
คราวที่แล้ว ผมได้หยิบยกเอาเรื่องที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ พูดถึง สตีฟ จ็อบส์ ในรายการ Squawk Box ช่อง CNBC มาคุยให้ฟัง ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก วันนี้ ขอเอาอีกประเด็นหนึ่งซึ่งมีความน่าสนใจไม่แพ้กันมาเล่าบ้างนะครับ
ก่อนหน้านี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ทำให้หลายคนประหลาดใจมาก ด้วยการกลับสู่ “โลว์เทค” อีกครั้ง โดยเข้าไปซื้อหุ้นของหนังสือพิมพ์ Omaha World-herald สื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่นของโอมาฮา
แม้จะเป็นที่ทราบกันดีกว่าปู่บัฟฟ์คุ้นเคยกับธุรกิจหนังสือพิมพ์ขนาดไหน โดยเขาเคยส่งหนังสือพิมพ์หารายได้มาตั้งแต่สมัยเรียน พอโตขึ้นก็ไปซื้อหุ้น Washington Post แต่เราๆ ท่านๆ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า การซื้อหุ้นของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรม “ขาลง” ก็ไม่น่าจะเหมาะสม มิใช่หรือ (ดังที่เขาเคยพลาดมาแล้ว ตอนซื้อหุ้นของบริษัทในอุตสาหกรรมสิ่งทออย่าง เบิร์คไชร์ ฮาแธเวย์ ซึ่งต่อมาก็จำต้องแปลงสภาพเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์)
ด้วยเหตุนี้ พิธีกรสาวสวยของ CNBC อย่าง Becky Quick ซึ่งบินตรงไปคุยสดกับปู่บัฟฟ์ ถึงที่ทำการของ Omaha World-herald จึงเลือกที่จะคำถามนี้เป็นคำถามแรกของการสัมภาษณ์ 3 ชั่วโมงว่า "บัฟเฟตต์ซื้อหนังสือพิมพ์อีกทำไม?!!"
คำตอบของปู่บัฟฟ์ก็คือ ณ เวลานี้ มีปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจหนังสือพิมพ์สามประการ สองในสามของปัญหาที่ว่า เป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ แต่อีกปัญหาหนึ่งสามารถแก้ไขได้
สามปัญหานั้น ได้แก่
หนึ่ง หนังสือพิมพ์ได้สูญเสีย “Primariness” หรือความเป็น “แหล่งข้อมูลหลัก” ของผู้คนไปแล้ว ในสมัยก่อน เมื่อคนต้องการทราบราคาหุ้นหรืออยากรู้ผลการแข่งขันเบสบอล ก็ต้องไปซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง อ่านในอินเตอร์เน็ตได้
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ยังมีความสำคัญอยู่ในหลายๆ แง่ เช่น ข่าวสารการเมืองท้องถิ่น ผลฟุตบอลในแนบราสก้า ข่าวสารในชุมชน ซึ่งอินเตอร์เน็ตให้คุณได้ไม่เท่ากับหนังสือพิมพ์ ฯลฯ
สอง หนังสือพิมพ์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ “แพง” (ความหมายของปู่บัฟฟ์หมายถึง ต้นทุนสูง) กระบวนการผลิตของมันเริ่มจากการตัดต้นไม้ในแคนาดา จนกลายเป็นกระดาษปึกหนึ่งที่เด็กส่งหนังสือพิมพ์เอามาโยนไว้หน้าบ้านของคุณทุกๆ เช้า และเดี๋ยวนี้ก็ยังแพงอยู่ ตรงกันข้ามกับอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งราคาถูกมาก
นั่นคือปัญหาสองประการที่แก้ไขไม่ได้
ปัญหาประการที่สาม ซึ่งบัฟฟ์บอกว่าแก้ได้ คือ ผู้ผลิตหนังสือพิมพ์ทั้งหลายไม่ควรเอาเนื้อหาในกระดาษไปให้คนอ่านออนไลน์แบบฟรีๆ นั่นไม่ใช่ Business Model ที่ถูกต้องเลย มีหลายบริษัททำเช่นนั้นอยู่ ซึ่งไม่ดี
พิธีกรถามต่อว่า ถ้าเช่นนั้น หมายความว่าบัฟเฟตต์ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ รูเพิร์ต เมอร์ด็อค กำลังทำ คือเรียกเก็บเงินจากเนื้อหาออนไลน์ใช่หรือไม่ ปู่บัฟฟ์บอกว่า ใช่แล้ว เขาเห็นด้วย และบอกว่าที่จริง Dow Jones ทำมาก่อนรูเพิร์ตเสียด้วยซ้ำ ในขณะที่ New York Times เองลังเลอยู่นาน แต่ตอนนี้ก็ได้เริ่มต้นทำอย่างเอาจริงเอาจัง
ปู่บัฟฟ์ตบท้ายว่า “และสิ่งนี้เอง ที่จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของธุรกิจหนังสือพิมพ์”
[ดูคลิปสัมภาษณ์ได้ที่ http://www.cnbc.com/id/46541258]