สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 1

โพสต์

รูปภาพ

ที่สุดของที่สุดก่อนเปิดฉากเวิลด์คัพ 2006

ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี ระหว่าง 9 มิ.ย. - 9 ก.ค. นี้ ที่เยอรมนี ใกล้จะเปิดฉากขึ้น โดยมี 32 ทีมจากทุกทวีป ผ่านเข้าชิงชัย และก่อนที่เกมฟาดแข้งจะเปิดฉากขึ้น มีสีสันหลายอย่างในความเป็นที่สุดของที่สุด สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ที่น่าสนใจหลายด้าน หลายแง่มุม น่าติดตาม เป็นการเรียกน้ำย่อย หรืออุ่นเครื่อง ก่อนที่จะได้พบกับ "วินาทีแห่งความสุข" ของเกมฟาดแข้งที่จะเปิดฉากขึ้นได้เป็นอย่างดี จะมีอะไรบ้างนั้น ไปพบกันเลย


อายุน้อยที่สุด : ในจำนวนทีมชาติต่าง ๆ ที่ผ่านเข้าชิงชัยทั้งสิ้น 32 ทีม ส่งรายชื่อได้ทีมละ 23 คน ทำให้มีนักเตะที่เข้าร่วมฟาดแข้งในฟุตบอลโลก 2006 ทั้งสิ้น 736 คน ในจำนวนนี้นักเตะที่อายุน้อยที่สุดได้แก่ ธีโอ วัลคอตต์ ไอ้หนูมหัศจรรย์ของทีมชาติอังกฤษ จากทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่ติดทีมชาติอังกฤษทั้งที่ยังไม่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ชิพ แม้แต่นัดเดียว และด้วยวัย 17 ปี 75 วัน ทำให้ วัลคอตต์ ทำลายสถิติของ เวย์น รูนีย์ ไปแล้ว ด้วยการเป็นนักเตะที่ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษด้วยอายุน้อยที่สุด

ในเกมที่อังกฤษอุ่นแข้งที่เอาชนะ ฮังการี 3-1 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดย รูนีย์ เป็นเจ้าของสถิติเดิม ที่เคยลงเล่นให้อังกฤษด้วยวัย 17 ปี 111 วัน ในเกมกับทีมชาติออสเตรเลีย เมื่อเดือนก.พ. 2003 นอกจากนั้นในการไปฟุตบอลโลก 2006 ครั้งนี้


วัลคอตต์ ยังทำสถิติเป็นนักเตะที่ไปฟุตบอลโลก ด้วยอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก นอร์แมน ไวต์ไซด์ ที่ลงเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ในฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน ด้วยอายุ 17 ปี 41 วัน ซึ่งตอนนั้น ไวต์ไซด์ เป็นตัวสำรองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ติดทีมชาติแบบปาฏิหาริย์เช่นเดียวกับ วัลคอตต์ ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับ วัลคอตต์ ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 1989 ถ้ายิงประตูในฟุตบอลโลก 2006 ได้สำเร็จจะกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัตศาตร์ที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลกทันที


อายุมากที่สุด :อาลี บูมนิเฌล นายทวารทีมชาติตูนิเซีย เป็นนักเตะที่อายุมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เกิดเมื่อ 13 เม.ย. 1966 ติดทีมชาติมาแล้ว 47 ครั้ง เรียกว่า อายุครบ 40 ปี เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา คนที่ลงเล่นด้วยอายุมากกว่าเขามีเพียง โรเจอร์ มิลลา ของแคเมอรูน, แพต เจนนิงส์ ของไอร์แลนด์เหนือ, ปีเตอร์ ชิลตัน ของอังกฤษ และ ดิโน ซอฟฟ์ ของอิตาลี


ลงเตะฟุตบอลโลกมากที่สุด : ในจำนวนนักเตะ 736 คน ของฟุตบอลโลกครั้งนี้ มี 7 นักเตะที่ผ่านศึกฟุตบอลโลกมามากที่สุดถึง 3 ครั้ง และจะลงเล่นในฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ได้แก่ คาฟู, โรนัลโด ของบราซิล, โอลิเวอร์ คาห์น นายทวารเยอรมนี, โมฮัมหมัด อัล ดาเอีย นายทวารซาอุฯ, ซามี อัล จาเบอร์ กองหน้าซาอุฯ, ,เคซีย เคลเลอร์ กับ คลอดิโอ เรย์นา ของสหรัฐอเมริกา โดยมมีเพียง คาฟู กับ อัล ดาเอีย และ อัล จาเบอร์ ที่ลงเล่นบอลโลกมา 3 ครั้งติดต่อกัน


สำหรับ "เหยินใหญ่" โรนัลโด ลงเล่นในฟุตบอลโลกครั้งแรกในฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ด้วยวัย 17 ปีเศษ ซึ่งบราซิลคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ แต่ โรนัลโด เป็นตัวสำรองไม่ได้ลงสนามเลย ก่อนจะมาฉายแสงในฟุตบอลโลก 1998 ที่บราซิลแพ้ฝรั่งเศสในรอบชิงฯ และมาสมหวังคว้าแชมป์โลกกับบราซิลในฟุตบอลโลก 2002 พร้อมกับครองตำแหน่งดาวซัลโว และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โรนัลโด ประกาศจะคว้าตำแหน่งดาวซัลโว และคว้าแชมป์โลกกับบราซิลอีกครั้ง ต้องดูต่อไปว่า ทั้งบราซิล และโรนัลโด ในวัย 29 ปีตอนนี้ จะทำได้หรือไม่


โดย แลดโบรกส์ วาง โรนัลโด เป็นเต็ง 1 ทีจะครองตำแหน่งดาวซัลโวฟุตบอลโลก ด้วยอัตรา 10.00 หรือแทง 1 ได้10 รวมทั้งทุน ตามมาด้วย อาเดรียโน 11.00, เธียร์รี อองรี 11.00, โรนัลดินโญ 13.00, ไมเคิล โอเวน 15.00 และ รุด ฟาน นิสเตลรอย 15.00 ส่วน สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่คาดว่า สเวน โกรัน อีริคส์สัน จะดันไปเป็นหน้าต่ำแทน รูนีย์ หาก รูนีย์ เล่นไม่ได้นั้น มีอัตราต่อรองดาวซัลโวอยู่ท้าย ๆ ที่ 51.00


สูงที่สุด: นักเตะที่มีส่วนสูงที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้แก่ แยน โคลเลอร์ ของสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งสูงถึง 2.02 เมตร ในขณะที่ ปีเตอร์ เคราช์ ดาวยิงร่างโย่งของอังกฤษสูงเพียง 1.98 เมตร


เต็งจ๋าที่สุด : ย่อมหนีไม่พ้น ทีมแชมป์โลก 5 สมัย "แซมบ้า" บราซิล ซึ่งเป็นทีมที่คว้าแชมป์โลกได้มากที่สุด เดินทางมาป้องกันแชมป์โลกครั้งนี้ด้วยดาวดังฟลูทีม โดยเฉพาะ 4 ประสานในเกมรุกอย่าง กากา, โรนัลดินโญ, โรนัลโด และ อาเดรียโน ซึ่ง แลดโบรกส์ วางอัตราไว้ที่ 3.25 หรือแทง 1 ได้ 3.25 รวมทั้งทุน ตามมาด้วยอังกฤษ 8.00, เยอรมนี 8.00, อาร์เจนตินา 9.00, อิตาลี 9.00, ฝรั่งเศส 13.00, ฮอลแลนด์ 13.00 โดยมี ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก เป็นทีมที่ได้รับการคาดหวังว่ามีโอกาสคว้าแชมป์น้อยที่สุดที่อัตรา 751.00 หรือแทง 1 ได้ถึง 751 รวมทั้งทุน


ส่วนอัตราต่อรองแชมป์กลุ่ม ในรอบแรก ของแลดโบรกส์ เฉพาะ 2 ทีมที่มีโอกาสเข้ารอบ ได้แก่ กลุ่ม A เยอรมนี 1.33, โปแลนด์ 4.50, กลุ่ม B อังกฤษ 1.57, สวีเดน 3.00, กลุ่ม C อาร์เจนตินา 2.00, ฮอลแลนด์ 2.37, กลุ่ม D โปรตุเกส 1.80, เม็กซิโก 2.37, กลุ่ม E อิตาลี 1.72, เช็ก 3.20, กลุ่ม F บราซิล 1.20, โครเอเชีย 6.50, กลุ่ม G ฝรั่งเศส 1.40, สวิตเซอร์แลนด์ 4.20, กลุ่ม H สเปน 1.57, ยูเครน 3.00


หล่อที่สุด : ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สาว ๆ ทั่วโลกจะโหวตให้ เดวิด เบคแคม กัปตันทีมชาติอังกฤษแน่นอน รองลงมาคงเป็น กากา ของบราซิล และ มิชาเอล บัลลัค กัปตันทีมชาติเยอรมนี


เยี่ยมที่สุด : ตอนนี้คาดหมายกันว่า "เหยินเล็ก" โรนัลดินโญ เพลย์เมคเกอร์ของบราซิล น่าจะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกไปครอง เพราะกำลังท็อปฟอร์มสุด ๆ ด้วยการนำ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา คว้าตำแชมป์ลาลีกา สเปน 2 สมัยติดต่อกัน และคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ และหาก โรนัลดินโญ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้สำเร็จ ก็จะทำสถิติเป็นนักเตะรายที่ 9 ของโลก ที่ได้แชมป์ยุโรป และแชมป์โลก ในปีเดียวกัน


ส่วนตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมเยาวชน ตอนแรก เวย์น รูนีย์ ดาวยิงอังกฤษวัย 20 ปี เป็นเต็งจ๋า แต่จากอาการบาดเจ็บกระดูกเท้าขวา ทำให้กลายเป็น ลิโอเนล เมสซี ดาวรุ่งของอาร์เจนตินา เจ้าของฉายา "มาราโดนา 2" แทน


เร็วที่สุด : ดาวิด โอดอนคอร์ ปีกทีมชาติเยอรมนี จากทีมดอร์ตมุนด์ ที่ติดทีมชาติแบบเซอร์ไพรส์ เช่นกัน เพราะ เจอร์เกน คลินส์มันส์ เรียกมาติดทีมชาติชุดฟุตบอลโลก ทั้งที่ไม่เคยลงเล่นทีมชาติชุดใหญ่มาก่อน แต่เป็นนักเตะเชื้อสายกานา ที่วิ่งได้เร็วมาก จับเวลาวิ่ง 100 เมตร ได้ถึง 10.7 วินาที เร็วที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้


ทีมที่ญาติเยอะที่สุด: ต้องยกให้โครเอเชีย ทีมในกลุ่ม F ร่วมสายกับ บราซิล, ออสเตรเลีย, และญี่ปุ่น เพราะมีมิดฟิลด์ นิโก โควัช กับกองหลัง โรเบิร์ต โควัช เป็นพี่น้องกัน รวมทั้งมิดฟิลด์ อิวาน เลโก กับ เยอร์โก เลโก นอกจากนั้นกุนซือทีมโครเอเชีย ชลัตโก ครานจ์การ์ ยังเลือกลูกชายของตัวเองคือ นิโก ครานจ์การ์ มิดฟิลด์จากทีม ไฮจ์ดุค สปลิท ติดทีมชาติชุดนี้ด้วย ซึ่งตอนแรกก็โดนจวกว่าลำเอียงเลือกลูกติดทีมชาติ แต่ภายหลังก็เป็นที่ยอมรับ เพราะ นิโก ครานจ์การ์ โชว์ฟอร์มดีช่วยทีมได้มากจริง ๆ


นอกจากนั้น สวิตเซอร์แลนด์ยังมีคู่ฝาแฝดคือกองหลัง ฟิลิปป์ เดอแกน กับกองกลาง ดาวิด เดอแกน ลงเตะในฟุตบอลโลก ซึ่งนับเป็นคู่แฝดคู่ที่ 5 ในประวัติศาสตร์ที่ลงเตะในฟุตบอลโลก ส่วนกุนซือเซอร์เบีย อิลิยา เพ็ทโควิช ยังเรียกลูกชายของตนคือ ดูซาย มาแทน เมียร์โก วูซินิช ที่บาดเจ็บอีกด้วย


นักเตะจากที่ลีกที่เยอะที่สุด : ฟีฟ่า แจ้งว่า ในจำนวนนักเตะ 736 คนที่เข้าร่วมในฟุตบอลโลก 2006 มาจาก 5 ลีกใน อังกฤษ, อิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส และ เยอรมนี มากที่สุดถึง 47 % ของนักเตะทั้งหมด โดยมีนักเตะจากพรีเมียร์ชิพอังกฤษ มากที่สุดถึง 102 คน ที่ติดทีมชาติเข้าร่วมฟุตบอลโลก 2006 ซาอุดิอาระเบีย กับ อิตาลี ยังเป็น 2 ทีม ที่ใช้นักเตะที่ค้าแข้งในประเทศของตนเองทั้ง 23 คน ส่วน ไอวอรี โคสต์ ก็เป็นทีมเดียวที่ใช้นักเตะที่ค้างแข้งนอกประเทศทั้งหมด


กลุ่มที่หินที่สุด : ฟุตบอลโลก 2006 รอบแรก กลุ่มที่ได้รับการยอมรับว่า หินที่สุด เป็น "กลุ่มแห่งความตาย" ได้แก่ กลุ่ม C ซึ่งประกอบไปด้วย อาร์เจนตินา, เซอร์เบีย, ไอวอรีโคสต์ และฮอลแลนด์ เพราะเป็นทีมที่ฟอร์มดีทั้งสิ้น เพราะอาร์เจนตินา และ ฮอลแลนด์ ต่างเป็นทีมเต็ง ๆ ในระดับต้น ๆ ที่จะคว้าแชมป์ ส่วน ไอวอรีโคสต์ นำโดย ดิดิเยร์ ดร็อกบา หัวหอกเชลซี พร้อมจะล้มทุกทีม ขณะที่ เซอร์เบีย โชว์ฟอร์มเด็ดในรอบคัดเลือก ไม่แพ้เลย


ทีมที่อายุเฉลี่ยน้อยสุด-มากที่สุด : เช็ก เป็นทีมที่มีอายุเฉลี่ยในทีมชุดฟุตบอลโลก 2006 มากที่สุดที่ 28.7 ปี ตามมาด้วย ตรินิแดดฯ 28.6 ปี, บราซิล 28.5 ปี, ฝรั่งเศส 28.4 ปี และอันดับ 5 ออสเตรเลีย 28.3 ปี โดย สวิตเซอร์แลนด์ เป็นทีมที่มีนักเตะอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดที่ 24.9 ปี ตามมาด้วย กานา 25 ปี, โตโก, ไอวอรีโคสต์ , สเปน, อังกฤษ เท่ากันที่ 25.5 ปี


ฟีฟ่า แจ้งด้วยว่า ฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งมีฟาดแข้งทั้งสิ้น 64 นัด จะใช้ลูกฟุตบอลนัดละ 15 ลูก รวมทั้งสิ้น 960 ลูก ซึ่งในลูกฟุตบอลแต่ละลูกจะมีบันทึกวันที่แข่งขัน, ชื่อของทีมที่แข่งขัน, นัดที่แข่ง และสนามที่แข่งขันด้วย
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

Re: สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 2

โพสต์

matrix เขียน:ฟีฟ่า แจ้งด้วยว่า ฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งมีฟาดแข้งทั้งสิ้น 64 นัด จะใช้ลูกฟุตบอลนัดละ 15 ลูก รวมทั้งสิ้น 960 ลูก ซึ่งในลูกฟุตบอลแต่ละลูกจะมีบันทึกวันที่แข่งขัน, ชื่อของทีมที่แข่งขัน, นัดที่แข่ง และสนามที่แข่งขันด้วย
สงสัยเอามาขายหลังจบเกมส์
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 3

โพสต์

เรื่องน่ารู้-ลึกแต่ไม่ลับ ต้อนรับศึกใหญ่เวิลด์คัพ 2006

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
ฟุตบอลโลก 2006 ใกล้จะมาถึงแล้ว เชื่อว่าบรรยากาศแห่ง "เวิลด์คัพ ฟีเวอร์" จะเพิ่มดีกรีความร้อนแรงตามลำดับ จึงมีสถิติที่น่ารู้เกี่ยวกับทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นในฟุตบอลโลกมาฝากกัน มีอะไรบ้าง ติดตามได้เลย

1.ตรินิแดด แอนด์ โตบาโกเป็นชาติที่เล็กที่สุดที่เข้าแข่งในเวิลด์คัพ 2006 เพราะมีจำนวนประชากรเพียง 1.1 ล้านคนเท่านั้น

2.อิหร่านเป็นชาติที่มีแฟนบอลเข้าไปชมในเกมรอบคัดเลือกมากที่สุด เพราะมีแฟนบอลเข้าชมกว่า 110,000 คน ในเตหะราน ในนัดที่พบกับทีมชาติญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว

3.โฮเซ่ เปเกอร์มัน กุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่า ชอบเดินทางด้วยการใช้รถแท็กซี่

4.ซาอุดีอาระเบีย เสียไปเพียง 1 ประตู ในเกมรอบคัดเลือกรวม 6 นัด

5.ทีม "อินทรีเหล็ก"เยอรมัน สามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศรวม 6 สมัย ในการผ่านเข้าเล่นใน 10 สมัยล่าสุด

6.เปาโล วันโชเป้ กองหน้าทีมชาติคอสตาริกา เป็นดาวซัลโวสูงสุดของประเทศ โดยยิง 43 ประตู จากการลงเล่น 67 แมตช์

7.โปแลนด์ได้อันดับ 3 รวม 2 ครั้ง คือ ฟุตบอลโลก 1974 และ 1982

8.เอกวาดอร์ชนะทุกนัดในการเล่นในบ้านรวม 7 นัดในเกมรอบคัดเลือก

9.ยูเครนเป็นทีมแรกจากรอบคัดเลือกที่ตีตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้าย

10.ไอวอรี่ โคสต์ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกจากความพยายามรวม 8 ครั้ง

11.มิคาเอล เอสเซียง เป็นผู้เล่นจากกาฬทวีปที่มีค่าตัวแพงที่สุดที่เข้าร่วมเวิลด์คัพ โดยมีค่าตัว 24.4 ล้านปอนด์ ในตอนที่ย้ายจากลียงไปร่วมทีมเชลซี

12.การเข้าร่วมศึกฟุตบอลโลก 2006 ทำให้ "พญาอินทรี" สหรัฐ ผ่านเข้าเล่นรอบสุดท้ายรวม 5 สมัยติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลงานที่ดีกว่าทีมชาติอังกฤษเสียอีก

13.สาธารณรัฐเช็กได้รองแชมป์โลก 2 สมัย คือ ฟุตบอลโลก 1962 และ 1934

14.ทิม เคฮิลล์ มิดฟิลด์ทีมชาติออสเตรเลีย เคยลงเล่นให้ทีมชุดอายุต่ำกว่า 20 ปีของซามัว ในขณะมีอายุ 14

15.เม็กซิโกไม่เคยผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ถ้าเป็นฟุตบอลโลกที่ชาติตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ทำได้ก็คือ ฟุตบอลโลก 1970 และ 1984 ซึ่งเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ

16.โปรตุเกสเป็นชาติในยุโรปที่ทำประตูในรอบคัดเลือกได้มากที่สุด โดยยิงไปทั้งหมด 35 ประตู

17.โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติบราซิล เป็นดาวซัลโวสูงสุดในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ยิงได้ทั้งหมด 10 ประตู

18.สเปนไม่เคยพ่ายในรอบคัดเลือก แต่ก็ยังต้องผ่านเข้าเล่นในรอบสุดท้ายด้วยการเตะเพลย์ออฟ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับฟุตบอลโลก ชอบทีมไหน เตรียมเชียร์กันได้ในศึกเวิลด์คัพ 2006เดือนหน้านี้ค่ะ



ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ที่สุด...บอลโลก..ก่อน 2006

คนดูน้อยที่สุด :เกมระหว่างเปรูกับโรมาเนีย ที่มอนเตวิเดโอ อุรุกวัย วันที่ 14 ก.ค. 1930 มีคนดูแค่ 300 คน

คนดูมากที่สุด :ระหว่างบราซิลกับอุรุกวัยที่สนามมาราคานา ในริโอ เดอ จาเนโร เมื่อ 16 ก.ค. 1950 มีผู้ชมยัดทะนานเข้าไป 199,850 คน

ลงเล่นรอบสุดท้ายมากที่สุด: บราซิล 87 นัด

ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศมากที่สุด :บราซิล และเยอรมัน 7 สมัยเท่ากัน

ทีมที่พบกันมากที่สุด :บราซิลกับสวีเดน ดวลกันในรอบสุดท้ายถึง 7 แมตช์ ในปี 1938, 1950, 1958, 1978, 1990 และ 1994 (พบกัน 2 นัด)

คว้าชัยชนะมากที่สุด: บราซิล 60 นัด

แพ้มากที่สุด :เม็กซิโก 20 นัด

ชนะติดต่อกันมากที่สุด: อิตาลี และบราซิล 7 นัดเท่ากัน โดยอิตาลีทำได้ในปี 1934-1938 ส่วนบราซิลทำได้ในปี 2002

แพ้ติดต่อกันมากที่สุด: เม็กซิโก 9 นัด ตั้งแต่ บอลโลก 1930-1958

ไม่แพ้ใครติดต่อกันมากที่สุด :บราซิล 13 นัด เริ่มตั้งแต่เกมที่ชนะออสเตรีย 8 มิ.ย. 1958 ก่อนแพ้ฮังการีในวันที่ 15 ก.ค. 1966

เสมอติดต่อกันมากที่สุด :เบลเยียม 5 นัด ตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. 1998-10 มิ.ย. 2002

ไม่เสียประตูติดต่อกันมากที่สุด :อิตาลี 5 นัด ในปี 1990

ลงสนามมากที่สุด :โลธาร์ มัตเธอุส มิดฟิลด์ เยอรมัน 25 นัด ตั้งแต่ปี 1982-98

ลงสนามครบ 90 นาทีมากที่สุด :เปาโล มัลดินี กองหลังอิตาลี 23 นัด ตั้งแต่ปี 1990-2002

ลงสนามในฐานะกัปตันทีมมากที่สุด :ดิเอโก มาราโดนา 16 นัด

นายทวารที่ไม่เสียประตูมากที่สุด: ปีเตอร์ ชิลตัน ของอังกฤษ 10 นัด ระหว่างปี 1982-90

คุมทีมมากที่สุด :เฮลมุต เชิน โค้ชเยอรมันตะวันตก 25 นัด ตั้งแต่ปี 1966-78

ยิงประตูรวมมากที่สุด :เกมระหว่างออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งออสเตรียชนะ 7-5 วันที่ 26 มิ.ย. 1954

ใบเหลืองใบแดงมากที่สุด :ระหว่างเยอรมันกับแคเมอรูน รวม 16 ใบเหลือง 2 ใบแดง เมื่อ 11 มิ.ย. 2002 ทั้งคู่ได้ไปทีมละ 8 ใบเหลือง 1 ใบแดง

ตัวสำรองลงสนามมากที่สุดใน 1 ทัวร์นาเมนต์: เลสลาฟ ซมิเคียเวียซ ของโปแลนด์ เป็นตัวสำรอง 6 นัด ในบอลโลก 1974.


แรกสุด..บอลโลก


แมตช์แรกในบอลโลก: ฝรั่งเศส ชนะเม็กซิโก 4-1 ที่มอนเตวิเอโอ อุรุกวัย 13 ก.ค. 1930

ผลเสมอนัดแรก :อิตาลี เสมอ สเปน 1-1 ที่ฟลอเรนซ์ อิตาลี 31 พ.ค. 1934

ต่อเวลานัดแรก :ออสเตรเลีย-ฝรั่งเศส 27 พ.ค. 1934

ต่อเวลารอบชิงชนะเลิศนัดแรก: อิตาลี-เชโกสโลวะเกีย 10 มิ.ย. 1934

เสมอไร้สกอร์นัดแรก: บราซิล-อังกฤษ ที่สตอกโฮล์ม สวีเดน 11 มิ.ย. 1958

เตะจุดโทษชี้ขาดนัดแรก :รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง เยอรมนีตะวันตก กับ ฝรั่งเศส เยอรมนีตะวันตกชนะ 5-4 เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 1982

เตะจุดโทษชี้ขาดรอบชิงชนะเลิศนัดแรก: บราซิลกับอิตาลี บราซิลชนะ 3-2 ในเวิลด์คัพ 1994 ที่สหรัฐฯ

แมตช์แรกที่สนามในร่ม: สหรัฐฯ-สวิตเซอร์แลนด์ สนามปอนเตียค ซิลเวอร์โดม ดีทรอยต์ สหรัฐฯ 18 มิ.ย. 1994

แมตช์แรกที่โค้ชโดนไล่ออก: คาเยตาโน เร โค้ชปารากวัย ในเกมที่พบกับเบลเยียม 11 มิ.ย. 1986

บอลโลกที่ไม่มีนัดชิงชนะเลิศครั้งแรก :เวิลด์คัพ 1950 ที่บราซิล ซึ่งหาทีมแชมป์ด้วยการ เตะแบบ มินิ ลีก พบกันหมด 4 ทีม ระหว่างอุรุกวัย, บราซิล, สวีเดน และสเปน ทีมที่ผลงาน ดีที่สุดคืออุรุกวัยกับบราซิล โดยทั้งคู่มาเจอกันในนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 1950 ที่ริโอ เดอ เจนาโร เปรียบเสมือน นัดชิงชนะเลิศกลายๆ ก่อนอุรุกวัยดับฝันเจ้าภาพ 2-1 คว้าแชมป์ไปครอง.

ที่มา: โต้บ้านแหลม
ภาพประจำตัวสมาชิก
Raphin Phraiwal
Verified User
โพสต์: 1342
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ปีเตอร์ เคราช์ ดาวยิงร่างโย่งของอังกฤษสูงเพียง 1.98 เมตร
เตี้ยเนาะ :lovl:
รักในหลวงครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 6

โพสต์

Matrix เขียน:8.เอกวาดอร์ชนะทุกนัดในการเล่นในบ้านรวม 7 นัดในเกมรอบคัดเลือก
8) เห็นเขาว่าผู้หญิงประเทศนี้มีลูกยาก
    ไม่ทราบว่าเจรง อ่ะเปล่าครับ[/quote]
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 7

โพสต์

por_jai เขียน:
8) เห็นเขาว่าผู้หญิงประเทศนี้มีลูกยาก
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 8

โพสต์

สถิติที่สุด....ฟุตบอลโลก

เปลี่ยนตัวเร็วที่สุด : จุสเซปเป แบร์โกมี กองหลังอิตาลี ลงไปแทนอเลสซานโดร เนสตา ในเวลา 4 นาทีแรกของเกม นัดที่พบกับออสเตรีย 23 มิ.ย. 1998

ผู้รักษาประตูคนแรกที่ถูกเปลี่ยนตัว : เนคูลา ราดูคานู ของโรมาเนีย ลงไปแทนสตีฟ อาดามาเช เกมที่พบกับบราซิล 10 มิ.ย. 1970

นักเตะคนแรกที่ยิงจุดโทษตัดสิน :อแล็ง ชีแรส ของฝรั่งเศส เป็นคนยิงจุดโทษครั้งแรกหลังการต่อเวลา ในรอบรองชนะเลิศกับเยอรมัน 8 ก.ค. 1982 ครั้งนั้นฝรั่งเศสแพ้ 4-5

นักเตะคนแรกที่ยิงจุดโทษตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ : ฟรังโก บาเรซี กองหลังอิตาลี ในรอบชิงปี 1994 กับบราซิล ซึ่งบาเรซียิงข้ามคาน

ครั้งแรกที่มีเบอร์เสื้อ :บอลโลก 1938 ที่ฝรั่งเศส

นักเตะที่เล่นรอบชิงชนะเลิศให้ 2 ชาติ : หลุยส์ มอนติ เล่นให้อาร์เจนตินาในปี 1930 และอุรุกวัยปี 1934

นักเตะที่ทำประตูได้ในการเล่น 2 ชาติ : โรเบิร์ต โปรซิเนชกี ยิงให้ยูโกสลาเวีย ปี 1990 และโครเอเชีย 1998

ยิงได้มากที่สุดใน 1 นัด : โอเล็ก ซาเลงโก จากรัสเซีย เหมา 5 ประตู ในเกมที่พบกับแคเมอรูน 28 มิ.ย. 1994

ยิงได้มากที่สุดในรอบชิงชนะเลิศ :เจฟฟ์ เฮิร์สต์ ศูนย์หน้าอังกฤษ 30 ก.ค. 1966

ยิงได้มากที่สุดใน 1 ทัวร์นาเมนต์ : ชุสต์ ฟงแตน ของฝรั่งเศส ทำได้ 13 ประตู จาก 6 นัด ในปี 1958

โหม่งทำประตูได้มากที่สุด : มิโรสลาฟ โคลเซ ของเยอรมัน โหม่ง 5 ประตู ในปี 2002

ยิงประตูรวมมากที่สุด : แกร์ด มุลเลอร์ ศูนย์หน้าเยอรมันตะวันตก ยิงได้รวม 14 ประตู ในปี 1970 และ 1974

นักเตะคนเดียวที่คว้าแชมป์โลก 3 สมัย : เปเล่ ราชาลูกหนังโลกของบราซิล ปี 1958, 1962 และ 1970

คนแรกที่ยิงโกลเดนโกล : โลรองต์ บลองก์ กองหลังฝรั่งเศส ยิงได้ในนาที 113 ในรอบ 2 พบกับปารากวัย 28 มิ.ย. 1998

คนแรกที่ยิงแฮตทริก : กิลเลอร์โม สตาบิเล ของอาร์เจนตินา ในเกมที่ชนะเม็กซิโก 6-3 วันที่ 19 ก.ค. 1930

คนแรกที่ยิงแฮตทริก 2 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน : กาเบรียล บาติสตูตา หัวหอกอาร์เจนตินา ทำได้ในปี 1994 และ 1998

พี่น้องที่อยู่ในทีมแชมป์โลก : ฟริตซ์-ออตมาร์ วอลเตอร์ ของเยอรมันตะวันตก ปี 1954 และบ็อบบี้-แจ๊คกี้ ชาร์ลตัน ของอังกฤษ ปี 1966

ผู้รักษาประตูพี่น้องในทีมเดียวกัน : วิกเตอร์ และวียาเชสลาฟ ชานอฟ ของสหภาพโซเวียต ปี 1982

ฝาแฝดที่ทำประตูได้ : เรเน และวิลลี ฟาน เดอร์ เคอร์โก ของฮอลแลนด์ ทำประตูได้ทั้งคู่ในปี 1978

นักเตะอายุน้อยที่สุด : นอร์แมน ไวท์ไซด์ จากไอร์แลนด์เหนือ 17 ปี 42 วัน ในปี 1982

นักเตะอายุมากที่สุด : โรเจอร์ มิลลา ของแคเมอรูน 42 ปี 39 วัน ในปี 1994 นัดที่พบกับรัสเซีย และมิลลายังเป็นนักเตะแก่ที่สุดที่ทำประตูได้ในเกมดังกล่าวด้วย

ไม่เสียประตูติดต่อกันยาวนานที่สุด : วอลเตอร์ เซงกา นายทวารอิตาลี 518 นาที ในปี 1986 และ 1990

อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ : เปเล่ 17 ปี 239 วัน เกมที่พบกับเวลส์ 19 มิ.ย. 1958

แชมป์อายุน้อยที่สุด : เปเล่ อายุ 17 ปี ในปี 1958

แชมป์อายุมากที่สุด : ดิโน ซอฟฟ์ นายทวารอิตาลี ได้แชมป์ในปี 1982 ตอนอายุ 40 ปี.

โต้ บ้านแหลม
ภาพประจำตัวสมาชิก
bsk(มหาชน)
Verified User
โพสต์: 3206
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 9

โพสต์

por_jai เขียน:
8) เห็นเขาว่าผู้หญิงประเทศนี้มีลูกยาก
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 10

โพสต์

8) คุยกัน คุยกัน
นอร์แมน ไวต์ไซด์ ที่ลงเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ในฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน ด้วยอายุ 17 ปี 41 วัน
ไอ้หนุ่มคนนี้ไม่ใช่ระดับอุจจาระนะครับ
ซุปเปอร์สตาร์ของแมนยู
ยอดนักสู้คนนึงเลย
ผมดูแล้วเล่นคล้ายๆรูนี่เหมือนกัน
คนที่ลงเล่นด้วยอายุมากกว่าเขามีเพียง โรเจอร์ มิลลา ของแคเมอรูน, แพต เจนนิงส์ ของไอร์แลนด์เหนือ, ปีเตอร์ ชิลตัน ของอังกฤษ และ ดิโน ซอฟฟ์ ของอิตาลี
8) แสดงว่าโรเจอร์ มิลย่าเก่งกว่าใคร
    เพราะที่เหลือเป็นผู้รักษาประตู
    ผู้รักษาประตูสามารถเล่นได้นานกว่าอยู่แล้ว
    จากธรรมชาติของกีฬานี้
    ใครจำท่าเต้นเขย่าเสาธงของมิลย่าเวลาทำประตูได้หรือเปล่า
หล่อที่สุด : ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สาว ๆ ทั่วโลกจะโหวตให้ เดวิด เบคแคม กัปตันทีมชาติอังกฤษแน่นอน รองลงมาคงเป็น กากา ของบราซิล และ มิชาเอล บัลลัค กัปตันทีมชาติเยอรมนี
8) เบคแฮม หล่อเซ็กซี่
    กากา หล่อแบบเรียบร้อย พวกนี้เอาไปโฆษณาไม่ได้
    เรียกว่าหล่อแบบเสียเปล่า
    บัลลัคนี่เรียกว่าหล่อหรือครับ
ส่วนตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมเยาวชน ตอนแรก เวย์น รูนีย์ ดาวยิงอังกฤษวัย 20 ปี เป็นเต็งจ๋า แต่จากอาการบาดเจ็บกระดูกเท้าขวา ทำให้กลายเป็น ลิโอเนล เมสซี ดาวรุ่งของอาร์เจนตินา เจ้าของฉายา "มาราโดนา 2" แทน
8) ฝีเท้าผมว่าเมสซี เหนือกว่านิดๆ
    แต่หัวใจ หนุ่มรูนี่ น่าจะเหนือกว่านิดๆเช่นกัน
    ถ้าผมเป็นผจก.ทีมต้องเลือกคนเดียว
    ผมเลือกรูนี่ ครับ

ใบเหลืองใบแดงมากที่สุด :ระหว่างเยอรมันกับแคเมอรูน รวม 16 ใบเหลือง 2 ใบแดง เมื่อ 11 มิ.ย. 2002 ทั้งคู่ได้ไปทีมละ 8 ใบเหลือง 1 ใบแดง
8) ถ้าให้พกมีดลงไปสงสัยมันฆ่ากันแน่เลย


เตะจุดโทษชี้ขาดรอบชิงชนะเลิศนัดแรก: บราซิลกับอิตาลี บราซิลชนะ 3-2 ในเวิลด์คัพ 1994 ที่สหรัฐฯ
8) ปีนั้นซ้อผมน้ำตาตกเพราะเชียร์พี่เปียอยู่
    แกยิงเหินข้ามคานไปไหนไม่รู้
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 11

โพสต์

ขอแซวหน่อย..อิ อิ
por_jai เขียน:8) คุยกัน คุยกัน
ไอ้หนุ่มคนนี้ไม่ใช่ระดับอุจจาระนะครับ
ซุปเปอร์สตาร์ของแมนยู
ยอดนักสู้คนนึงเลย
ผมดูแล้วเล่นคล้ายๆรูนี่เหมือนกัน

เจ้านอร์แมน ปีกปวกเปียก ท่าทางแต๋วว.. ตอนหลังเท่านเซอร์เอาปีกจรวดจากรัสเซียมาแทนจึงโละทิ้งไป...
8) แสดงว่าโรเจอร์ มิลย่าเก่งกว่าใคร
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 12

โพสต์

รูปภาพรูปภาพ

บริษัทอาดิดาส แห่งประเทศเยอรมนี ได้ผลิตลูกฟุตบอลรุ่นพิเศษสำหรับฟุตบอลโลก 2006 โดยให้ชื่อว่า "ทีมไกสต์" มีความหมายว่า ทีมสปิริต คือจิตวิญญาณแห่งความเป็นทีม เพื่อแสดงการยกย่องต่อ ความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลเยอรมนี ซึ่งยึดถือสไตล์การเล่นแบบเป็นทีมมาก กว่าการพึ่งพิงดาราคน หนึ่งคนใดมาโดยตลอด

ลูกฟุตบอลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้  จะเป็นสีขาวดำตามสีเสื้อทีมฟุตบอลเยอรมนี โดยมีลวดลายรูปใบพัดปลายมนกลม 2 ด้าน ด้านหนึ่งเป็นตราอาดิดาส และอีกด้านหนึ่งเป็น โลโก้ฟุตบอลโลก 2006 รอบรูปใบพัดจะมีสีดำล้อมตัดด้วยเส้นสีทองซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสีทองของถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ ถัดออกมาจะเป็นลายเส้นโค้งที่อ่อนไหว แสดงถึงพลังและการเคลื่อนไหว

"ทีมไกสต์" ได้รับการออกแบบโดย สก๊อต ทอมลินสัน จากอังกฤษ และ อนาโตล จัสท์ จากเยอรมนี ร่วมกันสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลงานศิลปะอันตระการตา
 
เดิมลูกบอลประกอบขึ้นด้วยชิ้นส่วนหนัง 32 ชิ้น เย็บติดกันด้วยมือ ทำให้ไม่มีความสม่ำเสมอในแต่ละด้านของลูกบอล "ทีมไกสต์" ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีเพียง 14 ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นเป็นรูปยาวรี ทำให้มีตะเข็บน้อยลง และรูปทรงกลมสม่ำเสมอในทุกด้าน ไม่ว่าจะถูกเตะจากด้านใดความสมดุลของลูกบอลส่งผลให้มีความแม่นยำ และคาดคะเนวิถีของลูกได้ดียิ่งขึ้น ชิ้นส่วนรูปยาวรีนั้นช่วยให้มีเหลี่ยมมุมของผิวลูกบอลน้อยลง และรับแรงเตะได้คงที่มากขึ้น และการที่ชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่ทำให้มีผิวที่เรียบรองรับการเตะมากขึ้น โอกาสที่จะเตะไปถูกตะเข็บหรือเหลี่ยมมุมจะน้อย ลงมาก

คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การเชื่อมต่อทั้ง 14 ชิ้นส่วนเข้าด้วยกันใช้เทคนิคเชื่อมด้วยความร้อน ทำให้สามารถป้องกันการดูดซับน้ำเข้าไปในตะเข็บได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปลูกฟุตบอลที่ฟีฟ่ารับรองมาตรฐานจะต้องมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% เมื่อถูกน้ำ แต่สำหรับทีมไกสต์จะมีน้ำหนัก เพิ่มขึ้นไม่ถึง 0.1%  ดังนั้นจึงเกือบไม่มีความแตกต่างกันเลยระหว่างการเล่นในสนามแห้งหรือเปียก ในขณะที่ลูกฟุตบอลเดิมเมื่อถูกน้ำน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ลอยไปในอากาศช้าลงและไปได้ไกลน้อยลง การเด้งของลูกบอลก็จะลดลงด้วย รวมทั้งการปั้นให้ลูกบอลวิ่งเป็นวิถีโค้งก็จะลดน้อยลงด้วย

นอกจากจะมีความคงที่ในคุณสมบัติต่าง ๆ แล้วทีมไกสต์ยังมีความทนทานต่อการใช้งานสูงขึ้นอีกด้วย อาดิดาสได้ทดลองลูกฟุตบอลที่จะใช้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ในห้องแล็บและทดลองให้นักฟุตบอลอาชีพได้เล่นในสนามแข่งขัน การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ได้ทำร่วมกับทีมวิจัยทางการกีฬาของมหาวิทยาลัยลัฟโบโร ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ผลการทดสอบยืนยันว่าทีมไกสต์มีความกลมมากกว่า มีความเที่ยงตรงคงที่และมีความทนทานมากกว่าลูกฟุตบอลรุ่นใด ๆ ที่เคยมีมา

ผลการทดสอบคุณสมบัติของทีมไกสต์ เปรียบเทียบกับมาตรฐานของฟีฟ่า
1. เส้นรอบวง
ฟีฟ่า 68.5-69.5 ซม.
ทีมไกสต์ 69.0-69.25 ซม.

2.เส้นผ่าศูนย์กลางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างด้านที่น้อยที่สุดกับมากที่สุด
ฟีฟ่า ไม่เกิน 1.5%
ทีมไกสต์ ไม่เกิน 1.0%

3.การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักเมื่อถูกน้ำ
ฟีฟ่า ไม่เกิน 10%
ทีมไกสต์ ไม่เกิน 0.1%

4.น้ำหนัก
ฟีฟ่า 420 ถึง 445 กรัม
ทีมไกสต์441 ถึง 444 กรัม

5.การคงรูปร่างและขนาด
ฟีฟ่า 2,000 รอบที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทีมไกสต์ 3,500 รอบที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

6.การทดสอบการเด้งของลูกบอลแต่ละครั้ง
ฟีฟ่า ความแตกต่างไม่เกิน 10 ซม.
ทีมไกสต์ ความแตกต่างไม่เกิน 2 ซม.

7.การสูญเสียแรงดันภายในลูกฟุตบอล
ฟีฟ่า ไม่เกิน 20%
ทีมไกสต์ ไม่เกิน 11%


การทดสอบด้วยดรัมเทสต์ของอาดิดาส ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อทดสอบคุณภาพและความคงทนของลวดลายที่พิมพ์อยู่บนผิวของลูกฟุตบอล พบว่าทีมไกสต์ซึ่งใช้เทคนิคการพิมพ์แบบใหม่ มีความคงทนของภาพพิมพ์ ที่ผิวมากที่สุด

สรุปคุณสมบัติที่สำคัญของทีมไกสต์
มีความเที่ยงตรงในการเล่น ไม่ว่าจะเป็นลูกตรง หรือลูกโค้ง
มีความทนทานและคงที่ในทุกสภาพอากาศ
ชิ้นส่วนรูปยาวรี 14 ชิ้น ทำให้ลูกบอลมีความกลมมากขึ้น
การพิมพ์ภาพเทคนิคใหม่อันเดอร์กลาส ช่วยลดรอยขีดข่วนที่ผิวของลูกฟุตบอลให้น้อยลง
การเชื่อมตัวชิ้นส่วนด้วยความร้อนช่วยให้ผิวของลูกมีความเรียบสม่ำเสมอมากขึ้น


อาดิดาส เริ่มผลิตลูกฟุตบอลในปี 1963 และ ได้เข้ามารับงานผลิตลูกฟุตบอลสำหรับฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันนับแต่ ฟุตบอลโลก 1970 เป็นต้นมา มีดังนี้
- เม็กซิโก 1970 : เทลสตาร์
- เยอรมนีตะวันตก 1974 : เทลสตาร์ เดอร์ลาสท์
- อาร์เจนตินา 1978 : แทงโก้ เดอร์ลาสท์
- สเปน 1982 : แทงโก เอสปันญา
- เม็กซิโก 1986 : อัซเตกา
- อิตาลี 1990 : เอททริสโก
- สหรัฐอเมริกา 1994 : เควสตรา
- ฝรั่งเศส 1998 : ไตรคัลลอร์
- เกาหลี/ญี่ปุ่น 2002 : ฟีเวอร์โนวา


ที่มา:เดลินิวส์
ภาพประจำตัวสมาชิก
chansaiw
Verified User
โพสต์: 703
ผู้ติดตาม: 0

สถิติที่สุด..ก่อนเปิดบอลโลก 2006...

โพสต์ที่ 13

โพสต์

Quote:
นอร์แมน ไวต์ไซด์ ที่ลงเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ในฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน ด้วยอายุ 17 ปี 41 วัน

ไอ้หนุ่มคนนี้ไม่ใช่ระดับอุจจาระนะครับ
ซุปเปอร์สตาร์ของแมนยู
ยอดนักสู้คนนึงเลย
ผมดูแล้วเล่นคล้ายๆรูนี่เหมือนกัน
ดูก็รู้เลยว่าพี่porjai นี่รุ่นเดอะขนาดไหน
"Failure is the only way to start again intelligently"
โพสต์โพสต์