น่าจะต้องเป็นอาหารป่าวครับ
cpf tuf gfpt choti cfresh asian tcc pm , พวก retail makro bigc etc. ก็มีอาหารครับ
อิ่มเลยทีนี้


แซวเล่นนะครับ
ขอติ BAY นิดนึง ไม่เกี่ยวกับพื้นถ่านหุ้นนะครับ BAY ดอกเบี้ยไม่โดนใจสิครับ กลัวเงินจะไหลออกอ่ะครับchukieat30 เขียน:ผมชอบ น่านน้ำสีฟ้าครับ ไม่ต้องแข่งกับใครครับ ผูกขาดอย่างเดียว
ถ้าจะน่านน้ำสีแดง ต้องเป็นเบอร์1ของธุรกิจครับ ถึงจะรอดถึง10ปี
ถ้าจะเป็นด้าน Innovation ผมก้มองเห็นแล้วครับ อะไรที่มันเป็น
New innovation มันก้จะกำจัด old innovation เช่น ซีดีก้ทำลายเทป ดีวีดีก้ทำลายซีดี
บลูเรย์ก้ทำลาย ดีวีดี ดังนั้นคนที่จะคิด ว่าอะไรจะมาแทนอะไรได้เนี่ย
มันต้องมองกันแบบ สตีฟ จอฟท์ คือ Nitch Innovation มันเด่น มันยากจะเลียนแบบ
เป็นอะไรที่ออกมาทำลาย บีบี ได้อย่างเห็นผล
Nitch Innovation for stock คือหุ้นที่ทำธุรกิจที่เด่น ยากจะเลียนแบบ แข่งขันยาก
อาจจะเป็นเรื่อง ของ product /service หรือการตลาด
กิจการจะมีแต่สิ่งดีๆๆ มากขึ้น ผมมองว่า มีอยู่ตัวนึงในใจ คือ BAY ครับ
เห็นด้วยครับมันจึงเป็นเหตุผมที่ผมทนถือcpnได้ไม่นานพอromee เขียน:ต่อให้รู้จริงๆ จะมีกี่คนอ่ะครับ ที่กล้าถือหุ้นตัวเดิม 10ปี โดยไม่ขายเลย...
ผ้มว่า ยากกว่าค้นหาหุ้นกันอีกนะ![]()
ถ้ามุมมองตอนนี้ก็ CPF, BGH, CPN นะครับ
ยอมรับการแซวครับสงสัยง่วงจัดตอนพิมพ์ไม่ทันสังเกตุปล่อยหมูเรียกแขกตัวเบอเร่อวรันศ์ บัฟเฟต เขียน:หิวข้าวเย็นหรอครับเลยหา supper stock .... 55+
น่าจะต้องเป็นอาหารป่าวครับ
cpf tuf gfpt choti cfresh asian tcc pm , พวก retail makro bigc etc. ก็มีอาหารครับ
อิ่มเลยทีนี้![]()
![]()
แซวเล่นนะครับ
superme เขียน:ขอติ BAY นิดนึง ไม่เกี่ยวกับพื้นถ่านหุ้นนะครับ BAY ดอกเบี้ยไม่โดนใจสิครับ กลัวเงินจะไหลออกอ่ะครับchukieat30 เขียน:ผมชอบ น่านน้ำสีฟ้าครับ ไม่ต้องแข่งกับใครครับ ผูกขาดอย่างเดียว
ถ้าจะน่านน้ำสีแดง ต้องเป็นเบอร์1ของธุรกิจครับ ถึงจะรอดถึง10ปี
ถ้าจะเป็นด้าน Innovation ผมก้มองเห็นแล้วครับ อะไรที่มันเป็น
New innovation มันก้จะกำจัด old innovation เช่น ซีดีก้ทำลายเทป ดีวีดีก้ทำลายซีดี
บลูเรย์ก้ทำลาย ดีวีดี ดังนั้นคนที่จะคิด ว่าอะไรจะมาแทนอะไรได้เนี่ย
มันต้องมองกันแบบ สตีฟ จอฟท์ คือ Nitch Innovation มันเด่น มันยากจะเลียนแบบ
เป็นอะไรที่ออกมาทำลาย บีบี ได้อย่างเห็นผล
Nitch Innovation for stock คือหุ้นที่ทำธุรกิจที่เด่น ยากจะเลียนแบบ แข่งขันยาก
อาจจะเป็นเรื่อง ของ product /service หรือการตลาด
กิจการจะมีแต่สิ่งดีๆๆ มากขึ้น ผมมองว่า มีอยู่ตัวนึงในใจ คือ BAY ครับ
บ้านผมปกติก็ใช้ BAY เป็นหลักแต่ทีนี้เงินเริ่มไหลออกไปฝากที่อื่นเพราะดอกต่ำมาก ไป TCAP หมด
ผมเห็นด้วยนะครับGreen เขียน:ผมยังมองว่าเป็น CPALL อยู่นะครับ ผมว่า เซเว่นมันค่อนข้างฝังลึกใน จิตใจคนไทยไปแล้ว เห็นร้านเซเว่นที่สนามบินสุวรรณภูมิ มั้ย คนต่อแถวยาวๆ หันไปดูร้านข้างๆ ร้าน Family mart ร้านติดกันแท้ๆ ขายของเหมือนกัน แท้ๆ คนว่างเฉยเลย ไม่รู้คนซื้อน้ำโค้ก น้ำเปล่า จะไปยืนต่อแถวในเซเว่นกันทำไม งง จิงๆ
เมื่อก่อน เคยเห็นร้านแถวบ้าน เปิดร้านมินิมาร์ต คนว่างเลย นึกว่าเจ๊งไปแล้ว พออยู่ๆ ร้านนั้นเปลี่ยนเป็นเซเว่น เท่านั้น คนพรึบเลย
อีกสิบปี ผมว่า มันก็เป็นแบบนี้ คูเมืองมันกว้างขึ้นเรื่อยๆ ใครจะตีเซเว่นลง ผมว่ายากครับ
เคยอ่าน วอเรน บัพเพ่ต์ ให้สัมภาษณ์ หรือ ไปบรรยาย อะไรนี้แหละนะ เค้าบอกว่า เวลา เค้าซื้อกิจการ หรือ ซื้อหุ้น เค้าไม่เคยมองเลยนะว่า พอราคามันขึ้นไปเท่านี้ เท่านั้น แล้วเค้าจะขาย เค้าบอกว่าถ้าคุณยังมองอย่างนั้นอยู่ มันก็เหมือนกับว่า คุณยังไม่ได้มองมันไปที่การซื้อธุรกิจจริงๆziannoom เขียน:เห็นด้วยครับมันจึงเป็นเหตุผมที่ผมทนถือcpnได้ไม่นานพอromee เขียน:ต่อให้รู้จริงๆ จะมีกี่คนอ่ะครับ ที่กล้าถือหุ้นตัวเดิม 10ปี โดยไม่ขายเลย...
ผ้มว่า ยากกว่าค้นหาหุ้นกันอีกนะ![]()
ถ้ามุมมองตอนนี้ก็ CPF, BGH, CPN นะครับ
แล้วอีกอย่างเพื่อนๆที่บอกหุ้นมาผมก็คิดว่าส่วนหนึ่งรู้ว่าหุ้นดีแต่ก็น้อยคนที่จะถือ คงเพราะอาจจะคิดว่าไม่ยาวถึงสิบปี. เหมือนผมนี่มั้ง
ถ้าสไตล์ปีเตอร์ลินซ์ ก้ต้องเน้นหุ้น โตที่เก่งเฉพาะด้านครับziannoom เขียน:ส่วนตัวผมคงไม่ใช่ style ปู่่แต่เป็นแบบลินซ์ ที่มีขายบ้างซื้อบ้างเป็นธรรมดา เพราะเงินยังน้อยอยู่มั้ง
แรกๆท่าน ดร ก็ขายบ้างซื้อบ้างเหมือนกันนี่นา หรือป่าวไม่รู้นะครับ รอคนข้างล่างมาตอบ
พอรู้มาร์เกตแชร์ของ OFM มั้ยครับ เติบโตขึ้นมากน้อยขนาดไหนครับNoonino เขียน:OFM ครับ เหตุผล
1. ตลาดการซื้อขายสินค้าบน internet ปัจจุบันเรายังเล็กมาก หุ้นนี้มีโอกาสโตอีกเยอะ
2. OFM มีจำนวนลูกค้าที่ active อยู่เป็นจำนวนที่มากพอกับการประหยัดต่อขนาดในการขนส่งสินค้าอยู่แล้ว จำนวนลูกค้าที่มากขึ้นทุกปีๆจะทำให้ต้นทุนการขนส่งต่อหน่วยมีแต่จะลดลง
3. ผู้บริหารเริ่มรุกเข้ามาขายสินค้าทั่วๆไปบน internet มากขึ้น (Trendyday.com) โดยมีแผนจะทำให้ OFM เป็นเหมือน amazon โดยใช้ช่องทาง affliate program และระบบ logistic ที่ได้เปรียบในการทำกลยุทธนี้ ใครไม่มี logistic ที่แข็งแกร่ง+ฐานลูกค้าในมีที่มากพอยากที่จะทำแข่งได้ ทำให้ ofm เป็นหุ้นที่มี barrier to entry ค่อนข้างสูงทีเดียว
4. ที่เหลือก็เหมือนค้าปลีกทั่วไปครับ ยิ่งขายมากยิ่งได้เปรียบ
saichon เขียน:คำตอบของเพื่อนๆน่าสนใจทั้งนั้นเลยครับ
ผมก็คิดคล้ายเพื่อนๆในประเด็นที่ว่าธุรกิจไหนจะโดดเด่นในอนาคตก็ต้องตอบสนองพฤติกรรมของคนได้ดี
มีความสามารถในการแข่งขันเป็นหลักครับ
อีก10ปี แทรนด์ที่พอนึกออกก็น่าจะเป็นสุขภาพ ตัวหุ้นเด่นๆ ก็คง เป็นกลุ่มโรงพยาบาลที่มีจุดเด่นและมีความสามารถในการแข่งขัน
ผมเลือก BGH ครับ
แทรนด์ที่2 น่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยวและเดินทาง ตัวธุรกิจมีหลายอย่าง เช่นโรงแรมแต่เท่าที่นึกออกยังไม่เห็นโรงแรมไหนโดนใจนัก
เลยของเลือก AOT แทนแล้วกันครับ
แทรนด์ที่3 คิดว่า อาหารเป็นแทนด์ที่น่าสนใจครับ ธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้และคิดว่าเค้าแข็งแกร่ง
ผมขอเลือก TUF ครับ
แทรนด์ที่4 คิดว่าอินเตอร์เน๊ตยังน่าจะโตพอสมควร แต่อีก10ปีเป็นยังไง หุ้นตัวไหนจะเด่นที่สุดยังไม่แน่ใจนัก
แต่วันนี้ขอเลือก JAS ครับ
แทรนด์อื่นๆที่10ปีคงยังดีอยู่ก็คิดว่าน่าจะเป็นพลังงาน ตัวหุ้น ยังนึกไม่ออกครับ
.......................
ค้าปลีกอีก10ปีก็น่าจะยังโตได้เรื่อยๆ ส่วนหุ้นก็
ขอลอก CPALL เพื่อนๆแล้วกันครับ
ผมยังอ่อนประสบการณ์ในการมองแทรนด์มองหุ้นอยู่มาก ถือว่าแลกเปลี่ยนสนุกๆแล้วกันน๊ะครับ
เห็นข้อมูลนี้ สนับสนุน HMPRO เป็น super stock ได้แน่ๆchoosak เขียน:โฮมโปรเปิด2สาขาในมาเลย์
18 สิงหาคม 2554 เวลา 17:51 น.
โฮมโปร เริ่มชัดลงทุนสาขาต่างประเทศ หลังชะลอแผนมา 1 ปี เปิดแน่สาขามาเลเซีย 2 แห่งปลายปีหน้า
นายณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ศูนย์รวมวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า ปัจจุบันเริ่มมีความชัดเจนในการลงทุนสาขาต่างประเทศที่ประเทศมาเลเซียแล้ว หลังจากที่ได้ชะลอแผนเปิดสาขาต่างประเทศมาเกือบ 1 ปี โดยขณะนี้ได้รับใบอนุญาตให้ลงทุนก่อสร้างได้แล้ว ซึ่งจะใช้เงินลงทุนต่อสาขา 500-600 ล้านบาท และเตรียมจะเปิด 2 สาขาที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ในไตรมาส 4 ของปี 2555 ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเปิดในรูปแบบสแตนด์อโลน หรือว่าตั้งรวมอยู่ในศูนย์การค้า
“ตลาดวัสดุก่อสร้างในมาเลเซียนั้นคล้ายกับเมืองไทยเมื่อ 10 ปีก่อนที่ยังไม่มีคู่แข่งขันมาก ที่นั่นมีประชากรเพียง 20 ล้านคน ขณะที่ศูนย์วัสดุก่อสร้างรูปแบบวันสต๊อปเซอร์วิสนั้นยังไม่มีเลย ซึ่งการเข้าไปลงทุนในครั้งนี้เชื่อว่าจะได้เปรียบเพราะเป็นการเข้าไปลงทุนและบริหารงานเอง 100%”นายณัฏฐ์ กล่าว
สำหรับในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายโต 15% จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 2.4 หมื่นล้านบาท โดยในครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 2 แห่งคือสาขาลพบุรี และสกลนคร รวมเป็น 45 แห่ง ขณะที่ในปีหน้าจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 57 แห่ง ซึ่งรวมสาขาต่างประเทศ 2 สาขา โดยการเปิดสาขาใหม่ในประเทศสาขานั้นจะเน้นที่จังหวัดหัวเมืองรองเป็นหลัก หลังจากที่เปิดสาขาในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ครบแล้ว ปัจจุบันบริษัทฯมีสมาชิกบัตรโฮมการ์ด 7.2 แสนราย สิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสมาชิก 1 ล้านราย ซึ่งจำนวนดังกล่าวมีลูกค้าแอคทีฟ 30% โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าเป็นลูกค้าบ้านเก่า (เป็นบ้านที่ก่อสร้างตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป) 80% อีก 20% เป็นกลุ่มลูกค้าบ้านใหม่ ซึ่งลูกค้าบ้านเก่าจะซื้อสินค้าเฉลี่ย 1.1 หมื่นบาท ต่อใบเสร็จ ส่วนลูกค้าบ้านใหม่จะซื้อเฉลี่ย 1.3 หมื่นบาท ต่อใบเสร็จ
นายณัฏฐ์ กล่าวว่า ตลาดสินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นรูปแบบเทรดดิชั่นนัลเทรด 70% และโมเดิร์นเทรด 30% ซึ่งโฮมโปรมีส่วนแบ่งในโมเดิร์นเทรดประมาณ 14-15% ทั้งนี้บริษัทฯใช้งบการตลาดรวมปีละ 1,200 ล้านบาท โดยเตรียมจัดงานฉลองครบรอบ 15 ปี ซึ่งจะใช้งบการ 60 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 25 ส.ค.-18 ก.ย. ซึ่งจะให้ส่วนลดลูกค้าสูงสุดถึง 80% ขณะเดียวกันยังเตรียมจัดงานโฮมโปรเอ็กซ์โป ที่เมืองทองธานีเพื่อกระตุ้นตลาดต่อเนื่อง ช่วงปลายปี
http://www.posttoday.com/%E0%B8%9A%E0%B ... 2%E0%B9%8C
วิเคราะห์ได้ดีกด likeครับluangrit เขียน:Apple กับ Exxon
ไม่รู้นะครับ ดูตามสินค้าเลยแล้วกัน
ถ้าเราลองมองตัวเองเป็นผู้บริโภค (โยนการวิเคราะห์ตัวเลขทิ้งไป)...ผมเฉยๆกับน้ำมันนะครับเพราะอย่างไรมันก็ต้องเติมอยู่แล้ว
แต่สำหรับ Apple ถ้าคุณได้เคยลองใช้หรือมองเรื่องความสวยงามน่าใช้แล้ว ใครๆก็อยากได้ครับ
เพราะของเค้าดีจริงๆ ใช้แล้วไม่ค่อยมีปัญหา User friendly มาก...
Apple มันมีความเป็นเอกลักษณ์อยู่ในตัวแล้ว แบรนด์แข็งแกร่ง ลูกค้าอย่างไรก็ต้องเลือกเป็นอันดับต้นๆ
คือผมกำลังมองว่าสินค้าใดก็ตามที่ทำให้ลูกค้าพอใจ หรือมากกว่าที่เค้าต้องการ จะมีอำนาจในการแข่งขันสูงครับ
กลับมาที่บ้านเรา หุ้นเช่น CPALL HMPRO CPN หรืออะไรก็ตามที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้
ในระยะยาวแล้วก็จะมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ถ้าเราเป็นลูกค้ามีร้าน 2 ร้านติดกันคือ CPALL กับ 108 shop คนส่วนใหญ่ก็จะเลือกเข้า 7-11 อยู่แล้ว
เพราะตอบสนองความต้องการได้มากกว่า
หรืออย่าง CPN ....เสาร์ อาทิตย์ นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ คนเยอะจนเราไม่อยากจะไปเลย
แต่สินค้าที่ขายในนั้นก็มีครบทุกอย่าง มีการปรับปรุงกิจการให้ดีขึ้นเสมอ เรียกว่าเอาใจลูกค้าแบบสุดๆ
บริษัทพวกนี้นานวันก็จะยิ่งแข็งแกร่ง หาคู่ต่อสู้ได้ค่อนข้างยากหรือไม่ก็ยอมแพ้ไปเอง
อำนาจการต่อรองกับ Supplier ก็ยิ่งสูง ขยายงานได้เรื่อยๆ
จริงๆธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างดี ก็จะมีแนวโน้มเป็น Supper Stock ได้
เพียงแต่นักลงทุนอย่างเราๆ ก็ต้องคอยทำการบ้าน ตรวจสอบการดำเนินงานเรื่อยๆ
สุดท้ายแล้วอาจจะกลายเป็นการซื้อธุรกิจอย่างที่ Buffet พูดไว้ก็ได้นะครับ
viim เขียน:ตอนนี้ผมมี port สะสมหุ้นเดือนละไม่มากแบบ DCA ที่หุ้น hmpro bgh banpu cpn mint ครับ โดยเป็นชื่อภรรยา เอาไปเอามา port เธอมี capital gain มากกว่าที่ผมอีก![]()
ซื้อบ้านนายกได้ทุกเดือนนี่ไม่น้อยเลยนะนั่นviim เขียน:ตอนนี้ผมมี port สะสมหุ้นเดือนละไม่มากแบบ DCA ที่หุ้น hmpro bgh banpu cpn mint ครับ โดยเป็นชื่อภรรยา เอาไปเอามา port เธอมี capital gain มากกว่าที่ผมอีก![]()
ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เปิดพอร์ตลงทุนโดยใช้ชื่อภรรยาครับchukieat30 เขียน:viim เขียน:ตอนนี้ผมมี port สะสมหุ้นเดือนละไม่มากแบบ DCA ที่หุ้น hmpro bgh banpu cpn mint ครับ โดยเป็นชื่อภรรยา เอาไปเอามา port เธอมี capital gain มากกว่าที่ผมอีก![]()
ผมสังเกตุมานานและ วีไอส่วนมากไปเรียนกับ อ.ยิปมันมาหรือไง
ยิปมันผู้เคารพภรรยา(ไม่ได้กลัว แต่เคารพ)
ร้อยละส่วนใหญ่ใส่ชื่อ ภรรยา
ขอเหตุผลที่ต้องใส่ชื่อ ภรรยาครับ อยากรู้
555 เหตุผลตรงกันและทำเหมือนกันเลยครับsaichon เขียน:ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เปิดพอร์ตลงทุนโดยใช้ชื่อภรรยาครับchukieat30 เขียน:viim เขียน:ตอนนี้ผมมี port สะสมหุ้นเดือนละไม่มากแบบ DCA ที่หุ้น hmpro bgh banpu cpn mint ครับ โดยเป็นชื่อภรรยา เอาไปเอามา port เธอมี capital gain มากกว่าที่ผมอีก![]()
ผมสังเกตุมานานและ วีไอส่วนมากไปเรียนกับ อ.ยิปมันมาหรือไง
ยิปมันผู้เคารพภรรยา(ไม่ได้กลัว แต่เคารพ)
ร้อยละส่วนใหญ่ใส่ชื่อ ภรรยา
ขอเหตุผลที่ต้องใส่ชื่อ ภรรยาครับ อยากรู้
จุดประสงค์คืออยากให้เค้ามั่นใจว่าเราทำทุกอย่างเพื่อเค้าและลูก
เค้าจะได้รู้สึกมั่นคง มีหลักและมีรายได้หากมีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับเราครับ
อีกอย่างพอใช้ชื่อเค้า จะทำให้เค้ารู้สึกมีส่วนร่วมอยากศึกษา ร่วมคิดร่วมวิเคราะห์ในการซื้อหรือขายหุ้นแต่ละครั้ง
ที่สำคัญคือเค้าจะเอาเงินที่หาได้มาร่วมซื้อหุ้นกับเราอย่างสม่ำเสมอด้วยความเต็มใจครับ![]()
(ปล.แต่ผมก็มีพอร์ตในชื่อตัวเองกันเหนียวไว้นิดหน่อยเหมือนกันครับ)