คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
shanghai
Verified User
โพสต์: 401
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 1

โพสต์

เอาไม่เกิน สามเล่มนะครับ

ของผม

1. ตีเเตกของ ดร.นิเวศน์ อ่านเมื่อ หก ปีก่อนโน่น

2. พ่อรวยสอนลูก เล่มเเรก

3. เเฮรี่ พอตเตอร์ เล่มเเรก
MarginofSafety
Verified User
โพสต์: 5786
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 2

โพสต์

หนังสือที่ผมรักน่าจะเป็นหนังสือที่ผมอ่านแล้วรู้สึกมีความสุข หรืออิ่มเอมใจ หรือไม่ก็สนุกชวนติดตามแบบวางไม่ลง
หนังสือที่รู้สึกว่าอ่านแล้วมีความรู้สึกแบบนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นหนังสือนอกเวลาแล้วก็นวนิยาย
ขอตอบครับ

1. ลูกอิสาน
2. ผู้ใหญ่ลีกับนางมา
3. The Da Vinci Code
"Winners never quit, and quitters never win."
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 3

โพสต์

- ฤทธิ์มีดสั้น
- เพชรพระอุมา
- If tomorrow comes ของ Sydney Sheldon
- มังกรคู่สู้สิบทิศ

และอีกมากมายครับ
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
ForrestGump
Verified User
โพสต์: 1435
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 4

โพสต์

1. คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก แปลโดย ดร.นิเวศน์
2. ชีวิตนี้ไม่มีทางตัน โดย ตัน ภาสกรนที
3. ฤทธิ์ อำนาจ ทางลัดแห่งความสำเร็จ โดย ดร.ไชย ณ พล
กฎข้อที่1 อย่ายอมขาดทุน กฎข้อที่2 กลับไปดูกฎข้อที่ 1
ดร.โหน่ง
Verified User
โพสต์: 877
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ขายหัวเราะ  :idea:
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 6

โพสต์

1. The Bible

2. ต้นส้มแสนรัก -- Jose Mauro De Vasconcelos

3. กระบี่เย้ยยุทธจักร -- กิมย้ง


Runner Up: ฤดูหนาวอันแสนนาน -- ลอร่า อิงกัลส์ ไวล์เดอร์
Boring Stock Lover
Verified User
โพสต์: 1301
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 7

โพสต์

พล นิกร กิมหงวน
ชี๊ค
ฤทธิ์มีดสั้น
shanghai
Verified User
โพสต์: 401
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 8

โพสต์

เเฟนๆ นิยายจีนเยอะเหมือนกันเเหะ

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:
ภาพประจำตัวสมาชิก
สุมาอี้
Verified User
โพสต์: 4576
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 9

โพสต์

หนังสือรู้รอบโลก เป็นหนังสือการ์ตูน ชุดหนึ่งมี่เก้าเล่ม ของสำนักพิมพ์ซีเอ็ด สมัย ออกจำหน่ายตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กครับ เป็นหนังสือที่ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจที่จะเข้าสู่ธุรกิจผลิตหนังสื่อ  8) Nerdy ตั้งแต่เด็กเลยเรา อายจริงๆ  :oops:

อีกเล่มหนึ่งก็ Buddhism plain and simple, Steve Hagen เล่มนี้เปลี่ยนความคิดของผมเกี่ยวกับพุทธศาสนาไปโดยสิ้นเชิง
http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
jaychou
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 10

โพสต์

กำลังใจ -- หลวงวิจิตรวาทการ
ต.หยวนเปียว
Verified User
โพสต์: 1688
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 11

โพสต์

ความสุขง่ายๆชีวิตสบายๆ  วิลาศ มณีวัต
The piano shop on the left Bank  แทต คาร์ฮาร์ท
Once up on wall street  ฉบับแปลโดย ดร นิเวศน์
==หากบริษัทไม่ได้อยู่ในตลาดฯ หุ้นยังน่าซื้อหรือไม่ ==
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 12

โพสต์

เรียงตามลำดับไหล่
1) แก่นพุทธศาน์ ของท่านพุทธทาสภิกขุ
2) Common Stock & Uncommon Profit by Philip Fisher
3) Letter to Berkshire Shareholder by Warren E. Buffet
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2035
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 13

โพสต์

VIB007 เขียน:เรียงตามลำดับไหล่
1) แก่นพุทธศาน์ ของท่านพุทธทาสภิกขุ
2) Common Stock & Uncommon Profit by Philip Fisher
3) Letter to Berkshire Shareholder by Warren E. Buffet
ทั้งสามเล่มเป็นหนังสือที่เปลี่ยนแปลงชีวิตโดยสิ้นเชิง

เล่มแรก ทำให้เข้าใจว่า"โลกนี้เป็นเช่นนั้นเอง"
เล่มสอง ทำให้เข้าใจว่า"ถือหุ้นยาวๆก็กำไรได้(มากกว่า)"
เล่มสาม เป็นจดหมายเหตุประจำปี ทำให้เข้าใจว่า นักลงทุนระดับโลกคิดอย่างไร

ใครที่ยังไม่เคยอ่าน ต้องหาอ่านให้ได้
MisterK
Verified User
โพสต์: 857
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 14

โพสต์

เยอะมากจนนึกไม่ออกว่าชอบเล่มไหนมากกว่าเล่มไหนครับ


แต่ถ้าเอาที่อ่านปีนี้  ซึ่งผมอ่านแนวแฟนตาซีซะเยอะ  ผมยกให้

หัวขโมยแห่งบารามอส    นิยายเรื่องเป็นนิยายที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผมเคยอ่าน   กล่าวถึงดินแดนเดมอสของเผ่าปีศาจ   กับดินแดนเอเดนของอัศวินต่าง ๆ    ขบขัน  เสียดสี  สั่งสอน  รวมอยู่ในนิยายเรื่องนี้     ตัวเอกต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนที่ตั้งขึ้นมาสอนกษัตริย์และขุนนาง    มีวิชาเด็ด ๆ อย่าง วิชาหน้ากากฟาโรห์  ที่สอนว่าจะเหล่าอนาคตผู้นำจะใส่หน้ากากเข้าหากันได้ยังไง     มีเจ้าชายอาเธอร์ผู้มีดาบชื่อก้องหลายสิบเล่มในครอบครอง    ในขณะเดียวกันก็มีผู้วิเศษที่เก่งที่สุดในเอเดนที่ใช้ไม้เท้าที่เหลาจากเศษกิ่งไม้ที่ตกอยู่แถวนั้นและใช้ผมตัวเองแทนขนสัตว์วิเศษ    มีเจ้าแห่งเดมอสที่อาจมีความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ยิ่งกว่ามนุษย์จริง ๆ  ฯลฯ      ที่น่าทึ่งคือเรื่องนี้คนไทยแต่งครับ    พิมพ์มาสิบกว่าครั้งแล้ว

นอกจากนี้ก็มีอีกหลายเรื่องที่คนไทยแต่งแล้ว   ผมคิดว่าสนุกไม่แพ้แฮรี่หรือนิยายดัง ๆ อื่น ๆ    ซึ่งเรื่องเหล่านี้ส่วนใหญ่เขียนลงเวปก่อนแล้วสำนักพิมพ์ที่ชอบก็มารับไปตีพิมพ์   อันนี้แสดงให้เห็น trend บางอย่างของนิยายในยุคไซเบอร์ที่ซีเอ็ดหรือสำนักพิมพ์อื่น ๆ น่าจะจับตาบ้างนะ
Capo
Verified User
โพสต์: 1067
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 15

โพสต์

1. แม่มด โดย โรอัลด์ ดาลห์ เล่มนี้เปิดโลกทรรศน์ในการอ่านหนังสือของผมเลยครับ นับแต่จบเล่มนนี้ ก็มีหนังสือของ ดาลห์ เล่มอื่น ๆ ตามมาอีกเป็นพรวน รวมถึงของนักเขียนท่านอื่น ๆ อีก ก็คงเป็นผลพลอยได้จากหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน

2. กุศโลบาย โดย ท่านพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นหนังสือแนว "How to" เพื่อเสริม Traits เล่มเดียวที่ผมอ่านได้ และนำมาใช้จริงจนติดเป็นนิสัยได้ครับ ท่านเขียนไว้เข้าใจง่าย ตรง และมีตัวอย่างชัดเจน ที่สำคัญเป็น How to แบบที่เน้นน้อย ๆ ประเด็น แต่อัดหนัก ๆ ทั้งนั้น ไม่เหมือนหลาย ๆ เล่มที่ผมอ่านป่านนี้ยังลุยไม่ถึง 1/10 แล้วก็กองสุมไว้อย่างนั้นหลายเล่ม เพราะเป็น How to ที่สร้าง Trait แต่พ่ออัดเข้ามาประมาณ 100 Traits

3. ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน โดย วินทร์ เลียววาริณ เคยมีคนเอามาให้ แล้วบอกว่า ลองด่านดูสิ สนุกมาก ๆ แล้วผมก็วางไว้อย่างนั้นนับเกือบปี....ไม่ได้เปิดเลยครับ..จนกระทั่งคืนเขาไป ก็ยังไม่ได้เปิดสักหน้า วันหนึ่งไปเดินร้านหนังสือ เจอเล่มนี้แล้วก็ซื้อมา ปรากฎว่า.....ทิ้งไว้อีกร่วม ๆ 3 เดือน วันหนึ่งผมหยิบขึ้นมาอ่าน อีก 3 วันถัดมาก็ถึงหน้าสุดท้าย ฉับพลันที่ปกหลังพับปิดเล่มไปผมก็นึกในใจว่า "รู้ว่าสนุกอย่างงี้ ตรูอ่านตั้งนานแล้ว"
... จุดเริ่มต้นของคนเราไม่สำคัญ

มันสำคัญที่ว่าเขาวิ่งได้เร็วแค่ไหนตะหาก ...
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 16

โพสต์

8) เฮียวินทร์ นี่ผมมีหนังสือแกเยอะนะ
    ลูกชอบอ่าน ผมก็เลยอ่านมั่ง
    ผมอ่านแล้วไม่ค่อยชอบแฮะ..แปลกดี
    แต่ผมเพิ่งอ่านไปเล่มเดียว
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
Oatarm
Verified User
โพสต์: 1266
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 17

โพสต์

1 ล่องไพร  มาลัย  ชูพินิจ  จิตวิญญานของการผจญภัย
2 คำมั่นสัญญา  ทมยันตี   ซาบซึ้งในความรักความปารถนาดี
3  อ่านก่อนรวยถาวรกว่า  วิบูลย์ กับ มนตรี ( ไม่ได้โหนนะครับ  )  อ่านง่าย  เข้าใจง่าย  ใช้งานได้
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 18

โพสต์

8) พอดีไปเจอในห้องพี่บี มหาชน
    เกี่ยวกะพี่วินทร์ กะ ปราบดา
    เลยนำมาฝากแฟนทั้งคู่
    เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวตนของทั้งคู่แหละ

วินทร์ ถึง ปราบดา10/11/2005

จดหมายของคุณเล่าเรื่อง บ็อบ ดีแลน ได้ตรงจังหวะชีวิตของผมพอดี

สองสามวันนี้ลูกของผมกำลังทำโพรเจ็คท์โรงเรียน เป็นงานสไลด์โชว์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยยุคสิบสี่ตุลาฯ กับหกตุลาฯ โดยการสแกนภาพถ่ายขาวดำรูปฝูงชนเดินขบวนแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาเรียงร้อยกัน เสร็จแล้วก็ใส่เพลงประกอบ ปัญหาคือไม่รู้จะใส่เพลงอะไร เด็กถามผมเรื่องเพลง ผมเองก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ไม่เคยร้องเพลง หรือเป็น ดี.เจ.มาก่อน อีกทั้งพื้นที่เก็บเพลงในหัวของผมก็จำกัดจำแทะเต็มที

อย่างไรก็ตาม ช่างบังเอิญเหลือเกินที่หนึ่งในเพลงที่ผมรู้คือเพลงของท่านดีแลน ก็จึงเสนอคุณลูกว่า ทำไมไม่ใส่เพลง Blowing in the Wind ของท่านเล่า เหมาะกับภาพสิบสี่ตุลาฯยิ่งนัก ว่าแล้วก็เปิดซีดีเพลงนี้ให้้เขาฟัง

เด็กสั่นหัวดิก บอกว่า เชยมาก ไม่เข้ากันเลย เพลงมันร่าเริงเกินไป

ผมบอกว่า ร่าเริงกะผีอะไร นี่เป็นเพลงซึ้งมากในยุคนั้นนา

เขาสั่นหัว

งั้นจะเอาเพลงอะไร?

เขาว่าน่าจะเอาเพลงชุด Kill Bill มาใส่ เช่น เพลง Bang Bang (My Baby Shot Me Down) ของ แนนซี สินาตรา

ผมเกือบปล่อยก๊ากออกมา ปราบดาก็รู้ว่า หนังเรื่องนี้เลือดท่วมจอขนาดไหน (แม้ว่าตั้งใจให้เป็นการนำเสนอแบบเว่อร์ก็เถอะ) หากเปิดเพลงนี้คู่กับภาพสไลด์สิบสี่ตุลาฯ คงให้อารมณ์ของเรื่องต่างจากเจตนาของคนเดินขบวนแน่ๆ แต่... เอ! ความจริงเขาก็อาจไม่ผิดนัก เพราะทั้งสิบสี่ตุลาฯกับหกตุลาฯ เป็นงานเลือดสาดทั้งคู่

แต่ แหม! ถึงผมจะชอบเพลงชุด Kill Bill แต่เมื่อเอามาประกอบภาพสิบสี่ตุลาฯ มันทำให้ผมนึกถึงซามูไรสะพายดาบเดินอาดๆ บนถนนราชดำเนินอย่างไรชอบกล อย่ากระนั้นเลย ถ้าเอ็งอยากจะเล่นให้มันครีเอทีพจริงๆ ละก็ ไฉนไม่ทำให้เว่อร์ไปเลย ทำไมเอ็งไม่เอาเพลง What a Wonderful World ของ หลุยส์ อาร์มสตรอง (เพลงโบราณอีกเช่นกัน) มาใส่เสียเลย เป็นการนำเสนอแบบประชดไงเล่า

แน่นอนเด็กส่ายหน้าอีกตามเคย

เอาเป็นว่า ถึงวันนี้ก็ยังหาเพลงประกอบไม่ได้ ตอนจบอาจต้องใส่เพลงแร็พ หรือฮิพฮอพ คงเข้ากับสิบสี่ตุลาฯน่าดู

ผมเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพลง ข้อนี้ถือโอกาสโทษระบบการศึกษาเสียเลย สมัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยม ชั่วโมงดนตรีสำหรับผมเป็นสิ่งที่น่าเบื่อที่สุด ที่น่าสยดสยองที่สุดก็คือ นักเรียนทุกคนถูกบังคับให้ออกไปร้องเพลงหน้าชั้น เมื่อถึงคิวตัวเองต้องออกไปร้องเพลงหน้าห้อง ผมจะร้องเร็วกว่ารถไฟฟ้ารุ่นล่าสุด (คนละรุ่นกับสายที่ไปฝั่งธนบุรี) ยืนตัวแข็งทื่อ แหกปากร้องให้มันจบๆ ไป ได้คะแนนไม่ดีก็ช่างมัน เพราะไม่เคยคิดจะเอาดีทางร้องเพลงแน่ๆ โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่า ปู่ย่าตายายของโคตรเราก็ไม่เห็นมีใครร้องเพลงกันสักคน

เหตุผลที่ชั่วโมงดนตรีไม่เคยสนุกสำหรับผม เพราะผมไม่ได้รู้สึกถึงบรรยากาศสนุกสนานของการร้องเพลงเลยสักนิด บวกกับความอายที่จะต้องแสดงออก (การร้องเพลงก็คือการแสดงอย่างหนึ่ง) ทำให้เกิดความอายที่จะร้องเพลงหน้าชั้น

นิสัยอายการร้องเพลงในห้องเรียนแพร่ต่อถึงในบ้าน และสืบทอดมาจนทุกวันนี้

โชคดีนะครับที่ปราบดาไม่เป็นอย่างผม (ใครคนหนึ่ง ไม่นายภิญโญ ก็นายวรพจน์ หรือนายอะไรสักคนใกล้ตัวคุณ แอบนินทาว่าคุณก็ร้องเพลงคาราโอเกะ!) คุณคงเจอผมในร้านคาราโอเกะยากกว่าเจอทองคำหล่นอยู่ริมทาง ต่อให้ร้องเพลงคนเดียวยังรู้สึกอาย อาการหนักถึงขนาดนั้น

ผมรู้สึกอิจฉา (เล็กๆ) คนที่ร้องเพลงได้อย่างเบิกบานใจ สมัยผมทำงานในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานของผมบางคนร้องเพลงขณะทำงาน เป็นภาพที่หาดูยากมากในโลกยุคกำไรสูงสุด ทำให้ลดความเป็นสำนักงานลงไปเยอะ

ครั้นจะโทษว่าโรงเรียนไม่เน้นการดนตรี ก็ไม่ใช่ เพราะโรงเรียนแสงทองวิทยา หาดใหญ่ สมัยนั้นมีชื่อเสียงเรื่องวงดุริยางค์มาก ทุกปีมีขบวนแห่วงดุริยางค์ไปทั่วเมือง นักเรียนเล่นเครื่องดนตรีพวกทรัมเป็ต กลอง จัดว่าเป็นสีสันอย่างหนึ่งของเมืองเล็กๆ พวกเขาซ้อมดนตรีในโรงเรียนเป็นประจำ แต่แน่นอนผมเลือกที่จะอยู่ในห้องสมุดมากกว่า เพราะต่อให้อยากเล่นดนตรี เขาก็ไม่อยากเอาเด็กตัวผอมๆ ไปเป่าทรัมเปต กลัวหมดลมหายใจเสียก่อน

ความจริงจะบอกว่าผมไม่เล่นดนตรีเลยก็ไม่ถูกนัก เพราะผมสนุกสนานกับฮาร์โมนิกาทีเดียว ตอนนั้นผมมีปัญญาแค่ซื้อแค่ฮาร์โมนิกาอันเล็กๆ ราคาสิบกว่าบาทจากเมืองจีน แต่ก็ไม่ได้คิดเอาดีทางนี้เหมือนการวาดเขียน

อย่างไรก็ตาม ถึงไม่ชอบร้องเพลง แต่ผมก็ชอบฟังเพลง เพียงแต่ไม่ค่อยสนใจรู้และไม่เคยจำได้ว่าเป็นเพลงของใคร

ช่วงที่ผมเรียนหนังสือชั้นประถมถึงมัธยมต้น รายการวิทยุที่สงขลามีอยู่สักสองสถานีกระมัง หนึ่งในนั้นคือวิทยุทหารเรือสงขลา สถานีวิทยุต่างจังหวัดตอนนั้นมักเปิดเพลงลูกกรุงกับลูกทุ่ง จนถึงวันนี้ผมยังจำวาทะของดี.เจ.ยุคนั้นได้ :

สวัสดีครับท่านผู้ฟัง บัดนี้ขอเปิดม่านกำมะหยี่ประตูใจต้อนรับคุณเข้าสู่รายการ...

โหย! ม่านกำมะหยี่จริงๆ จนบัดนี้ผมก็ยังสงสัยว่าทำไมต้องเป็นม่านกำมะหยี่ ไม่เป็นม่านผ้า ม่านไม้ไผ่ หรือม่านโรงรับจำนำ

ที่เป็นเทรดดิชั่นอีกอย่างหนึ่งของการเปิดเพลงในยุคนั้นคือ ต้องเปิดทีละสองเพลงสลับดี.เจ.พูดเสมอ ไม่เป็นหนึ่งเพลง สามเพลง ต้องสองเพลงเท่านั้น เป็นสูตรตายตัว การนำเสนอจะเคร่งขรึมเหมือนการอ่านข่าว ยกตัวอย่างเช่น :

สองเพลงแรกของรายการวันนี้คือ คุณจะงอนมากไปแล้ว ของ สุเทพ วงศ์กำแหง ตามด้วยเพลง แล้วเราจะรักกันได้อย่างไร โดย สวลี ผกาพันธุ์ เชิญรับฟังครับ...

ไม่รู้ว่าท่านดี.เจ.ตั้งใจหรือไม่ เพราะทั้งสองเพลงนี้เข้ากันได้ดีมาก คือคุณสุเทพร้องว่าผู้หญิงนี่งอนจังนะ ส่วนคุณสวลีร้องตัดพ้อว่า พูดอย่างนี้แล้วจะรักกันได้ยังไงจ๊ะ

เมื่อ ดิ อิมพอสซิเบิล ครองประเทศ (ดิ อิมพอสซิเบิล นี่เป็นชื่อวงดนตรีนะครับ ไม่ใช่ชื่อพรรคการเมือง เผื่อว่าคุณไม่รู้! 5-5-5!) สถานีวิทยุก็เล่นเพลงของวงนี้สามเวลาหลังอาหาร เป็นวงที่ฮิตจริงๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผมฟังเพลงของวงนี้จนชินหู ดิ อิมพอสซิเบิ้นนน อย่างที่ดี.เจ.ต่างจังหวัดออกเสียง เป็นวงดนตรีสตริงคอมโบของไทยวงเดียวที่ดังไปถึงต่างจังหวัดในสมัยนั้น และยังมีโอกาสไปเดินสายที่ต่างประเทศด้วย (ชื่อ The Impossible ไม่มี s แม้วงนี้จะมีหลายคน)

ช่วงรอยต่อของยุคซิกซ์ตี้กับเซเว่นตี้ ในต่างจังหวัดที่ผมอยู่ก็เปิดเพลงฝรั่งตามกระแสโลกเหมือนกัน ชื่อวงดนตรีที่คุ้นหูที่สุดมี คลิฟฟ์ ริชาร์ด ที่ร้องคู่กับวง เดอะ ชาโดว์, เอลวิส เพรสลีย์ กับ เดอะ บีเทิลส์ ไนท์คลับทั่วไป แม้กระทั่งในงานวัดยังเล่นเพลงสไตล์ เดอะ ชาโดว์ เลยครับ

ครั้งหนึ่งภาพยนตร์ฝรั่งเรื่อง Melody Fair เข้าฉายที่หาดใหญ่ ไม่นานเพลง Melody Fair ของวงบีจีส์ ก็กระหึ่มเมือง และเพื่อนๆ ของผมก็เริ่มฮัมเพลงของบีจีส์

ผมโตมากับไม่กี่วงนี้แหละครับ

เมื่อมีโอกาสย้ายนิวาสสถานไปกรุงเทพฯ พบว่าเมืองหลวงดีกว่าต่างจังหวัดตรงที่สถานีวิทยุเปิดดนตรีคลาสสิกด้วย จึงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ฟังเพลงบรรเลง ทั้งคลาสสิกอย่าง เบโธเฟน โมสาร์ท ไปจนถึงเพลงบรรเลงแบบ elevator music และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมชินกับการฟังเพลงแบบนี้เวลาทำงานอยู่หลายปีทีเดียว

ตอนนั้นโลกการฟังเพลงของผมต้องพึ่งวิทยุอย่างเดียว เพราะไม่มีปัญญาซื้อเครื่องเล่นเทป ช่วงกลางคืนมีบางสถานีที่เล่นเพลงจำพวกคลาสสิกและอธิบายที่มาของเพลงเหล่านั้นด้วย ได้ความรู้มากทีเดียว เมื่อเทียบกับดี.เจ.สมัยปัจจุบัน ผมเห็นว่าดี.เจ.ยุคก่อนทำงานหนักกว่ามาก

เมื่อผมเรียนชั้นปีสองที่คณะสถาปัตย์ฯ จุฬาฯนั้น น่าดีใจยิ่งที่ทางคณะเปิดสอนวิชา Music Appreciation (ตอนลงทะเบียนผมยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่า appreciation เลย) อาจารย์ที่สอนเป็นสถาปนิกผู้มีความรู้ด้านดนตรีดีมาก วิชานั้นถ่างหูผมกว้างขึ้นอีกหลายนิ้ว

อาจารย์ให้นักศึกษาแยกแยะให้ออกว่า แต่ละเสียงที่เข้าหูมาจากเครื่องดนตรีชนิดไหน สำหรับคนที่มาจากต่างจังหวัดไม่นาน ผมสอบวิชานั้นได้คะแนนไม่ดีนัก เพราะไม่ค่อยรู้จักเครื่องดนตรีแต่ละชนิด ดูเผินๆ ไม่น่าจะมีอะไรที่เกี่ยวกับวิชาสถาปัตยกรรมที่เรียนส แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้เห็นว่าคนที่จะทำงานสายศิลปะได้ดี คือคนที่ควรมีความพึงใจในรสดนตรีที่ดี รวมทั้งงานแขนงอื่นๆ เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ การ์ตูน วรรณกรรม
ไม่กี่ปีก่อน ผมเดินชนแผงขายเพลงไทยเก่าจำพวกที่ผมเคยฟังสมัยเด็ก ด้วยอารมณ์ถวิลหาอดีต ผมซื้อเพลงของ ดิ อิมพอสซิเบิ้นนน เพลงลูกทุ่ง เพลงจากภาพยนตร์เรื่อง แผลเก่า ไปหลายแผ่น แล้วไปหลบมุมแอบฟังคนเดียว ด้วยกลัวคนอื่นจะหาว่าเชย

เมื่อมาฟังเพลงเก่าทิ้งระยะห่างสามสิบปีจากครั้งสุดท้าย ก็พบว่ามันเป็นประสบการณ์ที่แปลกดี อย่างเพลงของ ดิ อิมพอสซิเบิล เนื้อเพลงส่วนใหญ่อาจถือว่าเชยไปแล้ว หากวัดด้วยมาตรฐานความทันสมัยในปัจจุบัน แต่ทำนองของหลายเพลงก็ยังรื่นหูอยู่ ที่แปลกคือผมกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันเชย หรือตกยุค เพียงแต่รู้สึกเหมือนฟังเพลงกล่อมเด็กมากกว่า มันให้ความรู้สึกอบอุ่นไปแบบหนึ่ง นี่กระมังที่เขาเรียกว่า nostalgia

ครั้นลองฟังเพลงลูกทุ่ง เช่นชุด แผลเก่า เพลงของ สุรพล สมบัติเจริญ, ทูล ทองใจ ไพรวัลย์, ลูกเพชร ฯลฯ ก็รู้สึกว่า ฟังเพลงแบบนี้เมื่ออายุมากขึ้นให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเดิมมาก ผมคงแก่ไปแล้วจริงๆ ก็ได้

เรื่องเพลงอาจเป็นศิลปะสายเดียวที่ดูเหมือนผมจะเชยกว่าคนอื่นๆ เสมอ เพราะไม่เคยตามเพลงใหม่ๆ ทัน ผมถูกเพื่อนบางคนว่าตั้งแต่สมัยนั้นแล้วว่า ...เอาหัวไปมุดอยู่ที่ไหน

แต่เมื่อวัยสูงขึ้น ผมเชื่อว่าไม่มีคำว่า เชย ในเสียงเพลง เพลงก็เหมือนศิลปะสายอื่นๆ เรายังคงสามารถดื่มด่ำกับภาพเขียนของเรอเน่ได้เท่ากับงานการ์ตูนของ วิศุทธ์ พรนิมิตร

ผมมาคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง หากเมื่อเล็กพ่อแม่ของผมมีปัญญาซื้อเปียโนให้ผมสักหลัง หรือไวโอลินสักตัว บางทีตอนนี้ผมอาจเลือกเขียนเพลงแทนที่จะเขียนหนังสือก็ได้

อาจเพราะสมัยเด็กไม่มีปัญญาซื้อเครื่องดนตรีหรือเล่นดนตรี ดังนั้นเมื่อมีลูก ผมคงอยากเติมส่วนที่ผมขาดไปในวัยเด็ก เด็กจึงมีโอกาสได้เรียนทั้งเปียโนและไวโอลิน ซึ่งมันก็เป็นประสบการณ์อีก คือค่าเรียนดนตรีมัน (โคตร) แพงจริงๆ นับว่าวงการศิลปะนี้มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้สูง เมื่อเทียบรายได้ของครูสอนเปียโนกับนักเขียน ทั้งที่ทั้งคู่ก็ใช้นิิิ้วจิ้มคีย์เหมือนกัน

ทุกวันนี้ผมนั่งทำงานโต๊ะตัวเดียวกับลูก ผมเขียนหนังสือ เขาทำการบ้าน ผมอยากรู้ว่าเขาฟังอะไร ก็ต้องคอยเงี่ยหูฟังว่าเพลงที่เขาฟัง (ผ่านเครื่องมือดูดเงินที่เรียกว่า ไอ-พ็อด) เพลงฝรั่งใหม่ที่ผมไม่คุ้นหู เป็นประสบการณ์อีกขั้นหนึ่งในโลกดนตรีเล็กๆ ของผม

อีกสักสามสิบปี เมื่อเพลงที่ฮิตในปัจจุบันหมดยุคของมัน เขาก็คงไปเดินตามแผงเพลงเก่าเพื่อหาซื้อมันมาฟัง

อย่างนี้หรือเปล่าที่เรียกว่า เพลงเพื่อชีวิต ?
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
Dr.T
Verified User
โพสต์: 1608
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 19

โพสต์

ฤทธิ์มีดสั้น
หนังสือชุด คุยกับประภาส ทุกเล่ม
เจาะเวลาหาจิ๋นซี
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 20

โพสต์

8) ทั้งหมด24หน้าเลยทีเดียว
    ตามอ่านทั้งหมดจากลิ๊งนี้นะครับ
    เข้าไปที่มหาชนสนทนาคาเฟ่ 24ชม.
    หัวข้อ ความน่าจะเป็น วินทร์ ถึง ปราบดา


http://www.bbznet.com/scripts2/view.php ... r=lastpost
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 21

โพสต์

8) ผมไปเจอบทความของพี่จิก ประภาส
    มาอีกเรื่องครับ
    หมอที ต้องชอบแน่ๆเลย
   

ผจญภัยในความรัก
คอลัมน์ คุยกับประภาส
โดย ประภาส ชลศรานนท์

สวัสดีค่ะคุณประภาส

ไม่ทราบว่าคุณประภาสจะเป็นเหมือนแม่ของดิฉันหรือไม่ คือไม่ว่าดิฉันจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่กลับบ้านดึก ไม่เคยทำให้แม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับความประพฤติ แม่บอกว่าไม่ให้มีแฟน ดิฉันก็ไม่มี (จนตอนนี้อายุก็ 20 กว่าแล้ว) คือดิฉันทำตามใจท่านทุกอย่าง แต่แม่ไม่เคยกล่าวชมดิฉันเลย เวลาผลสอบออกมาดีกว่าเทอมก่อนๆ ก็ไม่เคยชม แต่พอได้น้อยขึ้นมาก็บ่นอยู่หลายวันทีเดียว

ดิฉันจึงอยากเรียนถามคุณประภาสในฐานะที่คุณประภาสเองก็มีลูกเหมือนกัน คุณประภาสเคยชมลูกบ้างไหม หลายครั้งที่ดิฉันนึกน้อยใจว่าทำไมหนอทำไม เราทำดีมาขนาดนี้แล้ว แม่ไม่เห็นแสดงอาการภูมิใจในตัวเราสักครั้งหนึ่งเลยค่ะ

อั้ม

*********************************************************


ผมสนใจคำขึ้นต้นจดหมายของคุณอั้มครับ

คุณอั้มขึ้นต้นด้วยคำถามว่าผมเป็นอย่างที่คุณแม่คุณอั้มเป็นหรือเปล่า นั่นคือถามผมว่าผมเคยทำตัวเย็นชาไม่ออกปากชมลูกชมเต้าอย่างที่คุณเขียนมาในจดหมายหรือเปล่า ผมอ่านจดหมายของคุณอั้มด้วยความเห็นใจครับ เพราะเห็นได้ชัดเลยว่าความน้อยเนื้อต่ำใจที่คุณได้รับจากสิ่งที่คุณแม่ทำนั้น มันพาลให้คิดเหมาไปหมดว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่คงเป็นอย่างนี้กันหมด

ความน้อยใจแบบนี้ถ้าเป็นหนักๆ เข้าอาจถึงขั้นไปรู้สึกอิจฉาคนอื่นที่มีแม่ที่ออกปากชมลูกได้

ผมเชื่อว่าความทุกข์ใจที่คุณอั้มประสบอยู่นั้น คุณอั้มก็คงเคยนำไปปรึกษาหรือเล่าสู่กันฟังกับคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจมาบ้างแล้ว และผมก็เชื่อว่าคำตอบที่คุณอั้มได้รับก็คงจะเป็นประโยคทำนองที่ว่า "ทุกอย่างที่แม่ทำไปก็ด้วยความรักเท่านั้น"
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 22

โพสต์

ฟังดูเหมือนในละครตอนหัวค่ำนะครับ คำพูดที่ฟังแล้วน่าเบื่อซ้ำๆ ซากๆ อ้างแต่ความรัก แม่บ่นก็เพราะรัก แม่เคี่ยวเข็ญก็เพราะรัก แม่ตีก็เพราะรัก ฯลฯ

ส่วนท่านผู้อ่านที่กำลังเดาอยู่ว่าแล้วผมจะตอบอย่างไรให้แตกต่างจากคำพูดน่าเบื่อที่ว่านั้น

อาจจะผิดหวังหน่อยนะครับ เพราะผมก็คงตอบเหมือนกันว่า "ความรักตัวเดียวเท่านั้นเอง" ที่ทำให้แม่ของทุกคนเป็นอย่างที่แม่เป็นอยู่

เคยเห็นฉากนี้ในชีวิตจริงไหมครับ

เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งวิ่งข้ามถนนไปด้วยความซุกซนประสาเด็ก รถคันหนึ่งวิ่งผ่านมาด้วยความเร็วสูง แล้วเสียงเบรกจากรถก็ดังลั่นจนเรียกให้ผู้เป็นแม่ที่อยู่แถวๆ นั้นหันมามอง รถจอดห่างจากเด็กน้อยที่ยืนตกตะลึงอยู่ไม่ถึงสองเมตรดี จากนั้นเราก็จะเห็นผู้เป็นแม่พุ่งเข้าไปหาลูกแล้วก็จับข้อมือลากออกมาให้พ้นรัศมีรถ

ภาพต่อมาเราก็จะเห็นผู้เป็นแม่เริ่มลงมือตีลูก และแน่นอนการตีนี้ย่อมเป็นการตีไปบ่นไป หรือถ้าตัวแม่อาศัยอยู่ในตลาดที่ผู้คนมักใช้ภาษาเดิมๆ ของบรรพบุรุษโบราณ เราก็อาจจะได้เห็นการตีไปผรุสวาทไปอย่างเผ็ดร้อนด้วย

ทำไมฉากชีวิตฉากนี้ไม่จบลงด้วยการที่แม่พุ่งเข้าไปหาลูกแล้วก็จูงมือออกมากอดเรียกขวัญ

ทั้งๆ ที่การจบทั้งสองแบบของฉากนี้ก็ล้วนทำไปด้วยความรักเช่นกัน

ผมพูดคำว่าความรักออกมาอีกแล้ว เพราะผมหมายความอย่างนั้นจริงๆ

เป็นที่รู้กันอยู่ว่าคนตะวันออกไม่ถนัดที่จะแสดงความรักต่อกัน เรื่องบอกรักบอกความในใจนั้น คนไทยคนลาวคนจีนนี่ทำไม่เป็นเลย ยิ่งเป็นพ่อเป็นแม่กับลูกที่โตๆ แล้วนี่ยิ่งเก้งก้างใหญ่

ให้ผมเดาเล่นๆ ผมก็ว่าคุณอั้มเองก็คงไม่เคยเข้าไปกอดหอมแม่แล้วก็บอกรักท่าน

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักท่านนี่ จริงไหมครับ

สำหรับคนที่เป็นลูก...แค่แม่อุ้มท้องแล้วคลอดเราออกมา บุญคุณก็ทดแทนกันไม่หมดแล้ว
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 23

โพสต์

ชาตินี้ เรื่องความกตัญญูกตเวทีผมก็เชื่อว่าคุณอั้มมีอยู่เต็มเปี่ยม ไม่อย่างนั้นคุณอั้มจะอยู่ในโอวาทเชื่อฟังท่านทุกเรื่องอย่างที่เล่ามาหรือครับ


ถึงตรงนี้ผมคงต้องหมายเหตุไว้สักหน่อยหนึ่งว่า เรื่องการเชื่อฟังกับเรื่องกตัญญูก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกันนัก แม้จะใกล้กันมาก

มาดูฉากชีวิตอีกฉากหนึ่งกัน ฉากนี้ผมว่าคุณอั้มก็คงเคยเห็น

ลูกสาวคนโตกลับมาจากที่ทำงาน พอเข้าบ้านก็เห็นแม่นั่งกินไอศครีมสบายใจอยู่บนโต๊ะ เห็นดังนั้นเข้าตัวลูกสาวก็ส่งเสียงดังขึ้นทันที

"แม่กินไอศครีมทำไม แม่ก็รู้อยู่ว่ากินไม่ได้ เดี๋ยวน้ำตาลในเลือดก็สูงหรอก หนูอุตส่าห์ซ่อนในตู้เย็นลึกๆ แล้ว แม่ยังไปค้นมาอีก แม่ไม่เข็ดหรือไง คราวที่แล้วที่น้ำตาลสูงน่ะ หมอก็ห้ามให้ระวัง แม่ก็ดื้อเหลือเกิน อยากนอนโรงพยาบาลอีกหรือไง"

พูดไม่พูดเปล่าลูกสาวยังเอามือยกถ้วยไอศครีมที่กินไม่หมดออกจากโต๊ะด้วย ตัวแม่เห็นลูกทำดังนั้นก็ได้แต่ทำตาปริบๆ ไม่พูดอะไร

"แม่...หนูเหนื่อยนะ ทำงานหาเงินก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว กลับมาบ้านยังมาเจอแม่พูดไม่รู้เรื่องอีก"

เหตุการณ์หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นต่อคุณอั้มก็คงจะเดาได้

ตัวแม่แอบไปนั่งเช็ดน้ำตาอยู่คนเดียว แล้วก็อาจเข้าใจผิดไปได้ว่า ลูกนั้นหวงแม้กระทั่งไอศครีมจนต้องแอบเอาไปซ่อนไม่ให้แม่เห็น

คุณอั้มมองอยู่วงนอกก็มองออกใช่ไหมครับว่า คำพูดของลูกสาวนั้นแม้จะไม่น่าฟังเลย แต่ก็ล้วนพูดมาจากความรักแทบทั้งสิ้น คนนอกฟังอย่างไรก็ฟังออกว่าตัวลูกสาวกลัวอาการเบาหวานของแม่จะกำเริบหนัก เลยรู้สึกโกรธที่เห็นแม่กินของหวานเข้าไปมาก ส่วนตัวคนในเหตุการณ์นั้นฟังไม่ออกหรอกครับว่าเป็นความหวังดี ถึงจะฟังออกบ้าง แต่ไอ้ความน้อยใจนี่สิมันแรงกว่าเยอะ หลายรายแล้วครับที่แรงน้อยใจมันแรงจนบดบังความหวังดีของอีกฝ่ายหนึ่งได้

คุยกันมาถึงตรงนี้ บางคนอาจคิดเล่นๆ ว่าเป็นมนุษย์นี่มันยากดีแท้ กะอีแค่มีความรักนี่ยังไม่พออีกหรือ ต้องมีการแสดงออกของความรักที่สมควรด้วยหรือ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 24

โพสต์

ปัญหามันอยู่ตรงนี้จริงๆ

ปัญหามันอยู่ที่เราไม่แสดงออกกัน หรือไม่ก็ชอบแสดงออกแบบตรงข้าม

มนุษย์เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความรู้สึกอย่างหนึ่ง นั่นคือความรัก ความรักเป็นความรู้สึกพิเศษที่อธิบายได้ยาก กวีและปราชญ์ตลอดประวัติศาสตร์ต่างก็อธิบายออกมาได้ไม่จบสิ้น

ความหมายของมันว่าอธิบายยากแล้ว การแสดงออกยิ่งยากกว่า

เราจึงเข้าใจผิดกัน หรือไม่เข้าใจกัน และเมื่อขาดความเข้าใจในรักแล้ว ความทุกข์จากความไม่สมหวังในรักก็บังเกิดขึ้น

อย่างเช่นกรณีของคุณอั้มก็ถือเป็นการไม่สมหวังในรักนะครับ คุณอั้มรู้สึกตลอดเวลาว่าตัวคุณอั้มรักคุณแม่ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าหรือคุณแม่นั้นไม่รักเรา

ขออนุญาตแนะนำคุณอั้มง่ายๆ สองข้อ

ก่อนจะแนะนำก็ขอฝากท่านผู้อ่านที่เป็นพ่อคนแม่คนลองทบทวนการแสดงออกของความรักของตัวเองดู ตัวผมเองผู้เขียนก็ยอมรับครับว่าบางทีผมก็เผลอแสดงออกผิดๆ ไปกับลูก

กลับมาที่คุณอั้มครับ ลองทำดูนะครับแม้จะรู้สึกเขินๆ ตอนแรกๆ

ข้อแรก แนะนำให้เข้าไปกอดท่าน บอกรักท่าน ออดอ้อนท่านเหมือนครั้งยังเด็กก็ได้ ไม่น่าเกลียดหรอกครับ เราเป็นลูกนี่ คนรักกันนั้นลองฝ่ายหนึ่งพูดความในใจอยู่ตลอดเวลาแล้วอีกฝ่ายจะไม่พูดบ้างเชียวหรือ

บางทีไอ้ที่ท่านเคยแสดงออกทางความรักด้วยการบ่นหรือหวงแหนจนเกินเหตุ ก็อาจจะเปลี่ยนไปได้ ถ้าคุณอั้มเริ่มก่อน และทำอยู่เป็นนิจ

กล้าหาญในความรักนี่น่ายกย่องออก ลองดูสิครับ

ข้อที่สอง จะขอแนะนำให้ลองเปลี่ยนความคิดดูใหม่

ให้รักท่านอย่างที่ท่านเป็น อย่าไปรักท่านอย่างที่เราอยากให้ท่านเป็น แม่บอกรักเราด้วยการบ่น ก็จงเข้าใจท่านและรู้จักตัวท่านว่าท่านเป็นอย่างนี้ ยามใดที่ท่านบ่นก็ให้คิดเสียว่าท่านกำลังบอกรักเรา เพราะถ้าคุณอยากรักท่านอย่างที่อยากให้ท่านเป็น แสดงว่าคุณ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 25

โพสต์

อยากให้ท่านชมเราก่อน เราถึงจะรัก ผมว่าอย่างนี้มันตื้นๆ อย่างไรไม่รู้

ผจญภัยในความรักให้สนุกนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
กล้วยทอด
Verified User
โพสต์: 1468
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 26

โพสต์

por_jai เขียน:อยากให้ท่านชมเราก่อน เราถึงจะรัก ผมว่าอย่างนี้มันตื้นๆ อย่างไรไม่รู้

ผจญภัยในความรักให้สนุกนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้
พี่พอใจอ่านเยอะ คิดเยอะนะคะ :D
..สักวันจะเก่งเหมือนพี่บ้าง..
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภรรโยโฟเบีย
Verified User
โพสต์: 253
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 27

โพสต์

รักหลายเล่มข้างต้น

แต่ขอเพิ่มอีกเล่ม

"พันธ์หมาบ้า" ของ ชาติ กอบจิตติ ครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภรรโยโฟเบีย
Verified User
โพสต์: 253
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 28

โพสต์

ไหนๆก็ให้รักแล้ว ขอรักอีกสักเล่มน่า...

รวมเรื่องสั่นเรื่องเหมืองแร่ ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์
BenjaMinburee
Verified User
โพสต์: 185
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 29

โพสต์

เอาเป็นการ์ตูนได้ไหมครับ ผมชอบสุด 2 เรื่อง 1.เรียวม่า ตัวเอกเป็นซามูไรชั้นต่ำในยุคที่ต่างชาติเข้ามาล่าอาณานิคม ตอนนั้นญี่ปุ่นปกครองในระบอบศักดินามีเมืองต่างๆ โดยเมืองต่างๆ นี้ขึ้นอยู่กับโตกุกาว่า ในสมัยนั้นพอฟะหรั่งนำเรือมาเทียบท่าชาวญี่ปุ่นก็ตกใจครับ มีผู้กล้าญี่ปุ่นมากมายคิดขับไล่ต่างชาติและล้มล้างรัฐบาลโตกุกาว่า  เรียวม่าเป็นคนยุคใหม่ครับ เขามีความคิดลำ้หน้ากว่าเพื่อนร่วมอุดมการ์ณ ที่จะใช้ดาบขับไล่ต่างชาติ เขาต้องการให้ญี่ปุ่นเรียนรู้วิทยาการและระบบการปกครองจากต่างชาติ และล้มเลิกระบบศักดินา ซึ่งกว่าเขาจะทำสำเร็จเขาก็พบกับความสูญเสียมากมายครับ ทั้งครอบครัว และเพื่อน แม้แต่ชีวิตของตนเอง
2. เรื่อง อีกา ครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

คุณรักหนังสือเล่มใดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาครับ?

โพสต์ที่ 30

โพสต์

[quote="BenjaMinburee"]เอาเป็นการ์ตูนได้ไหมครับ ผมชอบสุด 2 เรื่อง 1.เรียวม่า ตัวเอกเป็นซามูไรชั้นต่ำในยุคที่ต่างชาติเข้ามาล่าอาณานิคม ตอนนั้นญี่ปุ่นปกครองในระบอบศักดินามีเมืองต่างๆ โดยเมืองต่างๆ นี้ขึ้นอยู่กับโตกุกาว่า ในสมัยนั้นพอฟะหรั่งนำเรือมาเทียบท่าชาวญี่ปุ่นก็ตกใจครับ มีผู้กล้าญี่ปุ่นมากมายคิดขับไล่ต่างชาติและล้มล้างรัฐบาลโตกุกาว่า
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
โพสต์โพสต์