เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
-
- Verified User
- โพสต์: 310
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 1
สัปดาห์นี้ เนื้อเรื่องอย่างแน่น ตื่นเต้นเข้มข้น บู๊ล้างผลาญ
- ล้วงลึกเปิดใจ อ.นิเวศน์ เรื่อง CPN กับ อัคคีพิโรธ
- แนะนำเทคนิคอล
- ล้วงลึกเปิดใจ อ.นิเวศน์ เรื่อง CPN กับ อัคคีพิโรธ
- แนะนำเทคนิคอล
แก้ไขล่าสุดโดย เด็กเลี้ยงแกะ เมื่อ เสาร์ พ.ค. 22, 2010 9:23 pm, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.
-
- Verified User
- โพสต์: 2712
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 3
มาลงชื่อ รออ่าน ครับผม ^^
อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว และสังคมรอบๆข้างของคุณนะครับ
มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม
นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม
นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
- reiter
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2308
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 4
รออ่านทุกอาทิตย์ :lol: :lol: :lol:
- SunShine@Night
- Verified User
- โพสต์: 2196
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 6
รออ่านด้วยคนครับ 

VI ฝึกหัด สำนักปีเตอร์ ลินช์
หวังผลต่อแทนทบต้นมากกว่า 15% ต่อปี
หวังผลต่อแทนทบต้นมากกว่า 15% ต่อปี

-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1588
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 7
รอฟังด้วยคน 

คนรู้ไม่พูด คนพูดไม่รู้
-
- Verified User
- โพสต์: 130
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 8
กลายเป็น คนเสพแกะ.... ไปแล้วววววว 

-
- Verified User
- โพสต์: 983
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 9
อ่า......................ไหนหละเนี่ย
:wall:

-
- Verified User
- โพสต์: 310
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 10
เอาล่ะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย เด็กเลี้ยงแกะ เมื่อ อาทิตย์ พ.ค. 23, 2010 12:36 pm, แก้ไขไปแล้ว 4 ครั้ง.
- SupachaiZ594
- Verified User
- โพสต์: 834
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 11

-
- Verified User
- โพสต์: 310
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 12
บทสัมภาษณ์ขนาดยาวยืด หมดไส้หมดพุง ล้วงลับตับแตก ของนักลงทุนมือพระกาฬ จากค่ายมวยวัด วันนี้พี่เขามาในนาม SimpleI
1. ทราบมาว่าพี่ SimpleI มีประสบการณ์การลงทุนแบบเข้มข้น แถมผ่านวิกฤติมาอย่างโชกโชน ช่วยเล่าเรื่องวิกฤติที่ผ่านๆมาหน่อยครับ
ถ้าพูดถึงเรื่องแต่หุ้น วิกฤติหนักๆก็คงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์มั้งครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องธุรกิจตอนต้มยำกุ้งก็มีส่วนร่วมในการรับรู้ด้วย คือธุรกิจที่บ้านเป็นหนี้สินเยอะ จบมาใหม่ๆก็รับมาซะเต็มๆ กว่าจะผ่านมาได้ก็หลายปี ตอนนี้พกแต่เงินสด ไม่มีหนี้ 555
การจะคิดว่าเราจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ในวิกฤติ ก็อาจจะไม่ต้องจำเป็นต้องเคยผ่านวิกฤติมาก่อนก็ได้ เคยได้ยินนักลงทุนบางท่านว่า ต้องผ่านวิกฤติซัก2-3ครั้งถึงเรียกว่าแน่จริง หรือสอบผ่าน ผมว่าคงไม่ต้องรอผ่านขนาดนั้นก็ได้ เราเกิดมาในยุคที่ผ่านประวัติศาสตร์มาแล้วหลายครั้ง ขอให้ศึกษาเรียนรู้วิกฤติที่ผ่านๆมาให้ดี ก็น่าจะช่วยให้สอบผ่านได้ไม่ยาก
2. เคยลงทุนผิดพลาดบ้างไหมครับ
เคยเจ็บหนักๆ ถ้าแบบที่จำฝังใจ ชั่วข้ามคืน ก็Picnic ช่วงที่มันร่วงมาจากสิบกว่าบาทลงมาหลักสต. ก็มาเล่นตอน50สต.ได้มั้ง จำได้วันนั้นซื้อปุ๊ป อีกวันร่วงต่อเละเลย ขาดทุนน่วมไปเลย cut lossไปเรียบร้อยในไม่กี่วัน
แต่หลังจากนั้น อย่านึกนะว่าผมจะเข็ด ก็ยังชอบเล่นหุ้นที่มันร่วงมาหนักๆแบบนี้อีก แต่ก็ยังไม่เจอประสบการณ์แบบpicnicอีก จะมีบ้างก็ขาดทุนเล็กๆน้อยๆ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเล่นลักษณะแบบนี้อีกแล้ว เพราะรู้แล้วว่าได้ไม่คุ้มเสีย เสียทั้งสุขภาพจิต เสียทั้งเงิน เวลาได้ก็ได้ไม่มากเท่าไหร่
ส่วนตัวที่เจ็บหนัก แต่ไม่ได้จำฝังใจ ไม่แค้นฝั่งหุ่น เริ่มจาก
TIPCO ตัวนี้อาจจะเรียกว่าเป็นตัวแรกๆที่เริ่มดูละเอียดขึ้นหน่อย แต่ด้วยการมองแบบง่ายๆดูกำไรแค่ในปัจจุบัน ก็เลยหลวมตัวซื้อไป ติดได้ปีกว่าๆ ร่วมสองปี วันดีคืนดี วิ่งพรวดพราดไป40กว่าบาท(พาร์10) เลยได้ขายทิ้งทำกำไร ติดมาตั้งนาน หุ้นวิ่งไม่กี่สัปดาห์ก็ถึงทุน และมีกำไรพองามประมาณ50กว่า%
TPC เมื่อตอนซัพพลายนี้แหละ ดเป็นตัวที่หาข้อมูลเต็มที่ เยอะที่สุดตั้งแต่เคยเล่นหุ้นมา มองหลายๆอย่างยังไงก็คิดว่าราคาPVCน่าจะขึ้น บริษัทน่าจะทำกำไรได้เร้าใจ เวลาผ่านไปราคาpvcก็ขึ้น กำไรบริษัทก็พอใช้ได้ หุ้นวิ่งกำไรแต่ก็ไม่ได้ขาย วันดีคืนดีเจอพิษแฮมเบอร์เกอร์ ราคาพีวีซีร่วงเละ ราคาtpcก็ร่วงตาม ก็มาคัทลอสแทน 555 แต่ก็นับว่าtpcร่วงน้อยกว่าหุ้นบางตัวในตลาด เลยขาดทุนไปไม่มาก แต่ก็เอาเงินทุนออกมาสร้างกำไรได้เกินที่ขาดทุนไปได้ นับว่าโชคดี
TTA ช่วงก่อนที่ค่าระวางจะพุ่งจู้ดไปหมื่นจุด เจ็บจี๊ดๆซื้อ26ก่าๆ ตอนช่วงค่าระวางกำลังขึ้น ไม่กี่สัปดาห์ราคาหุ้นTTAลงมา10ปลายๆ ไปดูกราฟเดือน12ปี49
จริงๆก็ขาดทุนเป็น%ไม่ได้สูงมากประมาณ30% แต่เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้น และเป็นจำนวนเงินเยอะ เพราะเป็นสัดส่วนในพอร์ตเยอะเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้คัทลอส ตัวนี้ก็Happy ending
3. หลักการลงทุนของพี่คืออะไรครับ
เรียบง่าย เข้าใจได้ ซิมเปิ้ลครับ
เรีบบง่าย เข้าใจได้ ก็คือลงทุนในแบบที่เหมาะกะตัวเอง เข้าใจในสิ่งที่จะทำ
ซื้อในสิ่งที่เข้าใจ
4. แล้วเอาตัวรอดจาก subprime เมื่อสองปีก่อนได้อย่างไร มีอะไรเป็น trigger ให้โดดครับ
จะว่าเอาตัวรอดหรือเปล่า จริงๆก็ไม่ได้รอดหรอกครับ แต่ก็ขาดทุนไม่มากเท่าไหร่ น่าจะประมาณไม่ถึง20%
แต่ทว่านับจากจุดสูงสุดที่ทำได้ระหว่างปี ก็น่าจะ40-50% ตัวเลขล้วนแล้วโดยประมาณ เพราะไม่กล้าคิดเป๊ะๆ กลัวถอดใจ มีถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งเหมือนกัน ตรูจะเอาคืนได้ไงฟ่ะนี่ ถอดใจไปหนึ่งเฮือก
แล้วก็คิดได้ว่า ตอนลงขาดทุนบ้างไม่เป็นไร ตอนขึ้นจะต้องทำกำไรให้ได้สำคัญกว่า ก็เลยยังเล่นหุ้นต่อได้
แต่ถ้าขาดทุนมากๆ เกิน50% ยังคิดอยู่เลยว่าจะกล้ากลับมาเล่นหุ้นอีกรึเปล่า ความผิดพลาดที่คิดได้ ก็คือไม่มีการวางแผน มองระยะสั้นไป
5. ช่วงนี้ คิดว่าเหมือนหรือต่างกับ สองปีก่อนอย่างไร
และมีทิศทางเป็นอย่างไร
วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์รอบที่ผ่านมา เราคงเห็นแล้วว่ามันมีผลกระทบกับตลาดหุ้นทั่วโลกขนาดไหน และเป็นผลดีกับคนที่เหลือเงินสดไว้ช้อนหุ้นตอนราคาต่ำมากๆขนาดไหน เพราะหุ้นได้ร่วงลงไปเร็วและแรงเกินคาดหมายกันมาก แต่มันก็กลับมาเร็วมากเช่นกัน ทำให้คนกลุ่มนึงอาจจะจนในพริบตาและอาจทำให้อีกกลุ่มรวยได้อย่างรวดเร็ว ถ้ายังไม่ออกจากตลาดซะก่อน
ช่วงนี้ กะช่วงนั้น จะว่าไปมันก็วิกฤติคล้ายๆกัน คือมันเป็นวิกฤติที่ไม่ได้เกิดจากประเทศเราโดยตรง เราคงเห็นแล้วว่ามันมีผลกระทบกับตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นไทยขนาดไหน แต่มันก็เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้น ตลาดหุ้นก็ฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เห็นหุ้นหลายๆตัวทำAll time highกันเป็นว่าเล่น ก็เป็นนัยสำคัญว่าถ้าเราเลือกหุ้นถูกตัว แต่ผิดเวลาไปบ้าง เราก็ไม่ขาดทุนและสร้างผลตอบแทนได้ดีเช่นกัน เรามีประสบการณ์แล้วจากวิกฤติที่ผ่านมา จะเห็นว่าบริษัทไทยหลายบริษัทสามารถสู้กับวิกฤติได้ และก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี แม้จะกระทบกับภาวะตลาดหุ้นบ้างก็เป็นเพียงระยะเวลาอันสั้น และวิกฤติไม่ได้ยืดหรือกระทบเป็นลูกโซ่ ประเทศเราก็ไม่ได้มีปัญหาเศรษฐกิจอะไร สถานะการเงินก็อยู่ในขั้นดี โดยเฉพาะภาคอสังหาซึ่งยังโตได้ดี มองมุมรอบนี้ก็เห็นว่ายังคงมีธุรกิจบางบริษัทที่เก่งๆสามารถเอาตัวรอดได้ สภาวะตลาดอาจจะกระทบกับราคาหุ้นบ้าง แต่ก็คงเป็นโอกาสในการสะสมของดี
สิ่งที่กังวล ก็คือการเกิดเป็นรูปแบบโดมิโน่ จากกรีซ ไปสเปน โปรตุเกส อังกฤษ หรืออาจจะกลับมาอเมริกาอีกครั้ง ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณไม่ดีเมื่อไร ก็อาจจะต้องระวังตัวมากขึ้นกว่านี้ อาจต้องมีการปรับแผนในการลงทุนใหม่ ตอนนี้ก็เห็นมีข่าวว่าประเทศต่างๆในยุโรปก็เริ่มใช้มาตรการเข้มงวดทาง การเงินมากขึ้น ส่วนผลจะออกมายังไง คงต้องตามกันเป็นระยะครับ
นอกจากยุโรป เราอาจจะเจอทางจีนอีก ที่นักเศรษฐศาสตร์ก็เริ่มจับตามองมากขึ้น ว่าจะเกิดฟองสบู่หรือไม่ ผมคิดไว้สองแง่ คือต้องลดความร้อนแรง เพื่อควบคุมการเกิดฟองสบู่คิดไปแง่ไหนก็ไม่น่าจะเป็นผลดี แต่ถ้าให้เลือกคงให้เลือกการลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจได้ และสามารถควบคุมฟองสบู่ไม่ให้เกิด
วิกฤติการเมือง ผมคิดว่ากระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยแน่นอน การท่องเทียวในจังหวัดที่มีเหตุการณ์ความรุนแรง น่าจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาพอสมควร ตราบใดที่นักท่องเทียวยังไม่เห็นความสงบสุขในบ้านเมือง
ส่วนภาพของอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการส่งออก ภาคการเกษตร ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะกระทบการลงทุนในส่วนนี้ แม้แต่ภาพการลงทุน ผมก็ยังคิดว่าต่างชาติ ก็ยังชอบบ้านเราอยู่ ถ้าแรงงานไทยยังทำงานได้ดี มีฝีมือและยังตั้งใจทำงานกัน ผมว่าต่างชาติก็ไม่อยากจะหนีไปไหนหรอก
บทสรุปก็คือ ผมเองก็ไม่รู้ และคิดว่าหลายๆคนก็คงยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงในอนาคตและจะกระทบกับหุ้นที่เราถืออยู่ขนาดไหน โดยสภาพปัจจุบัน ผมคงตั้งสมมุติฐานเป็นกลางๆไว้ก่อน โดยจากความไม่รู้แล้วกัน จากที่เคยจัดพอร์ตแบบลุยเต็มที่เต็มพอร์ต หุ้นที่เลือกยังไม่มีข้อจำกัดมากนัก บางครั้งพอร์ตก็มุ่งไปที่หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นฟื้นตัว เป็นหลัก ก็เริ่มหันมาจัดพอร์ตแบบอนุรักษ์มากขึ้น เช่นมองว่าหุ้นตัวนี้จะกระทบกับเศรษฐกิจโลกหรือไม่ เป็นหุ้นที่สัมพันธ์กับการบริโภคภายใน หรือส่งออก
เป็นหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มักจะขาดทุนหนักๆเวลาที่ราคาสินค้าลงแรงหรือไม่ ถ้าหุ้นตัวไหนที่อาจจะกระทบกับภาพลักษณะนี้ ก็อาจจะหลีกเลี่ยง หรือซื้อไว้บ้างในสัดส่วนที่ไม่มากนักสำหรับบริษัทที่คิดว่าน่าลงทุนจริงๆ แต่ยังไงก็คงเน้นไปที่หุ้นที่ปลอดภัยที่สุดไว้ก่อน บริษัทพวกนี้อาจเป็นบริษัทที่ไม่เร้าใจมากนัก ให้ปันผลพอประมาณ
และจากที่ไม่ค่อยจะมีเงินสดเหลือก็เริ่มวางระดับเงินสดไว้เป็น เกณฑ์30-50%โดยประมาณ ที่ยึดเกณฑ์30-50%ก็เพราะว่า ระดับนี้ผมประเมินว่าถ้าพลาดไป เงินสดที่เหลือระดับนี้ สามารถจะนำมาแก้ตัวเอาที่ขาดทุนคืนมาได้ เวลาที่ผมคิดว่าขาขึ้นมาแล้ว แต่ถ้าเห็นสัญญาณที่ไม่ค่อยมั่นใจมากจริงๆก็อาจจะเพิ่มเงินสดมากกว่านี้
และก็คงจะเพิ่มหุ้นตามด้วยเช่นกันตามผลกำไรที่เพิ่มขึ้นของพอร์ต หรือจุดที่คิดว่าหุ้นราคาถูกมากๆแล้ว จนจุดหนึ่งก็อาจจะกลับมาเต็มพอร์ตได้เหมือนเดิม
อันนี้อาจจะเป็นแค่แนวทางคร่าวๆ
การจัดพอร์ตให้เหมาะสม ผมว่ามันก็แล้วแต่คนนะครับ การลงทุนในระดับที่สามารถควบคุมจิตใจได้ เป็นระดับที่ผมคิดว่าผมเหมาะสมที่สุด ตรงไหนที่ไม่เครียดและนอนหลับ ผมว่าตรงนั้นแหละมั้งครับ
ท้ายนี้ก็ขอให้ประเทศไทยผ่านพ้นเหตุการณ์ที่ไม่ดีนี้ไปได้ และสงบสุขในเร็ววัน
6. idol ในการลงทุนครับ
พอพูดถึงidolนี่ ผมชอบJapanese idolนะครับ แต่ไม่เห็นมีใครแปลมาให้อ่านเลยนิ ถ้ามีแบบJapanese นี่ผมจะจองซื้อก่อนเลยนะ
จะว่าไปหนังสือการลงทุนภาคภาษาไทย ก็ซื้อมาอ่านเกือบทุกเล่ม เริ่มจากวอร์เรน บัฟเฟต ,ฟิลลิป ฟิซเซอร์,เซอร์จอห์น เทมเพลตัน,ปีเตอร์ ลินซ์,จอห์นเนฟ,วิลเลี่ยม โอนีล,ดร.นิเวศน์ ,หลักการดันโด และหนังสือการลงทุนเกือบทุกเล่มภาคภาษาไทย
อ่านไปแล้ว ก็ไม่รู้จะเอาใครเป็นidolดี ก็เลยให้เป็นidolหมดเลยแล้ว
ผมว่าแต่ละคน ก็มีแนวคิดที่เราจะนำมาประยุกต์ใช้ได้ บางครั้งข้อคิดดีๆเล็กน้อย แต่ใช้ได้ดีมากๆ เราก็เอามาคิดเอามาใช้ ยกตัวอย่างที่ผมชอบมากๆ ของวอร์เรน บัฟเฟต คือ ให้มองหากำไรที่ยั่งยืน แต่ก่อนอ่านหนังสือวอร์เรน มาหลายเล่มก็ไม่ค่อยเข้าใจ พอเจอคำนี้เลยปิ๊ง เอามาประยุกต์ใช้ในแบบของตัวเองได้ครับ
ผมคิดว่าสายตาผมคงไม่ยาวเหมือนท่าน หรือความสามารถจะเทียบเท่าได้ จึงเห็นว่าข้อคิดบางอย่างก็ปรับเอาใช้ แต่ไม่ทั้งหมด เพิ่มพัฒนาการให้ตัวเองไปในตัว
โดยส่วนตัว ผมคิดว่าผมคงไม่สามารถจะลอกเลียนหรือเอาของอาจารย์ท่านใดท่านนึงมาเป็นแบบ ฉบับได้ทั้งหมด แต่คงจะเป็นการเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ให้เหมาะกับตัวเองมากกว่านะครับ
แต่สรุป ยังไง ผมก็ชอบJapanese idolนะครับ
7. คติประจำตัว หรือ คำแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่ครับ
คติง่ายๆ คือ ไม่ประมาท เมื่อเราไม่ประมาท เราก็จะวางแผนและศึกษาข้อมูลเพื่อความมั่นใจ ลงทุนในสถานการณ์ที่เป็นต่อ
จริงๆผมเองก็ไม่อยากแนะนำอะไรมาก คิดว่าตัวเองก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก สิ่งที่อยากบอกก็คืออย่าปิดตาตัวเองครับ ผมเป็นคนที่ไม่เชื่อว่าเราจะลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจไม่ได้ แต่ผมจะศึกษาจนกว่าที่เข้าใจ แน่นอนบางทีก็อาจจะมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เข้าใจได้ยาก แต่สิ่งที่ศึกษาไปวันนี้ผมว่าวันข้างหน้าได้ใช้แน่นอน มีหุ้นหลายตัวที่ผมศึกษามาเมื่อหลายปี ปีที่ผ่านมาพึ่งจะมาลงทุนจริงๆจังๆก็มี
การลงทุนไม่ต้องใช้เวลามากมายนัก คิดว่าทำงานไปด้วยก็ลงทุนในหุ้นได้นะครับ คนที่ออกจากงานมาถ้าเงินยังไม่มากพอ ผมคิดว่าเป็นการเสียโอกาสในการทำเงินอีกมหาศาลเมื่อคิดทบต้น และเสียโอกาสในประสบการณ์ชีวิตด้วย เพราะฉะนั้นถ้าสามารถทำงานไปด้วย ลงทุนไปด้วยได้ ก็ทำเถอะครับ
1. ทราบมาว่าพี่ SimpleI มีประสบการณ์การลงทุนแบบเข้มข้น แถมผ่านวิกฤติมาอย่างโชกโชน ช่วยเล่าเรื่องวิกฤติที่ผ่านๆมาหน่อยครับ
ถ้าพูดถึงเรื่องแต่หุ้น วิกฤติหนักๆก็คงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์มั้งครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องธุรกิจตอนต้มยำกุ้งก็มีส่วนร่วมในการรับรู้ด้วย คือธุรกิจที่บ้านเป็นหนี้สินเยอะ จบมาใหม่ๆก็รับมาซะเต็มๆ กว่าจะผ่านมาได้ก็หลายปี ตอนนี้พกแต่เงินสด ไม่มีหนี้ 555
การจะคิดว่าเราจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ในวิกฤติ ก็อาจจะไม่ต้องจำเป็นต้องเคยผ่านวิกฤติมาก่อนก็ได้ เคยได้ยินนักลงทุนบางท่านว่า ต้องผ่านวิกฤติซัก2-3ครั้งถึงเรียกว่าแน่จริง หรือสอบผ่าน ผมว่าคงไม่ต้องรอผ่านขนาดนั้นก็ได้ เราเกิดมาในยุคที่ผ่านประวัติศาสตร์มาแล้วหลายครั้ง ขอให้ศึกษาเรียนรู้วิกฤติที่ผ่านๆมาให้ดี ก็น่าจะช่วยให้สอบผ่านได้ไม่ยาก
2. เคยลงทุนผิดพลาดบ้างไหมครับ
เคยเจ็บหนักๆ ถ้าแบบที่จำฝังใจ ชั่วข้ามคืน ก็Picnic ช่วงที่มันร่วงมาจากสิบกว่าบาทลงมาหลักสต. ก็มาเล่นตอน50สต.ได้มั้ง จำได้วันนั้นซื้อปุ๊ป อีกวันร่วงต่อเละเลย ขาดทุนน่วมไปเลย cut lossไปเรียบร้อยในไม่กี่วัน
แต่หลังจากนั้น อย่านึกนะว่าผมจะเข็ด ก็ยังชอบเล่นหุ้นที่มันร่วงมาหนักๆแบบนี้อีก แต่ก็ยังไม่เจอประสบการณ์แบบpicnicอีก จะมีบ้างก็ขาดทุนเล็กๆน้อยๆ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเล่นลักษณะแบบนี้อีกแล้ว เพราะรู้แล้วว่าได้ไม่คุ้มเสีย เสียทั้งสุขภาพจิต เสียทั้งเงิน เวลาได้ก็ได้ไม่มากเท่าไหร่
ส่วนตัวที่เจ็บหนัก แต่ไม่ได้จำฝังใจ ไม่แค้นฝั่งหุ่น เริ่มจาก
TIPCO ตัวนี้อาจจะเรียกว่าเป็นตัวแรกๆที่เริ่มดูละเอียดขึ้นหน่อย แต่ด้วยการมองแบบง่ายๆดูกำไรแค่ในปัจจุบัน ก็เลยหลวมตัวซื้อไป ติดได้ปีกว่าๆ ร่วมสองปี วันดีคืนดี วิ่งพรวดพราดไป40กว่าบาท(พาร์10) เลยได้ขายทิ้งทำกำไร ติดมาตั้งนาน หุ้นวิ่งไม่กี่สัปดาห์ก็ถึงทุน และมีกำไรพองามประมาณ50กว่า%
TPC เมื่อตอนซัพพลายนี้แหละ ดเป็นตัวที่หาข้อมูลเต็มที่ เยอะที่สุดตั้งแต่เคยเล่นหุ้นมา มองหลายๆอย่างยังไงก็คิดว่าราคาPVCน่าจะขึ้น บริษัทน่าจะทำกำไรได้เร้าใจ เวลาผ่านไปราคาpvcก็ขึ้น กำไรบริษัทก็พอใช้ได้ หุ้นวิ่งกำไรแต่ก็ไม่ได้ขาย วันดีคืนดีเจอพิษแฮมเบอร์เกอร์ ราคาพีวีซีร่วงเละ ราคาtpcก็ร่วงตาม ก็มาคัทลอสแทน 555 แต่ก็นับว่าtpcร่วงน้อยกว่าหุ้นบางตัวในตลาด เลยขาดทุนไปไม่มาก แต่ก็เอาเงินทุนออกมาสร้างกำไรได้เกินที่ขาดทุนไปได้ นับว่าโชคดี
TTA ช่วงก่อนที่ค่าระวางจะพุ่งจู้ดไปหมื่นจุด เจ็บจี๊ดๆซื้อ26ก่าๆ ตอนช่วงค่าระวางกำลังขึ้น ไม่กี่สัปดาห์ราคาหุ้นTTAลงมา10ปลายๆ ไปดูกราฟเดือน12ปี49
จริงๆก็ขาดทุนเป็น%ไม่ได้สูงมากประมาณ30% แต่เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้น และเป็นจำนวนเงินเยอะ เพราะเป็นสัดส่วนในพอร์ตเยอะเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้คัทลอส ตัวนี้ก็Happy ending
3. หลักการลงทุนของพี่คืออะไรครับ
เรียบง่าย เข้าใจได้ ซิมเปิ้ลครับ
เรีบบง่าย เข้าใจได้ ก็คือลงทุนในแบบที่เหมาะกะตัวเอง เข้าใจในสิ่งที่จะทำ
ซื้อในสิ่งที่เข้าใจ
4. แล้วเอาตัวรอดจาก subprime เมื่อสองปีก่อนได้อย่างไร มีอะไรเป็น trigger ให้โดดครับ
จะว่าเอาตัวรอดหรือเปล่า จริงๆก็ไม่ได้รอดหรอกครับ แต่ก็ขาดทุนไม่มากเท่าไหร่ น่าจะประมาณไม่ถึง20%
แต่ทว่านับจากจุดสูงสุดที่ทำได้ระหว่างปี ก็น่าจะ40-50% ตัวเลขล้วนแล้วโดยประมาณ เพราะไม่กล้าคิดเป๊ะๆ กลัวถอดใจ มีถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งเหมือนกัน ตรูจะเอาคืนได้ไงฟ่ะนี่ ถอดใจไปหนึ่งเฮือก
แล้วก็คิดได้ว่า ตอนลงขาดทุนบ้างไม่เป็นไร ตอนขึ้นจะต้องทำกำไรให้ได้สำคัญกว่า ก็เลยยังเล่นหุ้นต่อได้
แต่ถ้าขาดทุนมากๆ เกิน50% ยังคิดอยู่เลยว่าจะกล้ากลับมาเล่นหุ้นอีกรึเปล่า ความผิดพลาดที่คิดได้ ก็คือไม่มีการวางแผน มองระยะสั้นไป
5. ช่วงนี้ คิดว่าเหมือนหรือต่างกับ สองปีก่อนอย่างไร
และมีทิศทางเป็นอย่างไร
วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์รอบที่ผ่านมา เราคงเห็นแล้วว่ามันมีผลกระทบกับตลาดหุ้นทั่วโลกขนาดไหน และเป็นผลดีกับคนที่เหลือเงินสดไว้ช้อนหุ้นตอนราคาต่ำมากๆขนาดไหน เพราะหุ้นได้ร่วงลงไปเร็วและแรงเกินคาดหมายกันมาก แต่มันก็กลับมาเร็วมากเช่นกัน ทำให้คนกลุ่มนึงอาจจะจนในพริบตาและอาจทำให้อีกกลุ่มรวยได้อย่างรวดเร็ว ถ้ายังไม่ออกจากตลาดซะก่อน
ช่วงนี้ กะช่วงนั้น จะว่าไปมันก็วิกฤติคล้ายๆกัน คือมันเป็นวิกฤติที่ไม่ได้เกิดจากประเทศเราโดยตรง เราคงเห็นแล้วว่ามันมีผลกระทบกับตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นไทยขนาดไหน แต่มันก็เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้น ตลาดหุ้นก็ฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เห็นหุ้นหลายๆตัวทำAll time highกันเป็นว่าเล่น ก็เป็นนัยสำคัญว่าถ้าเราเลือกหุ้นถูกตัว แต่ผิดเวลาไปบ้าง เราก็ไม่ขาดทุนและสร้างผลตอบแทนได้ดีเช่นกัน เรามีประสบการณ์แล้วจากวิกฤติที่ผ่านมา จะเห็นว่าบริษัทไทยหลายบริษัทสามารถสู้กับวิกฤติได้ และก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี แม้จะกระทบกับภาวะตลาดหุ้นบ้างก็เป็นเพียงระยะเวลาอันสั้น และวิกฤติไม่ได้ยืดหรือกระทบเป็นลูกโซ่ ประเทศเราก็ไม่ได้มีปัญหาเศรษฐกิจอะไร สถานะการเงินก็อยู่ในขั้นดี โดยเฉพาะภาคอสังหาซึ่งยังโตได้ดี มองมุมรอบนี้ก็เห็นว่ายังคงมีธุรกิจบางบริษัทที่เก่งๆสามารถเอาตัวรอดได้ สภาวะตลาดอาจจะกระทบกับราคาหุ้นบ้าง แต่ก็คงเป็นโอกาสในการสะสมของดี
สิ่งที่กังวล ก็คือการเกิดเป็นรูปแบบโดมิโน่ จากกรีซ ไปสเปน โปรตุเกส อังกฤษ หรืออาจจะกลับมาอเมริกาอีกครั้ง ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณไม่ดีเมื่อไร ก็อาจจะต้องระวังตัวมากขึ้นกว่านี้ อาจต้องมีการปรับแผนในการลงทุนใหม่ ตอนนี้ก็เห็นมีข่าวว่าประเทศต่างๆในยุโรปก็เริ่มใช้มาตรการเข้มงวดทาง การเงินมากขึ้น ส่วนผลจะออกมายังไง คงต้องตามกันเป็นระยะครับ
นอกจากยุโรป เราอาจจะเจอทางจีนอีก ที่นักเศรษฐศาสตร์ก็เริ่มจับตามองมากขึ้น ว่าจะเกิดฟองสบู่หรือไม่ ผมคิดไว้สองแง่ คือต้องลดความร้อนแรง เพื่อควบคุมการเกิดฟองสบู่คิดไปแง่ไหนก็ไม่น่าจะเป็นผลดี แต่ถ้าให้เลือกคงให้เลือกการลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจได้ และสามารถควบคุมฟองสบู่ไม่ให้เกิด
วิกฤติการเมือง ผมคิดว่ากระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยแน่นอน การท่องเทียวในจังหวัดที่มีเหตุการณ์ความรุนแรง น่าจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาพอสมควร ตราบใดที่นักท่องเทียวยังไม่เห็นความสงบสุขในบ้านเมือง
ส่วนภาพของอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการส่งออก ภาคการเกษตร ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะกระทบการลงทุนในส่วนนี้ แม้แต่ภาพการลงทุน ผมก็ยังคิดว่าต่างชาติ ก็ยังชอบบ้านเราอยู่ ถ้าแรงงานไทยยังทำงานได้ดี มีฝีมือและยังตั้งใจทำงานกัน ผมว่าต่างชาติก็ไม่อยากจะหนีไปไหนหรอก
บทสรุปก็คือ ผมเองก็ไม่รู้ และคิดว่าหลายๆคนก็คงยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงในอนาคตและจะกระทบกับหุ้นที่เราถืออยู่ขนาดไหน โดยสภาพปัจจุบัน ผมคงตั้งสมมุติฐานเป็นกลางๆไว้ก่อน โดยจากความไม่รู้แล้วกัน จากที่เคยจัดพอร์ตแบบลุยเต็มที่เต็มพอร์ต หุ้นที่เลือกยังไม่มีข้อจำกัดมากนัก บางครั้งพอร์ตก็มุ่งไปที่หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นฟื้นตัว เป็นหลัก ก็เริ่มหันมาจัดพอร์ตแบบอนุรักษ์มากขึ้น เช่นมองว่าหุ้นตัวนี้จะกระทบกับเศรษฐกิจโลกหรือไม่ เป็นหุ้นที่สัมพันธ์กับการบริโภคภายใน หรือส่งออก
เป็นหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มักจะขาดทุนหนักๆเวลาที่ราคาสินค้าลงแรงหรือไม่ ถ้าหุ้นตัวไหนที่อาจจะกระทบกับภาพลักษณะนี้ ก็อาจจะหลีกเลี่ยง หรือซื้อไว้บ้างในสัดส่วนที่ไม่มากนักสำหรับบริษัทที่คิดว่าน่าลงทุนจริงๆ แต่ยังไงก็คงเน้นไปที่หุ้นที่ปลอดภัยที่สุดไว้ก่อน บริษัทพวกนี้อาจเป็นบริษัทที่ไม่เร้าใจมากนัก ให้ปันผลพอประมาณ
และจากที่ไม่ค่อยจะมีเงินสดเหลือก็เริ่มวางระดับเงินสดไว้เป็น เกณฑ์30-50%โดยประมาณ ที่ยึดเกณฑ์30-50%ก็เพราะว่า ระดับนี้ผมประเมินว่าถ้าพลาดไป เงินสดที่เหลือระดับนี้ สามารถจะนำมาแก้ตัวเอาที่ขาดทุนคืนมาได้ เวลาที่ผมคิดว่าขาขึ้นมาแล้ว แต่ถ้าเห็นสัญญาณที่ไม่ค่อยมั่นใจมากจริงๆก็อาจจะเพิ่มเงินสดมากกว่านี้
และก็คงจะเพิ่มหุ้นตามด้วยเช่นกันตามผลกำไรที่เพิ่มขึ้นของพอร์ต หรือจุดที่คิดว่าหุ้นราคาถูกมากๆแล้ว จนจุดหนึ่งก็อาจจะกลับมาเต็มพอร์ตได้เหมือนเดิม
อันนี้อาจจะเป็นแค่แนวทางคร่าวๆ
การจัดพอร์ตให้เหมาะสม ผมว่ามันก็แล้วแต่คนนะครับ การลงทุนในระดับที่สามารถควบคุมจิตใจได้ เป็นระดับที่ผมคิดว่าผมเหมาะสมที่สุด ตรงไหนที่ไม่เครียดและนอนหลับ ผมว่าตรงนั้นแหละมั้งครับ
ท้ายนี้ก็ขอให้ประเทศไทยผ่านพ้นเหตุการณ์ที่ไม่ดีนี้ไปได้ และสงบสุขในเร็ววัน
6. idol ในการลงทุนครับ
พอพูดถึงidolนี่ ผมชอบJapanese idolนะครับ แต่ไม่เห็นมีใครแปลมาให้อ่านเลยนิ ถ้ามีแบบJapanese นี่ผมจะจองซื้อก่อนเลยนะ
จะว่าไปหนังสือการลงทุนภาคภาษาไทย ก็ซื้อมาอ่านเกือบทุกเล่ม เริ่มจากวอร์เรน บัฟเฟต ,ฟิลลิป ฟิซเซอร์,เซอร์จอห์น เทมเพลตัน,ปีเตอร์ ลินซ์,จอห์นเนฟ,วิลเลี่ยม โอนีล,ดร.นิเวศน์ ,หลักการดันโด และหนังสือการลงทุนเกือบทุกเล่มภาคภาษาไทย
อ่านไปแล้ว ก็ไม่รู้จะเอาใครเป็นidolดี ก็เลยให้เป็นidolหมดเลยแล้ว
ผมว่าแต่ละคน ก็มีแนวคิดที่เราจะนำมาประยุกต์ใช้ได้ บางครั้งข้อคิดดีๆเล็กน้อย แต่ใช้ได้ดีมากๆ เราก็เอามาคิดเอามาใช้ ยกตัวอย่างที่ผมชอบมากๆ ของวอร์เรน บัฟเฟต คือ ให้มองหากำไรที่ยั่งยืน แต่ก่อนอ่านหนังสือวอร์เรน มาหลายเล่มก็ไม่ค่อยเข้าใจ พอเจอคำนี้เลยปิ๊ง เอามาประยุกต์ใช้ในแบบของตัวเองได้ครับ
ผมคิดว่าสายตาผมคงไม่ยาวเหมือนท่าน หรือความสามารถจะเทียบเท่าได้ จึงเห็นว่าข้อคิดบางอย่างก็ปรับเอาใช้ แต่ไม่ทั้งหมด เพิ่มพัฒนาการให้ตัวเองไปในตัว
โดยส่วนตัว ผมคิดว่าผมคงไม่สามารถจะลอกเลียนหรือเอาของอาจารย์ท่านใดท่านนึงมาเป็นแบบ ฉบับได้ทั้งหมด แต่คงจะเป็นการเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ให้เหมาะกับตัวเองมากกว่านะครับ
แต่สรุป ยังไง ผมก็ชอบJapanese idolนะครับ
7. คติประจำตัว หรือ คำแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่ครับ
คติง่ายๆ คือ ไม่ประมาท เมื่อเราไม่ประมาท เราก็จะวางแผนและศึกษาข้อมูลเพื่อความมั่นใจ ลงทุนในสถานการณ์ที่เป็นต่อ
จริงๆผมเองก็ไม่อยากแนะนำอะไรมาก คิดว่าตัวเองก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก สิ่งที่อยากบอกก็คืออย่าปิดตาตัวเองครับ ผมเป็นคนที่ไม่เชื่อว่าเราจะลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจไม่ได้ แต่ผมจะศึกษาจนกว่าที่เข้าใจ แน่นอนบางทีก็อาจจะมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เข้าใจได้ยาก แต่สิ่งที่ศึกษาไปวันนี้ผมว่าวันข้างหน้าได้ใช้แน่นอน มีหุ้นหลายตัวที่ผมศึกษามาเมื่อหลายปี ปีที่ผ่านมาพึ่งจะมาลงทุนจริงๆจังๆก็มี
การลงทุนไม่ต้องใช้เวลามากมายนัก คิดว่าทำงานไปด้วยก็ลงทุนในหุ้นได้นะครับ คนที่ออกจากงานมาถ้าเงินยังไม่มากพอ ผมคิดว่าเป็นการเสียโอกาสในการทำเงินอีกมหาศาลเมื่อคิดทบต้น และเสียโอกาสในประสบการณ์ชีวิตด้วย เพราะฉะนั้นถ้าสามารถทำงานไปด้วย ลงทุนไปด้วยได้ ก็ทำเถอะครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 310
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 13
ส่วนมาร์สาว เห็นว่ารอบนี้จะเล่าเรื่องลึกๆในวงการมาร์
แต่ บอกว่า ขอแรงใจกันสักนิด เอาเป็นว่า เด็กเลี้ยงแกะ จะมา โพสต์ให้ เมื่อ reply สัก 30 แล้วกันน๊าาา...
แต่ บอกว่า ขอแรงใจกันสักนิด เอาเป็นว่า เด็กเลี้ยงแกะ จะมา โพสต์ให้ เมื่อ reply สัก 30 แล้วกันน๊าาา...
- Skyforever
- Verified User
- โพสต์: 1203
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 14

- Packky
- Verified User
- โพสต์: 856
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 18
เอาอีกๆๆ
:8) :8)

- pornchai_w
- Verified User
- โพสต์: 244
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 25

เด็กเลี้ยงแกะนี่ คู่แข่ง ยูมิจัง กับ กิมฮวย ใน e-Finance เลยนะเนี่ยะ
ชอบอ่ะ

Blog ของคนใช้เงินเก่ง ^_^
http://pefinance.wordpress.com/about/
http://pefinance.wordpress.com/about/
-
- Verified User
- โพสต์: 134
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 27

แต่ในแง่กลับกัน ท่านอาจารย์ได้ใบ้มาว่า วิกฤติตรงนี้ อาจเป็นโอกาส สำหรับ บริษัทในตลาดตัวอื่นได้เหมือนกัน เด็กเลี้ยงแกะ ได้หุ้นเด็ดมาแล้ว แต่จะให้บอกกันโต้งๆ เดี๋ยวไม่มีลุ้น... เอาเป็นว่า ใบ้คำแรก บอกว่า มันอยู่ไม่ไกลจุดเกิดเหตุแล้วกานนะ...
ใบ้อีกหน่อยน้าาาคร้าาาบบ
-
- Verified User
- โพสต์: 134
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 28
เยี่ยมมากเลยครับขอบคุณครับที่ช่วยเตือนสติผมได้ไม่ให้หลงไปกับตลาดยังไงก็แล้วแต่ เด็กเลี้ยงแกะ ได้ไปค้นข้อมูลของ CPN มาให้ดู แล้วก็จะพบว่า จริงๆแล้ว ราคาหุ้น ณ.ปัจจุบัน ได้สะท้อน ตั้งแต่ ยังไม่ได้เปิิด Central world ด้วยซ้ำ แถมตอนนี้ มีการเปิด Central เพิ่มอีกหลายสาขา

-
- Verified User
- โพสต์: 310
- ผู้ติดตาม: 0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว(๒๒พค๒๕๕๓) ภาค คิดถึงเซ็นทรัลเวิร์ล
โพสต์ที่ 30
[quote="anubee"]
