ผ่อนบ้าน25 ปี

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 1

โพสต์

พอดีมีเพื่อนท่านหนึ่งได้เซ็นสัญญา กู้ผ่อนบ้านหลังหนึ่งวงเงิน6ล้านบาท
กว่า ผ่อนเดือนละ4 หมื่นกว่า เพื่อนบอกว่าดีใจมากเพราะวันนี้นสพ
กับแบงค์ให้กู้ขึ้นดอกเบี้ย

แต่ผมมานั่งคิดดู
การที่ผอ่น4 หมื่นกว่า ในนี้เป็นดอกเบี้ยก็2 หมื่นได้แล้ว
ถึงดูการผ่อนเรื่องดอกเบี้ยจะได้เปรียบ แต่ดอกในระยะยาวนี้เอาเรื่องเหมือนกัน แถมการเป็นหนี้ ถึง25 ปี คนเราแต่งงานและสร้างครอบครัว
ตอนอายุแถว30-35 ปี รวม25 ปีก็แถว60 ปีถึงผ่อนบ้าน

ผมรู้สึกว่า เป็นภาระที่ผูกพันยาวนานจัง
บุคคลทั่วไป
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 2

โพสต์

HOME กับ HOUSE มันต่างกันนะท่าน

เป็นการซื้อความสุขทางใจ ในการใช้ชีวิตครอบครัว

อย่างน้อยมีบ้านให้ลูกมันอยู่ ตอนโตมันจะได้ไม่มาด่าว่า พ่อ แม่ สร้างแต่หนี้ ไม่มีทรัพย์สินอะไรไว้ให้มัน

เห็นด้วยครับ ถ้ามีครอบครัวแล้วคิดจะซื้อบ้าน แต่ถ้าอยู่เป็นโสด เอาเงินไปเที่ยว หรือทำอย่างอื่น ดีกว่า 8)
บุคคลทั่วไป
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ต่ออีกนิด

แต่ซื้อบ้าน ซื้อตามฐานะของตัวเอง ไม่ต้องเวอร์มาก
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ผมเคยได้ยินมาว่าจริงๆแล้ว ผู้ที่กู้ซื้อบ้านนั้นถึงแม้จะมีระยะเวลากู้นานถึง 25 ปี - 30 ปี แต่ใช้ระยะเวลาการผ่อนจริงนานกว่านั้น ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นประมาณ 15 ปีครับ เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะมีรายได้มากขึ้นครับ ในขณะที่จำนวนเงินงวดที่ผ่อนนั้นเกือบจะเท่าเดิมครับ
Another Guest
ผู้ติดตาม: 0

ถามความเห็นหน่อยครับ

โพสต์ที่ 5

โพสต์

เห็นถามเรื่องบ้าน ผมมีข้อสงสัยอยู่พอดี อยากขอความเห็นท่านๆ value investor ว่าเห็นว่าอย่างไร

ผมทำงานสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง มีสวัสดิการให้กู้เงินเพื่อซื้อบ้าน ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก คือ MLR - 3.50% หรือประมาณ 2 % ได้ ข้อแม้คือตรงนี้เฉพาะ เจ็ดแสนบาทแรก ถ้าสูงกว่านั้น ส่วนที่เกินก็จะถูกอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอีกเยอะเหมือนกัน

ทีนี้ผมมีแนวความคิดว่า ปัจจุบันทาวน์เฮ้าส์ที่ผมอยู่นั้น เป็นของคุณแม่ แต่ผมอยู่คนเดียวเนื่องจากครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด สภาพก็ค่อนข้างเก่าแล้ว ผมจึงอยากจะซ่อมแซม

ก็เลยกะว่าจะกู้เงินส่วนนี้มาประมาณหนึ่งล้านบาทเพื่อซ่อมแซมบ้าน โดยทำเสมือนหนึ่งว่ามีการซื้อขายจากแม่สู่ลูก (คือตัวผมเอง) โดยผมไม่ติดขัดว่าจะต้องนำบ้านไปจำนอง เนื่องจากผมเห็นว่าดอกเบี้ยถูกมาก

ไม่ทราบว่าผมคิดถูกหรือไม่ ที่จะกู้มาเพื่อซ่อมบ้าน เพราะจริงๆแล้วผมก็มีเงินเก็บส่วนตัวจากการทำงาน ประมาณ หนึ่งล้านบาท แต่ตอนนี้อยู่ในหุ้นทั้งหมด (ขาดทุนนิดหน่อย เพราะเริ่มลงทุนจริงจังช่วงหลังกลางปีที่แล้วไม่นานเพราะเพิ่งจะมีเงินเก็บเป็นก้อนขนาดนี้ก็ตอนนี้เนี่ยแหละ)

ผมคำนวณแล้วถ้า ผ่อน ก็เดือนละแค่ สามสี่พัน ระยะเวลายี่สิบปี บ้านก็อยากจะซ่อมให้น่าอยู่สวยงาม เพราะคิดว่าส่วนตัวไม่ได้ชอบบ้านใหญ่โตอะไร จริงๆหลังนี้ก็พออยู่เพียงแต่ว่าคงต้องปรับปรุงสักหน่อย

ขอความคิดเห็นหน่อยสิครับ เพราะลังเลอยู่ว่า ถูกต้องหรือไม่ที่ก่อหนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม ผมอายุ 28 ยังโสด ทำงานบริษัทฯ เงินเดือนไม่กี่หมื่นครับ

ภาพประจำตัวสมาชิก
harry
Verified User
โพสต์: 4200
ผู้ติดตาม: 0

Re: ถามความเห็นหน่อยครับ

โพสต์ที่ 6

โพสต์

Another Guest เขียน:เห็นถามเรื่องบ้าน ผมมีข้อสงสัยอยู่พอดี อยากขอความเห็นท่านๆ value investor ว่าเห็นว่าอย่างไร

ผมทำงานสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง มีสวัสดิการให้กู้เงินเพื่อซื้อบ้าน ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก คือ MLR - 3.50% หรือประมาณ 2 % ได้ ข้อแม้คือตรงนี้เฉพาะ เจ็ดแสนบาทแรก ถ้าสูงกว่านั้น ส่วนที่เกินก็จะถูกอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอีกเยอะเหมือนกัน

ทีนี้ผมมีแนวความคิดว่า ปัจจุบันทาวน์เฮ้าส์ที่ผมอยู่นั้น เป็นของคุณแม่ แต่ผมอยู่คนเดียวเนื่องจากครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด สภาพก็ค่อนข้างเก่าแล้ว ผมจึงอยากจะซ่อมแซม

ก็เลยกะว่าจะกู้เงินส่วนนี้มาประมาณหนึ่งล้านบาทเพื่อซ่อมแซมบ้าน โดยทำเสมือนหนึ่งว่ามีการซื้อขายจากแม่สู่ลูก (คือตัวผมเอง) โดยผมไม่ติดขัดว่าจะต้องนำบ้านไปจำนอง เนื่องจากผมเห็นว่าดอกเบี้ยถูกมาก

ไม่ทราบว่าผมคิดถูกหรือไม่ ที่จะกู้มาเพื่อซ่อมบ้าน เพราะจริงๆแล้วผมก็มีเงินเก็บส่วนตัวจากการทำงาน ประมาณ หนึ่งล้านบาท แต่ตอนนี้อยู่ในหุ้นทั้งหมด (ขาดทุนนิดหน่อย เพราะเริ่มลงทุนจริงจังช่วงหลังกลางปีที่แล้วไม่นานเพราะเพิ่งจะมีเงินเก็บเป็นก้อนขนาดนี้ก็ตอนนี้เนี่ยแหละ)

ผมคำนวณแล้วถ้า ผ่อน ก็เดือนละแค่ สามสี่พัน ระยะเวลายี่สิบปี บ้านก็อยากจะซ่อมให้น่าอยู่สวยงาม เพราะคิดว่าส่วนตัวไม่ได้ชอบบ้านใหญ่โตอะไร จริงๆหลังนี้ก็พออยู่เพียงแต่ว่าคงต้องปรับปรุงสักหน่อย

ขอความคิดเห็นหน่อยสิครับ เพราะลังเลอยู่ว่า ถูกต้องหรือไม่ที่ก่อหนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม ผมอายุ 28 ยังโสด ทำงานบริษัทฯ เงินเดือนไม่กี่หมื่นครับ
กู้อย่าง ทำอย่าง ระวังโดนตรวจสอบเจอนะครับ เห็นออกข่าวว่าต้องชี้แจงว่าจะเอาเงินไปทำอะไรด้วย
Expecto Patronum!!!!!!
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 7

โพสต์

การคิดดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านนั้นคิดแบบลดต้นลดดอกครับ อัตราดอกเบี้ยจะคิดทุกวันครับ
โดยคำนวณจากภาระเงินต้นที่ค้างอยู่ตอนต้นงวด อัตราดอกเบี้ยในขณะนั้น (สำหรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัวนะครับ) และจำนวนวันในงวดนั้นครับ
เวลาชำระก็จะหักดอกเบี้ยที่คิดจากงวดนั้นก่อน ที่เหลือก็ค่อยนำไปหักเงินต้น

เช่น เงินกู้ 1,000,000 อัตราดอกเบี้ย 5% กู้ระยะเวลา 10 ปี จำนวนเงินผ่อนต่องวด 12,000 บาท ชำระทุกวันที่ 1 ของเดือน

ที่นี้เราเบิกเงินกู้งวดแรก วันที่ 1 ม.ค. จำนวน 500,000 บาท

พอวันที่ 1 ก.พ. จำนวนดอกเบี้ยก็เท่ากับ 500,000*5%*31 วัน/365 วัน เท่ากับ 2,123.29 บาท แต่เราชำระเงินกู้จำนวน 12,000 บาท ดังนั้นเงินต้นจะเหลือ 490,123.29 บาท

พอวันที่ 15 ก.พ. เราก็เบิกเงินกู้อีก 500,000 บาท เราก็คิดจำนวนดอกเบี้ยถึงวันนี้ 490,123.29*5%*14 วัน/365 วัน เท่ากับ 939.97 บาท

พอถึงวันชำระงวด 2 วันที่ 1 มี.ค. จำนวนดอกเบี้ยช่วงตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. เท่ากับ 990,123.29*5%*14 วัน/365 วัน เท่ากับ 1,898.87 บาท ดังนั้นดอกเบี้ยรวมเท่ากับ 2,838.84 บาท เราชำระเงินกู้ 12,000 บาท จำนวนเงินต้นก็จะคงเหลือเท่ากับ 980,962.13 บาท

ส่วนการคำนวณแบบกู้ 1,000,000 ดอกเบี้ย 3% เวลา 4 ปี คิดจำนวนเงินผ่อนแบบ ((1,000,000*3%*4)+1,000,000)/48 เท่ากับ ผ่อนงวดละ 23,333.50 บาท เป็นการกู้ซื้อรถยนต์ครับ

ข้อดีข้อเสียก็คนละแบบครับ

ถ้าคิดแบบกู้ซื้อบ้าน ในกรณีที่เรามีเงินสดเหลือมาก เราจ่ายมากกว่า 12,000 บาท เงินต้นคงค้างก็จะลดลง จำนวนดอกเบี้ยในงวดต่อๆไปก็จะลดลงด้วยครับ เราก็สามารถที่จะชำระหนี้ได้เร็วกว่าอายุสัญญา แต่ข้อเสียคือ อัตราดอกเบี้ยมักจะเป็นแบบลอยตัวครับ คิดตาม MLR เป็นหลัก ถ้าอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น จำนวนดอกเบี้ยก็จะเพิ่มขึ้นด้วยครับ แต่จำนวนเงินผ่อนต่อเดือนก็ยังคงเท่าเดิมครับ (นอกเสียจากว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มสูงขึ้นมากๆ ถ้าเพิ่มไม่มากก็ไม่กังวลเพราะตอนกู้ถึงแม้อัตราดอกเบีร้ยจะเท่ากับ 5% แต่ธนาคารก็คำนวณหาจำนวนเงินงวดที่ผ่อนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า 5% อยู่แล้วครับ)

ถ้าคิดแบบกู้ซื้อรถ อัตราดอกเบี้ยจะตายตัวครับ ไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นหรือลงเท่าไร ถ้าเราชำระจำนวน 23,333.50 บาทครบ 48 งวด ก็ชำระหนี้ครบครับ แต่ถ้าเรามีเงินอยากจะชำระก่อน เราต้องเสียดอกเบี้ยครับแต่อาจจะเสียครึ่งหนึ่งครับ

พอเข้าใจไหมครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Minesweeper
Verified User
โพสต์: 472
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 8

โพสต์

เดี๋ยวนี้การซื้อบ้านเป็นของตัวเอง มันช่างยากเย็นจริงๆ

ผมฟังข่าว เค้าบอกว่าบ้านราคา 5-10 ล้านนี่ถือเป็นระดับกลางๆ ไปแล้ว

คอนโด LPN 30 ตรม. แค่พอซุกหัวนอน ยังราคาล้านครึ่ง

สงสัยคนยุคผมคงต้องอยู่บ้านคุณพ่อคุณแม่ หรือไม่ก็ไปอยู่ Flat เอื้ออาทรกันหมด
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 9

โพสต์

ยังดีที่อัตราดอกเบี้ยยังถูกอยู่ ถ้าเพิ่มขึ้นเป็น 10% คนคงซื้อบ้านกันยากขึ้นมากเลยครับ
Mo101 ไม่ได้ login
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 10

โพสต์

Minesweeper คอนโดที่ถูกๆก็มีนะครับ แล้วก็ราคา 1 ล้านกว่าๆ นี่เป็นราคา
offer ครับ ถ้าไม่เคาะเดี๋ยวเขาก็ลดครับ เช่น จองคอนโดไว้(ตอนจองมีแต่ตอ)
แล้วเกิดได้ไปนอกกระทันหัน เขาจะขายดาวววว เป็นต้นครับ
เถ้าแก่
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 11

โพสต์

เคยผ่อนบ้านพร้อมที่ดินเมื่อ20ปีที่แล้ว แถวๆลาดกระบังเนื้อที่400ตรว.
ผ่อนเดือนละ 4000 กว่าบาทพึ่งจะหมดไปไม่นานนี้
ตอนนี้มีโครงการบ้านเดี่ยวใหม่มาขึ้นใกล้ๆ
ในเนื้อที่เท่ากัน โครงการจัดเงินกู้ให้ผ่อน20ปีเหมือนกันแต่ผ่อนเดือนละ 80000กว่าบาท(เท่ากับบ้าน4หลัง)
บุคคลทั่วไป
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 12

โพสต์

รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ ทีนี้ถ้าเราเลือกผ่อนคงที่ 3 ปีใกล้ถึงกำหนดกลางปีหน้าเราควรจะทำเรื่องขอรีไฟแนนซ์เลือกดอกคงที่ต่อหรือเปล่าคะเพื่อจะได้ไม่ต้องพบกับ MLR ขอบคุณค่ะ
ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 6447
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 13

โพสต์

เห็นถามเรื่องบ้าน ผมมีข้อสงสัยอยู่พอดี อยากขอความเห็นท่านๆ value investor ว่าเห็นว่าอย่างไร

ผมทำงานสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง มีสวัสดิการให้กู้เงินเพื่อซื้อบ้าน ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก คือ MLR - 3.50% หรือประมาณ 2 % ได้ ข้อแม้คือตรงนี้เฉพาะ เจ็ดแสนบาทแรก ถ้าสูงกว่านั้น ส่วนที่เกินก็จะถูกอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอีกเยอะเหมือนกัน

ทีนี้ผมมีแนวความคิดว่า ปัจจุบันทาวน์เฮ้าส์ที่ผมอยู่นั้น เป็นของคุณแม่ แต่ผมอยู่คนเดียวเนื่องจากครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด สภาพก็ค่อนข้างเก่าแล้ว ผมจึงอยากจะซ่อมแซม

ก็เลยกะว่าจะกู้เงินส่วนนี้มาประมาณหนึ่งล้านบาทเพื่อซ่อมแซมบ้าน โดยทำเสมือนหนึ่งว่ามีการซื้อขายจากแม่สู่ลูก (คือตัวผมเอง) โดยผมไม่ติดขัดว่าจะต้องนำบ้านไปจำนอง เนื่องจากผมเห็นว่าดอกเบี้ยถูกมาก

ไม่ทราบว่าผมคิดถูกหรือไม่ ที่จะกู้มาเพื่อซ่อมบ้าน เพราะจริงๆแล้วผมก็มีเงินเก็บส่วนตัวจากการทำงาน ประมาณ หนึ่งล้านบาท แต่ตอนนี้อยู่ในหุ้นทั้งหมด (ขาดทุนนิดหน่อย เพราะเริ่มลงทุนจริงจังช่วงหลังกลางปีที่แล้วไม่นานเพราะเพิ่งจะมีเงินเก็บเป็นก้อนขนาดนี้ก็ตอนนี้เนี่ยแหละ)

ผมคำนวณแล้วถ้า ผ่อน ก็เดือนละแค่ สามสี่พัน ระยะเวลายี่สิบปี บ้านก็อยากจะซ่อมให้น่าอยู่สวยงาม เพราะคิดว่าส่วนตัวไม่ได้ชอบบ้านใหญ่โตอะไร จริงๆหลังนี้ก็พออยู่เพียงแต่ว่าคงต้องปรับปรุงสักหน่อย

ขอความคิดเห็นหน่อยสิครับ เพราะลังเลอยู่ว่า ถูกต้องหรือไม่ที่ก่อหนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม ผมอายุ 28 ยังโสด ทำงานบริษัทฯ เงินเดือนไม่กี่หมื่นครับ
หากถามผม ผมจะกู้ครับ 700,000 บาท ให้เต็มวงเงินครับ
แต่ไม่ได้กู้มาซ่อมบ้านนะครับ จะกู้มาซื้อหุ้น
เลือกตัวที่ดี ได้ปันผลมากๆ สัก 8-9 %
ในขณะที่ดอกเบี้ยแค่ 2 % กำไรเห็นๆ และไม่ต้องเสียดอกเบี้ยด้วย
อย่างนี้เรียกได้ว่ากำไรสองเด้ง เรียกได้ว่า ให้เงินทำงาน น่าจะดีกว่าทำงานหาเงินนะครับ :lol:


บ้านใหญ่โต ดูดี ใครๆ ก็ชอบครับ แต่ให้ราคา "สบายตาสบายกาย" เกือบๆ ล้านผมว่าค่อนข้างสูงไปครับ เพราะบ้านเก่า- บ้านใหม่ ก็บ้านเหมือนกัน-ซุกหัวนอนได้เหมือนกัน อบอุ่นได้เช่นกัน แต่หากเก่าไปมากสักหน่อย เจียดเงินซ่อมสัก 2-3 แสนก็พอแล้วครับ เพราะอยู่คนเดียวนี่ครับ อาจจะทำเองบางส่วน งานง่ายๆ เช่น งานท่อ หรืองานทาสี ประหยัดงบไปได้มากทีเดียว
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

ผ่อนบ้าน25 ปี

โพสต์ที่ 14

โพสต์

ถ้ารอให้ถึงกลางปีหน้าผมไม่ทราบว่าทางธนาคารจะยังคงดอกเบี้ยแบบ Fixed Rate อยู่อีกหรือเปล่านะครับ เพราะตอนนี้อัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านก็ปรับเพิ่มสูงขึ้นมากพอควรครับ

คงอาจจะเลือกเอาระหว่างว่าถ้าจะ Refinance ตอนนี้ (ซึ่งยังคงมีบางสถาบันที่ยังคงอัตราดอกเบี้ยแบบ Fixed Rate ที่ยังไม่ปรับสูงขึ้นเท่าไร) แต่คงต้องเสียค่าปรับ Penalty Fee กับรอให้ผ่านช่วงที่เป็น Fixed Rate ซึ่งก็คือกลางปีหน้า (ซึ่งอัตราดอกเบี้ยก็คงปรับเพิ่มขึ้น แต่ไม่เสีย Penalty Fee)

แล้วถ้าคุณต้องการ Refinance นั้นคุณคงต้องเสียค่าประเมินราคา ค่าจำนอง ใหม่นะครับ

ลองคำนวณดูครับว่าคุ้มไหม
ล็อคหัวข้อ