ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
- โอ@
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 4244
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 2
ผมว่าความสำคัญละลดลงไปเยอะ และการผิดพลาดครั้งเดียวจะมีผลอย่างใหญ่หลวงเลย
ลองคิดดูถ้าคุณซื้อสินค้าชนิดเดียวกันราคาเดียวกัน แต่ชิ้นนึงมีแบรนด์ที่ดี อีกชิ้นนึง non brand คุณจะเลือกชิ้นไหนละครับ
ที่ผมว่าความผิดพลาดครั้งเดียว คือ คุณจะอาจจะโดนตลาดกลืนกินไปอย่างรวดเร็วเพราะการเข้าไปเล่นในสงครามราคา
เอาตัวอย่างง่ายๆ ถ้า ais ลงมาเล่นในสงครามราคาด้วยผมว่า orange เจ๊งไม่เป็นท่าแน่ๆครับ
ลองคิดดูถ้าคุณซื้อสินค้าชนิดเดียวกันราคาเดียวกัน แต่ชิ้นนึงมีแบรนด์ที่ดี อีกชิ้นนึง non brand คุณจะเลือกชิ้นไหนละครับ
ที่ผมว่าความผิดพลาดครั้งเดียว คือ คุณจะอาจจะโดนตลาดกลืนกินไปอย่างรวดเร็วเพราะการเข้าไปเล่นในสงครามราคา
เอาตัวอย่างง่ายๆ ถ้า ais ลงมาเล่นในสงครามราคาด้วยผมว่า orange เจ๊งไม่เป็นท่าแน่ๆครับ
_________
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 3
ผมก็ว่าสำคัญลดลงไปเยอะครับ
ผมเคยอ่านหนังสือ Marketing เล่มนึง กล่าวถึง ผู้บริโภค ในยุคใหม่ อายุ 20-30 ปีในปัจจุบัน และที่กำลังจะเกิดขึ้นและมองไปถึง 20 ปีข้างหน้า ที่คนเหล่านี้จะโตขึ้น เค้าบอกว่า "ความภักดีของคนยุคใหม่ต่อแบรนด์ จะลดลงมากๆๆๆ จนแทบจะเหลือน้อยเลยก็ว่าได้" คือ คนรุ่นใหม่ภักดีต่อตราสินค้าน้อยลงกว่ายุคพ่อแม่ของเค้ามาก ไม่เหมือนคนยุคก่อน
ซึ่งผมว่าจริงนะครับ ผมลองสังเกตดู คุณพ่อคุณแม่ของผมภักดีต่อแบรนด์มากกว่าผมเยอะเลย รวมถึงลุงป้าน้าอาด้วย แต่ผมกับเพื่อนๆ กลับไม่เป็นแบบนั้น ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของ Generation คนด้วยครับ แต่ผมก็ยังภักดีต่อแบรนด์อยู่นะครับ ไม่ใช่ไม่มีเลยซะทีเดียว แต่คิดว่าน้อยกว่ารุ่นพ่อแม่ครับ
ผมเคยอ่านหนังสือ Marketing เล่มนึง กล่าวถึง ผู้บริโภค ในยุคใหม่ อายุ 20-30 ปีในปัจจุบัน และที่กำลังจะเกิดขึ้นและมองไปถึง 20 ปีข้างหน้า ที่คนเหล่านี้จะโตขึ้น เค้าบอกว่า "ความภักดีของคนยุคใหม่ต่อแบรนด์ จะลดลงมากๆๆๆ จนแทบจะเหลือน้อยเลยก็ว่าได้" คือ คนรุ่นใหม่ภักดีต่อตราสินค้าน้อยลงกว่ายุคพ่อแม่ของเค้ามาก ไม่เหมือนคนยุคก่อน
ซึ่งผมว่าจริงนะครับ ผมลองสังเกตดู คุณพ่อคุณแม่ของผมภักดีต่อแบรนด์มากกว่าผมเยอะเลย รวมถึงลุงป้าน้าอาด้วย แต่ผมกับเพื่อนๆ กลับไม่เป็นแบบนั้น ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของ Generation คนด้วยครับ แต่ผมก็ยังภักดีต่อแบรนด์อยู่นะครับ ไม่ใช่ไม่มีเลยซะทีเดียว แต่คิดว่าน้อยกว่ารุ่นพ่อแม่ครับ
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 4
ผมคิดว่าตรงกันข้ามครับ
แบรนด์จะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ดูวัยรุ่นสมัยนี้เป็นตัวอย่างได้เลย
ใช้ของแบรนด์ดีกว่าพ่อแม่อีก
แบรนด์ดังๆ ลดราคาลงมา คนที่ตายไม่ใช่ no-brand ครับ แต่เป็นเจ้าของ
แบรนด์ที่ลดราคาลงมาต่างหาก
แบรนด์จะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ดูวัยรุ่นสมัยนี้เป็นตัวอย่างได้เลย
ใช้ของแบรนด์ดีกว่าพ่อแม่อีก
แบรนด์ดังๆ ลดราคาลงมา คนที่ตายไม่ใช่ no-brand ครับ แต่เป็นเจ้าของ
แบรนด์ที่ลดราคาลงมาต่างหาก
แก้ไขล่าสุดโดย CK เมื่อ เสาร์ ต.ค. 16, 2004 9:42 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
- โอ@
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 4244
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 5
พี่คัดท้ายครับผมว่ามันน่าจะเป็นในแต่ละตลาดนะครับ
อย่างพวก Electronic เนี่ย Sony Samsung ผมว่า brand มีผลสูงครับ
เรื่องรถด้วย Toyota เงี้ย
แล้วก็พวก แฟชั่น ยังไงก็ยังเป็นแฟชั่นอยู่ดี Nike Adidas ยากที่ใครจะมาล้มได้
แต่ตลาดสุขภาพ brand จะเริ่มไม่มีผลแล้ว เพราะ internet เนี่ยแหละ ใครใช้อะไรแล้วดีก็จะมา post บอกคนอื่น สินค้าคุณภาพจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้มากขึ้น
อย่างพวก Electronic เนี่ย Sony Samsung ผมว่า brand มีผลสูงครับ
เรื่องรถด้วย Toyota เงี้ย
แล้วก็พวก แฟชั่น ยังไงก็ยังเป็นแฟชั่นอยู่ดี Nike Adidas ยากที่ใครจะมาล้มได้
แต่ตลาดสุขภาพ brand จะเริ่มไม่มีผลแล้ว เพราะ internet เนี่ยแหละ ใครใช้อะไรแล้วดีก็จะมา post บอกคนอื่น สินค้าคุณภาพจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้มากขึ้น
_________
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 6
โทษทีครับผม ผมอธิบายน้อยไปครับ คือ ผมบอกในมุมมองของถ้าเราจะเป็น Value Investor
หนังสือเค้าบอกว่าแบรนด์มีผลครับ แต่ความภักดีจะมีน้อยครับ
เช่น สมมุติ วัยรุ่นวันนี้ชอบ Nokia แต่สมมุติว่า Samsung ทำได้ดีกว่า คนรุ่นใหม่จะวิ่งไปหา Samsung ทันทีครับ โยน Nokia และ ลืมเพื่อนเก่าไปได้ทันทีเลย หรือ เสื้อผ้า ยี่ห้อเก่าก็พร้อมจะ Out ได้ทันทีถ้ามีของใหม่ Nike Addidas ก็พร้อมจะโดนเตะออกนอกตลาดครับ ถ้าเผลอไม่ยอมสร้างแรงเหวี่ยงและต่อกระแส
ลองนึกย้อนดูเกี่ยวกับมือถือ ... ยุคแรกๆเรานิยมยี่ห้ออะไร
Motorolla -- > Ericsson --> Sony Ericsson --> Nokia -- > .... Samsuag ?
แล้ว มือถือวัยรุ่น แบรนด์มันช่วยอะไรได้มั่ง มีใครภักดี ? ท้ายสุดทุกคนก็ไม่ภักดี ทุกคนก็ลืมเพื่อนเก่า
สรุป คือ เมื่อก่อน คนจะติดกับแบรนด์ของตนเอง และ แบรนด์จะโดนเจาะยากมาก แต่เดี๋ยวนี้จะไม่ใช่ คนพร้อมที่จะเปลี่ยนได้ทันทีทันใด คนพร้อมที่จะลองของใหม่ครับ
ดังนั้น ในมุมมองของการเลือกหุ้นแบบ Value Investor ผมมองว่า แบรนด์เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ความมั่นคง กับความภักดี แบรนด์เนม กลายเป็น กระแส มากขึ้นกว่าแต่ก่อนครับ โดยเฉพาะกับสินค้าวัยรุ่น หรือ ของคนรุ่นใหญ่ในอนาคตครับ
ผมมองว่า ถ้าผมจะเลือกหุ้นโดยมองจากแบรนด์เนม ผมคงจะต้องมองว่า เจ้าของ แบรนด์ มีความตื่นตัว มีความต่อเนื่องในการสร้างกระแสหรือไม่ ถ้าไม่อย่าไปยุ่งดีกว่า เพราะผมมองว่าแบรนด์ทุกวันนี้ Out ได้ไม่ยากเลยครับ โลกเราทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลง และวุ่นวายกว่าวันวานเยอะครับ
อย่างเบียร์ Singha ของไทย ใครจะคิดว่าจะมีวันนี้ ? ผมถามว่าถ้า Singha เข้าตลาดหุ้น เมื่อหลายๆปีก่อน ก่อนทีช้างจะเกิดขึ้น พวกเราจะซื้อหุ้นมั้ย ? พวกเราก็คงซื้อแหละจิงมะ แล้วมาดูวันนี้ วันที่เจอช้างเหยียบ แบรนด์มันช่วยอะไรได้มั้ย ได้กี่ % ?
อะไรคือสิ่งที่สำคัญในการเลือกหุ้นกันแน่ แบรนด์ หรือ ความตื่นตัวและความสามารถในการปรับตัวของผู้บริหาร ? ถ้าเป็นผม ผมเลือกอย่างหลังครับ
หนังสือเค้าบอกว่าแบรนด์มีผลครับ แต่ความภักดีจะมีน้อยครับ
เช่น สมมุติ วัยรุ่นวันนี้ชอบ Nokia แต่สมมุติว่า Samsung ทำได้ดีกว่า คนรุ่นใหม่จะวิ่งไปหา Samsung ทันทีครับ โยน Nokia และ ลืมเพื่อนเก่าไปได้ทันทีเลย หรือ เสื้อผ้า ยี่ห้อเก่าก็พร้อมจะ Out ได้ทันทีถ้ามีของใหม่ Nike Addidas ก็พร้อมจะโดนเตะออกนอกตลาดครับ ถ้าเผลอไม่ยอมสร้างแรงเหวี่ยงและต่อกระแส
ลองนึกย้อนดูเกี่ยวกับมือถือ ... ยุคแรกๆเรานิยมยี่ห้ออะไร
Motorolla -- > Ericsson --> Sony Ericsson --> Nokia -- > .... Samsuag ?
แล้ว มือถือวัยรุ่น แบรนด์มันช่วยอะไรได้มั่ง มีใครภักดี ? ท้ายสุดทุกคนก็ไม่ภักดี ทุกคนก็ลืมเพื่อนเก่า
สรุป คือ เมื่อก่อน คนจะติดกับแบรนด์ของตนเอง และ แบรนด์จะโดนเจาะยากมาก แต่เดี๋ยวนี้จะไม่ใช่ คนพร้อมที่จะเปลี่ยนได้ทันทีทันใด คนพร้อมที่จะลองของใหม่ครับ
ดังนั้น ในมุมมองของการเลือกหุ้นแบบ Value Investor ผมมองว่า แบรนด์เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ความมั่นคง กับความภักดี แบรนด์เนม กลายเป็น กระแส มากขึ้นกว่าแต่ก่อนครับ โดยเฉพาะกับสินค้าวัยรุ่น หรือ ของคนรุ่นใหญ่ในอนาคตครับ
ผมมองว่า ถ้าผมจะเลือกหุ้นโดยมองจากแบรนด์เนม ผมคงจะต้องมองว่า เจ้าของ แบรนด์ มีความตื่นตัว มีความต่อเนื่องในการสร้างกระแสหรือไม่ ถ้าไม่อย่าไปยุ่งดีกว่า เพราะผมมองว่าแบรนด์ทุกวันนี้ Out ได้ไม่ยากเลยครับ โลกเราทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลง และวุ่นวายกว่าวันวานเยอะครับ
อย่างเบียร์ Singha ของไทย ใครจะคิดว่าจะมีวันนี้ ? ผมถามว่าถ้า Singha เข้าตลาดหุ้น เมื่อหลายๆปีก่อน ก่อนทีช้างจะเกิดขึ้น พวกเราจะซื้อหุ้นมั้ย ? พวกเราก็คงซื้อแหละจิงมะ แล้วมาดูวันนี้ วันที่เจอช้างเหยียบ แบรนด์มันช่วยอะไรได้มั้ย ได้กี่ % ?
อะไรคือสิ่งที่สำคัญในการเลือกหุ้นกันแน่ แบรนด์ หรือ ความตื่นตัวและความสามารถในการปรับตัวของผู้บริหาร ? ถ้าเป็นผม ผมเลือกอย่างหลังครับ
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
- harry
- Verified User
- โพสต์: 4200
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 7
ผมว่าเรื่องแบรนด์ มันใช้ได้กับทุกสินค้า แต่ว่าจะได้ผลมากน้อยก็แล้วแต่สินค้าด้วยครับ
เห็นพูดถึงมือถือโนเกีย ผมยอมรับว่าใช้มาไม่ค่อยเจ๊งเลย ใช้นานมากถึงจะออกอาการ แล้วว่าทนทายาทจริงๆ เลยไม่เปลี่ยนยี่ห้ออื่น
สำหรับผมแล้ว ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่า แต่ถ้าแบรนด์นี้มีสินค้าคุณภาพดีเสมอ ก็จะทำให้มองว่าแบรนด์นี้คือของดี มีคุณภาพ คนก็จะติดแล้วบอกต่อกันว่า ยี่ห้อนี้สิ ของดีมีคุณภาพนะ
แม้แต่ตัวคนเราเองก็เหมือนกัน จะให้คนอื่นจะจำชื่อเราไปจนชั่วลูกหลาน ก็ทำตัวเป็นคุณภาพที่ดี คนก็จะจำไปอีกนาน อย่างลุงครรชิต จะได้รับการจดจำไปอีกนาน จากคุณภาพที่ให้ข้อมูลดีๆเหล่านี้ครับ
เห็นพูดถึงมือถือโนเกีย ผมยอมรับว่าใช้มาไม่ค่อยเจ๊งเลย ใช้นานมากถึงจะออกอาการ แล้วว่าทนทายาทจริงๆ เลยไม่เปลี่ยนยี่ห้ออื่น
สำหรับผมแล้ว ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่า แต่ถ้าแบรนด์นี้มีสินค้าคุณภาพดีเสมอ ก็จะทำให้มองว่าแบรนด์นี้คือของดี มีคุณภาพ คนก็จะติดแล้วบอกต่อกันว่า ยี่ห้อนี้สิ ของดีมีคุณภาพนะ
แม้แต่ตัวคนเราเองก็เหมือนกัน จะให้คนอื่นจะจำชื่อเราไปจนชั่วลูกหลาน ก็ทำตัวเป็นคุณภาพที่ดี คนก็จะจำไปอีกนาน อย่างลุงครรชิต จะได้รับการจดจำไปอีกนาน จากคุณภาพที่ให้ข้อมูลดีๆเหล่านี้ครับ
Expecto Patronum!!!!!!
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 8
ถ้าคุณไม่มี Brand มาก่อน กว่าคุณจะให้ Consumer กล้าที่จะลองเปลี่ยนไปใช้สินค้าของคุณ ผมว่าก็แย่แล้วครับ บางคนก็เคยชินกับยี่ห้อเดิมๆ ประเภทของเก่าก็ดีอยู่แล้ว จะเปลี่ยนไปทำไม จริงไหมครับ
ลองดูสินค้าที่ทาง LOTUS หรือ BIGC จ้างผลิตและขายในยี่ห้อของตัวเองดูซิครับ ราคาก็ถูกกว่า แต่จะมีซักกี่คนที่ซื้อไปใช้
ลองดูสินค้าที่ทาง LOTUS หรือ BIGC จ้างผลิตและขายในยี่ห้อของตัวเองดูซิครับ ราคาก็ถูกกว่า แต่จะมีซักกี่คนที่ซื้อไปใช้
- kotaro
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1495
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 9
ลองดูสินค้าที่ทาง LOTUS หรือ BIGC จ้างผลิตและขายในยี่ห้อของตัวเองดูซิครับ ราคาก็ถูกกว่า แต่จะมีซักกี่คนที่ซื้อไปใช้



ผมซื้อไปใช้ครับ
“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company
-
- Verified User
- โพสต์: 4596
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 11
ยังไง ชื่อยี่ห้อ ก็ยังสำคัญ ครับ
แต่ในอนาคต ใครจะใช้ ชื่อเหล่านั้น ไปสร้าง มูลค่าให้ตัวเจ้าของได้มากกว่ากัน
ชื่อ ดีๆ ใช้ไม่ดีก็เสียหายได้ครับ
ลองอ่านดูใน "กลยุทธการสร้างภาพพจน์" Positioning: The Battle for Your Mind. มีตัวอย่างพอสมควร
แต่ในอนาคต ใครจะใช้ ชื่อเหล่านั้น ไปสร้าง มูลค่าให้ตัวเจ้าของได้มากกว่ากัน
ชื่อ ดีๆ ใช้ไม่ดีก็เสียหายได้ครับ
ลองอ่านดูใน "กลยุทธการสร้างภาพพจน์" Positioning: The Battle for Your Mind. มีตัวอย่างพอสมควร
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 12
แบรนด์สำคัญแน่นอน
ความภักดีจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับแบรนด์นั้นๆมีทางเลือกอื่นๆที่ดีกว่า ถูกกว่า แน่นอนกว่าหรือไม่
เช่น TVI ผมว่ามีแบรนด์นะ อยากคุยแนว VI เชิญทางนี้ อยู่ๆใครจะเปิดเว็บ VI ขึ้นมา แล้วนึกว่าจะมีคนไปคุยก็ไม่ใช่ง่ายๆ
ความเคยชินมันมี
เรื่องเบียร์สิงห์ นั้น ทางเลือกมันก็มีเยอะมาก ไม่ต้องช้างหรอก ไฮเนเก้นก็ได้ แสดงว่าเบียร์สิงห์มีแบรนด์จริงๆหรือไม่ ดูๆแล้วไม่น่าใช่ เครื่องดื่มบำรุงกำลังก็เหมือนกัน ต้องโฆษณาอยู่เรื่อยๆ หยุดโฆษณาเมื่อไร เหมือนสินค้าตัวนั้นหายไปแล้ว เช่น ลิโพวิตันดี
แต่อย่างที่โกนหนวด ยิลเลตนี่ซิ มองไปในร้าน ไม่เคยเจอยี่ห้ออื่นเลย มียิลเลต สู้กับ ยิลเลต แปลกมาก โดยส่วนตัวก็พร้อมที่จะซื้อญี่ห้ออื่นๆ ที่แพงกว่าก็ได้ แต่ไม่มีให้ซื้อ ไม่นับของจีนนะครับ
เรื่องกาแฟ ก็เนสกาแฟนี่แหละ น่าครองโลกละเปล่า บริษัทจากสวิสเซอร์แลนด์ เปิดมาเป็น 100 ปีแล้วมั๊ง
เรื่อง lotus bigc ที่ออกสินค้าราคาถูก ก็สามารถชนได้เฉพาะ ผู้รู้จริง ผู้เลือกจริง ผู้ที่กล้าออกจากกรอบ
คนจนส่วนใหญ่ในประเทศ ยังกล้ากู้เงินดอกเบี้ยแพงๆอยู่ พอเข้า lotus ก็ซื้อแหลกเลย ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง ซื้อแหลก
สิ่งที่เกิดขึ้นที่อเมริกา คือ บริษัทเล็กๆ ตายเรียบ เพราะแบรนด์ไม่แข็ง หรือมีแบรนด์แข็งๆอยู่ในมือน้อยเกินไป ทำให้อำนาจการต่อรองกับ พวก wall mart น้อยเกินไป
เรื่องที่น่าประหลาด คือ Place มาเป็นอันดับต้นๆในการตัดสินใจซื้อ มากพอๆกับแบรนด์ คงเป็นเพราะคนที่มีอำนาจซื้อเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเวลา
ผมคิดว่า แบรนด์จริงๆ เกิดจาก ความลงตัวบางอย่างที่ลูกค้าประทับใจ ใช้ดี ติดใจ บอกต่อเมื่อมีใครถาม แต่ผมไม่อยากให้มองสินค้าบางตัวที่โฆษณาแหลก จนกระทั่งคนรู้จัก แล้วบอกว่าสินค้าตัวนั้นมี แบรนด์ เพราะถ้าแป๊ปเดียวหายไป แสดงว่าสินค้าตัวนั้นจริงๆแล้ว ยังไม่มีแบรนด์ แต่ทำเป็นมี
ส่วน ส่วน ใครจะทิ้งโนเกีย ไปซื้อ ซัมซุง สุดท้าย โนเกีย กับ ซัมซุง ก็ขายดี ไม่รู้เหมือนกันว่า แบรนด์ อยู่ที่ตัวสินค้า หรือตัวบริษัทกันแน่ แต่ไม่เห็นมีชื่อไทยๆเลย
โดยสรุป ผมว่า แบรนด์จริงๆ ยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ แต่ต้องเป็นแบรนด์จริงๆ ไม่ใช่ฉาบฉวย แบรนด์จริงๆ ต้องฝ่าฟันมานาน และมีคู่แข่งมากๆ จนกระทั่งคู่แข่งตายไปหมดแล้ว เช่น โค๊ก กับเป๊ปซี่ ผมว่าสมัยก่อน น้ำดำน่าจะมีเป็นร้อยๆ ยี่ห้อ ทั่วโลก
ความภักดีจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับแบรนด์นั้นๆมีทางเลือกอื่นๆที่ดีกว่า ถูกกว่า แน่นอนกว่าหรือไม่
เช่น TVI ผมว่ามีแบรนด์นะ อยากคุยแนว VI เชิญทางนี้ อยู่ๆใครจะเปิดเว็บ VI ขึ้นมา แล้วนึกว่าจะมีคนไปคุยก็ไม่ใช่ง่ายๆ
ความเคยชินมันมี
เรื่องเบียร์สิงห์ นั้น ทางเลือกมันก็มีเยอะมาก ไม่ต้องช้างหรอก ไฮเนเก้นก็ได้ แสดงว่าเบียร์สิงห์มีแบรนด์จริงๆหรือไม่ ดูๆแล้วไม่น่าใช่ เครื่องดื่มบำรุงกำลังก็เหมือนกัน ต้องโฆษณาอยู่เรื่อยๆ หยุดโฆษณาเมื่อไร เหมือนสินค้าตัวนั้นหายไปแล้ว เช่น ลิโพวิตันดี
แต่อย่างที่โกนหนวด ยิลเลตนี่ซิ มองไปในร้าน ไม่เคยเจอยี่ห้ออื่นเลย มียิลเลต สู้กับ ยิลเลต แปลกมาก โดยส่วนตัวก็พร้อมที่จะซื้อญี่ห้ออื่นๆ ที่แพงกว่าก็ได้ แต่ไม่มีให้ซื้อ ไม่นับของจีนนะครับ
เรื่องกาแฟ ก็เนสกาแฟนี่แหละ น่าครองโลกละเปล่า บริษัทจากสวิสเซอร์แลนด์ เปิดมาเป็น 100 ปีแล้วมั๊ง
เรื่อง lotus bigc ที่ออกสินค้าราคาถูก ก็สามารถชนได้เฉพาะ ผู้รู้จริง ผู้เลือกจริง ผู้ที่กล้าออกจากกรอบ
คนจนส่วนใหญ่ในประเทศ ยังกล้ากู้เงินดอกเบี้ยแพงๆอยู่ พอเข้า lotus ก็ซื้อแหลกเลย ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง ซื้อแหลก
สิ่งที่เกิดขึ้นที่อเมริกา คือ บริษัทเล็กๆ ตายเรียบ เพราะแบรนด์ไม่แข็ง หรือมีแบรนด์แข็งๆอยู่ในมือน้อยเกินไป ทำให้อำนาจการต่อรองกับ พวก wall mart น้อยเกินไป
เรื่องที่น่าประหลาด คือ Place มาเป็นอันดับต้นๆในการตัดสินใจซื้อ มากพอๆกับแบรนด์ คงเป็นเพราะคนที่มีอำนาจซื้อเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเวลา
ผมคิดว่า แบรนด์จริงๆ เกิดจาก ความลงตัวบางอย่างที่ลูกค้าประทับใจ ใช้ดี ติดใจ บอกต่อเมื่อมีใครถาม แต่ผมไม่อยากให้มองสินค้าบางตัวที่โฆษณาแหลก จนกระทั่งคนรู้จัก แล้วบอกว่าสินค้าตัวนั้นมี แบรนด์ เพราะถ้าแป๊ปเดียวหายไป แสดงว่าสินค้าตัวนั้นจริงๆแล้ว ยังไม่มีแบรนด์ แต่ทำเป็นมี
ส่วน ส่วน ใครจะทิ้งโนเกีย ไปซื้อ ซัมซุง สุดท้าย โนเกีย กับ ซัมซุง ก็ขายดี ไม่รู้เหมือนกันว่า แบรนด์ อยู่ที่ตัวสินค้า หรือตัวบริษัทกันแน่ แต่ไม่เห็นมีชื่อไทยๆเลย
โดยสรุป ผมว่า แบรนด์จริงๆ ยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ แต่ต้องเป็นแบรนด์จริงๆ ไม่ใช่ฉาบฉวย แบรนด์จริงๆ ต้องฝ่าฟันมานาน และมีคู่แข่งมากๆ จนกระทั่งคู่แข่งตายไปหมดแล้ว เช่น โค๊ก กับเป๊ปซี่ ผมว่าสมัยก่อน น้ำดำน่าจะมีเป็นร้อยๆ ยี่ห้อ ทั่วโลก
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 1139
- ผู้ติดตาม: 0
ชื่อนี้สำคัญอยู่อีกหรือเปล่าคับ
โพสต์ที่ 13
ผมว่า ชื่อสินค้าใครๆก็มีครับ แต่การสร้าง brand ให้ประสบความสำเร็จและดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนนี่ซิครับที่ยากมาก brand ที่ประสบความสำเร็จและสามารถยึดครองจิตใจผู้บริโภคได้จะเป็น brand ที่เมื่อเอ่ยชื่อออกมาแล้ว ผู้บริโภคจะนึกถึงภาพเชิงบวกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ brand ซึ่งจะไปมีผลทำให้คนเลือกซื้อสินค้า brand นั้นๆ Buffett เคยยกตัวอย่างว่า เวลาพูดถึง Disney คนจะนึกถึงภาพบางอย่าง แต่พอพูดถึง Universal Studio คนจะไม่ได้นึกถึงอะไรเลย พ่อแม่ที่เลือกซื้อวิดีโอให้ลูกดูแบบไม่อยากจะเสียเวลาเลือกมากจะเลือกซื้อวิดีโอของ Disney มากกว่าแม้ว่าวิดีโอของ Universal จะถูกกว่า เพราะพวกเขาจะมั่นใจได้ว่า วิดีโอของ Disney จะต้องดีระดับหนึ่งแน่นอน
การสร้าง brand ของสินค้าแต่ละประเภทจะยากแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของสินค้าจะสามารถหาความแตกต่างซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมาทำให้เป็นจุดเด่นให้กับสินค้าของตัวเองได้หรือเปล่า ซึ่งถ้าจะให้ดีจุดเด่นนั้นต้องเป็นสิ่งที่คู่แข่งทำตามได้ยากด้วย ดูอย่าง Virgin radio ที่สร้างความแตกต่างด้วยการเปิดเพลงเยอะๆพูดน้อยๆ สุดท้ายใครๆก็ทำเหมือนกันหมดซึ่งทำให้ทุกคนเหมือนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้งและต้องหาจุดอื่นๆมาแข่งกันต่อไป
การสร้าง brand ของสินค้าแต่ละประเภทจะยากแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของสินค้าจะสามารถหาความแตกต่างซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมาทำให้เป็นจุดเด่นให้กับสินค้าของตัวเองได้หรือเปล่า ซึ่งถ้าจะให้ดีจุดเด่นนั้นต้องเป็นสิ่งที่คู่แข่งทำตามได้ยากด้วย ดูอย่าง Virgin radio ที่สร้างความแตกต่างด้วยการเปิดเพลงเยอะๆพูดน้อยๆ สุดท้ายใครๆก็ทำเหมือนกันหมดซึ่งทำให้ทุกคนเหมือนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้งและต้องหาจุดอื่นๆมาแข่งกันต่อไป