VI บ้าน ๆ

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 661

โพสต์

Nevercry.boy เขียน:
Nutth147 เขียน:ก่อนอื่น ขอขอบคุณพี่ NB สำหรับสูตรและตัวอย่างการคำนวนครับ ผมเองไม่ค่อยเก่งการคำนวนในแบบนี้ ยัง งง อยู่แต่ขอ แกะจากตัวอย่างที่ให้มาครับ ( พี่ NB ถ้าผม ลบ0ไปตัว นี้ก็แทน 10000 ได้ใช้ไหมครับ ? )
ได้เลยครับ ลองดู ถ้างงก็โพสถามไว้ครับ มีเวลาจะกลับมาตอบให้ครับ
เดี๋ยวว่างๆ ขอนั่งแกะด้วยคนค่ะ
ถ้าไม่เข้าใจ จะมาขอคำแนะนำจากคุณ NB เพิ่มด้วยนะคะ :bow:
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 662

โพสต์

“เราทำได้_ทุกคนก็ทำได้ 2” (Team Money Talk 4)
......................

ในบทความเรื่อง “เราทำได้_ทุกคนก็ทำได้” เล่าไว้ว่า “เลือก”
มีมาตรฐานการครองชีพต่ำ (บางด้าน) มาอธิบายเพิ่มค่ะ
คือ ด้านที่ “ลด_ละ_เลิก_รอ หรือ ยืดเวลา” ได้ชัดเจน เช่น
- เครื่องแต่งตัว พวกเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไม่มีมากชิ้น ใช้จนคุ้ม
- อาหารและเครื่องดื่ม ลด ละ เลิก รอ ง่ายพอๆ กับเครื่องแต่งตัว
(เลือกราคาไม่แพงมาก แต่ได้คุณค่าทางอาหารและปลอดภัยค่ะ)
- ต้นไม้ที่ปลูกเลือกไม่แพงมาก ซื้อต้นเล็กๆ (รอ) ให้มาโตที่บ้านเรา
- ที่พักเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ต้องหรูแต่ต้องปลอดภัยค่ะ ฯลฯ

.....................

หลายๆ เรื่องในชีวิต “ลด_ละ_เลิก_รอ และ ยืดเวลา” ได้จริงๆ ค่ะ

......................

แต่ในบางเรื่องที่จำเป็นก็เลือกสิ่งดีมีมาตรฐานเหมือนกันค่ะ เช่น
- สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตนเอง เช่น หนังสือ ค่าการศึกษาลูก
- ยางรถยนต์ เปลี่ยนตามระยะทาง เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย
- ตอนกู้ซื้อ และรีไฟแนนซ์บ้าน ไม่ลังเลที่จะทำประกันคุ้มครองผู้ส่งเบี้ย
- บ้านเลือกหมู่บ้านที่มีคุณภาพปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ
และมีสวนกว้างๆ เพื่อออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงได้ในระยะยาว ฯลฯ

.....................

ระหว่าง "เลือก"/"ไม่เลือก" หรือ "จำเป็น"/"ไม่จำเป็น" ควรมี "สติ" เสมอ

.....................
ถ้ามีแหล่งเงินให้หยิบได้ไม่จำกัด...เราคงไม่ต้องเลือก ไม่ต้องรอก็ได้
แต่ “ชีวิตจริง” ไม่ใช่...”การเลือก” จึงจำเป็น

จากใจของคนที่เคยทำงานเพื่อเพิ่มรายได้...เคยอดนอนเพราะรับอยู่เวรห้องพยาบาลโรงงาน
เคยรับไข่ไก่เป็นแผงมาส่งให้ร้านอาหาร เคยซื้อขนม pack ใหญ่ๆมาแบ่งขายปลีก

อยากบอกว่า ประหยัด 1 บาท เท่ากับ หาเพิ่มได้ 1 บาท นั้นจริงมาก (ในแง่มูลค่า)
แต่จริงกว่านั้น คือ การประหยัดง่ายกว่าหาเพิ่มมากๆ เลยค่ะ แต่ถ้าใครทำได้ทั้งสองอย่าง
จะตั้งหลักได้เร็วขึ้นไปอีกค่ะ...ทั้งประหยัด ทั้งหาเพิ่ม..โดยส่วนตัวทำมาทั้งสองอย่างค่ะ

.....................

ยอมข่มใจในบางเรื่อง และเห็นคุณค่าของเงินตั้งแต่ตอนที่มันเป็นของตายอยู่ในกระเป๋าเรา
ดีกว่าไปเห็นคุณค่าตอนที่จำเป็นต้องใช้แต่ไม่มีและหาหยิบหายืมใครก็ไม่ได้
อันนั้นแหละทรมานจิตใจแท้จริงค่ะ

......................

หมายเหตุ – ยกตัวอย่างประกอบเพื่อให้เข้าใจวิธีคิด...ส่วนวิธีการและ
ผลลัพทพ์ ของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะบริบทของ
เราต่างกัน...ถ้านำ “แก่นเรื่องการเลือก” ไปประยุกต์ใช้ อาจมีประโยชน์
สำหรับคนที่ตั้งใจสร้างฐานะบ้าง สู้นะ “เราทำได้...ทุกคนก็ทำได้” ค่ะ ^_*
เลือก.png
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 663

โพสต์

ขอบคุณมากครับ

เลือกอาหารนี่สำคัญครับเพราะอาหารแพง ๆ ส่วนใหญ่ ไม่มีคุณค่าทางอาหารครับ นอกจากเปลืองแล้วยังทำร้ายตัวเองอีก
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 664

โพสต์

บทสวด VI_ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
(ชวนอ่านโดย_Team Money Talk 4)

................................
1364796902-o.gif
“การลงทุนระยะยาวแบบ VI เป็นสิ่งที่ผมเลือกและเป็นสิ่งที่ผมชำนาญ”
.................

อาจารย์ท่านมีกลยุทธ์และหลักการที่สอดคล้องและเหมาะสมที่สุด
ที่ท่านยึดถือจนกลายเป็น “บทสวด VI” และท่านได้ถ่ายทอดให้แก่
นักลงทุนรุ่นหลังแบบหมดเปลือกเสมอ (ไม่มีกั๊ก) เหมือนทุกๆ บทความที่ผ่านมาค่ะ
ส่วนจะทำได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเรามีศรัทธาในการลงทุนแนว VI มากพอไหม
................

บทแรก “ความมั่งคั่งของเราขึ้นอยู่กับผลประกอบการในระยะยาวของบริษัท”
ถ้าบริษัท “รวย” เราก็ “รวย” อาจารย์ท่านย้ำมาตลอดค่ะ
...............

บทที่สอง “อย่าตัดสินใจจากสิ่งที่เราไม่รู้”....แล้วเราควรรู้อะไรแค่ไหนถึงจะเหมาะ
อาจารย์ท่านมีคำอธิบายให้ค่ะ
...............

บทที่สาม “หุ้นที่ดีเยี่ยมนั้นควรจะต้องมี “ยอดขายเพิ่มขึ้น กำไรเพิ่มขึ้น และ ปันผลเพิ่มขึ้น” ข้อนี้หลายๆท่านเริ่มจะท่องได้แล้ว แต่เข้าใจหลักการตรงตามที่อาจารย์ท่านบอกหรือไม่ ไปตรวจสอบกันค่ะ
................

แค่ท่อง “บทสวด VI“ ได้ ไม่น่าจะเพียงพอค่ะ ต้องรู้ที่มา และที่ไป เราถึงจะไปต่อได้ ดังนั้นไปอ่านฉบับเต็มได้ที่ thaivi.org เช่นเคยค่ะ อาจารย์ท่านมีบทสวดแถมให้อีกบทด้วยค่ะ
.........................
http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f ... 9#p1608389
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
janistar
Verified User
โพสต์: 39
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 665

โพสต์

อ่านแล้วสนใจมากเลยค่ะ
แต่เห็นขนาดตัวหนอนแล้วกลัวจังเลยค่ะ ตอนเปลี่ยนดิน ถ้าลูกไม่ยอมจับแม่ท่าจะแย่นะคะ
theenuch เขียน:
Nevercry.boy เขียน:เลี้ยงด้วง เริ่มยังไงครับ น่าสนใจครับ

ที่บ้านภรรยาต้นไม้เยอะและมีผักปลอดสารพิษปลูกเองด้วย

ด้วงจะไปกินหรือไม่ครับ
คุณ NB แวะดูภาพเพิ่มใน fb ก็ได้นะคะ....

https://www.facebook.com/theenuch/media ... 196&type=3

...................................

แต่กันไว้ก่อนเผื่อเข้าไม่ได้...copy ข้อความออกมาให้ด้วยค่ะ

หนอนด้วงขวัญใจเด็กๆ เลี้ยงไม่ยากค่ะ
เค้ามีอายุขัยยาวนานพอสมควร นานพอที่ลูกและตัวเราเอง
จะรู้สึกผูกพัน...เมื่อกลายเป็นตัวด้วงก็ยังเลี้ยงต่อได้
จนเค้าหมดอายุขัยไป...แต่ตอนจากกัน...จะเศร้าหน่อย
มักจะจบลงด้วยน้ำตาซึม...เราก็จะฝังไว้ในดินรอบๆ บ้าน

สามารถสั่งซื้อหนอนด้วงขวัญใจเด็กๆ ได้
วิธีการคือต้องโทรไปถามก่อน ว่าแต่ละช่วง
มีหนอนของด้วงชนิดใดอยู่บ้าง ราคาเท่าไหร่
แล้วโอนเงินตามรายละเอียดด้านล่าง
และแจ้งทาง Siam Insect Zoo
จากนั้นก็รอรับได้เลยค่ะ.....เวลาสั่งด้วง
ต้องสั่งดินมาด้วยนะคะเอาไว้เปลี่ยนให้เป็นช่วงๆ ค่ะ

.....................................

Siam Insect Zoo (SIZ) & Museum
Tel : 081 746-6776, 089 -184 - 8475, 053-860-807
(สุทธา เอกอำนวย ผู้อำนวยการ)

การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์
สาขาย่อยปาโซ่ทาวเวอร์ ถนนสีลม
บัญชีสะสมทรัพย์
ชื่อบัญชี นายพิสุทธิ์ เอกอำนวย
เลขที่บัญชี 245-2-00-2309

fb Siam insect zoo : https://www.facebook.com/siaminsectzoochiangmai
website : http://www.malaeng.com/blog/?page_id=7

................................
ด้วง.png
ที่บ้านภรรยาคุณ NB น่าจะเหมาะแก่การเลี้ยงเลยค่ะ
อาหารที่ใช้เลี้ยงได้คือผลไม้ และผักต่างๆ
(ทาง SIZ มีเจลลี่ขายด้วยสั่งซื้อมาให้สลับกันก็ได้)

เลี้ยงตั้งแต่เป็นหนอนก็ดีค่ะ เพราะเด็กๆ ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
ทุกครั้งที่โตขึ้นหนอนด้วงก็ลอกคราบค่ะ และยังมีวิธีสังเกตด้วยว่าจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย

ตอนสั่งซื้อเค้าจะใส่กล่องมาให้ ถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่พอมาอยู่กับเราซักพักต้องเปลี่ยนกล่องให้
สำหรับหอนด้วยนั้นต้องอยู่ในดินทาง SIZ มีดินที่ผสมธาตุอาหารและอบฆ่าเชื้อแล้วขาย
สั่งซื้อมาพร้อมกันได้ ถุงละ 180 บาท (พอดีเพิ่งสั่งซื้อมาค่ะ)

เวลาที่อยู่ในกล่องใสๆ เราจะมองเห็นหนอนด้วงทำโพรงรอบตัวและกลับตัวไปมา
บางวันก็มาอยู่ตื้นๆ ผิวๆ บางวันไปอยู่ก้นกล่อง...พอดินเปื้อนเราก็เปลี่ยนดินให้
ก็จะเป็นช่วงที่เอาออกมาจับได้แบบที่เห็นในรูปค่ะ...น่ารักจริงๆ

พอจะเป็นดักแด้จะขรึมๆ ขึ้นไม่ซนแล้วและตัวจะสีเข้มขึ้น
ตอนเป็นดักแด้จะเป็นสีทองรูปร่างเหมือนเอเลี่ยนเลย...อยากแนะนำให้เลี้ยงค่ะ
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 666

โพสต์

janistar เขียน:อ่านแล้วสนใจมากเลยค่ะ
แต่เห็นขนาดตัวหนอนแล้วกลัวจังเลยค่ะ ตอนเปลี่ยนดิน ถ้าลูกไม่ยอมจับแม่ท่าจะแย่นะคะ
555+...นึกภาพตามอยู่...คงน่ารักดีค่ะ ^___^

แต่ส่วนใหญ่เด็กๆ จะกล้าจับนะคะ...
แต่ถ้าคุณแม่กลัวต้องไม่แสดงออกนะคะ...เราต้องเก๊กเข้มเข้าไว้ว่าเราไม่กลัวค่ะ
ให้คุณพ่อช่วย แล้วคุณแม่เก๊กเข้มอยู่ข้างๆ (ห้ามโดดหนีเป็นอันขาดค่ะ)...แล้วลูกจะกล้าจับค่ะ ^_*
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 667

โพสต์

ทราบหรือไม่? “ขายบ้านเก่า_ซื้อบ้านใหม่” ขอภาษีคืนได้
(Team Money Talk 4)

...................

มีผู้อ่านหลายท่านมาขอบคุณว่า หลังอ่านบทความนี้ พบว่าตัวเองเข้าข่าย
จึงไปขอคืน ได้เป็นหลัก (หลาย) หมื่น..จึงนำมาให้อ่านกันอีกครั้งค่ะ
..................

วันนี้เป็นเรื่อง “ไม่ใกล้" แต่ "ไม่ไกลตัว” ขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย
จากการขายบ้านอยู่อาศัยหลังเก่า เพื่อซื้อบ้านอยู่อาศัยหลังใหม่
ซึ่งชีวิตแบบนกน้อยสร้างรังแต่พอตัว...อาจต้องใช้...save ไว้อ่าน
หรือจำไว้ก่อนก็ดีค่ะ...หากวันข้างหน้า...ครอบครัวมีลูกนกตัวน้อยเพิ่ม
แล้วต้องขยับขยายโดยการซื้อบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่ขึ้น..ได้ใช้แน่ค่ะ
(แต่เป็นทีน่าเสียดาย...ที่ส่วนใหญ่ ไม่ได้ใช้กัน...เพราะไม่ทราบ)
................

ด้วยความรอบคอบเรื่องเงิน ตอนขายบ้านจึงเขียนรายการที่ต้อง
เตรียมเงินไว้ชำระ สะดุดกับ “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ” คิดในใจ
ไม่ได้ขายเพื่อการค้าไม่น่าเสียภาษีเงินได้นะ...ค้นข้อมูลทันที
พบค่ะ..."กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้น
ภาษีเงินได้สำหรับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยแห่งเดิมและต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์
แห่งใหม่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย" รายละเอียดตาม link นี้ค่ะ

http://www.rd.go.th/publish/13685.0.html

.................

เมื่อขายบ้านได้ จึงไปขอภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้คืน (ได้ตั้ง 5.8 หมื่น!)
ทีแรก...ที่สรรพากรเขตพื้นที่ เจ้าหน้าที่ 2-3 ท่าน บอกว่าขอคืนไม่ได้
ดีที่เตรียมเอกสารไปด้วย แต่ก็ยังต้องโทรไปสรรพากรส่วนกลาง
ให้ช่วยคุย...ในที่สุด เจ้าหน้าที่เขตพื้นที่บอกว่า “ขอโทษที...เพิ่งทราบ”
(เกิดได้จาก “ระเบียบ / เจ้าหน้าที่ ‘ใหม่’ ” / “ระเบียบที่ไม่ค่อยมีผู้ใช้” )
.................

เล่าถึงตรงนี้ ทำให้นึกถึง “กาลามสูตร” สองประการ
เจ้าหน้าที่ เขาก็ยึดตาม ข้อ ๔. “อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา”
(ในที่นี้คือเอกสารที่ผู้รับบริการถือมาเอง) ส่วนตัวเราเองก็ยึดตาม
ข้อ 9 “อย่าปลงใจเชื่อ เพราะผู้พูด (เจ้าหน้าที่) สมควรจะเชื่อได้” ค่ะ
.................

กรณีนี้...ไม่มีใครถูกใครผิดค่ะ...ความไม่รู้ไม่ใช่ความผิด
แต่เป็นโอกาสให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ร่วมกันค่ะ ^__^
.................

สำหรับผู้ที่เข้าข่ายตามบทความนี้และไม่ได้ขอคืนเพราะไม่ทราบ
ขอเรียนว่า "อายุความ การขอคืนภาษีเงินได้" มีอายุความ 3 ปี
ตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร...รายละเอียดตาม link นี้ค่ะ
.................

http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata63
Tax refund.png
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
jverakul
Verified User
โพสต์: 1959
ผู้ติดตาม: 1

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 668

โพสต์

การแข่งขัน

โค้ด: เลือกทั้งหมด

 " จิตที่แสวงหาการควบคุมเหนือผู้อื่นคือ จิตที่ชอบแข่งขัน (Competitive mind)  และจิตประเภทนี้
ไม่ใช่จิตที่สร้างสรรค์ ( Creative mind) ในการควบคุมสภาพแวดล้อมและโชคชะตาของคุณ
ไม่จำเป็นเป็นเลยว่า  คุณต้องอยู่เหนือคนอื่น"
 
" ระวังจิตที่ชอบแข่งขันไว้ให้ดี! ระวังความเย้ายวนแอบแฝงในการแสวงหาอำนาจเหนือผู้อื่น
สำหรับจิตที่ยังไม่พัฒนา หรือพัฒนาไม่เต็มที่.... ไม่มีอะไรหอมหวลเท่ากับการใช้อำนาจ  หรือควบคุมคนอื่น " 
:  Wallace wattles
การแข่งขัน -----ผู้เข่นฆ่าความสร้างสรรค์

โค้ด: เลือกทั้งหมด

 " การแข่งขันทุกรูปแบบมีเจตนาร้ายแฝงอยู่  มองผิวเผินมันอาจดูเป็นมิตร
แต่แรงจูงใจหลักคือ การเป็นหรือทำ ' ดีกว่า' คนอื่น  แต่...คุณเกิดมาบนโลกนี้เพื่อสร้างสรรค์  
ไม่ใช่แข่งขัน   ถ้าคุณใช้การแข่งขันเป็นแรงจูงใจขั้นพื้นฐาน  ในการทำสิ่งใดก็ตาม 
มันจะมีผลลัพธ์ทางลบ  และทำให้คุณพ่ายแพ้ทุกครั้งไป
ถึงแม้ว่า อาจดูเหมือนว่าโลกนี้เป็นโลกของการแข่งขัน  มันเป็นอย่างนั้นกับคนที่รู้สึกว่า จำเป็นต้องแข่งขัน
คนส่วนใหญ่จะปฏิเสธความคิดนี้ เพราะการเรียนในวัยเด็ก ส่งเสริมและรับรองการแข่งขันอย่างสูง
ถ้าคุณถามคนพวกนี้ว่า เขาคิดว่าการแข่งขันเป็นเรื่องดีหรือเปล่า  เขาจะตอบอย่างกระตือรือร้นว่ามันใม่ใช่แค่
เรื่องดีเท่านั้น แต่ยังจำเป็นอีกด้วย  เขารู้สึกว่าการแข่งขันทำให้ชีวิตมีความหมาย 
มีเป้าหมาย  และมีทิศทาง..... 
คนเราต้องได้รับรางวัล สำหรับการ ' ทำได้ดี '   เขาไม่เคยคิดได้เลยว่า......
  รางวัลนั้นอยู่ที่การได้ทำ  ไม่ใช่ที่ผลลัพธ์

เราแข่งขันกับคนอื่นก็เฉพาะเมื่อไม่แน่ใจในความสามารถหรือตัวของเราเอง
การแข่งขันเป็นการเลียนแบบ  มันเกิดขึ้นในวัยเด็กจากความจำเป็นต้องเลียนแบบคนอื่น 
คนที่ชอบแข่งขันรู้สึกว่าคนอื่นดีกว่าตัวเอง และหาทางพิสูจน์ว่าไม่จริง 
เขาพยายามเอาชนะคนที่รู้สึกว่าเหนือกว่าเขา  ผลก็คือ เขามักจะเปรียบเทียบตนเองกับคนรอบข้าง
คนที่ชอบแข่งขันมักจะต้องการให้คนอื่นยอมรับว่า เขาทำได้ดีแค่ไหน

ตรงกันข้าม  กับคนที่พึ่งตนเองได้ ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องแข่งขัน
เขาไม่จำเป็นต้องมองเห็นว่า คนอื่นกำลังทำอะไร หรือพยายาม ' ดีกว่า ' คนข้างๆ 
เขาตระหนักในความสามารถของเขาเอง และพยายามทำชีวิตตนให้ดีเลิศ
คู่แข่งขันเดียวที่เขามี คือ  ตัวเขาเอง
เพื่อทำให้ตนเองเติบโตขึ้น  และเป็นเลิศในสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ " 
: ดร.โรเบิร์ต  แอนโทนี่ ,   
Source : เชื่อมั่นในตน2 --บันฑิต อึ้งรังษี
" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 669

โพสต์

เยี่ยมเลยค่ะ และเห็นด้วยมากๆ
การแข่งขันจะทำให้เราชื่นชมคนอื่นยาก
ถึงจะเก่งแค่ไหน แต่เก่งอยู่คนเดียวมันไม่ได้
เพราะเราไม่ได้เก่งไปหมดทุกอย่าง การเปิดใจยอมรับ
ผู้อื่นและชื่นชมผู้อื่นเป็นจะทำให้เราเปิดใจและเรียนรู้
สิ่งที่ทำให้คนเก่งๆ ประสพความสำเร็จได้ได้ดีขึ้นค่ะ

ขอบคุณมากเลย น้อง jverakul

jverakul เขียน:การแข่งขัน

โค้ด: เลือกทั้งหมด

 " จิตที่แสวงหาการควบคุมเหนือผู้อื่นคือ จิตที่ชอบแข่งขัน (Competitive mind)  และจิตประเภทนี้
ไม่ใช่จิตที่สร้างสรรค์ ( Creative mind) ในการควบคุมสภาพแวดล้อมและโชคชะตาของคุณ
ไม่จำเป็นเป็นเลยว่า  คุณต้องอยู่เหนือคนอื่น"
 
" ระวังจิตที่ชอบแข่งขันไว้ให้ดี! ระวังความเย้ายวนแอบแฝงในการแสวงหาอำนาจเหนือผู้อื่น
สำหรับจิตที่ยังไม่พัฒนา หรือพัฒนาไม่เต็มที่.... ไม่มีอะไรหอมหวลเท่ากับการใช้อำนาจ  หรือควบคุมคนอื่น " 
:  Wallace wattles
การแข่งขัน -----ผู้เข่นฆ่าความสร้างสรรค์

โค้ด: เลือกทั้งหมด

 " การแข่งขันทุกรูปแบบมีเจตนาร้ายแฝงอยู่  มองผิวเผินมันอาจดูเป็นมิตร
แต่แรงจูงใจหลักคือ การเป็นหรือทำ ' ดีกว่า' คนอื่น  แต่...คุณเกิดมาบนโลกนี้เพื่อสร้างสรรค์  
ไม่ใช่แข่งขัน   ถ้าคุณใช้การแข่งขันเป็นแรงจูงใจขั้นพื้นฐาน  ในการทำสิ่งใดก็ตาม 
มันจะมีผลลัพธ์ทางลบ  และทำให้คุณพ่ายแพ้ทุกครั้งไป
ถึงแม้ว่า อาจดูเหมือนว่าโลกนี้เป็นโลกของการแข่งขัน  มันเป็นอย่างนั้นกับคนที่รู้สึกว่า จำเป็นต้องแข่งขัน
คนส่วนใหญ่จะปฏิเสธความคิดนี้ เพราะการเรียนในวัยเด็ก ส่งเสริมและรับรองการแข่งขันอย่างสูง
ถ้าคุณถามคนพวกนี้ว่า เขาคิดว่าการแข่งขันเป็นเรื่องดีหรือเปล่า  เขาจะตอบอย่างกระตือรือร้นว่ามันใม่ใช่แค่
เรื่องดีเท่านั้น แต่ยังจำเป็นอีกด้วย  เขารู้สึกว่าการแข่งขันทำให้ชีวิตมีความหมาย 
มีเป้าหมาย  และมีทิศทาง..... 
คนเราต้องได้รับรางวัล สำหรับการ ' ทำได้ดี '   เขาไม่เคยคิดได้เลยว่า......
  รางวัลนั้นอยู่ที่การได้ทำ  ไม่ใช่ที่ผลลัพธ์

เราแข่งขันกับคนอื่นก็เฉพาะเมื่อไม่แน่ใจในความสามารถหรือตัวของเราเอง
การแข่งขันเป็นการเลียนแบบ  มันเกิดขึ้นในวัยเด็กจากความจำเป็นต้องเลียนแบบคนอื่น 
คนที่ชอบแข่งขันรู้สึกว่าคนอื่นดีกว่าตัวเอง และหาทางพิสูจน์ว่าไม่จริง 
เขาพยายามเอาชนะคนที่รู้สึกว่าเหนือกว่าเขา  ผลก็คือ เขามักจะเปรียบเทียบตนเองกับคนรอบข้าง
คนที่ชอบแข่งขันมักจะต้องการให้คนอื่นยอมรับว่า เขาทำได้ดีแค่ไหน

ตรงกันข้าม  กับคนที่พึ่งตนเองได้ ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องแข่งขัน
เขาไม่จำเป็นต้องมองเห็นว่า คนอื่นกำลังทำอะไร หรือพยายาม ' ดีกว่า ' คนข้างๆ 
เขาตระหนักในความสามารถของเขาเอง และพยายามทำชีวิตตนให้ดีเลิศ
คู่แข่งขันเดียวที่เขามี คือ  ตัวเขาเอง
เพื่อทำให้ตนเองเติบโตขึ้น  และเป็นเลิศในสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ " 
: ดร.โรเบิร์ต  แอนโทนี่ ,   
Source : เชื่อมั่นในตน2 --บันฑิต อึ้งรังษี
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 670

โพสต์

เชิญชม slide บรรยากาศงานสัมมนา Money Talk@SET เมื่อวันที่ 26 เมษายน 57
ที่ fb money talk ตาม link นี้ค่ะ ^_*
(ครั้งนี้ตัดต่อเพลงตอนจบไม่ค่อยดี..ขอแก้ตัวใหม่ครั้งหน้าค่ะ)

https://www.facebook.com/photo.php?v=64 ... =2&theater
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 671

โพสต์

บทเรียนจากพรีเมียร์ลีก_คุณธันวา เลาหศิริวงศ์
(ชวนอ่านโดย_Team Money Talk 4)

...............
Picture1.png
คุณธันวานำบทเรียนจากพรีเมียร์ลีกมาเปรียบเทียบกับการลงทุน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนได้ยกตัวอย่างหุ้นหลายบริษัทเพื่อเทียบเคียงด้วยค่ะ
..............

ทั้งนี้ ในบางกรณีแม้จะเลือกอย่างดีที่สุดแล้ว..หากยังพลาดไป
ก็จำเป็นต้อง “cut loss” ดังเช่น ที่ บอร์ดบริหารทีมปีศาจแดง
ได้เคยตัดสินใจปลดเดวิด มอยส์ ก่อนครบกำหนดสัญญา
...............

ไม่ว่าจะถ่ายทอดความรู้การลงทุนผ่านบทเรียนใด
DCA ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนระดับอาจารย์ของพวกเราทุกท่าน
รวมทั้งคุณธันวาย้ำว่าสำคัญ ดังประโยคที่คุณธันวาได้ทิ้งท้ายไว้ว่า
...............

“หน้าที่ของ Value Investor ทุกคน คือการวิเคราะห์
และเลือกลงทุนในกิจการที่เข้าข่ายเป็น “ผู้ชนะถาวร” ในอุตสาหกรรม
ที่ยังเติบโตต่อเนื่องยาวนานเพื่อผลตอบแทนที่ดีและมั่นคงนั่นเอง”
..............

ติดตาม “บทเรียนจากพรีเมียร์ลีก” ฉบับเต็มที่ thaivi.org เช่นเคยค่ะ
http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=7&t=57437
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 672

โพสต์

เกี่ยวกับการยกระดับฐานะทางการเงินใน 1 รุ่นคน
ที่อาจารย์ ดร.ไพบูลย์ท่านเขียนไปเมื่อวันก่อน ตาม link นี้

https://www.facebook.com/MoneyTalkTV/po ... 6989402456

มีผู้อ่านสนใจ และมีคำถามค่อนข้างมาก
อาจารย์ ดร. สมจินต์ ศรไพศาลท่านกรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามนี้ค่ะ

เป็น MS word (.docx)
https://theenuch.opendrive.com/files?NF ... Nl9kUXNPcg

เป็น PDF
https://theenuch.opendrive.com/files?NF ... OF85aGtXcw
................
อ่านจารย์ สองท่าน.png
ขอกราบขอบพระคุณทั้งอาจารย์ ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา
และ อาจารย์ ดร.สมจินต์ ศรไพศาล เป็นอย่างสูง ที่ได้สร้าง
ความตื่นตัวในเรื่องการออม การลงทุนและรณรงค์เพื่อให้ความรู้
ที่ถูกต้องแก่พวกเราและสังคมเป็นวงกว้างเสมอมาค่ะ
(Theenut_Team Money Talk 4)

...............

เพื่อประโยชน์เพิ่มขึ้นแนะนำให้ชม vdo clip ต่อไปนี้ด้วยค่ะ
............

Clip จัดทัพ อัพเดท การลงทุน
http://www.youtube.com/watch?v=XLclqhDO_EA
..............

กองทุนทหารไทย SET 50
http://www.youtube.com/watch?v=NQhAtONY2UY
.............

จัดทัพรับความเสี่ยงต่ำ
(มีหลากหลายวิธีออมและลงทุนทั้งระยะสั้น ระยะยาว ค่ะ )
http://www.youtube.com/watch?v=2UVZnSM0Iv8
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 673

โพสต์

รวย_ปลอดภัย_มีน้ำใจด้วยดีกว่า (Team Money Talk 4)
...............

เคยสอนขับรถ (ให้คนรู้จัก..ฟรีค่ะ) ย้ำเสมอว่า "ขับรถเก่ง ไม่ใช่ขับเร็วที่สุด” แต่คือ "เร็วในที่ที่ควรเร็ว และช้าในที่ที่ควรช้า สร้างความปลอดภัยให้ตนเอง และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกับเราให้มากที่สุด" ตัวอย่างที่สอนนอกเหนือจากแค่ขับรถได้ (อาจเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้าง)
................

หมวดน้ำใจ/ทำใจ

- มองกระจกข้าง/กระจกหลังบ่อยๆ บางทีจะพบว่า "เราช่วยขยับนิดเดียว เพื่อนร่วมทางไปต่อได้อีกมาก" (แม้เราไปไม่ได้) ยังช่วยให้แก้สถานการณ์ไม่คาดคิดได้ทันด้วย เช่น รถบางคันพุ่งเข้ามาผิดปกติ ฯลฯ

- รถย้อนศร "ผิด" แน่นอน...แต่ถ้าพบเขาย้อนมาแล้ว ไม่ควรคิดลงโทษโดยเบียดให้ตกใจ /ให้ต้องหลบจนตกข้างทาง ค่ารักษา ค่าซ่อมรถ อาจน้อยสำหรับเรา แต่มากสำหรับคนจนค่ะ เราเองเบียดออกนอกเส้นข้างก็ผิดด้วย (เคยเห็นบ่อยค่ะ)

- ขับรถยนต์สบายกว่าคนเดินถนน หรือรถมอเตอร์ไซค์มาก ฝนตกไม่เปียกแดดออกไม่ร้อน อยากให้เห็นใจ "รถสองล้อ" และคนเดินถนนให้มาก
..................

Proactive (จากประสบการณ์ที่ขับมานาน ทั้งขึ้นเขา และขับทางไกลบ่อย)

- อย่ามั่นใจว่าทุกคันจะทำ "สิ่งที่ควร" ไม่งั้นไม่มีอุบัติเหตุมากขนาดนี้หรอกค่ะ

- "อย่าจี้ท้าย" ควรมี MOS ทิ้งระยะห่างจากคันหน้าตามสมควร ฝนตกถนนลื่น รถลุยน้ำ ประสิทธิภาพเบรคจะลดลงมาก / รถเกียร์ธรรมดาที่ขนของหนักขึ้นทางชันหรือทางขึ้นที่จอดรถของห้าง อาจไหลลงถ้าต้องหยุดบนทางชันแล้วจะไปต่อ จังหวะที่ละเบรคไปเหยียบคันเร่งแม้จะเลียครัขเก่งแค่ไหนก็อาจเกิดขึ้นได้...คนขับรถเกียร์ธรรมดาเป็นจะทราบค่ะ

- รถที่ขนของอาจไม่ได้ผูกรัดของดีเสมอไป ถ้าดูแล้วไม่แน่ใจ ควรทิ้งระยะห่างมากขึ้น หรือเปลี่ยนเลนไปเลยอย่าตาม (เคยเจอรถตีนตะขาบไหลลงจากรถบรรทุก)

- ระวังถนนที่ไม่คุ้นเคยให้มาก โดยเฉพาะที่เคยถูกน้ำท่วม บางแห่งทรุดเป็นหลุมใหญ่ หรือคลื่นยักษ์ รออยู่ข้างหน้า

- ถ้าฝนตกหนักล้อรถใหญ่อาจสาดน้ำจากถนนขึ้นมาเต็มกระจกหน้ารถเรา จนมองไม่เห็นทางไปชั่วขณะ ลดความเร็วตั้งสติให้มั่น ถ้าขับเร็วเกินไป อาจแก้สถานการณ์ไม่ทันค่ะ

- เลี่ยงการมีคดีความใดๆ เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา และเสียประวัติรถด้วย

- เพื่อนร่วมทางอาจเมา บางคนพกปืนหรือสนับมือและเลือดร้อนด้วย (เรียนรู้จากข่าว) ถ้าเจอรถช้าวิ่งขวาสุด (เขาอาจต้องการ U-turn) เราก็แค่เปลี่ยนเลนเลี่ยงไปเสีย การบีบแตรไล่/กระพริบไฟไล่ อาจเป็นเหตุทะเลาะวิวาท การยอมไม่ทำให้เสียศักดิ์ศรีใดๆ ท่องไว้เถอะว่า “คนที่เรารักและรักเรารออยู่” อย่าเอาชีวิตมาเสี่ยงบนท้องถนนเลยค่ะ

- ถ้าคนที่เป็นรายได้หลักเป็นอะไรไป อนาคตทางการเงินของครอบครัวอาจล่มสลายตาม "เปลี่ยนจากรวยเป็นจนได้ในชั่วข้ามคืน" ฯลฯ
...................

ขอขอบคุณ คุณ Wanickeat Chusripat ที่ share vdo clip นี้ค่ะ

https://www.facebook.com/photo.php?v=488023727902184
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 674

โพสต์

วิธีโต_ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
(ชวนอ่านโดย_Team Money Talk 4)

...............
41.jpg
“หุ้นโตเร็ว” เท่านั้นไม่พอค่ะ ต้อง “โตยั่งยืน” ด้วย
จึงจะให้ผลตอบแทนที่ดีเยี่ยม อาจารย์ท่านกล่าวไว้และย้ำว่า
“โตแบบมีคุณภาพและยั่งยืน” หรือไม่? ต้องดู “วิธีโต” ค่ะ

ซึ่งอาจารย์ได้อธิบาย“วิธีโต” ไว้อย่างละเอียดหลายวิธีค่ะ
“โตแบบมีคุณภาพ” “โตง่าย” “โตยาก” “โตๆ ยุบๆ”
“โตข้างนอกแต่ข้างในกลวง” หรือ “โตเต็มที่แล้ว” ฯลฯ

มีประโยชน์มากค่ะ... ไว้ใช้เลือกหุ้น ถ้าเจอหุ้นของบริษัทที่
“โตแบบมีคุณภาพและยั่งยืน” สามารถนำเงินเย็นไปลงทุนให้เกิด
ผลตอบแทนทบต้น เป็นทางเลือกเพิ่มจากการฝากธนาคารได้
ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ ดร.นิเวศน์ เป็นอย่างสูงค่ะ
................

ไปอ่านฉบับเต็มกันเลยค่ะ..ที่เดิม thaivi.org
http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f ... 3#p1610673
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
jverakul
Verified User
โพสต์: 1959
ผู้ติดตาม: 1

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 675

โพสต์

โค้ด: เลือกทั้งหมด

  
8 ขั้นตอนรับมือขณะเกิดแผ่นดินไหว

       อุบัติภัยอย่างการเกิดแผ่นดินไหวสำหรับคนไทยแล้ว ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวไปสักนิด เพราะเมื่อเกิดแผ่นดินไหวทีไรมักจะมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า หรืออินโดนีเซีย ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบบ้างมาถึงประเทศไทย ซึ่งก็ไม่ถือว่ามากนัก หรือหากเกิดก็เกิดขึ้นบางจุด เช่น ภาคเหนือตอนบน หรือภาคตะวันตก แต่ก็เป็นเพียงการสั่นสะเทือนที่ไม่รุนแรงมากนัก เมื่อเทียบกับที่อื่นๆ

       และรูปการณ์เช่นนี้เองที่นำมาซึ่งความประมาท เพราะคนไทยมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรมากนัก แต่ใช่ว่าประเทศไทยจะไม่มีวันเกิดแผ่นดินไหวเสียเมื่อไร
       
       ก็ในเมื่อประเทศไทยยังมีแนวรอยเลื่อนมีพลังอยู่อีกหลายจุด ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา ทั้งรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ รอยเลื่อนแม่ยม รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รวมไปถึงรอยเลื่อนพะเยา ซึ่งเจ้ารอยเลื่อนพะเยานี้เองที่นักวิชาการคาดกันว่าเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา
     
       ดังนั้น การให้ความรู้เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการเกิดเหตุแผ่นดินไหว และการปฏิบัติตัวเพื่อรับมือและมีชีวิตรอดเมื่อเกิดเหตุขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อถึงเวลาเกิดเหตุจริงๆ อาจส่งผลให้ปฏิบัติตัวไม่ถูกจนเกิดความโกลาหลขึ้นได้ ซึ่ง นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แนะนำว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเตรียมสติ เตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ตื่นตระหนก จากนั้นพิจารณาหาข้อมูลดูว่าจุดที่เราอยู่นั้นเป็นจุดเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งจุดเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือการอยู่บนตึกสูง สิ่งที่ต้องทำคือการออกไปยังพื้นที่โล่ง จึงจะเป็นทางที่ปลอดภัยกว่า เพราะจะมีหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้การดูแล
       
       "บทเรียนจากการเกิดแผ่นดินไหวคือ เราต้องมีการซักซ้อมเหตุแผ่นดินไหว โดยเฉพาะบริเวณที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากคือภาคเหนือ และภาคตะวันตก ตามแนวรอยเลื่อนที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งการซักซ้อมอพยพไปยังที่ปลอดภัย จุดใดคือที่ปลอดภัย และต้องไปอย่างไรตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ"

       นอกจากคำแนะนำเบื้องต้นนี้ รองปลัด สธ. ยังมอบเอกสารขั้นตอนการปฏิบัติตัวรับมือแผ่นดินไหวไว้ให้ด้วย เพื่อเป็นความรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งองค์ความรู้นี้จัดทำโดยงานป้องกันควบคุมโรค สำนักงานสาะารณสุขจังหวัดพะเยา โดยการปฏิบัติตัวเพื่อรับมือแผ่นดินไหวสามารถทำได้ ดังนี้
       
       ช่วงก่อนการเกิดแผ่นดินไหว
       1. ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
       2. ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
       3. ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
       4. ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
       5. อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้นหรือหิ้งสูงๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจจะตกลงมาเป็นอันตรายได้
       6. ผูกเครื่องใช้หนักๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
       7. ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมาย ในกรณีที่ต้องพลัดพรากจากกัน เพื่อมารวมตัวอีกครั้งในภายหลัง
       และ 
       8. สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว
       
       ช่วงระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
       1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน หากอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะการบาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากการวิ่งเข้าออกจากบ้าน
       2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนักได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง
       3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
       4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้งให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าและสิ่งห้อยแขวนต่างๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง
       5. อย่าใช้เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
       6. ถ้ากำลังขับรถอยู่ ให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
       7. ห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
       8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดยักษ์ซัดเข้าหาฝั่งได้
       
       ช่วงหลังเกิดแผ่นดินไหว
       1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน
       2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอีก อาคารอาจพังทลายได้
       3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้วหรือวัสดุแหลมคมอื่นๆ และสิ่งหักพังแทงเท้า
       4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟ หรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
       5. ตรวจสอบว่า แก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน
       6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดพิง
       7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์นอกจากจำเป็นจริงๆ เนื่องจากอาจเกิดการแย่งช่องสัญญาณกัน ผู้ที่จำเป็นเร่งด่วนต้องการขอความช่วยเหลืออาจโทรศัพท์ไม่ติดได้ จึงขอให้ใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น
       8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
       9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูงหรืออาคาร
       และ 10.อ ย่าเผยแพร่ข่าวลือ
       
       สำหรับการปฐมพยาบาลอาการบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวนั้น นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แนะนำว่า ส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บจากการถูกของแข็งตกกระทบ และอันตรายจากเศษแก้ว และเศษกระเบื้องที่แตกกระจาย ดังนั้น หากมีบาดแผลฉีกขาดจากการถูกของมีคมบาดให้รีบทำการห้ามเลือด โดยใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซปิดบาดแผลไว้ และควรสังเกตการเสียเลือดเพิ่มถ้าเลือดยังออกไม่หยุดให้ใช้ผ้ายืดพันพันทับอีกรอบ และในกรณีที่เกิดบาดแผลในบริเวณแขนหรือขาที่ไม่มีอาการกระดูกหักร่วมด้วยให้ยกส่วนนั้นขึ้นสูง
       
       ส่วนกรณีที่ได้รับของแข็งตกกระทบที่ศีรษะให้ทำการห้ามเลือด โดยวิธีปิดแผลโดยตรงถ้าเลือดออกมากให้ใช้ผ้ายืดพันรัดและควรสังเกตอาการทางสมองควบคู่ไปด้วย เช่น ซึม พูดคุยสับสน ระดับความรู้สึกตัวลดลง ปวดศีรษะมาก อาเจียนพุ่ง
       
       ส่วนแผลจากกระดูกหักกรณีที่ไม่มีบาดแผลเลือดออกให้ประคบด้วยน้ำแข็งบริเวณที่ปวดเพื่อลดอาหารปวดบวมจากนั้นให้ดามกระดูกโดยยึดตรึงส่วนที่หักให้อยู่นิ่งมากที่สุด ส่วนกรณีกระดูกหักและมีแผลเปิดจนเห็นกระดูกโผล่ห้ามดันกระดูกกลับเข้าที่เด็ดขาดให้ทำการห้ามเลือดเท่านั้น และหากพบว่าผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บรุนแรงให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลืองทางการแพทย์
       
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.a ... 0000050143
" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 676

โพสต์

ขอบคุณ น้อง jverakul มากเลยค่ะ
ที่แวะนำสิ่งดีๆ และมีประโยชน์มาฝากอยู่เสมอ...แวะมาบ่อยๆ นะคะ
:wink:

เรื่องแผ่นดินไหวกับประเทศเราพี่ว่าเริ่มใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ
ความรู้ที่นำมาฝากมีประโยชน์กับพวกเรามาเลย
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 677

โพสต์

ไทยวีไอ รุ่น 5 (Team Money Talk 4)
................

พบกับตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตร “ไทยวีไอ รุ่น 5” จากรั้วเตรียมอุดม
ข้ามไปต่อวิศวะจุฬาฯ ทำงานที่ SCG 4 ปี ต่อโทด้านการเงินที่ MIT
ปัจจุบันทำงานด้าน risk management ให้ bank เจ้าของทุน
Profile ดีขนาดนี้...ไม่ได้การันตีความสำเร็จในการลงทุนค่ะ
................

เขาเพียรสมัครอบรม ตั้งแต่รุ่น 3 ได้อบรม รุ่น 5 เต็มเร็วสมคำร่ำลือจริงๆ
“มีเงินอย่างเดียวสมัครไม่ได้” ขอบอก..เขาทำอย่างไรจึงได้สมัครทัน?
................

จากเส้นทางการลงทุนที่แค่ “เปิดพอร์ต” แต่ยัง “ไม่เปิดใจ” กับแนววีไอ
เขาต้องเจออะไรมาบ้าง? และอะไรทำให้เขา “เปิดใจ”?
หลังการอบรมทัศนคติต่อการลงทุนเปลี่ยนไปอย่างไร?..ห้ามพลาดค่ะ
................

“หลักสูตรการลงทุนแบบเน้นคุณค่า” รุ่นที่ 6 จะเปิดรับสมัคร
จันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2557 นี้ เวลา 9.00 น.
(เต็มเร็วมากๆ พยายามกันหน่อยนะคะ)
...............

รายละเอียดตาม link ด้านล่าง (ถ้าสมัครไม่ทันอ่านหนังสือ
ที่กระทู้นี้แนะนำไปพลางๆ ก่อน.. แล้วรอสมัครใหม่รุ่นหน้านะคะ)

“หลักสูตรการลงทุนแบบเน้นคุณค่า” รุ่นที่ 6 เดือนมิถุนายน
http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=57402

[youtube]Y0hGqQgn3LQ[/youtube]
jverakul
Verified User
โพสต์: 1959
ผู้ติดตาม: 1

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 678

โพสต์

theenuch เขียน:ขอบคุณ น้อง jverakul มากเลยค่ะ
ที่แวะนำสิ่งดีๆ และมีประโยชน์มาฝากอยู่เสมอ...แวะมาบ่อยๆ นะคะ
:wink:

เรื่องแผ่นดินไหวกับประเทศเราพี่ว่าเริ่มใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ
ความรู้ที่นำมาฝากมีประโยชน์กับพวกเรามาเลย
ไม่เป็นไรครับพี่นุช เพราะสิ่งที่ผมได้จากเว็บ และพี่ๆ เพื่อนๆ นั้นก็มากมายครับ ผมเลยอยากตอบแทนบ้าง
แม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวกับหุ้นโดยตรง
อีกอย่าง กลัวว่าจะเป็นการรกกระทู้พี่นุชด้วยครับ :oops:
" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 679

โพสต์

jverakul เขียน:
theenuch เขียน:ขอบคุณ น้อง jverakul มากเลยค่ะ
ที่แวะนำสิ่งดีๆ และมีประโยชน์มาฝากอยู่เสมอ...แวะมาบ่อยๆ นะคะ
:wink:

เรื่องแผ่นดินไหวกับประเทศเราพี่ว่าเริ่มใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ
ความรู้ที่นำมาฝากมีประโยชน์กับพวกเรามาเลย
ไม่เป็นไรครับพี่นุช เพราะสิ่งที่ผมได้จากเว็บ และพี่ๆ เพื่อนๆ นั้นก็มากมายครับ ผมเลยอยากตอบแทนบ้าง
แม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวกับหุ้นโดยตรง
อีกอย่าง กลัวว่าจะเป็นการรกกระทู้พี่นุชด้วยครับ :oops:
แค่แวะมาทักทายกันยังยินดีเลย...น้อง jverakul นำสิ่งมีประโยน์มาฝากด้วยยิ่งยินดีใหญ่เลยค่ะ :wink:
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 680

โพสต์

บัตรเครดิต "ตัวร้าย" จริงหรือ? (Team Money Talk 4)
................

นำมาให้อ่านซ้ำค่ะ ครั้งนี้แจกตารางที่กล่าวถึงในบทความด้วย
ท่านที่ไม่ใช้บัตร ตารางนี้ก็มีประโยชน์ในการฉายภาพใหญ่ของ
การใช้จ่ายที่สัมพันธ์กันทั้งปี ช่วงใดควรชะลอ หรือ ควรสะสมเงิน
เพื่อรอจ่ายรายการใหญ่ๆ โดยไม่ต้องไปยุ่งกับเงินออม เดือนไหน
มีรายรับ / เหลือมาก นำไปผ่อนบ้าน / ออม / ลงทุนเพิ่ม ได้ด้วย
แสดงการแบ่งจ่าย 0% ไว้ด้วย (ซับซ้อนหน่อย...แต่เข้าใจได้ค่ะ)
ง่ายกว่าทำ KPI ขององค์กรอีก...เพราะเราควบคุมทกอย่างเองได้
ตั้งใจทำงานดีองค์กรเจริญ..บริหารเงินให้ดีชีวิตเราก็เจริญคู่กันไปค่ะ
................

บัตรเครดิต "ตัวร้าย" จริงหรือ?
................

เราใช้บัตรเครดิตมากเท่าที่จะใช้ได้ ซื้อของใช้จำเป็นและเติมน้ำมัน
สะดวก และชอบ “ผลพลอยได้” (แบ่งจ่าย 0% ก็ได้_แต่ไม่ค่อยแบ่ง)
.............

เช่น ทานร้านที่ร่วมรายการ ครบ 500 รับคืน 100 คิดเป็น 20%
(ไม่บ่อย และคำนวณให้พอๆ กับยอด 500 ) ใช้ครบ 5,000/รอบ
ได้คืน 100 (2%) พอกับฝากออมทรัพย์ แต่ไม่ต้องนำเงินไปฝาก
800-1,000 แต้ม ใช้แทนเงินสด 100 (ห้างมีที่จอดรถให้ด้วยค่ะ)
..............

ค่าไฟ โทรศัพท์ internet ประกัน หรืออื่นๆ ที่หักผ่านบัตรได้
ให้มาหักหมด ไม่เสียเวลาและค่าธรรมเนียมเคาน์เตอร์เซอร์วิส
.............

เราทำตารางการใช้บัตรเคดิต (excel) ทุกครั้งที่มีการใช้จ่าย
แค่ key ลงในไป ยอดจะวิ่งไปรวมในช่องรายจ่าย เพื่อหักออก
จากรายรับให้เห็นทันที ช่วยให้วางแผนการเงินได้มีประสิทธิภาพ
สามารถจ่ายบัตรเครดิตได้ โดยไม่ต้องรอใบเรียกเก็บเลยค่ะ
...............

Download ตารางได้ที่นี่ค่ะ (ตัวเลขและรายการ..สมมติทั้งสิ้น)
https://theenuch.opendrive.com/files?NF ... NV92NGN0SA
..............

ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใช้บัตรเครดิต "ส่วนใหญ่" ชอบจ่ายขั้นต่ำ
ดึงเงินสดที่ควรจ่ายคืนไปใช้ในสิ่งจำเป็น (บ้าง..ไม่จำเป็นบ้าง)
ในที่สุดหนี้พอก บริษัทก็ได้ดอกเบี้ยต่อเนื่อง...เค้าจึงชอบเชิญ
ให้พวกเราทำบัตร โดยฟรีค่าธรรมเนียมและมีโปรดีๆ มากมาย
...............

วิธีใช้ที่ถูกต้อง คือ ใช้จ่ายให้สัมพันธ์กับแผนการเงินในภาพรวม
เราจึงจะจ่ายคืนได้หมด ได้ประโยชน์จากบัตร โดยไม่เสียดอกเบี้ย
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ต้องมีวินัย” แม้มีวงเงินพร้อมใช้มากเพียงใด
ก็ต้อง "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" ให้เป็น ดังที่ได้เคยย้ำอยู่เสมอค่ะ
.............

ถ้าใช้ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ บัตรเครดิตยังเป็น "ตัวร้าย" จริงหรือ?
สำคัญกว่า “ใช้” หรือ “ไม่ใช้” บัตร คือ “เรามีแผนการเงินหรือยัง?”
บัตรเครดิต.png
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 681

โพสต์

ปฏิเสธอย่างไร...ถ้าจะไม่ให้ในสิ่งที่ลูกขอ
(Team Money Talk 4)

..................

เวลาลูกขอซื้อของเล่นหรือของอื่น ที่ยังไม่ควรได้
พ่อแม่หลายบ้านตัดรำคาญโดยบอกว่า "ไม่มีเงิน”
บ้างก็ทำท่าเทกระเป๋าสตางค์ “โบ๋เบ๋” (เตรียมมาอย่างดี)
โลกของเด็กเล็กนั้นว่างเปล่านัก “ไมซื้อ...เพราะไม่มีเงิน”
แสดงว่า "ถ้ามีเงินก็ซื้อได้น่ะสิ” เขาจำไว้ใน “หัวใจ” เลยค่ะ
ต่อจากนี้ไม่ว่าพ่อแม่หยิบเงินซื้ออะไรก็ตาม เขาจะมาเซ้าซี้
ขอซื้อของเล่นด้วยเสมอ หลายครั้ง...พบว่าลงเอยด้วยน้ำตา
................

ควรบอกลูกไปตรงๆ ว่า “มีเงิน” แต่มี “ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น” รออยู่
สอนให้เขารู้ว่า “ของฟรีไม่มีในโลก” อยากได้ของหรือบริการใดๆ
ก็ต้องมีเงินไปซื้อ อยากมีเงินก็ต้องไปทำงานสุจริตแลกมา
ตอนลูกเล็กๆ เคยบอกลูกว่า ถ้าต้องการของเล่นบ่อยๆ ซื้อให้ได้
แต่ต้องทำงานนานขึ้น และกลับมากอดลูกช้าทุกวันเอาไหม?
โยนการตัดสินใจให้ลูกไป... ทายซิคะ เค้าเลือกอะไร?
..................

“งั้นคุณแม่เลิกทำงานเลย ลูกไม่อยากได้อะไรแล้ว”
อยากอยู่กับคุณแม่ทั้งวัน (ซึ้งเลยค่ะ) อธิบายเพิ่มว่า
เราต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าน้ำมันรถ ค่าเทอม ฯลฯ
และเก็บไว้ยามฉุกเฉิน เช่น ถ้าป่วย หรือซ่อมแซมบ้าน
สอนไปว่า ถ้าประหยัดได้ 1 บาท เหมือนหาเพิ่มได้ 1 บาท
เราต้องช่วยกันนะ ลูกเข้าใจและให้ความร่วมมือดีมากค่ะ
(ถ้าลูกคิดเลขเป็นแล้ว เวลาไปซื้อของให้ลูกช่วยจ่ายเงินได้
ให้ลูกคิดเงินทอนล่วงหน้า และนับเงินทอนให้ตรงด้วยค่ะ)
...................

"อยากซื้อ...แต่ไม่มีเงิน" กับ "มีเงิน...แต่เลือกที่จะไม่ซื้อ"
เป็นทัศนคติที่ “แตกต่าง” กัน “อย่างสุดขั้ว” เลยทีเดียว
ถ้าเลือก ”อย่างหลัง” บ่อยๆ ชีวิตเราจะไม่จมอยู่กับ ”อย่างแรก” ค่ะ
ทัศนคติเรื่องเงินที่เราสอนลูกตั้งแต่วัยต้นๆ ไม่ว่า "ถูก" หรือ "ผิด"
จะติดตัวลูกไปตลอดชีวิตค่ะ แล้วเราจะสอนเขาอย่างไรดี?
ปฎิเสธอย่างไร ไม่ให้สิ่งที่ลูกขอ.png
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
saichon
Verified User
โพสต์: 1219
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 682

โพสต์

เห็นบทความของพี่นุชเรื่องลูก เลยขอเข้ามาแจมนิดนึงน๊ะครับ

เมื่อวานลูกชายคนโตของผมแกเริ่มไปโรงเรียนวันแรกแล้วครับ
ผมเริ่มให้เงินแกไป20บาท แล้วบอกว่าถ้าเหลือกลับบ้านเท่าไหร่ผมจะสมทบให้อีกเท่าตัว
จากนั้นเราจะเอามาหยอดกระปุกออมสินสะสมเอาไว้ให้แก
ปรากฎว่าเมื่อวานแกเหลือกลับบ้านมา3บาทครับ
เราเลยเริ่มหยอดกระปุกกันตั้งแต่วันแรกที่ไปโรงเรียน ตามตัวอย่างที่ได้อ่าน ได้ยินจากพวกพี่ๆที่เล่าให้ฟังครับ
ได้ผลอย่างไร อนาคตจะมาอัพเดทให้อ่านอีกทีน๊ะครับ

แฮ่...แต่การไปโรงเรียนวันแรกของแก คุณครูบอกว่าแกร้องให้เกือบทั้งวัน
เมื่อเช้าตอนไปส่งผมพยายามยกสิ่งดีๆที่โรงเรียนให้แกฟัง เช่นมีของเล่นที่แกชอบ ได้ร้องเพลงกับเพื่อนๆ
และให้คำมั่นกับแกว่าตอนเย็นจะไปรับ น่าจะได้ผลระดับหนึ่งหรือแกลืมก็ไม่แน่ใจ
ตอนเข้าห้องเห็นแกไม่ร้อง แต่ซักพักไปแอบดูเห็นแกร้องให้อีก
เย็นนี้เราแนะนำยังไงดีครับพี่นุช..
ซื้อหุ้นตัวที่เมื่อมองไปในอนาคตแล้ว ที่ปัจจุบันราคายัง undervalue ที่สุด
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 683

โพสต์

saichon เขียน:เห็นบทความของพี่นุชเรื่องลูก เลยขอเข้ามาแจมนิดนึงน๊ะครับ

เมื่อวานลูกชายคนโตของผมแกเริ่มไปโรงเรียนวันแรกแล้วครับ
ผมเริ่มให้เงินแกไป20บาท แล้วบอกว่าถ้าเหลือกลับบ้านเท่าไหร่ผมจะสมทบให้อีกเท่าตัว
จากนั้นเราจะเอามาหยอดกระปุกออมสินสะสมเอาไว้ให้แก
ปรากฎว่าเมื่อวานแกเหลือกลับบ้านมา3บาทครับ
เราเลยเริ่มหยอดกระปุกกันตั้งแต่วันแรกที่ไปโรงเรียน ตามตัวอย่างที่ได้อ่าน ได้ยินจากพวกพี่ๆที่เล่าให้ฟังครับ
ได้ผลอย่างไร อนาคตจะมาอัพเดทให้อ่านอีกทีน๊ะครับ
ดีจ้า...อย่าลืมมาเล่านะ
saichon เขียน:แฮ่...แต่การไปโรงเรียนวันแรกของแก คุณครูบอกว่าแกร้องให้เกือบทั้งวัน
เมื่อเช้าตอนไปส่งผมพยายามยกสิ่งดีๆที่โรงเรียนให้แกฟัง เช่นมีของเล่นที่แกชอบ ได้ร้องเพลงกับเพื่อนๆ
และให้คำมั่นกับแกว่าตอนเย็นจะไปรับ น่าจะได้ผลระดับหนึ่งหรือแกลืมก็ไม่แน่ใจ
ตอนเข้าห้องเห็นแกไม่ร้อง แต่ซักพักไปแอบดูเห็นแกร้องให้อีก
เย็นนี้เราแนะนำยังไงดีครับพี่นุช..
อยากรู้จริงหรอ...เล่ายาวนะ

นึกภาพน้องสายชลไปแอบดู 555....

เคยเป็น แอบไม่มิดอีก ลูกเห็นวิ่งมาหาจูงไปเป็นหัวหน้าแก๊งค์เด็กอีก ^__^
แต่ของพี่เค้าไม่ร้อง ไม่ใช่ว่าเก่งอะไร เพราะเค้าอยู่เนอสเซอรี่มาตั้งแต่ตัวแดงๆ ค่ะ

...................

ไทเกอร์อาจรู้สึกสูญเสียลึกๆ ตัวเองต้องไปโรงเรียนแต่น้องได้อยู่บ้าน
ดีแล้วพยามบอกข้อดี แต่ไม่ต้องพยายามมากนัก เพราะส่วนนึงเค้าต้อง “รู้สึก” เอง

ภาษาทางจิตวิทยา (ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์)
ใช้คำว่า assimilate คือ จะเรียกว่าดูดซึมก็ไม่ใช่ คือรับรู้ความเป็นไป
และเป็นอยู่ ของสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่ตัวเองต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง

แล้วจะ accommodate คือ เปลี่ยนแบบโครงสร้าง
ของสติปัญญาที่มีอยู่แล้วให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมหรือประสบการณ์ใหม่
หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงความคิดเดิมให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมใหม่
(แต่ของ "เด็ก" กับ "โรงเรียน" นี่เรื่องใหม่หมดเลยนะ เพราะเขาไม่เคยไปมาก่อน)
....................

จะเร็วหรือช้าขึ้นกับ “ฐานนิสัย” _ตามทฤษฎีบุคลิกภาพ” ด้วย

เช่น ถ้าเป็นเด็กที่เปิดสู่สังคม extravert จะง่ายและเร็วกว่า

แต่ถ้าเป็นเด็กที่ introvert คือค่อนข้างเก็บตัว ขี้อาย จะช้ากว่าค่ะ

ลองสังเกตดูว่าลูกของเราเป็นแบบไหน จะมีผลต่อการเกี่ยวข้องกับโลก
ของเขาไปตลอดชีวิตด้วย แต่ก็พอฝึกให้เข้าหา balance ได้
แต่ในที่สุดแล้ว แต่ละคนจะเลือกเป็นไปทางใดทางหนึ่งเสมอ
อาจไม่จำเป็นต้องฝึก ถ้าเลือกเรียน เลือกงานให้สอดคล้องกับ “ฐานนิสัย” แต่ต้น
แต่ถ้าไม่สอดคล้องก็ต้องปรับ นี่คือความจริงที่ทำให้ “มนุษย์เงินเดือน”
ที่อยู่ไม่ถูกที่ถูกทางรู้สึกอึกอัดไปทั้งชีวิตได้

หน้าที่สำคัญอีกอย่างของพ่อแม่คือ “ต้องรู้จักฐานนิสัย” ของลูก
และอาจต้องทำหน้าที่เป็น “ครูแนะแนว” แนะนำให้ลูกรู้จกกับโลกอาชีพ
ว่าแต่ละอาชีพมี “life style” อย่างไร เพื่อให้ลูกเลือกวิชาเรียน ได้เหมาะสมแต่ต้น

ประโยชน์อีกอย่าของการเข้าใจ ฐานนิสัยตาม ทฤ. บุคลิกพภาพ ช่วยให้เราเข้าใจ
ผู้คนรอบๆ ตัวได้ง่ายขึ้น และไม่ตัดสินใครง่ายๆ จากกรอบแนวคิดของเราเอง
และจะรู้ว่าไม่สมควรเปรียบเทียบตัวเรากับใคร และไม่ควร เอาใครๆ ไปเปรียบเทียบกัน
เพราะนอกจากฐานนิสัยต่างแล้ว บริบทต่างๆ ในชีวิตของแต่ละคนก็แตกต่างกัน
ถ้าเรารู้...เราจะไม่ค่อยคาดหวังให้บุคคลอื่นเหมือนเรา และก็จะไม่ผิดหวังแปลกๆ
(เพราะการหวังแบบนั้นมันเป็นการหวังแปลกๆ อยู่แต่ต้น 555+...
หลายคนฟูมฟายง่าย..อาจเพราะไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้กับเรื่องแบบนี้)
และคนที่เข้าใจจะยอมรับความแตกต่าง รวมทั้งให้อภัยคนได้ง่าย
...................


กลับมาที่ไทเกอร์อีกครั้ง ถ้าเป็นข้อดีที่เราเคยพูดไปแล้วไม่ต้องย้ำมาก
มีเหตุผลประกอบค่ะ ได้เล่าถึงเสียที...อ่านเจอมาจากหนังสือแปล
ที่เขียนโดยจิตแพทย์ และด้วยเรียนด้านนี้มาพิจารณาตามแล้วเห็นว่าจริงมากค่ะ
.................

“กฎของมันฝรั่งเปียกๆ”

โดยทั่วไปใครๆ ก็ชอบทานมันฝรั่งทอดตอนที่มันกรอบ...
ถ้าตั้งทิ้งไวจนหายกรอบมันจะไม่อร่อย เหมือนกับเด็กๆ ที่ต้องการ
“สิ่งเสริมแรงด้านบวก” คำชม รางวัล การได้รับความสนใจจากพ่อแม่
แต่บ่อยครั้ง พบว่าเด็กทำตัวให้ถูกกระทำด้านลบ เช่น ถูกดุว่า ไปจนถึงถูกทำโทษ
บางคนถึงกับบ่นว่า “ดื้อด้าน” เช่น ลูกแม่ค้าร้านตามสั่งเล็กๆ ขายง่วนอยู่คนเดียว
ให้ลูกนั่งเล่นอยู่ใกล้ๆ แล้วลูกมาเซ้าซี้เลย “ตี” ไปหลายที สักครู่ลูกก็ มาเซ้าซี้อีก
แม่ที่เป็นแม่ค้าก็ ทั้ง “ดุด่า (คำไม่ค่อยสุภาพ) ทั้งตี”...ซักพัก เอาอีกแล้ว วนอยู่อย่างนั้น
..............

ถ้าเปรียบการ ลงโทษ ด้วยการ “ดุด่า ตี” เป็นมันฝรั่ง
ก็คือ “มันฝรั่งที่เปียกๆ” แม้ไม่อร่อย ยังดีกว่า “ไม่มีจะกิน”

เข้าใจมั้ยหนอ...คือระหว่างการถูกเมิน ไม่สนใจ (คือไม่มีอะไรจะกิน)
เด็กที่หิวๆ จะเลือกกินแม้มันฝรั่งเปียกๆ ดีกว่าจะทนหิว

............

พอตีมากๆ เข้าก็ “ดื้อด้าน” ตามคำที่ถูกเรียกไปจริงๆ เพราะ
เขาคำนวณในใจได้คร่าวๆ แล้วว่า อืม..เจ็บนะ เจ็บแค่ไหน “เจ็บแค่ทนได้”
และจะทนได้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพ่อแม่ตีเขาบ่อยๆ ...แต่ นั่นด้านร่างกาย
มามองด้านหัวใจ “หัวใจ” และ “ความรู้สึก” ถ้าไม่ได้รับความสนใจ
หรือใส่ใจเท่าที่ควรจะ “เคว้งคว้าง” มากๆ น่าสงสารค่ะ

แต่ “การเมิน” หรือ “การไม่ตอบสนอง” ถ้าเอามาใช้ให้ถูกจังหวะจะเกิดประโยชน์
.................

กลับมาดูเรื่องไทเกอร์

เขาอาจกำลงเชื่อมโยงการร้องไห้ แล้วได้รับการใส่ใจ
และอาจงอแงเวลาจะไปโรงเรียนแล้วได้รับคำอธิบายซ้ำๆ
(อย่างไม่รู้ตัว..เด็กๆ ไม่ได้เจ้าเล่ห์ขนาดนั้นค่ะ..บางทีเป็นรื่องของจิตใต้สำนึก)

ดังนั้นถ้าเราพยายามอธิบายมากแทนที่เขาจะดีขึ้น
เขาอาจทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เราต้องมาอธิบาย (ใส่ใจ) ซ้ำๆ
(ถ้าเราไม่รู้เท่าทัน...แล้วพยายามอธิบายไปเรื่อย จะกลายเป็นให้เด็กนำ
ที่จริงบางครั้งก็ต้องให้เด็กนำ เช่น การเล่น การเลือกหนังสือ เลือกอาหาร)

แต่ในกรณีนี้เราต้อง เราต้อง “นำ” ค่ะ....เปลี่ยนท่าที ถ้าเป็นเรื่องที่เคยอธิบายไปแล้ว
ไม่ต้องพยายามอธิบายซ้ำมาก...และเลือกตอบสนองด้านบวกต่อสิ่งที่เราอยากให้เขาเป็น
เช่น ถามนำว่า เล่นอะไรมาบ้าง ถ้าเขาเล่า เราสนุกเกินเหตุไปเลย พาน้อสิงโตมาฟังด้วย
หรือ เรานำมาเล่าให้น้องสิงโตฟังให้เขาได้ยิน เช่น
"พี่ไทเกอร์เล่าว่าที่โรงเรียนมี ..(โน่น มีนี่ และ มีนั่น)...น่าสนุกมากเลย
น้องสิงโตต้องอยากไปแน่เลย เสียดายอายุยังไม่ถึง

แล้วลองสังเกตดู พี่ไทเกอร์จะหยุดมือจากทุกกิจกรรมเพื่อฟังสิ่งที่เราพูดถึงเขา
ถ้าเหลือบไปเห็นแบบนั้น ชวนให้เขามาเล่าเลยไหนพี่ไทเกอร์เล่าซิ แล้วชม
แล้วเขาจะรู้สึกว่า "การไปโรงเรียน" นี่มันก็เข้าท่าดีนะ..."เราเท่เบย"
(การมีน้องก็ดีตรงนี้....ทำให้บางเรื่องง่ายขึ้น)

..................

แต่ถ้าเขาเล่าด้านลบ เราก็ฟัง ไม่เสริม แล้วกอด แล้วทวนคำ พี่ไทเกอร์รู้สึกอย่างนี้หรอ
อย่าไปสอนตอนนั้นเพราะเขาไม่ฟัง ให้เขาพูดสิ่งที่อัดอั้นตันใจ อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกก็ฟังไปก่อน
แล้วค่อยคิดว่าจะแก้ยังไง ต้องดูเป็นกรณีๆ ไป หลายเรื่องนิทานช่วยได้ (อีกแล้ว)

................

ลองใช้ดูดีไม่ดียังไงมาเล่าให้ฟังบ้างนะ....น้องสายชล

ยาวมาก...มึน...ไปละ
saichon
Verified User
โพสต์: 1219
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 684

โพสต์

ผมแค่อ่านแล้วคิดตามก็มั่นใจแล้วว่า คำแนะนำของพี่นุชต้องได้ผลแน่นอน :D

ขอบคุณครับ เย็นนี้จะลองใช้ดูครับ
ซื้อหุ้นตัวที่เมื่อมองไปในอนาคตแล้ว ที่ปัจจุบันราคายัง undervalue ที่สุด
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 685

โพสต์

saichon เขียน:ผมแค่อ่านแล้วคิดตามก็มั่นใจแล้วว่า คำแนะนำของพี่นุชต้องได้ผลแน่นอน :D

ขอบคุณครับ เย็นนี้จะลองใช้ดูครับ
น้องสายชลเป็นไงบ้างเอ่ย...ขอบคุณที่มาถามนะ
พี่เลยได้ตอบเรื่อง "กฎของมันฝรั่งเปียกๆ" ที่ติดไว้ตั้งนานแล้วเสียทีค่ะ

ถามมาเถอะ ที่จริงยังมีความรู้ด้าน "จิตวิทยาการศีกษา" ดีๆ อีกมาก
ที่พี่รู้แต่ไม่ค่อยได้เล่า...การได้เล่าเป็นวงกว้างแบบนี้ก็ดีเหมือนกันค่ะ...ได้ประโยชน์เป็นวงกว้างดี

พี่ว่าถ้านักเขียน เขียนหนังสือด้วยเจตนาอย่างนี้ก็ดีนะ
ถ้าเป็นหนังสือที่ดี คนอ่านมากๆ และยังอาจซื้อเป็นของขวัญให้แก่กัน
สิ่งดีมีประโยชน์จะ...เข้าถึงผู้คนได้มาก....พี่เองชอบเยี่ยมพ่อแม่หลังคลอดด้วยหนังสือเหมือนกันค่ะ

หนังสือ...คือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตพี่เลยก็ว่าได้
ถ้าไม่รักการอ่าน และไม่มีหนังสือดีๆ ให้อ่าน...คงไม่มีชีวิตที่ดีได้อย่างทุกวันนี้ค่ะ ^_*
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 686

โพสต์

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
(Team Money Talk 4)

..............
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น.jpg
วันนี้ขออนุญาตเล่าถึง "คุณพศิน(ป่าน)_Team Money Talk 2" ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ ของอาจารย์ ดร.ไพบูลย์ ตอนเรียน ป.โท อยู่ที่ NIDA ซึ่งอาจารย์ท่านชื่นชมว่าเป็นลูกศิษย์ที่เก่งและดีมากๆ คนหนึ่งในชีวิตการสอนหนังสือของท่านค่ะ ปัจจุบันกำลังเรียน ป.เอก อยู่ที่ธรรมศาสตร์ และช่วยตอบคำถามวิชาการอยู่เบื้องหลัง fb money talk เสมอ ป่านและกลุ่มเพื่อนมีกิจกรรมในชีวิตที่น่าชื่นชมมาก เช่น ทำบุญขนทรายเข้าสวนพุทธธรรมสวนโมกข์กรุงเทพ / ทำยางยืดกายภาพบำบัดให้ผู้ป่วย / ช่วยสร้างห้องสมุดบ้านดินให้โรงเรียน / ทำฝายชะลอน้ำ อช.แก่งกระจาน / อ่านหนังสือให้คนตาบอด ฯลฯ
...........

กิจกรรมดีๆ ที่เขาไปทำ บ่อยครั้งได้เห็นชีวิตของผู้คนอีกด้าน...คงส่งผลให้เขาเกิดคำถามทบทวนตัวเองและได้เขียนไว้ใน fb อ่านแล้วรู้สึกว่าดี จึงได้ขออนุญาตเจ้าตัวเพื่อนำบางส่วนมาให้อ่านด้วยกันค่ะ
............

(Team Money Talk 2) "ความตลกของชีวิตอีกอย่าง คือ หิวมากๆ ข้าวคลุกน้ำปลายังอร่อย แต่ทุกข์มากๆ สุขเล็กสุขใหญ่บางทีก็ไม่ช่วย"

"แล้วทำไมเราถึงคิดว่าสุขกว่า ถ้าได้ ถ้ามี ถ้าเป็นอย่างเขา แล้วทำไมถึงอยาก "สุขกว่า" มาตรวัดความสุข ที่ว่า "สุขกว่า" นี่เป็นอย่างไร ...เขาเป็นเขา เราเป็นเรา สุขอย่างเรา สุขอย่างเขา...

"ผมยังเด็ก ไม่มีความสำเร็จอะไรในชีวิตอย่างคนอายุเท่าๆกันเขามี (แถมลักษณะจะทำ จะเป็นในแบบที่คนปกติเขาไม่สนใจอย่างนี้ไปเรื่อยๆ) แล้วก็ยังไม่มีคำตอบให้หลายๆ อย่างในชีวิตตัวเองครับ นานๆ จะคิดได้สักเรื่อง ที่สำคัญผมเคยไม่ดี และยังไม่ดีหลายๆอย่าง เขียนไว้พยายามเตือนตัวเองเท่านั้นครับ ถ้าเพื่อนที่รู้จักจะได้ประโยชน์ไปด้วยก็ยินดีครับ"
.............

(Team Money Talk 4) ความสำเร็จวัดกันที่ไหน? โดยส่วนตัวคิดว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เกิดประโยชน์ ที่ป่านและกลุ่มเพื่อนของเขาทำอยู่เสมอนั้น..เรียกว่า “สำเร็จ” ได้แล้วค่ะ

Team Money Talk ทุกคน (ในทีมมีน้องๆ ที่ช่วยกันทำงานเต็มที่ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสมาสื่อสารกับผู้อ่าน) ทำงานด้วยเจตนาดีต่อสังคมตามแบบอย่างอาจารย์ ดร.ไพบูลย์ นอกจากนี้พวกเรายังซึมซับวิถีการใช้ชีวิตของอาจารย์กันไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นผู้ให้ ความพอเพียง รวมทั้งการยึดหลักธรรมะ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เชื่อแน่ว่าแฟนรายการ money talk เอง ก็คงได้รับการหล่อหลอมไปไม่น้อยเช่นกัน
.............
อาจารย์เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ร่มเย็นและสร้างลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นอย่างพวกเรา ทั้งผู้อ่าน และ Team Money Talk ทุกคนค่ะ

ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์ ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา
และอาจารย์ทุกท่าน อย่างสูง ไว้ ณ โอกาสนี้ค่ะ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 687

โพสต์

รายรับ_รายจ่าย สอนลูกได้_ไม่ยาก
(Team Money Talk 4)

......................
รายรับ_รายจ่าย สอนลูกได้_ไม่ยาก.jpg
หาขวดน้ำดื่มขวดใหญ่มา 2 ขวด
ขวดที่ 1 - เจาะให้เป็น "รูเล็กๆ" 1-2 รู รอบขวด
ขวดที่ 2 - เจาะให้เป็น "รูใหญ่ๆ" 6-7 รู รอบขวด
......

ขวดที่ 1 - หนึ่งใส่น้ำให้เต็มแล้วตั้งทิ้งไว้ พอน้ำยุบไปครึ่งนึง
ก็เติมให้เต็มแค่ 1 ครั้ง
ขวดที่ 2 - ให้ลูกเป็นคนเติมน้ำจากก๊อกหรือสายยางต่อเนื่อง
.......

อธิบายโดยเปรียบเทียบว่า
น้ำที่เติมคือ-รายรับ น้ำที่รั่วออก-คือรายจ่าย
ผลคือ..
ขวดที่ 2 แม้จะเติมน้ำมากกว่าแต่รั่วออกมากว่า
ในที่สุดจะเหลือน้ำน้อยกว่า
.........

รายรับ รายจ่าย..ในบ้าน เป็นสิ่งที่ลูกต้องรับรู้ด้วย
หลายๆ บ้าน ไม่เคยให้ลูกรับรู้สถานะการเงิน บางบ้าน
พ่อแม่ต้องกู้เงินมาให้ตอนเปิดเทอม บางโรงเรียนให้จ่าย
ด้วยบัตรเครดิตได้ถ้าเด็กรู้ก็จะต้องช่วยประหยัด และ
ต้องร่วมอยู่ในแผนการทยอยใช้คืนนั้นๆ ด้วย
.........

แม้แต่ยอดผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อธิบายได้ว่าเป็นของที่
ราคาสูงจะเก็บเงินสดซื้อ ราคาก็จะหนีไปไกล..กู้มาซื้อได้
ตราบเท่าที่เราสามารถใช้คืน..เพียงแต่มีดอกเบี้ยเพิ่ม
ผ่อนเร็ว - เสียดอกเบี้ยน้อย - หมดหนี้เร็ว
ผ่อนช้า - เสียดอกเบี้ยมาก - หมดหนี้ช้า
.......

พ่อแม่ไม่อยากให้ภาระหนี้ต้องต้องอยู่ที่ลูก
หากพ่อแม่ต้องตายไป ดังนั้น..ถ้ารายรับเข้ามาเรา
ต้องจ่ายค่าผ่อนต่างๆ ครบจำนวน (หรือมากกว่า) เสมอ
.......

อันนี้เป็น high light เลย - บอกลูกว่า เราภูมิใจที่ลูกเข้าใจสิ่งนี้
และยินดีร่วมอยู่ในแผน....เพราะเค้าเป็นเด็กที่ "เจ๋งสุด ๆ"
(ลูกรู้สึกภูมิใจ...ยิ้มปากบาน...ให้ความร่วมมือสุดๆ)
แขกไปใครมาเยี่ยมบ้าน นัดรวมญาติอะไรที่ไหน...
ก็งัดไม้เด็ดนี้ออกมาชมในที่สาธารณะ
เห็นอยู่ออกบ่อย...พ่อแม่ชมให้ใครๆ ฟัง เรื่องลูกเรียนเก่ง
ก็แค่เพิ่มเรื่องนี้เข้าไปอีกเรื่อง work กว่ามาก
......

การเรียนเก่งทำให้มีโอกาสเข้าสู่อาชีพที่ดี
เงินเดือนหรือรายรับก็ย่อมสูงตาม
แต่จะมีประโยชน์อะไร.."ถ้าหาได้มาก แต่บริหารไม่เป็น"
......

อย่างที่หนังสือพ่อรวยสอนลูกบอกไว้...
"นายธนาคารไม่เคยขอดูใบเกรด..แต่ขอดูสมุดบัญชี" และ
"เรื่องการบริหารเงิน" คือเรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน
แล้วใครจะสอนล่ะ..ถ้าไม่ใช่พ่อแม่อย่างเรา
อยากให้ลูก smart เรื่องเงิน...ก็เริ่มสอนกันเลยค่ะ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 688

โพสต์

ดอกเบี้ย_Flat Rate_Fixed Rate_ภาษาบ้านๆ
(Team Money Talk 4)

.............

ผู้อ่านท่านนึงถามว่า “Flat Rate” กับ “Fixed Rate” เหมือนกันไหม
พอจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆได้ไหม?..เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ
.............

"Flat (Interest) Rate" คือ"วิธีคิดดอกแบบเกลี่ยให้แบนๆ"สมชื่อ
นึกภาพ..นำก้อนเนยมาทาบนขนมปังให้ทั่วแผ่น แล้วตัดเป็นคำๆ
ทุกคำที่ทานมีเนยติดไปด้วย เหมือนการคิด “ดอกเบี้ยผ่อนรถ”
คิดดอกเบี้ยจากยอดกู้ทั้งก้อน คูณจำนวนปี ได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่
นำไปบวกกับยอดกู้ทั้งก้อน (ทาเนยบนขนมปัง) หารเป็นงวดๆ
ทุกงวดมี “เนย”..ไม่ใช่สิ..มีดอกเบี้ยติดไปเท่าๆ กันด้วยค่ะ ^_*
............

ทำตารางมาให้ดูด้วยค่ะ จะแปลกตากว่าตารางผ่อนรถทั่วไป
ตั้งใจแสดงให้เห็นดอกเบี้ย (เผื่อจะเสียดาย) ถ้าจำเป็นต้องกู้
อาจเพิ่มเงินดาวน์ หรือรอให้มีศักยภาพในการผ่อน/เดือนมากๆ
แล้วค่อยกู้อาจจะดีกว่า เก็บสะสมเงินที่เราตั้งใจจะผ่อนค่างวด
ไว้เป็นเงินดาวน์เพิ่ม กู้น้อยลง จะประหยัดค่าดอกเบี้ยได้มากค่ะ
..............

รู้จัก "Flat Rate" แล้วต้องรู้จัก "Effective (Interest) Rate" ด้วย
คือ "วิธีคิดแบบ" “ลดต้นลดดอก” ดีกว่าแบบแรก กรณีวงเงินกู้
สูงๆ และผ่อนนานๆ เช่น "สินเชื่อบ้าน" ด้วยเหตุผลตามชื่อค่ะ
“ลดต้นลดดอก” คือ ทันทีที่ทำให้ “ต้นลด” “ดอก” ก็จะลดตาม
นั่นเอง (ง่ายเนอะ ^_^)
.............

"รถมือสอง" จะเจอ vat 7% อีกด้วย ยิ่งอายุรถมากดอกยิ่งแพง
อาจลองเปรียบเทียบแหล่งเงินกู้อื่นๆ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์
ที่สามารถ “ลดต้นลดดอก” ได้ตลอดทาง เพราะเวลาผ่านไป
เรารวยขึ้นอยู่แล้วค่ะ เงินเดือนเพิ่ม สิ้นปีมีโบนัส..จ่ายเพิ่มได้
ถ้าตัดสินใจใช้ "Flat Rate" ไป แล้วรวยขึ้น..จะเสียดายทีหลัง
(ยิ่งติดตาม fb money talk ยิ่งต้องระวังค่ะ..ระวังจะรวยเร็ว ^_^)
.............

ส่วน “Fixed Rate” คือ "ประเภทดอกเบี้ย" “คงที่” ตลอดอายุ
สัญญา สินเชื่อรถก็เป็น “Fixed Rate” ที่ใช้วิธีคิดแบบ “Flat Rate”
นั่นเอง รู้จัก "Fixed Rate" ก็ต้องรู้จัก "Float Rate" ด้วย ซึ่งเป็น
"ประเภทดอกเบี้ย" "ลอยตัว" ที่ตรงข้ามกับ “Fixed Rate” ไม่ได้
คงที่ตลอดอายุสัญญา เช่น สินเชื่อบ้าน ที่คิดดอก MLR MRR
ตามประกาศธนาคาร จะนำมาฝากพร้อมตารางสินเชื่อบ้านค่ะ
รอติดตามนะคะ..ตกลง "เข้าใจมากขึ้น" หรือ "งงกว่าเดิม"คะ?
..............

download ตารางผ่อนรถ ได้ตาม link นี้ค่ะ

https://theenuch.opendrive.com/files?NF ... MF9XZ2ppSw

สามารถ “เปลี่ยนราคารถ” “เงินดาวน์” และ“อัตราดอกเบี้ย” ได้
ตัวเลขจะเปลี่ยนตามอัตโนมัติค่ะ ใช้ประกอบการวางแผนซื้อรถ
มีตารางเทียบให้เห็นด้วยว่า "รถมือสอง" ควรใช้แหล่งเงินกู้แบบ
"ลดต้นลดดอก" เช่น สหกรณ์ออมทัรพย์ จะเสียดอกน้อยลงมากค่ะ

แสดงการผ่อนรถใหม่
Flat rate รถใหม่.png
แสดงการผ่อนรถมือสอง
ในตารางนี้อายุรถ 5-6 ปีค่ะ ถ้าอายุรถมือสองที่เราจะซื้อยิ่งมากดอกยิ่งแพง
Flat rate มือสอง.png
ถ้ากู้สหกรณ์ออมทรัพย์ (ผู้อ่าน fb money Talk บอกอัตราดอกเบี้ยมาค่ะ)
คิดด้วยโปรแกรมเริ่มต้นแบบรุมือสองที่ผ่อน 4 ปี ดังนั้นจึงสมมติให้ผ่อนปีแรกเท่ากัน
แต่ประโยชน์ของการใช้แหล่งเงินกู้ "ลดต้น ลดดอก" จะมีประโยชน์มากที่สุด
ถ้าในแต่ละปรเรามีรายรับเพิ่มแล้วจ่ายเพิ่ม...จึงสมมติให้ต่ายต่อเดือนเพิ่ม
ในปีต่อๆ มาเล็กน้อย...และสมมติมีโบนัสออกตอนสิ้นปีก็เอามาจ่ายเพิ่มด้วยค่ะ
Flat rate มือสอง_สหกรณ์.png
หมายเหตุ - hide ตารางไปบางส่วนแต่ค่าไม่เปลี่ยนค่ะ
.............

ทุกเรื่องเกี่ยวกับเงินในชีวิต จะทำตารางทำยองนี้เสมอ
พบว่าช่วยให้บริหารการเงินส่วนบุคคลได้มีประสิทธิภาพมาก
(ส่วนตัวทำแบบนี้ค่ะ...แต่ละคนอาจถนัดไม่เหมือนกัน)

ถ้าใครเห็นว่าเป็นประโยชน์นำไปประยุกต์ใช้ได้ค่ะ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1735
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 689

โพสต์

ตารางรถมือสองที่ผ่อนแบบ Flat rate กับไฟแนนซ์ แบบผ่อน 48 งวด
เสียดอกเบี้ย + vat รวมทั้งสิ้น 106,377 บาท

ตารางกู้สหกรณ์ แบบ Effective rate (ลดต้น ลดดอก) แม่อัตราดอกเบี้ย 7.15% ต่อปี
แต่ในที่สุดแล้วเสียดอกเบี้ยรวมแค่ 60,507.13 บาท
และผ่อนแค่ 41 งวด ก็หมดแล้วค่ะ

แสดงให้เห็นว่าถ้ารถมือสอง
น่าจะเลือกใช้แหล่งเงินกู้แบบลดต้นลดดอกมากกว่าค่ะ :D
ปลูกหุ้นกินผล
Verified User
โพสต์: 111
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI บ้าน ๆ

โพสต์ที่ 690

โพสต์

ขอบคุณครับพี่นุช ได้ความรู้มากๆ เลยครับ
ปลูกหุ้นกินผล
http://www.facebook.com/PookHoonKinPhol