งบดุล TPC Q3

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ครรชิต ไพศาล
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 4623
ผู้ติดตาม: 1

งบดุล TPC Q3

โพสต์ที่ 1

โพสต์

งบดุล TPC Q3 (Q4 ประมาณ) ปีนี้ เป็นปีทองของ ปิโตรเคมี จริงๆ ต้องยกนิ้วให้

รูปภาพ

Symbol: TPC
Headline: สรุปผลการดำเนินงานของไตรมาสที่3/2547 (ก่อนการสอบทาน)(F45-3)
Time: 19 ต.ค. 2004 13:23:17


TPC สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน
บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด(มหาชน)

ก่อนสอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน (หน่วย : พันบาท)

ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน

ปี 2547 2546 2547 2546

" กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 420,742 91,487 2,031,901 783,253 "
กำไร(ขาดทุน)สุทธิต่อหุ้น(บาท) 4.81 1.04 23.22 8.95



หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบงบการเงิน
จากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

" ""ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงินฉบับเต็ม"
" ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว"""


.......................................
(นายอำพล เรืองธุระกิจ)
ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มสนับสนุนธุรกิจ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN
ภาพประจำตัวสมาชิก
tom
Verified User
โพสต์: 691
ผู้ติดตาม: 0

งบดุล TPC Q3

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ข่าวว่าจะแตกพารืไม่ปลายเดือนนี้ก็ต้นเดือนหน้า ไม่รู้ราคาจะเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนนะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เพื่อน
Verified User
โพสต์: 1826
ผู้ติดตาม: 0

งบดุล TPC Q3

โพสต์ที่ 3

โพสต์

13:26:12 PM
หัวข้อข่าว : TPC :ชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3/2547 (ก่อนการสอบทาน)


ที่ AC 16/47

19 ตุลาคม 2547

เรื่องนำส่งงบการเงินก่อนสอบทานและชี้แจงผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2547

เรียนกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด(มหาชน) และบริษัทย่อย ขอนำส่งงบการเงิน
ประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2547 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย (ก่อนการสอบทาน) พร้อมด้วยคำ
อธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ โดยมีผลการดำเนินงานที่เป็นสาระ
สำคัญ ดังนี้

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและจากการให้บริการรวม 6,431 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,783 ล้านบาท หรือร้อยละ 38 ซึ่งเป็นผลจากราคาขายและปริมาณขายที่สูงขึ้น
ทั้งด้านผลิตภัณฑ์พีวีซีและสินค้าสำเร็จรูป

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 421 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี
ก่อน สูงขึ้น 329 ล้านบาท หรือร้อยละ 360 จากผลดำเนินงานที่ดีขึ้นทั้งด้านการผลิตและการขาย

สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุด 30 กันยายน 2547 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการ
ขายและการให้บริการรวม 17,667 ล้านบาท สูงกว่าระยะเดียวกันของปีก่อนถึง 4,317 ล้านบาท หรือ
ร้อยละ 32 ซึ่งเป็นผลจากทั้งปริมาณขายและราคาขายที่เพิ่มขึ้น ในด้านกำไรสุทธิงวดเก้าเดือนสิ้นสุด
30 กันยายน 2547 มีกำไรสุทธิรวม 2,032 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,249 ล้านบาท หรือคิดเป็น
ร้อยละ 159

สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เท่ากับ 19,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปลายปี
2546 เท่ากับ 1,594 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากลูกหนี้และสินค้าคงคลัง ซึ่งเป็นผลจากราคาขาย
และยอดขายที่สูงขึ้น รวมทั้งมูลค่าของสินค้าคงคลังสูงขึ้นจากผลของการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ


(นายเทพ วงษ์วานิช)
กรรมการผู้จัดการ
สำเนาเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ภาพประจำตัวสมาชิก
เพื่อน
Verified User
โพสต์: 1826
ผู้ติดตาม: 0

งบดุล TPC Q3

โพสต์ที่ 4

โพสต์

13:27:27 PM
หัวข้อข่าว : TPC :คำอธิบายและการวิเคราะห์ฯ ไตรมาสที่ 3/2547 (ก่อนการสอบทาน)


บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ
ไตรมาสที่ 3 ปี 2547(ผลการดำเนินงานก่อนการสอบทานของผู้สอบบัญชี)

ภาพรวมธุรกิจ
ภาวะราคาขาย

ราคาพีวีซีในช่วงแรกของไตรมาสที่ 3 ของปี 2547 อยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี
2546 โดยราคาเฉลี่ย อยู่ในระดับ 836 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ย 590 ดอลลาร์สหรัฐ
ต่อตันในไตรมาสที่ 3 ของปี 2546 ทั้งนี้จากผลของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น ราคาเอทธิลีนที่ปรับ
สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และปริมาณความต้องการเอทธิลีน จากราคา 454 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปเป็น 1,008
ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในไตรมาสที่ 3 ของปี 2547 และราคาวีซีเอ็มซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตพีวีซีที่มี
การปรับตัวจาก 504 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 694 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

ตลาดในประเทศ

ปริมาณความต้องการพีวีซีในประเทศในไตรมาสที่ 3 ของปี 2547 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 จากปีก่อน
เนื่องจากความต้องการในประเทศในช่วงไตรมาสที่ 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2546 ได้รับผลกระทบ
จากการขยายตัวที่ลดลงของภาวะเศรษฐกิจ จากผลกระทบของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน(SARS) และ
โรคไข้หวัดนก ในขณะที่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2547 มีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่องในระดับที่ยังน่าพอใจ
อยู่ แม้จะมีข่าวเรื่องการระบาดของไข้หวัดนกในบางส่วนของประเทศ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และ
ยังไม่มีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนัก การขยายตัวของตลาดพีวีซี จึงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดย
เฉพาะในภาคของการก่อสร้าง

ในด้านราคาตลาดในประเทศ แม้ว่าจะอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถ
ปรับราคาตามราคาในตลาดโลกได้ เนื่องจากยังคงมีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงในระหว่างผู้ผลิตพีวีซี
ในประเทศ

ผลการดำเนินงานรวมของไตรมาสที่ 3 / 2547
รายได้จากการขายและต้นทุนขาย

จากปริมาณการผลิตพีวีซีในไตรมาสที่ 3 ปี 2547 ที่สูงขึ้น ตลาดภายในประเทศที่ขยายตัวถึงร้อย
ละ 27 และราคาขายที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ในไตรมาสที่ 3 ปี 2547 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการ
ขายและจากการให้บริการรวม 6,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 1,783 ล้านบาท
คิดเป็นร้อยละ 38

สัดส่วนของรายได้จากการขายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2547 เป็นผลจากธุรกิจพีวีซี ธุรกิจท่อและ
ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำเร็จรูปในสัดส่วนร้อยละ 80 และ ร้อยละ 18 ของรายได้รวม ตามลำดับ สัดส่วนราย
ได้ของธุรกิจพีวีซี ร้อยละ 47 เป็นการขายภายในประเทศ ส่วนที่เหลือเป็นการส่งออก และผลจากการขาย
ของบริษัทย่อยในต่างประเทศ

ในด้านต้นทุนขายในไตรมาสนี้ มีต้นทุนขายรวม 5,554 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปี
ก่อน ร้อยละ 34 เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอีดีซีและเอทธิลีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก

รายได้อื่น ๆ

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้อื่นรวม 28 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 45 เนื่องจากปีก่อน
มีรายได้จากการรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของบริษัทย่อยในต่างประเทศ

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 416 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ
6 ส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณขายและอัตราค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางการเงิน 48 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสที่ 3 ของปี 2546 ถึงร้อยละ 26
เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ผลประกอบการทางการเงิน

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิงวดไตรมาสที่ 3/2547 รวม 421 ล้านบาทสูงกว่างวดเดียวกัน
ของปีก่อนร้อยละ 360

ณ วันที่ 30 กันยายน 2547 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ
1.05 เท่า ลดลงจากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1.1 เท่า เนื่องจากเงินกู้ลดลงและมีผลประกอบการที่ดีขึ้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
เพื่อน
Verified User
โพสต์: 1826
ผู้ติดตาม: 0

งบดุล TPC Q3

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ผลการดำเนินงานรอบเก้าเดือนของปี 2547
ภาพรวมธุรกิจ
ภาวะราคาขาย

ราคาขายพีวีซี ในช่วงต้นไตรมาสที่ 3/2547 ลดลงจากระดับ 848 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในเดือน
มิถุนายน 2547 เหลือ 815 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในเดือนกรกฎาคม และเป็น 805 ดอลล่าร์สหรัฐต่อตันใน
เดือนสิงหาคม เนื่องจากภาวะการตึงตัวของปริมาณวีซีเอ็มในตลาดเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง แล้วกลับขึ้นไปที่
ระดับ 890 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในเดือนกันยายน จากผลของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นมาก ปัญหา
ความขาดแคลนวีซีเอ็ม เนื่องจากผู้ผลิตวีซีเอ็มบางรายมีปัญหาในการผลิต และผลกระทบจากภาวะ
พายุใต้ฝุ่นทำให้ผลิตได้ลดลง ประกอบกับราคา อีดีซี และ เอทธิลีนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก จึงทำให้ราคาวีซีเอ็ม
และพีวีซีดีดตัวกลับไปอยู่ในระดับสูงอีก
โดยรวมราคาขายพีวีซีเฉลี่ยในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2547 อยู่ในระดับที่สูงกว่าระยะเดียวกัน
ของปีก่อนมาก โดยมีราคาในช่วงไตรมาสแรกเฉลี่ย 780 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แล้วขยับขึ้นเป็น 850
ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในช่วงไตรมาสที่ 2 เนื่องจากภาวะความตึงตัวของปริมาณวีซีเอ็มในตลาด แล้วจึง
ลดลงอีกเล็กน้อยมาอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 836 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันตามภาวะปริมาณผลิตวีซีเอ็มซึ่งเป็นวัตถุ
ดิบหลักเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง

ตลาดในประเทศ

ปริมาณความต้องการพีวีซีในประเทศในไตรมาสที่ 1/2547 อยู่ที่ระดับประมาณ 110,000 ตัน ลด
ลงเล็กน้อยในไตรมาสที่ 2 ประมาณ 10% เนื่องจากราคาพีวีซีได้ปรับตัวสูงขึ้นไปมาก ผลกระทบของ
ปริมาณสินค้าคงคลังและการคาดการณ์ว่าราคาจะลดลง ทำให้เกิดการชลอตัวในการซื้อ ในช่วงไตรมาสที่
3/2547 ปริมาณความต้องการพีวีซีกลับสูงขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ถึง 17% เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมของ
ประเทศยังเติบโตอยู่ และมีการใช้ PVC แทน PE มากขึ้น ในกลุ่มลูกค้าที่ผลิตฟิล์ม เนื่องจากราคา PE ปรับ
ตัวสูงขึ้นตามเอทธิลีน และมีการปรับราคาขึ้นมากกว่าราคาพีวีซี
โดยรวมแล้วปริมาณความต้องการพีวีซีในประเทศใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2547 สูงขึ้น 26% เมื่อ
เทียบกับ 3 ไตรมาสแรกของปี 2546 เนื่องจากการขยายตัวของภาคการก่อสร้างและโครงการในภาครัฐ
โดยเฉพาะในตลาดท่อและสายไฟ นอกจากนั้นการเติบโตของตลาดฟิล์มในการเปลี่ยนจากการใช้ PE มา
เป็น PVC เนื่องจากราคา PE ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาพีวีซี ที่เปลี่ยนแปลง ก็เป็นผลทำให้ตลาดพีวีซีใน
ประเทศเติบโตขึ้นอีกส่วนหนึ่ง




ผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนปี 2547

บริษัทฯและบริษัทย่อยมีปริมาณขายที่สูงกว่าปีก่อนมากทั้งพีวีซี ท่อพีวีซี และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
เนื่องจากการขยายตัวของตลาดในประเทศมีปริมาณการผลิตที่สูงกว่างวดเก้าเดือนของปีก่อน เนื่องจากปี
ก่อนมีการหยุดซ่อมแซมใหญ่เครื่องจักรในไตรมาสที่ 3

จากผลของปริมาณการผลิต การขายและราคาขายที่สูงขึ้น จึงทำให้บริษัทฯและบริษัทย่อยมียอด
รายได้จากการขาย และการให้บริการรวม 17,667 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 4,317 ล้านบาท หรือร้อยละ 32

ในด้านต้นทุนขายรวม 14,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,782 ล้านบาทจากงวดเก้าเดือนแรกของปี
2546 หรือ ร้อยละ 25 จากผลของราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอีดีซีและเอทธิลีน

จากผลของรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและต้นทุนในด้านอื่นๆ ทำให้บริษัทฯ
และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 2,032 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนถึง 1,249 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 159
ภาพประจำตัวสมาชิก
เพื่อน
Verified User
โพสต์: 1826
ผู้ติดตาม: 0

งบดุล TPC Q3

โพสต์ที่ 6

โพสต์

ในที่ประชุมเมื่อวันที่15ตค. ผู้ถือหุ้นได้ซักถามเกี่ยวกับการเพิ่มทุนว่าจะมีหรือไม่
ทางผู้บริหาร ให้คำตอบว่า ณปัจจุบัน ไม่มีนโยบายที่จะเพิ่มทุน และขณะนี้กำลังเพิ่มสายการผลิต ที่เวียดนาม กับลายน์9ที่ระยอง โดยบริษัทฯสามารถใช้เงินทุนจากเงินสำรองของบริษัทเอง หรืออย่างมากก็กู้เงินเพิ่มเติม
ล็อคหัวข้อ