้างรีสอร์ตเสียเลย ที่นี่เลยมีรีสอร์ตเอกชนหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่ให้บริการแบบราคาประหยัด บ้านหลังเล็กไม่มีอะไร คืนละ 2-300 บาทนอนสบายแต่อย่าหวังอะไรมาก
ผมไปเกาะหลีเป๊ะครั้งแรกเมื่อไปอาดังราวีหนแรก ว่ากันง่ายๆ ใครไปอาดังราวี ไงๆ ก็คงได้ไปเกาะหลีเป๊ะ งานนี้ยกเว้นนักดำน้ำที่ไปกับเรือ คงใช้ชีวิตอยู่บนเรือกับใต้น้ำอย่างเดียว ไม่ค่อยมีโอกาสเห็นอะไรเหมือนใครเค้า (ผมไม่ชอบทริปดำน้ำอย่างหนึ่งก็ตรงนี้แหละครับ)
เมื่อเดินเล่นอยู่ชายหาดสักเดี๋ยว ผู้ใหญ่เค้าคุยกัน ผมมีหน้ากากหนึ่งอัน จัดแจงกระโดดลงน้ำ แถวนี้หาดสวยทรายขาวน้ำใสแจ๋ว ไม่มีอะไรน่ากลัว ผมเลยว่ายน้ำไปเรื่อยๆ ออกไปจากชายหาดได้เดี๋ยวเดียว เริ่มเจอปะการังก้อน ปะการังที่นี่กระจายเป็นหย่อม แต่ละหย่อมมีปะการังก้อนเล็กๆ ปะการังพุ่มนิดหน่อย ที่เห็นเยอะมากคือหอยมือเสือตัวเล็กๆ เป็นพันธุ์ crocea หรือพันธุ์เล็กสุดของเมืองไทย ยกเว้นที่หมู่เกาะช้าง ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมีหอยมือเสือเยอะเหมือนที่นี่มาก่อนเลย
ดูหอยมือเสือไปเรื่อยๆ ผมเห็นปลาผีเสื้อ ปลาสลิดหิน ปลาสินสมุทร โอย...เยอะแยะปลาเลยครับ พอเริ่มออกด้านนอก ปะการังเริ่มก้อนใหญ่ขึ้น ผมลัดเลาะอยู่แถวก้อนปะการังนั่นเอง วันนั้นทะเลเรียบมองเห็นไปไกล พออ้อมปะการังก้อนหนึ่ง ผมเห็นหางฉลามยื่นออกมาจากใต้ก้อนปะการัง
เกิดมาผมเคยเห็นฉลามครับ ก่อนหน้านั้นเคยเจอสองสามครั้ง แต่ทุกทีเป็นฉลามว่ายน้ำ พวกครีบดำทำนองนั้น เพิ่งมาหนนี้ได้เห็นฉลามนอนนิ่ง เขาเป็นพวกฉลามดุก สมัยก่อนเมืองไทยมีเยอะเชียว เดี๋ยวนี้เดี้ยงเกือบหมดแล้ว เผอิญช่วงนั้นผมไม่มีกล้อง แถมยังไปดำน้ำคนเดียว ไม่ได้เคี่ยวเหมือนเดี๋ยวนี้ พอผมเห็นหางฉลาม รีบถอยทัพเลยครับ ว่ายกลับชายฝั่ง ว่ายไปดูรอบด้านไป กลัวเหมือนกันว่าจะมีตัวอะไรโผล่มาง่ำๆ ทะเลเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนกับทะเลเดี๋ยวนี้ หน้ามือหลังมือครับ
หนนี้ผมไปบินสำรวจหมู่เกาะอาดังราวี พอเห็นเกาะหลีเป๊ะ บอกนักบินเค้าเลี้ยวไปเลย แม้วันนี้ท้องฟ้าไม่ดีมีแต่ฝน ผมพยายามถ่ายภาพให้ดีสุดเท่าที่ทำได้ด้วยกล้องดิจิตอล แม้อาจไม่แจ่มแจ๋วเหมือนภาพอื่น แต่คุณคงพอเห็นว่า แนวปะการังเกาะหลีเป๊ะหน้าตาเป็นยังไง หาดของเกาะนี้ขาวสวยแค่ไหน ที่เห็นบนชายฝั่งคือหมู่บ้าน แถวนั้นเคยไปเมาเละกับครูช้างมาแล้ว สมัยลงเรือจักรทองสำรวจทะเลอันดามัน ครูช้างถึงกับหมอบต้องหามขึ้นเรือใหญ่
ครั้งหลังสุดที่ไปดำน้ำแถวแนวปะการังเกาะหลีเป๊ะ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม อย่าว่าแต่ฉลามเลยครับ ปะการังหายไปตั้งเยอะ หอยมือเสือก็ไม่ค่อยมี แต่ทะเลแห่งนี้คงยังสวยอยู่สำหรับนักเที่ยวทั่วไป ไม่ใช่นักดำน้ำโดยอาชีพเช่นผม ที่พักราคาถูก การเดินทางแม้ไกลแต่ไปสะดวก คิดว่าเป้าหมายของปีนี้ คงมีเกาะหลีเป๊ะอยู่ในใจของชาวทะเลไทยหลายคน มกราคม-กุมภาพันธ์ น่าไปสุดครับ ค่าใช้จ่ายจากกรุงเทพฯ สัก 4,000 ก็อยู่ หากไม่หวังอะไรมากนักและมีคนไปแชร์ห้องด้วย
ถึงตอนนั้นคงต้องเขียนถึงเกาะหลีเป๊ะอีกสักหน ผมยังมีเรื่องเล่า แถมมีภาพสวยๆ ในอีกมุมมองหนึ่ง เก็บไว้รอฤดูท่องเที่ยวอันดามันครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 25
.เกาะเก้า สิมิลัน
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา
การเดินทาง ไม่มีบ้านพักบนเกาะเก้า เรือก็ไม่ค่อยไป แต่ใกล้สุดเดินทางไปกางเต็นท์นอนที่เกาะแปด
จากตรงนั้นนิดเดียว คุณมองเห็นเกาะเก้า ห่างไปแค่ร่องน้ำกั้น
จุดเด่น เกาะสวยที่อยู่ของปลากบและปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจตัวแบน
มองอยู่ตั้งนาน ดูแล้วดูเล่าเพื่อพยายามคิดว่าภาพนี้คือเกาะไหน? ในที่สุดก็บรรลุ เกาะเก้าครับ แต่เป็นมุมแปลกตาที่คนทั่วไปคงไม่มีโอกาสได้ดู สงวนสิทธิ์ไว้สำหรับนักบินเฮลิคอปเตอร์ที่นานทีหลายปีหนถึงจะผ่านไปแถวนั้น แต่ในฐานะชาวทะเลไทยด้วยกัน ไงๆ ผมก็ต้องสรรหาภาพที่คนอื่นไม่มีให้ดู มาให้คุณๆ ดูกันจนได้ ไชโยให้กับ TalayThai หนึ่งครั้ง ไชโย้!!!
ความทรงจำกับเกาะเก้า เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อแสนนานมาแล้ว ประมาณพ.ศ.2530 ผมไปร่วมกับกรมป่าไม้ดำน้ำสำรวจหมู่เกาะสิมิลัน รู้สึกจะเป็นครั้งแรกของกรมป่าไม้ก็ว่าได้ ที่เราสำรวจใต้น้ำกันโดยละเอียด วันหนึ่งเมื่อเรามาถึงเกาะแปด สมัยนั้นอ่าวเกือกยังสวยเช้ง ลงไปดำน้ำเจอปะการังกับปลาการ์ตูนปานดำเต็มไปหมด ขึ้นจากน้ำได้ มองไปมองมาเห็นอีกหนึ่งเกาะอยู่เหนือเกาะแปด รอช้าอยู่ไย ไปดูกันดีกว่า ว่าแล้วแต่ละคนก็ขึ้นเรือหางยาวมุ่งหน้าไป ยังไม่ได้ลงน้ำแบบ SCUBA นะครับ เวลามันจำกัด เราลองดำสำรวจแบบ Snorkeling ผมว่ายอ้อมแหลมนำหน้าพรรคพวก ยังไม่ทันไร มาเลยครับ ครีบเงินสองตัวพุ่งสวน คณะพรรคที่ตามมาร้องจ๊าก ถอยทัพแทบไม่ทัน (เป็นประเภทเพิ่งฝึกน่ะ) ส่วนผมตั้งป้อมดูอยู่บนผิวน้ำ กะว่าเขาไม่น่าทำอะไร แล้วก็จริงด้วยครับ พอฉลามเห็นผมเข้า เค้าสะดุ้งเฮือก ชักชวนกันว่ายกลับไปปานจรวด หนนั้นถือเป็นครั้งแรกๆ ที่ผมเห็นฉลามครีบเงิน (ครีบอื่นเคยเห็นมาก่อนหน้านั้นหลายหนแล้ว)
เวลาผ่านไป ผมวนเวียนกลับไปเกาะเก้า จำได้ดีกับตัวประหลาดที่เจอ ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจตัวแบน สมัยก่อนต้องมาดูที่นี่ (สมัยนี้ไปดูที่จตุจักร) ปลากบสีเทาก็เคยมีถิ่นพำนักอาศัยอยู่บนปะการังเขากวาง ทางใต้ของเกาะเก้ายังมีจุดดำน้ำชื่อ Bommie มีปะการังก้อนยักษ์ขึ้นอยู่บนพื้นทรายเป็นหย่อมๆ แถวนั้นเหมาะมากสำหรับคนชอบ Night Dive ดำลงไปเคยเจอกุ้งมังกร กั้งกระดาน ตัวประหลาดจิ๋ว เดินดุ๊บๆ อยู่บนพื้นทะเลเพียบ ผมเคยขึ้นเรือผิดก็ที่นี่แหละครับ (เห็นแสงไฟนึกว่าใช่เรือเรา ขึ้นไปข้างบนเรียบร้อย ไม่เจอใครสักคน หยิบน้ำมาดื่ม แต่เอะใจว่าทำไมเรือเรามีตู้เย็นอยู่ข้างล่าง ถึงบางอ้อว่าฮ่าๆๆ เรือใครหว่า กินน้ำฟรีหนึ่งขวดแล้วรีบกระโดดลงทะเล)
อีกจุดที่เกาะเก้า นักดำน้ำรู้จักกันดี มีชื่อว่า X'mas Point แถวนั้นทากทะเลประหลาดมีเยอะ แถมเต่าตนุเต่าใหญ่มักว่ายผ่านเป็นประจำ ปะการังอ่อนกับกัลปังหามีบ้าง แม้ไม่มากเท่า Fantasea (สมัยก่อน) สรุปแล้วเกาะเก้ามีอะไรหลายอย่าง เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เบื่อเกาะหกหรือแฟนตาซี
ผมไม่ได้กลับไปเกาะเก้าสองสามปีมาแล้ว จะไปอีกหนก็ TalayTrip II ต้นเดือนธันวาคมนี่แหละครับ ล้างคอรอไว้ได้เลย เดี๋ยวป๋าจะพา Night Dive พิสูจน์กั้งกระดานที่นี่เอง สำหรับชาวทะเลไทยที่ไม่ได้ดำน้ำแบบ SCUBA ชื่นชมกับภาพของเกาะเก้าทางอากาศไปก่อน ที่นี่ไม่ค่อยมีเรือหางยาวบริการมาดำน้ำแบบ Snorkeling แต่ถ้าคุณมีโอกาสไป เล็งก้อนปะการังที่อยู่ในเขตลึกเข้าไว้ แถวนั้นอาจมีสิทธิเจอปลาใหญ่ ดีไม่ดี คุณอาจได้เจอครีบเงินเหมือนที่ผมเคยเจอครับ
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา
การเดินทาง ไม่มีบ้านพักบนเกาะเก้า เรือก็ไม่ค่อยไป แต่ใกล้สุดเดินทางไปกางเต็นท์นอนที่เกาะแปด
จากตรงนั้นนิดเดียว คุณมองเห็นเกาะเก้า ห่างไปแค่ร่องน้ำกั้น
จุดเด่น เกาะสวยที่อยู่ของปลากบและปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจตัวแบน
มองอยู่ตั้งนาน ดูแล้วดูเล่าเพื่อพยายามคิดว่าภาพนี้คือเกาะไหน? ในที่สุดก็บรรลุ เกาะเก้าครับ แต่เป็นมุมแปลกตาที่คนทั่วไปคงไม่มีโอกาสได้ดู สงวนสิทธิ์ไว้สำหรับนักบินเฮลิคอปเตอร์ที่นานทีหลายปีหนถึงจะผ่านไปแถวนั้น แต่ในฐานะชาวทะเลไทยด้วยกัน ไงๆ ผมก็ต้องสรรหาภาพที่คนอื่นไม่มีให้ดู มาให้คุณๆ ดูกันจนได้ ไชโยให้กับ TalayThai หนึ่งครั้ง ไชโย้!!!
ความทรงจำกับเกาะเก้า เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อแสนนานมาแล้ว ประมาณพ.ศ.2530 ผมไปร่วมกับกรมป่าไม้ดำน้ำสำรวจหมู่เกาะสิมิลัน รู้สึกจะเป็นครั้งแรกของกรมป่าไม้ก็ว่าได้ ที่เราสำรวจใต้น้ำกันโดยละเอียด วันหนึ่งเมื่อเรามาถึงเกาะแปด สมัยนั้นอ่าวเกือกยังสวยเช้ง ลงไปดำน้ำเจอปะการังกับปลาการ์ตูนปานดำเต็มไปหมด ขึ้นจากน้ำได้ มองไปมองมาเห็นอีกหนึ่งเกาะอยู่เหนือเกาะแปด รอช้าอยู่ไย ไปดูกันดีกว่า ว่าแล้วแต่ละคนก็ขึ้นเรือหางยาวมุ่งหน้าไป ยังไม่ได้ลงน้ำแบบ SCUBA นะครับ เวลามันจำกัด เราลองดำสำรวจแบบ Snorkeling ผมว่ายอ้อมแหลมนำหน้าพรรคพวก ยังไม่ทันไร มาเลยครับ ครีบเงินสองตัวพุ่งสวน คณะพรรคที่ตามมาร้องจ๊าก ถอยทัพแทบไม่ทัน (เป็นประเภทเพิ่งฝึกน่ะ) ส่วนผมตั้งป้อมดูอยู่บนผิวน้ำ กะว่าเขาไม่น่าทำอะไร แล้วก็จริงด้วยครับ พอฉลามเห็นผมเข้า เค้าสะดุ้งเฮือก ชักชวนกันว่ายกลับไปปานจรวด หนนั้นถือเป็นครั้งแรกๆ ที่ผมเห็นฉลามครีบเงิน (ครีบอื่นเคยเห็นมาก่อนหน้านั้นหลายหนแล้ว)
เวลาผ่านไป ผมวนเวียนกลับไปเกาะเก้า จำได้ดีกับตัวประหลาดที่เจอ ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจตัวแบน สมัยก่อนต้องมาดูที่นี่ (สมัยนี้ไปดูที่จตุจักร) ปลากบสีเทาก็เคยมีถิ่นพำนักอาศัยอยู่บนปะการังเขากวาง ทางใต้ของเกาะเก้ายังมีจุดดำน้ำชื่อ Bommie มีปะการังก้อนยักษ์ขึ้นอยู่บนพื้นทรายเป็นหย่อมๆ แถวนั้นเหมาะมากสำหรับคนชอบ Night Dive ดำลงไปเคยเจอกุ้งมังกร กั้งกระดาน ตัวประหลาดจิ๋ว เดินดุ๊บๆ อยู่บนพื้นทะเลเพียบ ผมเคยขึ้นเรือผิดก็ที่นี่แหละครับ (เห็นแสงไฟนึกว่าใช่เรือเรา ขึ้นไปข้างบนเรียบร้อย ไม่เจอใครสักคน หยิบน้ำมาดื่ม แต่เอะใจว่าทำไมเรือเรามีตู้เย็นอยู่ข้างล่าง ถึงบางอ้อว่าฮ่าๆๆ เรือใครหว่า กินน้ำฟรีหนึ่งขวดแล้วรีบกระโดดลงทะเล)
อีกจุดที่เกาะเก้า นักดำน้ำรู้จักกันดี มีชื่อว่า X'mas Point แถวนั้นทากทะเลประหลาดมีเยอะ แถมเต่าตนุเต่าใหญ่มักว่ายผ่านเป็นประจำ ปะการังอ่อนกับกัลปังหามีบ้าง แม้ไม่มากเท่า Fantasea (สมัยก่อน) สรุปแล้วเกาะเก้ามีอะไรหลายอย่าง เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เบื่อเกาะหกหรือแฟนตาซี
ผมไม่ได้กลับไปเกาะเก้าสองสามปีมาแล้ว จะไปอีกหนก็ TalayTrip II ต้นเดือนธันวาคมนี่แหละครับ ล้างคอรอไว้ได้เลย เดี๋ยวป๋าจะพา Night Dive พิสูจน์กั้งกระดานที่นี่เอง สำหรับชาวทะเลไทยที่ไม่ได้ดำน้ำแบบ SCUBA ชื่นชมกับภาพของเกาะเก้าทางอากาศไปก่อน ที่นี่ไม่ค่อยมีเรือหางยาวบริการมาดำน้ำแบบ Snorkeling แต่ถ้าคุณมีโอกาสไป เล็งก้อนปะการังที่อยู่ในเขตลึกเข้าไว้ แถวนั้นอาจมีสิทธิเจอปลาใหญ่ ดีไม่ดี คุณอาจได้เจอครีบเงินเหมือนที่ผมเคยเจอครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 26
เขาพิงกัน
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา
การเดินทาง เดินทางไปจังหวัดพังงา จากอำเภอเมืองไปแค่ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามป้ายไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ท่าเรือด่านศุลกากรหรือท่าด่านอยู่ไม่ไกล หรือจะมาจากภูเก็ตก็ได้ ท่าเรือมีหลายจุดแล้วแต่ทัวร์
จุดเด่น ปรากฏการณ์เขาพิงกันสุดมหัศจรรย์ เกาะตาปูสุดงาม
อ่าวพังงา....ที่นี่จำไม่ได้แล้วครับว่ามากี่หน ที่จำได้คือสมัยเด็กเคยนั่งเรือหางยาวไปเที่ยวทั่วอ่าวกับคุณพ่อ แวะเข้าไปถ้ำลอด แค่นั้นก็ตื่นตาตื่นใจ สมัยก่อนยังไม่มีนักท่องเที่ยวยุ่บยั่บหรือมีเรือแคนูพายอยู่ทั่วไปเหมือนสมัยนี้ (ผมไปก่อนหนังเรื่องเจมส์บอนด์อีกครับ) จนไปถึงเกาะแห่งหนึ่ง ในความคิดของเด็กตัวจิ๋ว อยู่ไกลเหลือเกิน ทั้งที่ปัจจุบันหากใช้เรือบึ่งอุทยาน เสียเวลาเดินทางไม่ถึงยี่สิบนาที ที่แห่งนั้นเรียก "เขาพิงกัน" ผมเดินเข้าไปดูในช่องเขา เดินไปเยี่ยมๆ มองๆ ดูเกาะตาปูอยู่นาน กลับบ้านแล้วยังจำได้ติดตาว่าเที่ยวทะเลดูภูเขาก็มีด้วยแฮะ
เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ผมห่างหายอ่าวพังงาไปเสียนาน มัวแต่ไปดำน้ำตามเกาะไกลๆ จนนิตยสาร ATG รับงานของสมุทรสัญจรของททท. ผมเลยได้กลับไปอ่าวพังงาอีกครั้ง หนแรกที่กลับไป ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะเรือแคนูพายกันเพียบ เกาะที่สมัยเด็กๆ ไม่เคยรู้จัก เช่น เกาะห้อง เกาะพนัก เกาะละวะ มาได้ไปก็ครั้งนี้ ยังได้เข้าถ้ำต่างๆ ก่อนสุดท้ายได้พายเรือแคนูถึงรู้ว่ามันสนุกอย่างไร? หลังจากนั้นผมถืออ่าวพังงาเป็นจุดเที่ยวยามเบื่อ หนไหนมีโอกาสไปแถวภูเก็ต ไม่อยากไปดำน้ำ จะพยายามหาเรื่องไปเที่ยวอ่าว ที่มีงานอยู่เสมอไม่ขาดสาย
เขาพิงกันชื่อว่าเขาแม้เป็นเกาะ คงเหมือนหลายเกาะในอ่าวพังงาที่เรียกว่าเขา เช่น เขาเขียน จุดเด่นของที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนในเมืองไทย จะเรียกว่าไม่เหมือนที่ไหนในโลกก็พอไหว เพราะซีกหนึ่งของเขาเลื่อนสไลด์ออกจากเขาส่วนใหญ่ แต่ไม่ไถลจนถล่มลงไปกองกับพื้น ยังคงพิงกันอยู่เกิดร่องให้เราเดินเข้าไปดูได้ ช่วงที่หินสไลด์นั้นเรียบกริบยังกับใช้มีดยักษ์ตัด บรรยายอย่างไงคนที่ไม่เคยไปก็คงคิดไม่ออก ตรงนี้ในหนังเรื่องเจมส์บอนด์ใช้เป็นฐานทัพของผู้ร้าย เลยไปหน่อยเป็นเกาะตาปู เราเดินไปที่ชายหาดดูได้เลย ที่นี่ใช้เป็นสถานีเรดาห์ พอพระเอกของเราขับเครื่องบินเข้ามา เรดาห์โผล่ขึ้นมาจากยอดเขาตาปู ก่อนยิงจรวดใส่ตูมๆๆ
เขาตาปูเป็นเกาะหินโด่งหรือเกาะหินชะลูด สมัยก่อนเคยเป็นแหลมติดต่อกับเขาพิงกัน แต่เกิดการพังถล่มเนื่องจากน้ำทะเลกัดเซาะหินปูน เหลือแต่ปลายแหลมทิ้งอยู่โด่เด่กลางทะเล เมื่อน้ำทะเลทั้งขึ้นทั้งลง เกิดการกัดเซาะจนกลายเป็นรอยเว้าทะเล เขาตาปูเลยเป็นอย่างที่เห็น สังเกตนิดว่าผมเรียก "เขาตาปู" ไม่ใช่ "เขาตะปู" เพราะชื่อนี้คนโบราณเรียกกันมาเนื่องจากลักษณะคล้ายตาของปู ไม่ใช่ตะปูตอกไม้ คนไทยไม่รู้จักตะปูจนสมัยสงครามโลกครับ สมัยก่อนเราใช้การเข้าไม้และลิ่มสลัก
เมื่อถึงเวลาบินสำรวจอ่าวพังงา ที่นี่สวยสะเด็ด โดยเฉพาะภาพนี้ชอบมาก แสงแดดผ่านช่องเมฆส่องมากระทบเพียงเขาพิงกัน สดใสสวยกว่าเกาะอื่นใดรอบด้าน สมเป็นเพชรเม็ดเอกแห่งอ่าวพังงา แม้กาลเวลาจะผ่านไปเพียงไหน มีกิจกรรมใหม่ๆ ให้เล่นกันในอ่าว แต่ใครๆ ที่มา ยังคงต้องมาเยี่ยมชมเขาพิงกัน ไม่งั้นก็เหมือนไม่ได้มาอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติทางทะเลทำรายได้สูงสุดให้กับเมืองไทยครับ .
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา
การเดินทาง เดินทางไปจังหวัดพังงา จากอำเภอเมืองไปแค่ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามป้ายไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ท่าเรือด่านศุลกากรหรือท่าด่านอยู่ไม่ไกล หรือจะมาจากภูเก็ตก็ได้ ท่าเรือมีหลายจุดแล้วแต่ทัวร์
จุดเด่น ปรากฏการณ์เขาพิงกันสุดมหัศจรรย์ เกาะตาปูสุดงาม
อ่าวพังงา....ที่นี่จำไม่ได้แล้วครับว่ามากี่หน ที่จำได้คือสมัยเด็กเคยนั่งเรือหางยาวไปเที่ยวทั่วอ่าวกับคุณพ่อ แวะเข้าไปถ้ำลอด แค่นั้นก็ตื่นตาตื่นใจ สมัยก่อนยังไม่มีนักท่องเที่ยวยุ่บยั่บหรือมีเรือแคนูพายอยู่ทั่วไปเหมือนสมัยนี้ (ผมไปก่อนหนังเรื่องเจมส์บอนด์อีกครับ) จนไปถึงเกาะแห่งหนึ่ง ในความคิดของเด็กตัวจิ๋ว อยู่ไกลเหลือเกิน ทั้งที่ปัจจุบันหากใช้เรือบึ่งอุทยาน เสียเวลาเดินทางไม่ถึงยี่สิบนาที ที่แห่งนั้นเรียก "เขาพิงกัน" ผมเดินเข้าไปดูในช่องเขา เดินไปเยี่ยมๆ มองๆ ดูเกาะตาปูอยู่นาน กลับบ้านแล้วยังจำได้ติดตาว่าเที่ยวทะเลดูภูเขาก็มีด้วยแฮะ
เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ผมห่างหายอ่าวพังงาไปเสียนาน มัวแต่ไปดำน้ำตามเกาะไกลๆ จนนิตยสาร ATG รับงานของสมุทรสัญจรของททท. ผมเลยได้กลับไปอ่าวพังงาอีกครั้ง หนแรกที่กลับไป ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะเรือแคนูพายกันเพียบ เกาะที่สมัยเด็กๆ ไม่เคยรู้จัก เช่น เกาะห้อง เกาะพนัก เกาะละวะ มาได้ไปก็ครั้งนี้ ยังได้เข้าถ้ำต่างๆ ก่อนสุดท้ายได้พายเรือแคนูถึงรู้ว่ามันสนุกอย่างไร? หลังจากนั้นผมถืออ่าวพังงาเป็นจุดเที่ยวยามเบื่อ หนไหนมีโอกาสไปแถวภูเก็ต ไม่อยากไปดำน้ำ จะพยายามหาเรื่องไปเที่ยวอ่าว ที่มีงานอยู่เสมอไม่ขาดสาย
เขาพิงกันชื่อว่าเขาแม้เป็นเกาะ คงเหมือนหลายเกาะในอ่าวพังงาที่เรียกว่าเขา เช่น เขาเขียน จุดเด่นของที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนในเมืองไทย จะเรียกว่าไม่เหมือนที่ไหนในโลกก็พอไหว เพราะซีกหนึ่งของเขาเลื่อนสไลด์ออกจากเขาส่วนใหญ่ แต่ไม่ไถลจนถล่มลงไปกองกับพื้น ยังคงพิงกันอยู่เกิดร่องให้เราเดินเข้าไปดูได้ ช่วงที่หินสไลด์นั้นเรียบกริบยังกับใช้มีดยักษ์ตัด บรรยายอย่างไงคนที่ไม่เคยไปก็คงคิดไม่ออก ตรงนี้ในหนังเรื่องเจมส์บอนด์ใช้เป็นฐานทัพของผู้ร้าย เลยไปหน่อยเป็นเกาะตาปู เราเดินไปที่ชายหาดดูได้เลย ที่นี่ใช้เป็นสถานีเรดาห์ พอพระเอกของเราขับเครื่องบินเข้ามา เรดาห์โผล่ขึ้นมาจากยอดเขาตาปู ก่อนยิงจรวดใส่ตูมๆๆ
เขาตาปูเป็นเกาะหินโด่งหรือเกาะหินชะลูด สมัยก่อนเคยเป็นแหลมติดต่อกับเขาพิงกัน แต่เกิดการพังถล่มเนื่องจากน้ำทะเลกัดเซาะหินปูน เหลือแต่ปลายแหลมทิ้งอยู่โด่เด่กลางทะเล เมื่อน้ำทะเลทั้งขึ้นทั้งลง เกิดการกัดเซาะจนกลายเป็นรอยเว้าทะเล เขาตาปูเลยเป็นอย่างที่เห็น สังเกตนิดว่าผมเรียก "เขาตาปู" ไม่ใช่ "เขาตะปู" เพราะชื่อนี้คนโบราณเรียกกันมาเนื่องจากลักษณะคล้ายตาของปู ไม่ใช่ตะปูตอกไม้ คนไทยไม่รู้จักตะปูจนสมัยสงครามโลกครับ สมัยก่อนเราใช้การเข้าไม้และลิ่มสลัก
เมื่อถึงเวลาบินสำรวจอ่าวพังงา ที่นี่สวยสะเด็ด โดยเฉพาะภาพนี้ชอบมาก แสงแดดผ่านช่องเมฆส่องมากระทบเพียงเขาพิงกัน สดใสสวยกว่าเกาะอื่นใดรอบด้าน สมเป็นเพชรเม็ดเอกแห่งอ่าวพังงา แม้กาลเวลาจะผ่านไปเพียงไหน มีกิจกรรมใหม่ๆ ให้เล่นกันในอ่าว แต่ใครๆ ที่มา ยังคงต้องมาเยี่ยมชมเขาพิงกัน ไม่งั้นก็เหมือนไม่ได้มาอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติทางทะเลทำรายได้สูงสุดให้กับเมืองไทยครับ .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 27
เกาะเต่า
ที่ตั้ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
การเดินทาง เรือด่วนจากชุมพร ออกทุกเช้า ใช้เวลา 1.45 ชั่วโมง หรือขึ้นเรือจากสมุยและพงัน ลงเรือที่หาดทรายรี มีรถบริการพร้อมที่พักเลือกตามใจชอบ
จุดเด่น เกาะน้ำใสสุดของอ่าวไทย (ไม่นับเกาะโลซิน)
หน้าฝน ฝนย่อมตกจั้กๆๆ แต่อีกไม่นานท้องฟ้าจะเปิด ถึงเวลาเที่ยวทะเล ช่วงนี้หลายคนมักถามไถ่ถึงเกาะสุดงามกลางอ่าวไทย อยากไปเกาะเต่าจริงจัง เพราะเคยได้ยินได้ฟังมาว่า เกาะนี้ดีหนักหนา หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส มีปะการังมากมาย ไปดูกันดีกว่าว่าจริงหรือ?
เกาะเต่าคือโลกใต้ทะเลแห่งแรกที่ผมเคยเห็น นับย้อนอดีตไปสามสิบปีพอดี ตอนนั้นยังเป็นเด็กครับ ไปกับคุณพ่อที่เกาะเต่า ใส่หน้ากากและชูชีพลอยไปในน้ำ จากชายหาดออกไปไกลลิบตา มีแต่ปะการังเยอะแยะ หอยมือเสือตัวใหญ่อ้วนปุ้ก ปลามากมายว่ายวนรอบตัว ผมเริ่มหลงรักทะเลก็ที่เกาะเต่านี่แหละครับ สมัยนั้นยังไม่มีบังกาโลหรือบ้านพัก มีเพียงบ้านชาวบ้านอยู่ไม่กี่หลัง
ผมกลับมาเกาะเต่าอีกหลายครั้ง เคยมาสำรวจแนวปะการังที่นี่นานหลายปี เคยเห็นดงปะการังกว้างใหญ่สุดสายตา ไปเที่ยวทั้งเกาะนางยวนทั้งอ่าวลึก ฉลามตัวแรกที่เห็นก็ที่นี่ ยังมีความทรงจำโน่นนี่นั่น แม้กระทั่งการดูดเนื้อบนก้อนหินใหญ่ เกือบตกลงมาตายกับพี่เล็ก (เยาวชนห้ามเลียนแบบจ้ะ)
มาถึงปัจจุบัน ผมยังวนเวียนไปเกาะเต่าเป็นระยะ ตามแต่ว่าจะมีใครชวนไปหรือเปล่า เกาะเต่าเดี๋ยวนี้ผิดจากสมัยก่อน จากหมู่บ้านเล็กๆ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ มีร้านค้าและที่พักริมชายหาด คนบนเกาะแทบพูดภาษาไทยไม่ได้ (บ๋อยยังเป็นพม่าพูดภาษาอังกฤษเป็นไฟแต่พูดไทยได้นิดหน่อย)
ใครมาถึงเกาะเต่าแล้ว ส่วนใหญ่มักอยากไปเกาะนางยวน เมื่อเครื่องบินสำรวจอ่าวบินผ่าน ผมเลยขอให้นักบินเค้าเฉียดเข้าไป ได้เห็นเกาะนางยวน เกาะหางเต่า และเกาะเต่าอยู่ไกลๆ บนเกาะนางยวนมีที่พัก ต่อเติมจนกลายเป็นรีสอร์ทชั้นดี แต่ราคาก็ต้องแพงหน่อย หาดทรายที่นี่ยังขาวสวย แต่แนวปะการังเริ่มโทรม เหมือนกับแนวปะการังรอบเกาะเต่า และทั่วอ่าวไทย ที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเมื่อพ.ศ.2541
แม้ว่าปะการังเขากวางและปะการังโต๊ะจะลาตายหายไปหมด แต่ปะการังอื่นๆ เช่น ปะการังก้อน ปะการังผักกาด ยังพอมีเหลืออยู่บ้าง ปลาเล็กก็เหลือพอสมควร แต่ปลาใหญ่หายากหน่อย เท่าที่ดูครั้งล่าสุด คิดว่าเริ่มมีตัวอ่อนปะการังลงเกาะ แต่กว่าจะฟื้นคืนสภาพเดิม คงต้องใช้เวลาอีกนานนับสิบปีหรือกว่านั้น
ใครจะไปเกาะเต่าช่วงนี้ จึงอย่าหวังเห็นปะการังสวยเช้ง เอาเป็นว่าขอให้พอใจกับน้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวๆ และบรรยากาศแบบเกาะท่องเที่ยว ที่ข้าวปลาอาหารแพงพอควร ที่พักโอเคไม่ดีเริ่ดแต่ก็อยู่ได้ ราคาแพงหน่อยเมื่อเทียบกับคุณภาพ เพราะเป็นเกาะกลางทะเล
สิ่งที่ผมชอบเกาะเต่าที่สุด ไม่ใช่ในน้ำ แต่เป็นบนฝั่ง นอนกลิ้งอ่านหนังสือบนชานของร้านอาหารริมทะเล สั่งโยเกิร์ตมากิน No Name ก็แปลกดี หรือมุสสะลิก็ไม่เลว อยากกินอะไรกินไป พอกลางคืนเมื่อไหร่ ออกไปเดินเล่นดูบีชปาร์ตี้
เกาะเต่าในอดีตหายลับไปแล้ว ความเงียบและเสียงลมพัดใบมะพร้าวไม่มีเหลือ ผมได้แต่ทำใจกับความเปลี่ยนแปลง ยอมรับสิ่งใหม่ๆ เพราะรู้ดีว่าเราเรียกอดีตคืนมาไม่ได้ ยังไงก็ตาม ยังมีอีกหลายแห่งในทะเลไทยที่ให้ผมไปนอนฟังเสียงลมพัดผ่านชายหาด
หวังว่าเกาะเต่าคงไม่เปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ครับ... .
ที่ตั้ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
การเดินทาง เรือด่วนจากชุมพร ออกทุกเช้า ใช้เวลา 1.45 ชั่วโมง หรือขึ้นเรือจากสมุยและพงัน ลงเรือที่หาดทรายรี มีรถบริการพร้อมที่พักเลือกตามใจชอบ
จุดเด่น เกาะน้ำใสสุดของอ่าวไทย (ไม่นับเกาะโลซิน)
หน้าฝน ฝนย่อมตกจั้กๆๆ แต่อีกไม่นานท้องฟ้าจะเปิด ถึงเวลาเที่ยวทะเล ช่วงนี้หลายคนมักถามไถ่ถึงเกาะสุดงามกลางอ่าวไทย อยากไปเกาะเต่าจริงจัง เพราะเคยได้ยินได้ฟังมาว่า เกาะนี้ดีหนักหนา หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส มีปะการังมากมาย ไปดูกันดีกว่าว่าจริงหรือ?
เกาะเต่าคือโลกใต้ทะเลแห่งแรกที่ผมเคยเห็น นับย้อนอดีตไปสามสิบปีพอดี ตอนนั้นยังเป็นเด็กครับ ไปกับคุณพ่อที่เกาะเต่า ใส่หน้ากากและชูชีพลอยไปในน้ำ จากชายหาดออกไปไกลลิบตา มีแต่ปะการังเยอะแยะ หอยมือเสือตัวใหญ่อ้วนปุ้ก ปลามากมายว่ายวนรอบตัว ผมเริ่มหลงรักทะเลก็ที่เกาะเต่านี่แหละครับ สมัยนั้นยังไม่มีบังกาโลหรือบ้านพัก มีเพียงบ้านชาวบ้านอยู่ไม่กี่หลัง
ผมกลับมาเกาะเต่าอีกหลายครั้ง เคยมาสำรวจแนวปะการังที่นี่นานหลายปี เคยเห็นดงปะการังกว้างใหญ่สุดสายตา ไปเที่ยวทั้งเกาะนางยวนทั้งอ่าวลึก ฉลามตัวแรกที่เห็นก็ที่นี่ ยังมีความทรงจำโน่นนี่นั่น แม้กระทั่งการดูดเนื้อบนก้อนหินใหญ่ เกือบตกลงมาตายกับพี่เล็ก (เยาวชนห้ามเลียนแบบจ้ะ)
มาถึงปัจจุบัน ผมยังวนเวียนไปเกาะเต่าเป็นระยะ ตามแต่ว่าจะมีใครชวนไปหรือเปล่า เกาะเต่าเดี๋ยวนี้ผิดจากสมัยก่อน จากหมู่บ้านเล็กๆ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ มีร้านค้าและที่พักริมชายหาด คนบนเกาะแทบพูดภาษาไทยไม่ได้ (บ๋อยยังเป็นพม่าพูดภาษาอังกฤษเป็นไฟแต่พูดไทยได้นิดหน่อย)
ใครมาถึงเกาะเต่าแล้ว ส่วนใหญ่มักอยากไปเกาะนางยวน เมื่อเครื่องบินสำรวจอ่าวบินผ่าน ผมเลยขอให้นักบินเค้าเฉียดเข้าไป ได้เห็นเกาะนางยวน เกาะหางเต่า และเกาะเต่าอยู่ไกลๆ บนเกาะนางยวนมีที่พัก ต่อเติมจนกลายเป็นรีสอร์ทชั้นดี แต่ราคาก็ต้องแพงหน่อย หาดทรายที่นี่ยังขาวสวย แต่แนวปะการังเริ่มโทรม เหมือนกับแนวปะการังรอบเกาะเต่า และทั่วอ่าวไทย ที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเมื่อพ.ศ.2541
แม้ว่าปะการังเขากวางและปะการังโต๊ะจะลาตายหายไปหมด แต่ปะการังอื่นๆ เช่น ปะการังก้อน ปะการังผักกาด ยังพอมีเหลืออยู่บ้าง ปลาเล็กก็เหลือพอสมควร แต่ปลาใหญ่หายากหน่อย เท่าที่ดูครั้งล่าสุด คิดว่าเริ่มมีตัวอ่อนปะการังลงเกาะ แต่กว่าจะฟื้นคืนสภาพเดิม คงต้องใช้เวลาอีกนานนับสิบปีหรือกว่านั้น
ใครจะไปเกาะเต่าช่วงนี้ จึงอย่าหวังเห็นปะการังสวยเช้ง เอาเป็นว่าขอให้พอใจกับน้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวๆ และบรรยากาศแบบเกาะท่องเที่ยว ที่ข้าวปลาอาหารแพงพอควร ที่พักโอเคไม่ดีเริ่ดแต่ก็อยู่ได้ ราคาแพงหน่อยเมื่อเทียบกับคุณภาพ เพราะเป็นเกาะกลางทะเล
สิ่งที่ผมชอบเกาะเต่าที่สุด ไม่ใช่ในน้ำ แต่เป็นบนฝั่ง นอนกลิ้งอ่านหนังสือบนชานของร้านอาหารริมทะเล สั่งโยเกิร์ตมากิน No Name ก็แปลกดี หรือมุสสะลิก็ไม่เลว อยากกินอะไรกินไป พอกลางคืนเมื่อไหร่ ออกไปเดินเล่นดูบีชปาร์ตี้
เกาะเต่าในอดีตหายลับไปแล้ว ความเงียบและเสียงลมพัดใบมะพร้าวไม่มีเหลือ ผมได้แต่ทำใจกับความเปลี่ยนแปลง ยอมรับสิ่งใหม่ๆ เพราะรู้ดีว่าเราเรียกอดีตคืนมาไม่ได้ ยังไงก็ตาม ยังมีอีกหลายแห่งในทะเลไทยที่ให้ผมไปนอนฟังเสียงลมพัดผ่านชายหาด
หวังว่าเกาะเต่าคงไม่เปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ครับ... .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 28
เกาะกระดาน
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง
การเดินทาง เดินทางไปจังหวัดตรัง ขับรถต่อไปหาดปากเมง ประมาณ 40 กิโลเมตร ติดต่อเช่าเรือที่นั่น หรือจะซื้อแพคเกจไปนอนที่เกาะกระดานก็ได้ มีรีสอร์ทให้บริการบนเกาะ
จุดเด่น หาดทรายขาว แนวปะการังโผล่พ้นน้ำยามลงต่ำ
เกาะเอ๋ยเกาะกระดาน ใครก็รู้จักกันดี เกาะแห่งนี้อยู่ในจังหวัดตรัง อยู่ห่างจากหาดปากเมงไปไม่ไกล สมัยก่อนนั่งเรือกันเกือบสองชั่วโมง มาถึงปัจจุบัน แค่งีบหนึ่งไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว ทั้งชีวิตผมเคยไปเกาะกระดานมาสองครั้ง หนแรกไปเมื่อทำตัวเป็นไกด์ให้มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืช สมัยนั้น...นานมาแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นนิสิต มูลนิธิฯเค้าจัดทริป ผมมักตามไปเป็นไกด์หาตังค์เป็นประจำ ทริปที่จัดไปเกาะกระดานถือเป็นทริปแรกๆ ก็ว่าได้ สนุกมากครับ เจอทั้งคนไทยคนฝรั่ง น่าเสียดายอย่าง สาวๆ ไม่ค่อยมีเลยจ้ะ
พอเรานั่งเรือไปถึงเกาะกระดาน จัดแจงพาลูกทัวร์ลงน้ำ แนวปะการังที่นี่เหมาะมากสำหรับการ Snorkeling ปลาสวยงามมีเพียบ กุ้งมังกรก็มี ยังเจอฉลามด้วย สองตัวแน่ะ แม้จะเป็นฉลามหูดำตัวเล็กๆ ที่ชอบมากคือปลาปากแตร ว่ายกันมาเป็นหมู่คณะตั้งสี่ห้าตัว ปลาผีเสื้อก็มีเยอะ เกาะกระดานเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน เป็นแหล่งดำน้ำตื้นระดับเจ๋ง ไม่แพ้เกาะสุรินทร์ในปัจจุบันเลยครับ
หลังจากปล่อยลูกทัวร์ชื่นชมน้ำตื้น ผมจัดแจงฉากแวบ ไปกับหัวหน้าทัวร์ที่ชอบดำน้ำเหมือนกัน สองเราใส่ถังและอุปกรณ์โดดน้ำตูม ว่ายเลียบแนวปะการังไปทางหน้าผา เจอปะการังอ่อนสีม่วงสีแดงเพียบเลย น้ำลึกสัก 10-15 เมตรเห็นจะได้ แม้สวยสู้สิมิลันไม่ได้ แต่ก็งามแต้แบบเมืองตรัง ผมยังเจอปลาไหลมอเรย์ม้าลาย หน้าตาประหลาดมาก เคยเจอเพียงไม่กี่ครั้งในทะเลไทย
ผมกลับไปเกาะกระดานอีกหนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ที่นี่เปลี่ยนไปมาก แนวปะการังไม่สวยงามสะพรั่งเหมือนเดิม ดงปะการังอ่อนหายไปเกือบหมด ดำน้ำแล้วเศร้าใจน่ะ จากนั้นผมเลยไม่คิดจะไปเกาะกระดานอีกเลย ถึงตอนนี้หลายคนชวนให้ไป ผมมักบอกว่าจ้างให้ก็ไม่ไปน่ะ นอนกลิ้งอยู่บนฝั่งสนุกกว่า เลยไม่ทราบว่าเกาะกระดานสมัยนี้เป็นฉันใด
ผมผ่านเกาะกระดานอีกสองสามครั้ง แต่เป็นทางอากาศ เรานั่งเครื่องบินไปสำรวจหาพยูน จากนั้นผมก็กระซิบบอกนักบิน ช่วยเลยไปดูเกาะกระดานหน่อย ที่นี่ถ่ายภาพทางอากาศสวยมากครับ หากวันไหนแดดดีน้ำใส เห็นแนวปะการังโค้งรอบเกาะ แต่มีบางส่วนที่หายไป คงไม่ต้องสงสัย ลองดูภาพป่าที่โดนโค่นจนไม่มีเหลือ ฝนตกที ตะกอนไหลโจ๊กลงแนวปะการัง แล้วจะไปเหลืออะไรครับ เมื่อปะการังพัง หาดก็คอดกิ่วเข้ามา ปราการธรรมชาติถูกทำลายไปแล้วนี่ จากนั้น บ้านพักบนฝั่งก็หายไปอยู่ในทะเล สังเกตภาพให้ดีเห็นชัดเจน ภาพนี้จึงเป็นภาพที่ผมมักใช้บรรยาย เวลาใครสงสัยว่าป่าไม้เกี่ยวกับแนวปะการังได้อย่างไร ธรรมชาติย่อมมีสมดุลครับ
อากาศหนาวใกล้เข้ามา เชื่อว่าถึงเวลาหลายคนคิดถึงหน้าเหนือ Islands We Love ขอเปลี่ยนบรรยากาศชั่วคราว สัปดาห์หน้าแทนที่เราจะไปทะเลกัน เราเปลี่ยนไปดูป่ากันสองสามแวบ เสร็จแล้วค่อยลงมาเที่ยวทะเลต่อ ผมยังมีภาพน้ำตกเหวนรก น้ำตกทีลอซู และน้ำตกเต่าดำ ตลอดจนอีกหลายสิบภาพจากห้วยขาแข้งไปถึงทุ่งใหญ่นเรศวร เก็บไว้เตรียมเอาใจคนชอบเที่ยวป่าโดยเฉพาะ รอติดตามกันในพุธหน้านะครับ
สนับสนุนข้อมูลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณ .
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง
การเดินทาง เดินทางไปจังหวัดตรัง ขับรถต่อไปหาดปากเมง ประมาณ 40 กิโลเมตร ติดต่อเช่าเรือที่นั่น หรือจะซื้อแพคเกจไปนอนที่เกาะกระดานก็ได้ มีรีสอร์ทให้บริการบนเกาะ
จุดเด่น หาดทรายขาว แนวปะการังโผล่พ้นน้ำยามลงต่ำ
เกาะเอ๋ยเกาะกระดาน ใครก็รู้จักกันดี เกาะแห่งนี้อยู่ในจังหวัดตรัง อยู่ห่างจากหาดปากเมงไปไม่ไกล สมัยก่อนนั่งเรือกันเกือบสองชั่วโมง มาถึงปัจจุบัน แค่งีบหนึ่งไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว ทั้งชีวิตผมเคยไปเกาะกระดานมาสองครั้ง หนแรกไปเมื่อทำตัวเป็นไกด์ให้มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืช สมัยนั้น...นานมาแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นนิสิต มูลนิธิฯเค้าจัดทริป ผมมักตามไปเป็นไกด์หาตังค์เป็นประจำ ทริปที่จัดไปเกาะกระดานถือเป็นทริปแรกๆ ก็ว่าได้ สนุกมากครับ เจอทั้งคนไทยคนฝรั่ง น่าเสียดายอย่าง สาวๆ ไม่ค่อยมีเลยจ้ะ
พอเรานั่งเรือไปถึงเกาะกระดาน จัดแจงพาลูกทัวร์ลงน้ำ แนวปะการังที่นี่เหมาะมากสำหรับการ Snorkeling ปลาสวยงามมีเพียบ กุ้งมังกรก็มี ยังเจอฉลามด้วย สองตัวแน่ะ แม้จะเป็นฉลามหูดำตัวเล็กๆ ที่ชอบมากคือปลาปากแตร ว่ายกันมาเป็นหมู่คณะตั้งสี่ห้าตัว ปลาผีเสื้อก็มีเยอะ เกาะกระดานเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน เป็นแหล่งดำน้ำตื้นระดับเจ๋ง ไม่แพ้เกาะสุรินทร์ในปัจจุบันเลยครับ
หลังจากปล่อยลูกทัวร์ชื่นชมน้ำตื้น ผมจัดแจงฉากแวบ ไปกับหัวหน้าทัวร์ที่ชอบดำน้ำเหมือนกัน สองเราใส่ถังและอุปกรณ์โดดน้ำตูม ว่ายเลียบแนวปะการังไปทางหน้าผา เจอปะการังอ่อนสีม่วงสีแดงเพียบเลย น้ำลึกสัก 10-15 เมตรเห็นจะได้ แม้สวยสู้สิมิลันไม่ได้ แต่ก็งามแต้แบบเมืองตรัง ผมยังเจอปลาไหลมอเรย์ม้าลาย หน้าตาประหลาดมาก เคยเจอเพียงไม่กี่ครั้งในทะเลไทย
ผมกลับไปเกาะกระดานอีกหนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ที่นี่เปลี่ยนไปมาก แนวปะการังไม่สวยงามสะพรั่งเหมือนเดิม ดงปะการังอ่อนหายไปเกือบหมด ดำน้ำแล้วเศร้าใจน่ะ จากนั้นผมเลยไม่คิดจะไปเกาะกระดานอีกเลย ถึงตอนนี้หลายคนชวนให้ไป ผมมักบอกว่าจ้างให้ก็ไม่ไปน่ะ นอนกลิ้งอยู่บนฝั่งสนุกกว่า เลยไม่ทราบว่าเกาะกระดานสมัยนี้เป็นฉันใด
ผมผ่านเกาะกระดานอีกสองสามครั้ง แต่เป็นทางอากาศ เรานั่งเครื่องบินไปสำรวจหาพยูน จากนั้นผมก็กระซิบบอกนักบิน ช่วยเลยไปดูเกาะกระดานหน่อย ที่นี่ถ่ายภาพทางอากาศสวยมากครับ หากวันไหนแดดดีน้ำใส เห็นแนวปะการังโค้งรอบเกาะ แต่มีบางส่วนที่หายไป คงไม่ต้องสงสัย ลองดูภาพป่าที่โดนโค่นจนไม่มีเหลือ ฝนตกที ตะกอนไหลโจ๊กลงแนวปะการัง แล้วจะไปเหลืออะไรครับ เมื่อปะการังพัง หาดก็คอดกิ่วเข้ามา ปราการธรรมชาติถูกทำลายไปแล้วนี่ จากนั้น บ้านพักบนฝั่งก็หายไปอยู่ในทะเล สังเกตภาพให้ดีเห็นชัดเจน ภาพนี้จึงเป็นภาพที่ผมมักใช้บรรยาย เวลาใครสงสัยว่าป่าไม้เกี่ยวกับแนวปะการังได้อย่างไร ธรรมชาติย่อมมีสมดุลครับ
อากาศหนาวใกล้เข้ามา เชื่อว่าถึงเวลาหลายคนคิดถึงหน้าเหนือ Islands We Love ขอเปลี่ยนบรรยากาศชั่วคราว สัปดาห์หน้าแทนที่เราจะไปทะเลกัน เราเปลี่ยนไปดูป่ากันสองสามแวบ เสร็จแล้วค่อยลงมาเที่ยวทะเลต่อ ผมยังมีภาพน้ำตกเหวนรก น้ำตกทีลอซู และน้ำตกเต่าดำ ตลอดจนอีกหลายสิบภาพจากห้วยขาแข้งไปถึงทุ่งใหญ่นเรศวร เก็บไว้เตรียมเอาใจคนชอบเที่ยวป่าโดยเฉพาะ รอติดตามกันในพุธหน้านะครับ
สนับสนุนข้อมูลโดยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณ .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 29
ป่าเปลี่ยนสีที่ห้วยขาแข้ง
ที่ตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี
การเดินทาง เดินทางไปอุทัยธานี ขับรถต่อไปตามป้าย สามารถเข้าไปที่ทำการฯได้ มีที่พักอยู่ด้านนอกเขต
จุดเด่น ป่าสมบูรณ์ที่สุดของเมืองไทย มรดกโลก
บอกกันไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน หนนี้ขอขึ้นจากทะเล พาไปดูแผ่นดินกันบ้าง เพราะเดือนตุลาคมไปทะเลที่ไหนก็ลำบากใจทั้งนั้น อาจเจอฝนเจอพายุแบบไม่คาดฝัน สำหรับภาพนี้ ถ้าจะเอาให้เหมาะต้องโผล่มาสักเดือนกุมภาพันธ์ ป่ากำลังเปลี่ยนสีแดงถึงขนาด แต่ผมอดใจไม่ไหว เลยนำมาให้ชาวทะเลไทยดูกันก่อน
ผมเคยไปห้วยขาแข้งตั้งแต่ครั้งกระโน้น ยี่สิบกว่าปีแล้วครับ ตามคุณพ่อไปเหมือนเช่นเคย มีโอกาสขึ้นคอปเตอร์ดูสัตว์ เจอวัวแดงฝูงหนึ่งแต่เห็นไกลๆ เพราะฮ.ที่เราใช้ขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสำหรับการบินลงต่ำ ผมยังเห็นหมูป่าและชะมดเป็นครั้งแรก (ในป่านะครับ ไม่ใช่ในสวนสัตว์) ได้นอนอยู่ในป่าแค่หนึ่งคืน แต่จำได้เกือบทุกอารมณ์
เมื่อกลับมาประกอบอาชีพนักเขียนสารคดี ผมเข้าไปห้วยขาแข้งอีกหลายครั้ง ในฐานะต่างๆ กัน ส่วนใหญ่ตามผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไป ได้เห็นอะไรหลายอย่าง รวมทั้งมีโอกาสขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินวนรอบป่าสามสี่ครั้ง ผมรับประกันสุดใจว่า ป่านี้สมบูรณ์จริงๆ ผมเจอควายป่าทุกหนที่ขึ้นบิน เจอช้างตัวใหญ่จำได้ติดตา เห็นวัวแดง กระทิง หมูป่า ฯลฯ ไม่มีป่าไหนในเมืองไทยเหมือนป่านั้น
ผมยังมีโอกาสเข้าไปนอนแถวเขาบันไดสองสามครั้ง อารมณ์ที่ได้รับสุดถึงกึ๋น ไม่เคยมีป่าไหนในปัจจุบันที่ผมได้ยินเสียงเสือร้อง เสียงช้างร้อง ตื่นเช้าเพราะเสียงนกยูง เดินไปตามลำห้วยเจอนกยูงในม่านหมอก เฝ้าซากควายป่าเจอหมาไน โอย...บรรยายไม่ถูก บอกได้แต่ว่าถ้าใครคิดว่าป่าเมืองไทยเจ๋งสู้แอฟริกาไม่ได้ ลองไปห้วยขาแข้งดู แล้วคุณจะรู้ว่าป่าจริงๆ เป็นฉันใด
ครั้งนี้ผมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูป่าช่วงหน้าแล้ง ป่าเมืองไทยมี ๒ แบบ อย่างหนึ่งคือป่าไม่ผลัดใบ พวกนี้ยังสีเขียวแต่ดูแห้งๆ อีกแบบคือป่าผลัดใบ เช่น ป่าเต็งรัง พวกนี้แหละครับสวยมาก ห้วยขาแข้งมีป่าทั้งสองแบบปะปนกัน ผมเห็นแล้วโอ๊ยโอย เกิดมาเคยเห็นสวนปะการังอ่อนใต้น้ำ ไม่เคยรู้เลยว่าป่าผลัดใบสวยขนาดนี้ ทุกทีเห็นจากพื้น แม้จะสวยก็รู้สึกเฉยๆ มามองจากบนฟ้าสีสันแสบจนตาพร่า จับกล้องได้ถ่ายภาพแบบไม่นับ เลือกภาพนี้มาฝากเพราะถูกใจสุด แต่นี่ยังไม่ได้หนึ่งในพันของที่เห็นนะครับ
ปลายฝนต้นหนาว ป่ายังไม่ผลัดใบ แต่เขียวสดใสไปทั่ว หากใครมีเวลาว่าง แม้อาจเข้าไปถึงห้วยขาแข้งไม่ได้ แต่ป่าตะวันตกผืนอื่นๆ เช่น แม่วงก์ คลองลาน อุ้มผาง ยังพอให้เราสัมผัสกันได้ ใครที่คิดว่าป่าไม่มีอะไร สู้ทะเลไม่ได้ คุณอาจจะเปลี่ยนใจ หากลองให้เวลากับป่า เลือกสถานที่และช่วงเวลาให้เหมาะสม คนน้อยนกเยอะ อยู่เงียบๆ กลางป่า แล้วคุณอาจพบเหมือนที่ผมพบ ธรรมชาติจะเป็นป่าหรือเป็นทะเล ล้วนเร้าใจยั่วให้เราค้นหา
ดำน้ำยังไม่ไหว ไปเที่ยวป่ากันเถอะครับ .
ที่ตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี
การเดินทาง เดินทางไปอุทัยธานี ขับรถต่อไปตามป้าย สามารถเข้าไปที่ทำการฯได้ มีที่พักอยู่ด้านนอกเขต
จุดเด่น ป่าสมบูรณ์ที่สุดของเมืองไทย มรดกโลก
บอกกันไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน หนนี้ขอขึ้นจากทะเล พาไปดูแผ่นดินกันบ้าง เพราะเดือนตุลาคมไปทะเลที่ไหนก็ลำบากใจทั้งนั้น อาจเจอฝนเจอพายุแบบไม่คาดฝัน สำหรับภาพนี้ ถ้าจะเอาให้เหมาะต้องโผล่มาสักเดือนกุมภาพันธ์ ป่ากำลังเปลี่ยนสีแดงถึงขนาด แต่ผมอดใจไม่ไหว เลยนำมาให้ชาวทะเลไทยดูกันก่อน
ผมเคยไปห้วยขาแข้งตั้งแต่ครั้งกระโน้น ยี่สิบกว่าปีแล้วครับ ตามคุณพ่อไปเหมือนเช่นเคย มีโอกาสขึ้นคอปเตอร์ดูสัตว์ เจอวัวแดงฝูงหนึ่งแต่เห็นไกลๆ เพราะฮ.ที่เราใช้ขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสำหรับการบินลงต่ำ ผมยังเห็นหมูป่าและชะมดเป็นครั้งแรก (ในป่านะครับ ไม่ใช่ในสวนสัตว์) ได้นอนอยู่ในป่าแค่หนึ่งคืน แต่จำได้เกือบทุกอารมณ์
เมื่อกลับมาประกอบอาชีพนักเขียนสารคดี ผมเข้าไปห้วยขาแข้งอีกหลายครั้ง ในฐานะต่างๆ กัน ส่วนใหญ่ตามผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไป ได้เห็นอะไรหลายอย่าง รวมทั้งมีโอกาสขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินวนรอบป่าสามสี่ครั้ง ผมรับประกันสุดใจว่า ป่านี้สมบูรณ์จริงๆ ผมเจอควายป่าทุกหนที่ขึ้นบิน เจอช้างตัวใหญ่จำได้ติดตา เห็นวัวแดง กระทิง หมูป่า ฯลฯ ไม่มีป่าไหนในเมืองไทยเหมือนป่านั้น
ผมยังมีโอกาสเข้าไปนอนแถวเขาบันไดสองสามครั้ง อารมณ์ที่ได้รับสุดถึงกึ๋น ไม่เคยมีป่าไหนในปัจจุบันที่ผมได้ยินเสียงเสือร้อง เสียงช้างร้อง ตื่นเช้าเพราะเสียงนกยูง เดินไปตามลำห้วยเจอนกยูงในม่านหมอก เฝ้าซากควายป่าเจอหมาไน โอย...บรรยายไม่ถูก บอกได้แต่ว่าถ้าใครคิดว่าป่าเมืองไทยเจ๋งสู้แอฟริกาไม่ได้ ลองไปห้วยขาแข้งดู แล้วคุณจะรู้ว่าป่าจริงๆ เป็นฉันใด
ครั้งนี้ผมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูป่าช่วงหน้าแล้ง ป่าเมืองไทยมี ๒ แบบ อย่างหนึ่งคือป่าไม่ผลัดใบ พวกนี้ยังสีเขียวแต่ดูแห้งๆ อีกแบบคือป่าผลัดใบ เช่น ป่าเต็งรัง พวกนี้แหละครับสวยมาก ห้วยขาแข้งมีป่าทั้งสองแบบปะปนกัน ผมเห็นแล้วโอ๊ยโอย เกิดมาเคยเห็นสวนปะการังอ่อนใต้น้ำ ไม่เคยรู้เลยว่าป่าผลัดใบสวยขนาดนี้ ทุกทีเห็นจากพื้น แม้จะสวยก็รู้สึกเฉยๆ มามองจากบนฟ้าสีสันแสบจนตาพร่า จับกล้องได้ถ่ายภาพแบบไม่นับ เลือกภาพนี้มาฝากเพราะถูกใจสุด แต่นี่ยังไม่ได้หนึ่งในพันของที่เห็นนะครับ
ปลายฝนต้นหนาว ป่ายังไม่ผลัดใบ แต่เขียวสดใสไปทั่ว หากใครมีเวลาว่าง แม้อาจเข้าไปถึงห้วยขาแข้งไม่ได้ แต่ป่าตะวันตกผืนอื่นๆ เช่น แม่วงก์ คลองลาน อุ้มผาง ยังพอให้เราสัมผัสกันได้ ใครที่คิดว่าป่าไม่มีอะไร สู้ทะเลไม่ได้ คุณอาจจะเปลี่ยนใจ หากลองให้เวลากับป่า เลือกสถานที่และช่วงเวลาให้เหมาะสม คนน้อยนกเยอะ อยู่เงียบๆ กลางป่า แล้วคุณอาจพบเหมือนที่ผมพบ ธรรมชาติจะเป็นป่าหรือเป็นทะเล ล้วนเร้าใจยั่วให้เราค้นหา
ดำน้ำยังไม่ไหว ไปเที่ยวป่ากันเถอะครับ .
-
- Verified User
- โพสต์: 891
- ผู้ติดตาม: 0
*..รวมเกาะน่าเที่ยว..*...กำเนิดนกแก้ว...*
โพสต์ที่ 30
ทะเลบัน
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จังหวัดสตูล
การเดินทาง จากจังหวัดสตูล ขับรถไปทางหาดใหญ่ ดูป้ายที่แยกไปเขตแดน (ถามทางชาวบ้านได้จ้ะ) จากหาดใหญ่ขับรถไปอำเภอเมืองสตูล อยู่ก่อนถึงเมืองประมาณสิบกว่ากิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ๒๐ กิโลเมตร
จุดเด่น บึงใหญ่กลางป่าใต้ เขียดว้าก นกเงือกปากดำ
เพิ่งไปมาสดๆ ร้อนๆ ครั้งนี้ผมลงใต้ไปหาดใหญ่ มีเวลาเหลือเลยขับรถต่อไปทะเลบัน ผมเคยไปสามครั้งแล้ว หนนี้เป็นครั้งที่ ๔ แต่ไม่ได้นอนที่ทะเลบันมานานตั้งแต่สมัยเด็กๆ หนนี้เลยขอลองนอนอีกครั้ง บ้านพักเพิ่งทำเสร็จยังไม่เคยมีใครเข้าไปอยู่ ห้องน้ำใหม่มีน้ำอุ่นให้อาบด้วย คืนละ ๖๐๐ บาทนอนได้สี่ห้าคน สบายดีครับ
เริ่มต้นก็ลุยกันเลย ขอย้อนเล่าความเป็นมาสักนิด ทะเลบันเป็นอุทยานฯทางทะเลที่แปลกกว่าที่อื่น เพราะดูเผินๆ เหมือนไม่มีทะเล อยู่ในป่าเพียงประการเดียว แต่ความจริงแล้วมีบางส่วนติดทะเล เป็นป่าชายเลน อยากเห็นต้องขับรถไปที่ท่าเรือตำมะลัง เช่าเรือหางยาวไปถ้ำลอดปูยู แถวนั้นแหละครับอยู่ในเขตทะเลบันทั้งหมด
คนส่วนใหญ่ไปทะเลบันเพื่อชื่นชมกับบึงใหญ่ ที่เกิดจากการยุบตัวของโพรงหินปูนใต้บาดาล ขนาดของบึงนี้ประมาณ ๑๒๕ ไร่ ภายในบึงมีบัวมีพืชน้ำ เช่น สาหร่ายข้าวเหนียว (รู้จักมั้ยครับ?) แต่ต้นไม้เจ๋งสุดคือต้นบากง อีกอย่างที่ถือเป็นชื่อเสียงของทะเลบันคือ "เขียดว้าก" เป็นเขียดน้อยน่ารักแต่ตัวคล้ายคางคกขนาดปรกติ ร้องกันว้ากๆๆๆ ทุกค่ำคืน สำหรับเขียดว้ากหากใครอยากเห็น อีกไม่นาน TalayThai.com จะขึ้นเรื่องนำเที่ยวทะเลบันให้ดูกันจ้ะ
ภาพนี้ถ่ายทางอากาศ เรียกว่าหาดูได้ยากแน่ เพราะไม่ค่อยมีใครบินผ่านไปแถวนั้น มุมมองจากด้านบนช่วยให้เราเห็นทะเลบันชัดเจน ยังเห็นบ้านพักและทางเดินริมบึง รวมถึงศูนย์นิทรรศการ ฯลฯ ที่นี่ยังเป็นจุดที่ชาวมาเลย์นิยมข้ามมาสัมมนา เพราะราคาถูกอากาศสบาย นอนได้ประชุมดีครับ
สำหรับคุณที่ไปหมู่เกาะตะรุเตา ถ้าเหมารถไปเอง แวะเข้ามาดูทะเลบันกันสักนิด หรือจะนอนค้างคืนก็ได้ ใครชอบดูนก ที่นี่มีนกให้ดูเหมือนกัน นกเงือกปากดำมีโอกาสเห็นได้ง่าย นกเงือกหัวหงอกหากมาถูกจังหวะก็เจอเหมือนกัน ยังมีนกใต้อีกหลายชนิด แต่ที่มีเยอะมากคือกบเขียดปาด เป็นสวรรค์ของสัตว์พวกนี้เลยครับ ร้องกันทั้งคืนจนผมนอนแทบไม่หลับ ใครชอบกบ เชิญจ้ะ
อ้อ...ใกล้ๆ ทะเลบันคือชายแดน ห่างออกไปแค่ ๒ กิโลเมตร ขับรถไปเที่ยวสบาย จะเดินข้ามไปซื้อของก็ได้ แต่ควรไปวันเสาร์อาทิตย์ จะได้มีของขายเยอะหน่อย
ลงใต้หนหน้า มีเวลา...อย่าลืมทะเลบันนะครับ
ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จังหวัดสตูล
การเดินทาง จากจังหวัดสตูล ขับรถไปทางหาดใหญ่ ดูป้ายที่แยกไปเขตแดน (ถามทางชาวบ้านได้จ้ะ) จากหาดใหญ่ขับรถไปอำเภอเมืองสตูล อยู่ก่อนถึงเมืองประมาณสิบกว่ากิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ๒๐ กิโลเมตร
จุดเด่น บึงใหญ่กลางป่าใต้ เขียดว้าก นกเงือกปากดำ
เพิ่งไปมาสดๆ ร้อนๆ ครั้งนี้ผมลงใต้ไปหาดใหญ่ มีเวลาเหลือเลยขับรถต่อไปทะเลบัน ผมเคยไปสามครั้งแล้ว หนนี้เป็นครั้งที่ ๔ แต่ไม่ได้นอนที่ทะเลบันมานานตั้งแต่สมัยเด็กๆ หนนี้เลยขอลองนอนอีกครั้ง บ้านพักเพิ่งทำเสร็จยังไม่เคยมีใครเข้าไปอยู่ ห้องน้ำใหม่มีน้ำอุ่นให้อาบด้วย คืนละ ๖๐๐ บาทนอนได้สี่ห้าคน สบายดีครับ
เริ่มต้นก็ลุยกันเลย ขอย้อนเล่าความเป็นมาสักนิด ทะเลบันเป็นอุทยานฯทางทะเลที่แปลกกว่าที่อื่น เพราะดูเผินๆ เหมือนไม่มีทะเล อยู่ในป่าเพียงประการเดียว แต่ความจริงแล้วมีบางส่วนติดทะเล เป็นป่าชายเลน อยากเห็นต้องขับรถไปที่ท่าเรือตำมะลัง เช่าเรือหางยาวไปถ้ำลอดปูยู แถวนั้นแหละครับอยู่ในเขตทะเลบันทั้งหมด
คนส่วนใหญ่ไปทะเลบันเพื่อชื่นชมกับบึงใหญ่ ที่เกิดจากการยุบตัวของโพรงหินปูนใต้บาดาล ขนาดของบึงนี้ประมาณ ๑๒๕ ไร่ ภายในบึงมีบัวมีพืชน้ำ เช่น สาหร่ายข้าวเหนียว (รู้จักมั้ยครับ?) แต่ต้นไม้เจ๋งสุดคือต้นบากง อีกอย่างที่ถือเป็นชื่อเสียงของทะเลบันคือ "เขียดว้าก" เป็นเขียดน้อยน่ารักแต่ตัวคล้ายคางคกขนาดปรกติ ร้องกันว้ากๆๆๆ ทุกค่ำคืน สำหรับเขียดว้ากหากใครอยากเห็น อีกไม่นาน TalayThai.com จะขึ้นเรื่องนำเที่ยวทะเลบันให้ดูกันจ้ะ
ภาพนี้ถ่ายทางอากาศ เรียกว่าหาดูได้ยากแน่ เพราะไม่ค่อยมีใครบินผ่านไปแถวนั้น มุมมองจากด้านบนช่วยให้เราเห็นทะเลบันชัดเจน ยังเห็นบ้านพักและทางเดินริมบึง รวมถึงศูนย์นิทรรศการ ฯลฯ ที่นี่ยังเป็นจุดที่ชาวมาเลย์นิยมข้ามมาสัมมนา เพราะราคาถูกอากาศสบาย นอนได้ประชุมดีครับ
สำหรับคุณที่ไปหมู่เกาะตะรุเตา ถ้าเหมารถไปเอง แวะเข้ามาดูทะเลบันกันสักนิด หรือจะนอนค้างคืนก็ได้ ใครชอบดูนก ที่นี่มีนกให้ดูเหมือนกัน นกเงือกปากดำมีโอกาสเห็นได้ง่าย นกเงือกหัวหงอกหากมาถูกจังหวะก็เจอเหมือนกัน ยังมีนกใต้อีกหลายชนิด แต่ที่มีเยอะมากคือกบเขียดปาด เป็นสวรรค์ของสัตว์พวกนี้เลยครับ ร้องกันทั้งคืนจนผมนอนแทบไม่หลับ ใครชอบกบ เชิญจ้ะ
อ้อ...ใกล้ๆ ทะเลบันคือชายแดน ห่างออกไปแค่ ๒ กิโลเมตร ขับรถไปเที่ยวสบาย จะเดินข้ามไปซื้อของก็ได้ แต่ควรไปวันเสาร์อาทิตย์ จะได้มีของขายเยอะหน่อย
ลงใต้หนหน้า มีเวลา...อย่าลืมทะเลบันนะครับ