นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
ภาพประจำตัวสมาชิก
nano
Verified User
โพสต์: 447
ผู้ติดตาม: 0

นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 1

โพสต์

เป็นความรู้เกี่ยวเนื่องกับการที่เราใช้สายตาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
คัดลอกจากวารสารเพื่อความรู้และการซื้อขายคอมพิวเตอร์Pantip guide
ฉบับที่ 28 ปีที่ 27 ประจำเดือนพฤษจิกายน-ธันวาคม 2549
โดยได้รับอภินันทนาการฟรีจากพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ   ขอขอบคุณครับ

นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์  

     สาเหตุอันใดที่นัยน์ตาต้องเจ็บปวดและอาการที่เกิดกับในตา  ในระหว่างทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์  ศึกษาวิธีป้องกันและดูแลรักษา  เพื่อสุขภาพตาของคุณ

     จากที่เราๆท่านๆต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์  แน่นอนย่อมมีผลกับนัยน์ตา   ซึ่งมักจะมีอาการปวดตาสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์   ซึ่งจักษุแพทย์ได้พบว่ามีหลายๆสาเหตุที่ทำให้นัยน์ตาต้องเสี่ยงภัยจากเครื่องคอมพิวเตอร์   เป็นผลทำให้เกิดอาการปวดตาพอจะแจกแจงได้ดังนี้  

     * ความเสี่ยงภัยจากการใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่กับคอมพิวเตอร์  ซึ่งเป็นหนทางที่เกิดอันตรายกับนัยน์ตา
     * ความไม่พอเพียงหรืออันตรายที่เกิดจากแสงและสภาพบนจอภาพ
     * สภาพนัยน์ตาที่แย่อยู่ก่อนแล้ว รวมทั้งสภาพการทำงาน
     * การใช้นัยน์ตาเพ่งมองหรือจ้องมองเค้นของนัยน์ตา

ลักษณะการทำงานของนัยน์ตา

     สาเหตุที่พบบ่อยในการที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยตาหรือปวดตา   นั่นก็คือการที่เราพยายามใช้นัยน์ตาในการมองภายใต้สภาวะที่เสี่ยงภัยหรือเป็นอันตรายกับนัยน์ตา    การทำงานของนัยน์ตาถูกควบคุมโดยกล้ามเนื้อตา   ซึ่งกล้ามเนื้อจะทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและรัดเกร็ง   สำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่พยายามใช้นัยน์ตาในการมองแต่ละวันนั้นคุณอาจจะต้องตกใจว่านัยน์ตานั้นมีการเคลื่อนไหวไปมาประมาณ 30,000 ครั้งต่อวัน    กล้ามเนื้อตาที่ถูกใช้ในการมองข้อความบนกระดาษหน้าหนึ่ง   การกระตุกของจอภาพ   การปรับสายตาในการสิ่งต่างๆหรือเปลี่ยนโฟกัสในการมองและกลับมามองที่หน้าจออีกครั้ง    ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของกล้ามเนื้อตาทั้งสิ้น

    การพิมพ์ตัวอักษรที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ในสภาพการทำงานที่หลอดไฟในห้องมีความสว่างมากเกินไป   ทำให้จอภาพของคุณมองไม่ชัดเหมือนหมอกมาบดบังอยู่หน้าจอ   นั้นเกิดจากการสะท้อนของแสงที่ตกกระทบกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ   ทำให้ต้องมีการเพ่งไปที่จอภาพเป็นระยะเวลานาน   ในการทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการเคลื่อนโฟกัสของสายตาที่จ้องมองบนจอภาพ   เพื่อทำการอ่านข้อความบนจอภาพ    ซึ่งได้จากการพิมพ์ลงไปบนคีย์บอร์ด   จากสาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยตา หรือปวดตานั้น   ยังไม่อาจบอกแน่นอนว่าเป็นสาเหตุใดที่แท้จริง   บางอาการก็เกิดจากความเครียดกับการทำงานหรือการติดเชื้อ   ฉนั้นเราจึงไม่ควรรีรอในการปรึกษาหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษานัยน์ตาหรือจักษุแพทย์

                              (มีต่อ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
nano
Verified User
โพสต์: 447
ผู้ติดตาม: 0

นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 2

โพสต์

อาการที่นัยน์ตาถูกใช้อย่างหักโหม

การมองเห็นสี

     เมื่อมีการจ้องดูที่จอเป็นระยะเวลานานๆ    ซึ่งตัวอักษรบนจอมีการแสดงสีเป็นสีเขียวบนพื้นจอดำ    คุณจะรู้สึกว่าการมองเห็นสีนั้นยากขึ้น    เมื่อคุณมองไปที่อื่นหลังจากที่มองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ     ปรากฎการเช่นนี้ถูกเรียกว่า " The McCulloch afterimage "  ที่เกิดจากปริมาณของสีเคมีพิเศษที่อยู่ในเรตินาลดลง    อย่างไรก็ตามนัยน์ก็จะสร้างสีให้เกิดใหม่ได้อย่างไม่ช้าหลังจากที่สีเคมีดังกล่าวขาดหายไปชั่วขณะหนึ่ง


การมองเห็นภาพซ้อน

    การมองเห็นภาพซ้อนเกิดจากกล้ามเนื้อตาที่ควบคุมการรวมกันของภาพที่จุดๆเดียวที่ตาทั้งสองข้างจะรวมภาพที่จุดๆหนึ่ง   แต่เมื่อมีบางสิ่งมาอยู่ใกล้ๆกับจุดโฟกัสนั้น    เมื่อเราพยายามมองก็จะทำให้เกิดเป็นภาพซ้อนกัน    ซึ่งมักพบได้บ่อยๆ   ภาพที่เห็นซ้อนๆกันนี้บางครั้งก็ไม่รู้สึกหรือไม่เกิดขึ้นโดยตรง   แต่จะรู้สึกปวดหัว หรือเกิดอาการล้านัยน์ตา    ภาพซ้อนก็เป็นอาการหนึ่งของความเครียดทางสุขภาพนัยน์ตาเช่นกัน   ถ้าพบว่าเห็นภาพซ้อนปรากฏทันที   หรือเป็นอยู่เรื่อยๆ    คุณควรจะไปพบหรือปรึกษากับจักษุแพทย์ทันที



ปัญหาจากโฟกัส

   เมื่อกล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary) เกิดอาการหล้าหรือตึงเครียด   ซึ่งกล้ามเนื้อ ciliary เป็นกล้ามเนื้อที่มีความสัมพันธ์ระหว่าง ciliary body กับโครงสร้างของตาโดย ciliary body จะมีลักษณะเหมือนกับเยื่อหุ้มหลอดเลืยดที่มีความหนาอยู่ระหว่างส่วนที่เรียกว่า  คอรอยด์ (choriod)  และ ม่านตา (iris)   ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อซิเลียรีเกิดอาการดังกล่าว   ก็จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นจุดโฟกัสของภาพนั้นได้อย่างสมบูรณ์   อาการที่เกิดขึ้นกับนัยน์ตาที่เมื่อยล้า  หรือเกิดจากการเค้นจอง   จะทำให้ความสามารถในการกำหนดโฟกัสของสายตาแย่ลง   ในส่วนของกล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary)   หากต้องถูกใช้งานอย่างหนักโดยการทำงานอยางซ้ำๆ    เพื่อเลื่อนโฟกัสไปตามตัวอักษรที่พิมพ์หรือกวาดสายตาตามตัวอักษรที่พิมพ์บนจอภาพ   หรือการที่พยายามมองอยู่ที่โฟกัสเดิมเป็นเวลานาน ๆ ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการหล้า   และอาจทำให้สายตาหรือกล้ามเนื้อส่วนนี้เสียไปด้วย

อาการปวดหัว

     เมื่อคุณต้องใช้สายตาอย่างหนักโดยการเค้น   หรือจ้องมองเขม็งเป็นเวลานาน ๆ บนจอคอมพิวเตอร์   คุณก็อาจเกิดอาการปวดหัว   ซึ่งคอมพิวเตอร์กับอาการปวดหัวนั้นเกิดจากความเครียด   ที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อบริเวณคอ และบริเวณศรีษะเกิดความตึงเครียด   และที่พบได้ทั่ว ๆ ไปก็คือ   ส่วนของขมับ   อาการปวดหัวนี้อาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่เกิดจากความเมื่อยล้าของดวงตา   แต่เป็นผลข้างเคียงจากการพยายามในการจ้องมองในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม   หรือจากการพยายามที่จะมองตำแหน่งนั้น ๆ  หรือเอียงศรีษะเพื่อที่จะมองให้เห็นทั้งสองจุดโฟกัสที่อยู่ในตำแหน่งที่คงที่   หรือกำลังเคลื่อนที่   ล้วนแล้วแต่ทำให้กล้ามเนื้อสายตาเกิดอาการล้า   กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ควบคุมโดยตรง "กล้ามเนื้อควบคุมม่านตา (iris)   ซึ่งควบคุมการผ่านเข้าของแสง และ "กล้ามเนื้อซิเลียรี (ciliary)"   ที่ควบคุมการทำงานของเลนส์   เพื่อที่จะทำการเปลี่ยนระยะของโฟกัส  หรือทำการปรับโฟกัสของเลนส์   หากสายตาของคุณมีโฟกัสที่สั้น   หรือสายตาสั้น   ก็จะทำให้คุณปวดหัว  และมีอาการเมื่อยล้านัยน์ตาได้ง่าย

                                           (มีต่อ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
nano
Verified User
โพสต์: 447
ผู้ติดตาม: 0

นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ป้องกันและบรรเทาอาการปวดตา

     คุณสามารถที่จะป้องกันอาการปวดตาด้วยตัวคุณเอง    โดยการเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์,  สภาพแวดล้อมต่าง ๆ และบางครั้งอาจจะต้องทำตามตัวอย่างต่อไปนี้

หยุดพักสายตา

      หยุดพักหรือเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานใหม่    เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประสาทตา  The National  Intitute of  Occupational  Safty  and  Health( NIOSH) ได้มีการแนะนำหยุดพักสายตา    โดยจะหยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาทีทุก ๆ 2 ชั่วโมง    ซึ่งจัดว่าเป็นระดับปานกลาง    สำหรับการทำงานที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า  The  Video  Display  Terminal ( VDT )  หรือหยุดพักทุก ๆ ชั่วโมง   เพื่อลดการเสี่ยงภัยจากจอภาพ     ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็ได้แนะนำว่าควรจะมีการหยุดพักบ่อย ๆ โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงนิดหน่อย

หลีกเลี่ยงจากต้นเหตุ

     เมื่อลุกจากตำแหน่งที่กำลังทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว   ระหว่างนั้นก็เป็นการหยุดพัก โดยหลับตา หรือทำการบริหารตา   เพื่อให้นัยน์ได้พัก และ ช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้

หลีกเลี่ยงการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

      มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่ต้องทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์   และก็มีการหยุดพักสายตาบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน   จึงมักไม่ค่อยมีปัญหากับดวงตามากนัก

พักผ่อน

     นัยน์ตาที่ต้องจ้องเพ่งควรมีการฝึกการหยุดเพ่งสายตา   หรือจ้องมองเป็นเวลานาน ๆ วิธีที่ดีที่สุดคงจะเป็นการล้มตัวลงนอน   และหลับตาเพียง 2-3 เวลาและปิดไฟ   วางผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ไว้บนเปลือกตา   พักผ่อน  และไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด ๆ

ควบคุมความสว่างและจอภาพ

     การควบคุมความสว่างภายในสภาพแวดล้อมการทำงานก็นับว่าจำเป็น   ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวด   หรือเมื่อยล้าตาได้   ลดการเพ่งมอง   การสะท้อนของแสงต่าง ๆ และความไม่เพียงพอของแสงในการอ่านตัวอักษร    โดยคุณจะต้องปรับความสว่างที่จอคอมพิวเตอร์ให้มีความสว่างที่พอดี   ซึ่งหากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า   และจอภาพก็มีความสว่างมากก็ยิ่งส่งผลเสียให้กับดวงตาได้ง่ายและรวดเร็ว   คุณจะรู้สึกว่ามีอาการปวดร้าวดวงตาเร็ว   และแสบตาอย่างรุนแรง   ดังนั้นควรควบคุมความสว่างจากสภาพแวดล้อม   และที่จอคอมพิวเตอร์ด้วย   เพื่อสุขภาพของคุณ

ขยายพื้นที่ในการทำงาน

    ในระหว่างที่มีการกวาดสายตาเพื่อทำการอ่านข้อความบนจอคอมพิวเตอร์นั้น   ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าตา    และปวดตาได้ง่าย   ถ้าหากว่าระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน   เช่น   ในขณะพิมพ์ตัวอักษรให้ปรากฏบนจอภาพ   ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากนัยน์ตาประมาณ 18-24 นิ้ว   และระดับของสายตาในการมองควรจะทำมุม 15 องศากับแนวนอน

นัยน์ตาแห้งไร้ความชุ่มชื้น

   นัยน์ตาที่แห้งพบบ่อยกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์    ซึ่งเป็นเหตุจากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา    ดังนั้น ดวงตาก็อาจจะเสีย   และเกิดอาการเมื่อยล้าและปวดได้ง่าย   ในภาวะที่นัยน์ตาแห้งและเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตา    จะเป็นภาระที่หนักมากสำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์

                                      ( มีต่อ)[/b]
ลูกไม่ท้อ
Verified User
โพสต์: 421
ผู้ติดตาม: 0

นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 4

โพสต์

รู้สึกเหมือนกันว่า ใช้ชีวิตอยู่หน้าคอมในแต่ละวันมากเกินไปเหมือนกัน ทำไงได้ แต่ผมว่าถ้าใครที่ใช้จอแบบเก่าๆ (ที่ไม่ใช่  LCD  หรือ CRT )  จะรู้สึกปวดตามากๆเลย
รู้สึกดีๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
nano
Verified User
โพสต์: 447
ผู้ติดตาม: 0

นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 5

โพสต์

[quote="ลูกไม่ท้อ"]รู้สึกเหมือนกันว่า ใช้ชีวิตอยู่หน้าคอมในแต่ละวันมากเกินไปเหมือนกัน ทำไงได้ แต่ผมว่าถ้าใครที่ใช้จอแบบเก่าๆ (ที่ไม่ใช่
ภาพประจำตัวสมาชิก
nano
Verified User
โพสต์: 447
ผู้ติดตาม: 0

นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 6

โพสต์

ขอแก้ไข : GLASS  FILTER จะเคลือบสาร CARBON   กระจกจึงออกสีเทาดำ

ที่จริงแล้วผมจำสับสน    สาร CARBON จะเคลือบป้องกัน E-Tronที่จะสะท้อนออกจากจอภาพด้านในเครื่อง    แต่ให้ยิงออกเฉพาะที่หน้าจอภาพ

ส่วนสารที่เคลือบ GLASS FILTER  ไม่ทราบว่าฉาบด้วยอะไร    ใครรู้ช่วยบอกด้วย   ขอบคุณครับ

......................................ต่อ.......................

Myopia

    ภาวะสายตาสั้น    เป็นภาวะที่ไม่สามารถมองเห็นวัตถุในระยะที่ตั้งไว้ไกลเกินจากโฟกัสของสายตา    โดยที่จุดโฟกัสของภาพที่มองตกก่อนที่จะถึงจอรับภาพของนัยน์ตา    คนที่สายตาสั้นบางคนเท่านั้นที่อาจจะไม่ต้องอาศัยแว่นตา    และทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบาย    แต่เมื่อเกิดภาวะสายตาสั้นมากขึ้น   ก็จะปรากฏท่าทางที่บ่งบอกว่านัยน์ตานั้นเริ่มแย่แล้ว   โดยจะนั่งใกล้ติดกับจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป   และอาจจะเกิดผลอย่างอื่นตามมาอีก

Hyperopia

    ภาวะสายตายาวนี้จะมองเห็นได้ดีในระยะไกลโดยไม่ต้องอาสัยแว่นตา   แต่จะมีผลกับการทำงานบ้าง    ซึ่งโฟกัสที่ได้จากวัตถุในระยะไกลจะมองเห็นได้ดี    แต่ถ้าเป็นการมองวัตถุใกล้ ๆ นัยน์ตาจะต้องพยายามจับโฟกัสของวัตถุนั้น   ฉะนั้นเมื่อต้องดูคำที่เขียนบนจอภาพ   ก็จำเป็นต้องใช้สายตามองในระยะที่พอประมาณ   คนที่สายตายาวจึงต้องพยายามใช้สายตาในการมองในระยะที่ใกล้    จึงทำให้เกิดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาหรือปวดตาได้

Astigmatism

    ภาวะตาพร่านี้จะเกิดจากการผิดปกติของเลนส์ตาที่มีส่วนโค้งผิดปกติ   ซึ่งเมื่อมองแล้วจะทำให้เกิดอาการเบลอ   ไม่เกี่ยวกับระยะของวัตถุ   โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว   ปัญหาของภาวะสายตาสั้นหรือสายตายาว   และภาวะตาพร่านั้น   เมื่อถูกสะสมไว้ก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆตามมา

Presbyopia

     ภาวะนี้เป็นการสูญเสียความสามารถของโฟกัสไปตามธรรมชาติ   ซึ่งเกิดจากการเสื่อมไปตามอายุของคนเรา   โดยจุดโฟกัสของภาพที่มองเห็นตกเลยจอรับภาพ(เรตินา)  และได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์   ซึ่งภาวะนี้อาจจะทำให้เกิดอาการปวดคอ    เมื่อทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์   การแก้ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะต้องอาศัยแว่นตา    เพื่อให้ได้ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างสายตากับจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ    โดยทั่ว ๆ ไปผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จ้องมองแต่หน้าจอเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็มักจะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าเกร็งกล้ามเนื้อตา   เพื่อให้ได้โฟกัสและทิศทางของสายตาที่จ้องมอง    ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มักจะกวาดสายตาในทิศทางที่ซ้ำ ๆในขณะทำงาน   จึงก่อให้เกิดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตาได้ง่าย

     แสงสว่างที่จ้ามากสำหรับนัยน์ตาและระยะของวัตถุ   รวมทั้งการจับโฟกัสของสายตา    ในภาวะสายตาสั้น   นัยน์ตาจะต้องทำงานหนักมากขึ้น   เพื่อมองภาพในระยะทีไกล    ส่วนใหญ่แล้วจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่สว่างมาก   จะช่วยลดความรุนแรงที่เกิดกับนัยน์ตาได้    ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มักจะทำงานอยู่ในบรรยากาศที่แห้ง ๆ   ซึ่งควรจะมีการกระพริบตาบ่อย ๆ  เพื่อที่จะลดภาวะที่เป็นอันตรายกับนัยน์ตา

อาการเตือนเมื่อต้องการแว่นตา

   องค์การที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับนัยน์ตา  The American Optometric Association( AOA ) ได้กล่าวว่าอาการที่เกิดจากการเมื่อยล้านัยน์ตาของคุณ   อาจจะเป็นดังนี้

      * อาการปวดศรีษะบ่อย ๆ
      * อาการเบลอ  หรือเมื่อยล้านัยน์ตา
      * การมองเห็นที่มัวพร่า
      * ความถี่ในการเกิดอุบัติเหตุ
      * ทำการจอดรถได้ยาก
      * อ่านหนังสือพิมพ์หรือตัวอักษรเล็ก ๆ ได้ยาก
      * เล่นกีฬาแย่ลง
      *ลดความสนใจในการทำงาน

การทดสอบสายตา

    องค์การ AOA ได้แนะนำให้มีการตรวจสอบ  หรือทดสอบนัยน์ตา   ก่อนที่จะทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์  และ ติดตามผลการทดลองทุก ๆ ปี   จากตัวเลขที่เพิ่มขึ้น  ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพตาพบว่า    องค์ประกอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับสุขภาพนัยน์ตาก็คือ  การทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์   แต่ก็ไม่ใช่ว่าองค์ประกอบอื่น ๆ จะไม่เกี่ยวข้อง   ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพตาก็เริ่มมีการต่อต้านเกี่ยวกับการทำงานที่ใกล้เกินไปกับจอคอมพิวเตอร์   และการทำงานที่ต้องใส่แว่นตา

แว่นตากับคอนแทคเลนส์

    แว่นตาและคอนแทคเลนส์อาจจะก่อให้เกิดปัญหาเฉพาะอย่างในขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้  อาทิ เช่น  แว่นตาที่มีทั้งเลนส์มองระยะใกล้และระยะไกล ( bifocal ),trifocal  และคอนแทคเลนส์    ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาโดยตรงสำหรับใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์   ในขณะที่มีการใส่คอนแทคเลนส์ก็อาจจะมีอาการเหมือนกับการมองไม่สัมพันธ์กัน   วิธีการแก้ปัญหาก็อาจจะทำได้   โดยเลือกแว่นตา หรือ คอนแทคเลนส์ให้เหมาะกับสภาพสายตาและสภาพแวดล้อมในขณะทำงานกับคอมพิวเตอร์

                          ( มีต่อ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
nano
Verified User
โพสต์: 447
ผู้ติดตาม: 0

นัยน์ตากับคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 7

โพสต์

Computer  glasses

  แว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์   โดยปกติแล้วจะออกแบบเน้นในเรื่องระยะทางจุดโฟกัส   และมุมมอง   เพื่อให้คุณมองเห็นหน้าจอได้ง่าย   แว่นตาที่มีราคาค่อนข้างแพงก็อาจจะช่วยลดการระคายเคืองของนัยน์ตาที่เมื่อยล้าได้ประมาณ 40 % ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่เห็นปัญหาของนัยน์ตาที่เกิดจากการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์   และยอมรับว่าการใส่แว่นตามีส่วนช่วยในขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

Bifocals

  แว่นตาสำหรับคนที่สายตาเริ่มเสื่อมไปตามธรรมชาติ ( prebyopia ) เป็นแว่นตาที่ประกอบด้วยเลนส์สองเลนส์คือ    เลนส์ที่มองในระยะปกติที่เหมาะกับสายตา   และอีกเลนส์ที่เป็นเลนส์ล่างของแว่นตา   สำหรับที่มองระยะใกล้ ๆ มีโฟกัสที่  16 นิ้ว  หรือ 40 เซนติเมตร  ที่อยู่ระดับล่างของแว่นตาที่ช่วยให้มองดีขึ้น   อย่างเช่นการอ่านหนังสือบนโต๊ะ   หรือหนังสือที่อยู่ในมือ   แต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ในการเปลี่ยนแปลงโฟกัสในการมองหรือการหันไปมองสิ่งต่าง ๆ แล้วหันกลับมามองที่จอภาพจะทำให้เกิดอาการตาลาย   ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการปวดคอ   และหลังการทดสอบแว่นตา bifocal  ซึ่งเป็นเลนส์ที่ช่วยในการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้   โดยใช้เลนส์ล่างในการมองระยะการทำงานที่ใกล้ ๆ    การแก้ปัญหาเหล่านี้อาจจะใช้แว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์ช่วยก็ได้

Trifocal

  เป็นเลนส์แว่นตาที่เลนส์ตรงกลางมีโฟกัสเหมาะสำหรับระยะการทำงานกับคอมพิวเตอร์   เนื่องจากเลนส์ตรงกลางเหล่านี้เป็นเลนส์ที่ผู้ใช้เลือกและต้องการเป็นพิเศษในการสวมใส่   อย่างไรก็ตามผู้ที่ใส่แบบ trifocal ก็อาจจะมีความรู้สึกเกิดอาการตาลายได้บ่อย   เนื่องจากมีเลนส์ที่บรรจุอยู่สามเลนส์  และตาต้องคอยปรับโฟกัสอยู่เสมอ   ซึ่งแว่นตาสำหรับงานคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ  หรือแบบพิเศษ bifocal ก็อาจช่วยอาการเมื่อยกล้ามเนื้อตาหรือปวดตาลดน้อยลง

Progressive addition lenses

  เป็นเลนส์ที่มีเลนส์พิเศษต่าง ๆ รวมอยู่ด้วยกันบนเลนส์หนึ่ง ๆ   ซึ่งเกิดจากความก้าวหน้าของการพัฒนาเลนส์   ให้เลนส์มีระยะโฟกัสที่ไล่ระดับกันไปบนเลนส์แว่นตาอันเดียวกัน   ซึ่งจะเริ่มจากเลนส์บน  เป็นเลนส์ที่ช่วยให้เราสามารถมองวัตถุได้ในระยะไกล   และเลนส์ล่างจะเป็นเลนส์ที่ช่วยในการมองวัตถุในระยะใกล้ ๆ   โดยการกวาดตามองลงผ่านเลนส์   แว่นตาแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนระยะโฟกัสไปตามเลนส์ที่บรรจุอยู่อย่างสม่ำเสมอ   ดังนั้นคุณสามารถที่จะมองได้ปกติเมื่อมีการเปลี่ยนระยะการมอง   เพื่อให้เห็นได้ใกล้หรือชัดขึ้น   ผู้ใส่แว่นแบบนี้หลาย ๆ คนที่สามารถมองการพิมพ์ตัวอักษรบนจอได้เป็นระยะเวลานาน ๆ   อย่างไรก็ตามก็ยังมีแบบใหม่ ๆที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานในระยะใกล้ ๆ ได้ดีเช่นกัน

Contact lense

  ปกติคอนแทคเลนส์จะถูกออกแบบให้มีโฟกัสอยู่ที่ 20 ฟุต และอาจยังไม่ดีพอสำหรับการทำงานกับจอคอมพิวเตอร์ในระยะใกล้ที่มีความสว่างของจอภาพน้อย   ซึ่งในขณะที่ใส่คอนแทคเลนส์ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์   จะมีความรู้สึกเร็วมากกับอาการนัยน์ตาแห้ง   และทำให้เกิดการระคายเคืองนัยน์ตาได้   จึงขอแนะนำว่าในบางครั้งควรจะสวมแว่นตาสำหรับทำงานคอมพิวเตอร์   เข้าไปอีกชั้นหนึ่ง   เช่นเดียวกับคอนแทคเลนส์ชนิด  bifocal ( เป็นเลนส์ที่มีเลนส์สองเลนส์ชนิดใกล้และไกล) ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

ส่งท้าย

  อาการปวดตาและเมื่อยล้าของนัยน์ตา   ก็คงจะเคยเกิดกับผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์บ้างแล้ว   ซึ่งเกิดจากการจ้องมอง  เพ่งมองตัวอักษรที่พิมพ์ออกทางจอภาพหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์   ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียหายให้กับดวงตาของเรา   ฉะนั้นนัยน์ตาของคนเรานับว่ามีค่ายิ่ง  ควรแก่การทนุถนอมไว้    โดยการหลีกเลี่ยงที่ต้นเหตุและป้องกัน   โดยการหยุดพักสายตาและกระพริบตาบ่อย ๆ  ในระหว่างทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือวิธีการอื่น ๆ   เช่น การใส่แว่นตาหรือ  คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับสายตา   เพื่อช่วยให้ดวงตาอยู่กับเรานานเท่านาน

       ....................................................................................
:D
โพสต์โพสต์