ibm ขายทิ้งธุรกิจส่วนคอมพิวเตอร์

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

ibm ขายทิ้งธุรกิจส่วนคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ผมเหมือนอ่านข่าวนี้จากไหน จริงไหมคับ

ถ้าจริงกำลังจะบอกอะไรกับ ธุรกิจไอที

หรือว่ากำลังมีสินค้าตัวใหม่ที่จะมาแทนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ภาพประจำตัวสมาชิก
house
Verified User
โพสต์: 683
ผู้ติดตาม: 0

ibm ขายทิ้งธุรกิจส่วนคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 2

โพสต์

จริงครับ ก็บอกว่า ธุรกิจ พีซี จะมีกำไร ไม่ดี อีกแล้วในอนาคต เพราะคนจะเริ่มเลือก แล้วประกอบเองโดยไม่ยึดติดกับแบรนด์ จริงๆพวกเล่นคอมก็ดูกันออกมา 4 -5 ปีแล้วที่ผมยังงงก็ เดลล์ นี่แหละ ไม่รู้ยังขายอยู่ได้ยังไง สินค้าทดแทน น่าจะเป็น แล็ปท็อปมั้งครับ แต่ก็คงเป็นไปในทางเดียวกัน คือกลายเป็นแข่งกันด้านราคา เป็นหลัก
ด้าน IT หลังๆ คงสู้กันด้วย service , content , solution มากกว่า
ทำให้เต็มที่ เพื่อจะไม่เสียใจภายหลัง
ภาพประจำตัวสมาชิก
CEO
Verified User
โพสต์: 1243
ผู้ติดตาม: 0

ibm ขายทิ้งธุรกิจส่วนคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 3

โพสต์

พอรู้มาเล็กน้อยๆครับ

คอมพิวเตอร์นั้นมันสำคัญตรง chip จอ กับ hard disk นะครับ

IBM ไม่เก่งด้านนี้

ญี่ปุ่นกับเกาหลียึดตลาดจอไปเรียบร้อย

ขนาด hard disk ก็ขายให้ hitachi แบบยกแผงไปเมื่อหลายปีก่อน

ส่วน chip นั้นไม่ต้องพูดถึง

SUMSUNG กำลังจะขยายกำลังการผลิต แฟลช

พวกนี้ไม่มีใครทำ OEM ให้ IBM มากินหัวคิวแน่ๆ

AMD Intel ครอง pro อยู่ pro มันเบาจะส่งไปไหนๆก็ได้แล้วไปประกอบที่นั่น
มัยก็เลยจะกลายเป็น local brand ครองตลาด แต่มาร์จิ้นต่ำ

IBM ไม่สามารถไปตั้งโรงงานเล็กกระจายทั่วโลกเพื่อผลิตคอมพิวเตอร์ขาย

AMD มีโรงงานผลิตที่ไทย

คนที่เก่งๆด้านบริหารการผลิตอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์อันดับต้นๆของโลกในตอนนี้กลายเป็นคนไทยนะครับ และทำงานอยู่ในเมืองไทย

คงจะเหมือนหุ้นนะครับ หุ้นอิเลคนั้นไม่ตรงแนว VI เลย ลงทุนสูง คู่แข่งเยอะ ไม่ยั่งยืน กำไรขึ้นๆลงๆ และถ้าไม่เก่งอันดับหนึ่งก็ขอบายดีกว่า

เล่นเก็งกำไรเป็นรอบๆไปดีกว่า อย่าลงทุน
การซื้อกิจการอาจไม่ใช่การเทคโอเวอร์ และการเทคโอเวอร์ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อหุ้น..
ภาพประจำตัวสมาชิก
house
Verified User
โพสต์: 683
ผู้ติดตาม: 0

ibm ขายทิ้งธุรกิจส่วนคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ผมเห็นด้วยครับว่ากลุ่ม elec นั้นไม่เหมาะกับ VI แต่สำหรับกลุ่ม IT ผมขอค้านครับ ผมเชื่อว่าหลายๆ บริษัทในกลุ่ม IT มี DCA แม้ว่าจะไม่แข็งแกร่งขนาด
ที่ Buffet นิยามก็ตามเนื่องจากสิ่งหนึ่งที่เป็นธรรมชาติของกลุ่มนี้คือต้องมีการวิจัย หยุดวิจัยเมื่อไหร่ก็ค่อยๆ ตาย อย่างไรก็ตาม หลายๆบริษัท อยู่ในสภาพผูก
ขาดและจะผูกขาดอีกนาน อย่างเช่น
บริษัท borland ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดพัฒนาซอฟแวร์ชื่อดังของอเมริกา คุณจะพัฒนาซอฟแวร์ บน วินโดว์ linux unix ต้องใช้ชุดพัฒนาของเขาหมด นี่ก็เข้าขั้นผู้ขาดแล้ว การบริหารระบบ sourcecode อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การออกผลิตภัณฑ์ เวอร์ชั่นใหม่ ทำได้เร็ว และมีประสิทธิภาพสูง รวมถึงใช้ต้นทุนน้อยกว่าการพัฒนา จาก 0 มาก ซึ่งเป็น barrier of entry ที่มีประสิทธิภาพ การแข่งขันในอุตสาหกรรมต่ำ สินค้าทดแทนไม่มี เพราะโปรแกรมเมอร์ คนใด หรือ บริษัทใดใช้ของเขาแล้ว ต้นทุนในการเปลี่ยนไปใช้ของคู่แข่งจะสูงมาก มีอำนาจต่อรองกับลูกค้าสูงเพราะขายได้ทั่วโลก(และผู้ใช้มีตัวเลือกน้อยมาก)
น่าเสียดายที่หาบริษัทที่มีความเข้มแข็งในลักษณะนี้ยากมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย(แต่ผมมั่นใจมากว่าในเมืองไทยไม่มีเลย)
ในกรณีของ IBM ผมเชื่อว่า IBM จะย้ายไปผูกขาดอุปกรณ์ ช่วยวางแผนพัฒนาซอฟแวร์ขนาดใหญ่ครับ เช่นชุดโปรแกรม Rational Rose เป็นต้น รวมถึงบริการให้คำปรึกษา ซึ่งมี margin สูง และตนเองเป็นเจ้าตลาด

สำหรับเมืองไทย ผมเชื่อว่า บริษัท IT จะเข้มแข็งได้ทางด้านของ Integrator และ solution ครับอืม ยกตัวอย่างยังไงดี ขอยืมบริษัทคุณ เจ๋งเป็นตัวอย่างละกัน
เนื่องจากกิจการของคุณเจ๋งขยายตัวอย่างรวดเร็วมีผู้ใช้บริการมากมายทั่วประเทศทำให้คุณเจ๋งประสบความยากลำบากในการจัดคิวเหล่าแม่บ้านเป็นอย่างมาก
เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนด้านเอกสาร จึงได้ว่าจ้างให้บริษัท A เข้ามาทำการพัฒนาระบบช่วยเหลือในการบริหารแม่บ้านให้
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
1. บริษัท A ได้ค่าปรึกษา และ พัฒนาระบบ
2. ซอฟแวร์ที่พัฒนาขึ้น ผู้อื่น นำไปใช้ไม่ได้ เนื่องจากออกแบบให้เหมาะสมกับบริษัทคุณเจ๋งเพียงแห่งเดียว (ไม่ต้องห่วงเรื่อง copy)
3. เนื่องจากพัฒนามาเป็นการเฉพาะ การดูแลรักษา ก็ต้องจ้างบริษัท A อีกนั่นแหละ เพราะชาวบ้านไม่รู้เรื่องด้วย
4. การปรับปรุงเป็นเวอร์ชั่นใหม่ โดยทั่วไปเปลี่ยนเป็น บ อื่นได้ แต่เนื่องจาก A เป็นผู้พัฒนาก่อนมีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างเดิมมากกว่า ก็จะสามารถ เสนอเวลา และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาได้ถูกกว่า
5. ในการพัฒนาซอฟแวร์ แต่ละครั้ง A สามารถนำโค้ด เดิมๆมาปรับปรุง แก้ไข ได้ ทำให้ต้นทุนและเวลาในการพัฒนาน้อยลง

ยิ่งมีลูกค้ามากต้นทุนในการพัฒนาโปรแกรม ต่อลูกค้าแต่ละรายก็ลดลงในขณะที่รายได้ที่คงที่จะสูงขึ้น ต้นทุนจริงๆ ของธุรกิจนี้มีอย่างเดียวคือค่าแรงโปรแกรมเมอร์ซึ่งผมคิดว่าเป็นรายจ่ายหลักครับ
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

ibm ขายทิ้งธุรกิจส่วนคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ผมก็กำลังคิดว่าตลาดชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ในโลกน่าจะมาแรงในหลายประเทศ
ยิ่งในไทยเราดูเหมือนSUMSUNG จะเป็นที่นิยมมากยิ่งสินค้าประเภทจอแบน
hd ก็เริ่มมีความนิยมแทนที่ยี่ห้อเก่ามากขึ้น ยิ่งคนไทยผมว่าน้อยหลายมากที่จะ
ซื้อคอมที่มียี่ห้อ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องประกอบตามร้าน และซื้อมาประกอบเองมากขึ้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
ch_army
Verified User
โพสต์: 1352
ผู้ติดตาม: 0

ibm ขายทิ้งธุรกิจส่วนคอมพิวเตอร์

โพสต์ที่ 6

โพสต์

ผมว่าที่ บัฟเฟตไม่ชอบสายนี้เพราะเขาไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งมากๆด้วยแหละครับ เพราะผมว่ามันเป็นของคนรุ่นใหม่ และอาจต้องเข้าใจเชิงเทคนิคด้วยเพราะมันแข่งกันด้วยเทคโนโลยีซึ่งต้องมีพื้นฐานอยู่ไม่งั้นไม่รู้เรื่อง ผมเองเล่นคอมมาแต่เด็กหลายปีแล้วพอพักหลังๆไม่ค่อยตามข่าว IT ตอนนี้ก็ไม่ค่อยทันเลยครับ แล้วปู่บัฟเฟตที่แก่กว่าผมมาก คอมพิวเตอร์ก็ยังใช้ไม่ใช่คล่องมากขนาดที่จัเข้าใจ software program ว่าเค้าผลิตมายังไง รายละเอียดพวกนี้คงเป็นอะไรที่อยู่นอกวงขีดความรู้ของเค้ามากกว่าครับ

แต่ใครที่รู้ผมว่าได้เปรียบครับ และอีกประการหุ้นพวกนี้เป็นแบบ star ครับพุ่งแรงด้วยหากตัวไหนพุ่งไม่แรงโดนคนอื่นกลืนเอาไปเพื่อถีบตัวเองขึ้นแน่ๆครับ ดูสงคราม IE กับ NETSCAPE แล้วผมกลัวครับ กลัวคุณบิลเกตต์ไปเลย
http://inspirationword.blogspot.com

-กำลังใจ มีอยู่ในตัวคุณ-
-พัฒนาทัศนคติ สู่ชีวิตแห่งชัยชนะ-
ล็อคหัวข้อ