เรื่อง(จริง)ของจุ้น --

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
mom of 3
Verified User
โพสต์: 10
ผู้ติดตาม: 0

เรื่อง(จริง)ของจุ้น --

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ฝากมาให้อ่านอีกมุมเล็ก ๆ ในโลก ที่คาดว่าชาว VI คงไม่ค่อยมีโอกาสเห็น :shock:
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย
ผู้เขียนคือป้ายิ้ม มีตัวตนจริงเสียงจริงที่แม่ลูกสาม มีโอกาสทำงานด้วย และนับถือในน้ำใจ
ป้ายิ้มส่งเรื่องนี้มาให้เพียงเพื่อแบ่งปันความรู้สึก แม่ลูกสามเลยอย่ากแบ่งให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้องใน VI อ่านกันบ้าง แต่เนื่องจากอาจจะยาวไปหน่อย
ทั้งหมดมี 6 ตอน เลยคิดว่าจะทยอยลงให้จบค่ะ  


background ก่อนอ่านเนื้อเรื้อง
ward = หอผู้ป่วย
กินยา = ยาต้านไวรัสเอดส์ ต้องกินต่อเนื่องให้ถูกต้อง ตรงเวลา ตลอดชีวิตเพื่อผลการรักษาที่ดี ไม่เกิดเชื้อดื้อยา

โรคเอดส์ เกิดจากเชื้อไวรัส เอชไอวี ติดต่อกันได้ 3 ทาง
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยกับคนที่มีเชื้อ
- ทางเลือด โดยการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ เช่น ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด
- จากแม่สู่ลูก ในกรณีที่แม่ตั้งครรภ์ ลูกอาจรับเชื้อจากแม่ได้ 30% ถ้าแม่ไม่กินยาต้านไวรัส
 :oops:

เรื่องของจุ้น
        และแล้วเวลานั้น  ก็มาถึง
         25 มิถุนายน  2550   เวลา8.15  น.
      ป้าเหรอ.......โทรจาก ward   นะ........................

  ตอนที่ 1    เด็กจากดอย
     จุ้น เด็กชาวเขาตัวผอมเล็ก ความสูงและน้ำหนักน้อยกว่ากว่าปกติ อายุ10 ขวบ แต่ดูเหมือน8  ขวบเท่านั้นแต่ก็เป็นที่รักและเอ็นดูของชาวโรงพยาบาลเป็นพิเศษ   ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล ,ยาม,คนทำความสะอาด,                                                                                                                             คนขายของ,เจ้าหน้าที่ร้านค้า  อาจจะเป็นเพราะความฉลาด,ซื่อ,เจียมตัว, ไม่ดูดาย และที่สำคัญที่สุดคือความกตัญญู
จุ้น  อยู่กับพ่อ 2 คน บนดอย  มีเพิงเล็กๆเป็นที่อาศัย  ชาวเขาเล่าให้ฟังว่า  พ่อไม่มีงานทำ  เพราะป่วยตลอด   ไม่มีญาติพี่น้อง   ที่อยู่กันได้ อาศัยเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือ   ทุกเดือนเจ้าของร้านซักผ้าจะให้ลูกน้องเอาข้าวสาร ,แฟบ,มาม่า ของกินหลายอย่างไปให้  ดิฉันได้เจอกับคนใจดีเหล่านี้  ที่มาเยี่ยมจุ้น  ไม่น่าเชื่อว่าเด็กตัวเล็กคนนี้ จะมีคนมาเยี่ยมตลอด  แววตาคนเหล่านี้มีแต่ความสงสาร ,เสียใจในชะตากรรมของจุ้น ซึ่งแม่ตายไปตั้งแต่จุ้นอายุ4ปี  พ่ออายุ40 กว่าแต่ดูแล้วน่าจะเป็นตา หรือปู่มากกว่า  แรกๆพ่อยังทำงานได้  เป็นคนรับจ้าง ได้วันละ100 กว่า บาท แต่หลังจากที่เจ็บป่วยต้องนอนรพ. งานการก็ไม่ได้ทำ
 จุ้น  มารับยาที่รพ.ได้ประมาณ 1 ปี แต่สื่อสารกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง โดยเฉพาะพ่อซึ่งพูดไทยไม่ค่อยได้ ต้องให้จุ้นเป็นล่าม ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจุ้นจะเข้าใจในเรื่องที่เราเน้นเรื่องการกินยาหรือไม่ ดังนั้น  เป็นการยากที่จะให้เด็กคนนี้มีวินัยในการกินยา  ระยะหลังยาจะเหลือกลับมาเยอะจนทีมเยี่ยมบ้านพบว่า จุ้นกินบ้าง,ไม่กินบ้าง
เมื่อคราวที่พ่อไม่สบายหนัก   จุ้นพาพ่อมาหาพวกเราที่คลินิกเด็ก ซึ่งก็บอกให้ไปที่คลินิกผู้ใหญ่ จุ้นจะเป็นผู้ปกครองของพ่อ พาพ่อไปหาหมอ ไปรับยา และเมื่อต้องผ่าตัดนอนรพ.เป็นเดือน ๆ ก็จะมีจุ้นนี่แหละที่คอยดูแลโดยจะนอนบนพื้น ข้างๆเตียง บางครั้งก็หลุดไปอยู่ใต้เตียง   ช่วงนี้จุ้นจะมาหาพวกเราตลอด  บางครั้งบอกว่าหิวข้าว,ยังไม่ได้กินอะไรเลย,  พวกเราก็จะให้จุ้นร่วมวงเสมอ  ช่วงที่อากาศหนาว เคยให้พาไปดูที่ๆจุ้นนอน ก็คือนอนที่ระเบียงบ้าง,นอนบนพื้นบ้าง ,โซฟาบ้าง เลยต้องซื้อเสื่อให้จุ้นปูนอน พร้อมกับให้ผ้าห่มผืนหนึ่ง    ระยะหลังจุ้นมาบอกว่าหมอไม่ให้นอนข้างๆพ่อแล้ว  เพราะกลัวติดโรค จุ้นเลยต้องย้ายไปนอนบนเก้าอี้ยาวนอกวอร์ด
ช่วงที่อยู่รพ.ดูแลพ่อเป็นเดือนๆ จุ้นไม่ได้กินยาเลย ซึ่งพวกเราก็เข้าใจดีว่ามันก็คงต้องเป็นอย่างนี้  ได้แต่เป็นห่วง  อยากให้เด็กคนนี้สุขภาพดี ,ร่างกายแข็งแรงตลอดไป  ซึ่งผล ภูมิต้านทานครั้งสุดท้าย มีแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เอง  เคยบอกจุ้นว่า ถ้าไม่ดูแลตัวเองดีๆ จุ้นเป็นอะไรไป  ใครจะดูแลพ่อ  จุ้นยิ้มหวาน เบ่งกล้ามให้ดู
  เมื่ออยู่ว่างๆ จุ้นก็จะเดินเล่นทั่วโรงพยาบาล  พร้อมกับไปนั่งที่ร้านค้าสวัสดิการบ่อยๆ  ซึ่งพี่ๆทั้งหลายก็ให้ความเมตตา รักและเอ็นดู  จนในที่สุดกลายเป็นลูกน้องมือหนึ่ง ช่วยหยิบของใส่ถุงให้ และที่น่าทึ่งก็คือ จะจำราคาสินค้าได้เยอะมาก   มีอยู่ครั้งหนึ่งจุ้นบอกว่า พ่ออยากกินแอบเปิ้ล  แต่ไม่มีตังซื้อ  ดิฉันให้จุ้น 200 บาทพร้อมกับย้ำให้ประหยัดเก็บเงินให้ดีๆ จะได้ซื้อของให้พ่อกินได้มากๆ  แต่วันรุ่งขี้น ก็ได้รับรายงานว่า จุ้นเอาตังค์ไปซื้อวิทยุเครื่องเล็กๆ ( เท่าฝ่ามือจุ้น) เมื่อถามว่าทำไมซื้อวิทยุ  คำสารภาพคือ  เหงา!  โดยเฉพาะตอนกลางคืน ไม่มีใครคุยหรือเล่นด้วย ! ที่สำคัญคือจุ้นเดินไปที่ตลาด ซึ่งอยู่ห่างจากรพ. ประมาณ 1 กม. รถราก็เยอะมาก ไม่หลงทางด้วย  ถามว่าซื้อวิทยุเท่าไร  จุ้นบอกด้วยความภูมิใจว่า 50 บาท คนขายบอก 90 ต่อได้ 50 บาท

ตอนที่2     เด็กชวนป๋วยปี่แป่กอ                                                        

           คลีนิคเรามีวัน พฤหัสและศุกร์  ในฐานะที่เคยใช้บริการ  จุ้นจะมาช่วย งานบ้างเท่าที่ทำได้ (ความจริงแล้วมาทุกวัน  วันละหลายๆ ครั้ง เพราะไม่รู้จะไปเล่นที่ไหน)บางครั้งก็วุ่นวาย  จนต้องไล่ให้ไปที่อื่น  บางครั้งก็ให้ไปส่งเลือดที่ห้องแลบฯ   มีอยู่หนึ่งวัน เราไปด้วยกัน  จะมีแต่คนทักจุ้นตลอด  และเอาเงินให้ 20 บาทบ้าง,40 บาทบ้าง บางคนก็ให้ขนม อดสงสัยไม่ได้ต้องถามคนที่ให้ของว่า รู้จักจุ้นได้ยังไง  เขาบอกว่าเมื่อตอนที่เฝ้าไข้ญาติ  ห้องเดียวกับที่พ่อจุ้นนอนป่วยอยู่  เห็นจุ้นเป็นเด็กคนเดียวที่เฝ้าไข้พ่อ  และดูแลเป็นอย่างดีด้วย จนเอ็นดูและสงสาร  ชมว่าจุ้นเป็นเด็กกตัญญูและน่ารักมาก  เลยแซวจุ้นว่า ตอนเล็กๆพ่อคงเลี้ยงด้วยยา ( แก้ไอตราลูกกตัญญู ) ชวนป๋วยปี่แป่กอ แน่ๆ
 มีอยู่ 2-3 ครั้งที่พ่อได้กลับบ้าน ซึ่งจะเป็นภาระที่หนักสำหรับจุ้นเพราะจะได้ของฝากจากพี่ๆทั้งหลาย  เคยเห็นพี่ใจดีเหล่านี้ เช่นพี่ ไก่,พี่โอ๋ช่วยกันขน  นมกล่อง .มาม่า ,ขนมปัง,ขนมกรุบกรอบ ใส่ถุงดำ จนจุ้นต้องลากกลับบ้าน และเมื่อพาพ่อมาตามนัด จุ้นก็จะมีหน่อไม้.ผัก,กล้วยไม้ มาฝากพี่ๆเหล่านี้ โดยเฉพาะ พี่โอ๋ ซึ่งรักจุ้นเป็นพิเศษ  พาไปอาบน้ำ ,ตัดผม ,ตัดเล็บ ,สระหัว,ซื้อข้าวมันไก่ให้ บ่อยครั้ง  และหลายครั้งที่มีคนพาจุ้นไปนอนที่บ้าน เพราะสงสารที่ไม่มีที่นอน  มีอยู่ครั้งหนึ่งที่จุ้นไปร้านตัดผมเอง  กลับมาพร้อมกับสภาพที่ใครเห็นต้องอุทานว่า ทรงอะไรวะเนื่องจากตัดสั้นหมดเกือบทั้งหัวยกเว้นบริเวณท้ายทอย ที่ดำเป็นปื้น! ซึ่งจุ้นบอกว่าเด็กๆชาวเขาต้องตัดทรงนี้ จะโชคดี  และหลายครั้งที่จุ้นจะตอบแทน,ขอบคุณพี่ๆโดยเขียนเลข 3 ตัวให้ แต่ก็รู้ว่า จุ้นเขียนเลขให้คนอื่นและเป็นเลขที่ไม่เหมือนกันด้วย  ผลการออกเลขปรากฏว่า......................ถูก........................................................................................................กินเรียบ!

:lol: โปรดติดตามตอนต่อไป! >>> อาจจะเป็นพรุ่งนี้ ถ้ากลับมาจากอุบล เร็ว :twisted:  :evil:
mom of 3
Verified User
โพสต์: 10
ผู้ติดตาม: 0

เรื่องจริงของจุ้น (ตอนจบ)

โพสต์ที่ 2

โพสต์

มาต่อให้จบบทสุดท้ายของจุ้น

:oops: อาจเศร้าไปหน่อย แต่เป็นชีวิตจริง ของเด็กคนหนึ่ง และอีกหลาย ๆ คนทีมีชะตาเดียวกับจุ้น

ตอนที่ 3  เด็กไอ้มดแดงอาละวาด
  หลังจากพ่อออกรพ.ครั้งล่าสุดพวกเราก็ไม่ได้เจอจุ้นกันเป็นเดือน     หลายคนคิดถึง ถามถึงเด็กคนนี้ว่าทำไมหายไปนาน  สงสัยพ่อคงตายไปแล้ว  แล้วมันจะอยู่กับใคร  จนวันเสาร์ที่ 9 มิย. พี่โอ๋โทรมาบอกว่า ป้า  มาดูลูกสมุนหน่อย  เมื่อตามไปที่รพ. ก็เห็นจุ้นนอนอยู่บนเตียง หายใจเหนื่อย หอบ ตัวเล็กลงไปอีก ใส่หน้ากากออกซิเจน มีพี่โอ๋อยู่ข้างเตียง  ถามว่ารู้จุ้นป่วยได้ยังไง คำตอบคือว่า มีพนักงานทำความสะอาด ส่งข่าวต่อๆกันว่า จุ้นมานอนรพ.  นับว่ามีเครือข่ายที่ใหญ่เหมือนกัน แซวจุ้น ว่าใส่หน้ากากไอ้มดแดง จุ้นเป็นคนไข้ที่ไม่เรื่องมาก เจียมตัว  บอกให้ทำอะไรก็ทำโดยดี พยาบาลหลายคนก็เอ็นดูแต่ระยะหลัง อาการเริ่มไม่ดีแล้ว  เพราะต้องสอดท่อลงปากเพื่อช่วยให้ปอดทำงานได้ดี ซึ่งคงทรมาน มากเพราะจุ้นทั้งดิ้น ,ทั้งถีบ อาละวาดสุดฤทธิ์  จนต้องมัดแขน ,ขา แต่จุ้นก็ยังดิ้นหลุดเตะที่แขวนน้ำเกลือล้ม กระเด็น  ,คนเตียงข้างๆ ต้องคอยเปลี่ยนผ้าให้จุ้นที่ฉี่เลอะเทอะ  และรายงานหมอแทนว่า จุ้นฉี่กี่ครั้ง เพราะพ่อไม่รู้ไปไหน ....อีกแล้ว
  มีอยู่ 2-3 วันที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเพราะยุ่งมาก  ขณะกำลังประชุมอยู่นั้น พยาบาลก้อย โทรศัพท์มา ให้ไปเยี่ยมลูกชายหน่อยเพราะแย่แล้ว  ช่วงเที่ยงจึงชวนคนชาวอาข่าที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กชนเผ่า รณรงค์เรื่องยาเสพติด,และเอดส์  ไปเยี่ยมด้วยกันหวังใจจะให้เป็นล่ามให้พ่อจุ้น  เมื่อไปถึงไม่พบพ่อ   คนข้างเตียงบอกว่าหายไปเป็นชั่วโมงแล้ว เข้าใจว่าคงเครียดแอบไปกินเหล้าแน่นอน  คุณชนเผ่าทักทายด้วยภาษามูเซอร์   จุ้นกำนิ้วเขาแน่น ไม่ยอมปล่อย  เห็นสภาพตอนนั้นแล้ว  แอบคิดในใจว่า จุ้นไปเถอะ จะได้ไม่ต้องทรมาน เพราะรู้ว่าจุ้นตัวเขียวหลายครั้งแล้ว    วันนั้น พวกเราตามหาพ่อจุ้นกันให้วุ่น  ตามไปถึงร้านขายเหล้ายาดอง  ตอนหลังก็เจอ ถูกรุมต่อว่าขนาดใหญ่ จึงรู้ว่ากลับบ้าน และมารู้ทีหลังจากเจ้าของร้านซักผ้าที่ช่วยเหลือจุ้นและพ่อ ว่า คงกลับไปทำพิธีสืบชะตาให้ลูกตามประเพณีของชาวอาข่า  ก็รู้สึกเสียใจและขอโทษที่เข้าใจพ่อจุ้นผิดๆ

ตอนที่4  เด็กข้าวย่าง !

        ทุกครั้งที่ไปเยี่ยม จุ้นจะชี้ไปที่ขวดน้ำที่วางอยู่ข้างเตียง ,อาหารที่พ่อกินเหลือพร้อมกับชี้มาที่ปากตัวเอง   ทำเอาน้ำตาคลอ เพราะรู้ว่าจุ้นกินไม่ได้แน่นอน หมอสั่งอดข้าว อดน้ำ  จนพี่โอ๋สงสาร แอบเอาสำลีไปชุบน้ำอุ่นมาเช็ดริมฝีปากให้พร้อมกับปลอบใจว่า หายแล้วจะได้กินแน่นอน  ก่อนหน้าที่จะทรุด พวกเราได้ซื้อโจ็กคัพที่จุ้นเห็นเด็กเตียงตรงข้ามกิน มาให้   พร้อมกับมีขนม นม เนย เยอะมาก จนพ่อและจุ้นกินไม่หมด แอบเก็บไว้ในตู้ข้างเตียง เมื่อรื้อค้น  ต้องเอาไปทิ้งเกือบหมดเพราะขึ้นราจนเขียวอื๋อ  เมื่อถามว่าอยากกินอะไรมากที่สุด  คำตอบที่ทำให้งง คือข้าวย่าง และสาหร่าย  พวกเราต้องมาไขปริศนากันว่าข้าวย่างคืออะไร ข้าวต้มมัด? ข้าวแต๋น? ข้าวเหนียว? ข้าวจี่?  ข้าวหลาม? ข้าวไหม้?!!    คำเฉลยคือ ข้าวเหนียวปิ้งที่ก้นแหลมๆ

      ช่วงนี้จุ้นพูดไม่ได้แล้ว  ได้แต่ส่ายหน้า หรือพยักหน้า  จึงให้จุ้นกระดิกนิ้วชี้ถ้าใช่  ,ไม่ใช่ให้กระดิก 2 นิ้ว  เราจึงสื่อสารอย่างนี้กันตลอด  บางครั้งยังไม่ทันถามอะไรเลย  ก็กระดิกนิ้วซะแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 24  มาทำงานที่รพ.ทั้งวันเพื่อเคลียร์งานและเป็นวันที่เดินขึ้นลงเพื่อเยี่ยมจุ้นตลอด( จุ้นนอนชั้น 2  ที่ทำงานอยู่ชั้นล่าง)  วันนั้นจุ้นมีไข้ พี่โอ๋ซึ่งแวบมาเยี่ยมจุ้นทั้งวันเหมือนกัน เอาปรอทมาวัดได้ 39 องศา ต้องคอยเช็ดตัวให้ตลอด   จุ้นชี้ไปที่ขวดน้ำอีกแล้ว  ทำท่าว่าขอกินน้ำหน่อย    ,ขอกินข้าวหน่อย  พี่โอ๋บอกว่า ตอนนี้ยังกินไม่ได้  ถ้าจุ้นหายแล้วจะซื้อข้าวมันไก่ให้กิน  จุ้นชอบข้าวมันไก่มากไม่ใช่หรือ   จุ้นเบะหน้า สะอื้น น้ำตาไหลทำให้พวกเราต้องแอบเช็ดน้ำตาตามๆกัน ก่อนจะกลับตอน 6 โมงเย็น  ได้ขึ้นไปหาอีกครั้ง บอกให้จุ้นสู้นะพร้อมกับชู 2 นิ้วให้    จุ้นก็ชู2 นิ้วแบบหมดแรง  
และเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าตอนเป็นๆและได้กอดด้วย

ตอนที่ 5  เด็กดีที่จากไป
         และแล้วเวลานั้น  ก็มาถึง
         25 มิถุนายน  2550   เวลา8.15  น.
      ป้าเหรอ.......โทรจาก ward   นะ..................จุ้นตายแล้วนะ  ตอนเที่ยงคืน สงสารน้องจังเลยแต่ก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป......  โทรหาโอ๋ ชวนไปดูจุ้นด้วยกันที่นิติเวช   เห็นนอนบนเตียง ตายังไม่ปิดดี   คงจะห่วงพ่อ          บอกให้จุ้นไปดีนะ ถ้าเกิดใหม่ ขอให้มีครอบครัวที่อบอุ่น และมีความสุขมากๆ
ยืนดูเจ้าหน้าที่อาบน้ำทำความสะอาดให้ และแต่งชุดนักเรียนใหม่เอี่ยม ซึ่งจุ้นยังไม่เคยได้ใส่เลย
( เพราะขาดเรียนบ่อย และคาดว่าจุ้นอาจจะไม่เคยไปโรงเรียนด้วยซ้ำ) พวกเราคุยกันว่า  ก่อนไปจุ้นคงหิวสุดๆ เพราะไม่ได้กินอะไรเลย   พี่ไก่ ,พี่โอ๋  จะทำบุญใส่บาตรด้วยขนม,ข้าวที่จุ้นชอบกิน   นึกในใจว่าอย่างน้อยพวกเราก็ทำดีที่สุดแล้วได้อ่านนิทานให้ฟัง ,ซื้อขนม,.เสื้อผ้า,กางเกง,อาหาร ,ของเล่นให้    ได้ร้องเพลง กาเหว่า  กล่อม  จุ้นพยายามฟังอย่างตั้งใจมาก  ถ้าเคยได้ดุหนู.  รำคาญหนู  ก็อโหสิกรรมให้ป้าด้วยนะ.......จุ้น

เจอพ่อจุ้นมากับเพื่อนบ้านมีรถกระบะเก่าๆโทรมๆมารับศพ นับว่ายังดีที่มีเพื่อนมาด้วย ไม่งั้นคงลำบากในการทำเรื่องรับจุ้นกลับไปทำพิธีฝัง บนดอย โดยขอโลงจากรพ. ยังเป็นห่วงกันว่ารถจะไปไหวหรือ  ช่วงที่เพื่อนไปทำเรื่องอยู่นั้น พ่อจุ้นร้องไห้ จับใจความได้ว่า ตอนนี้ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว จะอยู่อย่างไร  ลูกก็ไม่มี  สตางค์ก็ไม่มี  


ทำงานหนักก็ไม่ได้         (เพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่า  คนนี้ ทุกข์สุดๆ  บ้านก็โย้เย้ แทบไม่มีอะไรเลย เพื่อนบ้าน,ชนเผ่าต้องช่วยกันมาตลอด,มีลูกสาวอยู่คนหนึ่งเป็นพี่ของจุ้น  แต่ไปทำงานที่อื่นและไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว) เมื่อก่อนพ่อจุ้นกินเหล้าหนัก  ตั้งแต่ไม่สบาย ก็เลิกเหล้าแต่ยังทำงานหนักไม่ได้เพราะมีแผลใหญ่จากการผ่าตัดที่หลัง  ต้องมาทำความสะอาดแผลที่อนามัยบ่อยๆ     ก็ได้แต่ให้กำลังใจ บอกให้อดทนและให้เงินไปนิดหน่อย เพื่อช่วยแก้ปัญหา
เฉพาะหน้า  และขอให้โชคดี  ดูแลตัวเองให้ดี ๆ พอจะเอาศพออกจากรพ.ฝนก็ตกพรำๆ  ยามแถวนั้นเดินมาบอกว่า ไม่รู้ว่าเป็นจุ้น  จะได้ไปเยี่ยม( ก่อนหน้านั้น 2วัน เห็นพ่อจุ้นทำพิธีอะไรน่าสงสัย มี เทียน ,ธูปอยู่ด้วย  พวกเราคิดว่าคงเล่นไสยศาสตร์   เดินไป ดู เห็นกำลังเอาเทียนลนสายรองเท้าแตะคีบที่ขาดอยู่ เพื่อให้มันติดกัน ทั้งพยายามเอาเชือกฟางผูกด้วย  พนักงานทำความสะอาดที่ตามมาเยี่ยมด้วย ให้เงิน40 บาท เพื่อซื้อรองเท้าใหม่ และอีกชั่วโมงต่อมา พ่อจุ้นก็ได้ใส่รองเท้าแตะใหม่สีเขียว เดินอย่างสบายขา  )

ตอนสุดท้าย

  สุดท้ายนี้ขอให้จุ้นไปที่ดีๆนะ  อย่างน้อยที่สุดหนูก็มีพี่ ,ป้า,น้า,อา หลายคนที่รักและเมตตามาก  ไม่ได้เป็นญาติ ก็เหมือน ญาติ   เพราะความกตัญญู ,ความน่ารัก ของจุ้น และหนูจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป ( แต่ยังสงสัยอยู่ว่าแรกๆ จุ้นอาจจะยังไปไหนไม่ได้ เพราะหลายคนบอกให้จุ้นมาเข้าฝัน    ถ้าจุ้นเกิดบอกเลขเม่นๆ   คงจะไม่ได้ไปเกิดใหม่แน่  ต้องเที่ยวเข้าฝันคนโน้น คนนี้ตลอด  (ยังไงล่ะก็อย่าลืมป้าก็แล้วกัน)

                  ไก่แจ้ ตายแล้ว                     ไก่แจ้ ตายแล้ว
มันจะไม่ขันอีก                         ค้อกโค ดี     ค้อกโค  ดาย
ขอก  ขอก ขอก โค  ดี               ค้อก โค ดี    ค้อกโค  ดาย.ย  ย  ย  ย........................

  ( ของเก่า    ทำนองเพลงเดียวกับลูกกบตัว หน่อย)
                                                                                                          ป้ายิ้ม☺
           29 มิถุนายน 2550
           เวลา   24.30 น.

*** ชื่อในเรื่อง เป็นชื่อสมมุติ***
ภาพประจำตัวสมาชิก
bankniti
Verified User
โพสต์: 627
ผู้ติดตาม: 0

เรื่อง(จริง)ของจุ้น --

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ฮื่อ ฮื่อ :'O  :'O  :'O
ภาพประจำตัวสมาชิก
san
Verified User
โพสต์: 1675
ผู้ติดตาม: 0

เรื่อง(จริง)ของจุ้น --

โพสต์ที่ 4

โพสต์

โชคชะตาแล้วก็โอกาสของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยครับ

เมื่อยามวัยรุ่น  มักจะคิดว่า เด็กทุกคนเกิดมาเท่ากัน ไม่มีอะไรต่าง  เด็กใสเหมือนๆกัน

........โตขึ้นมาอีกก็พบว่า  จริงเป็นบางส่วน  ในความจริงนั้นก็ยังมีส่วนที่ต่างออกไป  เมื่อโตขึ้น   ยิ่งพบว่า ความแตกต่างที่สำคัญ คือ  โอกาส...ในหลายๆด้าน  ถ้าสังคมเรา พวกเรา   มีน้ำใจ เผื่อแผ่กันบ้าง สำหรับคนรอบข้างก็ดีนะครับ  

คนบางคนไม่เคยพอ  ไม่เผื่อแผ่คนอื่นบ้าง   บางคนก็ถีบจักรไปเรื่อยๆเหมือนหนู  .........เฮ้อ......

เกิดมาแล้วก็ตาย........  หาความสุขที่เกิดจากการให้  หรือว่า จาก ความสงบได้  ยิ่งดีใหญ่เลย  

มีกี่คนที่สามารถตัดใจทำได้ขนาดนั้น  

เยี่ยมเลยครับ
ขอบคุณ รุ่นพี่ๆ รุ่นน้องๆ ครูบา อาจารย์ ในนี้ ที่แนะนำเรื่อง วิธีการลงทุนที่ดี นะครับ
อ. โจ กับ พี่พอใจ ยังเป็นขวัญใจ เสมอครับ
วันนี้ อ. โจ ได้ลง นสพ ด้วย .....อิอิอิ
mom of 3
Verified User
โพสต์: 10
ผู้ติดตาม: 0

เรื่อง(จริง)ของจุ้น --

โพสต์ที่ 5

โพสต์

เห็นด้วยค่ะ

เด็ก ๆ ที่ต่างจังหวัด ช่างขาดแคลนไปหมด

เด็กที่กินยารักษาโรคเอดส์ต้องกินยาให้ตรงเวลา แต่เชื่อหรือไม่ว่า บ้านบนดอย บ้านเก่า ๆ ในหมู่บ้านห่างไกล จะหานาฬิกาสักเรือนก็ไม่มี ถามว่าดูเวลากินยายังไง (ส่วนมากต้องกินยาเช้าครั้ง เย็นครั้ง) ก็อาจเจอคำตอบที่คาดไม่ถึงเช่น ฟังเสียงเพลงเคารพธงชาติจากวิทยุ กินตอนรายการ(วิทยุ หรือเสียงตามสายของหมู่บ้าน)เรื่อง...มา (วิทยุก็ต้องฟังจากบ้านข้างๆ อีกต่างหาก วันไหนข้างบ้านไม่เปิด หรือไม่อยู่ ก็ไม่รู้เวลากินยาพอดี)

ถ้าการแบ่งปันมีอยู่ และได้แบ่งกันคนละนิด โลกของเด็ก ๆ เหล่านี้คงจะดีขึ้นอีกมาก เขียนไปเขียนมาชักจะดูเหมือนนางงามรักเด็กไปหรือเปล่าเนีย !

แม่ลูกสาม  :oops:
ภาพประจำตัวสมาชิก
san
Verified User
โพสต์: 1675
ผู้ติดตาม: 0

เรื่อง(จริง)ของจุ้น --

โพสต์ที่ 6

โพสต์

โค้ด: เลือกทั้งหมด

เขียนไปเขียนมาชักจะดูเหมือนนางงามรักเด็กไปหรือเปล่าเนีย ! 
อ่า......
เป้นคุณแม่ลูกสาม แล้ว นี่นา.......
ให้เด็กๆเขาสมัครเถอะครับ
อย่าไปสมัครแข่งกับเขาเชียวนา  
อิอิอิ

เดี๋ยว..........
.....
ลูกๆร้องงอแง นะครับ  อิอิอิ
ขอบคุณ รุ่นพี่ๆ รุ่นน้องๆ ครูบา อาจารย์ ในนี้ ที่แนะนำเรื่อง วิธีการลงทุนที่ดี นะครับ
อ. โจ กับ พี่พอใจ ยังเป็นขวัญใจ เสมอครับ
วันนี้ อ. โจ ได้ลง นสพ ด้วย .....อิอิอิ
mom of 3
Verified User
โพสต์: 10
ผู้ติดตาม: 0

เรื่อง(จริง)ของจุ้น --

โพสต์ที่ 7

โพสต์

นางงามน่ะ่ไม่แข่งหรอกค่ะ แต่นางงอมละไม่แน่
:P  :twisted:  :P   :evil:  :twisted:
โพสต์โพสต์