ผมว่าน่าจะ SET ออกเป็น 2 ตลาด
- picklife
- Verified User
- โพสต์: 2565
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ผมว่าน่าจะ SET ออกเป็น 2 ตลาด
โพสต์ที่ 2
เหมือนอเมริกาไงครับ แต่ตลาดเราต้องใหญ่กว่านี้เยอะ เยอะมากๆๆๆๆๆก่อน ผมว่าคงยากนะครับtt เขียน:ผมดู SET index ไม่ได้สะท้อนภาพตลาดรวมเลย
น่าจะแยกเป็น bank+Energy กับ ส่วนที่เหลือ มากกว่า

เม่าน้อยคลำทางหาแสงไฟ
- theerasak24
- Verified User
- โพสต์: 614
- ผู้ติดตาม: 0
ผมว่าน่าจะ SET ออกเป็น 2 ตลาด
โพสต์ที่ 3
เห็นด้วยในภาพรวมครับ
"เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะยังคงทำสิ่งต่างๆ ต่อไปตราบใดที่มันยังให้ความรื่นรมย์และคุณก็ทำมันได้ดี"
- ^^
- Verified User
- โพสต์: 519
- ผู้ติดตาม: 0
ผมว่าน่าจะ SET ออกเป็น 2 ตลาด
โพสต์ที่ 4
SET Index เป็นการคำนวณดัชนีราคาหุ้นโดยนำ"มูลค่าตามราคาของตลาดหลักทรัพย์(จำนวนหุ้น*ราคาตลาด)มาถ่วงน้ำหนัก ฉะนั้นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงจะมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงในดัชนีราคาหุ้นมากกว่าหุ้นที่มีมูลค่าตลาดต่ำ
1.ดัชนีที่คำนวณแบบถ่งน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาดเหมือนกัน ก็จะมี HANG SENG Index,STRAIT TIME ,NYSE
2.ในขณะที่DJIA NIKKEI ใช้การคำนวณดัชนีราคาหุ้นชนิดถ่วงน้ำหนักด้วยราคาตลาด นั่นคือ หากหุ้นตัวใดที่มีราคาสูงมีการเคลื่อนไหว ก็จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงดัชนีราคาหุ้นมาก
3.แบบสุดท้าย คือหาอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นที่ใช้ในการคำนวณดัชนีนั้นๆแล้วมาหาค่าเฉลี่ยได้แก่ THE Value Line Indexของอเมริกา
คงต้องมีกรอบ กฏที่เหมือนกันทั่วโลก จะได้เป็นมาตรฐานครับ ผมคิดว่านะ
1.ดัชนีที่คำนวณแบบถ่งน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาดเหมือนกัน ก็จะมี HANG SENG Index,STRAIT TIME ,NYSE
2.ในขณะที่DJIA NIKKEI ใช้การคำนวณดัชนีราคาหุ้นชนิดถ่วงน้ำหนักด้วยราคาตลาด นั่นคือ หากหุ้นตัวใดที่มีราคาสูงมีการเคลื่อนไหว ก็จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงดัชนีราคาหุ้นมาก
3.แบบสุดท้าย คือหาอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นที่ใช้ในการคำนวณดัชนีนั้นๆแล้วมาหาค่าเฉลี่ยได้แก่ THE Value Line Indexของอเมริกา
คงต้องมีกรอบ กฏที่เหมือนกันทั่วโลก จะได้เป็นมาตรฐานครับ ผมคิดว่านะ
หุ้นมันอยู่รอบๆตัวเราเสมอ