ติดจรวด

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 3134
ผู้ติดตาม: 0

ติดจรวด

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ก็ METCO หวานใจของหลายๆคนนะซิ เหินฟ้าแบบไม่รอใครเลย

มีบทวิเคราะห์ของ Kimeng ออกมาเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ใครยังไม่ได้อ่านไปหาดูซะนะ

วันนี้ผมเอาข้อมูลมานั่งดูแล้ว METCO ระยะยาวน่าจะไปได้อีกไกลมากเลย ลองทำ DCF ในรอบ 5 ปีจากนี้ไป โดยGrowthแบบ Conservative 12% ต่อปี คิดลดที่ 10% ต่อปีใน5ปีแรกและ 5%ในปีต่อๆไป ได้ตัวเลข 463 บาท(Intrinsic Value)

และ Relative Ratio โดยคิด Dividend Discount ออกมาได้ 52 บาท บวกกับ ราคาที่ควรเป็นดูจากP/E ที่7.43เท่า Earning โต 12%ต่อปี ในรอบ5ปี ได้ Intrinsic Value 458 บาทลองคิดเล่นๆดูตอนว่างๆ ก็ยังเห็นว่ายังซื้อได้ที่ราคานี้ อันนี้ผมไม่ได้ดูเชิงคุณภาพไว้นะครับ ผู้อ่านโปรดพิจารณาข้อมูลส่วนนั้นด้วย อีกทั้งการประเมินมูลค่านี้เป็นการประเมินโดยสมมุติฐานส่วนตัว ไม่รับรองความถูกต้องนะครับ
เดี่ยวไม่ดีจะมาด่ากัน

ที่สำคัญผมไม่ได้ซื้อไว้เลย และไม่มีในPortเลย หมดกระสุนแล้ว
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

ติดจรวด

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ขอบคุณครับคุณ Mon Money

อย่าลืมบอกความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมด้วยครับ บริษัทรับจ้างผลิตมีความเสี่ยงสูงกว่าเจ้าของแบรนด์ ผ่านไปสองสามปี โรงงานอื่นก็ผลิตแบบ metco ได้ แถมราคาถูกกว่า

ในอุตสาหกรรมนี้สิ่งสำคัญสุดคือการอยู่ล้ำหน้าคู่แข่งเรื่องเทคโนโลยีการผลิตและตัวผลิตภัณฑ์เองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ cashflow เป็นเรื่องรองลงไปมากๆ metco conservative ในเรื่องปันผลเพื่อสะสม cash ไว้ลงทุนในเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เหนื่อยแทนครับ ต้อง alert มากๆ

ว่าแล้ววันนี้ผมก็เคาะเพิ่มอีกที่ 246 ครับ เหอ เหอ

ถ้าไม่ดูเรื่องข้างบน metco น่าซื้อมากทั้งทางเทคนิคและพื้นฐาน ผมซื้อตั้งแต่ 60 บาท ไม่เคยผิดหวังแม้แต่ lot เดียวครับ (หมายเหตุ ไอ้ lot ที่ซื้อมา 60 บาทน่ะขายตั้งแต่ 66 บาท แล้วต้องซื้อคืนแพงขึ้นทุกที)
ภาพประจำตัวสมาชิก
moo
Verified User
โพสต์: 1150
ผู้ติดตาม: 0

ติดจรวด

โพสต์ที่ 3

โพสต์

พี่ CK ครับ เมื่อเราขายออกไปราคาหนึ่ง แล้วมาตอนหลังกลับมาซื้อเพิ่มที่ราคาสูงกว่า มีผลดี ผลเสีย อย่างไรบ้างครับ เมื่อตอนขายครั้งแรกได้ขายไปทั้งหมดเลยหรือบางส่วน และตอนซื้อกลับ(ที่ราคาสูงกว่าตอนขายครั้งแรก) ซื้อแบบเฉลี่ยหรือเต็มจำนวนตามต้องการทีเดียวครับ หรือมีเหตุผลอื่นอย่างไรบ้าง เช่น มุมมองธุรกิจที่ดีขึ้น รบกวนชี้แนะด้วยครับ รวมทั้งพี่ๆทุกท่านด้วยครับ ขอเรียนรู้แนวทางกับมือเซียน ต้องการเป็น vi เต็มตัวครับ ขอบพระคุณครับ
MrS
ผู้ติดตาม: 0

ช่วยอธิบายวิธีหา Intrinsic Value และ DCF หน่อยได้ไหมครับ

โพสต์ที่ 4

โพสต์

K. Mon Money ครับ
ช่วยอธิบายวิธีหา Intrinsic Value และ DCF ว่าคืออะไร หาได้อย่างไร หรือไม่ก็ช่วยแนะนำหนังสือที่อธิบายเรื่องดัวกล่าว และวิธีหาค่าดังกล่าว ก็ได้ครับ ผมยังเป็นมือใหม่ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 3134
ผู้ติดตาม: 0

ติดจรวด

โพสต์ที่ 5

โพสต์

เรื่องการหา Intrinsic Value ยังสำคัญน้อยกว่าการวิเคราะห์อุตสาหกรรมนะครับ ผมว่าศึกษาเรื่องเหล่านี้ก่อนครับ เรื่องการคำนวณเป็นเรื่องที่ยากและเสียเวลาเมื่อเทียบกับมูลค่าที่จะได้รับ แต่หากมีเวลาอยากคำนวณเป็นก็เข้าไปดูใน
http://www.thaivalueinvestor.com/invest ... _thai.html

หรือหนังสือ The warren buffett way ก็จะได้ครบทั้งสองส่วนครับ
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

ติดจรวด

โพสต์ที่ 6

โพสต์

moo เขียน:พี่ CK ครับ เมื่อเราขายออกไปราคาหนึ่ง แล้วมาตอนหลังกลับมาซื้อเพิ่มที่ราคาสูงกว่า มีผลดี ผลเสีย อย่างไรบ้างครับ เมื่อตอนขายครั้งแรกได้ขายไปทั้งหมดเลยหรือบางส่วน และตอนซื้อกลับ(ที่ราคาสูงกว่าตอนขายครั้งแรก) ซื้อแบบเฉลี่ยหรือเต็มจำนวนตามต้องการทีเดียวครับ หรือมีเหตุผลอื่นอย่างไรบ้าง เช่น มุมมองธุรกิจที่ดีขึ้น รบกวนชี้แนะด้วยครับ รวมทั้งพี่ๆทุกท่านด้วยครับ ขอเรียนรู้แนวทางกับมือเซียน ต้องการเป็น vi เต็มตัวครับ ขอบพระคุณครับ
คุณ moo ครับ เวลาซื้อหุ้นอย่ายึดติดกับราคาที่เราซื้อหรือขายครับ ต้องตัดให้ได้ ทุกครั้งที่จะซื้อหรือขาย ให้คิดว่า ณ ราคานั้นเป็นราคาที่ควรซื้อ หรือควรขายครับ ถ้าตัดใจไม่ได้มัวแต่ยึดกับราคาเดิม เช่นทุนหรือราคาที่ขายไป จะทำให้พลาดโอกาสครับ หุ้นที่แย่ก็แย่ลงไปเรื่อยๆ ถูกลงไปเรื่อยๆ หุ้นที่ดีก็ดีขึ้นไปเรื่อยๆ แพงขึ้นไปเรื่อยๆ

ที่สำคัญอย่าใช้อารมณ์และความหวังครับ ว่าหุ้นน่าจะลงมาให้ซื้อคืนได้อีก บางทีก็ลงครับ (แปลว่าหุ้นดีแค่ปานกลาง) บางทีก็ไม่ลงมาอีกเลย (แปลว่าหุ้นดีมากๆ)

เอางี้ครับ หุ้นไฟหรือหุ้นกลุ่มเกษตรฯ เวลามีข่าวร้ายแพล็มออกมา ผมเคยตัดขายขาดทุนทันทีหลายสิบเปอร์เซ็นต์ครับ แล้วมาซื้อคืนที่ราคาแพงกว่าตอนขาย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เหตุผลง่ายๆคือจำกัดความเสี่ยงครับ เพราะอะไรที่เราไม่รู้คือเสี่ยง ไว้เรารู้ว่ามันดีแล้วค่อยซื้อจะดีกว่าครับ ไม่ต้องสนใจราคา

เหตุผลที่ผมต้องมีซื้อขายหุ้นเกษตรก็เหมือนลุงขวดแหละครับ ลองไปหาอ่านกระทู้ "หุ้นที่ผมจะไม่ถือยาว" ของลุงขวดดูครับ ผมคิดเช่นนั้นเหมือนกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 3134
ผู้ติดตาม: 0

ติดจรวด

โพสต์ที่ 7

โพสต์

เลือกให้ดีๆ เสมือนว่าเรามีโอกาสตัดสินใจได้แค่ยี่สิบครั้งในชีวิตเท่านั้น เมื่อเลือกได้ก็ถือยาวๆ อย่าตัดสินใจเรื่องนี้บ่อยๆมันจะหมดยี่สิบครั้งเร็ว และจะไม่มีโอกาสตัดสินใจอีก ลองกลับไปดูคนที่ชอบตัดสินใจบ่อยๆตอนตลาดล่วงจาก 1700จุดลงมาที่200กว่าจุดดูซิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
moo
Verified User
โพสต์: 1150
ผู้ติดตาม: 0

ติดจรวด

โพสต์ที่ 8

โพสต์

รับทราบครับ ขอบคุณมากนะครับ ได้รับทราบสิ่งดีๆเสมอ
Solo
Verified User
โพสต์: 627
ผู้ติดตาม: 0

ติดจรวด

โพสต์ที่ 9

โพสต์

ตามมาอ่านข้อมูลดีดี ครับ ผม
ล็อคหัวข้อ