ปกติ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ชาว VI จะกำหนดมูลค่าของหุ้นไว้ แล้วรอซื้อเมื่อราคานั้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง(ที่เราคิดหรือกำหนดไว้) ซื้อแล้วถือไปนานนานตราบที่ธุรกิจยังดีอยู่ ผมอยากทราบว่าถ้าราคาหุ้นนั้นมาถึงแล้วชาว VI จะถือไว้ หรือ ขายครับ เช่น หุ้น A เรามองว่ามูลค่ามันน่าจะอยู่ที่ 10 บาท เรารอจน 8 บาทแล้วจึงเข้าลงทุน จากนั้นก็รอไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมันขึ้นมาที่ 10 บาท ชาว VI จะถือต่อ หรือจะขายครับ
ตรงนี้ผมว่ามันมองได้หลายแบบน่ะครับ คือ 1)ถ้าขายก็ได้ 25% บวกปันผลระหว่างรอ กับ 2) ขายทำไมในเมื่อมูลค่ามัน 10 บาทอยู่แล้วถ้าขายเท่ากับว่าขายของเท่าทุน(เพราะคิดว่าราคาขายเท่ากับมูลค่าที่เราตีไว้) ถือเอาปันผลดีกว่าเพราะเราทุน 8 บาท เอง แล้วอยากทราบว่าถ้าเป็นอย่างกรณีข้างต้น ถ้าจะขายจะขายที่ราคาเท่าไหร่ครับ คือถ้าเป็นผมเนี่ยเนื่องจาก พอร์ตยังเล็กๆอยู่ เลยอยากขายเพื่อเอาเงินไปซื้อตัวอื่นต่อ มันจะทำให้มีเงินไปลงทุนมากขึ้น พี่พี่คิดยังไงครับ
แบบนี้ VI จะขายหรือถือต่อครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1301
- ผู้ติดตาม: 0
แบบนี้ VI จะขายหรือถือต่อครับ
โพสต์ที่ 2
คำถามอาจเพิ่มเป็น
ขาย
ถือต่อ
ซื้อเพิ่ม
ปกติเราคงต้องประเมิณใหม่ทุกครั้ง เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยนไป เราก็จะเห็นว่าสิ่งที่วิเคราะห์ในอดีตกับผลการดำเนินงานที่ออกมาจริงเป็นยังไง เราวิเคราะห์เข้าข้างตัวเองมากไปหรือมองโลกในแง่ดีมากไปหรือเปล่า หรือเรามองโลกในแง่ร้ายมากไปหรือเปล่า
การซื้อเพิ่มในหุ้นตัวเดิมในราคาที่สูงขึ้นมากระดับหนึ่ง เช่น 20-25% เป็นเรื่องที่ตัดใจทำยากสำหรับผม เคยทำกับหุ้นแค่ 3 ตัวที่ตั้งใจถือไปอย่างยาวนาน (ไม่นับพวกเทรดดิ้ง ที่ซื้อเพิ่มเมื่อราคาเพิ่มแล้วก็ขายในวันสองวันถัดมา) มีตัวหนึ่งมีการซื้อแพงขึ้นถึง 4 ครั้งในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา
มีตัวหนึ่งซื้อเกือบยอดดอยของราคาช่วงนั้น ถือมาอีกประมาณ 2 เดือนกว่าราคาจะกลับมาถึงจุดที่ซื้อ หลังจากนั้นราคามันก็ขึ้นไปเรื่อยๆ
อีกตัวหนึ่งเหมือนตัวที่สอง แต่ราคายังไม่เคยมาถึงราคาที่ซื้อ โชคดีราคาตลาดอยู่แถวๆราคาเฉลี่ย ผลประกอบการก็แย่กว่าที่คาด แต่ยังให้โอกาสอีกสัก 2 ไตรมาส เพราะปีนี้ปัญหาเยอะมากที่เกิดขึ้น
ขาย
ถือต่อ
ซื้อเพิ่ม
ปกติเราคงต้องประเมิณใหม่ทุกครั้ง เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยนไป เราก็จะเห็นว่าสิ่งที่วิเคราะห์ในอดีตกับผลการดำเนินงานที่ออกมาจริงเป็นยังไง เราวิเคราะห์เข้าข้างตัวเองมากไปหรือมองโลกในแง่ดีมากไปหรือเปล่า หรือเรามองโลกในแง่ร้ายมากไปหรือเปล่า
การซื้อเพิ่มในหุ้นตัวเดิมในราคาที่สูงขึ้นมากระดับหนึ่ง เช่น 20-25% เป็นเรื่องที่ตัดใจทำยากสำหรับผม เคยทำกับหุ้นแค่ 3 ตัวที่ตั้งใจถือไปอย่างยาวนาน (ไม่นับพวกเทรดดิ้ง ที่ซื้อเพิ่มเมื่อราคาเพิ่มแล้วก็ขายในวันสองวันถัดมา) มีตัวหนึ่งมีการซื้อแพงขึ้นถึง 4 ครั้งในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา
มีตัวหนึ่งซื้อเกือบยอดดอยของราคาช่วงนั้น ถือมาอีกประมาณ 2 เดือนกว่าราคาจะกลับมาถึงจุดที่ซื้อ หลังจากนั้นราคามันก็ขึ้นไปเรื่อยๆ
อีกตัวหนึ่งเหมือนตัวที่สอง แต่ราคายังไม่เคยมาถึงราคาที่ซื้อ โชคดีราคาตลาดอยู่แถวๆราคาเฉลี่ย ผลประกอบการก็แย่กว่าที่คาด แต่ยังให้โอกาสอีกสัก 2 ไตรมาส เพราะปีนี้ปัญหาเยอะมากที่เกิดขึ้น
- yoyo
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 4833
- ผู้ติดตาม: 0
แบบนี้ VI จะขายหรือถือต่อครับ
โพสต์ที่ 3
ดูก่อนครับว่ามีหุ้นตัวอื่นดีๆราคาถูกกว่าให้ซื้อรึเปล่า
ถ้าไม่มี แล้วหุ้นที่เราถืออยู่เป็นหุ้นที่โตไปเรื่อยๆ แม้ราคาจะอยู่ที่จุดเหมาะสมแล้วผมคงไม่ขายไปไหน
ผมว่าจะเป็น VI ที่ดีได้อย่างหนึ่งเลยคือหลังจากซื้อหุ้นไปแล้วต้องไม่หันกลับมามองราคาทุนอีกเลย
ราคาที่เราซื้อมาเป็น sunk cost ที่ไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจในอนาคตของเราอีกต่อไป ถ้าเรายังทำจุดนี้ไม่ได้ เราจะโดนจิตวิทยาทางการเงินมาหลอกหลอนเราต่อไป
ถ้าไม่มี แล้วหุ้นที่เราถืออยู่เป็นหุ้นที่โตไปเรื่อยๆ แม้ราคาจะอยู่ที่จุดเหมาะสมแล้วผมคงไม่ขายไปไหน
ผมว่าจะเป็น VI ที่ดีได้อย่างหนึ่งเลยคือหลังจากซื้อหุ้นไปแล้วต้องไม่หันกลับมามองราคาทุนอีกเลย
ราคาที่เราซื้อมาเป็น sunk cost ที่ไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจในอนาคตของเราอีกต่อไป ถ้าเรายังทำจุดนี้ไม่ได้ เราจะโดนจิตวิทยาทางการเงินมาหลอกหลอนเราต่อไป
- chansaiw
- Verified User
- โพสต์: 703
- ผู้ติดตาม: 0
แบบนี้ VI จะขายหรือถือต่อครับ
โพสต์ที่ 4
ไม่น่าจะขายครับ
เพราะว่า vi จะประเมินบริษัทที่ลงทุนไปในอนาคต
อย่างน้อยก็ 5 ปี หามูลค่า บ. ตีมาที่ราคาหุ้น
ผมว่าเค้าคงจะขายถ้าราคามันเกินมูลค่าของบริษัทมากกว่ามองแค่ระยะสั้น
เพราะว่า vi จะประเมินบริษัทที่ลงทุนไปในอนาคต
อย่างน้อยก็ 5 ปี หามูลค่า บ. ตีมาที่ราคาหุ้น
ผมว่าเค้าคงจะขายถ้าราคามันเกินมูลค่าของบริษัทมากกว่ามองแค่ระยะสั้น
"Failure is the only way to start again intelligently"