***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

ล็อคหัวข้อ
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

โพสต์ที่ 1

โพสต์

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 38775.html

FW: ความรักของแม่..มีค่ามาก

Date: Tue, 29 Nov 2005 01:02:40 -0900


ความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่..


มีคนเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนคุณพงษ์เทพ   กระโดนชำนาญ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต

แกอยู่ในป่ากับเพื่อน 5-6 คน ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกันล่าสัตว์ป่ามาทำอาหาร

วันหนึ่งเป็นเวรของคุณพงษ์เทพ แกก็คว้า ปืนยาวสะพายบ่าเดินเข้าป่า

ไปอาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ คือแกงเนื้อลิง

พอเดินเข้าป่าไปได้สักพักเห็นลิงตัวหนึ่งนั่งอยู่บนต้นไม้หันหลังให้  

แกก็รีบยกปืนประทับบ่ายิงเปรี้ยงไปที่ตัวลิง เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดขึ้น

ปกติลิงพอถูกยิงจะหล่นตุ๊บจากต้นไม้ทันที แต่ลิงตัวนี้นั่งจับกิ่งไม้เฉยไม่หล่นลงมา

จะว่ายิงไม่ถูกก็ไม่น่าเป็นไปได้เพราะคุณพงษ์เทพแกยิงปืนแม่น

ระยะแค่นี้เป้าใหญ่ขนาดนี้ไม่พลาดแน่นอน ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น

ลิงตัวที่ถูกยิงร้องโหยหวนเสียงดังมาก ฝูงลิงที่แยกย้ายกันออกหากินอยู่บริเวณใกล้ๆ

วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิงแล้วร้องโหยหวนเหมือนกันหมด

แกตกใจยืนตกตะลึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สักครู่ลิงตัวที่ถูกยิงโยนวัตถุเล็กๆ สีดำๆ ชิ้นหนึ่ง

ให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วก็หล่นตุ๊บลงมาจากต้นไม้

คุณพงษ์เทพรีบวิ่งไปดู ลิงถูกยิงเข้าที่หลังทะลุหน้าอกเลือดแดงฉานเต็มตัว

คุณพงษ์เทพเห็นแล้วต้องเบือนหน้าหนี ลิงที่ตกลงมาเป็นลิงแม่ลูกอ่อน

ขณะที่ถูกยิงเธอกำลังให้นมลูก ลูกตัวน้อยกำลังดูดนมอย่างมีความสุข

ทันทีที่ถูกยิงถ้าเป็นลิงตัวอื่นจะหล่นตุ๊บลงจากต้นไม้

แต่แม่ลิงตัวนี้ยังหล่นไม่ได้ยังตายไม่ได้ เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ

คือรักษาชีวิตลูกน้อยให้พ้นอันตรายเธอกัดฟันโหนกิ่งไม้ไว้ แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ

มองดูเลือดที่ไหลหยดเป็นทางด้วยความตกใจ

พยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมีเหลือทั้งหมดตะโกนสุดเสียงร้องเรียกฝูงลิงเข้ามาใกล้ๆ

แล้วก็ฝากฝังให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอหลังจากโยนลูกให้จ่าฝูงแล้ว

มองดูลูกถูกพาไปจนลับสายตาแน่ใจว่าลูกปลอดภัยแล้วจึงหลับตาแล้วหล่นลงมาตาย

คุณพงษ์เทพก้มมองหน้าลิงแล้วร้องไห้ เพราะที่เบ้าตาลิงมีหยดน้ำตาใสๆ กำลังไหลริน

คุณพงษ์เทพ รีบเดินกลับที่พักเอาปืนไปเผาทิ้งไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลยตลอดชีวิต

ภาพความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ลิงที่มีต่อลูกน้อยเป็นแรงบันดาลใจให้พงษ์เทพแต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง

ชื่อว่า ลิงทะโมน เพื่อยกย่องเชิดชูคุณค่าของความรักที่แม่มีต่อลูก

สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

โพสต์ที่ 2

โพสต์

FW: ความสุขในชีวิต

Date: Thu, 01 Dec 2005 00:55:51 -0900


ความสุขที่แท้จริงในชีวิต



พ่อค้าคนหนึ่ง ส่งลูกชายของเขาไปเรียนรู้เคล็ดลับของความสุขจากชายผู้ชาญฉลาดที่สุดในโลก  

เด็กหนุ่มเดินทางไปในทะเลทรายถึง 40 วัน ในที่สุดเขาก็มาถึงปราสาทสวยงามตั้งตระหง่านอยู่เหนือภูผา

ซึ่งเป็นที่พำนักของผู้ชาญฉลาดที่เขาตามหา

ในห้องโถงกลางปราสาทมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย

พ่อค้ากำลังเดินเข้าออก คนจับกลุ่มคุยกันตรงมุมห้องด้านหนึ่ง

วงดนตรีเล็กๆ กำลังบรรเลงเพลง และบนโต๊ะก็วางอาหารที่อร่อยที่สุด

ชายผู้ชาญฉลาดสนทนากับทุกคน

เด็กหนุ่มต้องรอนานถึง 2 ชั่วโมงกว่าจะได้พูดคุยกับเขา

ชายผู้ชาญฉลาดตั้งใจฟังเด็กหนุ่มอธิบายว่าเขามาที่นี่ทำไม

และบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีเวลาอธิบายเคล็ดลับของการมีความสุขให้ฟัง

ชายผู้ชาญฉลาดแนะให้เด็กหนุ่มเดินดูรอบๆ ปราสาท

และกลับมาหาเขาใหม่ใน 2 ชั่วโมงหลังจากนั้น    

ระหว่างนั้นฉันอยากให้เธอทำอะไรบางอย่าง

ชายผู้ชาญฉลาดบอกเด็กหนุ่มแล้วยื่นช้อนซึ่งมีน้ำมันสองหยดให้

ระหว่างที่เดินดูรอบๆ ประสาทจงถือช้อนนี้ไปด้วยแต่ระวังอย่าให้น้ำมันหก

เด็กหนุ่มขึ้นและลงบันไดที่มีมากมายในปราสาทแห่งนั้น

ตาของเขาจับอยู่ที่ช้อนและหยดน้ำมัน

สองชั่วโมงผ่านไปเขาเดินกลับมายังห้องที่ชายผู้ชาญฉลาดรออยู่

เอาล่ะ ชายผู้ชาญฉลาดเอ่ย  

เธอเห็นผ้าทอเปอร์เซียที่ประดับอยู่ในห้องอาหารของฉันไหม

รวมทั้งสวนซึ่งคนทำสวนที่เก่งที่สุดต้องใช้เวลาถึง 10 ปีกว่าจะจัดเสร็จ

และเอกสารที่คัดด้วยลายมืออันสวยงามในห้องสมุด เธอเห็นของพวกนั้นไหม

เด็กหนุ่มรู้สึกอาย เขาสารภาพว่าไม่ได้มองอะไรเลยสิ่งที่เขาสนใจมีเพียงอย่างเดียว คือหยดน้ำมันที่ ชาญผู้ชาญฉลาดสั่งให้เขาดูแล  

ถ้าเช่นนั้นเธอจงกลับไปใหม่และดูความน่ามหัศจรรย์ทั้งหลายในโลกของฉัน

ชายผู้ชาญฉลาดบอก อย่าไว้ใจใครหากเธอยังไม่รู้จักบ้านของเขา

เด็กหนุ่มรู้สึกสบายขึ้น เขาหยิบช้อนและเริ่มออกสำรวจปราสาทครั้งนี้  

เขามองเห็นผลงานศิลปะชั้นเลิศ ทำบนผนังและเพดาน  เห็นสวนและเทือกเขาที่ล้อมรอบเขาอยู่

เห็นความงามของดอกไม้ และรสนิยมของเจ้าของปราสาท

ซึ่งสะท้อนผ่านสรรพสิ่งที่ถูกเลือกสรรมา

เมื่อเขากลับมาหาชายผู้ชาญฉลาดเด็กหนุ่มเล่าทุกสิ่งที่เขาเห็นอย่าง ละเอียดละออ  

แล้วหยดน้ำมันที่ฉันให้เธอดูแลล่ะ ชายผู้ชาญฉลาดถามขึ้น

เด็กหนุ่มมองช้อนที่เขาถืออยู่และพบว่าหยดน้ำมันหายไปแล้ว

สิ่งที่ฉันอยากบอกเธอมีอย่างเดียว  ชายผู้ชาญฉลาดที่สุดในโลกกล่าว  

เคล็ดลับของความสุข

คือการมองเห็นความมหัศจรรย์ทั้งปวงในโลกในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมหยดน้ำมันในช้อน

ปราชญ์คนนั้นสอนให้รู้ว่า ครั้งแรกเด็กหนุ่มคนนั้นตั้งเป้าไว้กับชีวิตมากเกินไป

เขาตั้งใจรักษาน้ำมันในช้อนไม่ให้หก จึงเดินผ่านสิ่งดีๆ ในชีวิตไปไม่ได้หยุดชื่นชม

เปรียบเหมือนกับเราตั้งหน้า ตั้งตาทำงานลูกเดียว

จนรู้สึกตัวอีกทีก็แก่ไม่ทันได้เที่ยวได้ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าซะแล้ว

รอบที่สองเพื่อสอนว่าถ้ามัวแต่เที่ยวไม่สนใจการงานหรือหน้าที่ที่ตัวเองต้องทำก็ไม่ดีเช่นกัน

ความสุขในชีวิตแท้จริงควรมาจากการที่เรารู้จักรับผิดชอบในชีวิตหน้าที่การงาน

และรู้จักผ่อนคลาย แสวงหาความสุขท่องเที่ยวบ้างให้ทำสองอย่างควบคู่กันไปอย่างลงตัว

แล้วจะค้นพบว่านั่นเป็นความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

โพสต์ที่ 3

โพสต์

FW: คนตาบอด

Date: Thu, 10 Nov 2005 22:58:58 -0900

คุณเคยเห็นคนตาบอดมั้ย..
คนตาบอด...ที่เดินไปไหนต่อไหนด้วยกันเป็นคู่....
คุณอาจเจอพวกเขาได้ ในที่ที่มีคนอยู่กันเยอะๆ เช่น..ตลาดนัด...
พวกเขาไปที่นั่น เพราะหวังว่า... คงจะมี คนใจบุญ
ไปเดินอยู่ที่นั่นบ้าง...
คนสองคน...ที่จับมือกัน...ค่อยๆเดินกระเถิบไปด้วยกันทีละนิด..ทีละนิด...
เพราะต่างคน ต่างก็มองไม่เห็นอะไรกันทั้งคู่...

นอกจากไม้เท้าคนละอันแล้ว...ในมือพวกเขาถือวิทยุเก่าๆ เครื่องหนึ่ง...
กับไมค์อีกหนึ่งอัน...ที่ขาดไม่ได้ ก็คือขันอลูมิเนียม...
อาวุธสำคัญที่ใช้หากินอยู่ทุกวัน..
ผมไม่ คุ้นหู กับเพลงที่เขาร้องนักหรอก...
แต่ก็ดูว่าเขาตั้งใจร้องเหลือเกิน...
และดูเหมือนเขาก็ หวัง ว่าคุณจะต้องชอบมัน...

ผมเห็นเขาจับมือกัน...
วินาทีนั้น... ทำให้ผมนึกถึงอะไรบางอย่างที่ผมเคยมองข้ามมาตลอด...

คุณเคยนึกถึงความรักของ..คนตาบอด..หรือเปล่า....
ตนตาบอดรักกันได้ยังไงนะ...
เพราะคนตาบอด...ไม่เคยรู้เลยว่า...
คนรักของเขา..มีหน้าตาเป็นอย่างไร..
คนตาบอด..จะรู้จักก็เพียงจิตใจของคนรักของเขาเท่านั้น...
เมื่อเขามีความพอใจกันและกัน....
ไม่มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี
ให้กังวลใจ...เพราะต่างคนก็ต่างไม่มีสิ่งนี้...
ต่างคน..ต่างก็ไม่มีเงิน...
ตาสองข้าง ปิดสนิท....แต่เปิดใจเข้าหากัน..
คนสองคนที่อยู่ด้วยกัน ด้วย " ใ จ " ล้วนๆ...
ความรัก....ก็เกิดจากตรงนั้น...

คนตาบอด พาคนที่เขารัก ไปด้วยกันทุกหนทุกแห่ง...
คนตาบอด ไม่เคยกลับบ้านดึก...
คนตาบอด ออกจากบ้านพร้อมกัน...และกลับถึงบ้านพร้อมกัน...
พวกเขาเคยแยกกันบ้างหรือเปล่านะ.... ?

คุณรู้หรือเปล่า.....คนตาบอด จับมือของคนที่เขารักไว้ตลอดทั้งวัน...
คุณเคยทำอย่างเขาบ้างไหม... ?

ผมกลับมานึกถึงความรักของคนที่ตาดี...
หลายๆ คน มีเกียรติยศ หน้าที่ การงาน ที่ดีเหลือเกิน...
หลายๆ คน ทั้งหล่อ ทั้งสวย...ทั้งรวย ทั้งฉลาด...
แต่พวกเราหลายๆ คนกลับต้องมาเสียใจเพราะความรัก
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

โพสต์ที่ 4

โพสต์

FW: มิจฉาชีพใกล้ตัว (อีกครั้ง) ผู้หญิงระวังไว้นะ

Date: Mon, 07 Nov 2005 02:05:35 -0900
 

ระวังด้วยค่ะ มีเพื่อนก็เล่าสู่กันฟังนะค่ะ


+++ เชื่อว่า คนส่วนมากคงจะเคยอ่านเรื่องราวลักษณะนี้มากันแล้ว

   
กลยุทธ์ที่มันใช้ ไม่ต่างจากที่เคยอ่านกันมา

   
แต่ที่ตัดสินนำเรื่องที่เพิ่งเจอมาบอกต่อกันอีกครั้งนึงนี้

เนื่องจากเป็นภัยใกล้ตัว ไม่ต้องการให้ผู้หญิงทุกคนประมาทพวกมิจฉาชีพยังมีอยู่ทั่วไป

และเราก็เห็นถึงความสำคัญของการบอกต่อเรื่องราวลักษณะนี้

เพื่อให้พวกเรามีสติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดค่ะ +++

วันที่ 6 ต.ค. 2548(เมื่อวานเย็น) เราออกจากที่ทำงาน ตึก Software

Park แจ้งวัฒนะ เวลาประมาณ 6.15 น. ยังไม่มืดดี

ขับรถกลับคนเดียวในลักษณที่เอนเบาะมากกว่าปกติ เนื่องจากไม่ค่อย สบาย

ปวดท้องมาก จึงค่อยๆขับไป

รถบนถนนแจ้งวัฒนะตอนนั้น ค่อนข้างเยอะ ติดเป็นพักๆ ไหลบ้างเอื่อยๆ

รถเราฟิล์มใส (ก้อน่าจะมองเห็นจากข้างนอกได้ง่าย)

เราก็เดินทางกลับบ้าน (ทางรังสิต) พอเลยแยกเมืองทองไป

เห็นรถติดยาวมากจากแยกบิ๊กซี เลยตัดสินใจกลับทางลัด

ก็เลี้ยวเข้าถนนเลียบคลองประปา ขณะนั้น เริ่มมืดแล้วแต่รถก็เยอะตามปกติ

เมื่อผ่านแยกสรงประภา,ศรีสมาน เราก็ไปทางถนนวัดนาวง เป็นถนนแคบๆ เลนสวน

เมื่อจอดรถติดอยู่อยู่ดีๆ ก็มีมอเตอร์ไซด์มาขนาบทางด้านซ้ายของรถ

และใช้มือทุบกระจกด้านที่นั่งข้างคนขับ ปึงปึง

เราหันไปมอง เขาทำมือทำไม้อะไรสักอย่าง ชี้ที่รถเขาและชี้ไปด้าน หน้า

เราก็งง นึกว่าเขาให้เขยิบขวา เพราะจะแซงซ้าย เนื่องจากถนนแคบ และมอไซด์มักจะทำแบบนี้บ่อย

เราก็เถิบให้เขานิดนึง เขาตามมา เคาะอีกที ปึงปึงแล้วก็พูดอะไรสักอย่าง

เราเลยเลื่อนกระจกนิดนึง ปิดวิทยุ ฟังว่าเขาพูดอะไร

คุณขับรถเบียดซ้ายผม ทำผมล้ม โดนรถคุณด้วยเนี่ย!! เรางง     ถามไปว่า

ตรงไหนคะ ไม่รู้ตัวเลย

เขาพูดต่อ ว่า เนี่ย ผมเจ็บนะนี่ (โชว์แขนซ้ายให้ดูด้วย

มีเลือดเต็มแขนไปถึงมือ) ทำไมขับรถแบบนี้ เห็นเป็นมอไซด์เหรอทำไมไม่ระวัง

ผมขับตามคุณมาตั้งนานนี่ กว่าจะทัน จะหนีเหรอ

เราก้บอกว่า เปล่าค่ะแต่ไม่รู้ตัวจริงๆ

ก็เปิดวิทยุดังขนาดนี้ จะได้ยินได้ไง เรางงอยู่

แล้วรถหลังก้อบีบแตรไล่ เพราะจอดนานพักนึง เขาเลยบอก

ไปจอดคุยกันก่อนเลย เขาก็ชี้ข้างหน้า แล้วก็เร่งมอไซด์นำ

ตอนนั้น งงมาก ตกใจด้วย เห็นเลือด มือสั่นเลยค่ะ

ก็ขับรถเลยจากจุดนั้นไปประมาณ 100 เมตร มีหมู่บ้าน โนเบิล (มั้ง คะ)

ขาจอดรถหน้าหมู่บ้าน ตรงที่เป็น site ก่อสร้าง

เราก็มองดูแล้ว ไม่ไกลจากป้อมยามหมู่บ้านมากนัก เลยคิดว่าคงไม่เป็นไร

เขามาคนเดียว ใส่ชุดซาฟารีสีเทาๆ แขนสั้น อายุประมาณ 30 ปลายๆ

ก็เดินมาคุยตรงข้างคนขับ เราเลยเลื่อนกระจกลงนิดนึง

ขับรถยังไงนี่ มาเบียดได้ไงนี่ รถผมพัง เจ็บด้วยนี่ (โชว์แขนอาบเลือดอีกครั้ง) ตามมาตั้งแต่คลองประปาเนี่ย จะหนีเหรอ

เราก็งงว่าตอนไหนเนี่ย ตกใจด้วย เห็นเขาเจ็บ เลยบอกเขาว่า

ขอโทรศัพท์ก่อนนะคะ เขาก็บอกว่า เร็วๆนะ รีบ

เราก็โทรหาแฟนเพราะนึกอะไรไม่ออก จะถามเขาว่า เป็นไปได้เหรอ ชนแล้วไม่รู้เลยน่ะ ทำไงดี

คุยไม่ทันไร ยังไม่ทันรู้เรื่องเลย แบตดันหมด (ซวยมาก)

เลยตั้งสติหายใจเข้าลึกๆ นึกตามที่เคยอ่านมา คิดว่ายังไงก็ไม่ยอมลงรถไว้ก่อน เลยเปิดกระจกคุยกับเขาอีกครั้ง

เขาก็ถามว่า เอาไงล่ะเราขอยืมโทรศัพท์เขา ที่เหน็บไว้ที่เอว บอกขอโทรหาแฟนก่อน

เขาบอก โทรศัพท์ผมไว้รับอย่างเดียว โทรออกไม่ได้ ของที่ทำงาน

[พิรุธที่ 1]

โน่นไง ตู้โทรศัพท์

เราบอกไม่ล่ะ เลยถามเขาว่าชนตอนไหน ยังไง เขาบอกว่า

ตอนที่เลี้ยวเข้าคลองประปาน่ะ คุณเบียดผม ล้มตกขอบ

เราก้นึก เอ ทำไมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย หรือว่า เขาล้มเองแล้วจะเอาผิดกับเรา

แล้วถ้าตามมาจริงๆ น่าจะทันตอนที่เราติดไฟแดงแยกสรงประภาศรีสมาน

เพราะติดอยู่ค่อนข้างนาน ไม่น่าจะมาทันตอนที่อยู่เส้นวัดนาวงนี้
สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

โพสต์ที่ 5

โพสต์

[พิรุธที่2]

ระหว่างที่คิด เขาก็พูดว่าเรา บอกว่าเจ็บ ว่ารถเขาพังเนี่ย

(เราไม่ได้ใส่ใจมาก พราะเรากะลังรวบรวมสมาธิอยู่)

เขาก็บอก จะเอาไงนี่ จะลงมาดูไหมล่ะ เดี๋ยวหาว่าผมโกหก

เราก็นึกขึ้นได้ ว่าจุดนั้น ห่างจากแฟลต ทอ. นิดเดียวเอง เลยบอกเขาว่า

เราต้องเรียกประกันนะ ถ้าจะให้จ่ายน่ะ เขาก็โวยวายก่อนเลยว่า

โอยผมไม่มีเวลารอหรอกนะ ผมรีบ เนี่ย ต้องไปทำแผลด้วยไม่รู้ต้องเย็บเปล่า สงสัยศอกจะแตก

เราแกล้งบอกว่า ไปคุยที่บ้านเราละกัน บ้านเราอยู่ในเขตแฟลตทหารนี่เองประมาณ 300 ม. รู้จักไหม

เขาถามตรงไหน เราบอกว่า เนี่ย เลี้ยวเข้าไปนี่น่ะ ก่อนถึงสน.ดอนเมืองน่ะ รู้จักไหม สน.ดอนเมืองน่ะ

เขาก็บอก เขารีบไป ไม่มีเวลาหรอกนี่เดี๋ยวต้องรอปรกันอะไรกว่าจะมาอีก เคลียร์ตรงนี้ล่ะลงมาคุยให้รู้เรื่อง

[พิรุธที่3]

เราบอก เราไม่ลง นอกจากจะไปคุยที่บ้าน จะให้แฟนมาคุยแฟนอยู่ตรงนี้เนี่ย เป็นทหารอยุ่ในนั้น (มั่วไปก่อน)

เขาว่า คุณจะบ้าเหรอ มากลัวอะไรผม ผมมาคนเดียวนี่ ผมเจ็บอยู่นี่จะไปทำอะไรคุณ

ตรงนี้ก้อไม่ได้เปลี่ยวขนาดนั้นโน่นยามก็อยู่โน่น

เราบอก เข้าใจหน่อยนะคะ ดิฉันเป็นผู้หญิง ก็ต้องกลัวไว้ก่อนที่ นี่ก็เป็นที่ๆดิฉันไม่คุ้นด้วย บอกตรงๆไม่ไว้ใจค่ะ

ก้อบอกเขาให้ตามไปที่บ้าน อีกนิดเดียวเอง

ผมจะรีบไป แล้วผมก็จะไปทางรังสิต ไม่ได้ไปทางบ้านคุณเอางี้ละกันมีเงินไหมละ จ่ายมา 2000 ละกัน ผมจะเอาไปทำแผลกะซ่อมรถ

สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

โพสต์ที่ 6

โพสต์

[พิรุธ ที่ 4

ไม่ยอมตามไปที่บ้าน]

เราบอกไม่มีหรอก ถึงมีก็ยังไม่จ่าย เพราะยังไม่รู้ว่า ผิดตรงไหน

ขอให้ตามไปที่บ้านให้แฟนมาคุยก่อน ถ้าผิดจริงยังไงก็จ่ายไม่หนีหรอก

ไรวะเนี่ย ขับรถแพงๆ เงินแค่นี้ก็ไม่มี เริ่มรมณ์เสีย ท้าวเอว

เรายืนยัน จะไปที่คุยที่บ้านเท่านั้น ไม่จ่าย ไม่ลง

โห แ-ง เอ้ย

@#$)_*$^#()@#@)&%$^*@&#_#@#*@++!@*!&&$^#&$#^%#&$)#$^#$^#_$&@#

ด่าหยาบคาย แจกของให้เต็มไปหมด

แล้วมันก็สตารท์เครื่องหนีไป พยายามมองทะเบียนแล้ว

แต่มันไม่ติดทะเบียนที่รถ

เราก็ตรงกลับบ้านเลย ไม่กล้าแวะไหน (จะโทรบอกแฟนยังไม่กล้าแวะเลย) เพราะไม่รู้ว่า มันยังอยู่แถวนั้นหรือเปล่า...

เลยคิดว่า มันใช้มุกเดิมๆนี้ คงเป็นพวกโจรกะจอก เพราะเหตุแบบนี้เคยเกิดมาแล้ว

ถ้าเหยื่อติดต่อใครได้ มันคงจะใช้ช่วงเวลาที่รอคนอื่นมาอ้างอะไร

(อาจจะอ้างเจ็บแขนหรืออะไรก็ตาม) แล้วขอเอาเงินไปเท่านั้น

หรือ ถ้าเหยื่อใจร้อน ลงไปดูรถ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเผื่อที่นั่น(ที่เราคิดว่าปลอดภัยเพราะมีป้อมยาม) มีแต่พวกมัน

ที่นำมาเตือนอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้ผู้หญิงเราประมาท ตั้งสติไว้ก่อน

อย่าผลีผลามเพราะบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่ามันมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า

และเราเห็นความสำคัญของการแชร์ประสบการณ์แบบนี้

เพราะเราเองก็ตั้งสติเอาตัวรอดมาได้ เพราะการอ่านเมล์ forwardแบบนี้นี่แหละ

   
    ให้ผู้หญิงทุกคน ตั้งสติ และคิดให้รอบคอบ

    และขอขอบคุณทุกคนที่เคยนำมาแชร์ไว้ ทำให้เรามีสติ ปลอดภัยมาได้

    ขอบคุณค่ะ

สุเกียง
Verified User
โพสต์: 891
ผู้ติดตาม: 0

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

โพสต์ที่ 7

โพสต์

: สุเกียง(sukiang)  

Posts : 62
Replies : 1077   « Reply #418 เมื่อ 05/12/2005 , 21:22:03 »
--------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณค่ะ คุณ ไล้ท์

ดิฉันสบายดีค่ะ เพิ่งกลับมาจากพัทยาเย็นนี้ค่ะ

ต้องขออภัยที่ทำให้เป็นห่วง  บังเอิญอยู่ที่นั่นหลายวัน เล่นกับหลานเพลิน และมีความสุข

เมื่อวานนี้บังเอิญคีย์บอร์ดไม่ดี เลยชวนน้องสาวขับรถไปบิ๊กซีเพื่อจะซื้อคีย์บอร์ด

ขับๆไป อยู่ดีๆ มอร์เตอร์ไซด์รับจ้างผู้หญิง มัวแต่มองคนฝั่งตรงขามเรียก สตาร์ทรถเตรีมวิ่งไปอีกฝั่ง

รถเรามาพอดีรถมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง ก็ชนแล้วล้ม แฮนด์รถและก้านกระจกรถขูดตั้งแต่หัวรถไปท้ายรถ เฮ้อ...บุบตลอดแถบ

ทำอะไรไม่ถูก ไม่เคยเจออย่างงี้ มือไม้สั่นไปหมด คนขับมอร์ฯก็สั่นไปด้วย ร้องว่า หนู ผิดเอง มัวแต่มองลูกค้า

น้องสาว ส่ายหัว ว่าทำไม เธอไม่มองรถ...โอ๊ย..นี่บุบไปทั้งแถบ

ฝ่ายโน้นบอก พี่จะเอาไง หนูไม่มีใบขับขี่ รถแฟนหนู  เดี๋ยวหนู โทรเรียกแฟนก่อนนะคะ

เลยเกาหัว เราก็โทรหาน้องชายที่กทม.  เพราะไม่อยากให้น้องและแม่ที่รออยู่รู้...

น้องชายคนโตบอก ของเราประกันชั้น 3 และเราไม่ผิด ขับมาในเลนของเรา เขาผิดเขาต้องซ่อมเรา

เลยโทรประกันๆทางพัทยาก็น่ารักมาก บอกว่าของพี่ไม่ได้ประกันชั้น 1 ทางเราได้แต่ให้คำปรึกษา

ให้ตกลงกันเอง เลยปวดหัวปวดแฮดท์  จากบ่าย 3 รอกันไปรอกันมา ทางนั้นก็มีเถ้าแก่รถและแฟนผู้ชายตัวใหญ่ๆมา

ทางเรามีผู้หญิง2 คนยืนหน้าซีด ทำไรไม่ถูก เอาไงเอากัน

น้องสาวบอกว่า ว่าไง ทางน้องขับรถไม่ระวัง ดูสิ รถพี่บุบเสียหายมาก

เถ้าแก่หัวหมอ หันไปดุลูกน้องว่าทำไมเอารถให้แฟนมาขับ ผู้ชายคนนั้นก็หน้าเสีย

พอดีประกันโทรมา บอกว่าถ้าเขาไม่จ่ายค่าซ่อมรถ ให้แจ้งตำรวจ จดบันทึกประจำวันเสียค่าปรับ

แล้วให้เขาออกค่าซ่อม เอาใบขับขี่ของเขาไว้จนกว่าเขาจะซ่อมให้ น้องก็บอกเขาตามนี้

เถ้าแก่เลยบอกว่าจะพาไปประเมินค่าซ่อมทีอู่รถที่เขารู้จัก ตามเขามา แล้วเขาก็ไปก่อน

แล้วให้รถเราขับตามมอร์เตอร์ไซด์ตามไป พวกเราก็ขับตามไป

ตลอดทางคิดอยู่นานว่าจะโทรให้แม่และน้องรู้ดีมั๊ย

น้องสาวบอกว่าอย่าเลย เดี๋ยวเขาตามมาไม่ถูกจะยุ่งกันใหญ่

ก็เลยขับตามเขาไป โอ..ไกลมากอู่รถทำไมไกล เข้าซอยเปลี่ยว

เข้าซอยเล็กๆอีกลึกเลย ได้แต่บอกน้องว่า อย่าตามไปเลยเดี๋ยวเขา เอาเราไปไหนไม่รู้

น้องบอกว่า คงไม่หรอก ท่าทางคนขับมอร์เตอร์ไซด์คนนี้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะเป็นคนดีนะ

เถ้าแก่เจ้าเล่ห์กว่า ร้ายกว่าเห็นด่าลูกน้องซะอ่วมเลย

เข้าซอยโน้นออกซอยนี้ ดีที่มีรถผ่านไปหลายคัน

แล้วมาเจออู่รถกลางทุ่งนา  เถ้าแก่คนนี้กำลังเจรจากะช่างอยู่

น้องบอก อ้อ..คงมาเตี๊ยมราคากันก่อน รู้ๆอยู่...เฮ้อ...ทำไงได้  

ช่างเขาก็ดูแผลรถ บอกแผลแต่ละแห่งที่บุบต้องถอดก็หลายตังค์

ที่สีถลอกก็พอจะขัดให้ดีขึ้นได้ ทั้งหมด 8500 บาท

เถ้าแก่ถลึงตาใส่ช่างเลย คนขับบอกทำไมแพงนักช่างบอกนี่ตีแผลละ 1500บาทนะ

น้องสาวบอกว่าลดได้เท่าไหร่ แพงนักน้องเขางจ่ายค่าซ่อมไม่ได้

ทำไปทำมาช่างบอกว่า ลด5500 บาท ตีราคากลางๆให้ ซ่อมพ่นสีใหม่ 4 วันมาเอาได้

น้องสาวเลยโทรบอกน้องชายที่กทม. เอาไง ?

น้องชายบอกว่า ดูกำลังการจ่ยของคนขับมอร์ฯว่าออกได้เท่าไหร่  

เพราะไหนๆเราก็โชคไม่ดีก็คงมาซ่อมที่กทม.แพงอยู่แล้ว อย่าซ่อมที่โน่น เพราะเดี๋ยวรถจะหายไปทั้งคัน

คนชนเขาเลยขอชดใฝช้ค่าเสียหายเรา 4000 บาท เพราะเขามีเท่านี้ ก็เลยต้องพบกันคนละครึ่งทาง

และมัวแต่โทรและรอ ตอนนั้นปาเข้าไป 18.30 น. มึดก็มืด  ตากฝนตลอดเวลา กลัวก็กลัว

บอกน้องสาวว่า เอาเถอะ ดีกว่าเขาขับแล้วหนีนะ

พอเขาจ่ายมา พวกเราต้องรีบขับออกมาจากซอยนั้น

ตลอดเวลา เราสองคนพี่น้องได้แต่ภาวนาให้พระช่วย

อันตรายมากๆ ตอนตามเขามาก็ตามลูกเดียว ตอนขากลับ ก็ไม่รู้จะไปซ้ายหรือขวา ไม่มีรถเลย

อะไรกันเนี่ย..อยู่ในเมืองหรือในป่ากันแน่ ...ขับไปเรื่อยๆเจอทางออก โล่งอก เหงื่อแตกทั้งๆที่แอร์รถเย็นๆ

พอออกถนนใหญ่ ทำไงดี จากลับบ้านไหม?(บ้านที่พัทยา)

น้องสาวบอก ออกมาแล้วก็ต้องไปซื้อคีย์บอร์ด กลับไปไม่งั้นพวกเขาจะสงสัย

เลยซื้อมาแต่คีย์บอร์ดอันเดียว อย่างอื่นไม่ได้มองเพราะไม่รู้เรื่องแล้ว...

ไปถึงโดนแม่ ..งอนใส่ ..ลื่อซื้อของอย่างเดียว ไป4 ชั่วโมง ขับรถไปซื้อที่กรุงเทพฯเหรอ...

พวกเราเงียบ รีบทำกับข้าว เร็วๆเพราะแต่ละคนหิวๆกันแล้ว บอกเรื่องราวต่างๆกับพี่เลี้ยงหลานคนเดียว

บอกว่า อย่าไปบอกน้องชาย น้องสะใภ้และแม่ฉันนะ เพราะถ้าไม่บอก เขาก็จะไม่สังเกตุรถ  

เขาอาจจะนึกว่าเป็นแผลที่น้องชายคนโตโดนมาแต่แรก ฮาๆๆเล่าแล้วเหนื่อยใจไม่หาย..จนเดี๋ยวนี้ค่ะ

กลับมาบ้านเพลีย อยากหลับแต่ก็ไม่ง่วง มาดูเน็ท คุยกะคุณไล้ท์ ขณะนี้

ขอบคุณมากค่ะ..  

(ปล.น้องชายเจ้าของรถ เห็นแผลที่ฝากมากับรถ พูดไม่ออก แต่เขาก็ไม่บ่นสักคำ สมันนี้นับว่าโชคดีมากๆที่มีโทรศัพท์มือถือติดตัว  ไม่เช่นนั้น คงลำบากมากๆ )
jaychou
ผู้ติดตาม: 0

***** เรื่องของแมว CAT CAT ..ไอเดียรถขนสินค้า *****

โพสต์ที่ 8

โพสต์

อยากเชิญเฮียไล้ท์มาที่นี่จังครับ ไม่ได้คุยกันนาน คิดถึง
ล็อคหัวข้อ