พุธ ม.ค. 17, 2007 12:11 pm | 0 คอมเมนต์
มาเป็นชุดๆ.... เหนื่อยแทนเลย
บัญชีดำซีพีพัวพันทุจริตกล้ายาง
โดย ผู้จัดการรายวัน 16 มกราคม 2550 21:15 น.
กระทรวงเกษตรฯ ขึ้นบัญชีดำยักษ์ซีพีห้ามร่วมงานกับรัฐหลังคตส.ชี้มูลความผิดร่วมทุจริตกล้ายาง ฝ่ายซีพีแถลงเดินหน้าสู้วันนี้ จับตาเกมซื้อเวลาด้วยการตั้งคณะกก.สอบวินัยร้ายแรงกลุ่มขรก.ที่โยงถึงปลัดกระทรวง ด้านทอท.วิ่งแจ้นกล่าวโทษแก๊งงาบซีทีเอ็กซ์-ท่อร้อยสาย ต่อคตส. ขณะที่กองทุนฟื้นฟู รุดร้องทุกข์ "ทักษิณ-ภรรยา"ประพฤติไม่ชอบซื้อที่ดินย่านรัชดา "นาม"เตรียมเซ็นตั้งอนุไต่สวน 17 ม.ค.นี้ อนุซีทีเอ็กซ์ ปิดประตู ทักษิณกลับไทย พร้อมบินไต่สวนถึงเมืองนอก
นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณี คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ(คตส.) มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน การทุจริตในโครงการขยายพื้นที่ปลูกยาง 1 ล้านไร่ว่า ทันทีที่ได้รับหนังสือจาก คตส. ทางกระทรวงเกษตรจะร้องทุกข์กล่าวโทษผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทันที โดยหลักการหน่วยงานทุกกระทรวงต้องให้ความร่วมมือกับ คตส. ในทุกกรณี
สำหรับ ข้าราชการภายในกระทรวงเกษตรฯ หลายท่านที่มีชื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว และในปัจจุบันยังปฏิบัติราชการอยู่ในกระทรวง โดยหลักการต้อง ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ทันทีเช่นกัน ในส่วนของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ เมล็ดภัณฑ์ จำกัด หากผลสรุปพบว่า เป็นบริษัทที่ทำให้โครงการของรัฐเสียหาย ตามระเบียบต้องถูกขึ้นบัญชีดำห้ามร่วมงานของรัฐต่อไป
นายรุ่งเรือง ยังกล่าวถึงกรณีที่ กรมวิชาการเกษตร ต่ออายุให้ทางบริษัทซีพี ส่งมอบกล้ายางต่อไป ว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าเมื่อทาง คตส. ได้มีความเห็นออกมาอย่างนี้แล้ว ทางกรมวิชาการเกษตร ควรชะลอเรื่องไว้ก่อน ไม่ควรขยายสัญญาให้กับทางบริษัท จากนั้นให้ทางบริษัทจ่ายค่าชดเชยตามสัญญา โดยให้ทาง สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ดำเนินงานแทนต่อไป
แหล่งข่าวจาก คตส. เปิดเผยว่า การชี้มูลความผิดของ คตส. เป็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว กระทรวงฯ ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบวินัยร้ายแรงอีก ซึ่งสังคมอาจมองว่าเป็นการยื้อเวลาของนักการเมืองผู้บริหารกระทรวงฯ เรื่องนี้ คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงเกษตรฯ สามารถพิจารณาลงโทษตามการชี้มูลความผิดของ คตส. ได้ทันที
สำหรับกลุ่มข้าราชการที่ถูก คตส. ชี้มูลความผิด นอกเหนือจาก นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร แล้ว ยังมีชื่อของนายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่อยู่ในส่วนของคณะกรรมการนโยบายและช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ส่วนคณะกรรมการกำหนดทีโออาร์ และคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูล ประกอบด้วย นายจิราโก โกศัยเสวี, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์, นายสุจินต์ แม้นเหมือน, นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์, นายสมชาย ชาญณรงค์กุล, นายสมบัติ ยั่งยืน เป็นต้น
**กรมวิชาการฯแปลกยันต่อสัญญาซีพี
ทางด้านแหล่งข่าวกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า หลังจากคตส.ชี้มูลความผิดกรณีทุจริตกล้ายางออกมาแล้ว แต่ทางผู้บริหารกรมวิชาการเกษตร กลับทำหนังสือมายังกระทรวงฯ ยืนยันการต่อสัญญากับบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด เพื่อส่งมอบกล้ายางให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้รับกล้ายาง โดยอ้างเหตุผลว่าการผิดสัญญาของเอกชนเป็นเรื่องสุดวิสัย ความจริงแล้วเรื่องนี้กรมวิชาการเกษตร ควรทำหนังสือหารือไปยัง คตส. ว่าจะต้องดำเนินต่อในเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งกรมวิชาการฯ ไม่ควรต่อสัญญา
นอกจากนั้น ยังมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งที่ควรจะถูกตรวจสอบด้วย คือ คณะกรรมการชุดที่ตรวจรับกล้ายางที่ไม่เป็นไปตามสัญญา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน
**ซีพีเตรียมแถลงข่าววันนี้
นายขุนศรี ทองย้อย รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่ ทางคณะกรรมการ การตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ หรือ คตส.มีมติรับเรื่องการทุจริตในโครงการกล้ายางว่า ทางบริษัทกำลังตั้งตัวแทน ฝ่ายกฎหมาย เข้ามาศึกษากรณีดังกล่าว โดยในวันนี้ (17 มกราคม) จะเปิดแถลงข่าว ต่อสาธารณชนว่าบริษัทจะดำเนินการต่อไป
ส่วนกรณีที่ทางกรมวิชาการเกษตร จะต่อสัญญาให้ทางบริษัทแจกกล้ายางให้เกษตรกรนั้น บริษัทเห็นว่าควรต้องให้บริษัทดำเนินการต่อไป เพราะถือว่าเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการควรจะได้รับกล้ายางทุกคน แต่อยากจะฝากให้ภาครัฐให้ความเป็นธรรมกับบริษัทด้วย เนื่องจากมีเกษตรกรบางส่วนที่ไม่ได้เสียหายจริง ทางบริษัทก็ไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ได้
**กล่าวโทษทักษิณคดีที่ดินรัชดาฯ
นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตที่คตส.ชี้มูลไปแล้ว 3 คดี คือ คดีทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 คดีท่อร้อยสายไฟฟ้าสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่ ทอท.ได้มายื่นร้องทุกข์เพิ่มเติม โดยระบุรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคตส.เรียบร้อยแล้ว โดยมีการระบุชื่อผู้ถูกกล่าวโทษคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยานายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการประพฤติมิชอบ
ดังนั้น ในวันนี้ (17ม.ค.) ตนจะลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนทั้งหมด และจะส่งหนังสือให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คดี ได้คัดค้านรายชื่อคณะอนุกรรมการไต่สวนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ และภริยา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงการแจ้งที่อยู่
ส่วนกรณีที่ คตส.ได้ชี้มูลการทุจริตการจัดซื้อกล้ายาง 90 ล้านต้น ของกรมวิชาการเกษตรนั้น ในสัปดาห์นี้ คตส.จะส่งหนังสืออย่างเป็นทางการไปถึงหน่วยงานรัฐที่เสียหายคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ให้มาร้องทุกข์โดยเร็ว
เมื่อถามถึงผลการหารือกับ พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผบ.ทบ.ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ในช่วงเช้า นายนาม กล่าวว่า มีการถามสารทุกข์สุขดิบเป็นธรรมดา และได้มอบของขวัญให้กับคตส. ซึ่งพล.อ.สนธิ เป็นสุภาพบุรุษมาก ไม่ได้เร่งรัดให้คตส.ต้องทำงานโดยเร็ว แต่ก็มีการพูดคุยกันบ้างถึงความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบในแต่ละคดี ซึ่งพล.อ.สนธิ ก็เข้าใจดี เพราะส่วนหนึ่งได้ติดตามการทำงานของคตส.จากสื่อมวลชนเป็นประจำ
เมื่อถามว่าได้มีการหารือถึงแนวทางการรับมือกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการกลับมาสู้คดีในประเทศไทยหรือไม่ นายนาม กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคมช.ว่าจะจำเป็นหรือไม่ เพราะการชี้แจงและการต่อสู้คดีทำได้หลายวิธี เช่น การชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร หรือจะมีการชี้แจงผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ก็ได้ อย่างไรก็ตาม คตส.ได้เตรียมแนวทางการที่จะให้คณะอนุกรรมการไต่สวนเดินทางไปสอบพ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศ เอาไว้ด้วย แต่เป็นเรื่องของอนาคตที่จะต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ว่าจำเป็นหรือไม่
**ยัน คตส.มีอำนาจอายัดทรัพย์
นายนาม ยังกล่าวชี้แจงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ คตส.ว่า คตส.มีอำนาจตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 30 และ คตส.ก็มีระเบียบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีการตรวจสอบและพบว่ามีความผิด คตส.ก็สามารถสรุปเรื่องและส่งอัยการฟ้องศาลได้เลย โดยไม่ต้องไปชี้แจงให้ ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ให้ทราบแต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้ถือเป็นอำนาจของคตส.อยู่แล้ว
"เช่นเดียวกัน ในเรื่องของการอายัดทรัพย์สินนั้นก็ถือเป็นอำนาจโดยตรงของคตส.เช่นกัน เนื่องจากในประกาศ คปค.ฉบับที่30 ได้ให้อำนาจแก่คตส.ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอำนาจของตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ของ ปปง. ที่สามารถอายัดทรัพย์ได้ ซึ่งการใช้อำนาจคตส.ในส่วนนี้สามารถขอความร่วมมือไปยังปปง.หรือสามารถใช้อำนาจเองได้เองทันที ที่คตส.ตรวจพบว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินอย่างผิดกฎหมาย โดยที่ไม่ต้องไปขอความเห็นจากคมช."
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา มีความพยายามจะหารือกันระหว่าง พล.อ.สนธิ กับ คตส. โดยพล.อ.สนธิ ได้เดินทางมาถึงถนนหน้าอาคารสตง.แล้ว แต่พบว่ามีสื่อมวลชนดักรอทำข่าวจำนวนมาก ทำให้พล.อ.สนธิ เปลี่ยนใจ และนัดให้ 3 คตส.เข้าพบในเช้าวันที่ 16 ม.ค.แทน คาดว่าจะหารือถึงแนวทางการเตรียมรับมือกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการกลับเข้าประเทศ โดยอ้างว่าจะต่อสู้คดีที่คตส.กำลังสอบสวนอยู่ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบ รวมถึงปัญหาที่หน่วยงานรัฐไม่ให้ความร่วมมือ
ทางด้านพล.อ.สนธิ เปิดเผยถึงการพบปะกับ คตส.ว่า ความจริงตนจะเดินทางไปสวัสดีปีใหม่ แต่ท่านบอกว่าไม่ต้องไป และท่านก็ได้เดินทางมาหา ก็ได้มีการพูดคุยกัน โอกาสนี้ ท่านก็ได้เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าในการปฏิบัติงาน ซึ่งมีเยอะมาก และมีความคืบหน้าไปมากแล้ว
"ผมได้บอกกับคตส.ว่า หากคดีเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใด แล้วมีปัญหาขอให้เขาบอกมา แต่ขณะนี้ยังไม่มี ซึ่งมีหน่วยงานรัฐให้ความร่วมมืออย่างดี ทั้งนี้เราไม่สามารถเข้าไปชี้นำการทำงานของ คตส.ได้ เพราะเราไม่มีความสามารถ ซึ่งสิ่งที่ทำได้คือ ติดตามการทำงาน ยอมรับว่าขณะนี้เราเป็นฝ่ายตั้งรับ เพราะข้อมูลบางเรื่องไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อการสืบสวนสอบสวน แต่เชื่อว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้น"ประธาน คมช.กล่าว
**เอ็มดี ทอท.แจ้นกล่าวโทษแก๊งงาบซีทีเอ็กซ์
ด้านนายอำนวย ธันธรา หนึ่งในคณะกรรมการ คตส.ในฐานะผู้รับผิดชอบการตรวจสอบโครงการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 เปิดเผยว่า นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.ได้เข้ามายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นครั้งที่สอง โดยมีการระบุรายชื่อผู้ที่ถูกกล่าวหาไว้ชัดเจนแล้ว จึงถือว่าการร้องทุกข์กล่าวโทษได้ครบสมบูรณ์แล้ว ทำให้คตส.สามารถตั้งอนุกรรมการไต่สวนได้
สำหรับขั้นตอนต่อไปคือ อนุกรรมการไต่สวน จะส่งรายชื่อผู้ที่ถูกกล่าวหาให้มาทำการคัดค้าน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการแก้ข้อกล่าวหา โดยส่วนตัวรู้สึกหนักใจในเรื่องระยะเวลาในการทำงาน เพราะสำนวนของอนุกรรมการตรวจสอบที่สรุปในเบื้องต้น สามารถรวบรวมข้อมูลได้เพียง 80% ยังมีประเด็นที่ต้องรวบรวมเพิ่มเติม โดยตนต้องการให้มีข้อมูลครบ 100% เพราะไม่อยากให้เป็นจุดอ่อนให้ผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้ในชั้นศาลได้
"สำหรับประเด็นที่ต้องการรวบรวมเพิ่มเติมนั้น เป็นข้อมูลเกี่ยวกับบางบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคณะอนุกรรมการต้องการทราบความเป็นมาของบริษัทดังกล่าว แต่จะต้องขอความร่วมมือผ่านทางอัยการสูงสุด ตามสนธิ ความร่วมมือระหว่างประเทศในคดีอาญาเพื่อประสานให้รัฐบาลสหรัฐฯ สอบสวนในประเด็นที่เราต้องการ โดยตนได้ร่างหนังสือ และประเด็นคำถามเอาไว้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าทางรัฐบาลสหรัฐฯ จะสอบสวนให้ได้เมื่อใด และจะใช้เวลานานเท่าใดด้วย"นายอำนวย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ด ทอท.แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อมติเสียงข้างมาก ของคณะกรรมการบริหารทอท.ที่มีมติให้ทอท.ไปกล่าวโทษกับคตส.โดยไม่ยอมระบุชื่อบุคคล ที่มีความผิดทั้งสองคดี ที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.คมนาคม ที่ถูกคตส.ตั้งข้อกล่าวหา
แหล่งข่าวจาก คตส.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ อนุกรรมการได้มีมติชี้มูลความผิดไปที่ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตรงจากกรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 และ การซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ระหว่างกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันทางการเงิน กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการ ได้มีการหารือกันตลอด ตั้งแต่รับทั้งสองเรื่องมาพิจารณาแล้วว่า จะต้องเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ มาชี้แจงต่อคตส.ในขั้นตอนการตรวจสอบด้วยตัวเองหรือไม่ โดยระหว่างช่วงนั้นคณะอนุกรรมการมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ มาชี้แจง
ทั้งนี้ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า ถ้าคตส.มีมติให้เชิญอดีตนายกฯมาชี้แจง อาจจะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นได้ และเห็นว่าแม้จะเชิญมา ก็เชื่อว่าคำตอบที่ได้ก็ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของคตส.มากนัก ดังนั้นจึงมติไม่เชิญมาชี้แจงด้วยตัวเองในขั้นตอนดังกล่าว เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ สามารถใช้สิทธิในการแก้ข้อกล่าวหาในขั้นตอนของการไต่สวนได้อยู่แล้ว และไม่มีผลกระทบต่อรูปคดีต่อไป เมื่อถึงขั้นตอนการต่อสู้ในชั้นศาล
"กรณีนี้ต่างกับการที่คณะอนุกรรมการตรวสอบการซื้อขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ได้มีมติเชิญ นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร มาชี้แจงเรื่องการซื้อขายหุ้นของบริษัทแอมเพิลริช อินเวสต์เม้นต์ จำกัด เพราะทั้งสองถือว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงจากการซื้อขาย และมีการรายงานการซื้อขายไปยังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ในฐานะกรรมการบริษัทจึงผู้ที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ทำให้อนุกรรมการมีความจำเป็นอย่างสูงที่ต้องเชิญทั้งสองคนมาชี้แจง เพื่อให้สำนวนมีความครบถ้วนในทุกด้าน"แหล่งข่าว คตส.กล่าว