นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์
- nano
- Verified User
- โพสต์: 447
- ผู้ติดตาม: 0
นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์
โพสต์ที่ 1
เป็นความรู้เกี่ยวเนื่องกับการที่เราใช้สายตาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
คัดลอกจากวารสารเพื่อความรู้และการซื้อขายคอมพิวเตอร์Pantip guide
ฉบับที่ 28 ปีที่ 27 ประจำเดือนพฤษจิกายน-ธันวาคม 2549
โดยได้รับอภินันทนาการฟรีจากพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ ขอขอบคุณครับ
นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์
สาเหตุอันใดที่นัยน์ตาต้องเจ็บปวดและอาการที่เกิดกับในตา ในระหว่างทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ศึกษาวิธีป้องกันและดูแลรักษา เพื่อสุขภาพตาของคุณ
จากที่เราๆท่านๆต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แน่นอนย่อมมีผลกับนัยน์ตา ซึ่งมักจะมีอาการปวดตาสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งจักษุแพทย์ได้พบว่ามีหลายๆสาเหตุที่ทำให้นัยน์ตาต้องเสี่ยงภัยจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นผลทำให้เกิดอาการปวดตาพอจะแจกแจงได้ดังนี้
* ความเสี่ยงภัยจากการใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นหนทางที่เกิดอันตรายกับนัยน์ตา
* ความไม่พอเพียงหรืออันตรายที่เกิดจากแสงและสภาพบนจอภาพ
* สภาพนัยน์ตาที่แย่อยู่ก่อนแล้ว รวมทั้งสภาพการทำงาน
* การใช้นัยน์ตาเพ่งมองหรือจ้องมองเค้นของนัยน์ตา
ลักษณะการทำงานของนัยน์ตา
สาเหตุที่พบบ่อยในการที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยตาหรือปวดตา นั่นก็คือการที่เราพยายามใช้นัยน์ตาในการมองภายใต้สภาวะที่เสี่ยงภัยหรือเป็นอันตรายกับนัยน์ตา การทำงานของนัยน์ตาถูกควบคุมโดยกล้ามเนื้อตา ซึ่งกล้ามเนื้อจะทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและรัดเกร็ง สำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่พยายามใช้นัยน์ตาในการมองแต่ละวันนั้นคุณอาจจะต้องตกใจว่านัยน์ตานั้นมีการเคลื่อนไหวไปมาประมาณ 30,000 ครั้งต่อวัน กล้ามเนื้อตาที่ถูกใช้ในการมองข้อความบนกระดาษหน้าหนึ่ง การกระตุกของจอภาพ การปรับสายตาในการสิ่งต่างๆหรือเปลี่ยนโฟกัสในการมองและกลับมามองที่หน้าจออีกครั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของกล้ามเนื้อตาทั้งสิ้น
การพิมพ์ตัวอักษรที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ในสภาพการทำงานที่หลอดไฟในห้องมีความสว่างมากเกินไป ทำให้จอภาพของคุณมองไม่ชัดเหมือนหมอกมาบดบังอยู่หน้าจอ นั้นเกิดจากการสะท้อนของแสงที่ตกกระทบกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้ต้องมีการเพ่งไปที่จอภาพเป็นระยะเวลานาน ในการทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการเคลื่อนโฟกัสของสายตาที่จ้องมองบนจอภาพ เพื่อทำการอ่านข้อความบนจอภาพ ซึ่งได้จากการพิมพ์ลงไปบนคีย์บอร์ด จากสาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยตา หรือปวดตานั้น ยังไม่อาจบอกแน่นอนว่าเป็นสาเหตุใดที่แท้จริง บางอาการก็เกิดจากความเครียดกับการทำงานหรือการติดเชื้อ ฉนั้นเราจึงไม่ควรรีรอในการปรึกษาหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษานัยน์ตาหรือจักษุแพทย์
(มีต่อ)
คัดลอกจากวารสารเพื่อความรู้และการซื้อขายคอมพิวเตอร์Pantip guide
ฉบับที่ 28 ปีที่ 27 ประจำเดือนพฤษจิกายน-ธันวาคม 2549
โดยได้รับอภินันทนาการฟรีจากพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ ขอขอบคุณครับ
นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์
สาเหตุอันใดที่นัยน์ตาต้องเจ็บปวดและอาการที่เกิดกับในตา ในระหว่างทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ศึกษาวิธีป้องกันและดูแลรักษา เพื่อสุขภาพตาของคุณ
จากที่เราๆท่านๆต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แน่นอนย่อมมีผลกับนัยน์ตา ซึ่งมักจะมีอาการปวดตาสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งจักษุแพทย์ได้พบว่ามีหลายๆสาเหตุที่ทำให้นัยน์ตาต้องเสี่ยงภัยจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นผลทำให้เกิดอาการปวดตาพอจะแจกแจงได้ดังนี้
* ความเสี่ยงภัยจากการใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นหนทางที่เกิดอันตรายกับนัยน์ตา
* ความไม่พอเพียงหรืออันตรายที่เกิดจากแสงและสภาพบนจอภาพ
* สภาพนัยน์ตาที่แย่อยู่ก่อนแล้ว รวมทั้งสภาพการทำงาน
* การใช้นัยน์ตาเพ่งมองหรือจ้องมองเค้นของนัยน์ตา
ลักษณะการทำงานของนัยน์ตา
สาเหตุที่พบบ่อยในการที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยตาหรือปวดตา นั่นก็คือการที่เราพยายามใช้นัยน์ตาในการมองภายใต้สภาวะที่เสี่ยงภัยหรือเป็นอันตรายกับนัยน์ตา การทำงานของนัยน์ตาถูกควบคุมโดยกล้ามเนื้อตา ซึ่งกล้ามเนื้อจะทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและรัดเกร็ง สำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่พยายามใช้นัยน์ตาในการมองแต่ละวันนั้นคุณอาจจะต้องตกใจว่านัยน์ตานั้นมีการเคลื่อนไหวไปมาประมาณ 30,000 ครั้งต่อวัน กล้ามเนื้อตาที่ถูกใช้ในการมองข้อความบนกระดาษหน้าหนึ่ง การกระตุกของจอภาพ การปรับสายตาในการสิ่งต่างๆหรือเปลี่ยนโฟกัสในการมองและกลับมามองที่หน้าจออีกครั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของกล้ามเนื้อตาทั้งสิ้น
การพิมพ์ตัวอักษรที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ในสภาพการทำงานที่หลอดไฟในห้องมีความสว่างมากเกินไป ทำให้จอภาพของคุณมองไม่ชัดเหมือนหมอกมาบดบังอยู่หน้าจอ นั้นเกิดจากการสะท้อนของแสงที่ตกกระทบกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้ต้องมีการเพ่งไปที่จอภาพเป็นระยะเวลานาน ในการทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการเคลื่อนโฟกัสของสายตาที่จ้องมองบนจอภาพ เพื่อทำการอ่านข้อความบนจอภาพ ซึ่งได้จากการพิมพ์ลงไปบนคีย์บอร์ด จากสาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยตา หรือปวดตานั้น ยังไม่อาจบอกแน่นอนว่าเป็นสาเหตุใดที่แท้จริง บางอาการก็เกิดจากความเครียดกับการทำงานหรือการติดเชื้อ ฉนั้นเราจึงไม่ควรรีรอในการปรึกษาหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษานัยน์ตาหรือจักษุแพทย์
(มีต่อ)
- nano
- Verified User
- โพสต์: 447
- ผู้ติดตาม: 0
นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์
โพสต์ที่ 2
อาการที่นัยน์ตาถูกใช้อย่างหักโหม
การมองเห็นสี
เมื่อมีการจ้องดูที่จอเป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งตัวอักษรบนจอมีการแสดงสีเป็นสีเขียวบนพื้นจอดำ คุณจะรู้สึกว่าการมองเห็นสีนั้นยากขึ้น เมื่อคุณมองไปที่อื่นหลังจากที่มองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ปรากฎการเช่นนี้ถูกเรียกว่า " The McCulloch afterimage " ที่เกิดจากปริมาณของสีเคมีพิเศษที่อยู่ในเรตินาลดลง อย่างไรก็ตามนัยน์ก็จะสร้างสีให้เกิดใหม่ได้อย่างไม่ช้าหลังจากที่สีเคมีดังกล่าวขาดหายไปชั่วขณะหนึ่ง
การมองเห็นภาพซ้อน
การมองเห็นภาพซ้อนเกิดจากกล้ามเนื้อตาที่ควบคุมการรวมกันของภาพที่จุดๆเดียวที่ตาทั้งสองข้างจะรวมภาพที่จุดๆหนึ่ง แต่เมื่อมีบางสิ่งมาอยู่ใกล้ๆกับจุดโฟกัสนั้น เมื่อเราพยายามมองก็จะทำให้เกิดเป็นภาพซ้อนกัน ซึ่งมักพบได้บ่อยๆ ภาพที่เห็นซ้อนๆกันนี้บางครั้งก็ไม่รู้สึกหรือไม่เกิดขึ้นโดยตรง แต่จะรู้สึกปวดหัว หรือเกิดอาการล้านัยน์ตา ภาพซ้อนก็เป็นอาการหนึ่งของความเครียดทางสุขภาพนัยน์ตาเช่นกัน ถ้าพบว่าเห็นภาพซ้อนปรากฏทันที หรือเป็นอยู่เรื่อยๆ คุณควรจะไปพบหรือปรึกษากับจักษุแพทย์ทันที
ปัญหาจากโฟกัส
เมื่อกล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary) เกิดอาการหล้าหรือตึงเครียด ซึ่งกล้ามเนื้อ ciliary เป็นกล้ามเนื้อที่มีความสัมพันธ์ระหว่าง ciliary body กับโครงสร้างของตาโดย ciliary body จะมีลักษณะเหมือนกับเยื่อหุ้มหลอดเลืยดที่มีความหนาอยู่ระหว่างส่วนที่เรียกว่า คอรอยด์ (choriod) และ ม่านตา (iris) ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อซิเลียรีเกิดอาการดังกล่าว ก็จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นจุดโฟกัสของภาพนั้นได้อย่างสมบูรณ์ อาการที่เกิดขึ้นกับนัยน์ตาที่เมื่อยล้า หรือเกิดจากการเค้นจอง จะทำให้ความสามารถในการกำหนดโฟกัสของสายตาแย่ลง ในส่วนของกล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary) หากต้องถูกใช้งานอย่างหนักโดยการทำงานอยางซ้ำๆ เพื่อเลื่อนโฟกัสไปตามตัวอักษรที่พิมพ์หรือกวาดสายตาตามตัวอักษรที่พิมพ์บนจอภาพ หรือการที่พยายามมองอยู่ที่โฟกัสเดิมเป็นเวลานาน ๆ ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการหล้า และอาจทำให้สายตาหรือกล้ามเนื้อส่วนนี้เสียไปด้วย
อาการปวดหัว
เมื่อคุณต้องใช้สายตาอย่างหนักโดยการเค้น หรือจ้องมองเขม็งเป็นเวลานาน ๆ บนจอคอมพิวเตอร์ คุณก็อาจเกิดอาการปวดหัว ซึ่งคอมพิวเตอร์กับอาการปวดหัวนั้นเกิดจากความเครียด ที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อบริเวณคอ และบริเวณศรีษะเกิดความตึงเครียด และที่พบได้ทั่ว ๆ ไปก็คือ ส่วนของขมับ อาการปวดหัวนี้อาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่เกิดจากความเมื่อยล้าของดวงตา แต่เป็นผลข้างเคียงจากการพยายามในการจ้องมองในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หรือจากการพยายามที่จะมองตำแหน่งนั้น ๆ หรือเอียงศรีษะเพื่อที่จะมองให้เห็นทั้งสองจุดโฟกัสที่อยู่ในตำแหน่งที่คงที่ หรือกำลังเคลื่อนที่ ล้วนแล้วแต่ทำให้กล้ามเนื้อสายตาเกิดอาการล้า กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ควบคุมโดยตรง "กล้ามเนื้อควบคุมม่านตา (iris) ซึ่งควบคุมการผ่านเข้าของแสง และ "กล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary)" ที่ควบคุมการทำงานของเลนส์ เพื่อที่จะทำการเปลี่ยนระยะของโฟกัส หรือทำการปรับโฟกัสของเลนส์ หากสายตาของคุณมีโฟกัสที่สั้น หรือสายตาสั้น ก็จะทำให้คุณปวดหัว และมีอาการเมื่อยล้านัยน์ตาได้ง่าย
(มีต่อ)
การมองเห็นสี
เมื่อมีการจ้องดูที่จอเป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งตัวอักษรบนจอมีการแสดงสีเป็นสีเขียวบนพื้นจอดำ คุณจะรู้สึกว่าการมองเห็นสีนั้นยากขึ้น เมื่อคุณมองไปที่อื่นหลังจากที่มองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ปรากฎการเช่นนี้ถูกเรียกว่า " The McCulloch afterimage " ที่เกิดจากปริมาณของสีเคมีพิเศษที่อยู่ในเรตินาลดลง อย่างไรก็ตามนัยน์ก็จะสร้างสีให้เกิดใหม่ได้อย่างไม่ช้าหลังจากที่สีเคมีดังกล่าวขาดหายไปชั่วขณะหนึ่ง
การมองเห็นภาพซ้อน
การมองเห็นภาพซ้อนเกิดจากกล้ามเนื้อตาที่ควบคุมการรวมกันของภาพที่จุดๆเดียวที่ตาทั้งสองข้างจะรวมภาพที่จุดๆหนึ่ง แต่เมื่อมีบางสิ่งมาอยู่ใกล้ๆกับจุดโฟกัสนั้น เมื่อเราพยายามมองก็จะทำให้เกิดเป็นภาพซ้อนกัน ซึ่งมักพบได้บ่อยๆ ภาพที่เห็นซ้อนๆกันนี้บางครั้งก็ไม่รู้สึกหรือไม่เกิดขึ้นโดยตรง แต่จะรู้สึกปวดหัว หรือเกิดอาการล้านัยน์ตา ภาพซ้อนก็เป็นอาการหนึ่งของความเครียดทางสุขภาพนัยน์ตาเช่นกัน ถ้าพบว่าเห็นภาพซ้อนปรากฏทันที หรือเป็นอยู่เรื่อยๆ คุณควรจะไปพบหรือปรึกษากับจักษุแพทย์ทันที
ปัญหาจากโฟกัส
เมื่อกล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary) เกิดอาการหล้าหรือตึงเครียด ซึ่งกล้ามเนื้อ ciliary เป็นกล้ามเนื้อที่มีความสัมพันธ์ระหว่าง ciliary body กับโครงสร้างของตาโดย ciliary body จะมีลักษณะเหมือนกับเยื่อหุ้มหลอดเลืยดที่มีความหนาอยู่ระหว่างส่วนที่เรียกว่า คอรอยด์ (choriod) และ ม่านตา (iris) ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อซิเลียรีเกิดอาการดังกล่าว ก็จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นจุดโฟกัสของภาพนั้นได้อย่างสมบูรณ์ อาการที่เกิดขึ้นกับนัยน์ตาที่เมื่อยล้า หรือเกิดจากการเค้นจอง จะทำให้ความสามารถในการกำหนดโฟกัสของสายตาแย่ลง ในส่วนของกล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary) หากต้องถูกใช้งานอย่างหนักโดยการทำงานอยางซ้ำๆ เพื่อเลื่อนโฟกัสไปตามตัวอักษรที่พิมพ์หรือกวาดสายตาตามตัวอักษรที่พิมพ์บนจอภาพ หรือการที่พยายามมองอยู่ที่โฟกัสเดิมเป็นเวลานาน ๆ ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการหล้า และอาจทำให้สายตาหรือกล้ามเนื้อส่วนนี้เสียไปด้วย
อาการปวดหัว
เมื่อคุณต้องใช้สายตาอย่างหนักโดยการเค้น หรือจ้องมองเขม็งเป็นเวลานาน ๆ บนจอคอมพิวเตอร์ คุณก็อาจเกิดอาการปวดหัว ซึ่งคอมพิวเตอร์กับอาการปวดหัวนั้นเกิดจากความเครียด ที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อบริเวณคอ และบริเวณศรีษะเกิดความตึงเครียด และที่พบได้ทั่ว ๆ ไปก็คือ ส่วนของขมับ อาการปวดหัวนี้อาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่เกิดจากความเมื่อยล้าของดวงตา แต่เป็นผลข้างเคียงจากการพยายามในการจ้องมองในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หรือจากการพยายามที่จะมองตำแหน่งนั้น ๆ หรือเอียงศรีษะเพื่อที่จะมองให้เห็นทั้งสองจุดโฟกัสที่อยู่ในตำแหน่งที่คงที่ หรือกำลังเคลื่อนที่ ล้วนแล้วแต่ทำให้กล้ามเนื้อสายตาเกิดอาการล้า กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ควบคุมโดยตรง "กล้ามเนื้อควบคุมม่านตา (iris) ซึ่งควบคุมการผ่านเข้าของแสง และ "กล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary)" ที่ควบคุมการทำงานของเลนส์ เพื่อที่จะทำการเปลี่ยนระยะของโฟกัส หรือทำการปรับโฟกัสของเลนส์ หากสายตาของคุณมีโฟกัสที่สั้น หรือสายตาสั้น ก็จะทำให้คุณปวดหัว และมีอาการเมื่อยล้านัยน์ตาได้ง่าย
(มีต่อ)
- nano
- Verified User
- โพสต์: 447
- ผู้ติดตาม: 0
นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์
โพสต์ที่ 3
ป้องกันและบรรเทาอาการปวดตา
คุณสามารถที่จะป้องกันอาการปวดตาด้วยตัวคุณเอง โดยการเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์, สภาพแวดล้อมต่าง ๆ และบางครั้งอาจจะต้องทำตามตัวอย่างต่อไปนี้
หยุดพักสายตา
หยุดพักหรือเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานใหม่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประสาทตา The National Intitute of Occupational Safty and Health( NIOSH) ได้มีการแนะนำหยุดพักสายตา โดยจะหยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาทีทุก ๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งจัดว่าเป็นระดับปานกลาง สำหรับการทำงานที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า The Video Display Terminal ( VDT ) หรือหยุดพักทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อลดการเสี่ยงภัยจากจอภาพ ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็ได้แนะนำว่าควรจะมีการหยุดพักบ่อย ๆ โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงนิดหน่อย
หลีกเลี่ยงจากต้นเหตุ
เมื่อลุกจากตำแหน่งที่กำลังทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ระหว่างนั้นก็เป็นการหยุดพัก โดยหลับตา หรือทำการบริหารตา เพื่อให้นัยน์ได้พัก และ ช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้
หลีกเลี่ยงการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่ต้องทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และก็มีการหยุดพักสายตาบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน จึงมักไม่ค่อยมีปัญหากับดวงตามากนัก
พักผ่อน
นัยน์ตาที่ต้องจ้องเพ่งควรมีการฝึกการหยุดเพ่งสายตา หรือจ้องมองเป็นเวลานาน ๆ วิธีที่ดีที่สุดคงจะเป็นการล้มตัวลงนอน และหลับตาเพียง 2-3 เวลาและปิดไฟ วางผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ไว้บนเปลือกตา พักผ่อน และไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด ๆ
ควบคุมความสว่างและจอภาพ
การควบคุมความสว่างภายในสภาพแวดล้อมการทำงานก็นับว่าจำเป็น ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวด หรือเมื่อยล้าตาได้ ลดการเพ่งมอง การสะท้อนของแสงต่าง ๆ และความไม่เพียงพอของแสงในการอ่านตัวอักษร โดยคุณจะต้องปรับความสว่างที่จอคอมพิวเตอร์ให้มีความสว่างที่พอดี ซึ่งหากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า และจอภาพก็มีความสว่างมากก็ยิ่งส่งผลเสียให้กับดวงตาได้ง่ายและรวดเร็ว คุณจะรู้สึกว่ามีอาการปวดร้าวดวงตาเร็ว และแสบตาอย่างรุนแรง ดังนั้นควรควบคุมความสว่างจากสภาพแวดล้อม และที่จอคอมพิวเตอร์ด้วย เพื่อสุขภาพของคุณ
ขยายพื้นที่ในการทำงาน
ในระหว่างที่มีการกวาดสายตาเพื่อทำการอ่านข้อความบนจอคอมพิวเตอร์นั้น ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าตา และปวดตาได้ง่าย ถ้าหากว่าระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน เช่น ในขณะพิมพ์ตัวอักษรให้ปรากฏบนจอภาพ ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากนัยน์ตาประมาณ 18-24 นิ้ว และระดับของสายตาในการมองควรจะทำมุม 15 องศากับแนวนอน
นัยน์ตาแห้งไร้ความชุ่มชื้น
นัยน์ตาที่แห้งพบบ่อยกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเหตุจากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา ดังนั้น ดวงตาก็อาจจะเสีย และเกิดอาการเมื่อยล้าและปวดได้ง่าย ในภาวะที่นัยน์ตาแห้งและเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตา จะเป็นภาระที่หนักมากสำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์
( มีต่อ)[/b]
คุณสามารถที่จะป้องกันอาการปวดตาด้วยตัวคุณเอง โดยการเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์, สภาพแวดล้อมต่าง ๆ และบางครั้งอาจจะต้องทำตามตัวอย่างต่อไปนี้
หยุดพักสายตา
หยุดพักหรือเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานใหม่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประสาทตา The National Intitute of Occupational Safty and Health( NIOSH) ได้มีการแนะนำหยุดพักสายตา โดยจะหยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาทีทุก ๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งจัดว่าเป็นระดับปานกลาง สำหรับการทำงานที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า The Video Display Terminal ( VDT ) หรือหยุดพักทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อลดการเสี่ยงภัยจากจอภาพ ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็ได้แนะนำว่าควรจะมีการหยุดพักบ่อย ๆ โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงนิดหน่อย
หลีกเลี่ยงจากต้นเหตุ
เมื่อลุกจากตำแหน่งที่กำลังทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ระหว่างนั้นก็เป็นการหยุดพัก โดยหลับตา หรือทำการบริหารตา เพื่อให้นัยน์ได้พัก และ ช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้
หลีกเลี่ยงการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่ต้องทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และก็มีการหยุดพักสายตาบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน จึงมักไม่ค่อยมีปัญหากับดวงตามากนัก
พักผ่อน
นัยน์ตาที่ต้องจ้องเพ่งควรมีการฝึกการหยุดเพ่งสายตา หรือจ้องมองเป็นเวลานาน ๆ วิธีที่ดีที่สุดคงจะเป็นการล้มตัวลงนอน และหลับตาเพียง 2-3 เวลาและปิดไฟ วางผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ไว้บนเปลือกตา พักผ่อน และไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด ๆ
ควบคุมความสว่างและจอภาพ
การควบคุมความสว่างภายในสภาพแวดล้อมการทำงานก็นับว่าจำเป็น ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวด หรือเมื่อยล้าตาได้ ลดการเพ่งมอง การสะท้อนของแสงต่าง ๆ และความไม่เพียงพอของแสงในการอ่านตัวอักษร โดยคุณจะต้องปรับความสว่างที่จอคอมพิวเตอร์ให้มีความสว่างที่พอดี ซึ่งหากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า และจอภาพก็มีความสว่างมากก็ยิ่งส่งผลเสียให้กับดวงตาได้ง่ายและรวดเร็ว คุณจะรู้สึกว่ามีอาการปวดร้าวดวงตาเร็ว และแสบตาอย่างรุนแรง ดังนั้นควรควบคุมความสว่างจากสภาพแวดล้อม และที่จอคอมพิวเตอร์ด้วย เพื่อสุขภาพของคุณ
ขยายพื้นที่ในการทำงาน
ในระหว่างที่มีการกวาดสายตาเพื่อทำการอ่านข้อความบนจอคอมพิวเตอร์นั้น ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าตา และปวดตาได้ง่าย ถ้าหากว่าระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน เช่น ในขณะพิมพ์ตัวอักษรให้ปรากฏบนจอภาพ ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากนัยน์ตาประมาณ 18-24 นิ้ว และระดับของสายตาในการมองควรจะทำมุม 15 องศากับแนวนอน
นัยน์ตาแห้งไร้ความชุ่มชื้น
นัยน์ตาที่แห้งพบบ่อยกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเหตุจากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา ดังนั้น ดวงตาก็อาจจะเสีย และเกิดอาการเมื่อยล้าและปวดได้ง่าย ในภาวะที่นัยน์ตาแห้งและเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตา จะเป็นภาระที่หนักมากสำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์
( มีต่อ)[/b]
- nano
- Verified User
- โพสต์: 447
- ผู้ติดตาม: 0
นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์
โพสต์ที่ 6
ขอแก้ไข : GLASS FILTER จะเคลือบสาร CARBON กระจกจึงออกสีเทาดำ
ที่จริงแล้วผมจำสับสน สาร CARBON จะเคลือบป้องกัน E-Tronที่จะสะท้อนออกจากจอภาพด้านในเครื่อง แต่ให้ยิงออกเฉพาะที่หน้าจอภาพ
ส่วนสารที่เคลือบ GLASS FILTER ไม่ทราบว่าฉาบด้วยอะไร ใครรู้ช่วยบอกด้วย ขอบคุณครับ
......................................ต่อ.......................
Myopia
ภาวะสายตาสั้น เป็นภาวะที่ไม่สามารถมองเห็นวัตถุในระยะที่ตั้งไว้ไกลเกินจากโฟกัสของสายตา โดยที่จุดโฟกัสของภาพที่มองตกก่อนที่จะถึงจอรับภาพของนัยน์ตา คนที่สายตาสั้นบางคนเท่านั้นที่อาจจะไม่ต้องอาศัยแว่นตา และทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบาย แต่เมื่อเกิดภาวะสายตาสั้นมากขึ้น ก็จะปรากฏท่าทางที่บ่งบอกว่านัยน์ตานั้นเริ่มแย่แล้ว โดยจะนั่งใกล้ติดกับจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป และอาจจะเกิดผลอย่างอื่นตามมาอีก
Hyperopia
ภาวะสายตายาวนี้จะมองเห็นได้ดีในระยะไกลโดยไม่ต้องอาสัยแว่นตา แต่จะมีผลกับการทำงานบ้าง ซึ่งโฟกัสที่ได้จากวัตถุในระยะไกลจะมองเห็นได้ดี แต่ถ้าเป็นการมองวัตถุใกล้ ๆ นัยน์ตาจะต้องพยายามจับโฟกัสของวัตถุนั้น ฉะนั้นเมื่อต้องดูคำที่เขียนบนจอภาพ ก็จำเป็นต้องใช้สายตามองในระยะที่พอประมาณ คนที่สายตายาวจึงต้องพยายามใช้สายตาในการมองในระยะที่ใกล้ จึงทำให้เกิดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาหรือปวดตาได้
Astigmatism
ภาวะตาพร่านี้จะเกิดจากการผิดปกติของเลนส์ตาที่มีส่วนโค้งผิดปกติ ซึ่งเมื่อมองแล้วจะทำให้เกิดอาการเบลอ ไม่เกี่ยวกับระยะของวัตถุ โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ปัญหาของภาวะสายตาสั้นหรือสายตายาว และภาวะตาพร่านั้น เมื่อถูกสะสมไว้ก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆตามมา
Presbyopia
ภาวะนี้เป็นการสูญเสียความสามารถของโฟกัสไปตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมไปตามอายุของคนเรา โดยจุดโฟกัสของภาพที่มองเห็นตกเลยจอรับภาพ(เรตินา) และได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งภาวะนี้อาจจะทำให้เกิดอาการปวดคอ เมื่อทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ การแก้ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะต้องอาศัยแว่นตา เพื่อให้ได้ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างสายตากับจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยทั่ว ๆ ไปผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จ้องมองแต่หน้าจอเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็มักจะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าเกร็งกล้ามเนื้อตา เพื่อให้ได้โฟกัสและทิศทางของสายตาที่จ้องมอง ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มักจะกวาดสายตาในทิศทางที่ซ้ำ ๆในขณะทำงาน จึงก่อให้เกิดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตาได้ง่าย
แสงสว่างที่จ้ามากสำหรับนัยน์ตาและระยะของวัตถุ รวมทั้งการจับโฟกัสของสายตา ในภาวะสายตาสั้น นัยน์ตาจะต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อมองภาพในระยะทีไกล ส่วนใหญ่แล้วจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่สว่างมาก จะช่วยลดความรุนแรงที่เกิดกับนัยน์ตาได้ ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มักจะทำงานอยู่ในบรรยากาศที่แห้ง ๆ ซึ่งควรจะมีการกระพริบตาบ่อย ๆ เพื่อที่จะลดภาวะที่เป็นอันตรายกับนัยน์ตา
อาการเตือนเมื่อต้องการแว่นตา
องค์การที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับนัยน์ตา The American Optometric Association( AOA ) ได้กล่าวว่าอาการที่เกิดจากการเมื่อยล้านัยน์ตาของคุณ อาจจะเป็นดังนี้
* อาการปวดศรีษะบ่อย ๆ
* อาการเบลอ หรือเมื่อยล้านัยน์ตา
* การมองเห็นที่มัวพร่า
* ความถี่ในการเกิดอุบัติเหตุ
* ทำการจอดรถได้ยาก
* อ่านหนังสือพิมพ์หรือตัวอักษรเล็ก ๆ ได้ยาก
* เล่นกีฬาแย่ลง
*ลดความสนใจในการทำงาน
การทดสอบสายตา
องค์การ AOA ได้แนะนำให้มีการตรวจสอบ หรือทดสอบนัยน์ตา ก่อนที่จะทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และ ติดตามผลการทดลองทุก ๆ ปี จากตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพตาพบว่า องค์ประกอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับสุขภาพนัยน์ตาก็คือ การทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าองค์ประกอบอื่น ๆ จะไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพตาก็เริ่มมีการต่อต้านเกี่ยวกับการทำงานที่ใกล้เกินไปกับจอคอมพิวเตอร์ และการทำงานที่ต้องใส่แว่นตา
แว่นตากับคอนแทคเลนส์
แว่นตาและคอนแทคเลนส์อาจจะก่อให้เกิดปัญหาเฉพาะอย่างในขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ อาทิ เช่น แว่นตาที่มีทั้งเลนส์มองระยะใกล้และระยะไกล ( bifocal ),trifocal และคอนแทคเลนส์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาโดยตรงสำหรับใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่มีการใส่คอนแทคเลนส์ก็อาจจะมีอาการเหมือนกับการมองไม่สัมพันธ์กัน วิธีการแก้ปัญหาก็อาจจะทำได้ โดยเลือกแว่นตา หรือ คอนแทคเลนส์ให้เหมาะกับสภาพสายตาและสภาพแวดล้อมในขณะทำงานกับคอมพิวเตอร์
( มีต่อ)
ที่จริงแล้วผมจำสับสน สาร CARBON จะเคลือบป้องกัน E-Tronที่จะสะท้อนออกจากจอภาพด้านในเครื่อง แต่ให้ยิงออกเฉพาะที่หน้าจอภาพ
ส่วนสารที่เคลือบ GLASS FILTER ไม่ทราบว่าฉาบด้วยอะไร ใครรู้ช่วยบอกด้วย ขอบคุณครับ
......................................ต่อ.......................
Myopia
ภาวะสายตาสั้น เป็นภาวะที่ไม่สามารถมองเห็นวัตถุในระยะที่ตั้งไว้ไกลเกินจากโฟกัสของสายตา โดยที่จุดโฟกัสของภาพที่มองตกก่อนที่จะถึงจอรับภาพของนัยน์ตา คนที่สายตาสั้นบางคนเท่านั้นที่อาจจะไม่ต้องอาศัยแว่นตา และทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบาย แต่เมื่อเกิดภาวะสายตาสั้นมากขึ้น ก็จะปรากฏท่าทางที่บ่งบอกว่านัยน์ตานั้นเริ่มแย่แล้ว โดยจะนั่งใกล้ติดกับจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป และอาจจะเกิดผลอย่างอื่นตามมาอีก
Hyperopia
ภาวะสายตายาวนี้จะมองเห็นได้ดีในระยะไกลโดยไม่ต้องอาสัยแว่นตา แต่จะมีผลกับการทำงานบ้าง ซึ่งโฟกัสที่ได้จากวัตถุในระยะไกลจะมองเห็นได้ดี แต่ถ้าเป็นการมองวัตถุใกล้ ๆ นัยน์ตาจะต้องพยายามจับโฟกัสของวัตถุนั้น ฉะนั้นเมื่อต้องดูคำที่เขียนบนจอภาพ ก็จำเป็นต้องใช้สายตามองในระยะที่พอประมาณ คนที่สายตายาวจึงต้องพยายามใช้สายตาในการมองในระยะที่ใกล้ จึงทำให้เกิดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาหรือปวดตาได้
Astigmatism
ภาวะตาพร่านี้จะเกิดจากการผิดปกติของเลนส์ตาที่มีส่วนโค้งผิดปกติ ซึ่งเมื่อมองแล้วจะทำให้เกิดอาการเบลอ ไม่เกี่ยวกับระยะของวัตถุ โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ปัญหาของภาวะสายตาสั้นหรือสายตายาว และภาวะตาพร่านั้น เมื่อถูกสะสมไว้ก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆตามมา
Presbyopia
ภาวะนี้เป็นการสูญเสียความสามารถของโฟกัสไปตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมไปตามอายุของคนเรา โดยจุดโฟกัสของภาพที่มองเห็นตกเลยจอรับภาพ(เรตินา) และได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งภาวะนี้อาจจะทำให้เกิดอาการปวดคอ เมื่อทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ การแก้ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะต้องอาศัยแว่นตา เพื่อให้ได้ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างสายตากับจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยทั่ว ๆ ไปผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จ้องมองแต่หน้าจอเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็มักจะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าเกร็งกล้ามเนื้อตา เพื่อให้ได้โฟกัสและทิศทางของสายตาที่จ้องมอง ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มักจะกวาดสายตาในทิศทางที่ซ้ำ ๆในขณะทำงาน จึงก่อให้เกิดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตาได้ง่าย
แสงสว่างที่จ้ามากสำหรับนัยน์ตาและระยะของวัตถุ รวมทั้งการจับโฟกัสของสายตา ในภาวะสายตาสั้น นัยน์ตาจะต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อมองภาพในระยะทีไกล ส่วนใหญ่แล้วจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่สว่างมาก จะช่วยลดความรุนแรงที่เกิดกับนัยน์ตาได้ ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มักจะทำงานอยู่ในบรรยากาศที่แห้ง ๆ ซึ่งควรจะมีการกระพริบตาบ่อย ๆ เพื่อที่จะลดภาวะที่เป็นอันตรายกับนัยน์ตา
อาการเตือนเมื่อต้องการแว่นตา
องค์การที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับนัยน์ตา The American Optometric Association( AOA ) ได้กล่าวว่าอาการที่เกิดจากการเมื่อยล้านัยน์ตาของคุณ อาจจะเป็นดังนี้
* อาการปวดศรีษะบ่อย ๆ
* อาการเบลอ หรือเมื่อยล้านัยน์ตา
* การมองเห็นที่มัวพร่า
* ความถี่ในการเกิดอุบัติเหตุ
* ทำการจอดรถได้ยาก
* อ่านหนังสือพิมพ์หรือตัวอักษรเล็ก ๆ ได้ยาก
* เล่นกีฬาแย่ลง
*ลดความสนใจในการทำงาน
การทดสอบสายตา
องค์การ AOA ได้แนะนำให้มีการตรวจสอบ หรือทดสอบนัยน์ตา ก่อนที่จะทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และ ติดตามผลการทดลองทุก ๆ ปี จากตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพตาพบว่า องค์ประกอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับสุขภาพนัยน์ตาก็คือ การทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าองค์ประกอบอื่น ๆ จะไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพตาก็เริ่มมีการต่อต้านเกี่ยวกับการทำงานที่ใกล้เกินไปกับจอคอมพิวเตอร์ และการทำงานที่ต้องใส่แว่นตา
แว่นตากับคอนแทคเลนส์
แว่นตาและคอนแทคเลนส์อาจจะก่อให้เกิดปัญหาเฉพาะอย่างในขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ อาทิ เช่น แว่นตาที่มีทั้งเลนส์มองระยะใกล้และระยะไกล ( bifocal ),trifocal และคอนแทคเลนส์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาโดยตรงสำหรับใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่มีการใส่คอนแทคเลนส์ก็อาจจะมีอาการเหมือนกับการมองไม่สัมพันธ์กัน วิธีการแก้ปัญหาก็อาจจะทำได้ โดยเลือกแว่นตา หรือ คอนแทคเลนส์ให้เหมาะกับสภาพสายตาและสภาพแวดล้อมในขณะทำงานกับคอมพิวเตอร์
( มีต่อ)
- nano
- Verified User
- โพสต์: 447
- ผู้ติดตาม: 0
นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์
โพสต์ที่ 7
Computer glasses
แว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์ โดยปกติแล้วจะออกแบบเน้นในเรื่องระยะทางจุดโฟกัส และมุมมอง เพื่อให้คุณมองเห็นหน้าจอได้ง่าย แว่นตาที่มีราคาค่อนข้างแพงก็อาจจะช่วยลดการระคายเคืองของนัยน์ตาที่เมื่อยล้าได้ประมาณ 40 % ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่เห็นปัญหาของนัยน์ตาที่เกิดจากการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ และยอมรับว่าการใส่แว่นตามีส่วนช่วยในขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
Bifocals
แว่นตาสำหรับคนที่สายตาเริ่มเสื่อมไปตามธรรมชาติ ( prebyopia ) เป็นแว่นตาที่ประกอบด้วยเลนส์สองเลนส์คือ เลนส์ที่มองในระยะปกติที่เหมาะกับสายตา และอีกเลนส์ที่เป็นเลนส์ล่างของแว่นตา สำหรับที่มองระยะใกล้ ๆ มีโฟกัสที่ 16 นิ้ว หรือ 40 เซนติเมตร ที่อยู่ระดับล่างของแว่นตาที่ช่วยให้มองดีขึ้น อย่างเช่นการอ่านหนังสือบนโต๊ะ หรือหนังสือที่อยู่ในมือ แต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ในการเปลี่ยนแปลงโฟกัสในการมองหรือการหันไปมองสิ่งต่าง ๆ แล้วหันกลับมามองที่จอภาพจะทำให้เกิดอาการตาลาย ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการปวดคอ และหลังการทดสอบแว่นตา bifocal ซึ่งเป็นเลนส์ที่ช่วยในการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ โดยใช้เลนส์ล่างในการมองระยะการทำงานที่ใกล้ ๆ การแก้ปัญหาเหล่านี้อาจจะใช้แว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์ช่วยก็ได้
Trifocal
เป็นเลนส์แว่นตาที่เลนส์ตรงกลางมีโฟกัสเหมาะสำหรับระยะการทำงานกับคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเลนส์ตรงกลางเหล่านี้เป็นเลนส์ที่ผู้ใช้เลือกและต้องการเป็นพิเศษในการสวมใส่ อย่างไรก็ตามผู้ที่ใส่แบบ trifocal ก็อาจจะมีความรู้สึกเกิดอาการตาลายได้บ่อย เนื่องจากมีเลนส์ที่บรรจุอยู่สามเลนส์ และตาต้องคอยปรับโฟกัสอยู่เสมอ ซึ่งแว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ หรือแบบพิเศษ bifocal ก็อาจช่วยอาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาหรือปวดตาลดน้อยลง
Progressive addition lenses
เป็นเลนส์ที่มีเลนส์พิเศษต่าง ๆ รวมอยู่ด้วยกันบนเลนส์หนึ่ง ๆ ซึ่งเกิดจากความก้าวหน้าของการพัฒนาเลนส์ ให้เลนส์มีระยะโฟกัสที่ไล่ระดับกันไปบนเลนส์แว่นตาอันเดียวกัน ซึ่งจะเริ่มจากเลนส์บน เป็นเลนส์ที่ช่วยให้เราสามารถมองวัตถุได้ในระยะไกล และเลนส์ล่างจะเป็นเลนส์ที่ช่วยในการมองวัตถุในระยะใกล้ ๆ โดยการกวาดตามองลงผ่านเลนส์ แว่นตาแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนระยะโฟกัสไปตามเลนส์ที่บรรจุอยู่อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นคุณสามารถที่จะมองได้ปกติเมื่อมีการเปลี่ยนระยะการมอง เพื่อให้เห็นได้ใกล้หรือชัดขึ้น ผู้ใส่แว่นแบบนี้หลาย ๆ คนที่สามารถมองการพิมพ์ตัวอักษรบนจอได้เป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างไรก็ตามก็ยังมีแบบใหม่ ๆที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานในระยะใกล้ ๆ ได้ดีเช่นกัน
Contact lense
ปกติคอนแทคเลนส์จะถูกออกแบบให้มีโฟกัสอยู่ที่ 20 ฟุต และอาจยังไม่ดีพอสำหรับการทำงานกับจอคอมพิวเตอร์ในระยะใกล้ที่มีความสว่างของจอภาพน้อย ซึ่งในขณะที่ใส่คอนแทคเลนส์ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ จะมีความรู้สึกเร็วมากกับอาการนัยน์ตาแห้ง และทำให้เกิดการระคายเคืองนัยน์ตาได้ จึงขอแนะนำว่าในบางครั้งควรจะสวมแว่นตาสำหรับทำงานคอมพิวเตอร์ เข้าไปอีกชั้นหนึ่ง เช่นเดียวกับคอนแทคเลนส์ชนิด bifocal ( เป็นเลนส์ที่มีเลนส์สองเลนส์ชนิดใกล้และไกล) ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ส่งท้าย
อาการปวดตาและเมื่อยล้าของนัยน์ตา ก็คงจะเคยเกิดกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์บ้างแล้ว ซึ่งเกิดจากการจ้องมอง เพ่งมองตัวอักษรที่พิมพ์ออกทางจอภาพหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียหายให้กับดวงตาของเรา ฉะนั้นนัยน์ตาของคนเรานับว่ามีค่ายิ่ง ควรแก่การทนุถนอมไว้ โดยการหลีกเลี่ยงที่ต้นเหตุและป้องกัน โดยการหยุดพักสายตาและกระพริบตาบ่อย ๆ ในระหว่างทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือวิธีการอื่น ๆ เช่น การใส่แว่นตาหรือ คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับสายตา เพื่อช่วยให้ดวงตาอยู่กับเรานานเท่านาน
....................................................................................

แว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์ โดยปกติแล้วจะออกแบบเน้นในเรื่องระยะทางจุดโฟกัส และมุมมอง เพื่อให้คุณมองเห็นหน้าจอได้ง่าย แว่นตาที่มีราคาค่อนข้างแพงก็อาจจะช่วยลดการระคายเคืองของนัยน์ตาที่เมื่อยล้าได้ประมาณ 40 % ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่เห็นปัญหาของนัยน์ตาที่เกิดจากการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ และยอมรับว่าการใส่แว่นตามีส่วนช่วยในขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
Bifocals
แว่นตาสำหรับคนที่สายตาเริ่มเสื่อมไปตามธรรมชาติ ( prebyopia ) เป็นแว่นตาที่ประกอบด้วยเลนส์สองเลนส์คือ เลนส์ที่มองในระยะปกติที่เหมาะกับสายตา และอีกเลนส์ที่เป็นเลนส์ล่างของแว่นตา สำหรับที่มองระยะใกล้ ๆ มีโฟกัสที่ 16 นิ้ว หรือ 40 เซนติเมตร ที่อยู่ระดับล่างของแว่นตาที่ช่วยให้มองดีขึ้น อย่างเช่นการอ่านหนังสือบนโต๊ะ หรือหนังสือที่อยู่ในมือ แต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ในการเปลี่ยนแปลงโฟกัสในการมองหรือการหันไปมองสิ่งต่าง ๆ แล้วหันกลับมามองที่จอภาพจะทำให้เกิดอาการตาลาย ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการปวดคอ และหลังการทดสอบแว่นตา bifocal ซึ่งเป็นเลนส์ที่ช่วยในการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ โดยใช้เลนส์ล่างในการมองระยะการทำงานที่ใกล้ ๆ การแก้ปัญหาเหล่านี้อาจจะใช้แว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์ช่วยก็ได้
Trifocal
เป็นเลนส์แว่นตาที่เลนส์ตรงกลางมีโฟกัสเหมาะสำหรับระยะการทำงานกับคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเลนส์ตรงกลางเหล่านี้เป็นเลนส์ที่ผู้ใช้เลือกและต้องการเป็นพิเศษในการสวมใส่ อย่างไรก็ตามผู้ที่ใส่แบบ trifocal ก็อาจจะมีความรู้สึกเกิดอาการตาลายได้บ่อย เนื่องจากมีเลนส์ที่บรรจุอยู่สามเลนส์ และตาต้องคอยปรับโฟกัสอยู่เสมอ ซึ่งแว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ หรือแบบพิเศษ bifocal ก็อาจช่วยอาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาหรือปวดตาลดน้อยลง
Progressive addition lenses
เป็นเลนส์ที่มีเลนส์พิเศษต่าง ๆ รวมอยู่ด้วยกันบนเลนส์หนึ่ง ๆ ซึ่งเกิดจากความก้าวหน้าของการพัฒนาเลนส์ ให้เลนส์มีระยะโฟกัสที่ไล่ระดับกันไปบนเลนส์แว่นตาอันเดียวกัน ซึ่งจะเริ่มจากเลนส์บน เป็นเลนส์ที่ช่วยให้เราสามารถมองวัตถุได้ในระยะไกล และเลนส์ล่างจะเป็นเลนส์ที่ช่วยในการมองวัตถุในระยะใกล้ ๆ โดยการกวาดตามองลงผ่านเลนส์ แว่นตาแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนระยะโฟกัสไปตามเลนส์ที่บรรจุอยู่อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นคุณสามารถที่จะมองได้ปกติเมื่อมีการเปลี่ยนระยะการมอง เพื่อให้เห็นได้ใกล้หรือชัดขึ้น ผู้ใส่แว่นแบบนี้หลาย ๆ คนที่สามารถมองการพิมพ์ตัวอักษรบนจอได้เป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างไรก็ตามก็ยังมีแบบใหม่ ๆที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานในระยะใกล้ ๆ ได้ดีเช่นกัน
Contact lense
ปกติคอนแทคเลนส์จะถูกออกแบบให้มีโฟกัสอยู่ที่ 20 ฟุต และอาจยังไม่ดีพอสำหรับการทำงานกับจอคอมพิวเตอร์ในระยะใกล้ที่มีความสว่างของจอภาพน้อย ซึ่งในขณะที่ใส่คอนแทคเลนส์ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ จะมีความรู้สึกเร็วมากกับอาการนัยน์ตาแห้ง และทำให้เกิดการระคายเคืองนัยน์ตาได้ จึงขอแนะนำว่าในบางครั้งควรจะสวมแว่นตาสำหรับทำงานคอมพิวเตอร์ เข้าไปอีกชั้นหนึ่ง เช่นเดียวกับคอนแทคเลนส์ชนิด bifocal ( เป็นเลนส์ที่มีเลนส์สองเลนส์ชนิดใกล้และไกล) ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ส่งท้าย
อาการปวดตาและเมื่อยล้าของนัยน์ตา ก็คงจะเคยเกิดกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์บ้างแล้ว ซึ่งเกิดจากการจ้องมอง เพ่งมองตัวอักษรที่พิมพ์ออกทางจอภาพหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียหายให้กับดวงตาของเรา ฉะนั้นนัยน์ตาของคนเรานับว่ามีค่ายิ่ง ควรแก่การทนุถนอมไว้ โดยการหลีกเลี่ยงที่ต้นเหตุและป้องกัน โดยการหยุดพักสายตาและกระพริบตาบ่อย ๆ ในระหว่างทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือวิธีการอื่น ๆ เช่น การใส่แว่นตาหรือ คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับสายตา เพื่อช่วยให้ดวงตาอยู่กับเรานานเท่านาน
....................................................................................
