เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
Paul VI เขียน:neo_potato_Th เขียน:
ไฟมอดทันที 555
ถ้ารเรารักงานของเรา เราจะ รักปัญหา ของมัน ด้วย
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
[quote="Paul VI"][quote="Voldtrest"][quote="Paul VI"]น้องบิ้กครับ กระทู้ เพลง rocks ของ บิ้ก ไปไหนน่ะ พี่หาไม่เจอแฮะ
ขุดมาด่วน
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
หมอด้า เงียบหายไปเลย มาทักทายกันหน่อยครับ
สงสัย ไปสอย อะไรมาซักอย่าง IPAD Samsung Galaxyหรืออะไรเอ่ย

-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
ช่วงนี้ งาน ราษฎร์ งานหลวง มาเพียบ
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
เห็น DW เหวี่ยง ขึ้น - ลง วันนี้ มีตัวนึง IVL01PA ลดไป 97 % ก่อนจะเหวี่ยงกลับมา
สุดยอด :shock:
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
เห็น หมอแป๊ะ ไปโพสต์เนื้อเพลงนี้ ใน facebook
เลยมอบให้ ก่อนเดินทางไกล หรือจะเอาเพลง จากไปลอนดอน
อยากจะบอกใครสักคน - ไมโคร
http://www.youtube.com/watch?v=Wcl6wYhyi_M
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
ขออนุญาต คุณ คนอุดร เอามาโพสต์ ต่อครับ
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=44480
12 ลักษณะของคนที่เป็นมหาเศรษฐี
บทความ : 12 ลักษณะของคนที่เป็นมหาเศรษฐี
W.Randall Jones เขียนหนังสือชื่อ "The Richest Man in Town " โดย การสัมภาษณ์และวิเคราะห์คุณสมบัติ นิสัย แนวความคิด ปรัชญาการใช้ชีวิต และอื่นๆ ของคนที่รวยที่สุดในเมืองต่างๆของอเมริกาจำนวน 100 คน เขาพบลักษณะร่วมของคนที่เป็นมหาเศรษฐี 12 ประการ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. ไม่หาเงินเพื่อเงิน การทำอย่างนั้นคุณจะไม่ได้เงิน เงินจะมาก็ต่อเมื่อคุณทำในสิ่งที่ถูกต้อง และด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่คุณรักและมีความหลงใหลที่จะทำ คุณต้องทำในสิ่งที่มีคุณค่าเป็นประโยชน์ แล้วเงินจะมาเอง มันเป็นผลพลอยได้ ในมุมของ VI หรือนักลงทุนเน้นคุณค่า ผมคิดว่ามันถูกต้องตรงกัน อย่าลงทุนแบบจ้องหา หรือหมกมุ่นกับผลตอบแทนเกินไป มีความสุขกับการลงทุนทำหรือเลือกลงทุนอย่างถูกต้องเงินจะมาเอง
2. รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง ที่สำคัญต้องรู้ว่าอะไรคือความสามารถหรือความเชี่ยวชาญที่สุดของตัวเอง ถ้าคุณคิดว่าต้องไปทำงานทุกวัน นั่นก็ผิดแล้วงานจะไม่ใช่งานถ้าคุณทำแล้วมีความสุข และเป็นสิ่งที่คุณอยากทำ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยบอกกับซูซี่ อดีตภรรยาที่ล่วงลับไป ในตอนที่แต่งงานกันใหม่ๆ ว่า เขาจะต้องรวย เหตุผลไม่ใช่เพราะเขาทำงานหนัก หรือมีความเก่งเป็นพิเศษ แต่เป็นเพราะเขาเกิดมาด้วยทักษะที่ถูกต้อง ในสถานที่ที่ถูกต้อง และในเวลาที่ถูกต้อง นั่นคือ ทักษะในการจัดสรรเงินทุน หรือก็คือ การลงทุนนั่นเอง
3. เป็นนายของตัวเอง คุณไม่สามารถรวยได้โดยการทำงานให้คนอื่น เรื่องนี้ผมคงไม่ต้องอธิบายกับ Value Investor เพราะนักลงทุนนั้นทุกคนเป็นนายของตัวเอง
4. เสพติดความทะเยอทะยาน คนเราทุกคนต่างก็เสพติดอะไรบางอย่าง หรือหลายอย่างในชีวิต เราติดกาแฟ ติด Internet ติดเหล้า ติดเซ็กส์ ติดอำนาจ เราต้องคิดว่าติดอะไรแล้วจะเป็นประโยชน์ มหาเศรษฐีบอกว่า "ไม่มีความมั่งคั่งถ้าไม่มีความทะเยอทะยาน" ทำอะไรสำเร็จแล้ว ก็ต้องพยายามทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ความทะเยอทะยานนั้นมีด้านมืด มันอาจทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองสูงเกินไปและเป็นอันตราย ความทะเยอทะยานนั้นควรจะมีวัตถุประสงค์ชัดเจน และเราต้องไม่ปล่อยให้มันอยู่เหนือการควบคุมของเรา
5. ตื่นเช้ามาถึงก่อน เริ่มตั้งแต่อายุน้อย ในเรื่องของการทำงานทั่วไป และในฐานะของผู้บริหารหรือผู้ประกอบการนั้น ผมคิดว่าต้องทำทั้งสามเรื่อง แต่เรื่องการลงทุนนั้น ผมคิดว่าการเริ่มตั้งแต่อายุน้อย เป็นสิ่งที่จะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงและเป็นเศรษฐีได้ง่ายที่สุด แนวทางข้อนี้ค่อนข้างจะต้องสัมพันธ์กับข้อสอง นั่นคือ ถ้าคุณสามารถค้นพบตัวเองว่าเก่งทางไหนตั้งแต่อายุน้อย ความสำเร็จก็ไม่หนีไปไหน
6. อย่าตั้งเป้าหมาย ลงมือทำให้สำเร็จทีละน้อย เดินหน้าไปทุกวัน เป้าหมายหรือแผนธุรกิจ พอเขียนเสร็จก็ล้าสมัยแล้ว มหาเศรษฐีบางคนไม่มี Business Plan และไม่ตั้งแม้แต่เป้ายอดขายด้วยซ้ำ ข้อนี้ฟังดูเหลือเชื่อ ผมคิดว่าเป้าหมายคงอยู่ในใจและเป็นเป้ากว้างๆ ที่จะช่วยบอกทิศทาง พวกเขาเน้นที่การปฏิบัติว่าต้องได้ผลมากกว่าการตั้งเป้าแต่ปฏิบัติไม่สำเร็จ นักลงทุนเองก็ควรคิดว่า Execution หรือการปฏิบัตินั้น สำคัญกว่าเป้าหมายมาก ถ้าเราลงทุนแล้วพอร์ตเราโตขึ้นเรื่อยๆนี่แหละความสำเร็จ
7. อย่ากลัวความล้มเหลว ทางเดียวที่จะประสบความสำเร็จก็คือ กล้าที่จะล้มเหลวและล้มเหลวต่อหน้าสาธารณชนด้วย ทุกคนจะต้องเคยล้มเหลวมาบ้าง ไม่มีใครประสบความสำเร็จตลอด โดยที่ไม่มีความล้มเหลวมาคั่นถ้า เรากลัวความล้มเหลว เราจะไม่กล้าทำอะไร ว่าที่จริงไม่มีคำว่าล้มเหลว ยกเว้นว่าคุณจะเลิก การลงทุนก็เช่นเดียวกัน ไม่มีทางที่คุณจะประสบความสำเร็จตลอด อย่าเลิกเมื่อขาดทุนหนัก สู้ต่อไปวันหนึ่งเราจะชนะ
8. ทำเลไม่สำคัญ ทำเลที่ว่านี้ คือ สถานที่ที่คุณอยู่ หรือที่ที่คุณทำงาน ไม่ว่าคุณจะอยู่เมืองไหน คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ ไม่ต้องย้ายไปอยู่เมืองใหญ่หรือเมืองธุรกิจหลัก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เรามีเครือข่ายการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ ว่าที่จริง บัฟเฟตต์ อยู่ที่เมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา ซึ่งเป็นเมืองทางการเกษตรมา ตั้งแต่เริ่มธุรกิจลงทุนเมื่อ 50 ปีก่อน ที่การสื่อสารยังไม่ดีนัก แทนที่จะอยู่ที่นิวยอร์กหรือบอสตันที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุน ผมเองคิดว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องอยู่ที่กรุงเทพฯ ถึงจะประสบความสำเร็จในการลงทุน ว่าที่จริงยิ่งห่างอาจจะยิ่งดี
9. ยึดมั่นในจรรยาบรรณทางธุรกิจ นี่เป็นกฎเหล็กที่สำคัญที่สุด วอร์เรน บัฟเฟตต์ พูดว่า "ชื่อเสียงใช้เวลา 20 ปีในการสร้าง แต่ใช้เวลาแค่ 5 นาทีในการทำลาย ดังนั้นคุณต้องสำนึกไว้ตลอดเวลา"
10. เน้นที่การขาย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกว่าบางสิ่งบางอย่างจะถูกขายออกไป นักลงทุนไม่ได้ขายอะไร แต่ต้องรู้ว่า บริษัทที่เราลงทุนนั้นขายอะไร การขายเป็นหัวใจของความสำเร็จของบริษัท และเป็นความสำเร็จของราคาหุ้น ในความรู้สึกของผม ผมคิดว่า VI จำนวนมากชอบดูกำไร ซึ่งเป็นบรรทัดสุดท้าย แต่ไม่ค่อยดูยอดขายที่เป็นบรรทัดแรกในงบการเงิน
11.ขอยืมไอเดียจากคนที่เก่งที่สุดและคนที่แย่ที่สุด การอ่านประวัติและวิธีคิดของคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด อย่างการลงทุน ของบัฟเฟตต์ ผมคิดว่าไม่มีอะไรมาทดแทนได้
12. ไม่มีวันเกษียณ การเกษียณจะทำให้ชีวิตคุณล้มเหลว การเกษียณเป็นอันตรายต่อสุขภาพ การเกษียณเป็นอันตรายต่อความสนุกในชีวิต อันตรายต่อความมั่งคั่งส่วนตัว นักลงทุนไม่มีวันเกษียณ บัฟเฟตต์ และมังเจอร์ อายุเกือบ 80 ปีแล้วยังทำงานทุกวัน แม้แต่ปีเตอร์ ลินช์ หรือ จอห์น เนฟฟ์ ที่เกษียณจากการบริหารกองทุนรวม แต่พวกเขาก็ยังบริหารกองทุนส่วนตัวอยู่
ผมสงสัย เรื่อง การตั้งเป้าหมาย
ผมว่า น่าจะหมายถึง ไม่ต้องตั้งเป้าหมายไกล แต่ ให้ตั้งแบบ ใกล้ๆ แล้วค่อย พิชิต ไปทีละนิด ๆ
เป้าหมายจริงๆ สำหรับผมน่าจะเป็น แบบนี้นะครับ
เป้าหมายระยะ ไกล กำหนด ทิศทาง
เป้าหมายระยะ กลาง ให้กำลังใจ
เป้าหมายระยะ ไกล กำหนด การทำงาน
ผมก็ยึดแบบนี้ มาตลอด ก็คงไม่มีอะไร ผิดถูก :D
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
แต่ชอบที่สุด ก็คือ ข้อ 7 อย่ากลัวความล้มเหลว
ผมว่าเป็น ขอที่สำคัญที่ทำให้แต่ละคนแตกต่างกัน
การที่จะประสบความสำเร็จได้แตกต่างกัน หลายคนต่างกันที่ตรงนี้
คล้ายๆกับว่า
ถ้าไม่กล้า ก็ไม่มีวันก้าวหน้า หรือ ไม่ก็
ล้มไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่า อยู่เฉยๆ :D
-
reiter
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2308
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์

:8)
-
Nuthor
- Verified User
- โพสต์: 200
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
[quote="Paul VI"]แต่ชอบที่สุด ก็คือ ข้อ 7 อย่ากลัวความล้มเหลว
ผมว่าเป็น ขอที่สำคัญที่ทำให้แต่ละคนแตกต่างกัน
การที่จะประสบความสำเร็จได้แตกต่างกัน หลายคนต่างกันที่ตรงนี้
คล้ายๆกับว่า
ถ้าไม่กล้า ก็ไม่มีวันก้าวหน้า หรือ ไม่ก็
ล้มไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่า อยู่เฉยๆ
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
2. รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง ที่สำคัญต้องรู้ว่าอะไรคือความสามารถหรือความเชี่ยวชาญที่สุดของตัวเอง
ข้อนี้ ผมว่า ก็เป็น ส่วนจริงมาก
ผมตั้งไข่ ใน VI ได้ ส่วนหนึ่งเพราะ กลับมาคิดถึงจุดๆนี้ ใครก็ตามคงไม่สามารถเก่งได้ทุกอย่าง
ตอนนี้ รู้แต่ จะพยายามเก่งขึ้น ด้าน excel เห็นคนเก่งๆหลายคนใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ผมว่า ผมต้องเก่ง excel ขึ้นให้ได้
ช่วงนี้ มีเรื่อง สนุกในชีวิตเยอะหลายเรื่อง ไหนจะ เรียนปรุงอาหาร เพิ่มอีก ไหนจะ อ่านตำรา แต่งสวน แต่งบ้าน
ชีวิตมันก็ สนุกแบบนี้ แหละนะ
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
ถามหน่อยครับ ใครที่เคยเล่น facebook
จะมี column ด้านซ้าย มีรูป วงกลมสีเขียว กับ วงพระจันทร์เสี้ยว สีเทา
หมายความว่า ยังไง ครับ :?:
-
reiter
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2308
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
วันนี้น้องสีทนได้เล่นกันสนุกเลยนะพี่มุข
-
boong24
- Verified User
- โพสต์: 324
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
วงกลม สีเขียวกับ จันทร์เสี้ยว เป็นตัวบอกสถานะของเพื่อนว่าเปิด ใช้งาน facebook สำหรับคนที่ใช้ chat ใน facebook ครับ
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
reiter เขียน:วันนี้น้องสีทนได้เล่นกันสนุกเลยนะพี่มุข
ใช่ๆ :D
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
boong24 เขียน:วงกลม สีเขียวกับ จันทร์เสี้ยว เป็นตัวบอกสถานะของเพื่อนว่าเปิด ใช้งาน facebook สำหรับคนที่ใช้ chat ใน facebook ครับ
ขอบคุณครับ แต่หมายถึง ว่า เปิดใช้งาน ทั้งคู่ แล้ว มันต่างกันยังไงครับ
ถ้าเป็น วงกลม แสดงว่า ใช้งาน chat ด้วย ใช่เปล่าครับ :?: เดาเอา
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
วันนี้ Top Loser เป็น พวก DW ทั้งนั้นเลย :evil:
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
Paul VI เขียน:reiter เขียน:วันนี้น้องสีทนได้เล่นกันสนุกเลยนะพี่มุข
ใช่ๆ
-
reiter
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2308
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
พี่มุขงานหนักเหรอครับ วันนี้เห็นพี่แอบหลับ
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
reiter เขียน:พี่มุขงานหนักเหรอครับ วันนี้เห็นพี่แอบหลับ
เห็นด้วยเหรอ แป๊บเดียวเองนะ กำลังคิดตามเลย in ไปนิดส
-
boong24
- Verified User
- โพสต์: 324
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
วงกลมเขียวบอก status ว่า online หรือ เพิ่ง online หรือ active อยู่ครับ chat ไปเค้าน่าจะเห็นข้อความ
ส่วนจันทร์เสี้ยว ประมาณว่า online ทิ้งไว้นานแล้ว เป็น away หรือ busy คล้าย ๆ MSN อะครับ chat ไปเค้าอาจจะไม่ได้อยู่ดูครับ[/quote]
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
[quote="boong24"]วงกลมเขียวบอก status ว่า online หรือ เพิ่ง online
-
stemcell
- Verified User
- โพสต์: 666
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
crazyrisk
Regular
Joined: 30 May 2006
Posts: 2909
Posted: Thu Sep 30, 2010 10:55 pm Post subject:
--------------------------------------------------------------------------------
ขอแอบใช้พื้นที่ ของพี่หมอมุขหน่อยนะครับ
ผมไปสมัครงานที่รพ. รัฐบาลแห่งหนึ่ง ที่นั่นต้อนรับดี และก็รีบให้ผมไปยื่นใบสมัคร สัมภาษณ์กับ ผอ.เรียบร้อย อนุมัติเรียบร้อย พร้อมทั้งเสนอให้ผมรีบลาออกจาก รพ.เดิม
ผมตัดสินใจอยู่พอสมควร แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ผมจึงลาออกจากต้นสังกัด และ พร้อมจะย้ายไปทำงานต่อที่คาดไว้
ปรากฏว่า ก่อนหน้าวันทำงานประมาณ 5 วัน มีการติดต่อมาว่า ผอ.ไม่พร้อมจะให้ไปทำงาน เพราะว่า หมอบางคนในนั้นไม่พร้อมจะให้ผมไปร่วมงานด้วย
ถามสาเหตุ มีอยู่ง่ายๆ ว่า ผมเดินผ่านแล้วไม่ยอมยกมือไหว้ (ทั้งๆที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ใครคือหมอคนนั้น)
ผมเขียนในนี้ เพราะว่า เป็นสังคมหมอที่ชอบด้านการลงทุนเหมือนกัน
ผมไม่เคยคิดว่า การรับปากจาก ผอ. รพ. แทบจะไม่มีน้ำหนักเลย
ผมไม่เคยคิดว่า สิ่งที่เราว่า แน่นอน คือความไม่แน่นอน
ตอนแรก ผมคิดว่า อาจจะต้องประกาศใน เวป ไทยคลินิก เพื่อเป็นการ ประจาน พฤติกรรมเช่นนี้ แต่เตือนเพื่อไม่ให้คนอื่นๆ ต้องพลาดเช่นกัน
แต่คิดไปคิดมา อยู่เฉยๆ ดีกว่า
ตอนนี้นั่งท่องประโยค พี่พอใจอยู่ สั้นๆว่า
"ฟ้าลิขิต"
รัฐบาลไม่รับ มาทำเอกชนดีกว่าครับ มีให้เลือกเยอะแยะ ช่วงนี้แย่งตัวกันเป็นว่าเล่น :D :D :D :D :D ว่าแต่เป็น GP , Board หรือ sub-board ไหน เผื่อช่วยหาที่ให้ครับ
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
[quote="stemcell"]
รัฐบาลไม่รับ มาทำเอกชนดีกว่าครับ มีให้เลือกเยอะแยะ ช่วงนี้แย่งตัวกันเป็นว่าเล่น
-
Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
อ่านโพสต์ คุณ โดม วันนี้ชอบมากๆ เอามาฝาก หมอเราๆ ที่ไม่ต้องการเป็น หมู ในตลาดหุ้น ทั้งหลายครับ
เปรียบเทียบ
ราคาหุ้น...เหมือนคลื่นขึ้นลงตามชายฝั่ง
มูลค่าบริษัท...เหมือนปริมารน้ำในเขื่อน ในทะเล
หากซื้อ ด้วยเหตุผล แรงดึงดูด ของพระจันทร์ ก็ควรขายเมื่อแรงนี้เปลียน
หากซื้อ ด้วยเหตุผล ปริมาณน้ำน้อยระดับที่ต่ำกว่าที่ควร ก็ควร ขายเมื่อ น้ำล้น
สรุปซื้อด้วยเหตุผลใด ขายด้วยเหตุผลนั้น
-
neo_potato_Th
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1588
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
อยู่ OB GYN แล้วฮ้าฟฟ
แทบจะrule out สาขานี้ตั้งแต่วันแรก-_-"
ไมงานเอกสารมันเยอะงี้-_-"
อยากคิด แต่ขี้เกียจเขียนทำได้มั้ยย
ไม่ได้แฮะ555
คนรู้ไม่พูด คนพูดไม่รู้