นักปั่นแสดงพลังครับ
- CEO
- Verified User
- โพสต์: 1243
- ผู้ติดตาม: 0
นักปั่นแสดงพลังครับ
โพสต์ที่ 1
ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยขอไบค์เลน
"ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย" รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อ รมช.คมนาคม หลังเกิดเหตุรถร่วมทับนักขี่จักรยานเสียชีวิตก่อนหน้านี้ โดยขอให้ดูแลปัญหาของรถของ ขสมก. และรถร่วมมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น รวมทั้งจัดช่องทางวิ่งเฉพาะของจักรยาน หรือไบค์เลน เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่จักรยานด้วย
ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตัวแทนชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวขับจักรยานมาที่หน้ากระทรวงคมนาคมจำนวน 40 คัน เพื่อเข้าพบและยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.อ.ชัยนันท์ เจริญศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง กรณีอุบัติเหตุรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สาย 30 ก่อเหตุชนและทับนายทวีพร ทองคำใบ ข้าราชการซี 7 กระทรวงศึกษาธิการ และสมาชิกของชมรมเสียชีวิต
โดยนายธงชัย พรรณสวัสดิ์ ที่ปรึกษาชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้รถจักรยานไม่ใช่ครั้งแรก ในขณะที่ผู้ใช้จักรยานน่าจะได้รับการดูแลในเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากกว่านี้ เพราะน่าจะถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่ช่วยเหลือส่วนรวม ทั้งการลดการใช้พลังงาน และดูแลสิ่งแวดล้อม ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ อยากให้กระทรวงคมนาคมดูแลปัญหาทั้งในส่วนของรถสาธารณะ เช่น การดูแลอบรมผู้ขับรถ การตรวจสภาพรถให้สภาพรถมีความพร้อมในด้านมาตรฐานความปลอดภัยมากกว่านี้
ในขณะเดียวกันเรื่องของการจัดช่องทางวิ่งเฉพาะของจักรยาน หรือไบค์เลน แม้ชมรมจะเข้าใจว่าสภาพถนนในกรุงเทพมหานครในปัจจุบันจะสามารถดำเนินการได้ยาก แต่ก็ขอให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ลงมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีตัวอย่างประเทศในทวีปยุโรปที่มีการประกาศเขตทางถนนทุกสายให้เป็นเขตถนนขอรถจักรยานด้วย ซึ่งส่งผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น ให้ผู้ใช้รถยนต์ประเภทอื่นให้ความระมัดระวังการใช้ถนนของรถจักรยานมากขึ้น
ด้าน พล.อ.ชัยนันท์ กล่าวยอมรับว่า จะเร่งรัดควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งผู้ขับและสภาพรถของรถเมล์ ขสมก. และรถร่วมบริการมากขึ้น และแม้ปัจจุบันจะมีความยากลำบากในการเพิ่มเลนจักรยานในถนนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แต่ในอนาคตหากมีการก่อสร้างถนนใหม่ ที่อยู่ในการกำกับดูแลของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ก็จะพยายามจัดเลนถนนสำหรับจักรยานยนต์ และจักรยานเพิ่มเติมในถนนทุกสายด้วย
[/url]
"ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย" รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อ รมช.คมนาคม หลังเกิดเหตุรถร่วมทับนักขี่จักรยานเสียชีวิตก่อนหน้านี้ โดยขอให้ดูแลปัญหาของรถของ ขสมก. และรถร่วมมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น รวมทั้งจัดช่องทางวิ่งเฉพาะของจักรยาน หรือไบค์เลน เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่จักรยานด้วย
ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตัวแทนชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวขับจักรยานมาที่หน้ากระทรวงคมนาคมจำนวน 40 คัน เพื่อเข้าพบและยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.อ.ชัยนันท์ เจริญศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง กรณีอุบัติเหตุรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สาย 30 ก่อเหตุชนและทับนายทวีพร ทองคำใบ ข้าราชการซี 7 กระทรวงศึกษาธิการ และสมาชิกของชมรมเสียชีวิต
โดยนายธงชัย พรรณสวัสดิ์ ที่ปรึกษาชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้รถจักรยานไม่ใช่ครั้งแรก ในขณะที่ผู้ใช้จักรยานน่าจะได้รับการดูแลในเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากกว่านี้ เพราะน่าจะถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่ช่วยเหลือส่วนรวม ทั้งการลดการใช้พลังงาน และดูแลสิ่งแวดล้อม ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ อยากให้กระทรวงคมนาคมดูแลปัญหาทั้งในส่วนของรถสาธารณะ เช่น การดูแลอบรมผู้ขับรถ การตรวจสภาพรถให้สภาพรถมีความพร้อมในด้านมาตรฐานความปลอดภัยมากกว่านี้
ในขณะเดียวกันเรื่องของการจัดช่องทางวิ่งเฉพาะของจักรยาน หรือไบค์เลน แม้ชมรมจะเข้าใจว่าสภาพถนนในกรุงเทพมหานครในปัจจุบันจะสามารถดำเนินการได้ยาก แต่ก็ขอให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ลงมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีตัวอย่างประเทศในทวีปยุโรปที่มีการประกาศเขตทางถนนทุกสายให้เป็นเขตถนนขอรถจักรยานด้วย ซึ่งส่งผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น ให้ผู้ใช้รถยนต์ประเภทอื่นให้ความระมัดระวังการใช้ถนนของรถจักรยานมากขึ้น
ด้าน พล.อ.ชัยนันท์ กล่าวยอมรับว่า จะเร่งรัดควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งผู้ขับและสภาพรถของรถเมล์ ขสมก. และรถร่วมบริการมากขึ้น และแม้ปัจจุบันจะมีความยากลำบากในการเพิ่มเลนจักรยานในถนนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แต่ในอนาคตหากมีการก่อสร้างถนนใหม่ ที่อยู่ในการกำกับดูแลของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ก็จะพยายามจัดเลนถนนสำหรับจักรยานยนต์ และจักรยานเพิ่มเติมในถนนทุกสายด้วย
[/url]
การซื้อกิจการอาจไม่ใช่การเทคโอเวอร์ และการเทคโอเวอร์ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อหุ้น..
- CEO
- Verified User
- โพสต์: 1243
- ผู้ติดตาม: 0
นักปั่นแสดงพลังครับ
โพสต์ที่ 2
ปั่น... ปั่น... อีกทางเลือกของคนกรุง
กระบะเอสยูวี กระบะอีซูซุ โตโยต้าปี"89 ฮอนด้าซีวิค เบนซ์อี 230 และฟอร์ด เอสเคป แม้ทั้ง 6 คันจะจอดเรียงรายในโรงรถของครอบครัว รอให้เขาเลือกใช้
แต่ในทุกๆ วัน ฮาร์ท-สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล พิธีกรอารมณ์ดี กลับเลือกจักรยานสองล้อเสือภูเขาเป็นพาหนะ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ว่า เบื่อหน่ายกับการจราจร
อันคับคั่งและแสนจะติดขัดของเมืองหลวง...
เกือบ 2 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่เขาเริ่มชิมลาง
เดินทางด้วยจักรยาน ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปทำงานใกล้หรือไกล พาหนะคู่ใจก็ยังคงเป็นเสือภูเขาอยู่เช่นเดิม
ฮาร์ทเล่าที่มาที่ไปของการขี่จักรยานไปทำงานให้ฟังว่า ด้วยอาชีพพิธีกรที่ส่วนมากต้องตระเวนไปตามโรงแรมต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ นอกจากปัญหาเรื่องที่จอด
รถแล้ว เขายังต้องฟันฝ่าปัญหารถติดแทบทุกวัน ความเบื่อหน่ายอันสะสมมาทีละน้อยเหล่านั้น เมื่อพอกพูนถึงขีดสุดราวๆ ปลายปี"46 เขาจึงลาจากสี่ล้อ หัน
มาลองปั่นจักรยานเดินทางในเมืองเป็นครั้งแรก
"สมัยนั้นยังเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง 3 อยู่ ผมปั่นจากบ้านที่อยู่ตรงข้ามเมเจอร์ รัชโยธิน ไปเอ็มโพเรียมทุกวัน ไปทางธรรมดาที่รถวิ่งนี่แหละ เพราะตอนนั้นยัง
ไม่รู้ว่าบีทีเอสให้เอาจักรยานขึ้นไปได้ พอมาช่วงต้นปี"47 ก็เริ่มคล่องทางมากขึ้น ไปหมด ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน
จากจักรยานที่มีโช้กหน้า-โช้กหลังธรรมดา ก็เปลี่ยนเป็นเสือภูเขาที่พับได้และน้ำหนักไม่มาก ที่ต้องเปลี่ยนเพราะจักรยานที่พับไม่ได้ รถไฟใต้ดินเขาไม่ให้ขึ้น
ซึ่งรถไฟใต้ดินมันสะดวกกว่าก็ตรงที่มีบันไดเลื่อนทุกสถานี เราไม่ต้องแบกขึ้นๆ ลงๆ เหมือนบีทีเอสบางสถานี" พิธีกรคนดังแชร์ประสบการณ์ให้ฟังอย่าง
อารมณ์ดี
โรงแรมใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น คอนราด ดุสิตธานี แชงกรี-ลา โอเรียนเต็ล แมริออท เจริญนครฯ สองล้อเสือภูเขาพาเขาไปสู่จุดหมายไดด้วยหลายวิธี เช่น ถ้า
ปลายทางอยู่ใกล้รถไฟฟ้า อย่าง คอนราด พลาซ่า แอทธินี เอราวัณ เขาก็จะใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวช่วย และถ้าไปไกลๆ อย่างโรงแรมแมริออท เจริญนคร เพนนิ
นซูล่า เขาก็จะขี่เสือภูเขาคู่ใจไปนั่งบีทีเอสสถานีตากสิน แล้วเอาจักรยานจอดที่ท่าเรือสาทร จากนั้นก็ค่อยอาศัยเรือของโรงแรมที่จะมารับทุกๆ 10-15 นาที
หรือบางครั้งถ้าต้องไปหอประชุมกองทัพเรือ เขาก็จะขี่จักรยานไปลงเรือที่ท่าเตียน
ฮาร์ทเล่าให้ฟังต่อไปว่า เขาเคยขี่ไปไกลถึงไบเทค บางนา และที่เคยไปไกลสุดโดยไม่ขึ้นบีทีเอสก็เคย ปั่นจากบ้านไปโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ฯ หลักสี่ และแม้
เขาไม่ชอบใส่หมวกกันน็อกเพราะมันทำให้การมองถูกจำกัด ทั้งยังขี่แล้วไม่สบาย แต่เขาก็มีหลักการขี่เพื่อความปลอดภัยทดแทน
โดยเขาจะใช้วิธีเลี่ยงถนนที่รถแล่นเร็ว เลือกไปตามตรอก ซอก ซอย หรือถนนที่มีการจราจรแน่น ขี่ไปเรื่อยๆ มองซ้าย-ขวาไปอย่างมีสติตลอดเวลา นอกจาก
นี้ขณะขี่ต้องแต่งตัวทะมัดทะแมง เขาเองก็มักจะสวมเสื้อยืด นุ่งขาสั้น ส่วนอุปกรณ์ที่ต้องใช้เวลาทำงานพิธีกรอย่างสูทและรองเท้า ก็จะสามัคคีกันอยู่ในเป้
หลังอย่างเรียบร้อย
สำหรับเรื่องหงุดหงิดที่ทำให้รำคาญใจขณะขี่นั้น ฮาร์ทบอกว่าก็พอมีบ้างไม่ได้เอามาจดจำ แต่ก็ยังมีพวกแดด ฝน ฝุ่น ยานพาหนะใหญ่ๆ ที่ขับเร็ว ฯลฯ
อุปสรรคเหล่านี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากจนถึงกับทำลายความรู้สึกดีๆ ในการขี่จักรยานไปทำงาน
"ประโยชน์จากการขี่จักรยาน ด้านสุขภาพร่างกายรู้สึกเฉยๆ นะ สำหรับผมที่เห็นชัดคือสุขภาพจิตดีขึ้น จักรยานทำให้เรารู้สึกอิสระเวลาขี่ไปบนท้องถนน
เหมือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของคนเดินถนนที่สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ
พอเจอไฟแดงเราก็หยุดดูเหมือนกัน แต่เราก็จะมีช่องทางที่สามารถไปต่อได้ เวลาอยู่บนถนนเราสวมบทบาทเหมือนรถยนต์ แต่พอไฟแดงแล้วเรากลับรู้สึก
เหนือกว่า อย่างถนนวันเวย์นี่ เราขี่ย้อนศรได้ แต่ก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยด้วย" พิธีกรคนเดิมเล่าอย่างอารมณ์ดีตามบุคลิก
"พูดถึงไบก์เลน ผมว่าทำยาก เพราะถนนบางเส้นมันขยายเพิ่มไม่ได้ งบประมาณก็ไม่ได้มีมากขนาดนั้น สำหรับ การรณรงค์ คนที่ไม่มีภาพลักษณ์ของการ
ประหยัดมาชวนประหยัด แล้วคนอื่นๆ จะเชื่อมั้ย
มันก็เป็นเรื่องที่ต้องดูไปแต่ละคน เพราะเราไปบังคับให้ฝืนตัวเองไม่ได้ ที่เขารณรงค์ออกมาขี่จักรยานกันตามวันสำคัญๆ มันเป็นแค่การโชว์ว่ายังมีจักรยาน
เป็นอีกทางเลือก แต่ท้ายที่สุดผู้คนก็กลับไปสู่ความเคยชิน การขี่จักรยานอย่างจริงจัง ผมว่ามันเป็นไลฟ์สไตล์ที่ต้องผ่านกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไป"
แน่นอนว่าผู้ที่รักจะขี่จักรยานจริงๆ จังๆ อาจจะต้องทำใจกับความไม่สะดวกหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่แสนทารุณ บางครั้งร้อนจัด และบางครั้ง
ก็อาจมีฝน ซ้ำยังอาจเกิดอันตรายระหว่างทางอีกด้วย สำหรับพิธีกรอารมณ์ดีผู้นี้ปัจจัยเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหาอะไร
ดังนั้น กระบวนการค่อยเป็นค่อยไปของเขาจึงค่อยๆ เกิดขึ้น จากเสือภูเขาน้ำหนัก 20 กิโลกรัมเปลี่ยนเหลือ 13 กิโลกรัม จากลงรถไฟใต้ดินไม่ได้ มาเป็นพับ
ได้เพื่อที่จะลงรถไฟใต้ดินได้...จนในที่สุดเปลี่ยนมาเป็นเสือภูเขาคันปัจจุบัน
"เสน่ห์ของถนนกรุงเทพฯ คือ ไม่มีเนินเขา พื้นจึงเรียบ ผมว่าคนอื่นๆ เขาก็พร้อมจะใช้จักรยานนะ เพียงแต่ไม่ค่อยมีพื้นที่สำหรับจักรยานสักเท่าไร ทางการถ้า
มีงบฯอาจจะเจียดมาสร้างทางคอนกรีตเสริมเหล็กสัก 2-3 เมตรเลียบคลอง เพราะกรุงเทพฯมีคลองเยอะแต่ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ แล้วอนุญาตให้เฉพาะรถ
จักรยานเท่านั้นใช้ คือรถที่ติดเครื่องยนต์ไม่เอานะ ถ้าทำได้ตรงนี้จะเป็นหนทางในการพบปะได้ดีทีเดียว ให้ประชาชนก้นซอยได้มีทางเลือกบ้าง"
"ทุกวันนี้ผมมีจักรยานทั้งหมด 8 คัน แน่นอนว่าผมไม่คิดซื้อรถยนต์เพิ่ม แต่ถ้าเมื่อไรมีรถที่ไม่ใช้น้ำมัน อาจจะใช้พลังงานทดแทนอย่างรถแสงอาทิตย์ รถ
ไฮโดรเจน ทางเลือกเหล่านั้นก็อาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผม นอกเหนือจาก...จักรยาน"
กระบะเอสยูวี กระบะอีซูซุ โตโยต้าปี"89 ฮอนด้าซีวิค เบนซ์อี 230 และฟอร์ด เอสเคป แม้ทั้ง 6 คันจะจอดเรียงรายในโรงรถของครอบครัว รอให้เขาเลือกใช้
แต่ในทุกๆ วัน ฮาร์ท-สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล พิธีกรอารมณ์ดี กลับเลือกจักรยานสองล้อเสือภูเขาเป็นพาหนะ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ว่า เบื่อหน่ายกับการจราจร
อันคับคั่งและแสนจะติดขัดของเมืองหลวง...
เกือบ 2 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่เขาเริ่มชิมลาง
เดินทางด้วยจักรยาน ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปทำงานใกล้หรือไกล พาหนะคู่ใจก็ยังคงเป็นเสือภูเขาอยู่เช่นเดิม
ฮาร์ทเล่าที่มาที่ไปของการขี่จักรยานไปทำงานให้ฟังว่า ด้วยอาชีพพิธีกรที่ส่วนมากต้องตระเวนไปตามโรงแรมต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ นอกจากปัญหาเรื่องที่จอด
รถแล้ว เขายังต้องฟันฝ่าปัญหารถติดแทบทุกวัน ความเบื่อหน่ายอันสะสมมาทีละน้อยเหล่านั้น เมื่อพอกพูนถึงขีดสุดราวๆ ปลายปี"46 เขาจึงลาจากสี่ล้อ หัน
มาลองปั่นจักรยานเดินทางในเมืองเป็นครั้งแรก
"สมัยนั้นยังเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง 3 อยู่ ผมปั่นจากบ้านที่อยู่ตรงข้ามเมเจอร์ รัชโยธิน ไปเอ็มโพเรียมทุกวัน ไปทางธรรมดาที่รถวิ่งนี่แหละ เพราะตอนนั้นยัง
ไม่รู้ว่าบีทีเอสให้เอาจักรยานขึ้นไปได้ พอมาช่วงต้นปี"47 ก็เริ่มคล่องทางมากขึ้น ไปหมด ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน
จากจักรยานที่มีโช้กหน้า-โช้กหลังธรรมดา ก็เปลี่ยนเป็นเสือภูเขาที่พับได้และน้ำหนักไม่มาก ที่ต้องเปลี่ยนเพราะจักรยานที่พับไม่ได้ รถไฟใต้ดินเขาไม่ให้ขึ้น
ซึ่งรถไฟใต้ดินมันสะดวกกว่าก็ตรงที่มีบันไดเลื่อนทุกสถานี เราไม่ต้องแบกขึ้นๆ ลงๆ เหมือนบีทีเอสบางสถานี" พิธีกรคนดังแชร์ประสบการณ์ให้ฟังอย่าง
อารมณ์ดี
โรงแรมใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น คอนราด ดุสิตธานี แชงกรี-ลา โอเรียนเต็ล แมริออท เจริญนครฯ สองล้อเสือภูเขาพาเขาไปสู่จุดหมายไดด้วยหลายวิธี เช่น ถ้า
ปลายทางอยู่ใกล้รถไฟฟ้า อย่าง คอนราด พลาซ่า แอทธินี เอราวัณ เขาก็จะใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวช่วย และถ้าไปไกลๆ อย่างโรงแรมแมริออท เจริญนคร เพนนิ
นซูล่า เขาก็จะขี่เสือภูเขาคู่ใจไปนั่งบีทีเอสสถานีตากสิน แล้วเอาจักรยานจอดที่ท่าเรือสาทร จากนั้นก็ค่อยอาศัยเรือของโรงแรมที่จะมารับทุกๆ 10-15 นาที
หรือบางครั้งถ้าต้องไปหอประชุมกองทัพเรือ เขาก็จะขี่จักรยานไปลงเรือที่ท่าเตียน
ฮาร์ทเล่าให้ฟังต่อไปว่า เขาเคยขี่ไปไกลถึงไบเทค บางนา และที่เคยไปไกลสุดโดยไม่ขึ้นบีทีเอสก็เคย ปั่นจากบ้านไปโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ฯ หลักสี่ และแม้
เขาไม่ชอบใส่หมวกกันน็อกเพราะมันทำให้การมองถูกจำกัด ทั้งยังขี่แล้วไม่สบาย แต่เขาก็มีหลักการขี่เพื่อความปลอดภัยทดแทน
โดยเขาจะใช้วิธีเลี่ยงถนนที่รถแล่นเร็ว เลือกไปตามตรอก ซอก ซอย หรือถนนที่มีการจราจรแน่น ขี่ไปเรื่อยๆ มองซ้าย-ขวาไปอย่างมีสติตลอดเวลา นอกจาก
นี้ขณะขี่ต้องแต่งตัวทะมัดทะแมง เขาเองก็มักจะสวมเสื้อยืด นุ่งขาสั้น ส่วนอุปกรณ์ที่ต้องใช้เวลาทำงานพิธีกรอย่างสูทและรองเท้า ก็จะสามัคคีกันอยู่ในเป้
หลังอย่างเรียบร้อย
สำหรับเรื่องหงุดหงิดที่ทำให้รำคาญใจขณะขี่นั้น ฮาร์ทบอกว่าก็พอมีบ้างไม่ได้เอามาจดจำ แต่ก็ยังมีพวกแดด ฝน ฝุ่น ยานพาหนะใหญ่ๆ ที่ขับเร็ว ฯลฯ
อุปสรรคเหล่านี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากจนถึงกับทำลายความรู้สึกดีๆ ในการขี่จักรยานไปทำงาน
"ประโยชน์จากการขี่จักรยาน ด้านสุขภาพร่างกายรู้สึกเฉยๆ นะ สำหรับผมที่เห็นชัดคือสุขภาพจิตดีขึ้น จักรยานทำให้เรารู้สึกอิสระเวลาขี่ไปบนท้องถนน
เหมือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของคนเดินถนนที่สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ
พอเจอไฟแดงเราก็หยุดดูเหมือนกัน แต่เราก็จะมีช่องทางที่สามารถไปต่อได้ เวลาอยู่บนถนนเราสวมบทบาทเหมือนรถยนต์ แต่พอไฟแดงแล้วเรากลับรู้สึก
เหนือกว่า อย่างถนนวันเวย์นี่ เราขี่ย้อนศรได้ แต่ก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยด้วย" พิธีกรคนเดิมเล่าอย่างอารมณ์ดีตามบุคลิก
"พูดถึงไบก์เลน ผมว่าทำยาก เพราะถนนบางเส้นมันขยายเพิ่มไม่ได้ งบประมาณก็ไม่ได้มีมากขนาดนั้น สำหรับ การรณรงค์ คนที่ไม่มีภาพลักษณ์ของการ
ประหยัดมาชวนประหยัด แล้วคนอื่นๆ จะเชื่อมั้ย
มันก็เป็นเรื่องที่ต้องดูไปแต่ละคน เพราะเราไปบังคับให้ฝืนตัวเองไม่ได้ ที่เขารณรงค์ออกมาขี่จักรยานกันตามวันสำคัญๆ มันเป็นแค่การโชว์ว่ายังมีจักรยาน
เป็นอีกทางเลือก แต่ท้ายที่สุดผู้คนก็กลับไปสู่ความเคยชิน การขี่จักรยานอย่างจริงจัง ผมว่ามันเป็นไลฟ์สไตล์ที่ต้องผ่านกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไป"
แน่นอนว่าผู้ที่รักจะขี่จักรยานจริงๆ จังๆ อาจจะต้องทำใจกับความไม่สะดวกหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่แสนทารุณ บางครั้งร้อนจัด และบางครั้ง
ก็อาจมีฝน ซ้ำยังอาจเกิดอันตรายระหว่างทางอีกด้วย สำหรับพิธีกรอารมณ์ดีผู้นี้ปัจจัยเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหาอะไร
ดังนั้น กระบวนการค่อยเป็นค่อยไปของเขาจึงค่อยๆ เกิดขึ้น จากเสือภูเขาน้ำหนัก 20 กิโลกรัมเปลี่ยนเหลือ 13 กิโลกรัม จากลงรถไฟใต้ดินไม่ได้ มาเป็นพับ
ได้เพื่อที่จะลงรถไฟใต้ดินได้...จนในที่สุดเปลี่ยนมาเป็นเสือภูเขาคันปัจจุบัน
"เสน่ห์ของถนนกรุงเทพฯ คือ ไม่มีเนินเขา พื้นจึงเรียบ ผมว่าคนอื่นๆ เขาก็พร้อมจะใช้จักรยานนะ เพียงแต่ไม่ค่อยมีพื้นที่สำหรับจักรยานสักเท่าไร ทางการถ้า
มีงบฯอาจจะเจียดมาสร้างทางคอนกรีตเสริมเหล็กสัก 2-3 เมตรเลียบคลอง เพราะกรุงเทพฯมีคลองเยอะแต่ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ แล้วอนุญาตให้เฉพาะรถ
จักรยานเท่านั้นใช้ คือรถที่ติดเครื่องยนต์ไม่เอานะ ถ้าทำได้ตรงนี้จะเป็นหนทางในการพบปะได้ดีทีเดียว ให้ประชาชนก้นซอยได้มีทางเลือกบ้าง"
"ทุกวันนี้ผมมีจักรยานทั้งหมด 8 คัน แน่นอนว่าผมไม่คิดซื้อรถยนต์เพิ่ม แต่ถ้าเมื่อไรมีรถที่ไม่ใช้น้ำมัน อาจจะใช้พลังงานทดแทนอย่างรถแสงอาทิตย์ รถ
ไฮโดรเจน ทางเลือกเหล่านั้นก็อาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผม นอกเหนือจาก...จักรยาน"
การซื้อกิจการอาจไม่ใช่การเทคโอเวอร์ และการเทคโอเวอร์ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อหุ้น..
-
- ผู้ติดตาม: 0
นักปั่นแสดงพลังครับ
โพสต์ที่ 3
น้าฮาร์ทนี่แรงดีจริงๆ จากรัชโยธินไป BTS ไม่เท่าไหร่นะสบายๆ
แต่ก่อนที่จะขึ้น BTS น้าเล่นขี่ไปถึงเอ็มโพเรียมนี่นับถือจริงๆ
ผมเคยขี่จักรยานเสือภูเขาไปเรียนใกล้ๆบ้านยังหอบและแสบคอ
ผ่านรัชโยธินไปถึงอโศกได้...ปอดยังอยู่ดีมั้ยคับ
ทางออกที่น่าจะลงตัวเรื่องการเดินทางในกทม. น่าจะเป็นมอไซค์มากกว่านา
แต่ก่อนที่จะขึ้น BTS น้าเล่นขี่ไปถึงเอ็มโพเรียมนี่นับถือจริงๆ
ผมเคยขี่จักรยานเสือภูเขาไปเรียนใกล้ๆบ้านยังหอบและแสบคอ
ผ่านรัชโยธินไปถึงอโศกได้...ปอดยังอยู่ดีมั้ยคับ
ทางออกที่น่าจะลงตัวเรื่องการเดินทางในกทม. น่าจะเป็นมอไซค์มากกว่านา