พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเป็นก
- jo7393
- Verified User
- โพสต์: 2486
- ผู้ติดตาม: 0
พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเป็นก
โพสต์ที่ 1
พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้หลายคนอาจไขว้เขวในหลักการของตนเอง
1.การลงทุนในหุ้น ผมคิดว่าแบ่งกลุ่มคนเป็นหลายกลุ่ม
2.กลุ่มที่ไม่ได้มีหลักการของตัวเอง(อาจเป็นเพราะยังใหม่ ค้นหาตัวเองไม่เจอ)
3.กลุ่มที่ตั้งหลักการไว้แต่พอหุ้นลงแรงๆ แพ้ใจตัวเอง ทำตามอารมณ์มากกว่าหลักการที่คิดไว้แต่แรก
4.กลุ่มที่ยึดมั่นในหลักการของตนเองอย่างเหนียวแน่น (ไม่ได้แปลว่าต้องถือหุ้นยาวนะครับ อย่าเข้าใจผิด)
กลุ่มที่คิดว่ามีความเสี่ยงสูงในการขาดทุน คือ 1,2 เพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเองรู้หรือไม่รู้อะไรที่ควรรู้
กลุ่มที่3 มีอยู่มาก ความคิดของอารมณ์คอยหลอกเรา เผลอหน่อยก็เข้ามาให้เราคิดถึงตัวเลขที่มีโอกาสขาดทุนเท่าไรต่อเท่าไร คอยทำให้เรากลัว ทำให้เราแกว่งไปตามความโลภและความกลัว วิธีแก้ต้องคอยรู้ทันใจตัวเอง แล้วมีสติเอาเหตุผลมาคิดเอาหลักการที่เราเคยวางไว้มาคิดครับ
กลุ่มที่ 4 กลุ่มนี้มีโอกาสทำกำไรสูงทั้งในระยะสั้น หรือยาว แล้วแต่หลักการที่แต่ละคนวางไว้
โดยแบ่งเป็น
4.1คนที่ทำกำไรเมื่อราคาเต็มมูลค่าระยะสั้น หรือต้องการกำไรเมื่อราคาสูงพอสมควรเมื่อใกล้พีคโดยไม่คิดที่จะถือในระยะยาว แต่ต้องยอมรับการขายหมูเป็นเรื่องปกติ ข้อดีของกลุ่มนี้คือ ไม่ต้องเห็นพอร์ตตัวเองลดลงมากๆ มีเงินสดไว้ซื้อหุ้นยามที่มันลง
4.2 คนที่ประเมินหุ้นที่ตัวเองถือเพื่อการลงทุนระยะยาว คนกลุ่มนี้ต้องยอมรับว่าสามารถเอาชนะอารมร์ของตัวเองได้ดีมาก โดยอาศัยความรู้อย่างมาก การวิเคราะห์อย่างลึก เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการวิเคราะห์ของตัวเอง และต้องเป็นคนที่รู้ด้วยว่าตัวเองมีความรู้แค่ไหนมากเพียงพอหรือไม่ (หลายคนพยายามที่จะเป็นคนในกลุ่มนี้ แต่จิตใจไม่มั่นคงพอแล้วไม่รู้ว่าตัวเองมีจิตใตที่ไม่มั่นคงพอ ทำให้เวลาหุ้นลงหนักๆแพ้ใจตัวเองขายขาดทุนออกมา รวมถึงไม่มีความรู้ว่าหุ้นที่ตัวเองถือมีความเสี่ยงด้านไหนบ้างและอดทนถือ พอความเสี่ยงที่ว่าเพิ่มมากขึ้นกลับไม่รู้ว่าความเสี่ยงสูงมากแล้วจนกระทั่งขาดทุน) ต้องยอมรับเลยว่า เซียนที่ประสบความสำเร็จแนว vi จริงๆ อยู่ในข้อนี้ และ นลท ใหม่ๆพยายามจะทำตามแต่ขาดความรู้ และจุดสำคัญที่ฝึกได้ยากมากคือการเอาชนะใจตนเองไม่ให้ ความคิดของตัวเองหลอก ความคิดที่ชอบมาหลอกเราตอนหุ้นลงคือความกลัว และยามหุ้นขึ้นความคิดที่ชอบมาหลอกเราคือความโลภ หากเราเอาชนะอารมณ์ที่มาหลอกเราได้เราก็คงจะลงทุนเมื่อหุ้นมีราคาถูก และเลือกขายตามหลักการที่เราได้วางไว้(อาจขายระยะสั้นเมื่อใกล้พีค หรือระยะยาวจนพื้นฐานกิจการเปลี่ยนไป)
ผิดถูกหรือเห็นต่างแชร์ความคิดกันก็ดีนะครับ
1.การลงทุนในหุ้น ผมคิดว่าแบ่งกลุ่มคนเป็นหลายกลุ่ม
2.กลุ่มที่ไม่ได้มีหลักการของตัวเอง(อาจเป็นเพราะยังใหม่ ค้นหาตัวเองไม่เจอ)
3.กลุ่มที่ตั้งหลักการไว้แต่พอหุ้นลงแรงๆ แพ้ใจตัวเอง ทำตามอารมณ์มากกว่าหลักการที่คิดไว้แต่แรก
4.กลุ่มที่ยึดมั่นในหลักการของตนเองอย่างเหนียวแน่น (ไม่ได้แปลว่าต้องถือหุ้นยาวนะครับ อย่าเข้าใจผิด)
กลุ่มที่คิดว่ามีความเสี่ยงสูงในการขาดทุน คือ 1,2 เพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเองรู้หรือไม่รู้อะไรที่ควรรู้
กลุ่มที่3 มีอยู่มาก ความคิดของอารมณ์คอยหลอกเรา เผลอหน่อยก็เข้ามาให้เราคิดถึงตัวเลขที่มีโอกาสขาดทุนเท่าไรต่อเท่าไร คอยทำให้เรากลัว ทำให้เราแกว่งไปตามความโลภและความกลัว วิธีแก้ต้องคอยรู้ทันใจตัวเอง แล้วมีสติเอาเหตุผลมาคิดเอาหลักการที่เราเคยวางไว้มาคิดครับ
กลุ่มที่ 4 กลุ่มนี้มีโอกาสทำกำไรสูงทั้งในระยะสั้น หรือยาว แล้วแต่หลักการที่แต่ละคนวางไว้
โดยแบ่งเป็น
4.1คนที่ทำกำไรเมื่อราคาเต็มมูลค่าระยะสั้น หรือต้องการกำไรเมื่อราคาสูงพอสมควรเมื่อใกล้พีคโดยไม่คิดที่จะถือในระยะยาว แต่ต้องยอมรับการขายหมูเป็นเรื่องปกติ ข้อดีของกลุ่มนี้คือ ไม่ต้องเห็นพอร์ตตัวเองลดลงมากๆ มีเงินสดไว้ซื้อหุ้นยามที่มันลง
4.2 คนที่ประเมินหุ้นที่ตัวเองถือเพื่อการลงทุนระยะยาว คนกลุ่มนี้ต้องยอมรับว่าสามารถเอาชนะอารมร์ของตัวเองได้ดีมาก โดยอาศัยความรู้อย่างมาก การวิเคราะห์อย่างลึก เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการวิเคราะห์ของตัวเอง และต้องเป็นคนที่รู้ด้วยว่าตัวเองมีความรู้แค่ไหนมากเพียงพอหรือไม่ (หลายคนพยายามที่จะเป็นคนในกลุ่มนี้ แต่จิตใจไม่มั่นคงพอแล้วไม่รู้ว่าตัวเองมีจิตใตที่ไม่มั่นคงพอ ทำให้เวลาหุ้นลงหนักๆแพ้ใจตัวเองขายขาดทุนออกมา รวมถึงไม่มีความรู้ว่าหุ้นที่ตัวเองถือมีความเสี่ยงด้านไหนบ้างและอดทนถือ พอความเสี่ยงที่ว่าเพิ่มมากขึ้นกลับไม่รู้ว่าความเสี่ยงสูงมากแล้วจนกระทั่งขาดทุน) ต้องยอมรับเลยว่า เซียนที่ประสบความสำเร็จแนว vi จริงๆ อยู่ในข้อนี้ และ นลท ใหม่ๆพยายามจะทำตามแต่ขาดความรู้ และจุดสำคัญที่ฝึกได้ยากมากคือการเอาชนะใจตนเองไม่ให้ ความคิดของตัวเองหลอก ความคิดที่ชอบมาหลอกเราตอนหุ้นลงคือความกลัว และยามหุ้นขึ้นความคิดที่ชอบมาหลอกเราคือความโลภ หากเราเอาชนะอารมณ์ที่มาหลอกเราได้เราก็คงจะลงทุนเมื่อหุ้นมีราคาถูก และเลือกขายตามหลักการที่เราได้วางไว้(อาจขายระยะสั้นเมื่อใกล้พีค หรือระยะยาวจนพื้นฐานกิจการเปลี่ยนไป)
ผิดถูกหรือเห็นต่างแชร์ความคิดกันก็ดีนะครับ
“ถ้าราคาหุ้นแยกออกไปจากเส้นกำไร ไม่ช้าก็เร็วมันจะวิ่งกลับไปหาเส้นกำไรเสมอ”
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
- jo7393
- Verified User
- โพสต์: 2486
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 2
แก้ไขที่ิผิดคับjo7393 เขียน:พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้หลายคนอาจไขว้เขวในหลักการของตนเอง การลงทุนในหุ้น ผมคิดว่าแบ่งกลุ่มคนเป็นหลายกลุ่ม
1.กลุ่มที่ไม่ได้มีหลักการของตัวเอง(อาจเป็นเพราะยังใหม่ ค้นหาตัวเองไม่เจอ)
2.กลุ่มที่ตั้งหลักการไว้แต่พอหุ้นลงแรงๆ แพ้ใจตัวเอง ทำตามอารมณ์มากกว่าหลักการที่คิดไว้แต่แรก
3.กลุ่มที่ยึดมั่นในหลักการของตนเองอย่างเหนียวแน่น (ไม่ได้แปลว่าต้องถือหุ้นยาวนะครับ อย่าเข้าใจผิด)
กลุ่มที่คิดว่ามีความเสี่ยงสูงในการขาดทุน คือ 1 เพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเองรู้หรือไม่รู้อะไรที่ควรรู้
กลุ่มที่2 มีอยู่มาก ความคิดของอารมณ์คอยหลอกเรา เผลอหน่อยก็เข้ามาให้เราคิดถึงตัวเลขที่มีโอกาสขาดทุนเท่าไรต่อเท่าไร คอยทำให้เรากลัว ทำให้เราแกว่งไปตามความโลภและความกลัว วิธีแก้ต้องคอยรู้ทันใจตัวเอง แล้วมีสติเอาเหตุผลมาคิดเอาหลักการที่เราเคยวางไว้มาคิดครับ
กลุ่มที่ 3 กลุ่มนี้มีโอกาสทำกำไรสูงทั้งในระยะสั้น หรือยาว แล้วแต่หลักการที่แต่ละคนวางไว้
โดยแบ่งเป็น
3.1คนที่ทำกำไรเมื่อราคาเต็มมูลค่าระยะสั้น หรือต้องการกำไรเมื่อราคาสูงพอสมควรเมื่อใกล้พีคโดยไม่คิดที่จะถือในระยะยาว แต่ต้องยอมรับการขายหมูเป็นเรื่องปกติ ข้อดีของกลุ่มนี้คือ ไม่ต้องเห็นพอร์ตตัวเองลดลงมากๆ มีเงินสดไว้ซื้อหุ้นยามที่มันลง
3.2 คนที่ประเมินหุ้นที่ตัวเองถือเพื่อการลงทุนระยะยาว คนกลุ่มนี้ต้องยอมรับว่าสามารถเอาชนะอารมร์ของตัวเองได้ดีมาก โดยอาศัยความรู้อย่างมาก การวิเคราะห์อย่างลึก เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการวิเคราะห์ของตัวเอง และต้องเป็นคนที่รู้ด้วยว่าตัวเองมีความรู้แค่ไหนมากเพียงพอหรือไม่ (หลายคนพยายามที่จะเป็นคนในกลุ่มนี้ แต่จิตใจไม่มั่นคงพอแล้วไม่รู้ว่าตัวเองมีจิตใจที่ไม่มั่นคงพอ ทำให้เวลาหุ้นลงหนักๆแพ้ใจตัวเองขายขาดทุนออกมา รวมถึงไม่มีความรู้ว่าหุ้นที่ตัวเองถือมีความเสี่ยงด้านไหนบ้างและอดทนถือ พอความเสี่ยงที่ว่าเพิ่มมากขึ้นกลับไม่รู้ว่าความเสี่ยงสูงมากแล้วจนกระทั่งขาดทุน) ต้องยอมรับเลยว่า เซียนที่ประสบความสำเร็จแนว vi จริงๆ อยู่ในข้อนี้ และ นลท ใหม่ๆพยายามจะทำตามแต่ขาดความรู้ และจุดสำคัญที่ฝึกได้ยากมากคือการเอาชนะใจตนเองไม่ให้ ความคิดของตัวเองหลอก ความคิดที่ชอบมาหลอกเราตอนหุ้นลงคือความกลัว และยามหุ้นขึ้นความคิดที่ชอบมาหลอกเราคือความโลภ หากเราเอาชนะอารมณ์ที่มาหลอกเราได้เราก็คงจะลงทุนเมื่อหุ้นมีราคาถูก และเลือกขายตามหลักการที่เราได้วางไว้(อาจขายระยะสั้นเมื่อใกล้พีค หรือระยะยาวจนพื้นฐานกิจการเปลี่ยนไป)
ผิดถูกหรือเห็นต่างแชร์ความคิดกันก็ดีนะครับ
“ถ้าราคาหุ้นแยกออกไปจากเส้นกำไร ไม่ช้าก็เร็วมันจะวิ่งกลับไปหาเส้นกำไรเสมอ”
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
- chukieat30
- Verified User
- โพสต์: 3531
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 3
+1ให้ครับ
ถ้าคุณตีลูกตามไทเกอร์ คุณก้ไม่มีทางจะเหนือกว่า ไทเกอร์ จงนำวงสวิงของไทเกอร์มาปรับใช้ให้เหมาะกับคุณ
หวิ่งชุนหวอซาน หวิ่งชุนยิปมันจีทคุดโด้ พื้นฐานก้มาจากหวิ่งชุน แม้ชื่อจะต่าง
แต่หวิ่งชุนก้คือ หวิ่งชุน
ทำวันนี้ให้ดี ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่า และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด
หวิ่งชุนหวอซาน หวิ่งชุนยิปมันจีทคุดโด้ พื้นฐานก้มาจากหวิ่งชุน แม้ชื่อจะต่าง
แต่หวิ่งชุนก้คือ หวิ่งชุน
ทำวันนี้ให้ดี ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่า และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด
- jo7393
- Verified User
- โพสต์: 2486
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 4
จริงๆแล้ว กลุ่มที่เสี่ยงขาดทุนมากที่สุด เป็นกลุ่มย่อยของ กลุ่มที่ไม่ได้มีหลักการของตัวเอง(อาจเป็นเพราะยังใหม่ ค้นหาตัวเองไม่เจอ)
คือกลุ่มที่ไม่มีหลักการณ์แล้วไม่รู้ตัวว่ายังหาหลักไม่เจอ
เข้าตำราที่ว่า ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ครับ
คือกลุ่มที่ไม่มีหลักการณ์แล้วไม่รู้ตัวว่ายังหาหลักไม่เจอ
เข้าตำราที่ว่า ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ครับ
“ถ้าราคาหุ้นแยกออกไปจากเส้นกำไร ไม่ช้าก็เร็วมันจะวิ่งกลับไปหาเส้นกำไรเสมอ”
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
-
- Verified User
- โพสต์: 803
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 6
กลุ่มที่ 4.2 น่าจะคนที่มีต้นทุนอยู่ที่ปี 2008 หรือ ซื้อหุ้น เพราะคาดหวังปันผล
ส่วนคนในกลุ่มนี้ที่ต้นทุนสูง และเป็นกิจการดี เค้าต้องยอมรับแล้วว่า ถึงแม้ราคาลงไปมากกว่า 50% หรือมีโอกาส ได้หุ้นเป็น 2 เท่า จากปริมาณเงินเท่าเดิม ก็จะไม่เสียใจ คิดว่าสุดท้ายมูลค่าที่แท้จริงจะกลับมา
ผมเคยเป็นคนกลุ่มนี้ครับ ยอมรับว่า ตอนนี้ปรับไปอยู่กลุ่มแรกแล้ว
บ. ที่เคยคิดว่า เป็นกิจการของเรา สุดท้ายสิ่งที่เราเอาไปได้ คือ เงินที่ลงทุน ยังไงก็เป็นของเรา
เราเป็นแค่กลุ่มคนที่ให้เค้ายืมเงินไปลงทุนเท่านั้นเอง
ขออภัยที่อาจคิดไม่ตรงกับหลายๆ คน
แตห้นบางตัวผมก็เป็นแบบ ข้อ 4.2 บางตัวก้เป็น 4.1
เลยมาคิดได้ว่า การถือเงินสดมี convenience yield ที่สูงนะครับ
ซึ่งหลายคนอาจไม่คิดแบบนี้
ส่วนคนในกลุ่มนี้ที่ต้นทุนสูง และเป็นกิจการดี เค้าต้องยอมรับแล้วว่า ถึงแม้ราคาลงไปมากกว่า 50% หรือมีโอกาส ได้หุ้นเป็น 2 เท่า จากปริมาณเงินเท่าเดิม ก็จะไม่เสียใจ คิดว่าสุดท้ายมูลค่าที่แท้จริงจะกลับมา
ผมเคยเป็นคนกลุ่มนี้ครับ ยอมรับว่า ตอนนี้ปรับไปอยู่กลุ่มแรกแล้ว
บ. ที่เคยคิดว่า เป็นกิจการของเรา สุดท้ายสิ่งที่เราเอาไปได้ คือ เงินที่ลงทุน ยังไงก็เป็นของเรา
เราเป็นแค่กลุ่มคนที่ให้เค้ายืมเงินไปลงทุนเท่านั้นเอง
ขออภัยที่อาจคิดไม่ตรงกับหลายๆ คน
แตห้นบางตัวผมก็เป็นแบบ ข้อ 4.2 บางตัวก้เป็น 4.1
เลยมาคิดได้ว่า การถือเงินสดมี convenience yield ที่สูงนะครับ
ซึ่งหลายคนอาจไม่คิดแบบนี้
-
- Verified User
- โพสต์: 803
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 7
ขอแก้จาก 4.1 เป็น 3.1 และ 4.2 เป้น 3.2
- jo7393
- Verified User
- โพสต์: 2486
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 8
ผมไม่ทราบว่า คุณ chiraponge ซื้อหุ้นตัวไหน เลยดูเอาจาก set นะครับchiraponge เขียน:กลุ่มที่ 4.2 น่าจะคนที่มีต้นทุนอยู่ที่ปี 2008 หรือ ซื้อหุ้น เพราะคาดหวังปันผล
ส่วนคนในกลุ่มนี้ที่ต้นทุนสูง และเป็นกิจการดี เค้าต้องยอมรับแล้วว่า ถึงแม้ราคาลงไปมากกว่า 50% หรือมีโอกาส ได้หุ้นเป็น 2 เท่า จากปริมาณเงินเท่าเดิม ก็จะไม่เสียใจ คิดว่าสุดท้ายมูลค่าที่แท้จริงจะกลับมา
ผมเคยเป็นคนกลุ่มนี้ครับ ยอมรับว่า ตอนนี้ปรับไปอยู่กลุ่มแรกแล้ว
บ. ที่เคยคิดว่า เป็นกิจการของเรา สุดท้ายสิ่งที่เราเอาไปได้ คือ เงินที่ลงทุน ยังไงก็เป็นของเรา
เราเป็นแค่กลุ่มคนที่ให้เค้ายืมเงินไปลงทุนเท่านั้นเอง
ขออภัยที่อาจคิดไม่ตรงกับหลายๆ คน
แตห้นบางตัวผมก็เป็นแบบ ข้อ 4.2 บางตัวก้เป็น 4.1
เลยมาคิดได้ว่า การถือเงินสดมี convenience yield ที่สูงนะครับ
ซึ่งหลายคนอาจไม่คิดแบบนี้
ปี 2008 เป็นปีที่ set อยู่ระดับ 800 กว่าจุด ให้ผมมองคิดว่า mos ไม่มากพอครับ
สังเกตพวกเซียนที่ลงทุนตาม พฐ หรือหลักของ วอเรนจริงๆ จะมี mos ที่สูงมากครับ
อย่างที่ ดร ลงทุนใน cpall พีอีที่ท่านซื้อตอนนั้นต่ำมาก คนไม่เห็นค่าความเติบโต ทำให้มี mos สูงมาก นลท คนนึงจะลงทุนหลายวิธีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ หากรู้ตัวเองว่าทำอะไรอยู่
ที่น่ากลัวคือ ตัวเองไม่รู้แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ นี่สิครับ น่ากลัวมาก
หลังจากที่ผมได้แบ่งกลุ่ม นลท ทำให้ผมกลับมามองตัวเอง แล้วความคิดมันแจ่มชัดขึ้นมากเลยครับ
“ถ้าราคาหุ้นแยกออกไปจากเส้นกำไร ไม่ช้าก็เร็วมันจะวิ่งกลับไปหาเส้นกำไรเสมอ”
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
-
- Verified User
- โพสต์: 803
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 9
ขอแก้ไขเป็นสิ้นปี 2008 ครับ
- jo7393
- Verified User
- โพสต์: 2486
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 10
น่าจะได้ผลตอบแทนน่าพอใจมากทีเดียวเลยนะครับ ถ้าลงทุนใน บ. ที่มี DCA สูงๆchiraponge เขียน:ขอแก้ไขเป็นสิ้นปี 2008 ครับ
ตอนนั้นดัชนีราวๆ 430จุดโดยประมาณ น่าอิจฉาครับ
“ถ้าราคาหุ้นแยกออกไปจากเส้นกำไร ไม่ช้าก็เร็วมันจะวิ่งกลับไปหาเส้นกำไรเสมอ”
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
-
- Verified User
- โพสต์: 803
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 11
เผอิญทุนผมไม่ได้อยู่ที่ สิ้นปี 2008 เลยต้องปรับมาเป็นกลุ่ม 3.1 ครับ
- jo7393
- Verified User
- โพสต์: 2486
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 13
ได้ทำ Stress test หุ้นในพอร์ตกันบ้างไหมครับว่าหากลงมากๆ เช่นเหลือสัก 750จุด
กำไรในพอร์ตลดลงเหลือเท่าไรจะได้ เครียมการณ์กันได้ถูก
กำไรในพอร์ตลดลงเหลือเท่าไรจะได้ เครียมการณ์กันได้ถูก
“ถ้าราคาหุ้นแยกออกไปจากเส้นกำไร ไม่ช้าก็เร็วมันจะวิ่งกลับไปหาเส้นกำไรเสมอ”
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
-
- Verified User
- โพสต์: 304
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 14
ผมคิดว่าตัวเองคงเป็นพวกลงทุนยาวๆ แต่ก็ยังติดเก็งกำไรอยู่ แต่ตอนนี้พอร์ตเล็กผมเลยอยู่กลุ่มไม่เครียดแทน ที่จริงแล้วผมถือหุ้นแค่ ไม่ถึง 25% ของเงินสดเลยไม่เครียด เพราะหากมันลงมากๆ ก็โอกาสของผม
ผมคิดว่าคนที่จะไม่หวั่นไหวได้ ส่วนนึงคือมีเงินปันผลมากพอจะเลี้ยงตัวเองได้ แต่คนที่พอร์ตครึ่งๆกลางๆ จะจนก็ไม่ จะรวยก็ไม่รวย จะมีความต้องการเพิ่มความมั่งคั่งมาก พวกนี้จะเครียดมากกว่า
ผมคิดว่าคนที่จะไม่หวั่นไหวได้ ส่วนนึงคือมีเงินปันผลมากพอจะเลี้ยงตัวเองได้ แต่คนที่พอร์ตครึ่งๆกลางๆ จะจนก็ไม่ จะรวยก็ไม่รวย จะมีความต้องการเพิ่มความมั่งคั่งมาก พวกนี้จะเครียดมากกว่า
- thalucoz
- Verified User
- โพสต์: 658
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 15
พี่โจครับ ตอนนี้ผมเปลี่ยนจากดูราคา เป็นนั่งคำนวณ Estimate Dividend แล้วก็คาดการณ์แบบ Wrong Case ของ Growth ของหุ้นที่ตัวเองถือแล้วครับ แบบนั้นจะสบายใจกว่าครับ
FREEDOM ---------- HOLD MY HAND
- jo7393
- Verified User
- โพสต์: 2486
- ผู้ติดตาม: 0
Re: พอดีช่วงนี้หุ้นลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ผมสังเกตเห็นนลทแบ่งเ
โพสต์ที่ 16
เห็นด้วยครับเรื่อง ประมาณการโกรทแบบ conservative ปกติผมชอบทำแนวนี้อยู่แล้ว จนโดนบ่นว่าขี้เหนียว ให้โกรทต่ำ ^^
(แต่สงสัยจะเหนียวจริง ไปข้างนอกอยากกินกาแฟ ซื้อแต่กาแฟกระป๋องที่7-11 อิอิ) ส่วนปันผลทำให้เราไม่ร้อนใจที่จะถือ เพราะหากปันผลเพิ่มทุกปียังไงก็ถือรอราคาได้คับ ทำใจร่มๆได้
(แต่สงสัยจะเหนียวจริง ไปข้างนอกอยากกินกาแฟ ซื้อแต่กาแฟกระป๋องที่7-11 อิอิ) ส่วนปันผลทำให้เราไม่ร้อนใจที่จะถือ เพราะหากปันผลเพิ่มทุกปียังไงก็ถือรอราคาได้คับ ทำใจร่มๆได้
“ถ้าราคาหุ้นแยกออกไปจากเส้นกำไร ไม่ช้าก็เร็วมันจะวิ่งกลับไปหาเส้นกำไรเสมอ”
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด
เลือกบริษัทที่ดี ในราคาที่เหมาะสม และถือมันตราบที่มันยังเป็นกิจการที่ดีอยู่
อย่าอายที่จะถาม ไม่มีใครรู้ลึกทุก บ. ถ้าไม่รู้แล้วไม่ถามก็จะยิ่งไม่ฉลาด