เสาร์ มิ.ย. 21, 2014 3:55 am | 0 คอมเมนต์
Power Investor เขียน: ขออนุญาติแปะลิงค์ของคุณ energy EAK ครับ
ได้มีโอกาสดูแล้วครับ แต่ก็รู้สึกว่าเป็นเพียงแค่มุมมองของนักลงทุนท่านหนึ่ง ที่มั่นใจและเชื่อว่าธุรกิจที่เขาลงทุน เป็นธุรกิจที่ดีและมีอนาคต
ซึ่งความจริงอาจไม่ต่างจากคนที่เชื่อว่าโครงการจำนำข้าวเป็นสิ่งที่ดี แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ ว่าไม่เป็นเช่นนั้น
จะต่างกันก็ตรงแค่ นักลงทุนชิงขายหุ้นได้ก่อนแค่นั้นเอง 555
ก่อนอื่น..ขอขอบคุณ คุณPower Investorก่อนเลยครับ..จริงๆกระทู้นี้ผมตามอ่านอยู่..แต่เนื่องจากในหลายๆความเห็นอาจจะไม่ตรงกับเพื่อนๆกลัวจะยาว..ก็เลยเลือกที่จะไม่มาคอมเม้นอะไร แต่คุณPower Investorสมกับที่ผมเองติดตามผลงานมาตลอดจริงๆ..ฝีมือไม่ตกไปเลยครับ คอมเม้นโดนใจครับ อย่างไรเมื่อโดนพาดพิงมาแล้ว(จริงๆต้องบอกว่าชง..มาตรงที่อยากพูดมากๆพอดีครับ)..จึงขอเสนอความคิดเห็นเล็กๆน้อยๆครับ^__^
เพื่อให้เข้าใจตรงกัน..อันดับแรก Alternative Energy และ Renewable Energy ล้วนเป็นพลังงานทดแทน..ผมขอใช้คำว่า"พลังงานทดแทน"นะครับ
ว่ากันไปตามเรื่องที่ถูกใจเลยนะครับ...
1.จากกระทู้ ของคุณpoonpoon7 ผมคิดว่าเป็นข้อสังเกตุที่ดีมากๆเลยครับผม...เวลาที่คุยๆแล้วมีเพื่อนนลท. ถามว่าทำไมถึงเลือกลงทุนใน พลังงานทดแทน ผมเองก็ย้ำอยู่เสมอว่า ไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ว่าธุรกิจนี้จะดีหรือไม่ แต่ให้ดูผบห.ของบริษัทต่างๆที่ผ่านร้อนผ่านหนาวเชิงธุรกิจมามากมายกว่าผม ซึ่งเราจะสังเกตุได้ง่ายๆเลยว่ามีหลายบริษัทให้นลท.เลือกศึกษาเลยครับ
2.(ข้อนี้เป็นประเด็นที่ผมไม่อยากคอมเม้นตอนแรก)คือ พลังงานทดแทน ที่เราพูดถึงส่วนใหญ่คือ Renewable Energy ซึ่งโดย"ปกติๆ"แล้ว Renewable Energy เป็นคล้ายๆของหวาน จะกินแล้วไม่อิ่ม.. เหมือนทางหลักๆที่ใช้ผลิตไฟฟ้า(ในนี้เราคุยไฟฟ้ากันเนอะ)..ซึ่งตรงจุดนี้คุณPower Investorได้อธิบายได้ถูกใจ ..แต่อย่างไรผมขอขยายเพิ่มเติมนะครับ..หากเราพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆร่วมด้วย(ลองพักว่าอะไรถูกอะไรแพงสักแป๊บนะครับ) ลองดูตามภาพในไฟล์
http://www.eppo.go.th/power/power2554.pdf (ขออภัยเก่าไปนิดแต่ ดึกแล้วของ่ายๆนิดนึงครับ^^)ดูหน้า23 สังกตุสัดส่วน จากนั้นตามด้วยหน้า19ครับและดูต้นทุน..ซึ่งอาจบอกได้ว่าปัจจุบันสถานะการณ์ประเทศเรา"ไม่ปกติ"อยู่เหมือนกันครับ..หากมีต้นทุนไฟฟ้ากังหันแก๊สบางประเภทในต้นทุนราว13บาท หากจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่สนับสนุนภายในประเทศคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้แก๊สแม้จะต้องจ่ายที่13เท่ากัน ..ส่งผลให้ในบ้านเรา บางที การกินอาหารหลัก+ของหวาน ในสัดส่วนทีเหมาะสม กลับเป็นทางออกที่ดีสำหรับบ้านเรา(ในมุมมองของผมนะ และอาจจะรวมถึงภาครัฐบางส่วน)..จึงมีการสนับสนุนเกิดขึ้นมากและมีทิศทางมากขึ้น(ตามแผนงาน)
3.(อันนี้เป็นเหตุให้ผมคอมเม้นนี้เลยครับ)..เนื่องจากคำว่า"มุมมองนักลงทุน"นี่แหละโดนใจมากๆ...จริงๆผมอ่านๆกระทู้นี้มาแทบจะออกไปทางDiscussทางด้านพลังงานกันอยู่แล้ว ทั้งที่ควรมีมุมมองนักลงทุนให้มากๆไว้..
ยิ่งใน หมวด Value Investing เป็นเหมือนส่วนที่บุคคลทั่วไป สามารถมาหาอ่านข้อมูลได้..ผมขอถือโอกาสนี่เล่าสิ่งผิดพลาดของผม ไว้เผื่อเป็นวิทยาทานนะ..เผื่อเพื่อนๆที่สนใจลงทุนแนวคุณค่าได้เป็นข้อมูลศึกษาเปรียบเทียบจากความผิดพลาดนะครับ
...พฐ.เดิมของผมเป็นอาจารย์..ผมทำงานวิจัยเกี่ยวกับประยุกต์ใช้แสงอาทิตย์มาหลายงานวิจัยทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ..ผมเองจะคิดเสมอว่าตัวเอง"เป็นผู้รู้"ในเรื่องๆนี้พอสมควร..แต่มาวันนี้ครับที่ทำให้ความคิดนี้ผมเปลี่ยนไปครับ..เพราะ มีวันนึงผมได้ไปศึกษาหุ้นพลังงานทดแทน และเจอบริษัทน่าสนใจบริษัทนึงที่ไปลงทุนเกี่ยวกับแสงอาทิตย์ แต่ด้วยความที่ผมมีความเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป มองข้อเสียของแสงอาทิตย์ที่ผมพอจะทราบมากเกินไป ทำให้ผมเกิด ความลำเอียง เป็น
"โมหาคติ" ...ตัดสินใจไม่ลงทุน..จึงเกิดความผิดพลาดจึงเกิดขึ้นดังคำกล่าวที่ว่า "หากเราเพ่งใบไม้แล้ว เราจะไม่เห็นต้นไม้ทั้งต้น เพ่งต้นไม้แค่ต้นเดียวจะไม่เห็นผืนป่า" ..ที่บอกว่าผมผิดพลาด..เพราะ หุ้นบริษัทดังกล่าว กำไรเพิ่มขึ้นจากตอนที่ผมดูเป็น10เท่า(ด้านราคาไม่ต้องพูดถึง)..ถ้าผมไม่เกิดความลำเอียงในจิตใจ..คิดแค่มุมมองพฐ.ของนักลงทุนคุณค่าอย่างเราๆคือ.."ต่ำกว่ามูลค่า"ไหม?..ถ้าคิดแค่นี้..ตอนนั้นผมคงมีหุ้นหลายเด้งติดไม้ติดมือเป็นแน่แท้ครับ
จากประสบการณ์เล็กๆของผม..ผมอยากจะแชร์"มือใหม่"ที่เข้ามาศึกษาแนวทางนี้ว่า.. หากเราคิดว่าเราคือนักลงทุน เราควรจะเน้นมุมมองนักลงทุนให้มากไว้ โดยผ่านกระบวนการตรึกตรองอย่างเจ้าของบริษัท แต่ควรอย่าลืมข้อได้เปรียบของนักลงทุนให้มากๆไว้(เจ้าของบริษัทเขาก็มีข้อได้เปรียบของเรา)..เช่นข้อได้เปรียบของนักลงทุนอย่างที่คุณPower Investorได้แนะนำไว้ว่า..หาก"สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ ว่าไม่เป็นเช่นนั้น..เราได้เปรียบตรงที่..เราขายได้" และพึงละรึกไว้ว่าขนาดนักลงทุนระดับโลกยังเคยผิดมาเยอะแยะมากมายครับ
สรุปในมุมมองผมตามกระทู้..พลังงานทดแทนจะเป็น mega trend หรือเปล่า...อันนี้น่าจะบอกว่ามีมูลครับ แต่น่าจะต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ..แถมเผื่อเป็นมุมมองสำหรับเพื่อนๆมือใหม่ไว้พิจารณา..สำหรับพลังงานทดแทนเราดูเทรน(ทิศทาง)คิดง่ายๆว่ากันขนาดนี้คือทิศทางมันน่าจะเป็นบวกแน่ๆเพียงแต่จะถึงระดับmega trend ไหมอีกเรื่องนึง.. ดังนั้นควรดูแต่เพียงระดับนึงไว้ก่อน..เพราะต้องพิจารณาในส่วนบริษัทประกอบเป็นหลักด้วย(ย้ำว่าต้องมากๆ)..เพราะโมเดลธุรกิจนั้นสำคัญมากๆ ยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันในหลายๆบริษัทที่ทำพลังงานทดแทนก็รับรู้มูลค่าไปพอสมควรเลย..จึงต้องดูกันดีๆครับ
สุดท้ายนี้..ส่วนตัวผมให้นำหนักกับ..ชีวมวลเป็นพิเศษ วันที่ไปออกรายการอยากจะพูดเน้นด้านนี้มากๆ(ยังไม่หายอคติ..อิอิ)..แต่ด้วยเวลาและตรีมพลังงานทดแทน ทำให้มีความรู้สึกเหมือนมีของดีแต่ไม่ได้เล่าเลย(ได้แต่พูดรวมๆ)..อย่างไรหากว่างๆฝากเพื่อนๆที่สนใจลองพิจารณาศึกษาชีวมวลดูเล่นๆนะครับ(ไม่ต้องเรื่องหุ้นก็ได้)..เผื่อชอบเหมือนๆกันได้Inboxมาคุยกันบ้างครับ^^
ท้ายที่สุดก่อนจากกัน..
ขอออกตัวว่า ขออนุญาติไม่Discussเรื่องพลังงานนะครับ ..ผมแนะนำหาอ่านได้ตามบอร์ดทั่วไปเลยครับ..คุยกันทียาวเป็นกิโลๆถกกันไม่จบ..แถมละเอียดมากๆ^^"..ในระดับประเทศ..ขนาดในกลุ่มที่เห็นด้วย ว่าต้องปฎิรูปพลังงานยังต้องแตกออกมาเป็น2แนวทาง..แบบเราๆไม่ต้องพูดถึง^^".
ปล.
โมหาคติ ความละเอียงเพราะความไม่รู้ หรือ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หมายถึง การทำให้เสียความรู้สึกธรรมเพราะความสะเพร่า ความไม่ละเอียดถี่ถ้วน รีบตัดสินใจก่อนพิจารณาให้ดี
กะว่าจะพิมพ์สั้นๆ..แต่ยาวเลย^^"