KPN : กบข.เทขายหุ้นเคพีเอ็นหมดพอร์ต หลังซื้อหุ้นไอพีโอ
-
- Verified User
- โพสต์: 1913
- ผู้ติดตาม: 0
KPN : กบข.เทขายหุ้นเคพีเอ็นหมดพอร์ต หลังซื้อหุ้นไอพีโอ
โพสต์ที่ 1
กบข.เทขายหุ้นเคพีเอ็นหมดพอร์ต หลังซื้อหุ้นไอพีโอเมื่อต้นปี ผู้บริหารแจงพื้นฐานบริษัทไม่เปลี่ยนแปลง แนวโน้มดีขึ้นกองทุนส่วนใหญ่ยังให้ความสนใจ เตรียมแผนขยายโรงงานเพิ่มอีกแห่ง อยู่ระหว่างพิจารณา จะสรุปผลภายในสิ้นมิ.ย.
จากการรวบรวมข้อมูลโครงสร้างการถือหุ้นใหญ่ ของบริษัท เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ (KPN) ณ วันที่ 21 ม.ค.2548 และนำมาเปรียบเทียบกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด 15 มี.ค.2548 พบว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้เทขายหุ้นออกจนกระทั่งไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โดยเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมากบข.ได้ถือหุ้นเคพีเอ็น 1 ล้านหุ้นคิดเป็น 1% ของทุนจดทะเบียน แต่รายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดไม่พบรายชื่อกบข.เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะเดียวกันบริษัท เคบีเอ็ม สปีด สแปพาร์ท ก็มีการเทขายหุ้นออกมาเช่นกัน โดย ณ 15 มี.ค.ที่ผ่านมากองทุนดังกล่าวถือหุ้น 3.79 ล้านหุ้นคิดเป็น 3.80% ล่าสุดไม่มีรายชื่อบริษัทดังกล่าวปรากฏในโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว
นายณัฐวุฒิ เภาโปรมย์ ประธานกรรมการปฏิบัติการ บริษัทเคพีเอ็น ออโตโมทีฟ เปิดเผยว่าการที่กบข.เทขายหุ้นไม่รู้สาเหตุของการเทขาย เพราะไม่เคยติดต่อหรือสอบถาม แต่ที่ผ่านมา มีกองทุนในประเทศหลายกองทุนได้เข้ามาติดต่อขอข้อมูลบริษัท และแสดงความสนใจในหุ้นของบริษัท ซึ่งมีหลายกองทุนที่อาจจะเข้ามาซื้อหุ้นในตลาดเพิ่ม รวมทั้งเมื่อผลประกอบการไตรมาสแรกประกาศออกมา นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของบริษัท ทำให้เชื่อมั่นว่าปัจจัยพื้นฐานไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง และมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในงวดไตรมาสแรกบริษัทมีกำไรสุทธิ 46.48 ล้านบาท ซึ่งถ้าเทียบกับกำไรในงวดปีที่แล้วมีกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท จะเห็นว่าสัดส่วนกำไรในงวดก็อยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะครึ่งปีหลังแนวโน้มของผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทได้รับผลดีจากการที่ประเทศไทยได้ประกาศเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศออสเตรเลีย ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศออสเตรเลียส่งคำสั่งซื้อสินค้าของบริษัทเข้ามา ซึ่งรายแรกได้แก่ ดาน่า คอร์ปอเรชั่น โดยคำสั่งซื้อเต็มในปีนี้ มูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท และไตรมาสแรกรับรู้รายได้เพียง 30 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้มีลูกค้าอีก 2-3 รายที่จะมีโอกาสสั่งสินค้าบริษัทเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายได้รวมปีนี้ทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท สำหรับความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 9% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 6.2% และปัจจุบันอยู่ที่ 8.3% ทั้งนี้ในงวดไตรมาส 2 จะมียอดขายที่เติบโตกว่าไตรมาสแรกประมาณ 30% แนวโน้มอุตสาหกรรมอยู่ในระดับที่ดี และได้ดำเนินการตามแผนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนซึ่งบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งเครื่องจักรที่สั่งซื้อเพิ่มตามแผนเข้าตลาดจะเริ่มทยอยเข้ามาในงวดไตรมาส 3 ปีนี้และจะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยปีก่อนสามารถผลิต 10 ล้านชิ้นต่อปี แต่สิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านชิ้นต่อปี
http://www.bangkokbiznews.com/2005/05/1 ... 56564.html
จากการรวบรวมข้อมูลโครงสร้างการถือหุ้นใหญ่ ของบริษัท เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ (KPN) ณ วันที่ 21 ม.ค.2548 และนำมาเปรียบเทียบกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด 15 มี.ค.2548 พบว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้เทขายหุ้นออกจนกระทั่งไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โดยเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมากบข.ได้ถือหุ้นเคพีเอ็น 1 ล้านหุ้นคิดเป็น 1% ของทุนจดทะเบียน แต่รายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดไม่พบรายชื่อกบข.เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะเดียวกันบริษัท เคบีเอ็ม สปีด สแปพาร์ท ก็มีการเทขายหุ้นออกมาเช่นกัน โดย ณ 15 มี.ค.ที่ผ่านมากองทุนดังกล่าวถือหุ้น 3.79 ล้านหุ้นคิดเป็น 3.80% ล่าสุดไม่มีรายชื่อบริษัทดังกล่าวปรากฏในโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว
นายณัฐวุฒิ เภาโปรมย์ ประธานกรรมการปฏิบัติการ บริษัทเคพีเอ็น ออโตโมทีฟ เปิดเผยว่าการที่กบข.เทขายหุ้นไม่รู้สาเหตุของการเทขาย เพราะไม่เคยติดต่อหรือสอบถาม แต่ที่ผ่านมา มีกองทุนในประเทศหลายกองทุนได้เข้ามาติดต่อขอข้อมูลบริษัท และแสดงความสนใจในหุ้นของบริษัท ซึ่งมีหลายกองทุนที่อาจจะเข้ามาซื้อหุ้นในตลาดเพิ่ม รวมทั้งเมื่อผลประกอบการไตรมาสแรกประกาศออกมา นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของบริษัท ทำให้เชื่อมั่นว่าปัจจัยพื้นฐานไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง และมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในงวดไตรมาสแรกบริษัทมีกำไรสุทธิ 46.48 ล้านบาท ซึ่งถ้าเทียบกับกำไรในงวดปีที่แล้วมีกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท จะเห็นว่าสัดส่วนกำไรในงวดก็อยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะครึ่งปีหลังแนวโน้มของผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทได้รับผลดีจากการที่ประเทศไทยได้ประกาศเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศออสเตรเลีย ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศออสเตรเลียส่งคำสั่งซื้อสินค้าของบริษัทเข้ามา ซึ่งรายแรกได้แก่ ดาน่า คอร์ปอเรชั่น โดยคำสั่งซื้อเต็มในปีนี้ มูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท และไตรมาสแรกรับรู้รายได้เพียง 30 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้มีลูกค้าอีก 2-3 รายที่จะมีโอกาสสั่งสินค้าบริษัทเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายได้รวมปีนี้ทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท สำหรับความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 9% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 6.2% และปัจจุบันอยู่ที่ 8.3% ทั้งนี้ในงวดไตรมาส 2 จะมียอดขายที่เติบโตกว่าไตรมาสแรกประมาณ 30% แนวโน้มอุตสาหกรรมอยู่ในระดับที่ดี และได้ดำเนินการตามแผนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนซึ่งบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งเครื่องจักรที่สั่งซื้อเพิ่มตามแผนเข้าตลาดจะเริ่มทยอยเข้ามาในงวดไตรมาส 3 ปีนี้และจะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยปีก่อนสามารถผลิต 10 ล้านชิ้นต่อปี แต่สิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านชิ้นต่อปี
http://www.bangkokbiznews.com/2005/05/1 ... 56564.html
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. Big เมื่อ จันทร์ พ.ค. 16, 2005 8:25 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
-
- ผู้ติดตาม: 0
KPN : กบข.เทขายหุ้นเคพีเอ็นหมดพอร์ต หลังซื้อหุ้นไอพีโอ
โพสต์ที่ 2
ดีใจแทนข้าราชการไทย มีกองทุนเก่งๆ
- oatty
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2444
- ผู้ติดตาม: 0
KPN : กบข.เทขายหุ้นเคพีเอ็นหมดพอร์ต หลังซื้อหุ้นไอพีโอ
โพสต์ที่ 3
ลดพอร์ตการลงทุนครับ เป็นไปตามปกติ เท่าที่อ่านจากหนังสือพิมพ์
"ผู้ทรงธรรมนั่นแหละคือผู้ทรงเกียรติ ผู้มีความดีนั่นแหละคือผู้มีทรัพย์ ผู้รู้จักพอนั่นแหละคือมหาเศรษฐี" ว.วชิรเมธี
-
- Verified User
- โพสต์: 1255
- ผู้ติดตาม: 0
KPN : กบข.เทขายหุ้นเคพีเอ็นหมดพอร์ต หลังซื้อหุ้นไอพีโอ
โพสต์ที่ 6
ผมเคยอ่านบทความนโยบายการลงทุนในช่วงตลาดหุ้นผันผวน ของกบข มีกำไร เกิน 10 % พิจารณาขาย
ยินดีด้วยครับกับ กบข ขายหุ้นตลอดแล้วหุ้นลง สวนทางกับคนในรัฐบาลและโบรกที่บอกหุ้นไทยยถูกสุด แต่ กบขขนเงินไปลงทุนในต่างประเทศ
ส่วนกองทุนประกันสังคมดันมาซื้อดอยครับ ดูแล้วยังงงๆ
ยินดีด้วยครับกับ กบข ขายหุ้นตลอดแล้วหุ้นลง สวนทางกับคนในรัฐบาลและโบรกที่บอกหุ้นไทยยถูกสุด แต่ กบขขนเงินไปลงทุนในต่างประเทศ
ส่วนกองทุนประกันสังคมดันมาซื้อดอยครับ ดูแล้วยังงงๆ