เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
- todsapon
- Verified User
- โพสต์: 1137
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 1
ถ้าผมมีเงินสักหนึ่งล้านบาท ผมจะได้ผลตอบแทนหนึ่งแสนบาท หวังผลตอบแทน 10%
ผลตอบแทน 15% ต่อปีก็พอ
กำไรเมื่อซื้อ มิใช่กำไรเมื่อขาย
การได้ทำอะไรที่ตนเองชอบและมีปัจจัยสี่พร้อมเพียงคือสุดยอดแห่งความสุข
ขอยืมเงินหน่อยครับ
กำไรเมื่อซื้อ มิใช่กำไรเมื่อขาย
การได้ทำอะไรที่ตนเองชอบและมีปัจจัยสี่พร้อมเพียงคือสุดยอดแห่งความสุข
ขอยืมเงินหน่อยครับ
- picklife
- Verified User
- โพสต์: 2565
- ผู้ติดตาม: 0
Re: เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 3
ขอถามกลับว่าทุกวันนี้เงินเดือนเท่าไหร่ครับ?todsapon เขียน:ถ้าผมมีเงินสักหนึ่งล้านบาท ผมจะได้ผลตอบแทนหนึ่งแสนบาท หวังผลตอบแทน 10%
สำหรับผม ถ้ารายได้ทั้งปีน้อยกว่า 5%ของพอร์ทเมื่อไหร่ถึงเลิกทำงานครับ
แต่ก็ขึ้นอยู่กับความหนักของงานด้วยนะครับ อิอิ
ปีละแสน ต่อเดือนก็ตกเดือนละ8พันถ้าเป็นผมคงไม่พอแน่ๆครับ
ผมแนะนำว่ามีพอร์ทขนาด10ล้านเมื่อไหร่ค่อยคิดใหม่ได้นะครับ
10ล้าน ผมดึงเงินมาใช้เดือนละ5%ก็ประมาณ 4หมื่นครับ ซึ่งคิดว่าน่าจะพอ
ส่วนที่เกิน5%ก็ปล่อยให้มันโตไปเรื่อยๆครับ
ผมรู้จักTraderคนหนึ่ง มีเงิน3ล้านต่อปีเทรดได้ขั้นต่ำ10%
ก็ตกเดือนละ 2.5หมื่นบาท แล้วเขาก็เอามากิน
ทำอย่างนี้มา7ปีครับจากอายุ30-37
ซึ่งถามว่าอยู่ได้ไหม?ตอบว่าได้แน่นอนครับ แต่ผ่านมา7ปี เงินก็ยังเป็น3ล้าน
ซึ่งหากเขาทนทำงานต่อไปแล้วยังไม่ดึงเงินออกมา
7ปีก็ 3*1.10^7=5.8ล้านแล้วครับ แต่ที่จริงเขาได้มากกว่า10%ลองคุณดูครับ 3ล้านเป็น10ล้านไม่ยากเท่าไหร่นะครับ

ดังนั้นอดเปลี้ยวไว้กินหวานดีกว่าครับ อิอิ
เม่าน้อยคลำทางหาแสงไฟ
-
- Verified User
- โพสต์: 1219
- ผู้ติดตาม: 0
Re: เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 4
เห็นด้วยกับพี่ปิ๊กครับpicklife เขียน: ขอถามกลับว่าทุกวันนี้เงินเดือนเท่าไหร่ครับ?
สำหรับผม ถ้ารายได้ทั้งปีน้อยกว่า 5%ของพอร์ทเมื่อไหร่ถึงเลิกทำงานครับ
แต่ก็ขึ้นอยู่กับความหนักของงานด้วยนะครับ อิอิ
ปีละแสน ต่อเดือนก็ตกเดือนละ8พันถ้าเป็นผมคงไม่พอแน่ๆครับ
ผมแนะนำว่ามีพอร์ทขนาด10ล้านเมื่อไหร่ค่อยคิดใหม่ได้นะครับ
10ล้าน ผมดึงเงินมาใช้เดือนละ5%ก็ประมาณ 4หมื่นครับ ซึ่งคิดว่าน่าจะพอ
ส่วนที่เกิน5%ก็ปล่อยให้มันโตไปเรื่อยๆครับ
ผมรู้จักTraderคนหนึ่ง มีเงิน3ล้านต่อปีเทรดได้ขั้นต่ำ10%
ก็ตกเดือนละ 2.5หมื่นบาท แล้วเขาก็เอามากิน
ทำอย่างนี้มา7ปีครับจากอายุ30-37
ซึ่งถามว่าอยู่ได้ไหม?ตอบว่าได้แน่นอนครับ แต่ผ่านมา7ปี เงินก็ยังเป็น3ล้าน
ซึ่งหากเขาทนทำงานต่อไปแล้วยังไม่ดึงเงินออกมา
7ปีก็ 3*1.10^7=5.8ล้านแล้วครับ แต่ที่จริงเขาได้มากกว่า10%ลองคุณดูครับ 3ล้านเป็น10ล้านไม่ยากเท่าไหร่นะครับ![]()
ดังนั้นอดเปลี้ยวไว้กินหวานดีกว่าครับ อิอิ
คำถามของ จขกท.นั้น
ตอนแรกที่ผมศึกษาเรื่องการลงทุนใหม่ๆ ผมก็มีคำถามในใจเหมือนกัน
จนวันหนึ่งผมได้อ่านจากที่พี่โจโพสว่า อย่ามัวสงสัยว่าผลตอบแทนทบต้นมันมหัศจรรย์เพียงไร
ให้เริ่มลงทุนไปเลยเพราะเรื่องนี้มีคนพิสูจไว้เยอะแล้ว
ตั้งแต่วันนั้นผมก็เชื่อและลงทุนมาตลอด4ปี แม้พอร์ตยังโตไม่มากเนื่องจากผมเริ่มต้นที่เงินไม่กี่แสนบาทและผ่านช่วงตลาดหุ้นตกหนักในปี51มา
แต่ผมเชื่อว่าต่อไป(อีกหลายปี)
ผมจะอยู่ได้จากเงินปันผลในหุ้นที่ผมลงทุนอย่างเดียวครับ
ซื้อหุ้นตัวที่เมื่อมองไปในอนาคตแล้ว ที่ปัจจุบันราคายัง undervalue ที่สุด
- tae30866
- Verified User
- โพสต์: 41
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 5
เพิ่มรายได้ต่อเดือนให้สูงที่สุดเท่าที่ยังมีความสุข ----- หาเงิน
ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและรู้คุณค่า ----- เก็บเงิน
นำไปลงทุนอย่างชาญฉลาด ----- ใช้เงิน
น่าจะดีนะครับ
ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและรู้คุณค่า ----- เก็บเงิน
นำไปลงทุนอย่างชาญฉลาด ----- ใช้เงิน
น่าจะดีนะครับ
วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ บุคคลล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร
- picklife
- Verified User
- โพสต์: 2565
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 7
ต่อไปเงินก็เยอะขึ้นเรื่อยๆครับ แล้วก็ค่อยๆแซงเงินออม เงินเดือน และมากกว่าเงินเดือนหลายเท่าตัวจนวันหนึ่งก็จะรู้สึกว่าขี้เกียจทำงานละ ทำแทบตายเหมือนได้กำไรเพิ่มแค่ปีละ1-5% อิอิ(ยกเว้นทำเพราะใจรักนะครับ)นพพร เขียน:ทุกวันนี้ผมยังมานั่งคิดอยู่เลยนะว่า อดออมยังได้เงินเยอะกว่ารายได้หุ้นต่อเดือนเลยอ่ะ
แต่ผมมองว่าวันนี้ด้วยความสามารถเท่านี้ กับเงินเท่านี้ มันแมชกันมากๆครับ
เพราะหากเงินเยอะๆตอนนี้ กับความสามารถเท่านี้ อาจจะล้มดังได้ครับ
ดังนั้นผมมองว่าเริ่มก่อนยังไงก็ได้เปรียบครับ
แม้นเงิน5พัน ก็ยังดีกว่าไม่มีเลยครับ เพราะผมก็บังคับเพื่อนผมเปิด5พันกันหลายนะครับ อิอิ
เม่าน้อยคลำทางหาแสงไฟ
- EvolutionX
- Verified User
- โพสต์: 66
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 8
แบบนี้ ถ้าผมเพิ่งเริ่มด้วยเงิน 3 หมื่น อีกนานแค่ไหน ผมจะได้ล่านนึงเนี่ย เหอๆๆๆ
ขอให้อยู่อย่างมีความหวัง แต่อย่าอยู่อย่างเพ้อฝัน
-
- Verified User
- โพสต์: 1296
- ผู้ติดตาม: 1
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 9
EvolutionX เขียน:แบบนี้ ถ้าผมเพิ่งเริ่มด้วยเงิน 3 หมื่น อีกนานแค่ไหน ผมจะได้ล่านนึงเนี่ย เหอๆๆๆ
ต้องเข้าไปอ่านที่หัวข้อ " บริหารชีวิตและลงทุน
อย่างหมอ FON " ในห้อง "คลังกระทู้คุณค่า
หมอ FON เริ่มต้นด้วยเงิน 30000 บาทใช้เวลา
4-5 ปีก็สามารถทำใ Port โตเป็น 1 ล้านบาทโดยไม่
ใส่เงินใหม่เพิ่มเข้าไปใน Port สุดยอดจริงๆ
- Juninho
- Verified User
- โพสต์: 1050
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 10
หากเอาแบบที่ ดร.นิเวศน์ เคยเขียนในบทความ
ว่าหากคุณจะอาศัยพอร์ตในการสร้างรายได้ และใช้จ่าย
แกบอกว่าให้มีพอร์ต 200 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน
จะอยู่แบบไม่ฟุ่มเฟื่อยไม่อัตคัดก็ต้องมี
เงินใช้จ่ายเดือนละสัก 15000 บาท
พอร์ต ขั้นต่ำ ก็ 15000*200 = 3 ล้านบาท
แต่หาก ใช้จ่ายประหยัดหน่อย เดือนละ 10000 บาท
พอร์ตขั้นต่ำ ก็จะลดลงมาเหลือ 2 ล้านบาท
---------------------------------------------------------
กับอีกวิธีหนึ่ง เอาแบบเซฟ ๆ หน่อยที่ว่า ใช้ปันผลในการ
ยังชีพ
หากต้องมีเงินใช้จ่ายเดือนละสัก 15000 บาท
หรือ 180000 บาทต่อปี
ตีว่าพอร์ตการลงทุนในหุ้นที่ให้ปันผลปีละ 5%
ดังนั้นพอร์ตของคุณต้องมีมูลค่าประมาณ 180000/.05 = 3.6 ล้านบาท ก่อนจึงจะสามารถคิดเรื่องออกมาเล่นหุ้นอย่างเดียวได้
จะว่าไป พอร์ต 3.6 ล้านบาทก็ถือว่ามีอิสรภาพทางการเงินในระดับหนึ่งได้แล้วนะ (กรณีโสดนะครับ)
ว่าหากคุณจะอาศัยพอร์ตในการสร้างรายได้ และใช้จ่าย
แกบอกว่าให้มีพอร์ต 200 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน
จะอยู่แบบไม่ฟุ่มเฟื่อยไม่อัตคัดก็ต้องมี
เงินใช้จ่ายเดือนละสัก 15000 บาท
พอร์ต ขั้นต่ำ ก็ 15000*200 = 3 ล้านบาท
แต่หาก ใช้จ่ายประหยัดหน่อย เดือนละ 10000 บาท
พอร์ตขั้นต่ำ ก็จะลดลงมาเหลือ 2 ล้านบาท
---------------------------------------------------------
กับอีกวิธีหนึ่ง เอาแบบเซฟ ๆ หน่อยที่ว่า ใช้ปันผลในการ
ยังชีพ
หากต้องมีเงินใช้จ่ายเดือนละสัก 15000 บาท
หรือ 180000 บาทต่อปี
ตีว่าพอร์ตการลงทุนในหุ้นที่ให้ปันผลปีละ 5%
ดังนั้นพอร์ตของคุณต้องมีมูลค่าประมาณ 180000/.05 = 3.6 ล้านบาท ก่อนจึงจะสามารถคิดเรื่องออกมาเล่นหุ้นอย่างเดียวได้
จะว่าไป พอร์ต 3.6 ล้านบาทก็ถือว่ามีอิสรภาพทางการเงินในระดับหนึ่งได้แล้วนะ (กรณีโสดนะครับ)
You Can Get It If You Really Want
But you must try, try and try
But you must try, try and try
- Juninho
- Verified User
- โพสต์: 1050
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 11
อีกนิด ข้อความด้านบน หมายถึงคนที่จะเอาตัวรอด
ในตลาดหุ้นได้ในระดับหนึ่งนะครับ
หากเป็นมือใหม่ อาจจะไม่ค่อยเหมาะ เพราะคุณอาจจะ
ไม่สามารถรักษาเงินต้นเอาไว้ได้อย่างเดิม
ในตลาดหุ้นได้ในระดับหนึ่งนะครับ
หากเป็นมือใหม่ อาจจะไม่ค่อยเหมาะ เพราะคุณอาจจะ
ไม่สามารถรักษาเงินต้นเอาไว้ได้อย่างเดิม
You Can Get It If You Really Want
But you must try, try and try
But you must try, try and try
-
- Verified User
- โพสต์: 447
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 12
ผมว่ายังไม่น่าจะพอนะ เพราะล้านเดียว ถ้าเข้าแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
อาจจะหายไปเกินครึ่งในพริบตา ไม่มีโอกาสแก้ตัวเพราะติด
หุ้นเต็มมือ งานก็ไม่มีทำ เงินใหม่ก็ไม่มีเข้ามา สุดท้ายก็ต้อง
กลับไปทำงานอีกรอบ
เตือนด้วยความหวังดีสำหรับมือใหม่อย่าเพิ่งรีบร้อน ผมว่าหา
ประสบการณ์สัก 5-8 ปี ให้ผ่านวิกฤติสักรอบ สองรอบน่าจะ
มีภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น ผมว่าตลาดปีกลายกับปีนี้ทำกำไรได้
ไม่ยาก มือใหม่เข้ามาคิดว่าเล่นหุ้นไมหมูขนาดนี้เนี่ยก็เลยคิด
อยากจะออกจากงานประจำมาเล่นหุ้น
เมื่อแปดปีที่แล้วผมก็เคยคิดเหมือนกัน ตอนนั้นได้มาเยอะ
คิดว่าตัวเจ๋ง ที่แท้มันก็แค่สามล้อถูกหวย ไม่รู้จักวิธีรักษาเงิน
พอเจอวิิกฤติเข้าไปก็เจ้งไม่เป็นท่า ตอนนี้จึงคิด
ว่าคนที่เจ๋งจริงต้องอยู่รอดทั้งช่วงขาขึ้นและขาลงครับ
อาจจะหายไปเกินครึ่งในพริบตา ไม่มีโอกาสแก้ตัวเพราะติด
หุ้นเต็มมือ งานก็ไม่มีทำ เงินใหม่ก็ไม่มีเข้ามา สุดท้ายก็ต้อง
กลับไปทำงานอีกรอบ
เตือนด้วยความหวังดีสำหรับมือใหม่อย่าเพิ่งรีบร้อน ผมว่าหา
ประสบการณ์สัก 5-8 ปี ให้ผ่านวิกฤติสักรอบ สองรอบน่าจะ
มีภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น ผมว่าตลาดปีกลายกับปีนี้ทำกำไรได้
ไม่ยาก มือใหม่เข้ามาคิดว่าเล่นหุ้นไมหมูขนาดนี้เนี่ยก็เลยคิด
อยากจะออกจากงานประจำมาเล่นหุ้น
เมื่อแปดปีที่แล้วผมก็เคยคิดเหมือนกัน ตอนนั้นได้มาเยอะ
คิดว่าตัวเจ๋ง ที่แท้มันก็แค่สามล้อถูกหวย ไม่รู้จักวิธีรักษาเงิน
พอเจอวิิกฤติเข้าไปก็เจ้งไม่เป็นท่า ตอนนี้จึงคิด
ว่าคนที่เจ๋งจริงต้องอยู่รอดทั้งช่วงขาขึ้นและขาลงครับ
จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
-
- Verified User
- โพสต์: 942
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 13
ไม่รู้ครับ แต่
ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ ในสิ่งที่เป็นไปได้
ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ ในสิ่งที่เป็นไปได้
- เพื่อน
- Verified User
- โพสต์: 1826
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 14
คอนเิฟิร์มครับ....เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆpicklife เขียน: ต่อไปเงินก็เยอะขึ้นเรื่อยๆครับ แล้วก็ค่อยๆแซงเงินออม เงินเดือน และมากกว่าเงินเดือนหลายเท่าตัวจนวันหนึ่งก็จะรู้สึกว่าขี้เกียจทำงานละ ทำแทบตายเหมือนได้กำไรเพิ่มแค่ปีละ1-5% อิอิ(ยกเว้นทำเพราะใจรักนะครับ)
แต่ผมมองว่าวันนี้ด้วยความสามารถเท่านี้ กับเงินเท่านี้ มันแมชกันมากๆครับ
เพราะหากเงินเยอะๆตอนนี้ กับความสามารถเท่านี้ อาจจะล้มดังได้ครับ
ดังนั้นผมมองว่าเริ่มก่อนยังไงก็ได้เปรียบครับ
แม้นเงิน5พัน ก็ยังดีกว่าไม่มีเลยครับ เพราะผมก็บังคับเพื่อนผมเปิด5พันกันหลายนะครับ อิอิ
แต่รายได้ปีละแสนผมว่าน้อยไปหน่อยครับ ควรจะรีบเอาแสนนั้นบวกกับเงินเดือนไปซื้อหุ้นดีๆเพิ่มไปเรื่อยๆก่อนครับ พอร์ตจะโตเป็น2เท่าทุกๆ3-4ปี พอเงินปันผลเริ่มcoveredค่าใช้จ่ายประจำของเราแล้ว อัตตราการเติบโตของพอร์ตจะสูงขึ้นมาอีกค่อนข้างชัดเจน(เพราะเรามีเงินเหลือเก็บมากขึ้น)
เรื่องสำคัญที่สุด คือหุ้นที่เราซื้อเก็บไว้ หรืออาจจะซื้อขายหมุนเวียน ต้องศึกษาให้ดีก่อนเข้าไปลงทุน รู้จักมันให้ดีๆ รู้จังหวะเข้า-ถือ และออก ให้ดีๆครับ
ช่วงที่พอร์ตยังเล็กๆ เป็นจังหวะที่ดีสำหรับทดลองศึกษาไปพร้อมๆกับการลงทุนจริงๆ เพื่อเตรียมตัวไว้สำหรับพอร์ตใหญ่ๆในอนาคตครับ.... :lol:
-
- Verified User
- โพสต์: 807
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 17
ผมว่าการเรียนเป็นการลงทุนที่ดีมากนะครับ อย่างผมเรียนวิศวะเนี่ยจบมาทำงาน เงินเดือนขั้นต่ำ 1 - 2 ปีก็คืนทุนหมดแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นกำไรเนื้อๆ (เฉพาะค่าเรียน) ลองประเมินผลตอบแทนเทียบดูนะครับ ว่าเรียนจบออกมาแล้วจะใช้เวลาคืนทุนทั้งหมดเท่าไร นอกจากนี้ยังตกงานยากกว่าวิศวะเยอะ PE ก็ควรสูงกว่าวิศวะด้วยครับ อาจจะคุ้มกว่าที่คิดก็ได้นะครับผมเคยคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนแพทย์ของสถาบัน เอกชนอยู่ เขาบอกว่าค่าเทอมของเขาอย่างเดียวปาเข้าไป 2 ล้านกว่าบาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 3 ล้าน Shocked ถ้าผลตอบแทนของพอร์ต 10 % อย่างนี้ผมคิดว่าสู้เอาทั้งหมดมาทดลองลงทุนจะดีกว่าครับ
ปล.ผิดถูกอย่างไรผมขออภัยล่วงหน้าครับ
การลงทุนในวิชาชีพแพทย์นั้นผมว่าเงินแค่หลักล้านนี่คุ้มค่ามากครับ เพราะชีวิตวัยเรียนมีไม่มาก แต่เวลาลงทุนนั้นยาวนานตลอดชีวิตครับ
อย่ายอมแพ้
-
- Verified User
- โพสต์: 1296
- ผู้ติดตาม: 1
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 19
คณะแพทย์เอกชนนั้นน่าจะอยู่แถวรังสิต ค่าเล่าเรียน
ตลอดหลักสูตร 2 ล้านกว่า รวมค่าใช้จ่ายอย่างอื่น
น่าจะมากกว่า 3 ล้านบาทในการเรียน 6 ปี
แต่ที่แพงที่สุดคือทันตแพทย์ ค่าเล่าเรียน+ เครื่องมือ
ตลอด 6 ปี มากกว่า 4 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายอย่างอื่น
แล้ว กลายเป็น 5 ล้านกว่าแก่ๆ
ตลอดหลักสูตร 2 ล้านกว่า รวมค่าใช้จ่ายอย่างอื่น
น่าจะมากกว่า 3 ล้านบาทในการเรียน 6 ปี
แต่ที่แพงที่สุดคือทันตแพทย์ ค่าเล่าเรียน+ เครื่องมือ
ตลอด 6 ปี มากกว่า 4 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายอย่างอื่น
แล้ว กลายเป็น 5 ล้านกว่าแก่ๆ
- kenne
- Verified User
- โพสต์: 40
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 20
มันก็ขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบของคุณเองนะครับ
ว่า คุณมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเท่าไร แล้วก็เงินทุนของคุณมี่เท่าไร ที่เป็นตัวเลขเลย
แล้วก็ ขึ้นอยู่กับ ลักษณะการลงทุนของคุณ ถ้าเทคนิคที่คุณใช้ อาจจะไม่ใช่วีไอ อาจจะเป็น เทคนิคอล หรืออะไรก็แล้ว แต่ มันทำให้คุณได้จริงๆๆ
คุณก็คงอยู่ได้ แต่ก็อย่างที่พี่ๆหลายๆท่านบอก เพราะว่า พอร์ตคุณจะไม่โตมาก เพราะว่า คุณต้องเอาเงินออกมา เพื่อใช้จ่าย
มันอาจจะทำให้คุณต้องเสี่ยงมากขึ้น จนออกนอกแนวทางวีไอ ที่ซื้อหุ้นด้วยเหตุด้วยผล มันอาจจะดูดคุณเข้าไปสู่ ห้วงแห่งอารมณ์ เพราะต้องการนำเงินมาใช้จ่าย ซึ่งถ้าคุณควบคุมตนเอง และมีวินัยในการลงทุนมากๆๆๆๆๆๆๆ
คุณก็อาจะประสบความสำเร็จ สุดท้าย มันก็อยู่ที่เหตุผลที่ คุณซื้อหุ้นน่ะแหระ
ว่าคุณซื้อเพราะอะไร และคุณจะขายเพราะอะไร
ว่า คุณมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเท่าไร แล้วก็เงินทุนของคุณมี่เท่าไร ที่เป็นตัวเลขเลย
แล้วก็ ขึ้นอยู่กับ ลักษณะการลงทุนของคุณ ถ้าเทคนิคที่คุณใช้ อาจจะไม่ใช่วีไอ อาจจะเป็น เทคนิคอล หรืออะไรก็แล้ว แต่ มันทำให้คุณได้จริงๆๆ
คุณก็คงอยู่ได้ แต่ก็อย่างที่พี่ๆหลายๆท่านบอก เพราะว่า พอร์ตคุณจะไม่โตมาก เพราะว่า คุณต้องเอาเงินออกมา เพื่อใช้จ่าย
มันอาจจะทำให้คุณต้องเสี่ยงมากขึ้น จนออกนอกแนวทางวีไอ ที่ซื้อหุ้นด้วยเหตุด้วยผล มันอาจจะดูดคุณเข้าไปสู่ ห้วงแห่งอารมณ์ เพราะต้องการนำเงินมาใช้จ่าย ซึ่งถ้าคุณควบคุมตนเอง และมีวินัยในการลงทุนมากๆๆๆๆๆๆๆ
คุณก็อาจะประสบความสำเร็จ สุดท้าย มันก็อยู่ที่เหตุผลที่ คุณซื้อหุ้นน่ะแหระ
ว่าคุณซื้อเพราะอะไร และคุณจะขายเพราะอะไร
"หุ้นถูกเป็นสิ่งพิเศษสำหรับนักลงทุนพันธ์แท้ เราไม่ได้มองการตกลงของตลาดเป็นหายนะ แต่มองเป็นโอกาสที่จะนำไปสู่ความร่ำรวย"
- Tibular
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 522
- ผู้ติดตาม: 0
เป็นไปได้ไหมครับที่ผมจะหาเลี้ยงชีพจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ที่ 21
ทำงานไปก่อนคับใจเย็นๆ แล้วระหว่างนั้นก็ถามตัวเองไปด้วยว่า
จุดหมายในชีวิตของตัวเองคืออะไร อะไรทำให้ไม่พอใจชีวิตตอนนี้
วิเคราะห์ว่าเราชอบไม่ชอบอะไร ทำอะไรได้ดี และพร้อมจะ
อุทิศตนเพื่ออะไรจนถึงที่สุดของชีวิต ที่เราคิดว่าจะอยู่กับมันได้ตลอด
หามันให้เจอก่อน คนเราบางทีกว่าจะค้นพบว่าตัวเองต้องการอะไร
จริงๆในชีวิตก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน ยิ่งค้นพบเร็วเท่าไร เราก็มีเวลามากขึ้น
ในการทำใ้ห้สำเร็จ จุดมุ่งหมายของมนุษย์ควรเข้าใจตัวเอง เข้าใจโลก
ให้มากทีุ่สุดก่อนจะลาจากไป และส่งต่อสิ่งดีๆเหล่านั้นสืบทอดต่อไป
ถ้าคิดว่าการลงทุน หรือนักลงทุนอาชีพ เป็นสิ่งที่อยากทำ และสนใจ
ก็ต้องศึกษาอย่างจริงจังในทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มองเห็นภาพ
ได้ัชัดเจนว่า อาชีพด้านการลงทุนมีจุดเด่น จุดด้อยอย่างไร
โดยธรรมชาติงานการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงหลายๆอย่างมาก
เหมือนกับการทำธุรกิจส่วนตัว เราต้องรับผิดชอบตัวเองหลายๆอย่าง
ไม่มีอีกแล้วสำหรับเิงินเดือน โบนัส ค่าล่วงเวลา คอมมิสชั่น
สวัสดิการพนักงาน การเบิกค่ารักษาพยาบาล เงินประกันสังคม
เิงินสำรองเลี้ยงชีพ ตำแหน่ง หน้าที่ สังคมการทำงานในบริษัท
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในบริษัท สถานะทางสังคมจะเปลี่ยนไป
ต้องชั่งใจดีๆ คิดถึงคนรอบข้างด้วย
ถ้าจะเลือกออกมาทำงานด้านนี้แล้ว ก็ต้องคิดให้รอบคอบจริงๆ
เพราะค่าใช้จ่ายครอบคลุมตัวเราตลอดชีวิต จะต้องมาจากผลตอบแทน
ซึ่งถ้าลงทุนจริงๆ ต้องมีทั้งความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของธุรกิจ จนสามารถ
รู้ได้ว่าอะไรคือจุดเด่น จุดด้อย ของธุรกิจ หรือสินทรัพย์นั้นๆ
รวมถึงต้องเข้าใจความเป็นไปในโลกการเงิน
เข้าใจตลาดเงิน ตลาดทุน เข้าใจจิตวิทยาการลงทุน ฯลฯ
จนเราสามารถประเมินความเสี่ยง และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
ได้ในระดับดีในขณะนั้นๆ รวมถึงมีทางออกถ้าสถานการณ์ไม่
เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ได้อย่างรวดเร็ว และทันเวลา
เพราะความเสียหายจะทำให้เงินทุนของเราหายไป ซึ่งเป็นเรื่องที่่
อันตรายมาก เพราะเราจะไม่มีเงินเพิ่มเติมจากการทำงานอีกแล้ว
เราจึงต้องมีเิิงินก้อนนึงหมุนเวียน ไว้ดำเินินชีวิต รวมถึงถ้ามีครอบครัว
หรืออยากมีครอบครัว และมีลูก ก็ต้องคิดเผื่อจำนวนเงินไปอีก
ถึงค่าใช้จ่ายล่วงหน้า และสิ่งไม่คาดฝันที่อาจจะเกินขึ้นได้ตลอด
จึงจำเป็นต้องมีเงินสำรองมากพอดู และเงินลงทุนจำนวนมากทีเดียว
สำหรับการเป็นนักลงทุนอาชีพ
เิงินจำนวนหนึ่งล้านน้อยเกินไป ไม่ครอบคลุม แม้ว่าคุณจะอยู่อย่าง
ประหยัดเพียงใด อย่าคิดสั้นๆเลยคับ ถ้ายังอายุไม่เยอะ เวลามีอีกมาก
มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน อย่าเปรียบเทียบย้อนอดีต อย่าเปรียบเทียบถึง
อนาคต อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ค่อยๆทำของเราไป มีความสุข
กับการทำงานของเราไปทุกๆวัน ในทุกๆขณะ จุดหมายสำคัญก็จริง
แต่ความสนุก ความสุข ขณะเดินทางนั้นสำคัญกว่า
เพราะมันอยู่กับเราจริงๆคับ เรารับรู้ได้ในขณะเดินทางเท่านั้น
อดีตนั้นจบแล้ว อนาคตก็ยังไม่มาถึง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่กับเราเลย
อย่าไปดึงมันมาทำใ้ห้เราวุ่นวาย ท้อแท้ หดหู่ ร้อนใจไปเลยคับ
การเป็นนักลงทุน ไม่ยากไม่ง่าย แต่อย่ามักง่าย
จุดหมายในชีวิตของตัวเองคืออะไร อะไรทำให้ไม่พอใจชีวิตตอนนี้
วิเคราะห์ว่าเราชอบไม่ชอบอะไร ทำอะไรได้ดี และพร้อมจะ
อุทิศตนเพื่ออะไรจนถึงที่สุดของชีวิต ที่เราคิดว่าจะอยู่กับมันได้ตลอด
หามันให้เจอก่อน คนเราบางทีกว่าจะค้นพบว่าตัวเองต้องการอะไร
จริงๆในชีวิตก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน ยิ่งค้นพบเร็วเท่าไร เราก็มีเวลามากขึ้น
ในการทำใ้ห้สำเร็จ จุดมุ่งหมายของมนุษย์ควรเข้าใจตัวเอง เข้าใจโลก
ให้มากทีุ่สุดก่อนจะลาจากไป และส่งต่อสิ่งดีๆเหล่านั้นสืบทอดต่อไป
ถ้าคิดว่าการลงทุน หรือนักลงทุนอาชีพ เป็นสิ่งที่อยากทำ และสนใจ
ก็ต้องศึกษาอย่างจริงจังในทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มองเห็นภาพ
ได้ัชัดเจนว่า อาชีพด้านการลงทุนมีจุดเด่น จุดด้อยอย่างไร
โดยธรรมชาติงานการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงหลายๆอย่างมาก
เหมือนกับการทำธุรกิจส่วนตัว เราต้องรับผิดชอบตัวเองหลายๆอย่าง
ไม่มีอีกแล้วสำหรับเิงินเดือน โบนัส ค่าล่วงเวลา คอมมิสชั่น
สวัสดิการพนักงาน การเบิกค่ารักษาพยาบาล เงินประกันสังคม
เิงินสำรองเลี้ยงชีพ ตำแหน่ง หน้าที่ สังคมการทำงานในบริษัท
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในบริษัท สถานะทางสังคมจะเปลี่ยนไป
ต้องชั่งใจดีๆ คิดถึงคนรอบข้างด้วย
ถ้าจะเลือกออกมาทำงานด้านนี้แล้ว ก็ต้องคิดให้รอบคอบจริงๆ
เพราะค่าใช้จ่ายครอบคลุมตัวเราตลอดชีวิต จะต้องมาจากผลตอบแทน
ซึ่งถ้าลงทุนจริงๆ ต้องมีทั้งความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของธุรกิจ จนสามารถ
รู้ได้ว่าอะไรคือจุดเด่น จุดด้อย ของธุรกิจ หรือสินทรัพย์นั้นๆ
รวมถึงต้องเข้าใจความเป็นไปในโลกการเงิน
เข้าใจตลาดเงิน ตลาดทุน เข้าใจจิตวิทยาการลงทุน ฯลฯ
จนเราสามารถประเมินความเสี่ยง และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
ได้ในระดับดีในขณะนั้นๆ รวมถึงมีทางออกถ้าสถานการณ์ไม่
เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ได้อย่างรวดเร็ว และทันเวลา
เพราะความเสียหายจะทำให้เงินทุนของเราหายไป ซึ่งเป็นเรื่องที่่
อันตรายมาก เพราะเราจะไม่มีเงินเพิ่มเติมจากการทำงานอีกแล้ว
เราจึงต้องมีเิิงินก้อนนึงหมุนเวียน ไว้ดำเินินชีวิต รวมถึงถ้ามีครอบครัว
หรืออยากมีครอบครัว และมีลูก ก็ต้องคิดเผื่อจำนวนเงินไปอีก
ถึงค่าใช้จ่ายล่วงหน้า และสิ่งไม่คาดฝันที่อาจจะเกินขึ้นได้ตลอด
จึงจำเป็นต้องมีเงินสำรองมากพอดู และเงินลงทุนจำนวนมากทีเดียว
สำหรับการเป็นนักลงทุนอาชีพ
เิงินจำนวนหนึ่งล้านน้อยเกินไป ไม่ครอบคลุม แม้ว่าคุณจะอยู่อย่าง
ประหยัดเพียงใด อย่าคิดสั้นๆเลยคับ ถ้ายังอายุไม่เยอะ เวลามีอีกมาก
มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน อย่าเปรียบเทียบย้อนอดีต อย่าเปรียบเทียบถึง
อนาคต อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ค่อยๆทำของเราไป มีความสุข
กับการทำงานของเราไปทุกๆวัน ในทุกๆขณะ จุดหมายสำคัญก็จริง
แต่ความสนุก ความสุข ขณะเดินทางนั้นสำคัญกว่า
เพราะมันอยู่กับเราจริงๆคับ เรารับรู้ได้ในขณะเดินทางเท่านั้น
อดีตนั้นจบแล้ว อนาคตก็ยังไม่มาถึง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่กับเราเลย
อย่าไปดึงมันมาทำใ้ห้เราวุ่นวาย ท้อแท้ หดหู่ ร้อนใจไปเลยคับ
การเป็นนักลงทุน ไม่ยากไม่ง่าย แต่อย่ามักง่าย