การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
-
triathlon
- Verified User
- โพสต์: 551
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
ทำการบ้าน อ่านหนังสือคุณสุมาอี้เรื่องการวัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวเอง
พอเปิดงบหลายๆบริษัท แกะตัวเลขต่างๆ
มึนตึ้บคะ หาตัวเลขเรื่องงบลงทุนไม่เจอ เอ...แปลว่าบริษัทไม่มีการลงทุน หรือมีแต่ลงเป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกอย่างอื่น
คำถามแรกคะ หาตัวเลข ข้อมูลเกี่ยวกับงบลงทุนหรือ capex ของบริษัทได้จากตรงไหนคะ
ข้อสองคะ แล้วแต่ละบริษัทต้องมีการลงทุนใน capex เสมอไปเหรอคะ เอ...แต่ถ้าธุรกิจทรงตัวหรือมีกำลังการผลิตเหลืออยู่ ไม่น่าจะต้องลง capex เรื่อยๆ ไม่ใช่เหรอคะ
ข้อสาม ถ้ามีการลงทุนเยอะ เท่ากับในอนาคตจะดี แต่ถ้ามีน้อย หรือในปีสองปีนี้ไม่มี ไม่น่าจะแปลว่าไม่ดี
ใครว่างๆ ช่วยแนะนำด้วยจะขอบคุณมากคะ

just one life, use it!
-
สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
triathlon เขียน:ทำการบ้าน อ่านหนังสือคุณสุมาอี้เรื่องการวัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวเอง
พอเปิดงบหลายๆบริษัท แกะตัวเลขต่างๆ
มึนตึ้บคะ หาตัวเลขเรื่องงบลงทุนไม่เจอ เอ...แปลว่าบริษัทไม่มีการลงทุน หรือมีแต่ลงเป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกอย่างอื่น
คำถามแรกคะ หาตัวเลข ข้อมูลเกี่ยวกับงบลงทุนหรือ capex ของบริษัทได้จากตรงไหนคะ
ข้อสองคะ แล้วแต่ละบริษัทต้องมีการลงทุนใน capex เสมอไปเหรอคะ เอ...แต่ถ้าธุรกิจทรงตัวหรือมีกำลังการผลิตเหลืออยู่ ไม่น่าจะต้องลง capex เรื่อยๆ ไม่ใช่เหรอคะ
ข้อสาม ถ้ามีการลงทุนเยอะ เท่ากับในอนาคตจะดี แต่ถ้ามีน้อย หรือในปีสองปีนี้ไม่มี ไม่น่าจะแปลว่าไม่ดี
ใครว่างๆ ช่วยแนะนำด้วยจะขอบคุณมากคะ

capex ในอดีตอยู่ใน งบกระแสเงินสดของบริษัท ซึ่งทุกบริษัทต้องส่งตลาดหลักทรัพย์ครับ ลองเข้าไปในเวบ set.or.th เลือกหุ้นตัวที่ต้องการแล้วเข้าหน้า "ข่าวบริษัท" ดาวน์โหลดงบการเงินรายปีออกมาดู ใน excel sheet จะมีงบกำไรขาดทุน งบดุล และ"งบกระแสเงินสด" ในงบกระแสเงินสด ก็ลองดูรายการซื้อสินทรัพย์ถาวรต่างๆ ของบริษัท เช่น อาคาร หรือเครื่องจักร นั่นคือ capex ครับ
แต่เวลาหามูลค่าหุ้น เราต้องการ capex ในอนาคต อันนี้ต้องหาตามข่าวเอาว่าผู้บริหารมีงบลงทุนในอนาคตเท่าไร หรือไม่ขอฝ่าย IR เป็นตัวเลขเอามาดื้อๆ เลย
ถ้าบริษัทไม่ลงทุน capex เท่ากับค่าเสื่อมเป็นอย่างน้อย สินทรัพย์เดิมย่อมจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ในระยะสั้นอาจไม่ทำให้กำไรลดลง แต่ในระยะยาวคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ผมเห็นธุรกิจหนึ่งที่ทำได้ก็คือ พวกร้านก๋วยเตี๋ยวตึกแถวเก่าแก่ที่ขายดีๆ พวกนี้ยิ่งอาคารเก่าเท่าไร ยิ่งขลัง ทำให้กำไรเพิ่มขึ้น)
ถ้าบริษัทลง capex สูงกว่าค่าเสื่อมมากๆ แสดงว่าบริษัทกำลังมีการลงทุนเพื่อขยายงานใหม่ๆ กำไรน่าจะเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต หรืออาจแย่ไปเลยก็ได้ถ้าลงทุนผิด แต่ถ้าบริษัทมี capex น้อยลงเรื่อยๆ หรือแค่เท่ากับค่าเสื่อมทุกปี บริษัทนั้นก็คงบริหารงานแบบอยู่ตัวแล้ว กำไรในอนาคตก็คงจะทรงๆ
-
triathlon
- Verified User
- โพสต์: 551
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
ขอบคุณมากคะ
แต่ขอความรู้อีกสักนิดคะ
ถ้าธุรกิจเป็นพวกมีทรัพย์สินทางปัญญาเยอะๆ
สมมติอย่างแกรมมี่ อาร์เอส เนี่ยคะ การลงทุนสินทรัพยืถาวรจะเป็นไปแบบไหนคะ
แล้วอย่างซีเอ้ด หรือ เซเว่น การลงทุนขยายสาขา ก็จะระบุใน capex ใช่ไหมคะ
just one life, use it!
-
สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
triathlon เขียน:ขอบคุณมากคะ
แต่ขอความรู้อีกสักนิดคะ
ถ้าธุรกิจเป็นพวกมีทรัพย์สินทางปัญญาเยอะๆ
สมมติอย่างแกรมมี่ อาร์เอส เนี่ยคะ การลงทุนสินทรัพยืถาวรจะเป็นไปแบบไหนคะ
แล้วอย่างซีเอ้ด หรือ เซเว่น การลงทุนขยายสาขา ก็จะระบุใน capex ใช่ไหมคะ
การซื้อสัมปทานหรือลิขสิทธิ์ต่างๆ ก็เป็น CAPEX อย่างหนึ่งครับ อย่างแกรมมี่ซื้อสัมปทานคลื่นวิทยุถ้าเกินหนึ่งปีขึ้นไป ก็เอามาตัดจ่ายเหมือนค่าเสื่อมราคาได้ หรืออย่างอาร์เอสซื้อลิขสิทธิ์อุตร้าแมน เป็นต้น
อะไรที่ซื้อทีเดียวแล้วก่อให้เกิด benefit ในอนาคตต่อเนื่องหลายปี ก็ถือว่าเป็นการลงทุน เป็น capex ได้ทั้งนั้น tangible หรือ intangible ก็ได้ครับ แต่ถ้าเราค้าปลีก การซื้อสินค้าเข้ามาแล้วขายออกไป แบบนี้ไม่ใช่ capex เพราะไม่ได้ก่อให้เกิด long-term benefit
เวลาซีเอ็ดขยายสาขา ก็จะต้องมีค่าสิทธิการเช่า และค่าตกแต่งร้าน พวกนี้เป็น capex เหมือนกัน ครับ
-
pipo
- Verified User
- โพสต์: 31
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
ถ้าบริษัทไม่ลงทุน capex เท่ากับค่าเสื่อมเป็นอย่างน้อย สินทรัพย์เดิมย่อมจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ในระยะสั้นอาจไม่ทำให้กำไรลดลง แต่ในระยะยาวคงหลีกเลี่ยงไม่ได้
เอ..แล้วอย่างนี้เวลาเราวัดมูลค่า เราต้องคิดให้มันเท่ากันเป็นอย่างน้อยมั้ยครับ คือบริษัทต้องใช้เงินสดไปจริงๆด้วยหรือครับ
ขอบคุณครับ
"When the seagulls trawler it is because they think sardines will be thron into the sea."
-
สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
pipo เขียน:
เอ..แล้วอย่างนี้เวลาเราวัดมูลค่า
-
triathlon
- Verified User
- โพสต์: 551
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
ถ้างั้น หุ้นกิจการที่เป็นอุตสาหกรรมบางตัวที่งบ capex ปีที่แล้วต่ำๆ ก็ชี้นำในระดับหนึ่งว่าบริษัทชะลอการขยายตัว
แต่ขณะเดียวกัน ก้ควรต้องดูข้อมูลย้อนหลังไปสักหนึ่งหรือสองปีว่าเขาเพิ่งลง capex ไปเยอะๆหรือเปล่า ใช่ไหมคะ
แล้วข้อมูลงบการเงินย้อนหลังสักสองสามปีนี่ ในเวบ set.or.th จะมีไหมคะ

just one life, use it!
-
MarginofSafety
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
triathlon เขียน:
แล้วข้อมูลงบการเงินย้อนหลังสักสองสามปีนี่ ในเวบ set.or.th จะมีไหมคะ

งบการเงินย้อนหลัง

"Winners never quit, and quitters never win."
-
สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
triathlon เขียน:ถ้างั้น หุ้นกิจการที่เป็นอุตสาหกรรมบางตัวที่งบ capex ปีที่แล้วต่ำๆ ก็ชี้นำในระดับหนึ่งว่าบริษัทชะลอการขยายตัว
แต่ขณะเดียวกัน ก้ควรต้องดูข้อมูลย้อนหลังไปสักหนึ่งหรือสองปีว่าเขาเพิ่งลง capex ไปเยอะๆหรือเปล่า ใช่ไหมคะ
แล้วข้อมูลงบการเงินย้อนหลังสักสองสามปีนี่ ในเวบ set.or.th จะมีไหมคะ

ก็ไม่เชิงครับ ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจอย่างโรงไฟฟ้าอาจจะลงทุนหนักๆ 1 ปี แล้วรอเก็บดอกผลไปอีก 10 ปี จากนั้นก็ลงทุนหนักๆ อีก 1 ปี (สร้างโรงใหม่) แล้วรอเก็บดอกผลไปอีก 10 ปี ก็ได้ แต่ถ้าเป็นห้างสรรพสินค้า ถ้าลงทุนสร้างสาขาใหม่ทุกปี ก็แสดงว่ายังมีช่องให้โตอยู่ แต่ถ้าปีไหนหยุดไปเลย ก็อาจอนุมานได้ว่าที่ผ่านมาสร้างสาขาเพิ่มเร็วเกินไปต้องหยุดสักพัก
-
สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
สรุปก็คือ เราต้องรู้และเข้าใจว่าธุรกิจเขาทำอะไร งบการเงินเป็นเพียงสิ่งที่เราดูประกอบว่ามันสอดคล้องกับสิ่งที่เราสงสัยหรือตั้งสมมติฐานหรือไม่ ถ้าไม่ก็ควรจะหาคำตอบต่อไปให้เจอ อะไรแบบนั้น
-
Joraka
- Verified User
- โพสต์: 61
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
-
sunrise
- Verified User
- โพสต์: 2266
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
แนะนำให้โทรศัพท์ ไปคุยกับ ir
แล้วดูว่างบลงทุนเทียบกับ เงินสดที่มีอยู่จะเป็นอย่างไร
ไม่งั้นอาจมี เพิ่มทุน
อีกทางก็ดูว่าลักษณะการลงทุนในอดีตเป็นอย่างไร
ส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างจากเดิมมากนัก
ยกเว้นว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้ง
ซึ่งส่วนใหญ่จะมาออกข่าวก่อน อันนี้ยิ่งต้องโทรไปถามเลยครับ ถ้าไม่ได้บอกตัวเลขออกมา
การลงทุนคือความเสี่ยง
แต่ความเสี่ยงสูงคือ ไม่รุ้ว่าอะไรคือจุดชี้เป็นชี้ตายของบริษัท
ความเสียงสุงที่สุด คือ ไม่รู้ว่าเลยว่าตัวเองทำอะไรอยู่
-
sunnyvi
- Verified User
- โพสต์: 186
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
เช่น บริษัทมี 3 สายการผลิต ปีนี้เพี่มสายการผลิตที่ 4
จะมียอดขายมากขึ้น แต่ต้องเริ่มตัดค่าเสื่อมมากขึ้นเช่นกัน
ถ้าผลิตได้เต็มที่ตั้งแต่ปีแรกบริษัทควรมีกำไรเพิ่มขึ้น หรือไม่
และในความเป็นจริง มักจะบอกว่า ยังไม่สามารถ ใช้การผลิตได้เต็มกำลังของสายการผลิตใหม่ ทำให้กำไรลดลงอีก
จนบางท่านบอกว่า ให้รอก่อนค่อยซื้อ เพราะนายตลาดมักทราบเรื่องเพิ่มสายการผลิต จนราคาเต็มมูลค่าห้นแล้ว แต่ จะมีข่าวร้ายเรื่องผลิตไม่ได้ดี ทำให้ราคาตกไปพักนึงก่อน รอซื้อตรงนี้ได้
เดินให้ถึงจุดหมาย
อย่างมีความสุข
-
สามัญชน
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 5162
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
สุมาอี้ เขียน:สรุปก็คือ เราต้องรู้และเข้าใจว่าธุรกิจเขาทำอะไร งบการเงินเป็นเพียงสิ่งที่เราดูประกอบว่ามันสอดคล้องกับสิ่งที่เราสงสัยหรือตั้งสมมติฐานหรือไม่ ถ้าไม่ก็ควรจะหาคำตอบต่อไปให้เจอ อะไรแบบนั้น
ผมชอบวิธีนี้ของท่านแม่ทัพนะครับ และในระยะยาวจะได้ผลดีกว่า
คล้ายๆวิธีที่หมอตรวจคนไข้เลยครับ
วิธีที่ 1. หมอถามอาการคนไข้ แล้วตรวจร่างกาย แล้วก็จะได้สมมติฐานโรคคร่าวๆหรือถ้าเก่งๆอาจจะได้ชื่อโรคชัดเจน แล้วอาจจะตรวจเลือด/แล็บเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน(กรณีนี้ก็คือตรวจงบการเงินเพื่อยืนยัน) ฝึกแบบนี้ไปบ่อยๆจะเพิ่มทักษะในการคิดและการค้นหาอาการแสดงหรือ objectiveซึ่งผู้ป่วยไม่ได้บอกเรา(เขาบอกได้แต่อาการหรือ subjective ) สามารถเชื่อมโยงอาการ/อาการแสดงได้มากกว่า
วิธีที่ 2. หมอตรวจคนไข้แล้วตรวจร่างกายแล้วส่งตรวจแล็บเลย วิธีนี้จะง่ายกว่าแต่ก็สิ้นเปลืองเพราะบางกรณีอาจจะส่งตรวจผิดเป้าหมายที่อยากทราบไปเยอะ ทำแบบนี้บ่อยๆ หมอจะไม่ค่อยเก่ง เมื่อไม่มีแล็บช่วยอาจจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะได้ฝึก
คิด น้อยกว่า
งบการเงินเราใช้เพื่อ
ยืนยันสิ่งที่เราสงสัยก็จะได้ประโยชน์มากกว่าในแง่การมองอนาคตของบริษัทหลังจากที่เราลองพยากรณ์อนาคตจากการตรวจร่างกายไปแล้ว
อาจารย์หมอเขาก็สอนมาอย่างนี้ครับ......
ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด
-
triathlon
- Verified User
- โพสต์: 551
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
ขอบคุณคะ
นั่งอ่านงบ แกะงบ ก็มันสืไปอีกแบบ :lol:
แต่นานๆก็มึน เพราะเหมือนเมาหมัด
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำคะ
อย่างเรื่องประเภทของธุรกิจนี่ บางธุรกิจเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน หรืองานที่ทำ ก็ง่าย
แต่บางธุรกิจ เราดูข้อมูลแล้ว คิดว่าเข้าข่ายหุ้นที่ราคาถุกเลยทำการบ้านต่อ
อันนี้ละคะ ปัญหา เพราะเรารู้เรื่องธุรกิจนั้นๆน้อยมาก หนังสือชี้ชวนตอนทำไพโอก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน เอ..ห้องสมุดมารวยจะมีเก็บไว้ไหมคะ
just one life, use it!
-
NinjaTurtle
- Verified User
- โพสต์: 506
- ผู้ติดตาม: 0
|0 คอมเมนต์
triathlon เขียน:
แต่บางธุรกิจ เราดูข้อมูลแล้ว คิดว่าเข้าข่ายหุ้นที่ราคาถุกเลยทำการบ้านต่อ
อันนี้ละคะ ปัญหา เพราะเรารู้เรื่องธุรกิจนั้นๆน้อยมาก หนังสือชี้ชวนตอนทำไพโอก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน เอ..ห้องสมุดมารวยจะมีเก็บไว้ไหมคะ
อ่านจาก 56-1 น่าจะพอช่วยได้นะครับ
http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fi ... ntent_id=1