
บล.ทรีนีตี้ จก. คาดการณ์ว่า SET จะปรับตัวลงและมีโอกาสทดสอบ 650-660
และมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่จะหลุดกรอบ 650-660 นี้
เนื่องจากสภาพตลาดยังไม่ได้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการถดถอยทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน
แต่อย่างไรก็ดี ในบางช่วงของเดือนก.ย.- ต.ค. SET อาจจะทำ oversold rebound
เนื่องจากนักลงทุนมีการคาดการณ์ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ
ยังคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในวันที่ 20 กันยายน 2549
เราจึงแนะนำว่าหากมีการปรับตัวขึ้นของ SET น่าจะเป็นโอกาสในการขายทำกำไรมากกว่าการซื้อเพิ่ม
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จก. กล่าวว่า
แนวโน้มดอกเบี้ยต่างประเทศทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกายังไม่นิ่ง
คาดว่า Fed Funds Rate จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีก 0.25% ในเดือนต.ค. หรือ ธ.ค.
เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงซึ่งนำไปสู่ความผันผวนของตลาดทุนอย่างมาก
แต่หากดอกเบี้ยยังคงที่อยู่ที่ 5.25% ก็ไม่เป็นผลดีต่อตลาดหุ้นเช่นกัน
เพราะจะเกิดการโยกย้ายเงินลงทุนและสินทรัพย์เข้าไปสู่ตราสารหนี้
โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร 10 ปี ของรัฐบาลไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง
จาก 6.5% ในปลายปี 2548 มาสู่ระดับ 5.5-5.6% ในปัจจุบัน
จึงก่อให้เกิดภาวะ Bull Market ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนไทยและต่างประเทศจึงอาจจะลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดทุน
และหันไปสนใจลงทุนในตราสารหนี้แทน
นอกจากนี้ ทรีนีตี้ ยังมองว่าที่ดัชนี SET 700 710 จุด เป็นช่วงที่มี Capital Gain ต่ำ แต่มีความเสี่ยงสูง
ซึ่งจะเห็นได้จากผลตอบแทนเงินปันผลในตลาดหุ้นต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนที่ได้จากตลาดพันธบัตร RP-14 วัน ที่ 5%
ประกอบกับนักลงทุนต่างประเทศสนใจที่จะลงทุนน้อยลงเพราะมองว่าไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะเข้าเก็งกำไร
และนักลงทุนต่างประเทศที่มีพฤติกรรมชอบเข้ามาลงทุนตามกระแสเงิน
บาทที่แข็งขึ้นจะลดลง
เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศได้แข็งขึ้นมากที่สุดในรอบ 6 ปีไปแล้ว จึงอาจจะไม่สามารถปรับตัวให้แข็งขึ้นได้ในระยะสั้น
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า การตรวจสอบเรื่อง Nominees ของ SHIN และ ADVANCE
โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง อาจจะทำให้นักลงทุนต่าง
ประเทศชะลอการลงทุนด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าผลการตรวจสอบอาจจะทราบผลหลังจากการเลือกตั้งก็ตาม
แต่ทรีนีตี้ก็คาดว่าบทสรุปนี้จะจบลงด้วยการประนีประนอม
โดยอนุญาตให้เทมาเสคลดสัดส่วนการถือหุ้นใน SHIN และ ADVANCE ลงมา
ภาวะการเมืองในปัจจุบันก็มีผลอย่างมากต่อตลาดหุ้นโดยเฉพาะการเลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 15 ต.ค. มีความเป็นไปได้สูง
เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถสรุปได้ภายในต้นก.ย. 2549
นอกจากนี้คดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี
ในความผิดเบิกความเท็จของคดี International Broadcasting orporations (IBC)
ซึ่งอยู่ในขอบเขตของศาลอาญา คาดว่าจะมีการตัดสินในวันที่ 16 ต.ค. 2549
อาจจะนำไปสู่ความไม่สงบทางการเมือง ได้นายวิศิษฐ์กล่าว