โดนขู่ซะแล้ว
-
- Verified User
- โพสต์: 111
- ผู้ติดตาม: 0
โดนขู่ซะแล้ว
โพสต์ที่ 1
http://www.bangkokbiznews.com/2005/12/0 ... s_id=58370
เอสวีโอเอเล็งทิ้งหุ้นไอที ซิตี้ 6%
8 ธันวาคม 2548 07:35 น.
อ้างขายทำกำไร เพื่อบริหารพอร์ตลงทุน และจะถือหุ้นไม่เกิน 30%
เอสวีโอเอใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้น ไอที ซิตี้ ทำให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 36% ผู้บริหารเล็งขายทำกำไร 6% เหตุเป็นการบริหารพอร์ตลงทุนมูลค่า 50-60 ล้านบาท และมีนโยบายถือหุ้นไม่เกิน 30%
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ระบุว่า ในแบบรายการงานได้มา และจำหน่ายหลักทรัพย์ของหุ้นบริษัท ไอที ซิตี้ พบว่าบริษัท เอสวีโอเอ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถือหุ้นไอที เพิ่มอีก 26.08 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.09% ทำให้การถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 117.02 ล้านหุ้น คิดเป็น 36.31% จากเดิมที่ ถือหุ้นจำนวน 90.93 ล้านหุ้น คิดเป็น 28.22%
ด้าน นายสมพล เอกธีรจิตต์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท เอสวีโอเอ เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้สิทธิในการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิของหุ้นไอที ซิตี้ ทำให้การถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 36% ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะถือหุ้นของไอทีไม่เกิน 30% ส่วนที่เกินจะขายทำกำไรออกมา เพื่อเป็นการบริหารพอร์ตลงทุนที่มีมูลค่าประมาณ 50-60 ล้านบาท
ทั้งนี้พอร์ตลงทุนของบริษัทมีนโยบายที่จะลงทุนเฉพาะหุ้นไอที ซิตี้ เท่านั้น และแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การลงทุนระยะยาว เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้า บริษัท และการลงทุนเพื่อค้า โดยจะซื้อๆ ขาย เพื่อทำกำไรจากราคาหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงาน ก.ล.ต.ได้สั่งให้บริษัทรวมพอร์ตลงทุน ไว้เป็นส่วนเดียวกันไม่ ต้องแยกเวลาบันทึกบัญชี
"การลงทุนในหุ้นไอที ซิตี้ จะเป็นการลงทุนระยะยาว ขณะที่มีบางส่วนอาจจะเก็งกำไรบ้างแต่ไม่มากปีละประมาณ 5-10% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ล่าสุดได้แปลงสิทธิวอร์แรนท์ทำให้ถือหุ้นเกินนโยบาย คงต้องขายเมื่อมีกำไร และไม่น่าจะมีผลกระทบกับราคาในกระดานมากนัก เพราะจำนวนหุ้นที่เทรดอยู่มี น้อย และเวลาจะขายจะดูช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น" นายสมพล กล่าว
อย่างไรก็ตามหุ้นไอที เป็นหุ้นที่ไม่ค่อยมีสภาพคล่อง เพราะจำนวนหุ้นส่วนใหญ่ อยู่ในมือสถาบัน และผู้ถือหุ้นใหญ่ลงทุนระยะยาว และถ้าราคาหุ้นขยับขึ้น บริษัทถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่จะทำกำไรให้พอร์ตลงทุน แต่ปีนี้บริษัทยังไม่เคยมีการทำธุรกรรมซื้อ หรือขายหุ้นไอที
นายสมพล กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัท เอสวีโอเอในปีนี้ ในส่วนของกำไรสุทธิ อาจจะไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากปีที่ผ่านมา มีกำไรจากรายการพิเศษ แต่ปีนี้จะเป็นกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เมื่อผลประกอบการออกมาในทิศทางที่ไม่ดี ทำให้ราคาหุ้นเอสวีโอเอปรับตัวลงแรง จนกระทั่งในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาพาร์ 1 บาท โดยมาอยู่ที่ 0.99 บาท แต่เมื่อภาวะตลาดดีขึ้นราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นได้ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นเอสวีโอเอในรอบปี 2548 ราคาสูงสุดอยู่ที่ 2.12 บาท ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2548 ราคาต่ำสุด 0.95 บาท ณ 23 พฤศจิกายน 2548 ราคาเฉลี่ย 1.53 บาทต่อหุ้น
ขณะที่ราคาหุ้นไอที ซิตี้ ในรอบปีราคาสูงสุดที่ 5.80 บาท ณ 11 กุมภาพันธ์ 2548 และต่ำสุด 3.60 บาท ณ 4 กรกฎาคม 2548 ส่วนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4.66 บาท
เอสวีโอเอเล็งทิ้งหุ้นไอที ซิตี้ 6%
8 ธันวาคม 2548 07:35 น.
อ้างขายทำกำไร เพื่อบริหารพอร์ตลงทุน และจะถือหุ้นไม่เกิน 30%
เอสวีโอเอใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้น ไอที ซิตี้ ทำให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 36% ผู้บริหารเล็งขายทำกำไร 6% เหตุเป็นการบริหารพอร์ตลงทุนมูลค่า 50-60 ล้านบาท และมีนโยบายถือหุ้นไม่เกิน 30%
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ระบุว่า ในแบบรายการงานได้มา และจำหน่ายหลักทรัพย์ของหุ้นบริษัท ไอที ซิตี้ พบว่าบริษัท เอสวีโอเอ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถือหุ้นไอที เพิ่มอีก 26.08 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.09% ทำให้การถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 117.02 ล้านหุ้น คิดเป็น 36.31% จากเดิมที่ ถือหุ้นจำนวน 90.93 ล้านหุ้น คิดเป็น 28.22%
ด้าน นายสมพล เอกธีรจิตต์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท เอสวีโอเอ เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้สิทธิในการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิของหุ้นไอที ซิตี้ ทำให้การถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 36% ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะถือหุ้นของไอทีไม่เกิน 30% ส่วนที่เกินจะขายทำกำไรออกมา เพื่อเป็นการบริหารพอร์ตลงทุนที่มีมูลค่าประมาณ 50-60 ล้านบาท
ทั้งนี้พอร์ตลงทุนของบริษัทมีนโยบายที่จะลงทุนเฉพาะหุ้นไอที ซิตี้ เท่านั้น และแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การลงทุนระยะยาว เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้า บริษัท และการลงทุนเพื่อค้า โดยจะซื้อๆ ขาย เพื่อทำกำไรจากราคาหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงาน ก.ล.ต.ได้สั่งให้บริษัทรวมพอร์ตลงทุน ไว้เป็นส่วนเดียวกันไม่ ต้องแยกเวลาบันทึกบัญชี
"การลงทุนในหุ้นไอที ซิตี้ จะเป็นการลงทุนระยะยาว ขณะที่มีบางส่วนอาจจะเก็งกำไรบ้างแต่ไม่มากปีละประมาณ 5-10% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ล่าสุดได้แปลงสิทธิวอร์แรนท์ทำให้ถือหุ้นเกินนโยบาย คงต้องขายเมื่อมีกำไร และไม่น่าจะมีผลกระทบกับราคาในกระดานมากนัก เพราะจำนวนหุ้นที่เทรดอยู่มี น้อย และเวลาจะขายจะดูช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น" นายสมพล กล่าว
อย่างไรก็ตามหุ้นไอที เป็นหุ้นที่ไม่ค่อยมีสภาพคล่อง เพราะจำนวนหุ้นส่วนใหญ่ อยู่ในมือสถาบัน และผู้ถือหุ้นใหญ่ลงทุนระยะยาว และถ้าราคาหุ้นขยับขึ้น บริษัทถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่จะทำกำไรให้พอร์ตลงทุน แต่ปีนี้บริษัทยังไม่เคยมีการทำธุรกรรมซื้อ หรือขายหุ้นไอที
นายสมพล กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัท เอสวีโอเอในปีนี้ ในส่วนของกำไรสุทธิ อาจจะไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากปีที่ผ่านมา มีกำไรจากรายการพิเศษ แต่ปีนี้จะเป็นกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เมื่อผลประกอบการออกมาในทิศทางที่ไม่ดี ทำให้ราคาหุ้นเอสวีโอเอปรับตัวลงแรง จนกระทั่งในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาพาร์ 1 บาท โดยมาอยู่ที่ 0.99 บาท แต่เมื่อภาวะตลาดดีขึ้นราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นได้ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นเอสวีโอเอในรอบปี 2548 ราคาสูงสุดอยู่ที่ 2.12 บาท ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2548 ราคาต่ำสุด 0.95 บาท ณ 23 พฤศจิกายน 2548 ราคาเฉลี่ย 1.53 บาทต่อหุ้น
ขณะที่ราคาหุ้นไอที ซิตี้ ในรอบปีราคาสูงสุดที่ 5.80 บาท ณ 11 กุมภาพันธ์ 2548 และต่ำสุด 3.60 บาท ณ 4 กรกฎาคม 2548 ส่วนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4.66 บาท
-
- Verified User
- โพสต์: 111
- ผู้ติดตาม: 0
โดนขู่ซะแล้ว
โพสต์ที่ 2
ทั้งนี้พอร์ตลงทุนของบริษัทมีนโยบายที่จะลงทุนเฉพาะหุ้นไอที ซิตี้ เท่านั้น และแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การลงทุนระยะยาว เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้า บริษัท และการลงทุนเพื่อค้า โดยจะซื้อๆ ขาย เพื่อทำกำไรจากราคาหุ้น
ท่านน่าจะเอาเวลาไปบริหารงานมากกว่านะ

-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 6447
- ผู้ติดตาม: 0
โดนขู่ซะแล้ว
โพสต์ที่ 3
ทั้งนี้พอร์ตลงทุนของบริษัทมีนโยบายที่จะลงทุนเฉพาะหุ้นไอที ซิตี้ เท่านั้น และแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การลงทุนระยะยาว เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้า บริษัท และการลงทุนเพื่อค้า โดยจะซื้อๆ ขาย เพื่อทำกำไรจากราคาหุ้น
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
- โอ@
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 4244
- ผู้ติดตาม: 0
โดนขู่ซะแล้ว
โพสต์ที่ 4
โทรไปสอบถามครับ
รู้สึกจะคุยกันผู้จัดการฝ่ายบัญชีนะครับ
ท่านบอกว่าตั้งแต่แรกแล้วที่ทาง SVOA เอา IT เข้าตลาด ต้องการให้ Port ส่วนหนึ่งอยู่ในระยะยาว และอีกส่วนหนึ่งเก็งกำไรระยะสั้น :? แค่คำพูดตรงนี้ ผมมอง SVOA นะ แต่ไม่ไหวละราคาไม่ลดอีกสัก 20 30 % ผมไม่มองละ
รู้สึกจะคุยกันผู้จัดการฝ่ายบัญชีนะครับ
ท่านบอกว่าตั้งแต่แรกแล้วที่ทาง SVOA เอา IT เข้าตลาด ต้องการให้ Port ส่วนหนึ่งอยู่ในระยะยาว และอีกส่วนหนึ่งเก็งกำไรระยะสั้น :? แค่คำพูดตรงนี้ ผมมอง SVOA นะ แต่ไม่ไหวละราคาไม่ลดอีกสัก 20 30 % ผมไม่มองละ
_________
-
- Verified User
- โพสต์: 111
- ผู้ติดตาม: 0
โดนขู่ซะแล้ว
โพสต์ที่ 5
ขยันออกข่าวจัง เมื่อไหร่จะขายซักทีหละ คนแถวนี้รอยู่อีกจมเลย :D ว่าแต่ว่า SVOA ซื้อขายไม่ต้องรายงานหรือ :?: น่าจะถือเป็น insider trading นะ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.bangkokbiznews.com/2005/12/3 ... s_id=63621
'เอสวีโอเอ' ทยอย-ขายหุ้น 'ไอที ซิตี้'
27 ธันวาคม 2548 14:24 น.
แม้ "บริษัท ไอที ซิตี้" (IT) ผู้นำในธุรกิจไอทีค้าปลีก จะเป็นหุ้นขนาดเล็ก แต่เป็น "เล็กพริกขี้หนู" เพราะบริษัทที่ไม่มีหนี้สิน แถมยังมีเงินสดหมุนเวียน บวกกับการขยายตัว มากกว่าอุตสาหกรรมไอทีที่มีการโตเฉลี่ยปีละ 10%
จากกระแสธุรกิจ "โมเดิร์น เทรด" กำลังมาแรง ผลักดันให้ "ไอที ซิตี้" เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหุ้นที่ "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า พูดถึงบ่อย ในงานสัมมนาต่างๆ ในระยะ 4-5 เดือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน กลับเป็นผลดีต่อนักลงทุนรายใหญ่บางราย รวมถึงผู้บริหารบริษัท ได้จังหวะ "ขายทำกำไร" เมื่อราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น
"ดร.นิเวศน์ สนใจลงทุนในหุ้นธุรกิจค้าปลีกมาตั้งแต่ต้นปีนี้ และได้เข้ามาเยี่ยมชมกิจการโดยตลอด ซึ่งเราเองก็ได้โฟกัสไว้ว่า การดำเนินธุรกิจ และบริหารงานจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง ไม่ให้มีความเสี่ยงเกินไป และผลักดันธุรกิจให้เดินไปอย่างมั่นคง" เอกชัย ศิริจิระพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอที ซิตี้ กล่าว
ปัจจุบัน ไอที ซิตี้ ประกอบธุรกิจค้าปลีก เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องทางด้านไอทีแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า "ไอที ซิตี้" ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกในรูปแบบไอที ซูเปอร์สโตร์
"ธรรมชาติของธุรกิจค้าปลีกไอทีอีก 5 ปีข้างหน้าจะคึกคักมาก ขณะที่ปัจจุบันธุรกิจนี้ เป็นแค่ช่วงเพิ่งเริ่มต้นของวงจรขาขึ้นเท่านั้น"
เอกชัย บอกว่า ไอที ซิตี้ วางแผนการเติบโตช่วง 3 ปีข้างหน้า (2549-2551) ว่าจะผลักดันให้บริษัทบรรลุเป้าหมายในระยะยาว คือ การขยายสาขาให้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว และการเพิ่มผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ให้มากขึ้น
"เราต้องการขยายสาขาให้ได้ปีละ 5 สาขา คาดว่าสิ้นปี 2551 จะมีสาขาขนาดใหญ่ ในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 40 สาขา จากสิ้นปี 2548 มีสาขาทั้งหมด 23 สาขา ขณะเดียวกันก็จะเน้นสินค้าโฮม ดิจิทัล (Home Digital) ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอนาคต"
สำหรับแผนการใช้เงินลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า จะใช้ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน แต่จะใช้เงินจากการดำเนินงาน และเงินทุนหมุนเวียนมาลงทุน
"การเพิ่มสาขาและเพิ่มผลิตภัณฑ์ เป็นภารกิจที่ไอที ซิตี้ มุ่งมั่นและเป็นจุดแข็ง จึงได้วางทางเดินไปในทิศทางนี้-ในระยะยาว"
โดยปัจจุบัน ไอที ซิตี้ มีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจค้าปลีก 87% ค้าส่ง 13% โดยสินค้าที่จำหน่ายมาจากคอมพิวเตอร์ 29% ,แอ็กเซสเซอรี่ 30% (เม้าส์, แผ่น CD-ROM, ซอฟต์แวร์, หมึกพิมพ์ เป็นต้น) อุปกรณ์ต่อพ่วง 26% และส่วนที่เหลือเป็นสินค้าอื่นๆ
สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนปี 2548 บริษัทมีรายได้ 3,351 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 117 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาท เติบโตขึ้น 28%
จุดเด่นของ ไอที ซิตี้ เป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง แม้จะเป็นหุ้นเล็กที่มีขนาดมาร์เก็ตแคปเพียง 1.6 พันล้านบาท แต่มีเงินสดหมุนเวียน (สิ้น ก.ย. 2548) เกือบ 300 ล้านบาท และไม่มีหนี้สินระยะยาว และยังมีกำไรสะสมอีก 236 ล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามแม้แนวโน้มธุรกิจจะอยู่ในวงจร "ขาขึ้น" แต่กลับพบว่า มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายราย ได้ทยอยขายหุ้นออกไปแล้ว รวมถึงบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ก็มีแผนที่จะขายหุ้นบางส่วนออกไป
โดยเฉพาะกลุ่มของ "พายัพ ชินวัตร" ได้เข้ามาลงทุนเมื่อครั้งที่บริษัทจัดสรรหุ้นเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 20 ล้านหุ้น ที่ราคา 8 บาทเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2547
โดย พายัพ ชินวัตร ได้รับจัดสรรมากสุดถึง 10 ล้านหุ้น หรือราว 4.44% รองลงมา สุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ 4 ล้านหุ้น, นราธร วงศ์วิเศษ 2 ล้านหุ้น และธนาคารทหารไทย อีก 2 ล้านหุ้น ล่าสุดไม่ปรากฏรายชื่อกลุ่มของนายพายัพ ชินวัตร ถือหุ้นเหลืออยู่แล้ว
ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ "บริษัท เอสวีโอเอ" ก็มีแผนที่จะขายหุ้นไอที ซิตี้ออกมาเช่นเดียวกัน ในส่วนที่ใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนท์ที่ราคา 1 บาท เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2548 จำนวน 26.08 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.09% ทำให้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 117.02 ล้านหุ้น คิดเป็น 36.31% จากเดิมที่ถือหุ้นจำนวน 90.93 ล้านหุ้น คิดเป็น 28.22%
ก่อนหน้านี้ "สมพล เอกธีรจิตต์" ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท เอสวีโอเอ กล่าวว่า หลังการใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นไอที ซิตี้ ทำให้บริษัทถือหุ้น IT เพิ่มขึ้นเป็น 36% ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะถือหุ้น IT ไม่เกิน 30% ส่วนที่เกินจะทยอยขายทำกำไรออกมา เพื่อเป็นการบริหารพอร์ตการลงทุนของบริษัท
ส่วนพอร์ตการลงทุนของเอสวีโอเอ จะลงทุนเฉพาะหุ้น IT เท่านั้น แต่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การลงทุนระยะยาว เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้าบริษัท และการลงทุนเพื่อค้า (ระยะสั้น) โดยจะซื้อๆ ขาย เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สั่งให้บริษัทรวมพอร์ตลงทุน ไว้เป็นส่วนเดียวกัน ไม่ต้องแยกเวลาการบันทึกบัญชี
อย่างไรก็ตาม นโยบายการถือหุ้นของเอสวีโอเอ ยังคงต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และถือลงทุนระยะยาว โดยจะคงสัดส่วนไว้ไม่ให้เกิน 30%
"การลงทุนในหุ้น IT มีบางส่วนอาจจะเก็งกำไรบ้างแต่ไม่มากปีละประมาณ 5-10% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ คาดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบกับราคาในกระดานมากนัก เพราะจำนวนหุ้นที่บริษัทเทรดมีจำนวนน้อย และเวลาจะขายจะดูช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น"
"หุ้น IT ไม่ค่อยมีสภาพคล่อง เพราะจำนวนหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในมือสถาบัน และผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เน้นลงทุนระยะยาว และถ้าราคาหุ้นขยับขึ้น เอสวีโอเอ ก็ถือเป็นจังหวะที่จะทำกำไรให้พอร์ต แต่ปีนี้ (2548) เรายังไม่เคยซื้อหรือขายหุ้นไอทีเลย" สมพล กล่าว
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้บริหารของบริษัท ก็ได้ขายหุ้นออกมาด้วยเช่นกัน...ไม่ว่าจะเป็น "บุญเจิด หาญวิชิตชัย" ขายออก 4 ครั้งระหว่าง 13 มกราคม-28 กันยายน 2548 จำนวน 454,900 หุ้น ราคาเฉลี่ย 4.68 บาท
เส้นทางการเติบโตของไอที ซิตี้ ต่อจากนี้จึงเป็น "ภารกิจ" ท้าทายและรอการพิสูจน์
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.bangkokbiznews.com/2005/12/3 ... s_id=63621
'เอสวีโอเอ' ทยอย-ขายหุ้น 'ไอที ซิตี้'
27 ธันวาคม 2548 14:24 น.
แม้ "บริษัท ไอที ซิตี้" (IT) ผู้นำในธุรกิจไอทีค้าปลีก จะเป็นหุ้นขนาดเล็ก แต่เป็น "เล็กพริกขี้หนู" เพราะบริษัทที่ไม่มีหนี้สิน แถมยังมีเงินสดหมุนเวียน บวกกับการขยายตัว มากกว่าอุตสาหกรรมไอทีที่มีการโตเฉลี่ยปีละ 10%
จากกระแสธุรกิจ "โมเดิร์น เทรด" กำลังมาแรง ผลักดันให้ "ไอที ซิตี้" เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหุ้นที่ "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า พูดถึงบ่อย ในงานสัมมนาต่างๆ ในระยะ 4-5 เดือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน กลับเป็นผลดีต่อนักลงทุนรายใหญ่บางราย รวมถึงผู้บริหารบริษัท ได้จังหวะ "ขายทำกำไร" เมื่อราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น
"ดร.นิเวศน์ สนใจลงทุนในหุ้นธุรกิจค้าปลีกมาตั้งแต่ต้นปีนี้ และได้เข้ามาเยี่ยมชมกิจการโดยตลอด ซึ่งเราเองก็ได้โฟกัสไว้ว่า การดำเนินธุรกิจ และบริหารงานจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง ไม่ให้มีความเสี่ยงเกินไป และผลักดันธุรกิจให้เดินไปอย่างมั่นคง" เอกชัย ศิริจิระพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอที ซิตี้ กล่าว
ปัจจุบัน ไอที ซิตี้ ประกอบธุรกิจค้าปลีก เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องทางด้านไอทีแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า "ไอที ซิตี้" ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกในรูปแบบไอที ซูเปอร์สโตร์
"ธรรมชาติของธุรกิจค้าปลีกไอทีอีก 5 ปีข้างหน้าจะคึกคักมาก ขณะที่ปัจจุบันธุรกิจนี้ เป็นแค่ช่วงเพิ่งเริ่มต้นของวงจรขาขึ้นเท่านั้น"
เอกชัย บอกว่า ไอที ซิตี้ วางแผนการเติบโตช่วง 3 ปีข้างหน้า (2549-2551) ว่าจะผลักดันให้บริษัทบรรลุเป้าหมายในระยะยาว คือ การขยายสาขาให้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว และการเพิ่มผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ให้มากขึ้น
"เราต้องการขยายสาขาให้ได้ปีละ 5 สาขา คาดว่าสิ้นปี 2551 จะมีสาขาขนาดใหญ่ ในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 40 สาขา จากสิ้นปี 2548 มีสาขาทั้งหมด 23 สาขา ขณะเดียวกันก็จะเน้นสินค้าโฮม ดิจิทัล (Home Digital) ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอนาคต"
สำหรับแผนการใช้เงินลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า จะใช้ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน แต่จะใช้เงินจากการดำเนินงาน และเงินทุนหมุนเวียนมาลงทุน
"การเพิ่มสาขาและเพิ่มผลิตภัณฑ์ เป็นภารกิจที่ไอที ซิตี้ มุ่งมั่นและเป็นจุดแข็ง จึงได้วางทางเดินไปในทิศทางนี้-ในระยะยาว"
โดยปัจจุบัน ไอที ซิตี้ มีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจค้าปลีก 87% ค้าส่ง 13% โดยสินค้าที่จำหน่ายมาจากคอมพิวเตอร์ 29% ,แอ็กเซสเซอรี่ 30% (เม้าส์, แผ่น CD-ROM, ซอฟต์แวร์, หมึกพิมพ์ เป็นต้น) อุปกรณ์ต่อพ่วง 26% และส่วนที่เหลือเป็นสินค้าอื่นๆ
สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนปี 2548 บริษัทมีรายได้ 3,351 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 117 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาท เติบโตขึ้น 28%
จุดเด่นของ ไอที ซิตี้ เป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง แม้จะเป็นหุ้นเล็กที่มีขนาดมาร์เก็ตแคปเพียง 1.6 พันล้านบาท แต่มีเงินสดหมุนเวียน (สิ้น ก.ย. 2548) เกือบ 300 ล้านบาท และไม่มีหนี้สินระยะยาว และยังมีกำไรสะสมอีก 236 ล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามแม้แนวโน้มธุรกิจจะอยู่ในวงจร "ขาขึ้น" แต่กลับพบว่า มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายราย ได้ทยอยขายหุ้นออกไปแล้ว รวมถึงบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ก็มีแผนที่จะขายหุ้นบางส่วนออกไป
โดยเฉพาะกลุ่มของ "พายัพ ชินวัตร" ได้เข้ามาลงทุนเมื่อครั้งที่บริษัทจัดสรรหุ้นเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 20 ล้านหุ้น ที่ราคา 8 บาทเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2547
โดย พายัพ ชินวัตร ได้รับจัดสรรมากสุดถึง 10 ล้านหุ้น หรือราว 4.44% รองลงมา สุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ 4 ล้านหุ้น, นราธร วงศ์วิเศษ 2 ล้านหุ้น และธนาคารทหารไทย อีก 2 ล้านหุ้น ล่าสุดไม่ปรากฏรายชื่อกลุ่มของนายพายัพ ชินวัตร ถือหุ้นเหลืออยู่แล้ว
ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ "บริษัท เอสวีโอเอ" ก็มีแผนที่จะขายหุ้นไอที ซิตี้ออกมาเช่นเดียวกัน ในส่วนที่ใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนท์ที่ราคา 1 บาท เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2548 จำนวน 26.08 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.09% ทำให้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 117.02 ล้านหุ้น คิดเป็น 36.31% จากเดิมที่ถือหุ้นจำนวน 90.93 ล้านหุ้น คิดเป็น 28.22%
ก่อนหน้านี้ "สมพล เอกธีรจิตต์" ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท เอสวีโอเอ กล่าวว่า หลังการใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นไอที ซิตี้ ทำให้บริษัทถือหุ้น IT เพิ่มขึ้นเป็น 36% ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะถือหุ้น IT ไม่เกิน 30% ส่วนที่เกินจะทยอยขายทำกำไรออกมา เพื่อเป็นการบริหารพอร์ตการลงทุนของบริษัท
ส่วนพอร์ตการลงทุนของเอสวีโอเอ จะลงทุนเฉพาะหุ้น IT เท่านั้น แต่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การลงทุนระยะยาว เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้าบริษัท และการลงทุนเพื่อค้า (ระยะสั้น) โดยจะซื้อๆ ขาย เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สั่งให้บริษัทรวมพอร์ตลงทุน ไว้เป็นส่วนเดียวกัน ไม่ต้องแยกเวลาการบันทึกบัญชี
อย่างไรก็ตาม นโยบายการถือหุ้นของเอสวีโอเอ ยังคงต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และถือลงทุนระยะยาว โดยจะคงสัดส่วนไว้ไม่ให้เกิน 30%
"การลงทุนในหุ้น IT มีบางส่วนอาจจะเก็งกำไรบ้างแต่ไม่มากปีละประมาณ 5-10% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ คาดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบกับราคาในกระดานมากนัก เพราะจำนวนหุ้นที่บริษัทเทรดมีจำนวนน้อย และเวลาจะขายจะดูช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น"
"หุ้น IT ไม่ค่อยมีสภาพคล่อง เพราะจำนวนหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในมือสถาบัน และผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เน้นลงทุนระยะยาว และถ้าราคาหุ้นขยับขึ้น เอสวีโอเอ ก็ถือเป็นจังหวะที่จะทำกำไรให้พอร์ต แต่ปีนี้ (2548) เรายังไม่เคยซื้อหรือขายหุ้นไอทีเลย" สมพล กล่าว
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้บริหารของบริษัท ก็ได้ขายหุ้นออกมาด้วยเช่นกัน...ไม่ว่าจะเป็น "บุญเจิด หาญวิชิตชัย" ขายออก 4 ครั้งระหว่าง 13 มกราคม-28 กันยายน 2548 จำนวน 454,900 หุ้น ราคาเฉลี่ย 4.68 บาท
เส้นทางการเติบโตของไอที ซิตี้ ต่อจากนี้จึงเป็น "ภารกิจ" ท้าทายและรอการพิสูจน์
-
- Verified User
- โพสต์: 893
- ผู้ติดตาม: 0
โดนขู่ซะแล้ว
โพสต์ที่ 6
SVOA ขายหุ้น IT ออกมา 0.06% แต่ยังเหลือ 34.99%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้รับแบบรายงานการ
จำหน่าย หุ้นของ บมจ.ไอที ซิตี้ (IT) โดย บมจ. เอสวีโอเอ ซึ่งเป็นการจำหน่าย เมื่อวันที่
28/12/2548 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายคิดเป็น -0.06% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้
แล้วทั้งหมด
จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 34.99% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ไม่ได้ขู่อย่างเดียวครับ เค้าทำจริงๆ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้รับแบบรายงานการ
จำหน่าย หุ้นของ บมจ.ไอที ซิตี้ (IT) โดย บมจ. เอสวีโอเอ ซึ่งเป็นการจำหน่าย เมื่อวันที่
28/12/2548 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายคิดเป็น -0.06% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้
แล้วทั้งหมด
จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 34.99% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ไม่ได้ขู่อย่างเดียวครับ เค้าทำจริงๆ
เรากำลังตามหา หุ้นดีๆ
หุ้นดีๆ ก็กำลังตามหาเราอยู่
หุ้นดีๆ ก็กำลังตามหาเราอยู่