ความกลัว เป็นสิ่งที่แพร่ขยายเข้าไปในจิตใจของมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ความโลภจะช้ากว่า
เมื่อสอง สาม อาทิตย์ที่ผ่านมา ตลาด Wall Street ตกลงมาอย่างหนัก คนส่วนใหญ่มักจะพูดว่า "โอ้ ไม่เอานา มันลงอีกแล้วหรือ" แต่สำหรับวอร์เรน บัฟเฟต เขารู้สึกว่ากระปรี้กระเปร่ามาก ยังเปรยๆออกมาอีกว่า "ไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้มาก่อน" ทำไมนะเหรอ ก็เพราะว่า "หุ้นยิ่งลง ผมยิ่งซื้อนะสิ" คำพูดของเขาฟังดูแล้วง่ายมาก แต่ว่านะ ถ้าคุณอยากจะเป็นเศรษฐีพันล้าน คุณต้องคิดต่างจากคนส่วนใหญ่ เข้มแข็ง และไม่อ่อนไหว
ในความเป็นจริงแล้ว หุ้น เบิกชาย ฮาธาเวย์ ที่บัฟเฟตเป็นเจ้าของอยู่นั้น สะท้อนถึงเศรษฐกิจโดยรวมได้ แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา S&P ได้ downgrade หุ้นของเบิกชาย ฮาธาเวย์ จาก "เฉยๆ (Stable)" เป็น "ลบ (Negative)"
อืมมม เอ่าละ คุณบัฟเฟต คุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง ที่ สแตนดาด แอนด์ พวร์ ดาวเกรด บริษัทคุณ ที่ผ่านมานะ
"ผมคิดว่า ผมไม่เห็นด้วยนะ หุ้นของเรายังคงแข็งแรงอยู่ ผมให้ AAA เลย แต่ว่าดอล์ล่าร์ของเรานี้สิ ที่ไม่ใช่AAA"
แล้ว... คุณมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเศรษฐกิจละ คุณบัฟเฟต
"สำหรับผมแล้ว มันจะกลับมาเร็วๆนี้แหละ ทางฝั่งยุโรปก็ไม่ได้เลวร้ายไปมากกว่านี้แล้วแหละ ที่เหลือมันเป็นเพราะอารมณ์ของคนส่วนใหญ่ที่เกิดจากความกลัวนะ"
นอกจากนี้ คุณมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับธุรกิจ ประกันภัยละ
"ไม่ค่อยดีนะ เพราะ อย่างที่คุณรู้ ในปีนี้โลกเราเกิดภัยธรรมชาติมากมาย ธุรกิจประกันภัยต้องเสียเงินไปตั้งเท่าไร จะกลับมากำไรคงยากหน่อย"
สุดท้ายเขายังทิ้งท้ายอีกด้วยว่า
this not a time for fear. This is a time for action. นี้ไม่ใช่เวลาของความกลัว แต่เป็นเวลาที่เราจะต้องซื้อ ต่างหากละ
Conclusion by SiTh LoRd P@cK เครดิตจากเว็บเพื่อนบ้านนะครับ เห็นว่ามีประโยชน์ครับ
