เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
suwicha
Verified User
โพสต์: 300
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 31

โพสต์

เจ๊เล้งเธอออกจะรวยล้น  น่าจะเจียดเศษเงินสัก100-200ล้านตั้งมูลนิธิช่วยคนจนอย่างผมหน่อย
โดยเฉพาะเปิดคอร์ส"วิธีบริหารเงินพัน(บาท)ให้กลายเป็นหมื่น(ล้าน)สไตล์เจ๊เล้ง"อบรมฟรีเป็น...วิทยาทาน  จะไม่ลืมพระคุณเลย
นะเจ๊นะ-ช่วยกันคนละไม้ละมือ-ดีกว่าบ่นอย่างเดียวตั้งเยออออะ
โป้ง
Verified User
โพสต์: 2326
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 32

โพสต์

แต่นักเศษรฐศาสตร์ ชื่อดัง พอล ครุกแมน
เคยบอกไว้ หนี้สาธารณะของไทยไม่น่ากลัว เท่าหนี้ครัวเรือนครับ
งด เลิก เสพ สุรา บุหรี่ วันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีของท่าน
ภาพประจำตัวสมาชิก
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 5162
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 33

โพสต์

เมื่อก่อนหนี้ครัวเรือนก็สูง แถมดอกเบี้ยสูงมหาโหดด้วยเพราะว่าไปกู้จากเจ้าพ่อเจ้าแม่เงินกู้ บางคนเจอดอกเบี้ยร้อยละ10-20ต่อเดือน(ย้ำ..ต่อเดือนนะครับ)แต่ไม่มีทางเลือก ก็ต้องกู้

แต่หนี้เหล่านี้ไม่เคยปรากฎอยู่ในรายงานฉบับไหนทั้งสิ้น เพราะว่าเป็นหนี้นอกระบบ  (อาจจะทำให้ไม่มีใครกังวลและไม่มองว่าจะทำให้เกิดวิกฤติ)  แต่ถึงไม่โชว์ออกมาก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริงนี่นา

พอหนี้เหล่านี้ขึ้นมาอยู่บนดิน  แม้จะทำให้ตัวเลขไม่สวย  แต่มันก็ช่วยให้คนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยถูกกว่า ได้มีโอกาสมากกว่าเดิม  แปลกตรงที่พอมาอยู่บนดิน ใครๆก็เริ่มเป็นห่วงกัน  แล้วก่อนหน้านี้ไม่น่าเป็นห่วงกว่าอีกหรือ  งงจัง.....
ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด
M149
Verified User
โพสต์: 1477
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 34

โพสต์

แต่นักเศษรฐศาสตร์ ชื่อดัง พอล ครุกแมน
เคยบอกไว้ หนี้สาธารณะของไทยไม่น่ากลัว เท่าหนี้ครัวเรือนครับ
อันนี้จริงครับ เราถึงได้ต้องมาดูสัดส่วนหนี้เสี่ยงต่อหนี้รวมไงครับว่ายังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้รึเปล่า  :wink:
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 35

โพสต์

Genie ครับ

แล้วที่ว่าหนี้ค้างชำระไม่ถึง 3 เดือน นี่
มีกี่เปอร์เซ็นต์กู้บัตรเครดิตใหม่มาชำระครับ

ตัวเลขมันอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่คิดก็ได้ครับ

3. FTA จริงครับ ว่า FTA ที่แฟร์เป็นเรื่องดี
กระตุ้นให้กลไกเศรษฐกิจทำงาน และปรับสมดุลไปในทางที่ดี

แต่ FTA ที่ไม่ดีนี่ เสียหายนะครับ

ประเทศที่เราทำ FTA ด้วย กฎหมาย local แข็งแกร่ง
มีระบบที่ป้องกันการแข่งขันแบบ anti-dumping อยู่แล้ว
แม้แต่ที่อเมริกาที่เสรีสุดหรือ หรือจีนที่ strict สุดๆ

แต่บ้านเรา ใครใคร่ค้า ค้าครับ
สะดวกซื้อก็เปิดกันเข้าไปสิครับ รายใหญ่กินรวบหมด

น้อง Genie มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ดี
ลองพยายามไปหาอ่าน FTA ของ ไทย-จีน กับ ไทย-ออสเตรเลีย
แล้ววิเคราะห์ให้ละเอียดสิครับ ในระดับจุลภาคและมหภาคเลยนะ

และลองศึกษากฎหมายท้องถิ่นของออสเตรเลียกับจีนดูนะครับ

ทั้งสองประเทศ ใช้กฎหมายท้องถิ่นในการป้องกันผู้ประกอบการในประเทศ

ประเทศไทยไม่มีกฎหมายท้องถิ่นครับ
อย่าลืมว่า กรุงเทพไม่ใช่ประเทศไทย

ผมไม่รู้ FTA ละเอียด รู้แต่ว่า ดร.ที่เชี่ยวชาญกฏหมายระหว่างประเทศ
มากที่สุดคนหนึ่งในไทย บอกว่า FTA ไทย-ออสเตรเลีย
คือสัญญาขายชาติครับ

6. รัฐเหลือเงินมาก ไม่เถียงครับ แต่ตั้งอยู่บนสมมุติฐานอะไรบ้างครับ
GDP กี่เปอร์เซ็นต์ เก็บภาษีเข้าเป้าขนาดไหน

พี่บอกว่า ถ้าเม็กกะโปรเจ็กเริ่ม แต่ไม่มีเงินทำให้สำเร็จ
ถ้า budget ที่ forecast ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง คงไม่มีปัญหาครับ
แต่ถ้าต้นทุนสูงขึ้น ต้องผันเงินไปช่วยฟื้นฟูกรุงเทพจากภัยธรรมชาติ

สมมุติว่าเราเจอพายุเข้าแรงขนาด New Orleans
หรือ Tsunami ความแรงเท่าภูเก็ต อะไรจะเกิดขึ้น

อย่าลืมนะครับ ทะเลอ่าวไทยสูงเพียง 100 เมตรได้
ถ้า Tsunmi เข้า น้ำอาจจะสูงราวๆ 100 เมตรนะครับ

7. อีกกี่ปีครับ กว่าจะได้พลังงานทดแทน
คิดว่าเราจะทนได้ถึงตอนนั้นหรือครับ

พี่ไม่ได้บอกว่านโยบายรัฐบาลผิดหรือไม่ดีนะครับ เรื่องหนี้
แต่พี่คิดว่าเสี่ยงเกินไป เพราะปัจจัยเสี่ยงมากเป็นพิเศษ
การดำเนินนโยบายแบบ conservative (ทั้งประเทศ)
น่าจะช่วยให้ความเสียหายจากปัจจัยเสี่ยงลดลงได้

อย่าเห็นคำเตือนเป็นที่ระคายหู เพราะคิดว่ารบ.นี้กล้าทำ
หรือมีนโยบายถูกใจนักลงทุนที่สุดสิครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
doji
Verified User
โพสต์: 78
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 36

โพสต์

แล้วเมื่อเจ้าหนี้บัตรเครดิตหรือเงินกู้บนดิน มีหนี้เสียจากครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นมาก จะมีผลกระทบต่ออะไรบ้างครับ...
ผมว่าปัญหาหนี้บัตรเครดิตหรือเงินกู้บนดินในอนาคตเจ้าหนี้จะมีหนี้เสียเพิ่มมากขึ้นๆ สาเหตุมาจากการติดตามเก็บหนี้ได้น้อยลงและยากขึ้น ลูกหนี้อาจจะไม่ยอมจ่ายหนี้ เพราะวิธีการทวงหนี้ก็แค่โทรศัพท์ทวงหนี้และส่งจดหมายทวงหนี้ ซึ้งต่างกับวิธีการท้วงหนี้ของพวกเงินกู้นอกระบบ ที่เข้าถึงตัวลูกหนี้ได้ง่ายกว่า โดยเจ้าหนี้และลูกหนี้ก็อยูในท้องถิ่นเดียวกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 5162
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 37

โพสต์

แล้วเมื่อเจ้าหนี้บัตรเครดิตหรือเงินกู้บนดิน มีหนี้เสียจากครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นมาก จะมีผลกระทบต่ออะไรบ้างครับ...
เห็นด้วยนะครับกับคำถามนี้ ถามดีมากครับ

ผลที่ตามมาคงจะไม่ใช่เอาลูกหนี้ไปฆ่าไปแกงหรือเอาไปเป็นทาสแน่  หรือจับไปขายตัวขูดดอกก็คงไม่ได้  ถ้าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สมบัติจริงๆ  เจ้าหนี้จะเอาอะไรไปได้มากกว่านี้ ก็เหลือแต่ตัวแล้วอ่ะ ล่อนจ้อนแล้ว โป๊แล้ว แล้วจะเป็นยังไง  จลาจลเหรอ  ฆ่าตัวตายเป็นล้านๆคนเหรอ แล้วจะทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจยังไง  งงงงงงง......

แหะๆ ล้อเล่นเฉยๆอ่ะ..

เอ้า...จริงจังสักหน่อย  ผลที่ตามมาก็คงจะก่อให้เกิดหนี้เสีย  ถ้าเงินมากหน่อยก็อาจจะฟ้องศาล  ถ้าน้อยหน่อยก็ตัดทิ้งไปเลย

ถ้าฟ้องศาลก็คงจะสู้กันแบบนี้
เจ้าหนี้ก็จะพูดว่า คุณแย่จริงๆเอาเงินผมไปใช้แล้วไม่คืน ใช้ได้ที่ไหน  แล้วก็ดันมีบัตรเครดิตตั้งหลายไปหมุนไปหมุนมาอีรุงตุงนังไปหมด  อยากได้โน่นอยากได้นี่ไม่สิ้นสุด ไม่รู้จักประมาณตนไม่เจียมตัวเลยว่าจะมีปัญญาหามาใช้ได้หรือเปล่า แย่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คุณต้องหาเงินมาคืนผมให้ได้นะ

ลูกหนี้ก็จะบอกว่า  คุณไม่ต้องมาว่าผมเลวหรอก(จริงๆแล้วเขาว่าแย่ แต่เอาน่าหยวนๆ ใกล้เคียงกันอยู่) คุณเองก็เลวพอๆกัน โลภมากๆด้วย และที่ว่าผมไม่รู้จักประมาณตน คุณเองก็ไม่รู้จักตักน้ำใส่กระโหลก(เริ่มมีแรงบวกมากกว่าเดิม) คุณมีเงินเท่าไหร่ แล้วปล่อยเครดิตไม่บันยะบันยังก็ต้องไปกู้เขามาใช่ไหม  คุณเองก็ไม่เจียมตัวใช่ไหม ปล่อยกู้เพราะอยากได้ดอกเบี้ยจากผมใช่ไหม  คุณโลภใช่ไหม  

ทำไมคุณไม่ดูประวัติการเงินลูกค้าให้ดีก่อน  ผมไม่ได้ไปขอคุณทำบัตรเครดิต  คุณเองไม่ใช่หรือที่วิ่งตะแหลนๆมาขอให้ผมทำ  มาอ้อนให้ช่วยทำ  แล้วคุณให้วงเงินผมมากๆทำไม  เงินเดือนผมมีแค่นี้เอง คุณโลภใช่ไหม  นี่เพื่อนผมไม่มีเงินเดือนด้วยซ้ำ  คุณยังไปยัดเยียดให้เขาทำ  แล้วพอเขาเบี้ยวคุณจะมาโวยวายทำไม ย้ำอีกที คุณโลภใช่ไหม  อย่ามาบอกผมเลยว่าคุณเจตนาดี อยากจะช่วยเหลือผมด้วยคุณธรรม ผมไม่เชื่อหรอก

อ้อ.....อีกอันหนึ่ง  คุณอย่ามาโทษผมนะว่าผมจะทำให้เศรษฐกิจประเทศพัง  คุณเอากิเลสมาให้ผม คุณเอาเหล้าให้ผมดื่ม ผมก็ดื่ม  ดื่มแล้วผมก็เมา  เมาแล้วก็อาละวาด แล้วคุณโทษผมฝ่ายเดียวได้ไง  ก็คุณนั่นแหละเป็นคนเอาเหล้าให้ผมดื่ม คุณก็ผิดด้วยเหมือนกัน 555  มาววววววววว
ที่ยกมานี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดในศาล  อาจจะเรียบเรียงคำพูดได้ไม่ตรงมากนัก  แต่เนื้อหาค่อนข้างตรง

ศาลพิจารณาแล้ว  ตัดสินให้ไปประนอมหนี้กัน  เอาเท่าที่ได้

คำถามของผมไม่ได้ถามว่าใครเป็นฝ่ายผิดฝ่ายถูก แต่ผมถามว่า  เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว   ทุกคนจะเดินไปข้างหน้ากันอย่างไร  ผมมองว่า ฝ่ายลูกหนี้ก็คงเรียนรู้การควบคุมรายรับรายจ่าย หลังจากหลงระเริงด้วยความคึกคะนองใช้จ่ายสนุกมือมาระยะหนึ่ง  แน่นอนพวกไม่เรียนรู้ก็คงมีตามธรรมดาของโลก แต่ยังไงก็จ่ายสนุกมือไม่ได้ เพราะไม่มีตังแย้วววว อิอิ

ฝ่ายเจ้าหนี้บัตรเครดิตก็คงต้องเรียนรู้ที่จะจำกัดการปล่อยวงเงิน การคัดเลือกลูกหนี้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นก็ขาดทุนแหงๆ  และถ้ายังไม่ปรับปรุงแก้ไขทั้งๆที่เห็นๆ  มันก็ไม่ใช่คนแร้วววววววว

ทั้งหมดนี้มันก็เป็นธรรมดาของโลก มีรุ่งเรือง แล้วก็ร่วงโรย โฮะๆๆๆๆ
ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด
M149
Verified User
โพสต์: 1477
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 38

โพสต์

เห็นด้วยและไม่ได้เถียงพี่เล็กครับ แต่ให้มุมมองที่ต่างออกไป  :D

1.กรณีบัตรเครดิต เป็นเครดิตเก่ามาrefinanceถามว่ามีไหม ผมเชื่อว่ามีครับ แต่ประเด็นคืออัตราส่วนหนี้เสี่ยงมันเป็นขนาดไหน ยังอยู่ในระดับratioที่รับได้อยู่รึเปล่า ซึ่งถ้าการrefinanceไม่มีประสิทธิภาพเราจะต้องเห็นการโตขึ้นของratioอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถามว่ามันโตขึ้นไหม ก็ต้องตอบว่าโตขึ้นจริง แต่อยู่ในระดับที่อันตรายหรือยัง คงต้องบอกว่ายัง ณ อัตราส่วนระดับนี้ แต่ก็ควรเฝ้าระวังถึงGrowthที่มีทีถ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผมจึงให้ไว้ที่ระดับเฝ้าระวังไม่ใช่ระดับหวาดวิตกไงครับ

2.ในกรณีของFTAมันมีรายละเอียดที่ซับซ้อน และเชื่อว่ารายอุตฯได้ประโยชน์และหลายอุตฯเสียประโยชน์ แต่ถามว่าถ้าไม่เปิดจะไหมในเมื่อมีเสีย ก็ต้องตอบว่าได้ แต่ถ้าเราไม่เปิดแต่ชาวบ้านชาวช่องเขาเปิดกันหมดมันก็ใช่ว่าเราจะไม่เสียประโยชน์ อีกทั้งปี2008 กฏWTOก็เริ่มจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มของโลกมันมีทิศทางในลักษณะนั้น ซึ่งเราก็มีแค่ 2 ทางเลือกคือ 1.อยู่เฉยๆแล้วก็รอวันตาย กับ 2.แลกหมัดอาจเจ็บตัวแต่ก็ไม่กำตด ดังนั้นเราควรที่จะต้องมามองที่ภาพใหญ่ในองค์รวมกันเสียก่อน(ระดับGlobal Viewนะครับไม่ใช่Nation View) ซึ่งในเมื่อเปิดก็เสียไม่เปิดก็เสีย เราน่าจะมาดูว่าจุดบอดตรงไหนที่ควรแก้ไขเพื่อรับมือมากกว่า และเราจะพัฒนาNTBอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทั้งNation Regulation และ Local Regulation
M149
Verified User
โพสต์: 1477
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 39

โพสต์

เดือนกรกฎาคม 2548  รัฐบาลจัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10  โดยจัดเก็บได้สุทธิ  82,343  ล้านบาท  สูงกว่าประมาณการ  2,125  ล้านบาท  ภาษีที่มีการขยายตัวในอัตราที่สูงคือ ภาษีจากฐานรายได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม  
นี่คือการเก็บภาษีที่เกินเป้าขึ้นครับ ผมอยากให้แนะนำไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังครับ

สำหรับเรื่องอีกกี่ปีเราถึงได้พลังงานทดแทน ประเด็นไม่ได้อยู่ว่าอีกกี่ปีครับ แต่ขึ้นอยู่กับอัตราคุ้มทุนครับ เอาง่ายๆสมัยราคาน้ำมัน10บาทกว่าๆ มีรถนั่งบุคคลที่ไหนหันไปใช้แก๊ซครับ (ทั้งLPGและNGV) ไม่มครับ รวมถึงโครงการเอธานอลด้วย เพราะตามการวิจัย(ขอโทษนะครับจำแหล่งข้อมูลไม่ได้ฟังวิทยุมาอีกที)ก็ได้ระบุไว้ว่า เอธานอลจะถึงจุดคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ถ้าราคาน้ำมันสูงกว่า 16บาท ดังนั้นก่อนหน้านั้นจึงไม่มีการสร้างผลผลิตออกมาในเชิงพาณิชย์ไงครับ มีแต่อยู่ในแล็บ หรืออย่างพลังงานไฮโดรเจนถามว่าผลิตออกมาได้หรือยัง ฟันได้เลยครับว่ามีออกมาแล้ว แต่ไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์ครับ

สำหรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ อันนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพระผู้เป็นเจ้าครับ เราแทรกแซงอะไรไม่ได้ครับ
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 40

โพสต์

เอทานอลไม่มีวันถึงจุดคุ้มทุนจริงๆ ครับ ในเชิงเศรษฐศาสตร์
ไบโอดีเซลก็ด้วย

เศรษฐศาสตร์ Genie บอกเอง คือการใช้ทรัพยากรที่จำกัด
สนองความต้องการที่ไม่จำกัด

เพราะพลังงานที่เสียไปกับการทำเอทานอล จะมากกว่า
พลังงานที่ได้รับ ถ้าเอาวัตถุดิบไปใช้อย่างอื่นครับ

ถามว่า ถ้ารัฐไม่ fix ราคาขายเอทานอล ตอนนี้ราคา
จะอยู่ที่ลิตรละเท่าไหร่ ตามดีมานด์ซัพพลายจริงๆ

"แผนงานเป็นของมนุษย์ แต่คำตอบเป็นของพระเจ้า"

เราห้ามภัยพิบัติไม่ได้ครับ แต่เราป้องกันได้ในระดับหนึ่ง
เราลดความเสียหายลงได้ ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

เรื่อง FTA ผมว่าสำคัญ แต่ไม่ต้องรีบครับ

A decision made in haste, is a decision made in waste
ภาพประจำตัวสมาชิก
เพื่อน
Verified User
โพสต์: 1826
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 41

โพสต์

คุณjenieครับ....อย่าเพิ่งว่าผมจับผิดเลยนะครับ พอดีข้อความของคุณมันแย้งกับข้อมูลที่เคยเห็นมาครับ เช่น
หรืออย่างเจ้าหนองงูเห่า งบจากเดิมตั้งไว้ที่ 1.9หมื่นล้าน พอตอนนี้กลายเป็นว่าใช้แค่ 1.8หมื่นล้านก็สร้างเสร็จ พอเจอเรื่องCTXคนเลยลืมข้อเท็จจริงอันนี้หมด
ผมจำได้ว่าเค้าลดขนาดโปรเจ็คลงมากเลยนะครับ และไม่คุ้มเลยที่ลดลง ทำให้ปัจจุบันโครงการขนาดใหญ่กว่าดอนเมืองไม่มากเท่าไหร่เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ลงไป(ยังไม่รวมถึงว่าจะเอาดอนเมืองไปทำอะไรต่อ-เพราะนั่นก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายเหมือนกัน) สู้ทำตามขนาดเดิมไม่ได้เลยครับ ในช่วงนั้นมีการถกเถียงกันอย่างมากในหลายๆด้าน แล้วเค้าก็รีบสรุปอย่างรวบรัดในเรื่องของขนาดและงบประมาณอย่างเดียว และประกาศออกมาว่าสามารถทำให้เสร็จทันในเวลาจำกัดและลดต้นทุนค่าก่อสร้างลงได้อีก แต่ไม่ได้บอกให้สังคมรับรู้เลยว่าแลกกับอะไรมาบ้างที่ต้องเสียมากกว่าเก่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
เพื่อน
Verified User
โพสต์: 1826
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 42

โพสต์

อีกเรื่องก็คือเรื่องนมครับ ผมเห็นส่วนใหญ่ใช้นมผงกันอยู่แล้วนะครับ มีอยู่ไม่กี่รายที่เป็นนมสดเหลวจริงๆ ที่เห็นก็หนองโพกับนมเกษตร ไว้จะลองไปอ่านข้างกล่องดูยี่ห้ออื่นๆเปรียบเทียบดูให้ชัดๆอีกทีครับ

ที่ผมสงสัยอีกเรื่องเกี่ยวกับเมกกะโปรเจ็ก มีอยู่ช่วงหนึ่งบอกว่าจะลดขนาดโปรเจ็กลงเพื่อทำให้ลดงบลงมา และมีการแจกแจงรายละเอียดออกมาว่าลดอะไรไปบ้าง.....พอผ่านมาอีกระยะหนึ่งก็บอกว่าจะไม่มีการลดงบประมาณลง แต่ไม่เห็นบอกเลยว่าจะยังคงขนาดโปรเจ็คตามเดิม ก็เห็นจะใช้ขนาดที่แจงออกมานั่นแหละ แถมทำท่าจะลดสายสีม่วงสีส้มอีก ถ้าไม่ตามดูดีๆผมว่าลดแต่ขนาดไม่ลดงบ หรือลดงบก็ลดนิดเดียว(รู้สึกเค้าเริ่มชำนาญทางนี้กันแล้วนะ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
เพื่อน
Verified User
โพสต์: 1826
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 43

โพสต์

อีกอย่างนะครับ ทุกวันนี้ผมไม่ค่อยเชื่อตัวเลขทั้งหลายที่ปรากฎออกมาให้เราเห็นสักเท่าไหร่เลยครับ เปรียบไปก็เหมือนแต่งบัญชีนั่นแหละครับ แต่ก็ไม่มีทางเลือก ต้องฟังตามที่เค้าแถลงนั่นแหละครับ และอย่าเพิ่งลืมไปนะครับว่าช่วงที่ผ่านมารัฐบาลออกBondมาจำนวนค่อนข้างสูงและคาดว่าจะมีอีกในอนาคต ตัวเลขพวกนี้ถือเป็นหนี้สินทั้งนั้นควรเอามาหักลบด้วยนา
M149
Verified User
โพสต์: 1477
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 44

โพสต์

เรื่องเอธานอล ราคาควรอยู่ลิตรละเท่าไหร่อันนี้ผมไม่มีข้อมูลครับ แต่ประเด็นคือ เรื่องความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ครับ ถ้าทำเป็นเอธานอลแล้วคุ้มและใช้ได้ในเชิงพาณิชย์มันก็จะทำครับ เรื่องทรัพยากรจำกัดความต้องการไม่จำกัดอันนี้จริงครับ ดังนั้นราคาเลยเป็นตัวควบคุมความต้องการไงครับ เหมือนทองแดงครับ ในอดีต10ปีก่อนก็มีคนคาดการณ์ว่าราคาทองแดงอีก10ปีข้างหน้าจะสูงขึ้นเป็นสิบเท่าเนื่องจากความต้องการในการใช้สายไฟฟ้าและโทรศัพท์จะส่งผลให้อุปสงค์ทองแดงสูงขึ้น แต่ผลคือไม่ใช่ เพราะเมื่อราคาทองแดงไต่ระดับขึ้นถึงจุดหนึ่ง คนก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้เคเบิ้ลใยแก้วทดแทน หรืออย่างรถยนต์ ในสมัยที่คนยังนิยมขี่ม้าและรถวิ่งช้ากว่าเดินเราใช้เวลากี่ปีครับที่เปลี่ยนจากม้ามาเป็นรถ ร้อยปีเศษๆมานี่เองนะครับ และเป็นที่นิยมในช่วงไม่กี่ทศวรรษมานี่เองเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ใช้ม้าเป็นพาหนะหลักและตัวแปรสำคัญที่ทำให้เปลี่ยนจากม้าเป็นรถคือ Ford model T:.ประเด็นที่ผมพูดถึงเอธานอลเป็นเรื่องความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ครับ และความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์เนี่ยแหละครับเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและปฏิวัติเทคโนโลยีต่างๆ
M149
Verified User
โพสต์: 1477
ผู้ติดตาม: 0

เจ๊เล้ง กับมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ฟันธง วิกฤติอีกรอบ

โพสต์ที่ 45

โพสต์

ต้องบอกก่อนนะครับว่าผมไม่ได้เป็นพวกเข้าข้างรัฐบาลนะ เพียงแต่หามุมกลับมาดู มุมวิจารณ์คนชอบอ่านแต่มุมสนับสนุนไม่ค่อยมี ซึ่งโดยนิสัยคนธรรมดาถ้าผมแต้มจุดดำลงบนกระดาษขาวแล้วถามว่าเห็นอะไรร้อยละ90จะบอกว่าจุดสีดำ โดยไม่เห็นสีขาว ดังนั้นเราควรจะต้องมองทั้งดำและขาวโดยเน้นข้อมูลเป็นหลักแต่อย่างไรก็ดีผมไม่ถือว่าเป็นการจับผิดนะ เรามาถกประเด็นกันต่างหากจริงไหม :)

เอาหละเกริ่นไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับเรื่องตัวเลขที่ว่าเชื่อไม่ค่อยได้ อันนี้คงต้องบอกว่ามันเป็นข้อมูลที่เป็นรูปธรรมที่สุดแล้ว อีกทั้งถึงจะมีerrorผมก็เชื่อว่าก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ หรือชี้directionได้ มันคงไม่ถึงกับหน้ามือหลังเท้า ไม่งั้นเราคงไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์งบ หรือทำforcastingหรอกจริงไหม