"ช่วงที่1 เมื่อฝรั่งเข้ามาลงทุน หุ้นกลุ่มบลูชิพจะเริ่มปรับตัวขึ้น ผลักดันให้ดัชนีปรับตัวขึ้นในระดับ 1-2% ต่อวัน
ช่วงที่2 ทันทีที่ดัชนีเริ่มมีทิศทางการปรับตัวขึ้น นักลงทุนสถาบันและนักเก็งกำไรบางท่านจะเริ่มเข้ามาซื้อขายหุ้นกันมากขึ้นแต่ยังเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี ดัชนียังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมาก
ช่วงที่3 นักลงทุนรายใหญ่และนักเก็งกำไรตัวยงจะเริ่มปลุกหุ้นกลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์ขึ้นมาเล่น โดยอ้างเหตุผลว่ามูลค่าการซื้อขายมาก กำไรกลุ่มนี้ในไตรมาสนี้สดใสแน่ ซึ่งทุกครั้งที่หุ้นกลุ่มนี้ถูกเก็งกำไร นักเก็งกำไรที่เคยแต่มองหรือนักลงทุนเก่าๆ จะกลับมาลงทุนอีกครั้ง เหมือนตื่นขึ้นมาเล่น ยิงซื้อขายมาก มูลค่าก็ยิ่งมาก และยิ่งทำให้การเก็งกำไรยิ่งมาก
ช่วงที่4 เมื่อหุ้นกลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์เริ่มขยับตัวขึ้นมาถึงระดับหนึ่ง จะเริ่มนิ่งแต่มูลค่าการซื้อขายกลุ่มนี้จะยังคงหนาแน่น โดยนักลงทุนรายใหญ่และนักเก็งกำไรมือดีจะเริ่มปล่อยหุ้นกลุ่มเงินทุนแล้วหันไปหาหุ้นที่ราคายังไม่ปรับขึ้นมากนัก การปรับตัวของหุ้นพระรองนี้ จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จะขึ้นอยู่ไม่กี่วันเพราะโดยพื้นฐานไม่ได้มีข่าวดีอะไรให้เก็งกำไรมากนัก ในวันที่ 2 หรือ 3 ของการขึ้นของหุ้นกลุ่มพระรอง มูลค่าการซื้อขายจะมาก แต่ราคาหุ้นจะไม่ขึ้นมาก คือจะเป็นลักษณะขายเท่าไรก็ไม่ลง (คนที่ขายคือรายใหญ่ คนที่ตั้งซื้อคือรายย่อยจำนวนมากที่ตามมาเก็งกำไร โดยปกติรายย่อยชอบซื้อแบบตั้งรับ)
เมื่อดัชนีเริ่มทรงๆ แต่วังไม่ลง หุ้นกลุ่มสุดท้ายที่จะปรับตัวตามมาจะเป็นหุ้นเก็งกำไรหรือหุ้นที่ยังมีผลการดำเนินงานขาดทุน ซึ่งเมื่อตลาดแสดงความไร้เหตุผลออกมา นักลงทุนที่มีเหตุผลควรรีบขายหุ้นทำกำไรออกไป แม้ว่าในขณะนั้นราคาหุ้นจะยังไม่ปรับตัวลงไปมาก หรือจะมีการออกข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่าหุ้นจะขึ้นไปสู่ระดับกี่ร้อยกี่พันจุดก็ตาม"
ประโยคสุดท้ายนี้คุ้นๆ ว่าใครก็ไม่รู้ออกมาบอกว่าดัชนีจะไป 1,000 จุดน่ะ.........

โชคดีในการลงทุนทุกท่านครับ