ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 55
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 1
หวัดดีครับ ทุกท่าน ผมหัดเป็นนักลงทุน vi ผมอยากรู้ว่า ถ้าเป็นนักลงทุน vi ซื้อหุ้นแล้ว ราคาไม่ไปไหนเลย ควรทำไง ครับ ซื้อเพิ่ม ขายทิ้ง ถือรอ แกล้งลืมว่าเคยมีหุ้นตัวนี้ หรือเอาเงินก้อนใหม่ที่จะซื้อเพิ่ม ไปซื้อหุ้นตัวอื่นอีก แต่ผมมีหุ้นหลายตัว แล้ว ครับ ช่วยแนะนำการลงทุนที่ปลอดภัยให้ด้วยนะ คัรบ ทุกท่าน
- สามัญชน
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 5162
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 4
ทบทวนตัวเองดูครับ
ลองพิจารณาว่ามีปัจจัย(ที่เกี่ยวกับธุรกิจ)อะไรเปลี่ยนแปลงจากช่วงที่เราซื้อใหม่ๆไหม และมีอะไรที่เป็นไปตามที่เราคาดไว้ไหม
เรื่องราคาไม่ขึ้นเป็นเรื่องรองครับ ผมว่านะ....
ลองพิจารณาว่ามีปัจจัย(ที่เกี่ยวกับธุรกิจ)อะไรเปลี่ยนแปลงจากช่วงที่เราซื้อใหม่ๆไหม และมีอะไรที่เป็นไปตามที่เราคาดไว้ไหม
เรื่องราคาไม่ขึ้นเป็นเรื่องรองครับ ผมว่านะ....
ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด
- ขงเบ้ง
- Verified User
- โพสต์: 399
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 6
ปีเตอร์ ลินซ์เคยพูดไว้ ถ้าจำไม่ผิด บางครั้งราคาขึ้นไม่ได้แปลว่าถูก บางครั้งราคาลงไม่ได้แปลว่าผิด ตั้งแต่ผมเลิกดูทีวี เลิกฟังวิทยุ เลิกฟังโบกเกอร์ เลิกดูหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับหุ้นทั้งหลายแต่ยังเล่นอินเตอร์เนต อิ อิ :lol: :lol: ผมกำไรมาตลอดครับ ยังไม่เคยขาดทุนเลย หรืออาจจะดวงดี อิ อิ ก่อนหน้านี้ดูทีวี ฟังวิทยุขาดทุนบ่อยครับ
ไม่มีกลยุทธ์ใดตายตัวขึ้นอยู่กับสภาวะการณ์
เวลารุกคิดให้นานแต่เวลาถอยต้องเร็วไร้เงา
อิสรภาพทางการเงินเป็นแค่การเริ่มต้น
ปลายทาง คือ ความหลุดพ้น
ชีวิต คือ ความว่างเปล่า
ไม่มีใครหนีพ้นความตาย
แม้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1ของโลก
เวลารุกคิดให้นานแต่เวลาถอยต้องเร็วไร้เงา
อิสรภาพทางการเงินเป็นแค่การเริ่มต้น
ปลายทาง คือ ความหลุดพ้น
ชีวิต คือ ความว่างเปล่า
ไม่มีใครหนีพ้นความตาย
แม้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1ของโลก
-
- Verified User
- โพสต์: 55
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 7
ขอบคุณ ครับ อาจารย์ทุกท่าน ท่านtiger รุ้จริงๆ ใช่ ครับ uec ผมเห็นราคามันไม่ไปไหน ในใจว่าจะเข้าเพิ่มอีกครับ จังหวะนี้ จะเข้าดีมั้ย ท่านอาจารย์ ครับ
- สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 8
เห็นด้วยมากถึงมากที่สุดCK เขียน:ราคาไม่ควรเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจว่าจะซื้อเพิ่ม ขาย หรือ ถือ
http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
- poppo
- Verified User
- โพสต์: 1356
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 9
ขอค้านครับ ถ้าราคาถูกกว่าพื้นฐานควรซื้อ ถ้าราคาแพงเกินพื้นฐานมากๆๆๆๆ ควรขายแล้วรอเก็บที่ต่ำหว่าหรือเปลี่ยนตัว แต่ทั้งนี้ต้องวิเคราะห์อย่างดีด้วยตนเองอย่างมีหลักการแล้ว ไม้งั้นจะไม่ได้ความรู้ทั้งเวลาได้และเสียเงิน
- สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 10
ถ้าแบบนั้นไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าเป็นแบบ เห็นราคาร่วงลงมา 10% ก็เลย cut loss หรือว่าเห็นว่ามันขึ้นไป 200% แล้วก็เลยขาย แบบนี้ไม่เวิร์คครับpoppo เขียน:ขอค้านครับ ถ้าราคาถูกกว่าพื้นฐานควรซื้อ ถ้าราคาแพงเกินพื้นฐานมากๆๆๆๆ ควรขายแล้วรอเก็บที่ต่ำหว่าหรือเปลี่ยนตัว แต่ทั้งนี้ต้องวิเคราะห์อย่างดีด้วยตนเองอย่างมีหลักการแล้ว ไม้งั้นจะไม่ได้ความรู้ทั้งเวลาได้และเสียเงิน
http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1688
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 11
อดทนรอ หรือ เปลี่ยนแปลง 8)
==หากบริษัทไม่ได้อยู่ในตลาดฯ หุ้นยังน่าซื้อหรือไม่ ==
-
- Verified User
- โพสต์: 1141
- ผู้ติดตาม: 0
ถ้าซื้อแล้วราคาไม่ไปไหน vi ควรทำไงดีครับ
โพสต์ที่ 12
ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับว่าเรามีพฤติกรรมการลงทุนอย่างไร
ถ้าลงทุนแบบ VI ขนานแท้ แบบนี้เวลาซื้อจะต้องมั่นใจในปัจจัยพื้นฐาน และศักยภาพการเติบโตในอนาคต ดังนั้น การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นจะไม่สนใจเลย แต่จะต้องติดตามผลงานเป็นระยะ ทั้งผลงานที่ประกาศอย่างเป็นทางการ และผลงานที่ต้องติดตามโดยทำการบ้านด้วย ปีเตอร์ลินซ์ ก็ใช้วิธีการแบบไม่เป็นทางการในการ Monitor เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ก็ต้องคอยหมั่นไปดูว่ายังขายดีอยู่หรือเปล่า หรือถ้าเขามี Web Board ให้แสดงความเห็น ก็เข้าไปดูว่า มีเหตุการณ์พิเศษอะไรหรือไม่ มีการตำหนิหรือบ่นว่าการให้บริการอย่างไรหรือไม่เป็นต้น หรือธุรกิจโรงแรม ถ้าเขามี Website ให้ Book การสั่งจองโรงแรมล่วงหน้าเป็นต้น ก็ลองเข้าไปทดลอง Book แบบเช็ควันสั่งจองเป็นต้น แบบนี้ก็ทำให้เราได้ข้อมูลว่า การจองโรงแรมเป็นอย่างไร ผมเคยทดลองกับโรงแรมแห่งหนึ่งได้ผลดีทีเดียว ทำให้ผมสามารถประมาณการรายได้การเข้าพักโรงแรมในแต่ละช่วงเวลาได้ดีขึ้น ดูว่าธุรกิจเขายังดีอยู่ หรือประสบปัญหา เป็นต้น ตอนซื้อแบบ Vi ก็มี 2 แนวความคิดใหญ่ ๆ คือ เราจะซื้อโดยมี Margin of Safety สูง (ดูจากราคาตลาด เทียบกับราคาตามปัจจัยพื้นฐาน ) ซึ่งตรงนี้ต้องมองศักยภาพในการดำเนินงานในอนาคตประกอบด้วยนะครับ เพราะหุ้นบางตัวเป็นหุ้นวัฏจักร จึงต้อง Discount ปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วย กับอีกลักษณะหนึ่งคือ ซื้อเฉพาะหุ้น Super Stock ราคาที่สมเหตุสมผล และหวัง Gain ระยะยาว) กลุ่มนี้ยังไงลงทุนไปแล้วจะไม่ยอมขายหุ้นในระยะสั้นอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าลงทุนไปสักระยะหนึ่งแล้ว เห็นว่าปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ถึงจะมีการขายเกิดขึ้น
แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่อยากเป็น Vi แต่ไม่กล้าเสี่ยงระยะยาว พวกนี้ก็จะกำหนดผลตอบแทนกำไรที่คาดหวังไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงเป้าหมายก็ขาย และถ้าหากลงทุนผิดพลาด ตามความเสี่ยงที่ตนเองพอยอมรับได้ ก็ Cut Loss ออกไป เป็นต้น แบบนี้คงไม่ใช่ Vi ขนานแท้ แต่ประยุกต์บางส่วนครับ
ถ้าลงทุนแบบ VI ขนานแท้ แบบนี้เวลาซื้อจะต้องมั่นใจในปัจจัยพื้นฐาน และศักยภาพการเติบโตในอนาคต ดังนั้น การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นจะไม่สนใจเลย แต่จะต้องติดตามผลงานเป็นระยะ ทั้งผลงานที่ประกาศอย่างเป็นทางการ และผลงานที่ต้องติดตามโดยทำการบ้านด้วย ปีเตอร์ลินซ์ ก็ใช้วิธีการแบบไม่เป็นทางการในการ Monitor เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ก็ต้องคอยหมั่นไปดูว่ายังขายดีอยู่หรือเปล่า หรือถ้าเขามี Web Board ให้แสดงความเห็น ก็เข้าไปดูว่า มีเหตุการณ์พิเศษอะไรหรือไม่ มีการตำหนิหรือบ่นว่าการให้บริการอย่างไรหรือไม่เป็นต้น หรือธุรกิจโรงแรม ถ้าเขามี Website ให้ Book การสั่งจองโรงแรมล่วงหน้าเป็นต้น ก็ลองเข้าไปทดลอง Book แบบเช็ควันสั่งจองเป็นต้น แบบนี้ก็ทำให้เราได้ข้อมูลว่า การจองโรงแรมเป็นอย่างไร ผมเคยทดลองกับโรงแรมแห่งหนึ่งได้ผลดีทีเดียว ทำให้ผมสามารถประมาณการรายได้การเข้าพักโรงแรมในแต่ละช่วงเวลาได้ดีขึ้น ดูว่าธุรกิจเขายังดีอยู่ หรือประสบปัญหา เป็นต้น ตอนซื้อแบบ Vi ก็มี 2 แนวความคิดใหญ่ ๆ คือ เราจะซื้อโดยมี Margin of Safety สูง (ดูจากราคาตลาด เทียบกับราคาตามปัจจัยพื้นฐาน ) ซึ่งตรงนี้ต้องมองศักยภาพในการดำเนินงานในอนาคตประกอบด้วยนะครับ เพราะหุ้นบางตัวเป็นหุ้นวัฏจักร จึงต้อง Discount ปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วย กับอีกลักษณะหนึ่งคือ ซื้อเฉพาะหุ้น Super Stock ราคาที่สมเหตุสมผล และหวัง Gain ระยะยาว) กลุ่มนี้ยังไงลงทุนไปแล้วจะไม่ยอมขายหุ้นในระยะสั้นอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าลงทุนไปสักระยะหนึ่งแล้ว เห็นว่าปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ถึงจะมีการขายเกิดขึ้น
แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่อยากเป็น Vi แต่ไม่กล้าเสี่ยงระยะยาว พวกนี้ก็จะกำหนดผลตอบแทนกำไรที่คาดหวังไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงเป้าหมายก็ขาย และถ้าหากลงทุนผิดพลาด ตามความเสี่ยงที่ตนเองพอยอมรับได้ ก็ Cut Loss ออกไป เป็นต้น แบบนี้คงไม่ใช่ Vi ขนานแท้ แต่ประยุกต์บางส่วนครับ