อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 1
เคยฟังรายการ tv หลายปีที่แล้ว บอกว่า
ศึกษา ได้หลายเส้นทาง
แต่เส้นทางที่เหมาะสมที่สุด หากจะขุด คือ 9a
เป็นคลองคู่ขนาน 120 km กว้าง 500 m มีเกาะกลางกว้าง 300 m
เรือจะได้ไม่ติดขัด เพราะ วิ่ง one way
เรือใหญ่ๆ ที่เข้าท่า สิงคโปร์ ไม่ได้ ก็จะได้ไม่ต้องอ้อมอินโดนิเซีย
เรือเล็กกว่า ก็จะมาทางนี้ด้วย เพราะ ช่องแคบมะละกา โจรสลัดมันเยอะ
สิงคโปร์ ก็จะเสียรายได้ ไปมาก ประเทศไทยจะวัฒนา
ช่วงแรก ขุดคลองเดียวก่อน แล้วค่อยเก็บค่าผ่านทาง มาเป็นค่าขุดคลองที่ 2 ขนานกัน
อุตสาหกรรมจะเติบโต ภาคใต้จะมีงานทำมากขึ้น
ระนองจะเป็นเมืองใหญ่ในแผนที่การเดินเรือ
การจ้างงานจะเกิดขึ้นมหาศาล ตลอดจนธุรกิจต่อเนื่อง
ทำไมเราไม่ขุดซะทีนะ
กลัวน้ำทะเลเข้าที่น้ำจืด (เขาก็มีวิธีป้องกันแล้ว)
กลัวแนวประการังสูญหาย (อันนี้ คงเยงไม่ได้)
กลัวแบ่งแยกดินแดน (ขุดระนอง ออก นคร ก็ไม่น่ามีปัญหา)
เราน่าจะได้ประโยชน์ มากกว่านะครับ เพื่อนๆ พี่ๆ ว่าอย่างไร
อย่างน้อย หุ้นก่อสร้าง หุ้นปูน วัสดุก่อสร้างโตแน่ๆ
อุตสาหกรรมยางน่าจะเติบโต
ทำเลดีแท้ๆ
ศึกษามาตั้งแต่สมัย สมเด็จพระนารายณ์ แต่ก็ยังไม่ขุดซะที
-------------------อ่านประกอบ ครับ
http://www.thai-canal.com/hist%20T.htm
ความเป็นมาของคลองคอดกระ (คลองไทย)
เรียบเรียงโดย คุณ นิภาพร ประเสริฐศรี
สำนักประสานงานการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
แนวความคิดเกี่ยวกับการขุดคอคอดกระ หรือคลองเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน
มหาสมุทรอินเดียนั้น ปรากฏตามหลักฐาน ดังนี้ :-
1. สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมัยที่กรุงสยาม (ประเทศไทยในปัจจุ บัน) ได้เปิดประเทศติดต่อกับชาติยุโรป
2. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้น สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาถ ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ดำริการขุดคลองเชื่อมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
3. สมัยรัชกาลที่ 1 ประมาณปี พ.ศ. 2336 สมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาถ ดำริเรื่องการขุดคลองเชื่อม 2 ฝั่งทะเล (มีพระราชนิพนธ์เป็นหลักฐาน)
4. สมัยรัชกาลที่ 4 ประมาณปี พ.ศ. 2401 อังกฤษได้เสนอขอพระบรมราชานุญาต ทำการขุดคอคกระแนวระนอง-หลังสวนเป็นส่วนที่แคบที่สุด พระองค์ทรงยินยอมแต่ขาดเงินทุน ทำให้หยุดชะงัก ต่อ มา พ.ศ.2406 อังกฤษสำรวจบริเวณคอคอดกระส่วนที่แคบที่สุดได้ แต่ติดสันเขาขุดลำบากเครื่องมือไม่มีจึงยกเลิก ในปี พ.ศ. 2409-2411คลองกระโด่งดังไปทั่วโลก ฝรั่งเศสขอเจรจาเพื่อดำเนินการขุด หลัง จากที่ฝรั่งเศสได้ขุดคลองสุเอซสำเร็จ แต่รัชกาลที่ 4 ไม่อนุญาต เนื่องจากเกรงจะเสียพระราช อาณาจักร
5. สมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณปี พ.ศ. 2415 นาวาเอก เอ. จีลอปตัน ร.น. ตัวแทนรัฐบาลอังกฤษเข้ามาสำรวจเส้นทางการขุดคลองกระอีกครั้งหนึ่ง ในแนวระนอง-ชุมพร จากการสำรวจ เป็นเรื่องที่เป็น ไปได้ แต่พระองค์ไม่อนุญาตด้วยเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศ
6. สมัยรัชกาลที่ 6 ประมาณปี พ.ศ. 2460 ทรงสนพระทัยในเรื่องคลองกระ เพราะทรงเห็นว่า อำนวประโยชน์และความเจริญมาสู่ประเทศอย่างมหาศาล แต่เนื่องจากปัญหาทางการเมืองเช่นเดียวกัน ทำให้ตัดสินพระทัยไม่ทรงอนุญาตให้มีการขุดคลองกระ
7. นายปรีดี พนมยงค์ พ.ศ. 2478 ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รื้อฟื้นโครงการคลองกระมาพิจารณา กรณีเมื่อขุดคลองแล้ว ประเทศไทยจะมีอำนาจอธิปไตยเหนือคลอง ไม่ควรพึ่งพาต่างชาติ ประเทศไทยต้องมีเงินทุนเพียงพอ แต่ประเทศไทยมีเงินทุนไม่เพียงพอ โครง การคลองกระจึงต้องระงับอีกครั้ง
8. พ.ศ. 2489 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยต้องลงนามในความตกลงสมบูรณ์แบบ เพื่อเลิกสถานะสงครามกับอังกฤษโดยในข้อ7 ระบุห้ามไทยขุดคลองเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับอ่าวไทย หากมิได้รับความยินยอมจากรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความสำคัญของคลองกระต่อสภา วะทางการค้าของแหลมมลายูอย่างไรก็ตามพ.ศ.2497 ได้มีการยกเลิกความตกลงสมบูรณ์แบบ ดัง กล่าว
9. พ.ศ. 2503 นายเชาว์ เชาว์ขวัญยืน กับคณะในนามของบริษัท แหลมทองพัฒนา เสนอ รัฐบาลไทยขอรื้อฟื้นโครงการคลองกระขึ้นใหม่ โดยขออนุญาตทำการศึกษากิจการคลองกระและท่าเรือ คณะ รัฐมนตรีได้แสดงความเห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอถึง 2 ครั้ง แต่วันที่ 31 มีนาคม 2507 สภาความมั่นคงแห่งชาติได้สั่งระงับการดำเนินการตามข้อตกลง เนื่องจากเหตุผลทางด้านความมั่นคง และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการแยกดินแดนทางภาคใต้
10. พ.ศ. 2513 ด้วยความเห็นชอบจากระทรวงมหาดไทย นายเชาว์ ได้จ้างบริษัท แทมส์ (TAMS) ศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจของการขุดคลองกระ ผลการศึกษา ปรากฏว่าแนวคลองที่เหมาะสมอยู่ทางใต้ คือเส้นทางระหว่างสตูล-สงขลา
11. พ.ศ. 2516 มีการเสนอโครงการคลองกระต่อรัฐบาล แต่มีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลใหม่
12. พ.ศ. 2525 กลุ่ม ส.ส. พรรคชาติไทย โดยนางยุพา อุดมศักด์ ส.ส. พิจิตร เสนอให้มีการขุดคลองกระที่จังหวัดระนอง โดยเสนอรัฐบาล มีนายชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธานคณะ กรรมการทบทวนศึกษาโครงการขุดคลองกระ แต่ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การพิจารณาจึงต้องชะงักไป
13. พล.ท. หาญ ลีลานนท์ แม่ทัพภาคที่ 4 เสนอให้มีการทบทวนโครงการขุดคลองกระ เพื่อสร้างความเจริญแก่พื้นที่ภาคใต้ และสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นศึกษาโครง การขุดคลองกระ แต่ได้มีการยุบสภา
14. พ.ศ. 2526 สำนักงาน เอ็คเซ็คคิวทีฟ อินแทลลิเจนส์ รีวิว (EIR) และฟิวซัน เอ็นเนอร์ยี ฟาวเดชั่น (FEF) จัดสัมมนาเรื่องคอคอดกระ และความเป็นไปได้ ในประเทศไทย โดยได้รับ ความสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรี
15. พ.ศ. 2527 สำนักงาน FEF ประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ติดต่อกับกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดสัมมนา นักธุรกิจ นักวิชาการ องค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับการขุดคอคอดกระ และทำรายงานเสนอต่อนักลงทุนชาวอเมริกัน นายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ การศึกษาโครงการขุดคอคอดกระดำเนินไปด้วยดี ได้เกิดปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา
16. พ.ศ. 2529 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ โครงการขุดคอคอดกระจึงดำเนินการต่อไปค่อนข้างราบรื่น โดยมีประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ขอเป็นผู้ลงทุนขุดคอคอดกระ แต่ ดร. บุญรอด บิณฑสันต์ หัวหน้ากลุ่มนักวิชาการ ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมให้ต่างชาติประเทศใดเป็นผู้ลงทุนในโครงการนี้ โดย ดร. บุญรอด บิณฑสันต์ และนักวิชาการกลุ่มนี้ ได้ทำรายงานแนวความคิดในทฤษฎีใหม่ เกี่ยวกับคอคอดกระเสนอต่อรัฐบาล โดยให้ขุดคอคอดกระเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือในระดับคาบสมุทร โดยเฉพาะในด้านเงินทุนและเทคโนโลยี แต่ต้องดำเนินการโดยคนไทย และประเทศเป็นหลักสำคัญ และได้เปลี่ยนชื่อจากโครงการ คอคอดกระเป็น โครงการพัฒนาคาบสมุทรแหลมทอง แต่รัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ไม่มีการตอบกลับ สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่สานต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดที่แล้ว โดยมีนายวัฒนา อัศวเหม ส.ส. สมุทรปราการ เป็นประธาน
17. พ.ศ. 2530 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาคืบหน้ามาก โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล รวมทั้งนายทหารระดับสูง 3 เหล่าทัพ ศึกษาดูงานคลองสุเอซ และคลองปานามา รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีการสร้างเขื่อน และระบบการควบคุมน้ำในเขื่อนเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ด้วย โครงการขุดคอคอดกระในยุค พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวหน้าด้วยดี แต่เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ลดค่าเงินบาท ทำให้เกิดปัญหาเงินลงทุนเป็นอุปสรรคสำคัญ เงินลงทุนจากต่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ โยงใยเป็นขบวนการลูกโซ่ ทำให้โครงการขุดคอคอดกระหยุดชะงักไป
18. พ.ศ. 2531 พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สนับสนุนโครงการขุดคอคอดกระอย่างชัดเจน โดยเน้นนโยบายให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในลักษณะของสัมปทาน เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ตอบแทนจากรัฐบาล จึงมีบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และเยอรมันนี ขอเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลเป็นประเทศแรก โดยบริษัทเอกชนญี่ปุ่นชื่อ DIALCHISOGYO ได้ทำหนังสือลงนามโดยนายทากา คิโยชิ ประธานกรรมการเสนอต่อ พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ
19. พ.ศ. 2533 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 เสนอว่ากลุ่มผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนโครงการขุดคอคอดกระ แต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ กลับเน้นไปที่การเปิดประตูอินโดจีนมากกว่า จึงได้ความสำคัญกับโครงการ อิสเทิร์น ซีบอร์ด หรือ โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกเป็นอันดับหนึ่ง และทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดในการสนับสนุนโครงการนี้ ส่วนโครงการขุดคอคอดกระได้รับความสำคัญเป็นอันดับรอง จึงไม่รีบเร่งในการพิจารณา จนในที่สุดถูกยึดอำนาจโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)
20. พ.ศ. 2535 พล.อ. สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจโครงการขุดคอ คอดกระ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ จนกระทั่ง พล. อ. สุจินดา คราประยูร ลาออก
21. พ.ศ.2535 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 มูลนิธิเพื่อการศึกษาคอคอดกระจัดตั้งโดยความร่วมมือขององค์กรเอกชนหลายแห่งประกาศตั้งขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นผู้ศึกษารวบ รวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการคอคอดกระทั้งระบบ แต่เนื่องจากท่าที่ของรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์บางคนแสดงความเห็นทำนองคัดค้าน ด้วยเหตุผลอาจทำให้เกิดความสับสนสำหรับนักลงทุนชาวต่างประเทศระหว่างโครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ด กับ โครงการขุดคอคอดกระมูลนิธิฯ จึงระงับการยื่นขอเสนอดังกล่าวต่อนายชวน หลีกภัย นายก รัฐมนตรี อย่างกะ ทัน หัน สำหรับนักลงทุนชาวญี่ปุ่นยังให้ความสนใจโครงการขุดคลองกระคือ บริษัทอิชิณาวาจินา ฮาร์ต อินดัสทรี (IHI) ได้ประกาศชัดเจนว่าสนใจที่จะเข้ามาลงทุนโครงการขุดคลองกระในประเทศไทยและอยู่ระหว่างการแสวงหาพันธมิตรร่วมลงทุน โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นบริษัทเอกชนญี่ปุ่นด้วยกัน หรือเป็นบริษัทลงทุนข้ามชาติประเทศอื่นๆ รัฐบาลไทย ผู้บริหารของบริษัทฯ ยังแสดงท่าที่จะสนใจในเบื้องต้นจะลง ทุน ในลักษณะครบวงจร หรือในแบบครบวงจร คือ การลงทุนทางด้านการก่อสร้างและการบริหาร แต่หลังจากนั้นไม่ปรากฏความคืบหน้าจากบริษัทญี่ปุ่นแห่งนี้ หรือนักลงทุนต่างชาติรายอื่นๆ อีก
นอกจากนี้ มีฝ่ายคัดค้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง โดยตั้งเหตุผลด้านความมั่นคง อ้างว่าหากขุดคอคอดกระก็เท่ากับเป็นการแบ่งแยกประเทศไทยเป็น 2 ส่วน และอาจนำมาซึ่งการเสียเอกราชของดินแดนจังหวัดภาคใต้ที่ถูกแบ่งแยกในที่สุด อีกทั้งยังโจมตีฝ่ายสนับสนุนว่าอาจรับเงินจากประเทศมุสลิม เจ้าแห่งสิทธิก่อการร้ายมาดำเนินการ นักการเมืองบางคนยกเอาบทบัญญัติรัฐธรรม นูญมาอ้างในข้อที่ว่าประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียว ผู้ใดจะมาแบ่งแยกมิได้จนกลายเป็นเรื่องตลกขบขันอ้างแบบผิดๆ เหมือนกับไม่มีความรู้ เพราะความจริง ประเทศไทย หมายถึง องค์รวมของประเทศทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะผืนแผ่นดินหรือดินแดนเท่านั้น แต่รวมถึงอำนาจปกครองของรัฐที่มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขด้วย ดังนั้น กรณีที่จะขุดคอคอดกระหรือไม่ จึงไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใดๆ
22. พ.ศ. 2537 รัฐบาลซึ่งมี นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจกับโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากให้ความสนับสนุน สนใจกับโครงการสร้างท่าอากาศยานสากลแห่งที่ 2 (สนามบินหนองงูเห่า) ที่จังหวัดสมุทรปราการ จนกระทั่งรัฐบาลมีปัญหาเรื่องต่างๆ จึงประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร
23. พ.ศ. 2539 รัฐบาลซึ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคความหวังใหม่ ได้รับ เลือกตั้งเสียงข้างมาก ไม่ได้ให้ความสนใจโครงการขุดคอคอดกระ
24. พ.ศ. 2540 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจต่อโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากให้ความสนใจการสร้างท่าอากาศยานสากลแห่งใหม่ต่อเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ยังมีการมอบหมายให้นายเด่น โต๊ะมีนา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศร.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ จนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2540 รัฐบาลสมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โดยมีนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ประกาศตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจหายนะ จนกระทั่งพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี โครงการขุดคอคอดกระจึงต้องระงับไปอีกครั้ง
25. พ.ศ. 2540 (ปลายปี) นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้งไม่ปรากฏว่ามีการพิจารณา หรือ การศึกษาโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากอยู่ในภาวะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดวิกฤตอย่างรุน แรง
26. พ.ศ. 2544 วุฒิสภา โดยนายคำนวณ ชโลปถัมภ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสิงห์บุรีได้ รื้อฟื้นโครงการ ขุด คอคอดกระขึ้นมาพิจารณาใหม่ โดยได้รับอนุมัติจากวุฒิสภาให้จัดตั้งคณะ กรรมาธิการวิสา มัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระเมื่อวันที่ 17พฤษภาคม 2544 คณะรัฐบาล ซึ่งมี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และสังคมภายใต้นโยบาย และการกำกับดูแล ของพลเอกชวลิตยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลา โหมด้วย
27. พ.ศ. 2548 วุฒิสภาเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ขุดคลองไทยเมื่อ วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน 2548 เวลา 16:09 นาฬิกา
อันนี้สัมนาเมื่อปี 41 http://www.sc.chula.ac.th/seminar/klongkra/seminar.htm
เป็นที่ทราบกันแล้วว่า ประเทศเรากำลังประสบกับปัญหา การเสื่อมทรุดทางภาวะเศรษฐกิจ อย่างหนักอยู่ในขณะนี้ ย่อมมีความจำเป็น ที่คนไทยทั้งประเทศ จะต้องหันมาสนใจ เรื่องการสร้างงาน ให้แก่ประชากรของชาติ ที่ส่วนหนึ่งกำลังเผชิญ กับปัญหาความยากจน และอีกส่วนหนึ่งตกงาน รวมกันแล้วมีประมาณถึงร้อยละ 80 ของประชากรทั้งหมดของประเทศ
รัฐบาลได้นำนโยบายหลายๆ ประการ รวมทั้งแผนพัฒนาและโครงการต่างๆ ออกมาปฏิบัติ ด้วยความมุ่งหวังที่จะกระตุ้น การกระจายรายได้ และการว่าจ้างแรงงาน ให้แก่คนเหล่านั้น แต่ผลที่ปรากฏสู่สายตาประชาชน กล่าวได้ว่าไม่พอเพียง
โครงการที่เสริมเป้าหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจหลายโครงการ ถูกนำมาพิจารณาความเป็นไปได้ ส่วนโครงการขุดคลองไม่ได้รับการสนับสนุนแต่อย่างใด โครงการขุดคลอง แม้ว่าจะมีการลงทุนจำนวนมากก็จริง แต่ผลตอบแทน จะคุ้มกับการลงทุนในระยะยาว ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการอื่นแทน เช่น โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรืแม้กระทั่งเมื่อไม่นานรัฐบาล ได้ประกาศนโยบาย เกี่ยวกับการพัฒนาชายฝั่งทะเล ทางภาคใต้ คือ โครงการสร้างสะพานเศรษฐกิจ สำหรับโครงการการขุดคลองกระ ซึ่งเป็นการสำคัญ กลับไม่ได้รับการสนใจ จากฝ่ายบริหารแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่โครงการฯ นี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก ช่วยขจัดปัญหาการว่างงานได้ เพราะการขุดคลองจะทำให้แรงงาน ไหลไปสู่ภาคใต้ของประเทศไทย
การขุดคลองมีความเป็นไปได้ ด้วยการนำเทคนิคด้านวิศวกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยไม่ต้องใช้ระเบิดด้วยพลังนิวเคลียร์ ซึ่งมีผู้เกรงถึงอันตรายต่างๆ การขุดคลองนี้สามารถกระทำได้ ภายในระยะเวลา 5 - 10 ปี โดยประมาณ
เงินลงทุนจะไม่เกินขีดความสามารถของประเทศ ที่จะขอรับการสนับสนุน จากผู้ประกอบการเดินเรือต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ตลอดจนประชาชนในชาติ โดยการจัดตั้งกองทุน เพื่อสร้างงานสร้างชาติขึ้น ซึ่งโครงการฯ จะมีผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างไรบ้างนั้น นักวิชาการจะได้ทำการศึกษาขั้นสุดท้ายออกมาต่อไป
โครงการฯ นี้จะทำเป็นรูปแบบโครงการผสมผสาน อันประกอบด้วยผู้ร่วมทุนซื้อหุ้นของบริษัทฯ แทนที่จะเป็นการให้ชาวต่างประเทศเป็นผู้ขุดคลอง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ในกลุ่มอาเซียนให้ความสนในมาก เพราะในอนาคตจะมีการพิจารณา การจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตลอด 2 ฝั่งคลอง ซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมที่มุ่งการส่งออก เพื่อแสวงหาเงินตราต่างประเทศ ไม่ใช่เป็นการหารายได้ จากการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านคลอง จากเรือสินค้าอย่างเดียว ตลอดจนเกิดมีกิจกรรมอื่นๆ มากมายที่จะตามมาอีก
หลักการและเหตุผล
การสร้างคลองกระ ซึ่งจะถือว่าเป็นเส้นทางเดินเรือนานาชาติ เพื่อจะเป็นศูนย์กลางการเดินเรือ การขนถ่ายสินค้าที่สำคัญที่สุด จะช่วยสร้างความสะดวกในการขนส่ง และจะเป็นจุดดึงดูดเอาการลงทุนอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสร้างงาน ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมให้แก่ ประชาชนคนไทยได้ไม่น้อยกว่า 4 ล้านคนในระยะ เวลา 10 ปี ดังนั้นประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ จากการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนจากเกษตรกรรมพื้นฐาน ไปเป็นสังคมอุตสาหกรรมทันสมัย คลองกระจะสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทย และเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ศึกษา ได้หลายเส้นทาง
แต่เส้นทางที่เหมาะสมที่สุด หากจะขุด คือ 9a
เป็นคลองคู่ขนาน 120 km กว้าง 500 m มีเกาะกลางกว้าง 300 m
เรือจะได้ไม่ติดขัด เพราะ วิ่ง one way
เรือใหญ่ๆ ที่เข้าท่า สิงคโปร์ ไม่ได้ ก็จะได้ไม่ต้องอ้อมอินโดนิเซีย
เรือเล็กกว่า ก็จะมาทางนี้ด้วย เพราะ ช่องแคบมะละกา โจรสลัดมันเยอะ
สิงคโปร์ ก็จะเสียรายได้ ไปมาก ประเทศไทยจะวัฒนา
ช่วงแรก ขุดคลองเดียวก่อน แล้วค่อยเก็บค่าผ่านทาง มาเป็นค่าขุดคลองที่ 2 ขนานกัน
อุตสาหกรรมจะเติบโต ภาคใต้จะมีงานทำมากขึ้น
ระนองจะเป็นเมืองใหญ่ในแผนที่การเดินเรือ
การจ้างงานจะเกิดขึ้นมหาศาล ตลอดจนธุรกิจต่อเนื่อง
ทำไมเราไม่ขุดซะทีนะ
กลัวน้ำทะเลเข้าที่น้ำจืด (เขาก็มีวิธีป้องกันแล้ว)
กลัวแนวประการังสูญหาย (อันนี้ คงเยงไม่ได้)
กลัวแบ่งแยกดินแดน (ขุดระนอง ออก นคร ก็ไม่น่ามีปัญหา)
เราน่าจะได้ประโยชน์ มากกว่านะครับ เพื่อนๆ พี่ๆ ว่าอย่างไร
อย่างน้อย หุ้นก่อสร้าง หุ้นปูน วัสดุก่อสร้างโตแน่ๆ
อุตสาหกรรมยางน่าจะเติบโต
ทำเลดีแท้ๆ
ศึกษามาตั้งแต่สมัย สมเด็จพระนารายณ์ แต่ก็ยังไม่ขุดซะที
-------------------อ่านประกอบ ครับ
http://www.thai-canal.com/hist%20T.htm
ความเป็นมาของคลองคอดกระ (คลองไทย)
เรียบเรียงโดย คุณ นิภาพร ประเสริฐศรี
สำนักประสานงานการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
แนวความคิดเกี่ยวกับการขุดคอคอดกระ หรือคลองเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน
มหาสมุทรอินเดียนั้น ปรากฏตามหลักฐาน ดังนี้ :-
1. สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมัยที่กรุงสยาม (ประเทศไทยในปัจจุ บัน) ได้เปิดประเทศติดต่อกับชาติยุโรป
2. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้น สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาถ ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ดำริการขุดคลองเชื่อมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
3. สมัยรัชกาลที่ 1 ประมาณปี พ.ศ. 2336 สมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาถ ดำริเรื่องการขุดคลองเชื่อม 2 ฝั่งทะเล (มีพระราชนิพนธ์เป็นหลักฐาน)
4. สมัยรัชกาลที่ 4 ประมาณปี พ.ศ. 2401 อังกฤษได้เสนอขอพระบรมราชานุญาต ทำการขุดคอคกระแนวระนอง-หลังสวนเป็นส่วนที่แคบที่สุด พระองค์ทรงยินยอมแต่ขาดเงินทุน ทำให้หยุดชะงัก ต่อ มา พ.ศ.2406 อังกฤษสำรวจบริเวณคอคอดกระส่วนที่แคบที่สุดได้ แต่ติดสันเขาขุดลำบากเครื่องมือไม่มีจึงยกเลิก ในปี พ.ศ. 2409-2411คลองกระโด่งดังไปทั่วโลก ฝรั่งเศสขอเจรจาเพื่อดำเนินการขุด หลัง จากที่ฝรั่งเศสได้ขุดคลองสุเอซสำเร็จ แต่รัชกาลที่ 4 ไม่อนุญาต เนื่องจากเกรงจะเสียพระราช อาณาจักร
5. สมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณปี พ.ศ. 2415 นาวาเอก เอ. จีลอปตัน ร.น. ตัวแทนรัฐบาลอังกฤษเข้ามาสำรวจเส้นทางการขุดคลองกระอีกครั้งหนึ่ง ในแนวระนอง-ชุมพร จากการสำรวจ เป็นเรื่องที่เป็น ไปได้ แต่พระองค์ไม่อนุญาตด้วยเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศ
6. สมัยรัชกาลที่ 6 ประมาณปี พ.ศ. 2460 ทรงสนพระทัยในเรื่องคลองกระ เพราะทรงเห็นว่า อำนวประโยชน์และความเจริญมาสู่ประเทศอย่างมหาศาล แต่เนื่องจากปัญหาทางการเมืองเช่นเดียวกัน ทำให้ตัดสินพระทัยไม่ทรงอนุญาตให้มีการขุดคลองกระ
7. นายปรีดี พนมยงค์ พ.ศ. 2478 ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รื้อฟื้นโครงการคลองกระมาพิจารณา กรณีเมื่อขุดคลองแล้ว ประเทศไทยจะมีอำนาจอธิปไตยเหนือคลอง ไม่ควรพึ่งพาต่างชาติ ประเทศไทยต้องมีเงินทุนเพียงพอ แต่ประเทศไทยมีเงินทุนไม่เพียงพอ โครง การคลองกระจึงต้องระงับอีกครั้ง
8. พ.ศ. 2489 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยต้องลงนามในความตกลงสมบูรณ์แบบ เพื่อเลิกสถานะสงครามกับอังกฤษโดยในข้อ7 ระบุห้ามไทยขุดคลองเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับอ่าวไทย หากมิได้รับความยินยอมจากรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความสำคัญของคลองกระต่อสภา วะทางการค้าของแหลมมลายูอย่างไรก็ตามพ.ศ.2497 ได้มีการยกเลิกความตกลงสมบูรณ์แบบ ดัง กล่าว
9. พ.ศ. 2503 นายเชาว์ เชาว์ขวัญยืน กับคณะในนามของบริษัท แหลมทองพัฒนา เสนอ รัฐบาลไทยขอรื้อฟื้นโครงการคลองกระขึ้นใหม่ โดยขออนุญาตทำการศึกษากิจการคลองกระและท่าเรือ คณะ รัฐมนตรีได้แสดงความเห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอถึง 2 ครั้ง แต่วันที่ 31 มีนาคม 2507 สภาความมั่นคงแห่งชาติได้สั่งระงับการดำเนินการตามข้อตกลง เนื่องจากเหตุผลทางด้านความมั่นคง และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการแยกดินแดนทางภาคใต้
10. พ.ศ. 2513 ด้วยความเห็นชอบจากระทรวงมหาดไทย นายเชาว์ ได้จ้างบริษัท แทมส์ (TAMS) ศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจของการขุดคลองกระ ผลการศึกษา ปรากฏว่าแนวคลองที่เหมาะสมอยู่ทางใต้ คือเส้นทางระหว่างสตูล-สงขลา
11. พ.ศ. 2516 มีการเสนอโครงการคลองกระต่อรัฐบาล แต่มีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลใหม่
12. พ.ศ. 2525 กลุ่ม ส.ส. พรรคชาติไทย โดยนางยุพา อุดมศักด์ ส.ส. พิจิตร เสนอให้มีการขุดคลองกระที่จังหวัดระนอง โดยเสนอรัฐบาล มีนายชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธานคณะ กรรมการทบทวนศึกษาโครงการขุดคลองกระ แต่ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การพิจารณาจึงต้องชะงักไป
13. พล.ท. หาญ ลีลานนท์ แม่ทัพภาคที่ 4 เสนอให้มีการทบทวนโครงการขุดคลองกระ เพื่อสร้างความเจริญแก่พื้นที่ภาคใต้ และสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นศึกษาโครง การขุดคลองกระ แต่ได้มีการยุบสภา
14. พ.ศ. 2526 สำนักงาน เอ็คเซ็คคิวทีฟ อินแทลลิเจนส์ รีวิว (EIR) และฟิวซัน เอ็นเนอร์ยี ฟาวเดชั่น (FEF) จัดสัมมนาเรื่องคอคอดกระ และความเป็นไปได้ ในประเทศไทย โดยได้รับ ความสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรี
15. พ.ศ. 2527 สำนักงาน FEF ประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ติดต่อกับกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดสัมมนา นักธุรกิจ นักวิชาการ องค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับการขุดคอคอดกระ และทำรายงานเสนอต่อนักลงทุนชาวอเมริกัน นายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ การศึกษาโครงการขุดคอคอดกระดำเนินไปด้วยดี ได้เกิดปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา
16. พ.ศ. 2529 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ โครงการขุดคอคอดกระจึงดำเนินการต่อไปค่อนข้างราบรื่น โดยมีประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ขอเป็นผู้ลงทุนขุดคอคอดกระ แต่ ดร. บุญรอด บิณฑสันต์ หัวหน้ากลุ่มนักวิชาการ ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมให้ต่างชาติประเทศใดเป็นผู้ลงทุนในโครงการนี้ โดย ดร. บุญรอด บิณฑสันต์ และนักวิชาการกลุ่มนี้ ได้ทำรายงานแนวความคิดในทฤษฎีใหม่ เกี่ยวกับคอคอดกระเสนอต่อรัฐบาล โดยให้ขุดคอคอดกระเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือในระดับคาบสมุทร โดยเฉพาะในด้านเงินทุนและเทคโนโลยี แต่ต้องดำเนินการโดยคนไทย และประเทศเป็นหลักสำคัญ และได้เปลี่ยนชื่อจากโครงการ คอคอดกระเป็น โครงการพัฒนาคาบสมุทรแหลมทอง แต่รัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ไม่มีการตอบกลับ สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่สานต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดที่แล้ว โดยมีนายวัฒนา อัศวเหม ส.ส. สมุทรปราการ เป็นประธาน
17. พ.ศ. 2530 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาคืบหน้ามาก โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล รวมทั้งนายทหารระดับสูง 3 เหล่าทัพ ศึกษาดูงานคลองสุเอซ และคลองปานามา รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีการสร้างเขื่อน และระบบการควบคุมน้ำในเขื่อนเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ด้วย โครงการขุดคอคอดกระในยุค พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวหน้าด้วยดี แต่เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ลดค่าเงินบาท ทำให้เกิดปัญหาเงินลงทุนเป็นอุปสรรคสำคัญ เงินลงทุนจากต่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ โยงใยเป็นขบวนการลูกโซ่ ทำให้โครงการขุดคอคอดกระหยุดชะงักไป
18. พ.ศ. 2531 พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สนับสนุนโครงการขุดคอคอดกระอย่างชัดเจน โดยเน้นนโยบายให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในลักษณะของสัมปทาน เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ตอบแทนจากรัฐบาล จึงมีบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และเยอรมันนี ขอเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลเป็นประเทศแรก โดยบริษัทเอกชนญี่ปุ่นชื่อ DIALCHISOGYO ได้ทำหนังสือลงนามโดยนายทากา คิโยชิ ประธานกรรมการเสนอต่อ พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ
19. พ.ศ. 2533 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 เสนอว่ากลุ่มผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนโครงการขุดคอคอดกระ แต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ กลับเน้นไปที่การเปิดประตูอินโดจีนมากกว่า จึงได้ความสำคัญกับโครงการ อิสเทิร์น ซีบอร์ด หรือ โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกเป็นอันดับหนึ่ง และทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดในการสนับสนุนโครงการนี้ ส่วนโครงการขุดคอคอดกระได้รับความสำคัญเป็นอันดับรอง จึงไม่รีบเร่งในการพิจารณา จนในที่สุดถูกยึดอำนาจโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)
20. พ.ศ. 2535 พล.อ. สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจโครงการขุดคอ คอดกระ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ จนกระทั่ง พล. อ. สุจินดา คราประยูร ลาออก
21. พ.ศ.2535 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 มูลนิธิเพื่อการศึกษาคอคอดกระจัดตั้งโดยความร่วมมือขององค์กรเอกชนหลายแห่งประกาศตั้งขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นผู้ศึกษารวบ รวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการคอคอดกระทั้งระบบ แต่เนื่องจากท่าที่ของรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์บางคนแสดงความเห็นทำนองคัดค้าน ด้วยเหตุผลอาจทำให้เกิดความสับสนสำหรับนักลงทุนชาวต่างประเทศระหว่างโครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ด กับ โครงการขุดคอคอดกระมูลนิธิฯ จึงระงับการยื่นขอเสนอดังกล่าวต่อนายชวน หลีกภัย นายก รัฐมนตรี อย่างกะ ทัน หัน สำหรับนักลงทุนชาวญี่ปุ่นยังให้ความสนใจโครงการขุดคลองกระคือ บริษัทอิชิณาวาจินา ฮาร์ต อินดัสทรี (IHI) ได้ประกาศชัดเจนว่าสนใจที่จะเข้ามาลงทุนโครงการขุดคลองกระในประเทศไทยและอยู่ระหว่างการแสวงหาพันธมิตรร่วมลงทุน โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นบริษัทเอกชนญี่ปุ่นด้วยกัน หรือเป็นบริษัทลงทุนข้ามชาติประเทศอื่นๆ รัฐบาลไทย ผู้บริหารของบริษัทฯ ยังแสดงท่าที่จะสนใจในเบื้องต้นจะลง ทุน ในลักษณะครบวงจร หรือในแบบครบวงจร คือ การลงทุนทางด้านการก่อสร้างและการบริหาร แต่หลังจากนั้นไม่ปรากฏความคืบหน้าจากบริษัทญี่ปุ่นแห่งนี้ หรือนักลงทุนต่างชาติรายอื่นๆ อีก
นอกจากนี้ มีฝ่ายคัดค้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง โดยตั้งเหตุผลด้านความมั่นคง อ้างว่าหากขุดคอคอดกระก็เท่ากับเป็นการแบ่งแยกประเทศไทยเป็น 2 ส่วน และอาจนำมาซึ่งการเสียเอกราชของดินแดนจังหวัดภาคใต้ที่ถูกแบ่งแยกในที่สุด อีกทั้งยังโจมตีฝ่ายสนับสนุนว่าอาจรับเงินจากประเทศมุสลิม เจ้าแห่งสิทธิก่อการร้ายมาดำเนินการ นักการเมืองบางคนยกเอาบทบัญญัติรัฐธรรม นูญมาอ้างในข้อที่ว่าประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียว ผู้ใดจะมาแบ่งแยกมิได้จนกลายเป็นเรื่องตลกขบขันอ้างแบบผิดๆ เหมือนกับไม่มีความรู้ เพราะความจริง ประเทศไทย หมายถึง องค์รวมของประเทศทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะผืนแผ่นดินหรือดินแดนเท่านั้น แต่รวมถึงอำนาจปกครองของรัฐที่มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขด้วย ดังนั้น กรณีที่จะขุดคอคอดกระหรือไม่ จึงไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใดๆ
22. พ.ศ. 2537 รัฐบาลซึ่งมี นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจกับโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากให้ความสนับสนุน สนใจกับโครงการสร้างท่าอากาศยานสากลแห่งที่ 2 (สนามบินหนองงูเห่า) ที่จังหวัดสมุทรปราการ จนกระทั่งรัฐบาลมีปัญหาเรื่องต่างๆ จึงประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร
23. พ.ศ. 2539 รัฐบาลซึ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคความหวังใหม่ ได้รับ เลือกตั้งเสียงข้างมาก ไม่ได้ให้ความสนใจโครงการขุดคอคอดกระ
24. พ.ศ. 2540 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจต่อโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากให้ความสนใจการสร้างท่าอากาศยานสากลแห่งใหม่ต่อเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ยังมีการมอบหมายให้นายเด่น โต๊ะมีนา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศร.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ จนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2540 รัฐบาลสมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โดยมีนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ประกาศตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจหายนะ จนกระทั่งพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี โครงการขุดคอคอดกระจึงต้องระงับไปอีกครั้ง
25. พ.ศ. 2540 (ปลายปี) นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้งไม่ปรากฏว่ามีการพิจารณา หรือ การศึกษาโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากอยู่ในภาวะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดวิกฤตอย่างรุน แรง
26. พ.ศ. 2544 วุฒิสภา โดยนายคำนวณ ชโลปถัมภ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสิงห์บุรีได้ รื้อฟื้นโครงการ ขุด คอคอดกระขึ้นมาพิจารณาใหม่ โดยได้รับอนุมัติจากวุฒิสภาให้จัดตั้งคณะ กรรมาธิการวิสา มัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระเมื่อวันที่ 17พฤษภาคม 2544 คณะรัฐบาล ซึ่งมี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และสังคมภายใต้นโยบาย และการกำกับดูแล ของพลเอกชวลิตยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลา โหมด้วย
27. พ.ศ. 2548 วุฒิสภาเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ขุดคลองไทยเมื่อ วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน 2548 เวลา 16:09 นาฬิกา
อันนี้สัมนาเมื่อปี 41 http://www.sc.chula.ac.th/seminar/klongkra/seminar.htm
เป็นที่ทราบกันแล้วว่า ประเทศเรากำลังประสบกับปัญหา การเสื่อมทรุดทางภาวะเศรษฐกิจ อย่างหนักอยู่ในขณะนี้ ย่อมมีความจำเป็น ที่คนไทยทั้งประเทศ จะต้องหันมาสนใจ เรื่องการสร้างงาน ให้แก่ประชากรของชาติ ที่ส่วนหนึ่งกำลังเผชิญ กับปัญหาความยากจน และอีกส่วนหนึ่งตกงาน รวมกันแล้วมีประมาณถึงร้อยละ 80 ของประชากรทั้งหมดของประเทศ
รัฐบาลได้นำนโยบายหลายๆ ประการ รวมทั้งแผนพัฒนาและโครงการต่างๆ ออกมาปฏิบัติ ด้วยความมุ่งหวังที่จะกระตุ้น การกระจายรายได้ และการว่าจ้างแรงงาน ให้แก่คนเหล่านั้น แต่ผลที่ปรากฏสู่สายตาประชาชน กล่าวได้ว่าไม่พอเพียง
โครงการที่เสริมเป้าหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจหลายโครงการ ถูกนำมาพิจารณาความเป็นไปได้ ส่วนโครงการขุดคลองไม่ได้รับการสนับสนุนแต่อย่างใด โครงการขุดคลอง แม้ว่าจะมีการลงทุนจำนวนมากก็จริง แต่ผลตอบแทน จะคุ้มกับการลงทุนในระยะยาว ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการอื่นแทน เช่น โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรืแม้กระทั่งเมื่อไม่นานรัฐบาล ได้ประกาศนโยบาย เกี่ยวกับการพัฒนาชายฝั่งทะเล ทางภาคใต้ คือ โครงการสร้างสะพานเศรษฐกิจ สำหรับโครงการการขุดคลองกระ ซึ่งเป็นการสำคัญ กลับไม่ได้รับการสนใจ จากฝ่ายบริหารแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่โครงการฯ นี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก ช่วยขจัดปัญหาการว่างงานได้ เพราะการขุดคลองจะทำให้แรงงาน ไหลไปสู่ภาคใต้ของประเทศไทย
การขุดคลองมีความเป็นไปได้ ด้วยการนำเทคนิคด้านวิศวกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยไม่ต้องใช้ระเบิดด้วยพลังนิวเคลียร์ ซึ่งมีผู้เกรงถึงอันตรายต่างๆ การขุดคลองนี้สามารถกระทำได้ ภายในระยะเวลา 5 - 10 ปี โดยประมาณ
เงินลงทุนจะไม่เกินขีดความสามารถของประเทศ ที่จะขอรับการสนับสนุน จากผู้ประกอบการเดินเรือต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ตลอดจนประชาชนในชาติ โดยการจัดตั้งกองทุน เพื่อสร้างงานสร้างชาติขึ้น ซึ่งโครงการฯ จะมีผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างไรบ้างนั้น นักวิชาการจะได้ทำการศึกษาขั้นสุดท้ายออกมาต่อไป
โครงการฯ นี้จะทำเป็นรูปแบบโครงการผสมผสาน อันประกอบด้วยผู้ร่วมทุนซื้อหุ้นของบริษัทฯ แทนที่จะเป็นการให้ชาวต่างประเทศเป็นผู้ขุดคลอง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ในกลุ่มอาเซียนให้ความสนในมาก เพราะในอนาคตจะมีการพิจารณา การจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตลอด 2 ฝั่งคลอง ซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมที่มุ่งการส่งออก เพื่อแสวงหาเงินตราต่างประเทศ ไม่ใช่เป็นการหารายได้ จากการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านคลอง จากเรือสินค้าอย่างเดียว ตลอดจนเกิดมีกิจกรรมอื่นๆ มากมายที่จะตามมาอีก
หลักการและเหตุผล
การสร้างคลองกระ ซึ่งจะถือว่าเป็นเส้นทางเดินเรือนานาชาติ เพื่อจะเป็นศูนย์กลางการเดินเรือ การขนถ่ายสินค้าที่สำคัญที่สุด จะช่วยสร้างความสะดวกในการขนส่ง และจะเป็นจุดดึงดูดเอาการลงทุนอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสร้างงาน ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมให้แก่ ประชาชนคนไทยได้ไม่น้อยกว่า 4 ล้านคนในระยะ เวลา 10 ปี ดังนั้นประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ จากการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนจากเกษตรกรรมพื้นฐาน ไปเป็นสังคมอุตสาหกรรมทันสมัย คลองกระจะสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทย และเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 2
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
-
- Verified User
- โพสต์: 674
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 3
ลำบากครับ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถึงแม้ว่าข้อดีอาจจะมากกว่าข้อเสีย
แต่ข้อเสียมันมีเยอะพอที่จะทำให้กลุ่มต่อต้านออกมาสร้างความปวดหัวให้รัฐบาลจนไม่สามารถทำได้
เอาแค่ casino ประเทศเรายังทำไม่ได้ซักที ประเทศเพือนบ้านเขาทำล้อมเราทุกทิศทุกทางแล้ว ล่าสุดเห็นว่าลาวก็จะทำแล้ว
ถ้ามีรัฐบาลเผด็จการอาจจะพอมีความเป็นไปได้ แต่สงสัยจะได้ไม่คุ้มเสีย :(
แต่ข้อเสียมันมีเยอะพอที่จะทำให้กลุ่มต่อต้านออกมาสร้างความปวดหัวให้รัฐบาลจนไม่สามารถทำได้
เอาแค่ casino ประเทศเรายังทำไม่ได้ซักที ประเทศเพือนบ้านเขาทำล้อมเราทุกทิศทุกทางแล้ว ล่าสุดเห็นว่าลาวก็จะทำแล้ว
ถ้ามีรัฐบาลเผด็จการอาจจะพอมีความเป็นไปได้ แต่สงสัยจะได้ไม่คุ้มเสีย :(
-
- Verified User
- โพสต์: 2496
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 5
สมัยจอมพลป.ทำการศึกษา โดยคณะท่านปรีดี อ่านจากรายงานเก่าๆ เห็นว่าเริ่มตั้งงบที่ ราวๆ 18 ล้านบาท
ณ ปัจจุบัน เข้าใจว่าถ้าทำ งบก็ราวๆเป็นหลักแสนล้านแล้ว :lol:
ยังเถียงกันไม่จบ :lol:
สังเกตุดูนะ ซีรีย์ละครเกาหลี มาตรฐานทั่วไป ความยาวราวๆ 18-22ตอน(ถ้าไม่นับพวกแนวจักรๆวงศ์ๆ)
ของญี่ปุ่น ราวๆ 11-13 ตอน
ของไทยนี่ราวๆ 25-30 ตอน เห็นจะได้(ถ้าแนวจักรๆวงศ์ๆ นี่บางทียาวกันเป็นปีครึ่งปีก็เคยมี)
สรุปว่า ธรรมชาติของคนไทยนั้น ขั้นตอนมากเสมอ
เอาแค่ต่อยมวยนี่ต้องมีบทไหว้ครูก่อน แจกทองอีก ไรอีก
ขั้นตอนเยอะแทบทุกเรื่องนะ ก็เป็นธรรมชาติของพวกเรากันเองมั้ง

ณ ปัจจุบัน เข้าใจว่าถ้าทำ งบก็ราวๆเป็นหลักแสนล้านแล้ว :lol:
ยังเถียงกันไม่จบ :lol:
สังเกตุดูนะ ซีรีย์ละครเกาหลี มาตรฐานทั่วไป ความยาวราวๆ 18-22ตอน(ถ้าไม่นับพวกแนวจักรๆวงศ์ๆ)
ของญี่ปุ่น ราวๆ 11-13 ตอน
ของไทยนี่ราวๆ 25-30 ตอน เห็นจะได้(ถ้าแนวจักรๆวงศ์ๆ นี่บางทียาวกันเป็นปีครึ่งปีก็เคยมี)
สรุปว่า ธรรมชาติของคนไทยนั้น ขั้นตอนมากเสมอ
เอาแค่ต่อยมวยนี่ต้องมีบทไหว้ครูก่อน แจกทองอีก ไรอีก
ขั้นตอนเยอะแทบทุกเรื่องนะ ก็เป็นธรรมชาติของพวกเรากันเองมั้ง

-
- Verified User
- โพสต์: 37
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 8
ผมขอให้ความเห็นที่ต่างไปบ้างนะครับ
เรื่องข้อดี คงมีมาก ดังที่เจ้าของกระทู้แจ้ง
ผมเห็นด้วยครับเรื่องข้อดี มีมากจริงๆ
แต่ข้อเสียถ้านับเป็นข้ออาจดูน้อยกว่า
แต่ได้อาจไม่คุ้มเสียนะครับ
๑.เรือที่ใหญ่เสียจนวิ่งผ่านช่องแคบมะลากาไม่ได้
ในโลกมีไม่กี่ลำครับ เป็นเรือระดับULCC (Ultra Large Crude Carriers)
เดดเวดตัน 300000-50000ton กินน้ำลึกมากกว่า 25เมตร
ทั้งโลกมีอยู่ไม่ถึง 20ครับ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้วิ่งด้วยซ้ำ
เป็นคลังน้ำมันลอยน้ำเฉยๆ
(ลองหาจากLloyds ดูได้ครับ)
ดังนั้นถ้าจะขุดเพราะรับเรือใหญ่ ไม่กี่ลำและบางลำไม่ได้วิ่งแล้ว
ไม่คุ้มครับ
๒.เรือขนาดใหญ่ที่วิ่งกัน เป็นขนาด VLCC (Very Large Crude Carriers)
250000-300000ton กินน้ำลึกไม่เกิน25m
วิ่งผ่านช่องแคบมะละกาได้ตามปกติ
๓.เรื่องความมั่นคงของชาติ
ส่วนใหญ่ บริษัทต่างชาติอยากได้สิทธิเหนือดินแดนส่วนนี้ทั้งนั้น
หรือ เรื่องภาคใต้ที่ยังไม่มีวี่แววจะจบเร็วๆนี้
(ดูตัวอย่าง ติมอร์ รัสเซีย ไอร์แลนด์เหนือ สิครับ ไม่ใช่ปัญหาง่ายๆเลย
แล้วก็จบไม่สวยเท่าไรด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคนท้องถิ่นไม่พูดภาษาเดียวกะเรา)
๔.เรือพวกที่วิ่งเข้าวิ่งกันเป็นเดือนๆ
คลองนี้ประหยัดเวลาได้หนึ่งวัน
แต่หนึ่งวันในหลายเดือนหนะ มันนิดเดียว
ไม่เหมือน ประหยัดเวลาแบบ คลองสุเอซ หรือปานามา
ลองดูแผนที่"โลก" สิครับ อย่าดูแค่แผนที่ภูมิภาค South East Asia
ประหยัดเวลาหนึ่งวัน แต่ต้องเสียเงินค่าผ่านเท่าไรก็ไม่รู้(ไม่รู้คุ้มป่าว)
แถมเรือยังมีโอกาสเสี่ยงเสียหายที่ต้องมาวิ่งในทางแคบๆ
๕. วิ่งผ่านสิงคโปร์หนะฟรีนะครับ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ
มีทุ่นบอกทาง มีประภาคาร และฟรี ไม่เสียเงิน
สมมติว่า
ถ้าเราลงทุนทำทางด่วน หวังเก็บค่าทางด่วนเป็นรายได้หลัก
แต่ดันมีทางวิ่ง ข้างๆรถไม่ติดเท่าไร ช้ากว่ากันนิดเดียวเช่น
ระยะ หนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าจ่ายเงินค่าทางด่วนแล้วประหยัดเวลาไปหนึ่งนาที
คิดว่าลูกค้าจะวิ่งทางด่วนเสียเงินหรือครับ
(เทียบระยะทาง หกสิบวัน ประหยัดหนึ่งวัน)
ผมเคยขับรถจากไทยไปสิงคโปร์
เสียเงินค่าทางด่วนในมาเลตลอดทาง
แต่พอถึงสิงคโปร์ เซอร์ไพรซ์ครับ
ทางด่วนยกระดับอย่างดี ไม่มีรถติด วิ่งฟรีไม่เสียเงิน
แต่วิ่งเข้าถนนรถติดอย่าง ออชาดเสียเงินค่าเข้าCBD
(อันนี้เล่าให้ฟังเฉยๆครับไม่เกี่ยว)
แค่ทางวิ่งสบายๆไม่เสียเงิน ผมคงไม่อยาก
วิ่งทางด่วนที่เร็วกว่าอย่างไม่มีนัยยะสำคัญที่เสียเงินครับ
๖เงินครับ
ถ้าจะลงเงินเยอะขนาดนั้น น่าพัฒนาเรื่องที่จำเป็นกว่าก่อน
เช่น ราง1m>>>1.4m แล้วก็รางเดียวเป็นรางคู่
รถไฟฟ้าใน กทมและปริมณฑล
พัฒนาเรื่องคมนาคมในประเทศให้สะดวกพอ
ทั้งสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
ฝากความเห็นอีกด้านไว้ด้วยนะครับ
ผมไม่ได้มีเจตนาเถียงนะครับ
แค่อยากฝากความเห็นให้ได้ครบทั้งสองด้าน
ด้านเสียมีด้านดีมี แต่ต้องชั่งน้ำหนักครับ
เรื่องข้อดี คงมีมาก ดังที่เจ้าของกระทู้แจ้ง
ผมเห็นด้วยครับเรื่องข้อดี มีมากจริงๆ
แต่ข้อเสียถ้านับเป็นข้ออาจดูน้อยกว่า
แต่ได้อาจไม่คุ้มเสียนะครับ
๑.เรือที่ใหญ่เสียจนวิ่งผ่านช่องแคบมะลากาไม่ได้
ในโลกมีไม่กี่ลำครับ เป็นเรือระดับULCC (Ultra Large Crude Carriers)
เดดเวดตัน 300000-50000ton กินน้ำลึกมากกว่า 25เมตร
ทั้งโลกมีอยู่ไม่ถึง 20ครับ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้วิ่งด้วยซ้ำ
เป็นคลังน้ำมันลอยน้ำเฉยๆ
(ลองหาจากLloyds ดูได้ครับ)
ดังนั้นถ้าจะขุดเพราะรับเรือใหญ่ ไม่กี่ลำและบางลำไม่ได้วิ่งแล้ว
ไม่คุ้มครับ
๒.เรือขนาดใหญ่ที่วิ่งกัน เป็นขนาด VLCC (Very Large Crude Carriers)
250000-300000ton กินน้ำลึกไม่เกิน25m
วิ่งผ่านช่องแคบมะละกาได้ตามปกติ
๓.เรื่องความมั่นคงของชาติ
ส่วนใหญ่ บริษัทต่างชาติอยากได้สิทธิเหนือดินแดนส่วนนี้ทั้งนั้น
หรือ เรื่องภาคใต้ที่ยังไม่มีวี่แววจะจบเร็วๆนี้
(ดูตัวอย่าง ติมอร์ รัสเซีย ไอร์แลนด์เหนือ สิครับ ไม่ใช่ปัญหาง่ายๆเลย
แล้วก็จบไม่สวยเท่าไรด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคนท้องถิ่นไม่พูดภาษาเดียวกะเรา)
๔.เรือพวกที่วิ่งเข้าวิ่งกันเป็นเดือนๆ
คลองนี้ประหยัดเวลาได้หนึ่งวัน
แต่หนึ่งวันในหลายเดือนหนะ มันนิดเดียว
ไม่เหมือน ประหยัดเวลาแบบ คลองสุเอซ หรือปานามา
ลองดูแผนที่"โลก" สิครับ อย่าดูแค่แผนที่ภูมิภาค South East Asia
ประหยัดเวลาหนึ่งวัน แต่ต้องเสียเงินค่าผ่านเท่าไรก็ไม่รู้(ไม่รู้คุ้มป่าว)
แถมเรือยังมีโอกาสเสี่ยงเสียหายที่ต้องมาวิ่งในทางแคบๆ
๕. วิ่งผ่านสิงคโปร์หนะฟรีนะครับ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ
มีทุ่นบอกทาง มีประภาคาร และฟรี ไม่เสียเงิน
สมมติว่า
ถ้าเราลงทุนทำทางด่วน หวังเก็บค่าทางด่วนเป็นรายได้หลัก
แต่ดันมีทางวิ่ง ข้างๆรถไม่ติดเท่าไร ช้ากว่ากันนิดเดียวเช่น
ระยะ หนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าจ่ายเงินค่าทางด่วนแล้วประหยัดเวลาไปหนึ่งนาที
คิดว่าลูกค้าจะวิ่งทางด่วนเสียเงินหรือครับ
(เทียบระยะทาง หกสิบวัน ประหยัดหนึ่งวัน)
ผมเคยขับรถจากไทยไปสิงคโปร์
เสียเงินค่าทางด่วนในมาเลตลอดทาง
แต่พอถึงสิงคโปร์ เซอร์ไพรซ์ครับ
ทางด่วนยกระดับอย่างดี ไม่มีรถติด วิ่งฟรีไม่เสียเงิน
แต่วิ่งเข้าถนนรถติดอย่าง ออชาดเสียเงินค่าเข้าCBD
(อันนี้เล่าให้ฟังเฉยๆครับไม่เกี่ยว)
แค่ทางวิ่งสบายๆไม่เสียเงิน ผมคงไม่อยาก
วิ่งทางด่วนที่เร็วกว่าอย่างไม่มีนัยยะสำคัญที่เสียเงินครับ
๖เงินครับ
ถ้าจะลงเงินเยอะขนาดนั้น น่าพัฒนาเรื่องที่จำเป็นกว่าก่อน
เช่น ราง1m>>>1.4m แล้วก็รางเดียวเป็นรางคู่
รถไฟฟ้าใน กทมและปริมณฑล
พัฒนาเรื่องคมนาคมในประเทศให้สะดวกพอ
ทั้งสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
ฝากความเห็นอีกด้านไว้ด้วยนะครับ
ผมไม่ได้มีเจตนาเถียงนะครับ
แค่อยากฝากความเห็นให้ได้ครบทั้งสองด้าน
ด้านเสียมีด้านดีมี แต่ต้องชั่งน้ำหนักครับ
Hatreds never cease by hatreds. By love alone they cease.
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 9
ขอบคุณ ที่คุณ NightStalker มาให้มุมมองที่แตกต่างครับ
ภาพที่สมบูรณ์ จะต้องมองจากหลายๆ ด้านครับ :D
ภาพที่สมบูรณ์ จะต้องมองจากหลายๆ ด้านครับ :D
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
-
- Verified User
- โพสต์: 64
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 12
4-5 วันในแต่ละเที่ยว (จาก http://www.thaijaidee.com/forum/index.p ... opic=900.0)qingwen เขียน:ผมก็สงสัยอย่างที่คุณ NightStalker ว่าไว้ว่า มันจะประหยัดเวลาไปได้สักกี่มากน้อย ระยะห่างแค่นั้นเอง
ถ้าทำสำเร็จ ภาคธุรกิจจะ
- ประหยัดน้ำมัน
- ประหยัดค่าแรงงานลูกเรือ
- ประหยัดที่สำหรับเสบียง และที่กักเก็บของเสียบนเรือ ทำให้บรรทุกสินค้าได้มากขึ้น
- สินค้าส่งถึงลูกค้าเร็วขึ้น เช่น ของจากแถบตะวันออกกลางไปญี่ปุ่น จากเดิมที่ส่งได้ 3 เที่ยวจะส่งได้ 4 เที่ยวในเวลา่ที่เท่ากัน
ถ้าของจากตะวันออกกลางไปญี่ปุ่น แต่เดิมใช้เวลา 1 เดือน ถ้าขุด 3 เดือนจะส่งได้ 4 เที่ยว
จากเดิม 1 ปี 12 เที่ยว จะเป็น 1 ปี 16 เที่ยว รายได้น่าจะเพิ่มขึ้นราว 30% ต่อปี
ถ้าขุดก็เป็นผลดีด้านเศรษฐกิจ ทั้งไทย และบริษัทขนส่งสินค้า
ประหยัดทรัพยากรของโลก
แต่เป็นผลเสียต่อบางประเทศ (ไม่บอกก็น่าจะรู้ว่าเป็นประเทศไหน)
เคยได้ยินข่าวจากวงในมาว่า หลายครั้งที่รัฐบาลหยิบยกเรื่องนี้มาพูด
จะถูกซื้อตัวจากบางประเทศไม่ให้สร้าง หรือบางคนถึงขั้นถูกขู่ฆ่า
I am a programmer
- กระบี่เก้าสําเนียง
- Verified User
- โพสต์: 50
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 14
ปัญหาอยู่ที่นักการเมืองครับ แย่งชิงอํานาจสร้างข่าวโจมตีใส่กัน
แบ่งกลุ่มก๊วนหนัก ยิ่งกว่าหนังจีนอีกครั้ง
แต่ผมเห็นด้วยกับหลายๆท่านน่ะ
ที่ทําระบบรถไฟให้ดีก่อนโดยอาจจะเริ่มจากกรุงเทพแล้วค่อยๆกระจายไปตามหัวเมืองใหญ่ในภาคต่างๆจนครอบคลุมทั่วประเทศ
แต่ปัญหาอยู่ที่ข้าราชการนี่แหละ เฮ้อประเทศไทย
แบ่งกลุ่มก๊วนหนัก ยิ่งกว่าหนังจีนอีกครั้ง
แต่ผมเห็นด้วยกับหลายๆท่านน่ะ
ที่ทําระบบรถไฟให้ดีก่อนโดยอาจจะเริ่มจากกรุงเทพแล้วค่อยๆกระจายไปตามหัวเมืองใหญ่ในภาคต่างๆจนครอบคลุมทั่วประเทศ
แต่ปัญหาอยู่ที่ข้าราชการนี่แหละ เฮ้อประเทศไทย
-
- Verified User
- โพสต์: 37
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 15
ผมได้เข้าไปอ่านข้อดี จากลิงค์ของคุณGaiz
ผมเห็นด้วยกับข้อดีหลายๆข้อหนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กระตุ้นเศรษฐกิจ
ทั้งภาคเอกชน การก่อสร้าง อุตสาหกรรม
ความปลอดภัยจากโจรสลัดที่ทางผ่าน
ช่องแคบมะละกา(มีมาเป็นพันปี ก็ยังไม่สูญพันธ์)
และก็ผมอยากให้มอง คลองกระเป็นบริษัทหนึ่ง
ที่ต้อง"ลงทุน" แล้วต้องมีผลตอบแทน
และมีบริษัทคู่แข่ง ชื่อช่องแคบมะละกา
ที่"ไม่ต้องลงทุน" แต่มีทำเลเป็นต้นทุนฟรี
ดู RoE RoA (ถ้าต้องลงทุนมากค่า RoAอาจต่ำมาก)
ตรง Return นี่อาจคิดเป็นตัวเลขยากหน่อย
แล้วเปรียบเทียบกับ โครงการอื่นๆ
ที่น่าจะจำเป็นสำหรับปัจจุบันก่อนเช่น รถไฟรางคู่
และรถไฟราง 1.4m
หรือ โครงการรถไฟฟ้าในกทมและปริมณทล
ท้ายที่สุด ถ้าเราไล่"ลงทุน" ตามpriority
แล้ว สุดท้าย
ถ้าปัญหาทางภาคใต้นิ่งพอ
และ คิดว่า ลงทุนเมกะโปรเจกอื่นๆแล้ว คุ้มสู้โครงการนี้ไม่ได้
เมื่อวันนั้นมาถึง โครงการนี้ก็พอจะเป็นไปได้บ้าง(ทางการเงิน)
กลับมาที่เรื่องระยะทาง(มองในแง่เราไม่ใช่เจ้าของคลอง แต่เป็นนักเดินเรือ)
ลองกลับมาดูระยะทางจาก ท่าเรือที่ดูไบ(UAE) ไป ท่าเรือที่โตเกียว
(หมุนลูกโลกดูในกูเกิลเอิธ จะมี measure tool อยู่ครับ
แล้วลองเทียบ ระยะร่นคลองอื่นๆในโลกเช่น ปานามาและสุเอซ)
ระยะทางไม่ได้ประหยัดถึง 30% นะครับ
แล้วเรื่องเวลา ก็ยิ่งห่างไกลจาก 30%
เพราะว่า เรือไม่สามารถวิ่งที่ Cruise speed ได้ระหว่างอยู่ในคลอง
แต่ผมเห็นด้วยเรื่อง ประหยัดเวลา คือประหยัดค่าอาหาร ค่าแรงครับ
เรื่องประโยชน์ผมเห็นด้วยว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล
แต่ เราไม่ได้มาแบบฟรีๆนะครับ
ต้อง"ลงทุน " ดังนั้นจึงต้อง ดูเรื่องผลประโยชน์ว่าคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่
ผมเห็นด้วยกับข้อดีหลายๆข้อหนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กระตุ้นเศรษฐกิจ
ทั้งภาคเอกชน การก่อสร้าง อุตสาหกรรม
ความปลอดภัยจากโจรสลัดที่ทางผ่าน
ช่องแคบมะละกา(มีมาเป็นพันปี ก็ยังไม่สูญพันธ์)
และก็ผมอยากให้มอง คลองกระเป็นบริษัทหนึ่ง
ที่ต้อง"ลงทุน" แล้วต้องมีผลตอบแทน
และมีบริษัทคู่แข่ง ชื่อช่องแคบมะละกา
ที่"ไม่ต้องลงทุน" แต่มีทำเลเป็นต้นทุนฟรี
ดู RoE RoA (ถ้าต้องลงทุนมากค่า RoAอาจต่ำมาก)
ตรง Return นี่อาจคิดเป็นตัวเลขยากหน่อย
แล้วเปรียบเทียบกับ โครงการอื่นๆ
ที่น่าจะจำเป็นสำหรับปัจจุบันก่อนเช่น รถไฟรางคู่
และรถไฟราง 1.4m
หรือ โครงการรถไฟฟ้าในกทมและปริมณทล
ท้ายที่สุด ถ้าเราไล่"ลงทุน" ตามpriority
แล้ว สุดท้าย
ถ้าปัญหาทางภาคใต้นิ่งพอ
และ คิดว่า ลงทุนเมกะโปรเจกอื่นๆแล้ว คุ้มสู้โครงการนี้ไม่ได้
เมื่อวันนั้นมาถึง โครงการนี้ก็พอจะเป็นไปได้บ้าง(ทางการเงิน)
กลับมาที่เรื่องระยะทาง(มองในแง่เราไม่ใช่เจ้าของคลอง แต่เป็นนักเดินเรือ)
ลองกลับมาดูระยะทางจาก ท่าเรือที่ดูไบ(UAE) ไป ท่าเรือที่โตเกียว
(หมุนลูกโลกดูในกูเกิลเอิธ จะมี measure tool อยู่ครับ
แล้วลองเทียบ ระยะร่นคลองอื่นๆในโลกเช่น ปานามาและสุเอซ)
ระยะทางไม่ได้ประหยัดถึง 30% นะครับ
แล้วเรื่องเวลา ก็ยิ่งห่างไกลจาก 30%
เพราะว่า เรือไม่สามารถวิ่งที่ Cruise speed ได้ระหว่างอยู่ในคลอง
แต่ผมเห็นด้วยเรื่อง ประหยัดเวลา คือประหยัดค่าอาหาร ค่าแรงครับ
เรื่องประโยชน์ผมเห็นด้วยว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล
แต่ เราไม่ได้มาแบบฟรีๆนะครับ
ต้อง"ลงทุน " ดังนั้นจึงต้อง ดูเรื่องผลประโยชน์ว่าคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่
Hatreds never cease by hatreds. By love alone they cease.
- py106
- Verified User
- โพสต์: 296
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 16
ผมว่าถ้าจะทำน่าจะต้องพิจารณาเรื่อง "ดินแดน" ให้ดีครับ
ไม่ใช่ไม่เชียร์...เชียร์...แต่ไม่อยากให้คนไทยเราทำอะไรช้าๆ แล้วยังชุ่ยๆ รอล้อมคอกอีก... ทำอย่างไรให้ยังมีความเป็นไทยทั้งสองฝั่งคลอง???
ส่วนตัวผมว่าต้องพิจารณาด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมชั้นสูงเป็นหลัก...
เรื่องการทำอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่สุดลอดใต้คลองเป็นไปได้ในทางวิศวกรรม แม้จะไม่คุ้มแต่ก็ต้องทำเนื่องจากมีผลต่อเรื่อง "ดินแดน" ทำทางเชื่อมสองฝั่งคลองให้มากที่สุด... ให้คนรู้สึกว่า... มันก็แค่ 2 ฝั่งคลอง...
ไม่ว่าจะเป็นทางเรือ ทางรถ ทางรถไฟ ถ้าทำให้หมด ทำให้เยอะๆ จะช่วยได้ไหมไม่รู้นะครับ...
อีกอย่างต้องพยายาม PR ให้มันเป็น landmark ให้มันเป็นสิ่งปลูกสร้าง (พอเสร็จแล้วน่าจะคล้ายสิ่งปลูกสร้างมากกว่านะครับ...เช่นคลองปานามา) ที่รัฐบาลทุ่มเทให้ชาวใต้... นำความเจริญมาสู้ชาวใต้... ถ้าทำได้ยังงี้คนไทยจะแตกแยกกันไหมครับ
ส่วนเรื่องประเทศ ส. ที่ทั้งข่มทั้งขู่นั้น...น่าจะจริงครับ...
ไม่ใช่ไม่เชียร์...เชียร์...แต่ไม่อยากให้คนไทยเราทำอะไรช้าๆ แล้วยังชุ่ยๆ รอล้อมคอกอีก... ทำอย่างไรให้ยังมีความเป็นไทยทั้งสองฝั่งคลอง???
ส่วนตัวผมว่าต้องพิจารณาด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมชั้นสูงเป็นหลัก...
เรื่องการทำอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่สุดลอดใต้คลองเป็นไปได้ในทางวิศวกรรม แม้จะไม่คุ้มแต่ก็ต้องทำเนื่องจากมีผลต่อเรื่อง "ดินแดน" ทำทางเชื่อมสองฝั่งคลองให้มากที่สุด... ให้คนรู้สึกว่า... มันก็แค่ 2 ฝั่งคลอง...
ไม่ว่าจะเป็นทางเรือ ทางรถ ทางรถไฟ ถ้าทำให้หมด ทำให้เยอะๆ จะช่วยได้ไหมไม่รู้นะครับ...
อีกอย่างต้องพยายาม PR ให้มันเป็น landmark ให้มันเป็นสิ่งปลูกสร้าง (พอเสร็จแล้วน่าจะคล้ายสิ่งปลูกสร้างมากกว่านะครับ...เช่นคลองปานามา) ที่รัฐบาลทุ่มเทให้ชาวใต้... นำความเจริญมาสู้ชาวใต้... ถ้าทำได้ยังงี้คนไทยจะแตกแยกกันไหมครับ

ส่วนเรื่องประเทศ ส. ที่ทั้งข่มทั้งขู่นั้น...น่าจะจริงครับ...
- jody4003
- Verified User
- โพสต์: 372
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 17
นอกเรื่องหน่อย
อ่านประวัติแล้วมีนักลงทุนต่างชาตินับไม่ถ้วนเลยที่เข้ามาขอทำfeasibilityเรื่องนี้ เหอะๆ อ่านแล้ว เข้าจั้ยเข้าใจ บวก สงสาร (เพราะผมเองก็ต้องทำงานแบบนี้เหมือนกัน) ว่าใครคิดจะทำธุรกิจกับข้าราชการไทยแล้ว เสียมวย+เสียเวลา+เสียเงินเปล่าๆมาแล้วนักต่อนัก
คนพวกนี้ เอาแน่เอานอนไม่ได้เลยจริงๆครับ ในสายตาต่างชาติแล้ว คนไทยคงไม่มี credit เอาซะเลย
อ่านประวัติแล้วมีนักลงทุนต่างชาตินับไม่ถ้วนเลยที่เข้ามาขอทำfeasibilityเรื่องนี้ เหอะๆ อ่านแล้ว เข้าจั้ยเข้าใจ บวก สงสาร (เพราะผมเองก็ต้องทำงานแบบนี้เหมือนกัน) ว่าใครคิดจะทำธุรกิจกับข้าราชการไทยแล้ว เสียมวย+เสียเวลา+เสียเงินเปล่าๆมาแล้วนักต่อนัก
คนพวกนี้ เอาแน่เอานอนไม่ได้เลยจริงๆครับ ในสายตาต่างชาติแล้ว คนไทยคงไม่มี credit เอาซะเลย
- py106
- Verified User
- โพสต์: 296
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 18
ครับ...เห็นมาเองกะตา...jody4003 เขียน: เสียมวย+เสียเวลา+เสียเงินเปล่าๆ
แบบว่ามีองค์กรหนึ่งจ้างที่ปรึกษาฝรั่งด้วยต้องการให้มาช่วยกำกับการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ตนผลิตให้มีมาตรฐานตามสากล และสามารถส่งไปขายได้ทั่วโลกตามนโยบายรัฐบาลนะครับ...
แต่พอเอาเข้าจริง...กลับไม่ฟังสิ่งที่ที่ปรึกษานั้นแนะนำ...
สรุป...ก็ไม่ผ่านสิครับ... :?
พอดีฝรั่งรู้จักกะรุ่นพี่ผม...เลยไปได้ยินฝรั่งบ่นมา... :lol:
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
อยากให้ขุด คลองกระ เชื่อมอันดามัน กับ อ่าวไทย
โพสต์ที่ 20
เรียน คุณ ปุย
เขาคิดมา แต่ สมัย สมเด็จพระนารายณ์แล้วครับ
นานกว่านั้น อีก ครับ
เขาคิดมา แต่ สมัย สมเด็จพระนารายณ์แล้วครับ
นานกว่านั้น อีก ครับ
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com