การดู growth ของกิจการควรดูที่ NIAT, CFO หรือ FCF ครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 48
- ผู้ติดตาม: 0
การดู growth ของกิจการควรดูที่ NIAT, CFO หรือ FCF ครับ
โพสต์ที่ 1
หากต้องการทราบอัตราการเติบโตของกิจการอย่างแท้จริงควรพิจรณาที่ค่าไหนครับ
ระหว่าง NIAT (Net income after tax)
CFO (Cash flow from operation)
หรือ FCF ซึ่งผมเข้าใจว่าคือ CFO - CAPEX
การพิจรณาค่าต่างๆทั้งสามมีข้อดีข้อเสีย และแตกต่างกันอย่างไร
รบกวนผู้รู้ด้วยครับ
ระหว่าง NIAT (Net income after tax)
CFO (Cash flow from operation)
หรือ FCF ซึ่งผมเข้าใจว่าคือ CFO - CAPEX
การพิจรณาค่าต่างๆทั้งสามมีข้อดีข้อเสีย และแตกต่างกันอย่างไร
รบกวนผู้รู้ด้วยครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 273
- ผู้ติดตาม: 0
Re: การดู growth ของกิจการควรดูที่ NIAT, CFO หรือ FCF ครับ
โพสต์ที่ 2
ไปตรงกับบทความล่าสุดของท่านสุมาอี้เลยแฮะ
http://dekisugi.net/archives/20961
ผมคิดว่าน่าจะต้องดูว่าธุรกิจที่บริษัทนั้นๆทำอยู่ เป็นแบบไหน แล้วไปพิจารณาอีกทีว่าเราควรเอาตัวไหนเป็นตัวตัดสินเรื่อง Growth ครับ
http://dekisugi.net/archives/20961
ผมคิดว่าน่าจะต้องดูว่าธุรกิจที่บริษัทนั้นๆทำอยู่ เป็นแบบไหน แล้วไปพิจารณาอีกทีว่าเราควรเอาตัวไหนเป็นตัวตัดสินเรื่อง Growth ครับ
Expect the Unexpected.
-
- Verified User
- โพสต์: 297
- ผู้ติดตาม: 0
Re: การดู growth ของกิจการควรดูที่ NIAT, CFO หรือ FCF ครับ
โพสต์ที่ 3
ผมว่าถ้าคำนวนได้ถูกต้อง "ส่วนใหญ่"ก็น่าจะใช้เป็น FCF แหละครับ(ยกเว้นบางกิจการจริงๆ)
เหตุผลส่วนตัวคือถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการคงชอบที่จะเห็นเงินสด"ที่มีอยู่จริง"เข้ามาเยอะๆ
ส่วนตัวเลขทางบัญชีว่ากันอีกที
แต่จะ forecast ได้แม่นยำแค่ไหน นั่นแหละปัญหาครับ
เหตุผลส่วนตัวคือถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการคงชอบที่จะเห็นเงินสด"ที่มีอยู่จริง"เข้ามาเยอะๆ
ส่วนตัวเลขทางบัญชีว่ากันอีกที
แต่จะ forecast ได้แม่นยำแค่ไหน นั่นแหละปัญหาครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 469
- ผู้ติดตาม: 0
Re: การดู growth ของกิจการควรดูที่ NIAT, CFO หรือ FCF ครับ
โพสต์ที่ 5
FCF มั๊งครับ แต่ส่วนตัว คิดว่าเอาประมาณคร่าวๆ มันก็เห็นชัดอยู่แล้ว
คือ รายได้โต กำไรโต อัตราทำกำไร ROA ROE มากขึ้น ปันผลโต
ค่าใช้จ่ายลด หนี้ลด ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่ม เราก็คงรู้แล้วว่าโต
(อันนี้ผมอาจจะนอกประเด็นไป ระหว่างคำว่า เติบโต กับ คุณภาพดีขึ้นนะครับ)
แต่อย่างที่ถาม แล้วโตเท่าไหร่ อะไรคือการโตที่แท้จริงของธุรกิจ
มันขึ้นอยู่กับการมอง ว่าคุณมองบริษัท ในช่วงเวลาเท่าไหร่ด้วย
ถ้ามองไม่กี่ปี ประเมินตามแผนธุรกิจกับข้อมูลต่างๆ ถ้ามีเยอะก็ หาFCFได้ ทำDCFได้
แต่ถ้ามองหลายๆปี การรู้และเข้าใจธุรกิจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามองภาพการเติบโตออก
และการประเมินต้องปรับอัตราการเติบโต ว่าอาจไม่เป็นอย่างคาดไว้ด้วย
คงไม่ได้ตอบอะไรเจ้าของกระทู้เท่าไหร่ แค่อยากร่วมแบ่งปันความเห็นว่า
การมองการเติบโตเป็นเรื่องการมองคุณภาพมากกว่าการมองเชิงปริมาณ
ตัวเลขที่ออกมาเป็นเพียงสิ่งที่เอาไว้ยืนยัน ถึงความคิดและเหตุผลของเราครับ
คือ รายได้โต กำไรโต อัตราทำกำไร ROA ROE มากขึ้น ปันผลโต
ค่าใช้จ่ายลด หนี้ลด ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่ม เราก็คงรู้แล้วว่าโต
(อันนี้ผมอาจจะนอกประเด็นไป ระหว่างคำว่า เติบโต กับ คุณภาพดีขึ้นนะครับ)
แต่อย่างที่ถาม แล้วโตเท่าไหร่ อะไรคือการโตที่แท้จริงของธุรกิจ
มันขึ้นอยู่กับการมอง ว่าคุณมองบริษัท ในช่วงเวลาเท่าไหร่ด้วย
ถ้ามองไม่กี่ปี ประเมินตามแผนธุรกิจกับข้อมูลต่างๆ ถ้ามีเยอะก็ หาFCFได้ ทำDCFได้
แต่ถ้ามองหลายๆปี การรู้และเข้าใจธุรกิจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามองภาพการเติบโตออก
และการประเมินต้องปรับอัตราการเติบโต ว่าอาจไม่เป็นอย่างคาดไว้ด้วย
คงไม่ได้ตอบอะไรเจ้าของกระทู้เท่าไหร่ แค่อยากร่วมแบ่งปันความเห็นว่า
การมองการเติบโตเป็นเรื่องการมองคุณภาพมากกว่าการมองเชิงปริมาณ
ตัวเลขที่ออกมาเป็นเพียงสิ่งที่เอาไว้ยืนยัน ถึงความคิดและเหตุผลของเราครับ
Sixth Sense Investor
-
- Verified User
- โพสต์: 760
- ผู้ติดตาม: 0
Re: การดู growth ของกิจการควรดูที่ NIAT, CFO หรือ FCF ครับ
โพสต์ที่ 6
ผมว่า CFO เดี่ยวๆใช้บอกการเติบโตไม่ได้ เช่น ถึงจะมีCFOเพิ่มทุกปี หากบริษัทปันผลมากๆตามไปด้วย ก็ไม่มีเงินสดมากพอไปลงทุนเพิ่ม บริษัทก็อิ่มตัวอยู่นิ่งๆอยู่ทีเดิม(บริษัทจะโตได้ถึงจุดหนึ่งเสมอ ถ้าจะเติบโตกว่าเดิม ต้องลงทุนใหม่ๆเพิ่มเติมเสมอ)
ส่วน FCF เดี่ยวๆก็ใช้ไม่ได้ เหมือนกันครับ เพราะ จริงๆแล้วแล้วช่วงที่บริษัทมีการลงทุนใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต FCF ขณะนั้นอาจติบลบได้ด้วยซํ้า จนผ่านไปอีกระยะหนึ่งที่ผ่านพ้นช่วงลงทุนไปแล้วFCFถึงะกลับมาเป็นบวก
ส่วนกำไรของบริษัท ไม่ว่า NIAT, net profit, หรือ EPS ก็ไม่เท่ากับกระแสเงินสดเสมอไป การดูgrowth หรือการเปลี่ยนแปลง ของค่าตัวเลขพวกนี้ ก็ยังไม่ดีที่สุดอยู่ดี
แถมค่าทั้งหมดที่บอกมา มันบอกแต่อดีต อนาคตไม่จำเป็นต้องโตเท่ากับในอดีต คงต้องเข้าใจกิจการมากกว่า ถึงจะบอกการเติบโตได้ดีที่สุดครับ
ถ้าจะให้ดีก็ทำDCFเลยครับ (แต่ผมไม่ใช้นะครับ)
ส่วน FCF เดี่ยวๆก็ใช้ไม่ได้ เหมือนกันครับ เพราะ จริงๆแล้วแล้วช่วงที่บริษัทมีการลงทุนใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต FCF ขณะนั้นอาจติบลบได้ด้วยซํ้า จนผ่านไปอีกระยะหนึ่งที่ผ่านพ้นช่วงลงทุนไปแล้วFCFถึงะกลับมาเป็นบวก
ส่วนกำไรของบริษัท ไม่ว่า NIAT, net profit, หรือ EPS ก็ไม่เท่ากับกระแสเงินสดเสมอไป การดูgrowth หรือการเปลี่ยนแปลง ของค่าตัวเลขพวกนี้ ก็ยังไม่ดีที่สุดอยู่ดี
แถมค่าทั้งหมดที่บอกมา มันบอกแต่อดีต อนาคตไม่จำเป็นต้องโตเท่ากับในอดีต คงต้องเข้าใจกิจการมากกว่า ถึงจะบอกการเติบโตได้ดีที่สุดครับ
ถ้าจะให้ดีก็ทำDCFเลยครับ (แต่ผมไม่ใช้นะครับ)
- จุดแข็งทางธุรกิจที่เลียนแบบได้ยาก มักต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการสร้างและเพาะบ่มเสมอ ไม่สามารถเนรมิตได้ด้วยเงิน (สุมาอี้)
- จะเก่ง จะรวยหุ้น ก็ต้องใช้เวลาเพาะบ่มเช่นกัน เป็นวีไอ ต้องมี ศรัทธา ขยัน ประหยัด และ อดทน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่ได้มาง่ายๆ
- จะเก่ง จะรวยหุ้น ก็ต้องใช้เวลาเพาะบ่มเช่นกัน เป็นวีไอ ต้องมี ศรัทธา ขยัน ประหยัด และ อดทน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่ได้มาง่ายๆ
-
- Verified User
- โพสต์: 3350
- ผู้ติดตาม: 0
Re: การดู growth ของกิจการควรดูที่ NIAT, CFO หรือ FCF ครับ
โพสต์ที่ 7
เปล่าคับ
ผมแค่สงสัยว่า แต่ละคนน่าจะดู fcf และ wc ไม่เหมือนกัน
บนสมมติฐานต่างกัน
คือ ส่วนใหญ่ค้าปลีก เราเห็น wcติดลบ หรือ fcfบวกมากๆ
เพราะใช้เงินเจ้าหนี้หมุน แต่ น่าจะไม่ใช่เงินของบริษัทจริงๆหรือเปล่า
ถ้าเลิกกิจการวันนี้ เงินสดที่เกิดต้องคืนเจ้าหนี้การค้า
และเวลาหาfcf บางคนก็รวมเงินสด ในบ. บางคนก็ไม่รวม เป็น wc
ซึ่งหลักคิด สองแบบให้ค่าต่างกันเยอะ
ทำให้บางทีแทนค่าออกมาดูเหมือนเงินสดค้าปลีกจะล้นบริษัทเกินจริง
บ.ที่จะสร้าง wealth ได้แท้จริง น่าจะอยู่ที่ capex
คือถ้า growwth double digit ได้สมำ่เสมอ
โดยที่ capex for growthก็ต่ำ for maintainance ก็ต่ำ หรือแม้จก็กระทั่ง
for maintain compettitiveness ก็ต่ำน่าจะดีสุดมั้งคับ
ใครเจอแล้วกระซิบผมด้วยคับ
ผมแค่สงสัยว่า แต่ละคนน่าจะดู fcf และ wc ไม่เหมือนกัน
บนสมมติฐานต่างกัน
คือ ส่วนใหญ่ค้าปลีก เราเห็น wcติดลบ หรือ fcfบวกมากๆ
เพราะใช้เงินเจ้าหนี้หมุน แต่ น่าจะไม่ใช่เงินของบริษัทจริงๆหรือเปล่า
ถ้าเลิกกิจการวันนี้ เงินสดที่เกิดต้องคืนเจ้าหนี้การค้า
และเวลาหาfcf บางคนก็รวมเงินสด ในบ. บางคนก็ไม่รวม เป็น wc
ซึ่งหลักคิด สองแบบให้ค่าต่างกันเยอะ
ทำให้บางทีแทนค่าออกมาดูเหมือนเงินสดค้าปลีกจะล้นบริษัทเกินจริง
บ.ที่จะสร้าง wealth ได้แท้จริง น่าจะอยู่ที่ capex
คือถ้า growwth double digit ได้สมำ่เสมอ
โดยที่ capex for growthก็ต่ำ for maintainance ก็ต่ำ หรือแม้จก็กระทั่ง
for maintain compettitiveness ก็ต่ำน่าจะดีสุดมั้งคับ
ใครเจอแล้วกระซิบผมด้วยคับ
show me money.