รายงาน Company Visit: MBK (โดย InfoQuest)

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
Administrator
Verified User
โพสต์: 78
ผู้ติดตาม: 0

รายงาน Company Visit: MBK (โดย InfoQuest)

โพสต์ที่ 1

โพสต์

COMPANY VISIT REPORT จากสำนักข่าว InfoQuest ครับ
Administrator
Verified User
โพสต์: 78
ผู้ติดตาม: 0

รายงาน Company Visit: MBK (โดย InfoQuest)

โพสต์ที่ 2

โพสต์

CO_VISIT: MBK เลื่อนนำบริษัทลูก "MBK-R" เข้าตลาดหุ้นต้นปีหน้า
Source - อินโฟเควสท์ (Th)

Wednesday, May 19, 2004 08:53


MBK เลื่อนนำบริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท (MBK-R) เข้าตลาดหุ้นเป็นต้นปี 48 จากกำหนดการเดิมที่จะเข้าตลท.ภายในปีนี้ เผยสาเหตุจากภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวย พร้อมไม่ต้องเร่งรีบ หลังตลท.ขยายสิทธิ์ประโยชน์ทางด้านภาษี แย้มต้องการระดมทุนเพิ่มราว 150 ล้านบาท เพื่อนำไปขยายธุรกิจโครงการสนามกอล์ฟที่ภูเก็ต

นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี ผู้อำนวยการอาวุโสการลงทุน บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด(มหาชน) (MBK) กล่าวว่า บริษัทลูก "เอ็ม บี เค รีสอร์ท(MBK-R)" จำเป็นต้องเลื่อนการเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นต้นปี 2548 จากเดิมที่มีการกำหนดไว้ภายในปีนี้ เนื่องจากสภาพตลาดหุ้นขณะนี้ไม่เอื้ออำนวย และมีแนวโน้มว่าทิศทางตลาดหุ้นจะไม่ฟื้นตัวในเร็ววัน ดังนั้นคณะกรรมการบริหารฯจึงเห็นว่าควรชะลอการเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นปีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ MBK เร่งที่จะนำบริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท เข้าตลาดหุ้นก่อนกันยายน 2547 เพราะยังอยู่ในช่วงของการได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่เมื่อตลท.ขยายเวลาให้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวออกไป ดังนั้น MBK-R จึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเข้าตลาดหุ้น

สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการนำ MBK-R เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นครั้งนี้ นายสมบูรณ์ กล่าวว่า เพื่อนำไปใช้ในการขยายโครงการธุรกิจสนามกอล์ฟของบริษัท ภูเก็ต ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ จำกัด(PLP) ที่ MBK-R ถือหุ้นอยู่ 99.93% โดยมีมูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท แต่ปัจจุบันบริษัทมีเงินทุนเพียง 50 ล้านบาท ดังนั้นจึงจำเป็นต้องระดมทุนจากตลาดเพิ่มอีก 150 ล้านบาท

ทั้งนี้ MBK-R มีทุนจดทะเบียนเดิม 75 ล้านบาท และลดทุนเหลือ 60.90 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มทุนอีก 139.10 ล้านบาท โดยจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม 99.10 ล้านหุ้น และส่วนที่เหลือจำนวน 40 ล้านหุ้นจัดสรรให้ประชาชนทั่วไป ขณะที่โครงสร้างผู้ถือหุ้น MBK-R ประกอบด้วย MBK 67.49% บริษัท ศฤงคาร พัฒนาการ 1.84% บริษัท ดีบุก 0.73% บริษัท ไทยทอง 0.07% และบริษัท บี วี 0.04%



--อินโฟเควสท์ (มล/รค)--
Administrator
Verified User
โพสต์: 78
ผู้ติดตาม: 0

รายงาน Company Visit: MBK (โดย InfoQuest)

โพสต์ที่ 3

โพสต์

CO_VISIT: MBK เผยสัดส่วนรายได้บริษัทเปลี่ยนแปลงไป เหตุขยายธุรกิจหลายด้าน
Source - อินโฟเควสท์ (Th)

Wednesday, May 19, 2004 11:15

บมจ.เอ็ม บี เค (MBK)เผยไตรมาส 4 ปี 2546/2547(เม.ย.-มิ.ย.47) จะรับรู้รายได้เพิ่มจาก บมจ.โรงแรมดุสิต ธานี(DTC) บมจ.ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี (PRG) และบมจ.โรงแรม รอยัลออคิด (ROH) ขณะนี้อยู่ในช่วงการขยายธุรกิจหลายด้าน จึงทำให้สัดส่วนของรายได้บริษัทจะเปลี่ยนแปลงไป โดยบริษัทจะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นในส่วนของธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจศูนย์การค้า ในขณะที่ธุรกิจข้าวจะลดลง

พร้อมหันรุกธุรกิจอสังหาฯแทนธุรกิจศูนย์การค้า เหตุหาทำเลเหมาะสมยาก

นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี ผู้อำนวยการอาวุโสการลงทุน บมจ.เอ็ม บี เค (MBK) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2546/2547(เม.ย.-มิ.ย.47) จะรับรู้รายได้เพิ่มจาก บมจ.โรงแรมดุสิต ธานี(DTC) บมจ.ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี (PRG) และบมจ.โรงแรม รอยัลออคิด (ROH)

ทั้งนี้ MBK อยู่ในช่วงการขยายธุรกิจในหลายด้าน จึงทำให้สัดส่วนของรายได้บริษัทจะเปลี่ยนแปลงไป โดยบริษัทจะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นในส่วนของธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจศูนย์การค้า ในขณะที่ธุรกิจข้าวจะลดลง และคาดว่าผลกำไรจากการเข้าลงทุนในธุรกิจต่างๆจะส่งผลอย่างมากในอนาคตอันใกล้

ส่วนรายได้ที่บริษัทจะรับรู้เพิ่มในปี 2005 จากการปรับเพิ่มค่าเช่าพื้นที่ 23,000 ภายในศูนย์การค้า MBK ซึ่งจะหมดสัญญาลง จากเดิมที่คิดในอัตรา 999 บาทต่อตารางเมตร โดยรายได้รวมจากการให้เช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้าประมาณ 1 พันล้านบาท

พร้อมกันนี้นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า บริษัทจะหันมาขยายการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯแทนธุรกิจศูนย์การค้า เนื่องจากธุรกิจศูนย์การค้ายากแก่การหาทำเลที่เหมาะสม เพราะทำเลดีส่วนใหญ่จะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ครองพื้นที่อยู่แล้ว ในขณะที่ธุรกิจอสังหาฯยังมีตลาดรองรับอีกมา และมีทำเลดีหลายแห่ง

โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯที่เจ้าของเดิมไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่ MBK เห็นว่าศักยภาพยังดี ก็จะรับซื้อเพื่อนำมาบริหารต่อ เพราะเชื่อในจุดเด่นของ MBK ในเรื่องการบริหารและการจัดการ(Management) อาทิ ธุรกิจสนามกอล์ฟที่จังหวัดภูเก็ต ที่เล็งเห็นถึงโอกาสในการทำกำไร จากปัจจัยเรื่องทำเลและกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีสนามกอล์ฟกว่า 10 แห่งเสนอขายให้ MBK แต่ท้ายที่สุด MBK เลือกเพียงแห่งเดียวที่มีศักยภาพเติบโตได้

ล่าสุด บริษัทกำลังพิจารณาโครงการพัฒนาที่ดินในจังหวัดปทุมธานีจำนวน 700 ไร่ และศรีราคา 16 ไร่ หลังจากเมื่อปีที่แล้ว รับโอนบริษัทแกรน เอสเตท จากบริษัทแม่ ธนชาติ กรุ๊ป เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นบริษัทฯดำเนินธุรกิจรับจ้างบริหารตึก นายหน้าซื้อขายที่ดิน และรับจ้างบริหารโครงการซื้อขายบ้านและที่ดิน โดยถือหุ้นในสัดส่วน 100%



--อินโฟเควสท์ (มล/พด)--
Manop
Verified User
โพสต์: 4
ผู้ติดตาม: 0

รายงาน Company Visit: MBK (โดย InfoQuest)

โพสต์ที่ 4

โพสต์

CO_VISIT: MBK เผยมีสิทธิ์สูงในการต่อสัญญาเช่า"มาบุญครอง"กับจุฬา

Wednesday, May 19, 2004 12:33

บมจ.เอ็ม บี เค (MBK) เผยถึงกรณีสัญญาเช่าศูนย์การค้ามาบุญครองกับทางจุฬาฯว่า บริษัทมีสิทธิ์รับหรือไม่รับผลการประมูลในราคาประมูลสูงสุดก่อนรายแรก ซึ่งจะหมดสัญญาในปี 2013 แต่จะเปิดประมูลสัญญาเช่าใหม่ปี 2008 จึงมีโอกาสได้ต่อสัญญาสูง แย้มแผนรองรับหากสู้ราคาผู้ชนะประมูลไม่ไหว โดยหันหาศูนย์การค้าเก่าแม้ใกลแต่เจ๋งด้วยฝีมือของผู้บริหาร พร้อมพยายามเพิ่มกำไรสะสมในแต่ละปี เพื่อหาทำเลทำใหม่หากหมดสิทธิ์ต่อสัญญาจุฬาฯ ปัจจุบันมีกำไรสะสมแล้ว 1,700 ล้านบาท

นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี ผู้อำนวยการอาวุโสการลงทุน บมจ.เอ็ม บี เค (MBK) กล่าวถึงกรณีสัญญาเช่าตึกศูนย์การค้ามาบุญครอง ว่า MBK ได้ทำสัญญาเช่าตึกห้าง MBK กับจุฬาฯในราคา 45 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยจะหมดสัญญาในปี 2013 แต่จำเป็นต้องมีการต่อสัญญาก่อนปี 2008 ซึ่งทางจุฬาฯจะมีการเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ โดยทางจุฬาฯจะมีการส่งผลการประมูลให้กับ MBK ว่าจะสามารถสู้ราคากับผู้ชนะประมูลได้หรือไม่ ซึ่งหาก MBK รับได้ก็จะได้สิทธิ์ก่อนเป็นรายแรก ตามสัญญาผูกพันธ์ที่ได้ระบุไว้ ดังนั้น MBK จึงมีโอกาสที่จะได้ต่อสัญญาสูง

"เราได้มีแผนรองรับหาก MBK ไม่สามารถสู้ราคาผู้ชนะประมูลได้ โดยเรายังไม่ทิ้งนโยบายการมองหาศูนย์การค้าเดิมที่มีทำเลดีแต่ไม่ประสบผลสำเร็จในการบริหาร เข้าซื้อเพื่อเข้าดำเนินธุรกิจใหม่ เพราะมั่นใจในความสามารถด้านการบริหารของบริษัท นอกจากนี้ MBK ยังพยายามเพิ่มกำไรสะสมในแต่ละปี เพื่อหาทำเลทำใหม่หากหมดสิทธิ์ต่อสัญญาจุฬาฯ ปัจจุบันมีกำไรสะสมแล้ว 1,700 ล้านบาท นักลงทุนที่ถือหุ้น MBK อยู่ จึงเชื่อมั่นได้ว่า MBK จะสามารถดำเนินธุรกิจเติบโตต่อไปได้ แม้จะหมดสัญญากับทางจุฬาฯ"นายสมบูรณ์ กล่าว

บริษัทมีแผนรุกเข้าบริหารตึกบริเวณรอบๆห้าง MBK หลายแห่ง แต่ถูกปฏิเสธหลายโครงการจากทางจุฬาฯ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ทั้งหมดล่าสุดบริษัทจึงใช้งบประมาณ 70 ล้านบาทในการปรับปรุงตึกสำนักงานใหม่ เนื่องจากหินอ่อนด้านนอกตึกชำรุดตามระยะเวลา โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถนำรายได้จากป้ายโฆษณาด้านนอกตึกมาหักลบกับรายจ่ายส่วนนี้ได้ทั้งหมด ใช้ระยะเวลานับถึงวันหมดสัญญากับทางจุฬาฯ

สำหรับโครงสร้างถือหุ้น MBK ประกอบด้วย กลุ่มบริษัทธนชาติ กรุ๊ป 19.59% กลุ่มครอบครัวผู้บริหาร 4.80% ธนาคารเอชเอสบีซี 3.05% บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงิน มอร์แกน สแตนเลย์ 2.19% และที่เหลืออีก 24.96% MBK เป็นผู้ถือเอง

--อินโฟเควสท์ (มล/พด)--
ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 6447
ผู้ติดตาม: 0

รายงาน Company Visit: MBK (โดย InfoQuest)

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ประเด็นเรื่องจะหมดสัญญาเช่านี่ละครับ ที่ทำให้ผมยังไม่สบายใจที่จะถือ MBK

- หากไม่ได้รับการต่อการเช่า (ห้างมาบุญครอง+ปทุมวันปรินเซส) มาร์จินต้องลดลงแน่นอน เพราะค่าเช่าในปัจจุบันถูกมาก
- หากสู้ราคาไม่ไหว ธุรกิจส่วนที่เหลือน่าสนใจหรือไม่ สนามกอร์ฟ โรงแรมที่กระบี่ + ROH และธุรกิจข้าว

อีกประมาณ 4 ปี ผู้ถือหุ้น MBK คงต้องลุ้นกันหน่อยครับเรื่องผลการประมูลห้างมาบุญครอง
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

สยามพารากอน

โพสต์ที่ 6

โพสต์

นี่เสร็จปี2548 หรือเปล่าคับดููดูผมว่าเวิลด์เทรดน่าจะเสร็จใกล้ใกล้กันหรืเปล่านะ

ไม่รู้ว่าการสร้างใหม่ กับการปรับปรูงทีสร้างแล้ว

อันไหนยากกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
โอ@
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 4244
ผู้ติดตาม: 0

รายงาน Company Visit: MBK (โดย InfoQuest)

โพสต์ที่ 7

โพสต์

45 ล้านต่อปีเนี่ยผมว่ามันถูกมาเลยนะ ประมูลครั้งต่อไปคิดว่าจะต้องใช้เงินเท่าไรต่อปีกันเนี่ย
_________
ล็อคหัวข้อ