อ่านหนังสือวอร์เรนบัฟเฟ็ตและการตีความงบการเงินงงบทที่28ครับ

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โพสต์ โพสต์
jitakung
Verified User
โพสต์: 85
ผู้ติดตาม: 0

อ่านหนังสือวอร์เรนบัฟเฟ็ตและการตีความงบการเงินงงบทที่28ครับ

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ถามเกี่ยวกับอัตตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน ที่ในหนังสือบอกว่ามาจาก

สินทรัพย์หมุนเวียนมาหาร หนี้สินหมุนวเวียนครับ

ก็ตามที่หนังสือบอก คือมากกว่า 1 แสดงว่าดี
แต่งงตรงที่บอกว่า บริษัทอย่าง coke หรืออื่น ๆ มีค่าที่ว่านี้ต่ำกว่า 1 เหตุผลเพราะ บริษัทมีอำนาจในการทำกำไรที่แข็งแกร่งมาก จนทำให้พวกเขาสามารถชำระหนี้สินหมุนเวียนได้อย่างสบาย
ก็พอจะเข้าใจ ว่าบริษัทมีอำนาจในการทำกำไรสูงมาก ชำระหนี้ได้มาก แต่ทำไม อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนถึงต่ำกว่า 1 ได้ครับ
yy
Verified User
โพสต์: 6427
ผู้ติดตาม: 0

อ่านหนังสือวอร์เรนบัฟเฟ็ตและการตีความงบการเงินงงบทที่28ครับ

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ตอบแบบกำปั้นทุบดินนะครับ
เพราะตัวหาร (หนี้สินหมุนเวียน) มากกว่าตัวตั้ง (ทรัพย์สินหมุนเวียน)
ส่วนสาเหตุที่สามารถมีหนี้ได้มากๆนั้น คงมีหลายสาเหตุ (ซึ่งความแข็งแกร่งของรายได้ คงเป็นสาเหตุหนึ่งในนั้น ทำให้ผู้บริหารมั่นใจที่จะมีหนี้มากๆ)
รอท่านอื่นมาเพิ่มเติมครับ
คนที่รู้ว่าตัวเองยังไม่รู้ ย่อมมีโอกาสเรียนรู้
chowbe76
Verified User
โพสต์: 1980
ผู้ติดตาม: 0

อ่านหนังสือวอร์เรนบัฟเฟ็ตและการตีความงบการเงินงงบทที่28ครับ

โพสต์ที่ 3

โพสต์

คืองี้ครับ
บริษัทบางแห่ง
มีความสามารถในการทำกำไรมาก
จนไม่ต้องสนใจว่าเงินสดสำรอง(หรือทรัพย์สินหมุนเวียน)จะมีพอจ่ายหนี้ระยะสั้น(หนี้สินหมุนเวียน)หรือไม่
เพราะลำพังกำไรที่ทำได้ ก็เพียงพอต่อการชำระหนี้ระยะสั้นแล้ว

บริษัทนั้นๆจึงไม่เก็บทรัพย์สินในรูปของทรัพย์หมุนเวียน(เพราะผลตอบแทนมันน้อย)
แต่จะเอาไปลงทุนระยะยาว ซึ่งก็จะเพิ่มอำนาจการทำกำไรให้บริษัทอีกไงละครับ
The mother of all evils is speculation, leverage debt. Bottom line, is borrowing to the hilt. And I hate to tell you this, but it's a bankrupt business model. It won't work. It's systemic, malignant, and it's global, like cancer.
โพสต์โพสต์