ฮือฮา ขุนพันธ์ แสดงปาฏิหาริย์ - มีภาพนั่งฟังพระหน้าหีบศพตนเอง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 กุมภาพันธ์ 2550 14:03 น.
นครศรีธรรมราช ฮือฮาทั่วเมืองนครฯ เผย ขุนพันธ์ แสดงปาฏิหาริย์ ครูสาวใหญ่ที่เป็นเพื่อนบ้าน รักและเคารพขุนพันธ์ถ่ายภาพขณะไปร่วมงาน กลับมีภาพหนึ่งปรากฏรูปชายชรานุ่งขาวนั่งหน้าหีบศพ ขณะถวายไทยธรรม ต่อหน้า ชวน หลีกภัย และคณะ เชื่อเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ฟังพระสวด-รับบุญ ด้านมือกดชัตเตอร์เผยถึงกับมือสั่น เอาอีกแล้วมือดีอัดภาพขายว่อนและทำเหรียญที่ระลึกราคาพุ่งหลายสิบเท่า
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครศรีธรรมราชว่า วันนี้ (21 ก.พ.) มีรายงานถึงการจัดงานพิธีพระราชทานเพลิงศพขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 8 และอดีตนายตำรวจมือปราบจอมขมังเวทชาวนครศรีธรรมราช ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 ก.พ.2550 นี้ โดยมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อครอบครัวพันธรักษ์ราชเดช และชาวนครศรีธรรมราช ที่ให้ความเคารพนับถือ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดชเป็นอย่างยิ่งนั้น
สำหรับบรรยากาศในการจัดเตรียมงานพิธีพระราชทานตามหมายกำหนดการนั้น ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (21) ที่ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ทางเจ้าหน้าที่กองพระราชพิธี ข้าราชการระดับสูงของจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งครอบครัวของ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ร่วมกันจัดพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพล และถวายสังฆทานแด่พระภิกษุ บนศาลา 100 ปี ชั้น 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลมาตั้งแต่วันที่ได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อกลางปี 2549
โดยเวลา 15.00 น.ของวันนี้ (21) ลูกหลานจะมีการเคลื่อนศพ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดชจากชั้น 2 ของศาลา 100 ปี ลงมาวางบนจิตกาธานเมรุชั่วคราวหน้าพลับพลาที่ประทับ บริเวณลานศาลา 100 ปี ก่อนที่จะมีการพระราชทานเพลิงศพในวันพรุ่งนี้ (22ก.พ.) โดยมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จมาเป็นองค์ประธานในการพระราชทานเพลิง
สำหรับเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ก.พ.) ได้มีการเปิดศพจัดพิธีสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล โดยมีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรม โดยภายในงานนั้นมีประชาชนเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
และได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้มาร่วมงาน โดยเฉพาะบนศาลา 100 ปี ชั้น 2 ดังกล่าว ซึ่งมีข้าราชการระดับสูง รวมทั้งคนใกล้ชิดกับครอบครัวของ พล.ต.ต.ขุนพันธ์มาร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอยู่นั้น ปรากฏว่ามี นางพอตา พัฒนมณี อาจารย์โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช ณ นครอุทิศ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ให้ความเคารพ พล.ต.ต.ขุนพันธ์อย่างสูงได้ใช้กล้องดิจิตอลบันทึกภาพบรรยากาศภายในบริเวณงานโดยทั่วไป รวม 24 ภาพ
แต่ปรากฏว่า เมื่อนำภาพมาดูผ่านจอแสดงภาพ มีภาพหนึ่งในจำนวน 24 ภาพ ปรากฏเป็นรูปร่างคนซึ่งมีบุคลิกเหมือนกับ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช แต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายสีขาว โดยนั่งอยู่บนตั่งหน้าหีบศพอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเมื่อผู้ที่รู้จักบุคลิกของ พล.ต.ต.ขุนพันธ์ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นภาพ พล.ต.ต.ขุนพันธ์แสดงปาฏิหาริย์ให้รับรู้ถึงการบำเพ็ญกุศลศพ
ทั้งนี้ นางพอตา พัฒนมณี อาจารย์โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช ณ นครอุทิศ ซึ่งเป็นผู้บันทึกภาพดังกล่าวได้เปิดเผยว่า ตนเองได้ใช้กล้องถ่ายภาพดิจิตอลยี่ห้อโซนี่ จำรุ่นไม่ได้ ซื้อมาในราคา 15,500 บาท ได้ใช้แฟลชขณะถ่ายภาพ และใช้โหมดถ่ายภาพกลางคืนถ่ายภาพบรรยากาศโดยทั่วไป
ในพิธีได้เริ่มจากพระสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ แล้วมีผู้ใหญ่ไปถวายปัจจัยไทยธรรมตามขั้นตอน ตนเองได้ไปบันทึกภาพ ซึ่งมีทั้ง นายชวน หลีกภัย ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์หลายคน และคนสุดท้ายที่อยู่ในภาพ คือ พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้ถวายผ้าไตรพร้อมไทยธรรม แต่สิ่งที่ปรากฏในภาพโดยเฉพาะหน้าหีบศพคือภาพของ พล.ต.ต.ขุนพันธ์ ซึ่งจำได้ถึงบุคลิกเป็นอย่างดี และเมื่อเห็นอย่างนั้นถึงกับมือไม้สั่น และนำเอากล้องไปให้กับผู้ที่อยู่ในงานดู ต่างก็ตกตะลึงและได้ดูกันเกือบทั้งงาน
นางพอตา กล่าวต่อว่า กลังจากนั้นได้ถอดเมโมรีสติกให้กับชมรมนักข่าวนครศรีธรรมราชดู และนำภาพออกไปเผยแพร่ให้ผู้ที่เคารพนับถือ พล.ต.ต.ขุนพันธ์ได้ดูกันทั่วไป ส่วนตนได้นำภาพแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่มาขอจนเป็นที่แพร่หลาย ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการตกแต่งภาพใดๆ ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นางพอตาได้แจกจ่ายภาพให้กับบุคคลโดยทั่วไปนั้น ปรากฏว่าได้มีมือดีนำภาพดังกล่าวไปอัดและนำมาวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก และในส่วนของเหรียญที่ระลึกที่ครอบครัวของ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้จัดสร้างเพื่อเป็นของที่ระลึกให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน ส่วนหนึ่งได้แจกจ่ายให้กับโรงพยาบาล และวัด เพื่อให้สถานที่เหล่านั้นจัดให้เช่าเพื่อนำรายได้เป็นการกุศล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่เดิมมีราคาเนื้อว่านเหรียญละ 300 บาท เนื้อโลหะเหรียญละ 500 บาท ได้ถีบตัวสูงขึ้นนับสิบเท่า และเป็นที่ต้องการของนักเลงพระเครื่อง และผู้ที่ต้องการเก็บไว้บูชาจำนวนมาก โดยมีข่าวว่ามีการขอเช่ากันถึงราคา 20,000 บาทต่อองค์ไปแล้ว