
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย
ผู้เขียนคือป้ายิ้ม มีตัวตนจริงเสียงจริงที่แม่ลูกสาม มีโอกาสทำงานด้วย และนับถือในน้ำใจ
ป้ายิ้มส่งเรื่องนี้มาให้เพียงเพื่อแบ่งปันความรู้สึก แม่ลูกสามเลยอย่ากแบ่งให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้องใน VI อ่านกันบ้าง แต่เนื่องจากอาจจะยาวไปหน่อย
ทั้งหมดมี 6 ตอน เลยคิดว่าจะทยอยลงให้จบค่ะ
background ก่อนอ่านเนื้อเรื้อง
ward = หอผู้ป่วย
กินยา = ยาต้านไวรัสเอดส์ ต้องกินต่อเนื่องให้ถูกต้อง ตรงเวลา ตลอดชีวิตเพื่อผลการรักษาที่ดี ไม่เกิดเชื้อดื้อยา
โรคเอดส์ เกิดจากเชื้อไวรัส เอชไอวี ติดต่อกันได้ 3 ทาง
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยกับคนที่มีเชื้อ
- ทางเลือด โดยการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ เช่น ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด
- จากแม่สู่ลูก ในกรณีที่แม่ตั้งครรภ์ ลูกอาจรับเชื้อจากแม่ได้ 30% ถ้าแม่ไม่กินยาต้านไวรัส :oops:
เรื่องของจุ้น
และแล้วเวลานั้น ก็มาถึง
25 มิถุนายน 2550 เวลา8.15 น.
ป้าเหรอ.......โทรจาก ward นะ........................
ตอนที่ 1 เด็กจากดอย
จุ้น เด็กชาวเขาตัวผอมเล็ก ความสูงและน้ำหนักน้อยกว่ากว่าปกติ อายุ10 ขวบ แต่ดูเหมือน8 ขวบเท่านั้นแต่ก็เป็นที่รักและเอ็นดูของชาวโรงพยาบาลเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล ,ยาม,คนทำความสะอาด, คนขายของ,เจ้าหน้าที่ร้านค้า อาจจะเป็นเพราะความฉลาด,ซื่อ,เจียมตัว, ไม่ดูดาย และที่สำคัญที่สุดคือความกตัญญู
จุ้น อยู่กับพ่อ 2 คน บนดอย มีเพิงเล็กๆเป็นที่อาศัย ชาวเขาเล่าให้ฟังว่า พ่อไม่มีงานทำ เพราะป่วยตลอด ไม่มีญาติพี่น้อง ที่อยู่กันได้ อาศัยเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือ ทุกเดือนเจ้าของร้านซักผ้าจะให้ลูกน้องเอาข้าวสาร ,แฟบ,มาม่า ของกินหลายอย่างไปให้ ดิฉันได้เจอกับคนใจดีเหล่านี้ ที่มาเยี่ยมจุ้น ไม่น่าเชื่อว่าเด็กตัวเล็กคนนี้ จะมีคนมาเยี่ยมตลอด แววตาคนเหล่านี้มีแต่ความสงสาร ,เสียใจในชะตากรรมของจุ้น ซึ่งแม่ตายไปตั้งแต่จุ้นอายุ4ปี พ่ออายุ40 กว่าแต่ดูแล้วน่าจะเป็นตา หรือปู่มากกว่า แรกๆพ่อยังทำงานได้ เป็นคนรับจ้าง ได้วันละ100 กว่า บาท แต่หลังจากที่เจ็บป่วยต้องนอนรพ. งานการก็ไม่ได้ทำ
จุ้น มารับยาที่รพ.ได้ประมาณ 1 ปี แต่สื่อสารกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง โดยเฉพาะพ่อซึ่งพูดไทยไม่ค่อยได้ ต้องให้จุ้นเป็นล่าม ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจุ้นจะเข้าใจในเรื่องที่เราเน้นเรื่องการกินยาหรือไม่ ดังนั้น เป็นการยากที่จะให้เด็กคนนี้มีวินัยในการกินยา ระยะหลังยาจะเหลือกลับมาเยอะจนทีมเยี่ยมบ้านพบว่า จุ้นกินบ้าง,ไม่กินบ้าง
เมื่อคราวที่พ่อไม่สบายหนัก จุ้นพาพ่อมาหาพวกเราที่คลินิกเด็ก ซึ่งก็บอกให้ไปที่คลินิกผู้ใหญ่ จุ้นจะเป็นผู้ปกครองของพ่อ พาพ่อไปหาหมอ ไปรับยา และเมื่อต้องผ่าตัดนอนรพ.เป็นเดือน ๆ ก็จะมีจุ้นนี่แหละที่คอยดูแลโดยจะนอนบนพื้น ข้างๆเตียง บางครั้งก็หลุดไปอยู่ใต้เตียง ช่วงนี้จุ้นจะมาหาพวกเราตลอด บางครั้งบอกว่าหิวข้าว,ยังไม่ได้กินอะไรเลย, พวกเราก็จะให้จุ้นร่วมวงเสมอ ช่วงที่อากาศหนาว เคยให้พาไปดูที่ๆจุ้นนอน ก็คือนอนที่ระเบียงบ้าง,นอนบนพื้นบ้าง ,โซฟาบ้าง เลยต้องซื้อเสื่อให้จุ้นปูนอน พร้อมกับให้ผ้าห่มผืนหนึ่ง ระยะหลังจุ้นมาบอกว่าหมอไม่ให้นอนข้างๆพ่อแล้ว เพราะกลัวติดโรค จุ้นเลยต้องย้ายไปนอนบนเก้าอี้ยาวนอกวอร์ด
ช่วงที่อยู่รพ.ดูแลพ่อเป็นเดือนๆ จุ้นไม่ได้กินยาเลย ซึ่งพวกเราก็เข้าใจดีว่ามันก็คงต้องเป็นอย่างนี้ ได้แต่เป็นห่วง อยากให้เด็กคนนี้สุขภาพดี ,ร่างกายแข็งแรงตลอดไป ซึ่งผล ภูมิต้านทานครั้งสุดท้าย มีแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เอง เคยบอกจุ้นว่า ถ้าไม่ดูแลตัวเองดีๆ จุ้นเป็นอะไรไป ใครจะดูแลพ่อ จุ้นยิ้มหวาน เบ่งกล้ามให้ดู
เมื่ออยู่ว่างๆ จุ้นก็จะเดินเล่นทั่วโรงพยาบาล พร้อมกับไปนั่งที่ร้านค้าสวัสดิการบ่อยๆ ซึ่งพี่ๆทั้งหลายก็ให้ความเมตตา รักและเอ็นดู จนในที่สุดกลายเป็นลูกน้องมือหนึ่ง ช่วยหยิบของใส่ถุงให้ และที่น่าทึ่งก็คือ จะจำราคาสินค้าได้เยอะมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งจุ้นบอกว่า พ่ออยากกินแอบเปิ้ล แต่ไม่มีตังซื้อ ดิฉันให้จุ้น 200 บาทพร้อมกับย้ำให้ประหยัดเก็บเงินให้ดีๆ จะได้ซื้อของให้พ่อกินได้มากๆ แต่วันรุ่งขี้น ก็ได้รับรายงานว่า จุ้นเอาตังค์ไปซื้อวิทยุเครื่องเล็กๆ ( เท่าฝ่ามือจุ้น) เมื่อถามว่าทำไมซื้อวิทยุ คำสารภาพคือ เหงา! โดยเฉพาะตอนกลางคืน ไม่มีใครคุยหรือเล่นด้วย ! ที่สำคัญคือจุ้นเดินไปที่ตลาด ซึ่งอยู่ห่างจากรพ. ประมาณ 1 กม. รถราก็เยอะมาก ไม่หลงทางด้วย ถามว่าซื้อวิทยุเท่าไร จุ้นบอกด้วยความภูมิใจว่า 50 บาท คนขายบอก 90 ต่อได้ 50 บาท
ตอนที่2 เด็กชวนป๋วยปี่แป่กอ
คลีนิคเรามีวัน พฤหัสและศุกร์ ในฐานะที่เคยใช้บริการ จุ้นจะมาช่วย งานบ้างเท่าที่ทำได้ (ความจริงแล้วมาทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง เพราะไม่รู้จะไปเล่นที่ไหน)บางครั้งก็วุ่นวาย จนต้องไล่ให้ไปที่อื่น บางครั้งก็ให้ไปส่งเลือดที่ห้องแลบฯ มีอยู่หนึ่งวัน เราไปด้วยกัน จะมีแต่คนทักจุ้นตลอด และเอาเงินให้ 20 บาทบ้าง,40 บาทบ้าง บางคนก็ให้ขนม อดสงสัยไม่ได้ต้องถามคนที่ให้ของว่า รู้จักจุ้นได้ยังไง เขาบอกว่าเมื่อตอนที่เฝ้าไข้ญาติ ห้องเดียวกับที่พ่อจุ้นนอนป่วยอยู่ เห็นจุ้นเป็นเด็กคนเดียวที่เฝ้าไข้พ่อ และดูแลเป็นอย่างดีด้วย จนเอ็นดูและสงสาร ชมว่าจุ้นเป็นเด็กกตัญญูและน่ารักมาก เลยแซวจุ้นว่า ตอนเล็กๆพ่อคงเลี้ยงด้วยยา ( แก้ไอตราลูกกตัญญู ) ชวนป๋วยปี่แป่กอ แน่ๆ
มีอยู่ 2-3 ครั้งที่พ่อได้กลับบ้าน ซึ่งจะเป็นภาระที่หนักสำหรับจุ้นเพราะจะได้ของฝากจากพี่ๆทั้งหลาย เคยเห็นพี่ใจดีเหล่านี้ เช่นพี่ ไก่,พี่โอ๋ช่วยกันขน นมกล่อง .มาม่า ,ขนมปัง,ขนมกรุบกรอบ ใส่ถุงดำ จนจุ้นต้องลากกลับบ้าน และเมื่อพาพ่อมาตามนัด จุ้นก็จะมีหน่อไม้.ผัก,กล้วยไม้ มาฝากพี่ๆเหล่านี้ โดยเฉพาะ พี่โอ๋ ซึ่งรักจุ้นเป็นพิเศษ พาไปอาบน้ำ ,ตัดผม ,ตัดเล็บ ,สระหัว,ซื้อข้าวมันไก่ให้ บ่อยครั้ง และหลายครั้งที่มีคนพาจุ้นไปนอนที่บ้าน เพราะสงสารที่ไม่มีที่นอน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่จุ้นไปร้านตัดผมเอง กลับมาพร้อมกับสภาพที่ใครเห็นต้องอุทานว่า ทรงอะไรวะเนื่องจากตัดสั้นหมดเกือบทั้งหัวยกเว้นบริเวณท้ายทอย ที่ดำเป็นปื้น! ซึ่งจุ้นบอกว่าเด็กๆชาวเขาต้องตัดทรงนี้ จะโชคดี และหลายครั้งที่จุ้นจะตอบแทน,ขอบคุณพี่ๆโดยเขียนเลข 3 ตัวให้ แต่ก็รู้ว่า จุ้นเขียนเลขให้คนอื่นและเป็นเลขที่ไม่เหมือนกันด้วย ผลการออกเลขปรากฏว่า......................ถูก........................................................................................................กินเรียบ!
:lol: โปรดติดตามตอนต่อไป! >>> อาจจะเป็นพรุ่งนี้ ถ้ากลับมาจากอุบล เร็ว
