ผมจึงอยากให้ช่วยกันเสนอแนะหุ้นในดวงใจที่มี mos


ขอบคุณที่แนะนำครับ เป็นวิธีป้องกันความเสียหายได้ดี และเห็นด้วยอย่างยิ่งครับWarantact เขียน:
ตัวนี้ผมซื้อเพราะคิดว่า สมมติให้ทูน่าขายไม่ออกเลย ยอดขายเหลือครึ่งเดียวคือ 1400 เน็ทมาจิน10% ก็140 บริษัทขายอยู่ 1500ถ้วนละกาน
แปลว่าผมได้ปีละ9% มากกว่า 6%พันธบัตรหรือหุ้นกู้ความเสี่ยงต่ำ อย่างนี้ผมถือว่ามีมาจิ้นออฟเซฟตี้สูงมากๆ แต่อัพไซด์ ไม่รู้
รู้สึกว่า เบน เกรแฮม เป็นคนพูดล่ะมั้งครับMOS ทำให้การคาดการณ์อย่างแม่นยำเป็นเรื่องไม่จำเป็น
อย่างนั้นต้อง นี่เลยครับ http://www.thaivi.com/webboard/viewtopi ... start=1590TTW lover เขียน:MOS คือ ดูแล้วถ้าหุ้นจะซื้อ หรือ ถือ นั้นผลประกอบการณ์ออกมาไม่ดี แล้วหุ้นจะลงไม่หนัก
หมายถึงหุ้นที่นั้นไม่ได้เทรดบนความคาดหวังสูงที่พร้อมจะตกม้าตายได้
yoyo เขียน:จริงๆแล้ว MOS กับ Upside นั้นหลักการเหมือนกันครับ .. คือซื้อหุ้นให้ได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นทั้งคู่...
แต่ความแตกต่างกันอยู่ที่สูตรคำนวณครับ
Upside นั้นมีสูตรคำนวณตายตัว = (ราคาเหมาะสม-ราคาตลาด)/ราคาตลาด
ส่วน MOS นั้นผมยังไม่เคยเห็นสูตรชัวร์ๆที่ไหนนะครับ แต่เท่าที่เห็นเพื่อนๆพี่ๆ VI ใช้กันก็คือ = (ราคาเหมาะสม-ราคาตลาด)/ราคาเหมาะสม
สมมติหุ้น A ราคาตลาดอยู่ที่ 10 บาท ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 13 บาท
แบบนี้มี Upside 30% ในขณะที่มี MOS 23% ... หุ้นที่ผมจะถือก็ควรจะต้องมี Upside 30% ขึ้นไป ... แต่ถ้าจะหาหุ้นที่มี MOS 30% นี่คงจะหาหุ้นลงทุนได้ยากหน่อย เพราะว่าหุ้นที่มี MOS 30% นั้นจะมี Upside เกือบๆ 50% เลยทีเดียว